ค้นหา :

ผลการค้นหา "แม่"

ข่าวต่างประเทศ
13 พ.ค. 61

วงจรปิดจับภาพสุดช็อก แม่อินเดียเซลฟี่ทำลูกน้อยหลุดมือ ร่วงตกบันไดเลื่อนห้างกระแทกพื้นดับคาที่

วงจรปิดจับภาพสุดช็อก แม่อินเดียทำลูกน้อยหลุดออกจากอ้อมแขน หลังถ่ายรูปเซลฟี่กับสามีขณะขึ้นบันไดเลื่อน ทำให้เด็กพลัดตกจากบันไดเลื่อนชั้น3 กระแทกพื้นห้างเสียชีวิตคาที่    

 29,081
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 61

สุดหดหู่! แม่ใจสลายพาลูกสาว 10 ขวบแจ้งความถูกพ่อ-ปู่ข่มขืนคาบ้าน

สุดหดหู่! แม่พาลูกสาววัย 10 ปี นักเรียนชั้นป.5 เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน ให้จับกุมตัวสามี ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็ก และปู่ หลังลงมือข่มขืนลูกสาวและหลานสาวของตัวเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจับกุมตัวพ่อเด็กหญิงก่อนนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการ  ขณะที่ปู่ยังให้การปฎิเสธ พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นหลานสาวแท้ๆ ของตน ตนจะทำลงคอได้อย่างไร หากตนก่อเหตุจริงคงหลบหนีความผิดไปแล้ว   ด้านแม่ของเด็กระบุว่า ตนรู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามลูกสาวก็ได้ความว่าถูกพ่อล่วงละเมิดทางเพศมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.3 และถูกปู่ข่มขืนมานานกว่า 3 เดือนแล้ว จึงตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความ เพราะที่ผ่านมาตนไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าลูกสาวถูกกระทำเช่นนี้ โดยวันเกิดเหตุตนเห็นลูกสาวหายตัวไป เมื่อตามไปหาก็พบว่ากำลังถูกสามีกระทำชำเรา และตอนนี้สามีก็ถูกจับตัวส่งเข้าเรือนจำแล้ว                        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kc6qOH5ZOeQ  

 24,057
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 61

'แม่แหลม' ปิดทางรีเทิร์น ลั่นไม่รับ 'เก๋' เป็นสะใภ้ บอกหมดเปลือกปมเงินหาย - 'มนัส' เตือนสติแนะโฟกัสมวย

จากกรณีทอล์กออฟเดอะทาวน์ เก๋ พัชรีวรรณ ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจถึงสาเหตุที่ได้เลิกรากับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์มวยโลก หลังคบหาดูใจกันมานาน 14 ปี นั้น   ล่าสุดแม่ของเจ้าแหลมได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนสงสารลูกของตน เนื่องจากเจ้าแหลมรักน้องเก๋มาก และอยู่กินกันมานาน 15 ปี เป็นที่รับรู้กันของญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย ซึ่งการที่เก๋แถลงข่าวนั้น ตนเห็นว่าความจริงหลายเรื่องยังไม่ถูกเปิดเผยจากปากของน้องเก๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินและเรื่องทรัพย์สิน ลูกชายของตนเล่าว่า เงินในบัญชีธนาคารของเจ้าแหลมถูกมือดีแอบเบิกออกมาหมดเกลี้ยง จนกระทั่งลูกชายของตนทราบเรื่อง จึงได้ทวงถามและมือดีคนหนึ่งได้นำเอาเงินมาคืนให้ 2 ล้านบาท ทั้งที่มีการแอบเบิกถอนออกไป 3 ล้านบาทเศษ แต่ลูกชายของตนก็รับได้เพราะความรัก และได้ยอมออกไปจากรังรัก มูลค่า 3.7 ล้านบาท ที่ซื้อให้กับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความรัก และหวังจะครองชีวิตร่วมกัน เพื่อให้ผู้หญิงบางคนได้มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย     โดยในช่วงระยะเวลา 15 ปีที่เจ้าแหลมและน้องเก๋ครองรักด้วยกัน เจ้าแหลมเป็นฝ่ายทำงานหาเลี้ยงน้องเก๋มาตลอด โดยที่น้องเก๋อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร และเมื่อมาประสบความสำเร็จในเส้นทางการชกมวยจนได้เป็นแชมป์โลก เงินและทรัพย์สินทุกอย่าง เจ้าแหลมจะให้น้องเก๋เก็บไว้เป็นส่วนมาก จะเหลือไว้ใช้จ่ายส่วนตัวบ้างเท่านั้น แม้แต่อยู่ในคอนโดมิเนียมที่เจ้าแหลมซื้อไว้ ราคา 3.7 ล้านบาท ก็เป็นชื่อของเก๋ ยังไม่รวมทรัพย์สินต่างๆ จำนวนมากที่ให้น้องเก๋นำเอาเงินไปซื้อให้กับพ่อแม่ของน้องเก๋ หากจะอ้างว่าเป็นเงินส่วนตัวของเก๋ ตนไม่ทราบว่าเก๋จะนำเอาเงินมาจากที่ใด เพราะว่าไม่ได้ทำงานอะไรเลย จะมีรายได้เงินทองมาได้อย่างไร เงินทุกอย่างมาจากเจ้าแหลมทั้งสิ้นที่มอบให้กับเก๋   แม้ว่าในอนาคต เจ้าแหลมและน้องเก๋จะหวนกลับมาคืนดีกัน ตนก็คงรับไม่ได้ เนื่องจากว่าภาพที่เก๋และผู้ชายคนอื่นสนิทสนมกันอย่างนั้น ไม่มีพ่อแม่ของฝ่ายชายคนใดรับได้ ตนคงไม่สามารถที่จะรับเก๋มาเป็นลูกสะใภ้ได้อีกต่อไป และขอฝากถึงน้องเก๋ว่า หากจะมีครอบครัวใหม่ ก็ขอให้ทำตัวให้ดี เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี พฤติกรรมอะไรที่ไม่เหมาะสมเหมือนกับในช่วงที่อยู่กับลูกชายของตน ก็ควรที่จะเลิกปฏิบัติได้แล้ว     ขณะที่ มนัส บุญจำนงค์ นักชกฮีโร่ของชาวไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และเหรียญเงินโอลิมปิก ปักกิ่งเกมส์ ปี 2008 ที่ประเทศจีน ได้ออกโรงเตือนสติแชมป์โลกรุ่นน้อง หลังเคยประสบปัญหาแบบเดียวกันนี้มาเช่นกัน   โดยมนัส กล่าวว่า จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคนที่จะต้องคุยกัน เพาะเบื่องลึกเป็นอย่างไรเราไม่สามารถรู้ได้ ใครนอกใจใครตัวเขาเองคงรู้ดี แต่ในฐานะนักมวยรุ่นพี่ที่เคยผ่านประสบการณ์จุดนั้นมาแล้วอยากจะเตือน ศรีสะเกษ ให้กลับมาโฟกัสที่มวยเป็นอันดับแรก กลับมามุ่งมั่นสมาธิในการซ้อม และป้องกันแชมป์เพื่อแฟนมวยชาวไทยเป็นเป้าหมายแรก ผมเข้าใจดีว่าตอนนี้ ศรีสะเกษรู้สึกอย่างไร แต่ถ้ามันไม่ใช่คู่กันทำอย่างไรคงไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม และถ้ามัวไปกังวนกับเรื่องความรัก แน่นอนว่าการชกมวยจะต้องหล่นไป ซึ่งเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเห็นศรีสะเกษพลาดแชมป์โลกในการป้องกันแชมป์ครั้งหน้าไปเพราะเหตุผลอย่างแน่นอน               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vSdk2zpd6p4

 58,743
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ค. 61

สุดอาลัย ครอบครัวจัดพิธีรดน้ำศพ ส.ต.ท.ถูกนักค้ายายิง พ่อกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ครอบครัว มุทาพร รับศพ ส.ต.ท.ศรันธ์ มุทาพร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บ้านแฮด ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.4, ที่ถูก นายสุริยันต์ หรือ น้อย เหล็กเพชร ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ยิงตกน้ำเสียชีวิตในลำน้ำปาว อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ กลับมาตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลากุศลสงเคราะห์ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย โดยมี พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย และ นางพัชรี มุทาพร บิดาและมารดา มารอรับศพด้วยความโศกเศร้า          โดย พ.ต.อ.เกษม เปิดใจด้วยน้ำตาคลอว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะ ส.ต.ท.ศรันธ์ เป็นลูกชายคนเดียวและคนสุดท้องที่รักมาก และมีใจรักการเป็นตำรวจเหมือนพ่อ ภูมิใจที่ลูกเป็นคนกล้าเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเอง ทุกครั้งที่ออกปฏิบัติงาน ก็จะกำชับเสมอว่าอย่าประมาท ต้องวิเคราะห์เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ให้ขาด มีเซ้นส์ที่ดี วันเกิดเหตุกำลังอาจมีน้อยไปหน่อยคนร้ายจึงกล้าต่อสู้   ตนคาดว่าลูกคงประเมินสถานการณ์ผิดและคิดว่าคนร้ายไม่มีอาวุธ เพราะปกติลูกชายเป็นคนฉลาด หลักแหลม ตัดสินใจได้ดี แต่ก็มาพลาดจนได้ ซึ่งได้ฟังจากเพื่อนตำรวจเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าน้องโอมถูกยิงนัดแรก ได้ว่ายน้ำหนีและร้องขอชีวิตกับผู้ต้องหา บอกว่า ขอชีวิตเถอะ อยากไปก็ไปเลย ผมไม่จับแล้ว แต่คนร้ายก็ไม่ฟังแล้วยังยิงซ้ำ ทำให้น้องโอมจมน้ำลงไปตรงนั้น     ด้าน นางพัชรี มุทาพร มารดา กล่าวสั้น ๆ ว่า ภูมิใจในตัวลูกชาย และเสียใจที่ลูกจะได้กลับมาอยู่กับแม่ กับครอบครัวในเร็วๆ นี้แล้ว ก็มาเสียชีวิตก่อน แต่ก็ดีใจที่ในชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่งได้เสียสละ ได้ทำในสิ่งที่กล้าหาญ                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ObLoTVAFGYE  

 16,487
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ค. 61

ทนายเผย 'เปรี้ยว' ยอมรับผิดไม่ขออุทธรณ์คดีฆ่าหั่นศพ แม่รุดเยี่ยมวอนสังคมให้อภัยลูก

จากคดีสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ น.ส.แอ๋ม วริศรา กลิ่นจุ้ย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2560 ซึ่งล่าสุดศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว และ น.ส.กวิตา หรือเอิร์น  แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงพิจารณาลดโทษเหลือ 1 ใน 3 ให้จำคุกรวม 34 ปี 6 เดือน ส่วนนายวศิน นามพรหม โดนจำคุก 23 ปี 4 เดือน 22 วัน ขณะที่ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้  โดนจำคุก 33 ปี 9 เดือน และน.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือเบนซ์ ข้อหารับของโจร ถูกจำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 1 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ให้กับครอบครัวผู้ตาย นั้น     ล่าสุด นายอมรพงศ์ จันทร์กวี  ทนายความส่วนตัวของเปรี้ยวและเอิร์น ได้เดินทางเข้าพบเพื่อสอบถามเรื่องการขออุทธรณ์โทษ หลังจากที่ศาลพิพากษาจำคุก 34 ปี 6เดือน   โดยนายอมรพงศ์กล่าวว่า จากการพูดคุยเปรี้ยว ยืนยันว่าไม่ขออุธรณ์โทษที่ศาลพิพากษาแล้ว  ขอยอมรับชดใช้กับสิ่งที่ทำลงไป ซึ่งทางครอบครัวเปรี้ยวก็มีความเห็นตรงกันว่าไม่อุทธรณ์โดยเปรี้ยวกล่าวกับทนายว่า เมื่อคืนหลังจากฟังคำพิพากษาแล้ว นอนไม่หลับ พอรู้ถึงอัตราโทษที่ศาลพิพากษา  ตอนนี้เปรี้ยวกังวลใจเรื่องจะต้องโดนย้ายไปคุมขังที่เรือนจำคลองไผ่ เพราะหากต้องย้ายไปจริงก็ต้องปรับตัวใหม่ และสิ่งที่เปรี้ยวตกใจคือ เห็นชื่อตัวเองปรากฎบนกระดานในเรือนจำที่ระบุอัตราสูงสุด       ส่วนเรื่องการอุทธรณ์ของฝั่งโจทก์ ครอบครัวของน้องแอ๋ม ก็เป็นสิทธิทำได้ ซึ่งหากทีการอุทธรณ์จริงตนก็ไม่หนักใจอะไร เพราะเปรี้ยวและเอิร์นได้พูดความจริงไปทุกอย่างแล้ว ศาลก็พิจารณาให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่จำเลยที่ 1 คือเปรี้ยวและจำเลยที่2 คือเอิร์น ก่อเหตุนั้นที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และเขาไม่ได้เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองเพราะหากไตร่ตรองก่อนจะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์พร้อม แต่อุปกรณ์ต่างๆ ตามซื้อทีหลังโดยเฉพาะถุงดำที่ทำให้แอ๋มเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ   ในส่วนของเอิร์น ทนายความระบุว่า ทางเอิร์นแจ้งขออุธรณ์โทษที่ได้รับ เพราะเอิร์นไม่ได้ตั้งใจฆ่าแอ๋มแต่เหมือนตกกระไดพลอยโจนไปกับเปรี้ยว เพราะเอิร์นและเปรี้ยวรักกันมาก เพื่อนว่าไงก็ว่าตามนี้ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะพิจารณายื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป     สำหรับทนายความของเปรี้ยวและเอิร์นนี้ หลายคนสงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน และเป็นเหมือนฮีโร่มาช่วยให้เปรี้ยวและเอิร์นไม่ต้องถูกพิพากษาประหารชีวิต  นายอมรพงศ์กล่าวว่า การเข้ามาช่วยคดีนี้ ตนไม่ได้พลิกคดีได้ แต่เป็นเพราะความจริงที่ลูกความของตนพูดจริงและประจักษ์พยาน ทั้งวัตถุและผลการตรวจของแพทย์ชัดเจน จึงทำให้ศาลพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ว่าเป็นมาอย่างไร เพราะขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีใครรู้ดีเท่าผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คน แต่ก็พิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐานที่มีอยู่    ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นตนไม่ได้คิดค่าว่าความกับเปรี้ยว เป็นเหมือนการช่วยเหลือกัน ซึ่งการเข้ามาช่วยเหลือเปรี้ยวนั้นแรกเริ่มตนเป็นทนายความให้กับเอิร์นก่อน แล้วทางเอิร์นขอให้มาช่วบเปรี้ยวด้วย ตนจึงอาสามาช่วย     ด้านนางสาคร ภาษี แม่ของเปรี้ยว เมื่อวานนี้หลังจากกลับจากเยี่ยมเปรี้ยวที่เรือนจำ แม่ก็เปิดใจว่าเมื่อวานได้คุยกับเปรี้ยวแค่ 5 นาที ทันทีที่เห็นหน้าลูกแม่ก็น้ำตาซึม เปรี้ยวบอกกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เปรี้ยวยอมรับผิดและขอชดใช้กรรมกับสิ่งที่ทำไป  หากเปรี้ยวต้องไปที่เรือนจำคลองไผ่ แม่ไม่ต้องไปเยี่ยมนะมันไกล   แม่บอกกับเปรี้ยวว่าอดทนนะ ทำตัวดีๆอย่าเกเร แม่จะรอวันลูกออกมา      คุณแม่เปรี้ยวยังกล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากเปรี้ยวปรึกษาพี่น้อง จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่เปรี้ยวทำไปเพราะอารมณ์และความโกรธแค้น จริงๆ แล้วเปรี้ยวไม่ได้มีจิตใจโหดร้ายหรือทำร้ายคนอื่น ตั้งแต่เด็กๆ เปรี้ยวเคยโดนเพื่อนรังแก กรีดเบาะรถจักรยาน ยังวิ่งร้องไห้มาบอกย่า ไม่เคยตบตีหรือทำร้ายใครเลย สิ่งที่เกิดขึ้นก็อยากให้สังคมให้อภัยลูกด้วย    เมื่อวานนี้ คุณแม่เปรี้ยวก็ทำอาหารให้พี่สาวเปรี้ยวและหลานๆ กิน คือแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง แม่บอกว่า แกงหน่อไม้นี้เปรี้ยวชอบมาก หัวอกแม่ได้ทำอาหารที่ลูกชอบมันก็อดคิดถึงเปรี้ยวไม่ได้    แม่ก็รอวันที่เปรี้ยวออกมา แม่จะทำของโปรดให้เปรี้ยวกินทุกอย่าง   จากนี้ไปแม่และครอบครัวก็จะอดทนรอวันที่จะได้เจอหน้าลูกและคงจะมีวันที่ครอบครัวเราได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IkeRNr6gbXM  

 6,066
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

ฟังความ 2 ฝ่าย! ตร.แถลงโต้แม่โพสต์ลูกชายถูกซ้อมยัดข้อหา - เจ้าตัวยันไม่มีเอี่ยวคดีเก๋งยิงจยย.

จากกรณีแม่โพสต์ขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย นายพงศธร หรือเอ็ม อายุ 27 ปี  อ้างถูกตำรวจ สน.สายไหมซ้อมให้รับผิดคดีฆ่าคนตาย จากเหตุการณ์คนขับเก๋งชักปืนยิง จยย. ขับปาดหน้าเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น     ล่าสุด พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รองผกก.สส.สน.สายไหม ได้เปิดแถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว หลังเกิดเหตุตำรวจได้เชิญตัวนายพงศธรมาสอบสวนข้อเท็จจริงเนื่องจากอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการแตะเนื้อต้องตัวและไม่ได้ใส่กุญแจมือ ซึ่งจากการสอบสวนนายพงศธรให้การปฏิเสธ     หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จนได้ภาพกล้องวงจรปิด โดยปรากฎเป็นภาพว่านายพงศธรได้ลงมาจากรถของมือปืน แล้วพากันเดินไปดูศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ก่อนที่มือปืนจะหลบหนีไป จากนั้นศาลได้มีการอนุมัติหมายจับเจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปทำประวัติตอนเวลา 15.00 น. ของวันที่ 28 เม.ย. ซึ่งตอนนั้นผู้ต้องหายังมีสภาพร่างกายปกติไม่มีบาดแผลใดๆ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะมีการมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม วันที่ 30 เม.ย. เพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ประพจน์ ในข้อหา”ทำร้ายร่างกาย” ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. ได้โพสต์ภาพว่าโดนทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ก่อน ถ้าพบว่าทางนายพงศธรมีการทำให้ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่เสียหายก็จะดำเนินคดีกับผู้นั้น   โดยระหว่างที่ตำรวจกำลังแถลงปรากฏว่านายพงศธรและแม่ได้เดินทางเข้ามาในห้องแถลง พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ท้าเดิมพันกันด้วยตำแหน่ง หากไม่ได้ทำผิดจริงขอให้ตำรวจลาออกจากราชการ    ด้านนายพงศธรเล่าเหตุการณ์ว่าเกิดเหตุว่า ขณะที่กำลังนั่งดื่มเหล้า เห็นนายซิ่งถอยรถชนกระถางจึงอาสาไปช่วย สักพักนายซิ่งก็ไปยิ่งคู่กรณี ทำให้ตนเองมีภาพนั่งอยู่บนรถ                            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IupkMLAaGiw  

 5,196
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ค. 61

ด.ช. 9 ขวบถูกหมาจรจัดรุมกัดเจ็บสาหัส แม่เผยลูกเพิ่งโดนสุนัขกัดเมื่อเดือนที่แล้ว

เกิดเหตุเหตุสุนัขรุมกัดเด็กชายวัย 9 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณโรงงานเสาเข็มแห่งหนึ่ง ถ.บางกะดีสายใน ม.2 ต.บางกะดี อ.เมืองปทุมธานี      จากการสอบถามแม่เด็กให้การว่า ก่อนเกิดลูกสาววัย 10 ขวบ และลูกชายเดินออกไปซื้อขนมที่ร้านค้าด้านนอก แต่สักพักลูกสาวก็ได้วิ่งกลับมา พร้อมกับมี น้องชายขี่หลังมา บอกตนว่าน้องถูกหมา 2 ตัวรุมกัด ตนอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาดำเนินการนำสุนัขไปไว้สถานที่เลี้ยงให้ด้วย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นสุนัขจรจัด กัดเด็กๆและผู้ใหญ่มาแล้วหลายคน นอกจากนี้ ลูกชายก็เพิ่งถูกสุนัขในโรงงานกัดเมื่อเดือนที่แล้ว และเพิ่งจะไปฉีดยาเข็มสุดท้ายเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ แต่ก็มาถูกสุนัขรุมกัดในวันนี้อีก                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/eLquaYRTRIQ

 2,230
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 61

รพ.เมืองสระแก้วแถลงปมแม่พาลูกสาว 2 ขวบป่วยไปหาหมอแต่ห้องฉุกเฉินปิดสุดท้ายเสียชีวิต

จากกรณีชาวเน็ตโพสต์ร้องทุกข์ ด.ญ.วัย 2 ขวบ เสียชีวิตหลังแม่พามาตรวจที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แต่เจ้าหน้าที่รพ.ไม่ยอมรักษาช่วงตี 5 อ้างว่าแผนกฉุกเฉินปิดทำการ จนทำให้เด็กเสียชีวิต เมื่อไปแจ้งความตำรวจไม่ยอมรับแจ้งนั้น     ล่าสุด นพ.อภิรัต กตัญญุตานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยเชิญ ครอบครัวของดญ.ญาณิศา นำโดย จ.ส.อ.มารุต คุณมี อายุ 44 ปี พ่อแม่และญาติๆ รวมกว่า 10 มาร่วมรับฟังการแถลงด้วย     นพ.อภิรัต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. ด.ญ.ญาณิศา มีอาการไข้สูง หนาวสั่น อาเจียน และถ่ายท้อง ตรวจพบไข้ 40 องศา ชีพจร 110 ครั้งต่อนาที เด็กรู้สึกตัวและตื่นดี แพทย์วินิจฉัยว่า ลำไส้อักเสบ ให้การดูแลรักษาโดยการให้ยาลดไข้ ยาแก้อาเจียน และเกลือแร่ไปรับประทาน พร้อมเช็ดตัวลดไข้จนอาการดีขึ้น ให้คำแนะนำและให้กลับไปรักษาต่อที่บ้าน 4 พ.ค. เวลาประมาณ 6.13 น. คุณแม่เด็กพาผู้ป่วยมาที่ห้องฉุกเฉินแล้วพบพนักงานที่หน้าห้องฉุกเฉินที่เป็นเวรเปล พูดคุยกับแม่ ซึ่งทำให้เข้าใจว่าห้องฉุกเฉินปิดบริการ และเปิดบริการอีกครั้งตอน 07.00 น. แม่จึงอุ้มลูกไปรับบริการที่ตึกผู้ป่วยนอก     ต่อมาเวลา 07.02 น. เห็นว่าลูกไม่ดีขึ้น จึงพามาตรวจที่ห้องฉุกเฉิน พบว่าเด็กตัวเขียว ชีพจรเบา ตัวลายและมีภาวะขาดน้ำมาก (sunken eyeball, severe dehydration) แพทย์และเจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือโดยให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะ และใส่ท่อช่วยหายใจ หลังใส่ท่อเด็กมีอาการหัวใจหยุดเต้นและช่วยฟื้นคืนชีพ ซึ่งฟื้นมาเป็นช่วงๆ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพทั้งหมด 3 ครั้ง ตั้งแต่ 07.35-08.57 น. และเสียชีวิต 09.35 น.   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจอย่างมาก และน้อมรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะนำข้อผิดพลาดดังกล่าวไปแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทางที่ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งกรณีดังกล่าวเข้าข่ายมาตรา 41 ทางผู้เสียหายจะได้รับเงินเยียวยา เบื้องต้นในวงเงินไม่เกิน 4 แสนบาท โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดคาดว่าไม่เกิน 2 เดือน   โดยทางญาติก็ยอมรับข้อตกลงในกรณีการเสียชีวิตและเซ็นรับทราบ แต่ยืนยันจะยังไม่เผาศพน้องกวาง จนกว่าจะได้รับการเยียวยาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าการดำเนินการจะไม่เกิน 2 เดือน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/-53r8Sr8f0k

 18,572
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ค. 61

เศร้า คนขับรถกู้ภัยกราบขอขมา 'แม่น้องมด' ก่อนลาบวชไม่มีกำหนดสึก

จากกรณี น.ส.มาริษา หรือน้องมด วิลัยกรวด อายุ อายุ 22 ปี อาสาสมัครทดลองงานหน่วยกู้ภัยฮุก.31 นครราชสีมา ประจำจุดโพธิ์กลาง ประสบเหตุอุบัติเหตุเสียชีวิต ขณะเดินทางไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำนั้น   ล่าสุด นายวิโรจน์ ทิพย์สันเทียะ อายุ 55 ปี คนขับรถพยาบาลกู้ชีพคันที่ประสบอุบัติเหตุ ได้เดินทางมากราบขอขมาแม่และย่าของน้องมดที่วัดใหม่อินทราราม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ   โดยนายวิโรจน์กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตนเองยอมรับผิดทุกอย่าง และขอให้คุณแม่รวมถึงญาติๆ ของน้องมดอโหสิกรรมให้ตนเองด้วย โดยหลังจากนี้ก็จะขอบวชอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณของน้องมดอย่างไม่มีกำหนดลาสิกขา ซึ่งทางแม่ของน้องมดก็อโหสิกรรมให้กับนายวิโรจน์ในครั้งนี้ หลังจากนั้นนายวิโจน์ก็ไปจุดธูปกราบขออโหสิกรรมต่อหน้าโลงศพน้องมด ด้วยใบหน้าที่เศร้าโศกเสียใจ     ด้านพี่ชายของน้องมดเปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นมานั้นก็ผ่านพ้นไปแล้ว ขออโหสิกรรมให้ เนื่องจากครอบครัวของตนได้เสียคุณพ่อไปตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็มีคุณพ่ออีกคนที่คอยดูแลและรักมดเป็นอย่างมาก ซึ่งทางคุณพ่อเอง เมื่อทราบเรื่องครั้งแรกรู้สึกโกรธมาก และใช้เวลาทบทวนความคิดอยู่นาน เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที ไม่ว่าที่ไทยหรือเยอรมัน มดเป็นเด็กดี มีความตั้งใจ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงขออโหสิกรรมให้เช่นกัน                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/qjaSPtxchr8

 38,616
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 61

แม่หนูน้อยวัย10เดือนดับปริศนาคาเนอสเซอรี่ ลั่นไม่เผาศพลูกจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

จากกรณีแม่ร้องทุกข์ "น้องนาวา" ลูกชายอายุ 10 เดือน เสียชีวิตปริศนาคาเนอสเซอรี่ใน จ.สมุทรปราการ หลังนำไปฝากเลี้ยงได้เพียง 6 วัน เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมานั้น ล่าสุดทางครอบครัวตัดสินใจไม่เผาศพน้องนาวา และเคลื่อนย้ายร่างไปเก็บไว้ที่ป่าช้าวัดแพรกษา เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง    ด้านคุณแม่ระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจเก็บศพลูกไว้เพราะต้องการทวงความยุติธรรมให้กับลูก ส่วนเรื่องคดีขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า เบื้องต้นทราบเพียงทางตำรวจได้ตั้ง 2 ข้อหา ทั้งนี้ตนเองได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาแล้ว                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/W50x_UOo0dY

 6,235
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 61

แม่ร้องลูกชายวัย 10 เดือนเสียชีวิตปริศนาคาเนอสเซอรี่ หลังฝากเลี้ยงแค่ 6 วัน

แม่ร้องทุกข์ลูกชายอายุ 10 เดือน เสียชีวิตปริศนาคาเนอสเซอรี่ หลังนำไปฝากเลี้ยงได้เพียง 6 วัน โดยเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. ทางโรงเรียนโทรศัพท์มาแจ้งตนเองให้รีบกลับดูลูกชายที่โรงเรียน โดยไม่ยอมบอกว่า ลูกชายเป็นอะไร เมื่อคาดคั้นทางโรงเรียนจึงยอมบอกว่าลูกชายไม่หายใจแล้ว ตนเองจึงติดต่อสามีแล้วรีบมาดูลูกชายที่โรงเรียน เมื่อมาถึงทางครูพี่เลี้ยงบอกกับตนเองว่าเห็นลูกชายนอนมีผ้าปิดหน้าอยู่ ทางครูพี่เลี้ยง จึงหยิบผ้าออกจากหน้า แต่ลูกชายตนเองกลับร้องไห้ ทางครูจึงนำผ้าปิดหน้าไว้เหมือนเดิม ซึ่งข้อนี้ตนเองตนสงสัยว่า ทำไมครูพี่เลี้ยง ไม่มีความเฉลียวใจ ที่เห็นเด็กนอนท่าเดิมเป็นเวลานาน     เมื่อตนเองสอบถามชาวบ้านก็ทราบว่า ทางโรงเรียนได้ตามผู้ปกครองของเด็กคนอื่นมารับลูกหลานกลับบ้านตั้งแต่เวลา 11.00 น. จึงทำให้ตนเอง และ สามี ติดใจว่า ทำไมทางโรงเรียนไม่รีบนำลูกชายส่งโรงพยาบาล แล้วรีบโทรศัพท์แจ้งตนเอง จึงขอเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชา และจะดำเนินการต่อสู้ให้ถึงที่สุด                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QxYAYHkYZEo

 24,473
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 61

แม่จอดรถติดเครื่องแวะซื้อของ5นาที กลับมาอีกทีรถโดนขโมยพร้อมลูกชาย โชคดีได้ลูก-รถคืน

อุทาหรณ์ แม่จอดเก๋งติดเครื่องแวะไปซื้อของในร้านมินิมาร์ทกลางเมืองระยองแค่ 5 นาที กลับมาอีกทีรถหายไปพร้อมกับลูกชายวัย 3 ขวบ เคราะห์ดีพลเมืองโทรมาแจ้งว่าพบตัวลูกชายหลังเด็กหายไป 40 นาที ส่วนรถถูกนำไปจอดทิ้งไว้ในวัดแต่ไม่พบคนร้าย ด้านผู้เสียหายรับประมาทเอง พร้อมร่ำไห้ขอบคุณความช่วยเหลือจากทุกคน ส่วนตำรวจเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามจับตัวคนร้าย ซึ่งเบื้องต้นทราบเพียงเป็นผู้ชาย แต่ไม่สามารถจดจำรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/EPgJpAEMcts

 28,843
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 เม.ย. 61

ฟังความ2ฝ่าย! แม่หนุ่มซิ่งเก๋งทับวัยรุ่นดับปมจอดรถขวางทาง อ้างลูกโดนทำร้ายก่อน - ชาวบ้านแฉคนสุดระอา

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นมีปากเสียงกับครูสาวซึ่งเป็นเจ้าของรถเก๋ง บริเวณทางลงสะพานภายในซอยสุริวงศ์ ถนนเทศบาลสาย 1 เขตธนบุรี ก่อนที่ลูกชายของครูจะขับรถออกมาพุ่งชนมอเตอร์ไซค์ของกลุ่มวัยรุ่น ทำให้ นายนพรัตน์ พันธุอารี อายุ 18 ปี เสียชีวิต และนายนครินทร์ สินธนภารดี ได้รับบาดเจ็บนั้น     ด้านแม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่าตอนนี้ความรู้สึกแย่มากเพราะมีลูกคนเดียว หลังจากเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้รับคำขอโทษ มีเพียงฝากพวงหรีด และเงิน 10,000 บาทผ่านทางพระมาช่วยเหลือ     ขณะที่ครูสาวคู่กรณีอ้างว่า หลังมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นตนเองได้ไปบอกลูกชายจริง แต่ตอนที่เกิดเหตุลูกชายถูกฟันก่อน และที่บีบแตรเพราะต้องการไล่กลุ่มวัยรุ่นไป ยืนยันพร้อมจะเยียวยาผู้ตาย แต่ตอนนี้ตนเองก็กลัวมาก ไม่สามารถกลับไปอยู่บ้านได้ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างปรึกษาทนายความเพื่อขอประกันตัวลูกชาย ยืนยันสะพานดังกล่าวตนเป็นผู้สร้างเองจริง แต่ที่ผ่านมากลับถูกชาวบ้านรบกวนมาโดยตลอด   ขณะที่ชาวบ้านในชุมนุมเปิดเผยว่า บ้านของครูคนดังกล่าวไม่ถูกกับใครสักคนในหมู่บ้าน เรียกว่าคนเกลียดกันทั้งซอยก็ว่าได้ เพราะคอยแต่จ้องจะหาเรื่อง ส่วนเรื่องสะพานก่อนหน้านี้เป็นสะพานไม้ และครูได้เปลี่ยนเป็นสะพานเหล็ก    ส่วนความคืบหน้าทางคดีตำรวจได้แจ้งข้อหา 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย                           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/qAmB8teqjkA

 24,825
ข่าวภูมิภาค
18 มี.ค. 61

ลูกชายซึมเศร้าคิดถึงแม่ถูกจับติดคุก หลังโดนสามีเก่านำบัตรปชช.ไปเปิดบัญชี-ก่ออาชญากรรม

ความคืบหน้าจากกรณี นางประไพนี อาทิกร อายุ 57 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม อ.เขาวง ในโอกาสเดินทางตรวจราชการที่ อ.เขาวง เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 60 หลังนางสาววารีรัตน์ สำเร็จงาน อายุ 37 ปี ลูกสาว ถูกตำรวจยะลา นำหมายศาลมาจับกุมและควบคุมตัวไปนั้น ล่าสุด นางวราภรณ์ เปล่งแสง ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากยุติธรรม จ.ยะลา ให้ดำเนินการตรวจสอบสภาพครอบครัวนางสาววารีรัตน์ที่ต้องการความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในการต่อสู้คดีตามสิทธิ์ โดยได้มอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงว่าจะเข้าเกณฑ์ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมหรือไม่ ก่อนส่งข้อมูลไปที่ยุติธรรม จ.ยะลา ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการ ส่วนของการช่วยเหลือ "น้องมิวสิค" ลูกชายนางสาววารีรัตน์นั้น ก็จะได้ประสานบ้านพักเด็กและครอบครัว หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความช่วยเหลือต่อไป เนื่องจากการตรวจสอบพบว่าทางครอบครัวมีรายได้รวมกันเพียงเดือนละประมาณ 1,000 บาทเท่านั้น โดยเฉพาะหลังจากที่นางสาววารีรัตน์ถูกจับกุม ความเป็นอยู่ยิ่งลำบาก สภาพร่างกายและจิตใจอ่อนแอ โดยนางประไพนี เป็นโรคหัวใจรุมเร้า ส่วนน้องมิวสิค บุตรชายก็มีอาการซึมเศร้า เพราะคิดถึงแม่มาก มักจะนำภาพถ่ายของแม่มาดูและบ่นถึง แม้แต่เข้านอนก็ต้องนอนกอดภาพถ่ายแม่ทุกคืน ซึ่งสองยายหลานตกอยู่ในสภาพนี้มาตลอดระยะเวลา 3 เดือนเศษ ที่นางสาววารีรัตน์ ถูกจับตัวไปอย่างไม่รู้ชะตากรรม จึงเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เพื่อนบ้านและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ด้าน น้องมิวสิค ยังได้นำจดหมายฝากเจ้าหน้าที่ยุติธรรมฯ นำส่งถึงแม่ ใจความระบุว่า “ถึงแม่ แม่ครับ แม่อยู่ที่นั่นสบายดีไหมครับ ผมอยากบอกแม่ว่า ผมสอบเสร็จแล้ว และก็เข้าค่ายลูกเสือเสร็จแล้ว และผมก็ได้ปิดเทอมแล้วด้วย ผมมีความสุขมากๆเลย ปล.ผมคิดถึงแม่มากที่สุดเลย น้องมิวสิค” สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองยะลา ว่ามีบุคคลโทรศัพท์เชิงข่มขู่ให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของบัญชีเป็นชื่อ นางสาววารีรัตน์ จำนวน 5 หมื่นบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตามแกะรอยคนร้ายจากกล้องวงจรปิดตามตู้เอทีเอ็ม และพบเบาะแสเมื่อวันที่ 11 เมษายน 60 โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพอดีตสามีของนางสาววารีรัตน์ ที่แยกทางกันเมื่อปี 2554 กับผู้หญิง 2 คนเดินไปถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ก่อนที่จะมีตำรวจยะลา นำหมายศาลมาจับกุมนางสาววารีรัตน์ ที่บ้าน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 60           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kjLHpYxL6bM

 14,451
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 มี.ค. 61

รพ.แจงแล้วปมแม่โพสต์ภาพลูกแฝดตาบวมช้ำหนักหลังพาไปดูดเสมหะ ยันเกิดจากเด็กร้อง-ไอ

ความคืบหน้าจากกรณีคุณแม่โพสต์เล่าอุทาหรณ์ หลังพาลูกชายฝาแฝดไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากเป็นไวรัสลงหลอดลมและกล่องเสียง โดยนักกายภาพได้ดูดเสมหะให้ลูกแฝดทั้งสอง ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปด้วย เมื่อลูกออกมาถึงช็อก เพราะทั้งคู่ตาบวมช้ำ ห้อเลือด แก้มเป็นจ้ำๆ ร้องไห้หวาดผวาตลอดเวลา ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนจะไปดูดเสลด ลูกถึงร้องไห้ไปซ่อนตัวในซอกโซฟา แต่ตอนนั้นไม่ได้เอะใจ     เมื่อลองถามนางพยาบาลก็ได้รับคำตอบแค่ว่า “เดี๋ยวก็หาย ไม่เป็นไร ไม่อันตราย” ไม่มีใครสนใจ สุดท้ายได้น้ำตาเทียมมาหยอด ซึ่งก็คิดเงินอยู่ในบิลเรียบร้อย ตอนนี้เด็กทั้งคู่แค่เห็นพยาบาลก็ร้องลั่นแล้ว และสภาพจิตใจของลูกแย่มาก โดยไม่ทราบว่ามีการจับล็อกแล้วดูดเสมหะจนหมดไส้หมดพุงเลยหรือไม่ โดยตอนนี้เรื่องถึงผอ.โรงพยาบาลเรียบร้อย พยาบาลมาขอรูปขอคลิปที่ลูกตาแตก คอยดูต่อไปว่าโรงพยาบาลจะจัดการอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น   ล่าสุดโรงพยาบาลดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ระบุว่าเด็กมีอาการป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจภาวะวิกฤติ ยืนยันรอยช้ำที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้าย แต่เกิดจากเด็กร้องหรือไอ                                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/n9J5Qw5KC94  

 23,684

Top