ค้นหา :

ผลการค้นหา "รณณรงค์แก้วเพ็ชร์"

สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,063
สังคม
02 ต.ค. 62

สาวร้องถูกชายอ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้าน หลอกแต่งงาน หลังรู้จักวันเดียว ก่อนทิ้งหนี้ 3.5 ล้าน

น.ส.ดา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สาวชาวจ.บุรีรัมย์ เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านคดีว่า ถูกนายเท็น (นามสมมติ) อ้างว่าเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรูโดยจ้างออร์แกไนซ์มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงาน กว่า 3.5 ล้านบาท จากนั้นเบี้ยวไม่จ่ายเงินทำให้ฝ่ายหญิงต้องเป็นผู้มาชดใช้หนี้แทน   อีกทั้งเช็คค่าสินสอดที่ฝ่ายชายให้เป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านได้หายไป โดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนเอาไป จึงเข้าปรึกษาทางด้านกฎหมายว่าสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง   ผู้เสียหายเผยว่า เจอนายนัท เจ้าบ่าว เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นวันที่ 16 มี.ค.62 นายนัทได้ขอแต่งงาน ตนจึงได้ตกลงไปจดทะเบียนสมรสกันที่ เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 26 มี.ค.62 และจัดงานฉลองสมรสเมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ จ้างออร์แกไนซ์ ราคา 2.6 ล้านบาท, ค่าโรงแรม 3.8 แสนบาท, ค่าดนตรี 1.2 แสนบาท, ค่าเครื่องดื่ม 5 หมื่นบาท, ค่าชุดเจ้าสาว 5.2 หมื่นบาท และค่าชุดเพื่อนเจ้าสาว 3.5 หมื่นบาท            นอกจากนั้นมีการตกลงทำหนังสือสัญญาซื้อขายทองคำหมั้นจำนวน 25 บาท ราคา 860,000 บาท และเช็คเงินสด 1.6 ล้านบาทที่หายไป ระหว่างการจัดงานผู้จัดต่างๆ ได้ทวงค่าใช้จ่ายซึ่งตนต้องออกไปก่อนเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท   จนถึงขณะนี้นายนัทยังคงบ่ายเบี่ยงผลัดไปว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ในวันที่ 9 ก.ย.62 โดยก่อนหน้านี้ได้ผลัดมานับสิบครั้งแล้ว ตนเป็นห่วงว่าตนจะต้องมารับชำระหนี้สินทั้งหมด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างมาก ตนจึงได้ขอหย่าขาดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 และมาร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาทางด้านกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u2t8bY72-Eo

 86,063
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 61

สาวร้องกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเอาผิดคลินิก-เอเจนซี่ ทำหน้าอกเน่า โฆษณาเกินจริง พร้อมเตรียมสั่งปิดคลินิกชั่วคราว

ผู้เสียหายศัลยกรรมหน้าอกเน่า ร้องขอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าช่วยเหลือเอาผิดคลินิกและเอเจนซี่ที่โฆษณาเกินจริง ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเตรียมสั่งปิดคลินิกชั่วคราว หลังตรวจพบความผิด   นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำหญิงสาวผู้เสียหาย 2 ราย เข้าพบนายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. พร้อมนำหลักฐานซึ่งเป็นภาพถ่ายและรายละเอียดต่างๆ เพื่อเอาผิดเอเจนซี่ และเจ้าของคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ย่านปทุมธานี หลังเข้าศัลยกรรมหน้าอกแล้วเกิดเน่า   โดยผู้เสียหายทั้งสองราย ระบุว่า รู้จักคลินิกผ่านทางเพจเฟซบุ๊กที่มีการโฆษณาว่าแพทย์ที่ทำศัลยกรรมเป็นแพทย์ที่จบด้านนี้มาโดยเฉพาะ จึงจองคิวและจ่ายมัดจำผ่านเอเจนซี่ โดยมีการนัดวันผ่าตัด แต่เมื่อถึงเวลากลับพบว่าแพทย์ที่ผ่าตัดไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ลงไว้ในเฟซบุ๊ก โดยทางคลินิกก็ปฎิเสธจะไม่คืนเงิน อ้างว่าตามระเบียบของคลินิกจะคืนเงินให้เฉพาะที่ตรวจพบว่าผลเลือดไม่ผ่านเท่านั้น    หลังทำเสร็จก็มีอาการบวมช้ำลุกลามไปทั้งตัว จากนั้น 4 วัน จึงกลับไปที่คลินิกโดยแพทย์ได้ทำการเจาะเลือดเพื่อระบายเลือดเสีย แต่ไม่สามารถทำได้จึงต้องใช้วิธีผ่าเพื่อกวาดเลือดที่คลั่งอยู่ข้างในออก ก่อนใส่ซิลิโคนอันเดิมกลับเข้าไปใหม่ จากนั้น 1 ชั่วโมงมีอาการวูบร่างกายหมดสติจึงไปหาแพทย์โรงพยาบาลทำการรักษา แพทย์ได้เจาะดูดเลือดที่เสียออกพร้อมให้ยาฆ่าเชื้อ และต้องหยุดงานพักรักษาตัวกว่า 1 เดือน จนถึงขณะนี้ก็ยังมีอาการบวมอยู่    รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า เรื่องนี้แยกเป็น 2 ประเด็น คือ การดำเนินการกับเอเจนซี่ที่โฆษณาเกินจริง ได้มอบหมายให้สาธารณสุขจังหวัดไปตรวจสอบ หากพบมีการกระทำผิดก็ให้แจ้งความดำเนินคดี ส่วนการเข้าตรวจสอบคลินิกที่รับทำศัลยกรรมพบมีการขอใบอนุญาตถูกต้อง แต่มีการดำเนินการผิดระเบียบด้วยการให้ผู้ที่ไม่ใช่แพทย์เข้ามามีส่วนร่วมกับการทำศัลยกรรมทุกขั้นตอน เบื้องต้นแจ้งความดำเนินคดีกับเอเจนซี่และคลินิกในข้อหาไม่ควบคุมและให้ผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเข้ามาดำเนินการ รวมถึงพบยาชาที่ไม่มีทะเบียนและโฆษณาโอ้อวดหลอกลวง โดยเบื้องต้นจะสั่งปิดชั่วคราว พร้อมส่งเรื่องให้แพทยสภาตรวจสอบว่าปฎิบัติตามมาตรฐายวิชาชีพหรือไม่หมายเหตุ 

 1,190

Top