ค้นหา :

ผลการค้นหา "7วันอันตรายช่วงปีใหม่"

สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,804
สังคม
03 ม.ค. 63

นายกฯแนะเปลี่ยนชื่อ 7 วันอันตราย เป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข อุบัติเหตุลดลงกว่าปีก่อน กทม.ตายสะสมสูงสุด

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้มีการสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2563พบว่าเกิดอุบัติเหตุจำนวนทั้งสิ้น 547 ครั้ง มากกว่าเมื่อวานนี้ 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตในวันเดียว 55 ราย มากกว่าเมื่อวานนี้ 13 ราย บาดเจ็บ 577 คน มากกว่าเมื่อวานนี้ 10 คน   สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ซึ่งเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนถึงตี 4 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สงขลา 35 คน   ทั้งนี้จากการเรียกตรวจยานพาหนะกว่า 1ล้านคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 246,328 ราย ส่วนใหญ่มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 61,416 ราย รองลงมาไม่มีใบขับขี่จำนวน 55,467 ราย   สำหรับอุบัติเหตุสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (27 ธ.ค.62 – 1 ม.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,076 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 3,160 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตราด พะเยา ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 95 ครั้ง แซง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มากสุดเมื่อวานนี้ 76 ครั้ง   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (14 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา (100 คน)   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รู้ข้อมูลว่าการเกิดเหตุและการสูญเสีย ย้ำว่ารัฐบาลและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำงานอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าสถิติจะลดลง แต่รัฐบาลก็ยังไม่สบายใจ เพราะถือว่ายังมีความสูญเสียเกิดขึ้น จึงต้องช่วยกันลดอุบัติอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือของทุกคน และหวังว่า เทศกาลใหญ่ต่อไป โดยเฉาะช่วงสงกรานต์นี้ ตัวเลขอุบัติเหตุและความสูญเสีย จะลดลง รวมถึงความปลอดภัยนั้น จะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี   นายกรัฐมนตรี ยังให้แนวทางว่า ควรปรับเปลี่ยนคำว่า 7 วันอันตราย ซึ่งทำให้รู้สึกน่ากลัว ควรจะเปลี่ยนเป็น 7 วันเทศกาลแห่งความสุข หรือชื่ออื่นที่ฟังดูแล้ว ทำให้ทุกคนได้คำนึงถึงความสุข เพราะหากทุกคนคิดแบบนี้ ก็จะทำให้ช่วยกันลดการสูญเสียลงได้ โดยเฉพาะ จากสถิติแล้ว อัตราการสูญเสียเป็นช่วงวัยทำงาน หนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้ประเทศขาดกำลังคนไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ho133YgsK3k

 1,804
สังคม
02 ม.ค. 63

7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ เสียชีวิตสะสม 317 ราย ภาพรวมอุบัติเหตุลดลง

วันนี้สถานประกอบการหลายแห่งเริ่มเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก  หลังหยุดเทศกาลปีใหม่ไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ส่วนสภาพการจราจรบริเวณถนนหลายหลักขากลับเข้าสู่กรุงเทพฯตลอดวันนี้กลับมาคล่องตัว  แต่ก็ยังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวัง 7วันอันตราย   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย หรือ ปภ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน  สะสม 6 วัน   รวมเสียชีวิตแล้ว 317 ราย บาดเจ็บ รวม3,160 คน สาเหตุยังคงเป็นปัญหาดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว   โดยสถิติอุบัติเหตุ 7 วันเดินทางปีใหม่ จากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 63 โดยสถิติ 6 วัน มีผู้เสียชีวิตถึง 317 คน   สถิติอุบัติเหตุทางถนนวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ความปลอดภัยการเดินทางปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุ ครั้ง 547 ผู้เสียชีวิต 55 คน บาดเจ็บ 577 คน    จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ สงขลา 32 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ราชบุรีและอุดรธานี จังหวัดละ 4 คน / จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ที่สงขลา 35 คน   สาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 39.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.34 ขณะที่รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 79.35   รวม 6 วัน (27ธันวาคม - 1 มค.63 ) เกิดอุบัติเหตุสะสม 3,076 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 317 คน มีผู้บาดเจ็บ 3,160 คน   โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 เปิดเผยว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่ดูแลประชาชนในช่วงเดินทางกลับอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับในช่วงขาไป ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานต่อแม้พ้นช่วง 7 วันอันตรายไปแล้ว เพราะประชาชนบางส่วนยังทยอยเดินทางกลับ มายังกรุงเทพมหานครถึงช่วงเสาร์ - อาทิตย์นี้  ด้วย    ส่วนปัญหา การขับรถด้วยความเร็วที่ยังไม่สามารถควบคุมได้และทำให้เป็นเหตุหลักของปัญหาอุบัติเหตุครั้งนี้นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมความเร็วอย่างเข้มงวดแล้ว อีกทั้งยังมีการเพิ่มด่านชุมชนช่วยดูแลในเส้นทางรองมากขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องสร้างวินัยให้กับประชาชนให้ขับรถโดยไม่ประมาท รู้จักสวมหมวกกันน็อค หรือ คาดเข็มขัดนิรภัย ป้องกันอุบัติเหตุ ด้วย   นายทรงศักดิ์  เห็นว่าภาพรวมอบุติเหตุปีนี้ลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนที่เปลี่ยนไปเน้นเข้าวัดทำบุญมากขึ้นทำให้ไม่ได้ดื่มเหล้าจึงเป็นอีกปัจจัยที่อุบัติเหตุลดลง   

 175
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

สถิติ 7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 ตายแล้ว 256 ศพ กทม.สูงสุด สาเหตุหลักเมาแล้วขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอุบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป   อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k-YepiTTiY

 883
อาชญากรรม
02 ม.ค. 63

สถิติ 7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 ตายแล้ว 256 ศพ กทม.สูงสุด สาเหตุหลักเมาแล้วขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอุบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป   อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/1k-YepiTTiY

 883
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 63

เจอกันใหม่สงกรานต์! ปชช.เดินทางกลับกรุง สิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่ การจราจรคับคั่ง

บรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังสิ้นสุดวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ 2563 พบรถติดหนาแน่นในหลายเส้นทาง   สายเหนือ ติดยาว 10 กม. บนถนนสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-อยุธยา สายอีสาน ถนนมิตรภาพ รถแน่นเต็มพื้นที่ ต้องเปิดช่องทางพิเศษ กม.54 ก่อนขึ้นเนินมอบันไดม้า และอีกหลายจุดในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่สาย 304 ปราจีนบุรี กลับรถน้อย เคลื่อนได้คล่องตัวตลอดเส้นทาง   ด้าน บขส.ฝนหลายจังหวัด มีผู้โดยสารแน่นขนัด ทำให้ต้องมีการเพิ่มเที่ยวรถ โดยที่ จ.โคราช ต้องเพิ่ม 400 เที่ยวเพื่อรองรับประชาชนไม่ให้ตกค้าง ทางด้านเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนเข้าคิวรอเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่ง ออกจากเกาะรถติดยาวเหยียดหลายกิโล   สำหรับยอด 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ 2563 ในวันที่ 5 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ 76 ครั้ง อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y61B-oD5dSQ

 1,119
สังคม
02 ม.ค. 63

เจอกันใหม่สงกรานต์! ปชช.เดินทางกลับกรุง สิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่ การจราจรคับคั่ง

บรรยากาศการเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังสิ้นสุดวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่ 2563 พบรถติดหนาแน่นในหลายเส้นทาง   สายเหนือ ติดยาว 10 กม. บนถนนสายเอเซีย ช่วงบางปะอิน-อยุธยา สายอีสาน ถนนมิตรภาพ รถแน่นเต็มพื้นที่ ต้องเปิดช่องทางพิเศษ กม.54 ก่อนขึ้นเนินมอบันไดม้า และอีกหลายจุดในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่สาย 304 ปราจีนบุรี กลับรถน้อย เคลื่อนได้คล่องตัวตลอดเส้นทาง   ด้าน บขส.ฝนหลายจังหวัด มีผู้โดยสารแน่นขนัด ทำให้ต้องมีการเพิ่มเที่ยวรถ โดยที่ จ.โคราช ต้องเพิ่ม 400 เที่ยวเพื่อรองรับประชาชนไม่ให้ตกค้าง ทางด้านเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีประชาชนเข้าคิวรอเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามฝั่ง ออกจากเกาะรถติดยาวเหยียดหลายกิโล   สำหรับยอด 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ 2563 ในวันที่ 5 ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2663 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.เชียงใหม่ 76 ครั้ง อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/y61B-oD5dSQ

 1,119
สังคม
02 ม.ค. 63

7 วันอันตรายปีใหม่ 63 วันที่ 5 เสียชีวิต 256 ราย-กทม.ครองแชมป์ดับมากที่สุด

อุบัติเหตุ 542 ครั้ง เสียชีวิต 42 ราย บาดเจ็บ 567 รวมอถบัติเหตุสะสม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 2,529 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต รวม 256 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,588 คน โดยมี 11 จังหวัด ที่ไม่มีผู้เสียชีวิต   ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ กทม. 12 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสม 5 วัน มากที่สุดคือ จ.นเชียงใหม่ 76 ครั้ง   พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ ได้เรียกตรวจและมีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 236,341 มีความผิดไม่สวมหมวกรนิรภัย 65,105 ราย ไม่มีใบขับขี่ 55,230 ราย   ทั้งนี้จากการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ของรัฐบาล ทำให้มีอุบัติเหตุในปีนี้ลดลง 229 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 8.30 ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ลดลง 240 ราย คิดเป็นร้อยละ 8.49 ผู้เสียชีวิตลดลง 72 ราย คิดเป็นร้อยละ 21.95 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การดำเนินการของทกภาคส่วน ดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจ   แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องดดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ยังมีสามเหตุมาจากการดื่มสุรา แล้วขับ รองลงมาคือขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งยานพาหนะ ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ยังเป็นรถจักรยานยนต์  

 596
สรุปข่าว
02 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 2 ม.ค.63 กินปลาหมึกบลูริงอาจถึงตาย-จุดพลุปีใหม่ระเบิดใส่หน้า-รถติดแน่นสิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่

-กลับสู่โลกความจริง สิ้นสุดวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ สายเหนือ ถนนสายเอเซีย บางปะอิน-อยุธยา ติดยาว 10 กม. มิตรภาพรถแน่นเต็มพื้นที่ ต้องเปิดช่องทางพิเศษ ขณะที่เส้น 304 รถน้อย คล่องตัว บขส.คนแน่น ต้องเพิ่มเที่ยวรถ เกาะสมุยคนรอขึ้นเรือเฟอร์รี่แน่น รถยาวเหยียด ยอดสะสม 7 วันอันตราย วันที่ 5 ตายแล้ว 256 คน กทม.ตายสูงสุด 12 ราย สาเหตุหลักเมาแล้วขับและขับรถเร็ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจอกันใหม่สงกรานต์! ปชช.เดินทางกลับกรุง สิ้นสุดหยุดยาวปีใหม่ การจราจรคับคั่ง   -จุดพลุปีใหม่ดับสลด ที่พัทยา นักท่องเที่ยวอังกฤษจุดพลุแล้วเกิดพลาดท่าพุ่งอัดใส่ใบหน้า ล้มกระเด็นเจ็บสาหัส สุดท้ายเสียชีวิต ส่วนที่หาดป่าตอง ภูเก็ต จุดพลุบ้องใหญ่ก่อนระเบิดกลางวง นทท. เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ อีกจุดพุ่งใส่คนเหมือนสงคราม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พลุมรณะ! ชายอังกฤษจุดพลุปีใหม่ระเบิดอัดใส่หน้าดับ อีกจุด พลุพุ่งใส่ นทท.ภูเก็ต    -ผวา กระสุนตกส่งท้ายปี โดนเต็มๆที่สุราษฎร์ธานี 2 หลัง ตกใส่หลังคาบ้านทะลุฝ้าเพดาน ลงบนหลังตู้โชว์ เฉียดคนในบ้านที่นอนหลับอยู่ไปแค่ 50 ซม. คาดว่าเป็นหัวกระสุนปืนขนาด .45 มม. ที่สงขลา โดนบ้านหลังเดิมจุดเดิมเหมือนปีที่แล้ว ผวาทั้งบ้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ประณาม! ฉลองปีใหม่ยิงปืนขึ้นฟ้า กระสุนปริศนาตกใส่หลังคาบ้าน แทบนอนไม่ได้   -เสรี สุวรรณภานนท์ สวนชวน หลีกภัย ปธ.สภา เสนอโละ 6 ผบ.เป็น ส.ว. ไม่มีหลักประกันลามถึงอำนาจอื่น ทางที่ดีอย่าแตะหมวด ส.ว. ดีกว่า ยันไม่หวงอำนาจอยู่แค่ 5 ปี หากโดนแก้ก็เหมือนโดนยึดอำนาจ ยันที่พูดไม่ได้หวงอำนาจ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรี' ขวาง 'ชวน' โละ ผบ.เหล่าทัพ พ้น ส.ว. ยันไม่ได้หวงอำนาจ - 'พรเพชร' ค้านแก้ ม.256      -เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไข รธน. เห็นด้วยกับแนวความคิดของนายชวน โดยไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งข้าราชการประจำมาเป็น ส.ว. ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักประชาธิปไตยสากล จะทำให้เกิดความลักลั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ระหว่าง ผบ.เหล่าทัพ   -สรรพากรรีดต่อ อ้างเลี่ยงภาษีบ้าน คอนโด ที่ดิน ปล่อยเช่า เร่งประสานองค์กรท้องถิ่นเชื่อมโยงกัน เก็บภาษีคนปล่อยเช่าบ้าน คอนโด ที่ดิน ดุบัญชีที่มีการโอนเงินเข้าทุกต้นเดือน ถ้าหลีกเลี่ยงถูกลงโทษแน่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โดนอีก! สรรพากรรีดเก็บภาษี คนปล่อยเช่าบ้าน-คอนโด-ที่ดิน ห้ามเลี่ยงจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา   -รวบแล้ว หนุ่มอารมณ์ร้อนจ่อยิงผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาคลองท่อม จ.กระบี่ เสียชีวิต คางานเลี้ยงปีใหม่ อ้างบันดาลโทสะ และแค้นดูถูกผู้ตายดูถูกว่าจน ขณะชนแก้ว ทำให้รู้สึกไม่พอใจ และเชื่อว่าผู้ตายก็พกอาวุธปืนมาด้วย จึงกลับไปเอาปืนลูกซองยาวที่บ้านแล้วย้อนมาในงานอีกครั้ง เมื่อเห็นผู้ตายนั่งหันหลัง จึงได้เรียกชื่อ เมื่อผู้ตายหันมาก็เอาปืนจ่อยิงทันที  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบหนุ่มปืนโหดจ่อยิง ผจก.ธ.ก.ส.ดับคางานเลี้ยงปีใหม่ อ้างบันดาลโทสะ แค้นถูกดูถูกว่าจน ขณะชนแก้ว   -หนุ่มชลบุรีถูกชาย 2-3 คนอ้างเป็นตำรวจชุดสืบสวน แต่ไม่ใส่เครื่องแบบ เอาถุงคลุมหัวมาจากบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นำตัวมาขึ้นรถเก๋งแล้วทำร้าย มีดฟันกลางศีรษะ นิ้วมือขวาถูกของมีคมฟันเกือบขาด อาการสาหัส ต้องแกล้งตายแน่นิ่งไป ถูกทิ้งภายในป่าเกษตรชุมชนหนองรี เคราะห์ดีชาวบ้านมาช่วย แต่พูดไปอีกทาง คนเจ็บชื่อนายโก้ชอบเมากาวอาละวาด ถือมีดไล่ตี ไล่ฟันชาวบ้าน ก่อเรื่องไว้เยอะ โดนซะบ้างก็ดี ไม่มีใครสงสาร ตร.เมืองชลบุรี เตรียมเรียกมาสอบปากคำอีกครั้งหลังรักษาหายดีแล้ว คาดน่าจะมีอะไรบางอย่างที่เป็นความลับปิดบังไม่ยอมบอกให้หมด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวบ้านแฉนิสัยหนุ่มเมากาวคลั่ง หลังอ้างถูก ตร.อุ้มมาทำร้ายก่อนทิ้งกลางป่า    -โจ๋คู่อริเดือด เคลียร์ปัญหาไม่จบ พ่อวัยรุ่นคู่กรณีถือไม้เข้าคุย แต่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมตื้บ ฟันหัว ถึงโคม่ายังไม่ฟื้น เหตุเกิดที่ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดจาก ลูกชายผู้บาดเจ็บ มีเรื่องชกต่อยกับกลุมวัยรุ่นในหมู่บ้าน และตามมารุมทำร้ายถึงในบ้าน จนผู้ใหญ่ช่วยเคลียร์ สุดท้าย กลุ่มวัยรุ่นไม่จบ ตามหาเรื่องต่อ ในคืนส่งท้ายปีเก่า ด้านพ่อไม่พอใจ หยิบไม่ป้องกันตัว ออกไปพูดคุยกลับถูกรุมฟันหัวแบะ ครอบครัวยันเอาเรื่องถึงที้สุด   -หนุ่มเมากร่าง อาละวาดใส่ ตร.ที่ด่านตรวจ หน้าโรงพักดงละคร นครนายก หลังเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นตามปกติ ดาบตำรวจเข้าไปช่วยระงับเหตุ ทั้งที่ไม่ได้เข้าเวร ถูกชายคนดังกล่าวอาละวาดหนัก ก่อนใช้หัวโขกเบ้าตาจนตำรวจคนดังกล่าวร่วงลงไปนอนกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มเมากร่างอาละวาดใส่ตร.ที่ด่านตรวจ ดาบตำรวจออกเวรเข้าช่วยระงับเหตุถูกหัวโขกเบ้าตาปูด ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว   -สาววัย 17 ปีโร่แจ้งความถูกหนุ่มวัย 27 ปี ที่รู้จักกันผ่านแอป ลวงเข้าโรงแรมหวังข่มขืน ทำทีนัดไปเคาท์ดาวน์ที่บางแสน พอจบงานฉลองปีใหม่จะกลับบ้าน แต่ฝ่ายชายอ้างปวดขาวกรถพาเข้าโรงแรม ลวนลามหวังข่มขืน แต่ตนไม่ยอม บอกให้ให้ไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางก็โดนลวนลามบนรถอีก จึงให้บอกให้ฝ่ายชายจอดรถข้างทาง จากนั้นจึงลงจากรถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านฝ่ายชายโต้ ฝ่ายหญิงให้ไปรับที่ จ.นครนายก และบอกว่าตอนอายุ 20 ปี โดยไม่รู้ว่าว่าจะอายุเพียงแค่ 17 ปี เมื่อมาถึงฉลองส่งท้ายปีเก่าจบ ตนปวดขาเลยพาเข้าโรงแรมจะขอนอนพัก ซึ่งขณะอยู่ในโรงแรมฝ่ายชายอ้างได้นอนกอดกับฝ่ายหญิงตามปกติของหนุ่มสาว แต่พอเห็นฝ่ายหญิงทั้งแชททั้งคุยกับผู้ชายตนก็เห็นว่าฝ่ายหญิงมีแฟนแล้วจึงพากลับ จนท.คุมตัวหนุ่มรายดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนฝ่ายหญิงเตรียมประสานสหวิชาชีพมาร่วมทำการสอบสวนอีกครั้ง  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มแชทสาว 17 ชวนมาเคาท์ดาวน์ อ้างปวดขาก่อนลวงเข้าโรงแรม    -เตือน กินปลาหมึกบลูริงอาจถึงตาย เพจตาก ซิตี้ โพสต์มีประชาชน ซื้อปลาหมึกบลูริงไปรับประทานไห้ระวังอันตรายถึงชีวิต โดยระบุว่าซื้อมาจากจังหวัดตาก ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่ ตลาดสดเทศบาลเมืองตาก ซึ่งเป็นร้านขายอาหารทะเลใหญ่ ปรากฏว่าแม่ค้าไม่ให้ถ่ายภาพ บอกเพียงสั้นๆว่า ไม่ต้องการให้เป็นข่าวกลัวเสียชื่อเสียง และยังบอกอีกว่าไม่เคยเอาปลาหมึกที่เป็นอันตรายมาขาย ทั้งนี้หมึกบลูริงฉายาสวยประหาร เป็นสัตว์รักสงบแต่พิษร้ายรอบตัว เหมือนที่พบในปลาปักเป้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือนภัย 'หมึกบลูริง' ฉายาสวยประหาร พิษร้ายเหมือนปลาปักเป้า กินแล้วอันตรายถึงตาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PxbWNX85QJY

 7,922
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.การจราจรเริ่มหนาแน่น - ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 วัน 208 ราย

ภาพบรรยากาศบนถนนมิตรภาพ ประชาชานแห่เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงปากช่อง-โคราช ปริมาณรถหนาแน่น    ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุยอดรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 2562 เกิดอุบัติขึ้นแล้ว 1,988 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 208 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,031 คน    ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศที่ 11 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดนครปฐม ส่วนสาเหตุสูงสุดเกิดจากการเมาแล้วขับ และ ขับรถด้วยความเร็ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/bY3O3KKIiV8

 12,279
สังคม
01 ม.ค. 63

ปชช.ทยอยเดินทางกลับ กทม.การจราจรเริ่มหนาแน่น - ยอดผู้เสียชีวิตรวม 4 วัน 208 ราย

ภาพบรรยากาศบนถนนมิตรภาพ ประชาชานแห่เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร การจราจรเริ่มติดขัดตั้งแต่ช่วงปากช่อง-โคราช ปริมาณรถหนาแน่น    ขณะที่สถิติการเกิดอุบัติเหตุยอดรวม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 27-30 ธ.ค. 2562 เกิดอุบัติขึ้นแล้ว 1,988 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 208 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,031 คน    ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศที่ 11 ราย ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ จังหวัดนครปฐม ส่วนสาเหตุสูงสุดเกิดจากการเมาแล้วขับ และ ขับรถด้วยความเร็ว   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/bY3O3KKIiV8

 12,279
สังคม
01 ม.ค. 63

7 วันอันตราย วันที่ 4 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 208 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,031 คน สาเหตุหลักยังคงเป็นเมาแล้วขับ

นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2562 เปิดเผยว่าวันที่ 4 ของการรณรงค์ 'ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร' เกิดอุบัติเหตุ 485 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 48 ราย ผู้บาดเจ็บ 484 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.20 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.66 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.76 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 60.41 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.14 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.46   โดยจังหวัด ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 18 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และเลย จังหวัดละ 19 คน   ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 26.19 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.70 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,044 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,757 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 998,559 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 221,435 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 59,953 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,650 ราย   โดยสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ ระหว่าง27 - 30 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,988 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 208 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,031 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์มี 16 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 61 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 66 คน  

 261
สรุปข่าว
31 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 31 ธ.ค.62 - 4 วัยรุ่นพายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง - เงินบาทแข็งค่าในรอบ 6 ปี 9 เดือน - พบศพหญิงถูกฆ่าทุบหัวดับสยอง

- เหนือ อีสาน หนาวขึ้นอีก เย็นข้ามปีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา ไปจนถึง 5 ม.ค.62 ภาคเหนืออากาศแปรปรวน พายุลูกเห็บสร้างความเสียหาย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พบมีบ้านเรือนกว่า 700 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรกว่า 100 ไร่ ได้รับควาเสียหาย ส่วนที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนท.การไฟฟ้า ระดมกำลังกว่า 250 คน พร้อมเครื่องจักรทำการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงขึ้นมาใหม่ ตามจุดต่างๆ พร้อมเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชน   บรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ดอยอินทนนท์คึกคักถึงแม้ช่วง 2 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตก ท้องฟ้าปิดและเกิดพายุลูกเห็บ นักท่องเที่ยวยังขึ้นไปท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียสที่ยอดดอยอินทนนท์  ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอุณหภูมิวัดได้ 9 องศาฯ ขณะที่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย คนแน่น นักท่องเที่ยวเกือบ 5,000 คน พากันขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมอุตุฯ ประกาศ 'เหนือ-อีสาน' หนาวข้ามปี อุณหภูมิลด 1-3 องศา , พายุลูกเห็บถล่ม 'ลำปาง-เชียงใหม่' บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง     - สลดส่งท้ายปี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี        เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่รอด เล่าว่า ตนและเพื่อนรวม 14 คน มาจากจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมาถึงก็นั่งล้อมวงดื่มสุรา ตนและเพื่อนรวม 4 คน ชวนกันพายเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 70 เมตร ปรากฎน้ำเข้าเรือ ท้ายเรือจมลง ต้องบอกให้เพื่อน 3 คน ว่ายเข้าฝั่งก่อน จากนั้นไม่เห็นเพื่อน ตะโกนให้เพื่อนอีกคนบนฝั่งว่ายมาช่วย กลับหายไปอีกคน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สลดส่งท้ายปี! วัยรุ่นพายเรือเล่นในเขื่อนแก่งกระจาน เรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ     - 7 วันอันตราย ยอดสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ศพ กทม.ครองแชมป์เสียชีวิตสะสมมากที่สุด 10 ราย สาเหตุมาจากเมาแล้วขับมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกับปี 2561 ยอดสะสม 3 วันลดลงทั้งหมด จำนวนคนตายลดลง 38 คน ผู้บาดเจ็บลดลง 128 ราย อุบัตเหตุก็ลดลง 127 ครั้ง ขณะที่จำนวนคดีความผิด พ.ร.บ.จราจร แค่ 3 วัน ขึ้นศาล 10,485 คดี เมาแล้วขับสูงสุด 9,556 คดี   ขณะที่ จ.ภูเก็ต กล้องนารถจับภาพนาทีรถตู้รับส่ง นนท.ชาวจีน เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ชนเสาไฟฟ้า 2 ต้น นทท.บาดเจ็บ 5 ราย คนขับถูกอัดก๊อปปี้กับคอนโซลหน้ารถ สอบปากคำคนขับบอกหลับใน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถิติอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ยอดรวมสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ราย สาเหตุหลัก 'ดื่มแล้วขับ-ขับเร็ว'     - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออย่าร่วมวงสร้างความขัดแย้ง กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กังวลลักธิชังชาติ ออกมาระบุมีวายร้ายตัวใหม่ที่เป็นพวกชังชาติ ทำให้เป็นชนวนสร้างความขัดแย้งในอนาคต ว่าประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว แต่อยากให้แสดงความเห็นต่าง และวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ก่อม็อบ ทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้ประโยชน์อะไร ส่วนการเคลื่อนไหวนอกสภาเป็นความเห็นต่าง ไม่ใช่ความขัดแย้ง เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เชื่อว่าที่ผ่านมาประเทศได้บทเรียน   นายสมศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ประชาชนสนับสนุนให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ไม่ควรนำความเห็นของคนเพียงบางกลุ่ม มาตัดสินความเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถตัดสินคะแนนความนิยมของรัฐบาลอยู่ในล่วงขาลงได้ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยังสามารถนำพาประเทศไปรอดท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง   ด้านโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ บอกว่า ก็ว่ากันไปตามผลโพลล์ อยู่ที่มุมมอง ซึ่งหลายสำนักโพลก็แตกต่างกันไป ขึ้นบ้าง ลงบ้างก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายธนาธรก็เป็นนายกโพลล์ไป ส่วน พล.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีในใจคนไทยต่อไป   ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ต้องยอมรับความจริง ว่ากระแสสังคมมีต่อ นายธนาธร ยังร้อนแรง ใช้การขับเคลื่อนผ่านสังคมสื่อโซเชียล ยิ่งตราบใดที่ผู้คนในสื่อสังคมรู้สึกว่า นายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมมากเท่าไหร่ กระแสความเห็นใจและสนับสนุนนายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ อาจมากขึ้นเท่านั้น    ขณะเดียกวันบทบาทและท่าทีของ พลเอกประยุทธ์ ก็ยังติดกับดักกลับการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ล่าสุดไปลงพื้นที่หมอชิต ก็เกิดภาพผู้หญิงเบื่อหน่ายนายกฯ สื่อโซเชียลก็เอาไปขยายผลด้านลบ ทำให้ภาพลักษณ์ลดลงไปโดยปริยาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สุทิน' คาดเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลายเดือน ม.ค.63 -เผยรายชื่อรัฐมนตรีจ่อโดนซักฟอก        - เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน หลุด 30 บาทแล้ว ปิดตลาดวันสุดท้ายของปี 30 ธ.ค.62 ที่ 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในเอเซีย ติดอันดับ 4 ของโลก ส่งออกสะเทือน นักวิเคราะห์เตือนในอนาคตผันผวน ตลาดส่งออกต้องระมัดระวัง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เงินบาทปิด 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งสุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน       -ดับสยอง หญิงวัย 40 ปี ขอสามีมาเที่ยวที่อุทยานศรีเทพ ฉลองปีใหม่กับเพื่อน กลับถูกพบเป็นศพ ถูกฆ่าทุบหัว ที่เกิดเหตุพบลอยคลานหนีตายมาจากไล่อ้อย ก่อนสิ้นใจคาถนนนาสนุ่น-หนองบัว ต. อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ สภาพศพกระโหลกแตก ใบหน้าเละ จนจำไม่ได้ เล็บมือหลุด ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบมือถือผู้ตายตกอยู่ พร้อมค้อนสภาหักออกเป็น 2 ท่อน คาดเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขณะที่สามีทำงานขับรถรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด ช็อกโทรหาภรรยากว่า 10 สาย กลับเจอปลายสายเป็นตำรวจ ล่าสุดสามีปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้   ชุดสืบสวน สืบพบคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะของผู้ตาย หลบหนี  โดยใช้เส้นทางผ่านผ่าน พื้นที่ จังหวัดลพบุรี คาดว่าจะมุ่งหน้าหลบหนีไปทางกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้ 2 เรื่อง เรื่องส่วนตัว และเรื่องชู้สาว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  คนร้ายฆ่าโหดสาว ใช้ค้อนทุบหน้า-กะโหลกแตก ชิงรถกระบะหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่าตัว   -แฉสนั่น บ่อนใหญ่พัทยาใต้ซอย 13 เปิดกลางเมืองโจ่งครึม ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถามก่อหน้า ส.ส.สิระ เจนจาคะ ขึ้นป้ายใหญ่ "รับทุกบ่อนพนัน" พร้อมให้เบอร์โทรแจ้ง แต่พอโทรไปกลับไม่รับสาย ทีหลังถ้าจะขึ้นป้ายแล้วทำไม่ได้ อย่าขึ้น อายหมา เสียชื่อ ด้าน ผกก.โรงพักเมืองพัทยา บอก ก็ไปบุกจับแล้ว ถ้าหวังดีควรแจ้งเจ้าหน้าที่ เอาไปโพสต์ออนไลน์ มันตามจับยากขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'อัจฉริยะ' แฉ 'บ่อนใหญ่พัทยา' ถาม 'ส.ส.สิระ' บอก "รับทุกบ่อน" แต่โทรไปไม่มีใครรับ ตร.แจงบุกจับไปแล้ว   -กระแสตีกลับฝ่ายจยย. กรณีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชน กวาดกลุ่มจักรยานยนต์วัยรุ่นที่กำลังรวมกลุ่มเดินสายทำบุญปีใหม่ กลางถนนเพชรเกษม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 13 ราย หลังมีภาพคนขับกระบะลักษณะถูกกลุ่มจยย.ลากลงจากรถแล้วรุมทำร้าย จนหน้าตาบวมปูด คนขับอ้างก้มเก็บของขณะขับรถทำให้เสียหลัก พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง กลับถูกรุม     ภรรยาคนขับกระบะชี้วัยรุ่นกว่า 10 คนสลับกันรุมทำร้าย จนสามีน็อก ด่าโคตรเหง้า ไม่มีปัญญาชดใช้ ตนพยายามเข้าไปป้องสามี กลับโดนตบ กระชาก อ้อนวอนขอชีวิตเท่าไร ไม่ยอมฟัง   ขณะที่หนึ่งในกลุ่มผู้ขับขี่จยย.ได้ออกมายอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกาย คนขับรถกระบะจริง สาเหตุเพราะโกรธแค้นที่ขับรถมาชนเพื่อน ๆ บาดเจ็บจำนวนมาก แต่เรื่องที่จะไปรังแกผู้หญิง แฟนของ โชเฟอร์กระบะนั้นขอปฏิเสธ ว่าไม่ได้ทำ ยืนยันไม่ใช่เด็กแว้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :คนขับกระบะอ้างก้มเก็บของ ก่อนเสียหลักชนจยย.นับ 10 คัน โวยถูกรุมทำร้ายจนสลบ-ตบภรรยา ด้านคู่กรณียอมรับทำร้ายจริง เพราะโมโห ยันไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง       - หนุ่มอารมณ์ร้อน โชว์กร่าง ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน บนทางม้าลาย บอกเดินตัดหน้าจยย.ตนเอง หลังโดนด่าทุกทิศทุกทาง มือไม้อ่อน กราบขอโทษคู่กรณี บอกจริงๆตนเป็นคนน่ารัก ขอโอกาสแก้ตัว แต่แฟนสาวผู้ก่อเหตุบอก เป็นแบบนี้ตลอด ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว เข้าไปห้ามก็ซ้อมเมีย ด้านคู่กรณีบอกดีที่ตนมีสติ ก็โกรธนิดหน่อยแต่อยากให้อารมณ์เย็นกันนิดนึง ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มอารมณ์ร้อน ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน ล่าสุดมือไม้อ่อน-กราบขอโทษคู่กรณี - ด้านแฟนสาวแฉ "ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว"     -วงจรปิดจับภาพนาทีหนูน้อยวัย 4-5 ขวบ เปิดประตูรถยนต์ออกมาแล้ว วิ่งออกจากรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กวิ่งชนรถรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาที่จอดเข้าอย่างเต็มแรง โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทาหรณ์! นาทีหนูน้อยเปิดประตูรถวิ่งข้ามถนน ชนรถยนต์อย่างจัง เคราะห์ดีบาดเจ็บเล็กน้อย     - โจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาท จากร้านทองใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 เดือนเอากลับมาขายร้านเดิมที่ขโมยไป เจ้าของจำหน้าได้ ยื้อเวลาให้ตำรวจมาจับกุมตัว ผู้ต้องหารับสารภาพ เอาไปขายร้านอื่นมา 8 ร้าน แต่ถูกกดราคา คิดขึ้นมาได้จึงเอามาขายร้านเดิม เพราะคิดว่าได้ราคาดีแน่ เจ้าของคงจำไม่ได้แล้ว จะเอาไปเที่ยวปีใหม่   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบโจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาทจากร้านทอง ผ่านไป 1 เดือน เอากลับมาขายร้านเดิม!       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eKBPJKs7UvI  

 1,797
สังคม
30 ธ.ค. 62

safe road : เปิดสถิติอุบัติเหตุ 3 วัน พบอันดับ 1 คือเมาแล้วขับอันดับ 1

SAFE ROAD : เปิดสถิติอุบัติเหตุ 3 วัน พบอันดับ 1 คือเมาแล้วขับอันดับ 1    วันที่ 30 ธ.ค. 62 7 วันอันตรายช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะนี้ผ่านไปเข้าวันที่ 3 แล้ว ยังพบว่ายังคงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายจุด อย่างไรก้ตามการกู้ซากตู้คอนเทเนอร์ที่ประสบอุบัติเหตุอยู่ทเขาช่องตะกิวนั้น ณ เวลา 12.03 น. มีรายงานเข้ามาว่าเสร้จเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาการในการปิดช่องจราจรไปเมื่อเวลา  06.30 น. - 08.00 น. สามารถจัดการตู้คอนเทเนอร์ได้ ขณะนี้ถนนเส้น 348 ทางเลี่ยงไปอีสานล่าง จากสระแก้วไปบุรีรัมย์ สามารถวิ่งได้ตามปกติทุกช่องทางจราจาร   อย่างไรก็ตามพบว่าสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากการเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสถิติที่พุ่งสูงขึ้นอันดับที่ 1 ในทุกวัน ซึ่งตอนนี้รถกว่า 8 ล้าน 3 แสนคัน ได้กลับถึงที่หมายอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่พบว่ายังต้องมีกาคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมเข้มเป็นพิเศษในร้านที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามขายให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี สามรถเอาผิดร้านค้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการขยยายผลจากคดีที่เด็กและเยาวชนต้องคดีเมาแล้วขับ นำไปสู่การจับคนขาย คนที่ยุโยงส่งเสริมให้เด็กดื่มสุราแล้ว 7 ราย ในหลายจังหวัดด้วยกัน   ทั้งนี้เมื่อไปดูภาพรวมของสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรวม 3 วัน ในช่วงของการเดินทางในช่วงปีใหม่ ขณะนี้พบมีผู้เสียชีวิต 159 คน โดยกรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด ซึ่งสถิติเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2562 อุบัติเหตุ 531 ครั้ง เสียชีวิต 47 คน บาดเจ็บ 560 คน     จังหวัเที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ เชียงใหม่ และนครปฐม  25ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดกรุงเทพมหานคร 5 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ นครปฐม 31 คน     สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดมาจากการดื่มแล้วขับร้อยละ 31.83 รองลงมาคือขับรถเร็วร้อยละ 30.89 โดยรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุมาที่สุดร้อยละ 80.55    ทั้งนี้รวม 3 วัน 27-29 ธันวาคม 2562 เกิดอุบัติเหตุนสะสม 1,504 ครั้ง เสียชีวิต 159 คน บาดเจ็บ 1,549 คน 

 386
สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 62

ปีใหม่ดุ! 7 วันอันตรายปี 63 แค่ 2 วันตายแล้ว 109 ราย นครสวรรค์สูงสุด 5 ศพ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือ ศปถ. พ.ศ. 2563 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2562 เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์  5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน   รวมสองวัน (27-28 ธันวาคม 2562) เกิดอุบัติเหตุสะสม 974 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 109 ราย บาดเจ็บสะสม 993 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด คือ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย นครสวรรค์  จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน และมี 28 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์   สำหรับสาเหตุเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 35.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.00 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 74.57   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย  มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wC4Bfudt_fU

 1,001

Top