ค้นหา :

ผลการค้นหา "เบี้ยวหนี้"

บันเทิง
03 ก.พ. 63

เจ้าของร้านเพชร แจ้งความ 'ลูกตาล ชโลมจิต' เบี้ยวหนี้ 1.4 ล้าน 'ทนายเดชา' ชี้โพสต์ทวงหนี้ผิดกม.

มากันที่คลิปที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้ หลังจากมีคนปล่อยออกมาในโลกโซเชียล  เป็นคลิปที่มีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหนี้ บุกทวงเงินนางแบบรุ่นใหญ่  เมื่อช่วงเช้าวานนี้  ที่บริเวณหน้าฟิตเนสชื่อดัง ย่านอาร์ซีเอ พระราม 9  ซึ่งพูกระบุว่า เป็นของ ‘พี่ลูกตาล’   โดยในคลิป จะเห็นว่า เป็นภาพคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหนี้ บุกไปขอเงินคืน  แล้วมีการเจรจากัน  จากนั้น ก็จะเห็นภาพ เหมือนอีกฝ่ายทำท่าจะบุกเข้ามาทำร้าย โชคดีลูกสาวอยู่ด้วย จึงไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น หลังเกิดเหตุ นางแบบชื่อดังได้เรียกตำรวจเจรจา และขับรถออกไป   ล่าสุดเมื่อเช้านี้ ( 2 ก.พ. 63 )  นางสาว ‘ฐิตาภัสร์ อัครศักดาภิรมย์’  เจ้าของร้านเพชรที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหนี้  ได้เข้าไปแจ้งความที่ สน.มักกะสัน เพื่อดำเนินคดีกับนางแบบสาว หลังจากที่ได้ไปทวงเงินจำนวน 1.4 ล้านบาท  แล้วไม่ยอมคืนเงิน และยังเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พร้อมแจ้งข้อหาพยายามทำร้ายร่างกายเพิ่มอีก 1 คดี   โดยคู่กรณีเล่าว่า  ช่วงปี 2561 ‘นางแบบสาว’ ได้มาขอยืมเงินจำนวน 1.4 ล้านบาท  เพื่อทำธุรกิจฟิตเนส ที่ย่านอาร์ซีเอ และกำหนดคืนเงิน ภายในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน  แต่ 2 ปีที่ผ่านมา คู่กรณีพยายามบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน  โดยอ้างว่า กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน  ถึงขนาดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ และช่องทางการติดต่อต่างๆ   จนสุดท้าย ตัวเองและลูกสาว ตัดสินใจไปดักรอเพื่อเจรจา ทวงหนี้   ขณะที่  พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน  ตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่า ‘นางแบบสาว’ พยายามทำร้ายร่างกายจริง  ก็จะแจ้งข้อหา และออกหมายเรียกทันที   สำหรับ ลูกตาล เปิดกิจการฟิตเนส ชื่อ ฮอตแมน แฟคตอรี่  อยู่ในซอย RCA  เมื่อช่วงกลางปี 2562 ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวดังถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนำกำลังเข้าบุกจับ เทรนเนอร์ชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานและมีคนร้องเรียนกล่าวหาว่าฟิตเนสของเธอนั้น มีการขายบริการทางเพศแอบแฝง โดย ลูกตาล ก็ได้ออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีเทรนเนอร์ชาวต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก็ถูกปรับคนละ 5,000 บาทไปแล้ว   ล่าสุด ทนายเดชา ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่สาวใหญ่โพสต์คลิปทวงหนี้ ลูกตาล ชโลมจิต  ว่ามีความผิด เสี่ยงคุก 2 ปี แต่เป็นหนี้ก็ต้องใช้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NknevLPirf0

 461
สังคม
02 ก.พ. 63

ตร.ขีดเส้นตาย เรียก 'ลูกตาล ชโลมจิต' เข้าให้ปากคำภายในวันนี้ ปมเบี้ยวหนี้-ทำร้ายร่างกาย

จากกรณีของ ลูกตาล ชโลมจิต นางแบบสาว ที่ถูกโลกโซเชียลแห่วิจารณ์คลิป เจ้าของร้านเพชรบุกทวงหนี้  ซึ่งขณะนี้ถูกแจ้ง 2 คดี คือ ทำร้ายร่างกายเจ้าหนี้ และเบี้ยวนัดชำระหนี้ ล่าสุดตำรรวจขีดเส้นตาย ให้ปากคำภายในวันนี้     โดยต้นเหตุเกิดจาก เจ้าของร้านเพชร ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ได้เข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ให้ดำเนินคดีกับ ลูกตาล ชโลมจิต โดยเล่าว่านางแบบสาวมาขอยืมเงินที่บ้านเมื่อปี 2561 จำนวน 1,400,000 บาท บอกว่าจะเอาไปทำธุรกิจฟิตเนสที่ย่านอาร์ซีเอ หลังจากนั้นได้ทำสัญญากัน โดนอีกฝ่ายบอกว่าจะคืนเงินให้ในเดือนธันวาคม 2561    แต่ผ่านไป 2 ปี ลูกตาลก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน อ้างประสบปัญหาด้านการเงิน ก่อนบล็อกช่องทางติดต่อ เจ้าของร้านเพชรจึงเดินทางมากับลูกสาว เพื่อทวงเงินตามที่ปรากฏในคลิป แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ เดินหนีและขึ้นรถยนต์ขับออกไป     ตำรวจ เผย คดีนี้นี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผิดนักชำระหนี้ ผู้เสียหายได้ลงบันทึกประจำวันไว้ แต่จะฟ้องเรียกเงินจะต้องไปฟ้องต่อศาลแพร่ง ส่วนอีกคดีพยายามทำร้ายร่างกาย ตำรวจจะให้เวลา ลูกตาล ถึงวันนี้ ให้เข้าให้ปากคำ หากไม่มา จะขอศาลออกหมายเรียกต่อไป ซึ่งฐานทำร้ายเป็นความผิดลหุโทษ ถ้ามารับผิดก็ต้องชำระค่าปรับเท่านั้น     หลังจากนั้น ลูกตาล ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพของตนเอง พร้อมคำบรรยาว่า "อย่าตัดสินใครสักคนโดยไม่รู้จักเรื่องราวทั้งหมด"

 7,417
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

ครูอุดรฯ หอบโฉนดค้ำประกันให้เพื่อนครู กู้เงินนอกระบบ ก่อนเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ สุดท้ายต้องเป็นคนชดใช้เอง

อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ครูอ้อย อายุ 48 ปี (สงวนชื่อและนามสกุล) ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี ได้ทำหนังสือร้องทุกข์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หลังได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกเพื่อนครูคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เข้ามาตีสนิทขอให้ช่วยหานายทุนปล่อยเงินกู้ให้ ตนหลงเชื่อจึงเอาโฉนดที่ดินจำนวน 30 ไร่ไปค้ำประกันให้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีการส่งเงินต้นและดอกทำให้ได้รับความเดือดร้อน   ครูอ้อย เปิดเผยว่า คู่กรณีซึ่งเป็นครูด้วยกันแต่อยู่คนละอำเภอมาขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่าบ้านกำลังจะถูกบังคับคดียึด พูดจาหว่านล้อมให้หานายทุนเงินกู้ให้เพื่อนำเงินที่ได้ไปไถ่ถอนบ้าน ด้วยความใจอ่อนและอยากช่วยเหลือเนื่องจากรู้จักกันมาได้สักระยะหนึ่งจึงช่วยเหลือ โดยก่อนช่วยเหลือคู่กรณีได้เคยพาไปดูบ้านที่อำเภอบ้านผือและพบว่าที่บ้านพ่อก็ป่วยเป็นความดัน แม่ก็ป่วยเป็นเบาหวาน มีเขาเป็นคนดูแลพ่อแม่ เมื่อเห็นแล้วก็มองว่าเขาเป็นคนกตัญญูประกอบกับตัวเองและสามีเป็นคนขี้สงสารมีความเมตตาที่จะช่วยเหลือจึงเข้าได้ช่วยเหลือ   จากนั้นจึงพาเขาไปหาเงินกับนายทุนทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านโดยใช้ใบที่นาของตัวเองค้ำประกันให้เราไปติดต่อขอกู้เงินกับนายทุน 2 รายรายแรกกู้เงินได้ 110,000 บาท ซึ่งใช้ที่นาซึ่งเป็นมรดกมาค้ำประกันหลังได้เงินมาคู่กรณีก็ทำการส่งดอกประมาณ 8-9 เดือน จากนั้นก็ไม่ทำการส่งอีก นอกจากนี้ยังพาไปกู้กับนายทุนอีกรายที่อำเภอหนองหานโดยไปกู้เงินจำนวน 4 แสนกว่าบาท โดยหลักฐานการกู้ตอนนั้นเขาก็ไม่พร้อมเราจึงให้ยืมหลักฐานเป็นที่นาจำนวน 30 ไร่ เพื่อไปค้ำนายทุนคนนี้ โดยคู่กรณีก็ทำการคืนดอกให้ประมาณ 50,000 บาทและหลังจากนั้นก็ไม่เคยคืนอะไรให้เลย ทั้งนี้จากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะกู้เงินจะหาเงินมาชดใช้ภายใน 2-3 เดือนเลื่อนมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 6 ปีแล้ว   ส่วนตัวแล้วตรวจอยากได้เอกสารหลักฐานคืน อยากให้คู่กรณีที่เป็นครูคนนี้มารับผิดชอบหนี้ที่ตัวเองก่อไว้เพราะขณะนี้สามีได้ล้มป่วยเพราะเครียดจากเรื่องดังกล่าว ยังไงก็ตามหากคู่กรณีรับรู้ก็อยากให้เข้ามาแก้ปัญหาเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้ ซึ่งตลอดเวลาระยะเวลา 6 ปี ตนพยายามติดต่อทางไปหาที่บ้านโทรศัพท์แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด   ครูอ้อย บอกอีกว่า เคยพูดคุยกับเจ้าหนี้เจ้าหนี้ก็อยากจะให้เราร่วมรับผิดชอบเนื่องจากเราเป็นคนพามา แต่เราก็ได้ขอร้องไว้และปฏิเสธว่าเราไม่ได้ใช้เงินกับในส่วนนี้ซึ่งเจ้าหนี้ก็รับรู้และรู้ว่าเราไม่ได้ใช้เงิน ที่ผ่านมาเจ้าหนี้ได้มาพูดคุยขอให้ทางตนโอนที่เพื่อเป็นการชดใช้หนี้แทนให้ แต่เราก็ขอไว้ขอเวลาไว้และเราจะประสานคู่กรณีมาทำการชดใช้หนี้ในส่วนนั้นให้   อยากขอฝากเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่าอย่าเอาความสงสารเมตตามาช่วยเหลือคนทั้งๆที่เกิดกำลังตัวเอง เราไม่รู้อนาคตล่วงหน้าว่าคนที่เราช่วยเหลือนั้นเขาจะมีความซื่อสัตย์กับเราแค่ไหน มีสัจจะกับเราแค่ไหน ขอฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ทุกๆคนสุดท้ายไม่จำเป็นอย่าไปค้ำประกันภัยง่ายๆ   ขณะที่สามีคือนายสุ่ม ชาวโพธิ์หลวง ซึ่งเป็นครูด้วยกันเครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตกต้องนานรักษาตัวมานานเกือบ 2 เดือนแล้วตอนนี้ยอมรับว่าลำบากมากเพราะเงินเดือนครูทั้งสองคนโดนหักไม่เหลือของสามีโดนหักเหลือ 400 บาทต่อเดือน ตนเองก็เหลือ 7,000 บาทมาใช้จ่ายในครอบครัวก็หมดแล้ว ความรู้สึกของครอบครัวตนเหมือนเอ็นดูเขาเอ็นเราขาดอยากจะฝากถึงเพื่อนครูทุกคนด้วย ตอนนี้เดือดร้อนอยากได้ที่ดินคืนมาเพื่อมารักษาสามีที่ป่วยและส่งลูก 1 คนเรียนหนังสือชั้นม.6 วอนผู้หลักผู้ใหญ่กระทรวงศึกษาธิการและผู้ว่าราชการจ.อุดรธานีลงมาดูความเดือดร้อนของครูบ้านนอกบ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dJQn-q7eYpg

 3,580
สังคม
17 ม.ค. 63

ครูอุดรฯ หอบโฉนดค้ำประกันให้เพื่อนครู กู้เงินนอกระบบ ก่อนเบี้ยวไม่จ่ายหนี้ สุดท้ายต้องเป็นคนชดใช้เอง

อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ครูอ้อย อายุ 48 ปี (สงวนชื่อและนามสกุล) ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี ได้ทำหนังสือร้องทุกข์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หลังได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกเพื่อนครูคนหนึ่ง (ขอสงวนชื่อนามสกุล) เข้ามาตีสนิทขอให้ช่วยหานายทุนปล่อยเงินกู้ให้ ตนหลงเชื่อจึงเอาโฉนดที่ดินจำนวน 30 ไร่ไปค้ำประกันให้ และหลังจากนั้นก็ไม่มีการส่งเงินต้นและดอกทำให้ได้รับความเดือดร้อน   ครูอ้อย เปิดเผยว่า คู่กรณีซึ่งเป็นครูด้วยกันแต่อยู่คนละอำเภอมาขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่าบ้านกำลังจะถูกบังคับคดียึด พูดจาหว่านล้อมให้หานายทุนเงินกู้ให้เพื่อนำเงินที่ได้ไปไถ่ถอนบ้าน ด้วยความใจอ่อนและอยากช่วยเหลือเนื่องจากรู้จักกันมาได้สักระยะหนึ่งจึงช่วยเหลือ โดยก่อนช่วยเหลือคู่กรณีได้เคยพาไปดูบ้านที่อำเภอบ้านผือและพบว่าที่บ้านพ่อก็ป่วยเป็นความดัน แม่ก็ป่วยเป็นเบาหวาน มีเขาเป็นคนดูแลพ่อแม่ เมื่อเห็นแล้วก็มองว่าเขาเป็นคนกตัญญูประกอบกับตัวเองและสามีเป็นคนขี้สงสารมีความเมตตาที่จะช่วยเหลือจึงเข้าได้ช่วยเหลือ   จากนั้นจึงพาเขาไปหาเงินกับนายทุนทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านโดยใช้ใบที่นาของตัวเองค้ำประกันให้เราไปติดต่อขอกู้เงินกับนายทุน 2 รายรายแรกกู้เงินได้ 110,000 บาท ซึ่งใช้ที่นาซึ่งเป็นมรดกมาค้ำประกันหลังได้เงินมาคู่กรณีก็ทำการส่งดอกประมาณ 8-9 เดือน จากนั้นก็ไม่ทำการส่งอีก นอกจากนี้ยังพาไปกู้กับนายทุนอีกรายที่อำเภอหนองหานโดยไปกู้เงินจำนวน 4 แสนกว่าบาท โดยหลักฐานการกู้ตอนนั้นเขาก็ไม่พร้อมเราจึงให้ยืมหลักฐานเป็นที่นาจำนวน 30 ไร่ เพื่อไปค้ำนายทุนคนนี้ โดยคู่กรณีก็ทำการคืนดอกให้ประมาณ 50,000 บาทและหลังจากนั้นก็ไม่เคยคืนอะไรให้เลย ทั้งนี้จากที่เคยสัญญาไว้ว่าจะกู้เงินจะหาเงินมาชดใช้ภายใน 2-3 เดือนเลื่อนมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านไป 6 ปีแล้ว   ส่วนตัวแล้วตรวจอยากได้เอกสารหลักฐานคืน อยากให้คู่กรณีที่เป็นครูคนนี้มารับผิดชอบหนี้ที่ตัวเองก่อไว้เพราะขณะนี้สามีได้ล้มป่วยเพราะเครียดจากเรื่องดังกล่าว ยังไงก็ตามหากคู่กรณีรับรู้ก็อยากให้เข้ามาแก้ปัญหาเข้ามาเคลียร์ปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้ ซึ่งตลอดเวลาระยะเวลา 6 ปี ตนพยายามติดต่อทางไปหาที่บ้านโทรศัพท์แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด   ครูอ้อย บอกอีกว่า เคยพูดคุยกับเจ้าหนี้เจ้าหนี้ก็อยากจะให้เราร่วมรับผิดชอบเนื่องจากเราเป็นคนพามา แต่เราก็ได้ขอร้องไว้และปฏิเสธว่าเราไม่ได้ใช้เงินกับในส่วนนี้ซึ่งเจ้าหนี้ก็รับรู้และรู้ว่าเราไม่ได้ใช้เงิน ที่ผ่านมาเจ้าหนี้ได้มาพูดคุยขอให้ทางตนโอนที่เพื่อเป็นการชดใช้หนี้แทนให้ แต่เราก็ขอไว้ขอเวลาไว้และเราจะประสานคู่กรณีมาทำการชดใช้หนี้ในส่วนนั้นให้   อยากขอฝากเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่าอย่าเอาความสงสารเมตตามาช่วยเหลือคนทั้งๆที่เกิดกำลังตัวเอง เราไม่รู้อนาคตล่วงหน้าว่าคนที่เราช่วยเหลือนั้นเขาจะมีความซื่อสัตย์กับเราแค่ไหน มีสัจจะกับเราแค่ไหน ขอฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ทุกๆคนสุดท้ายไม่จำเป็นอย่าไปค้ำประกันภัยง่ายๆ   ขณะที่สามีคือนายสุ่ม ชาวโพธิ์หลวง ซึ่งเป็นครูด้วยกันเครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตกต้องนานรักษาตัวมานานเกือบ 2 เดือนแล้วตอนนี้ยอมรับว่าลำบากมากเพราะเงินเดือนครูทั้งสองคนโดนหักไม่เหลือของสามีโดนหักเหลือ 400 บาทต่อเดือน ตนเองก็เหลือ 7,000 บาทมาใช้จ่ายในครอบครัวก็หมดแล้ว ความรู้สึกของครอบครัวตนเหมือนเอ็นดูเขาเอ็นเราขาดอยากจะฝากถึงเพื่อนครูทุกคนด้วย ตอนนี้เดือดร้อนอยากได้ที่ดินคืนมาเพื่อมารักษาสามีที่ป่วยและส่งลูก 1 คนเรียนหนังสือชั้นม.6 วอนผู้หลักผู้ใหญ่กระทรวงศึกษาธิการและผู้ว่าราชการจ.อุดรธานีลงมาดูความเดือดร้อนของครูบ้านนอกบ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dJQn-q7eYpg

 3,580
ข่าวภูมิภาค
25 เม.ย. 62

ออกหมายจับ หนุ่มโหดแค้นเพื่อนเบี้ยวหนี้ ควงปืนยิงถล่มบ้าน 6 นัด ก่อนยกมือไหว้ขอโทษแม่เหยื่อ

เกิดเหตุอุกอาจหนุ่มวัย 29 ปี ควงปืนบุกยิงถล่มบ้านเพื่อน 6 นัดซ้อน ที่ จ.ชลบุรี แค้นไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไป ผู้เสียหายถูกยิงเข้าที่ข้อเท้าซ้ายได้รับบาดเจ็บ รอดหวุดหวิดเพราะวิ่งหนีออกหลังบ้าน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ยกมือไหว้ขอโทษแม่เหยื่อ 3 ครั้ง แล้วหลบหนีไป   จากการลงพื้นที่บ้านหลังเกิดเหตุใน ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี พบว่ากระสุนทะลุประตูหลังบ้าน และกระจกหน้าต่างแตกเป็นรูกระสุนหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 4 ปลอก ตกเกลื่อนบริเวณบ้านหลังดังกล่าว  นอกจากนี้คมกระสุนยังทะลุหน้าต่าง เข้าไปภายในบ้านพี่สาวของผู้บาดเจ็บด้วย ซึ่งปลูกติดกับบ้านหลังเกิดเหตุ โชคดีกระสุนไม่โดนลูกชายของตนอีก 2 คน ที่นั่งเล่นอยู่บ้าน ซึ่งดูจากวิถีกระสุนหากเด็กลุกยืนขึ้นมาก็จะโดนลูกหลงอย่างแน่นอน   สำหรับผู้บาดเจ็บคือ นายพงศ์ศักดิ์ ศรีรุ่งเรือง อายุ 29 ปี ขณะนี้นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลชลบุรี โดยนางสาวมยุรี ศรีรุ่งเรือง พี่สาวของนายพงศ์ศักดิ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายพงศ์ศักดิ์ นั่งล้างพัดลมอยู่หน้าบ้าน จากนั้นนายปัญญา วงค์ทอง หรือป้อม ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายพงศ์ศักดิ์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านพร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง   นายป้อม ลงจากรถแล้วพูดว่า “มึงไม่ยอมใช้หนี้กูบ้างเลย” จากนั้นก็ล้วงปืนออกมา น้องชายเห็น จึงวิ่งหนีตายเข้าไปในบ้านและไปเปิดประตูออกหลังบ้าน ซึ่งนายป้อม เดินตามเข้าไปในบ้านลั่น ไกยิงใส่ข้อเท้าของน้องชาย แล้วเดินออกมารัวยิงหน้าต่างบ้าน   ซึ่งขณะนั้นแม่ของตนเองและ หลาน 2 คน นั่งกินข้าวอยู่บริเวณแคร่ไม้ใกล้กับประตูหน้าต่างที่ถูกยิง พยายามห้ามไม่ให้ยิง แต่ นายป้อมไม่ฟัง หลังก่อเหตุเสร็จได้เดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ซึ่งเพื่อนที่มาด้วยจอดรออยู่หน้าบ้าน พร้อมกกมือไหว้ขอโทษ 3 ครั้ง ซ้ำขู่ว่าหากแจ้งตำรวจจะเอามันให้ตาย   ความคืบหน้าทางคดี ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุนายป้อม เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปบ้านหลังเกิดเหตุ หลังก่อเหตุเสร็จสลับให้เพื่อนที่มาด้วยกันขี่รถจักรยานยนต์ พาหลบหนีเส้นทางเดิม ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและพยานแวดล้อม และขออนุมัติศาลออกหมายจับนายป้อม แล้ว เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี สาเหตุคาดว่าเกิดจากปัญหาหนี้ที่ติดค้างกัน 40,000-50,000 บาท ไม่เกี่ยวกับเรื่องปล่อยเงินกู้   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายป้อม แต่ไม่พบใครอยู่ในบ้าน เพื่อนบ้านเล่าว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพี่สาวของนายป้อม  ซึ่งนายป้อมมาอาศัยอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้นายป้อมเคยถูกจับคดียาเสพติด เสพยาหลอนถึงขั้นใช้มีดจี้พี่เขย ขู่ทำร้ายพี่สาว ทนพฤติกรรมไม่ไหวต้องขนของออกจากบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่น 2-3 เดือนแล้ว และประกาศขายบ้าน ซึ่งนายป้อม ไม่ได้กลับมาที่บ้านหลังนี้นานแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i6ei8moyHIk

 2,088
เศรษฐกิจ
06 ธ.ค. 61

แบงก์เผยยอดเบี้ยวหนี้ซื้อรถพุ่ง ออกสินเชื่อแบบเงินทอน หวั่นซ้ำรอยวงการอสังหาฯ

ธนาคารเกียรตินาคิน กังวลแบงก์ชาติคุมเข้มสินเชื่อรถยนต์ เผยจะกระทบต่อระบบสินเชื่อยานยนต์ เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังพบยอดเบี้ยวหนี้พุ่ง ธนาคารยอมรับพบพฤติกรรมให้สินเชื่อแบบมีเงินทอน โดยให้กู้สูงกว่าราคาจริง แถมบวกอุปกรณ์ตกแต่ง เผยส่วนใหญ่พบในรถยนต์ใกล้ตกรุ่น ทำคุณภาพ สินเชื่อตกต่ำ คาดแบงก์ชาติอาจออกมาตรการสกัดเพื่อลดดีมานด์เทียม แต่ยันโดยภาพรวมยังไม่น่าห่วง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/EiFxFWJddNU  

 85,754

Top