ค้นหา :

ผลการค้นหา "โกงแชร์"

สรุปข่าว
16 ธ.ค. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 16 ธ.ค. 62 กรมสรรพสามิต ปัดเก็บ 'ภาษีผ้าอนามัย' - ทีม 'วิ่งไล่ลุง' ยันจัดกิจกรรม 12 ม.ค. นี้

ทีม 'วิ่งไล่ลุง' ยันจัดกิจกรรม 12 ม.ค.   ทีม "วิ่ง ไล่ ลุง" ย้ายที่แถลงอีกรอบ ยืนยัน 12 ม.ค.จัดแน่ โดยวันนี้ผู้จัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรม ซึ่งก็ต้องย้ายสถานที่แถลงข่าวอีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกกดดันจากทางตำรวจจนต้องเลื่อนการแถลง     เดิมคณะผู้จัดงานแจ้งว่าจะจัดแถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่สุดท้ายไม่สามารถแถลงที่โรงแรมดังกล่าวได้ ซึ่งทางคณะผู้จัดบอกว่าได้รับแจ้งจากทางโรงแรมเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ตกลงรายละเอียดค่าสถานที่และอุปกรณ์ที่ใช้ไว้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าทางโรงแรมถูกกดดันจากทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งสุดท้ายคณะผู้จัด นำโดย นายธนวัฒน์ วงไชย นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้ย้ายมาแถลงข่าวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แทน     คณะผู้จัดกิจกรรมแถลงว่าจะมีการจัด "วิ่ง ไล่ ลุง" ในวันที่ 12 ม.ค. ยืนยันว่าเป็นการวิ่ง ไม่ใช่การชุมนุม และเส้นทางที่จะวิ่งก็เป็นเส้นทางที่มีคนอื่นเคยจัดวิ่งมาแล้ว แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากที่ทำเรื่องขอจัดกิจกรรมไป 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ก็จะจัดกิจกรรมในวันที่ 12 ม.ค.นี้อย่างแน่นอน     สำหรับกิจกรรม "วิ่ง ไล่ ลุง" ในวันที่ 14 ม.ค. จะเริ่มตั้งแต่เวลา 04.30 น. โดยีจุดสตาร์ทและจุดสิ้นสุดที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์     โดยจะใช้เส้นทางวิ่งผ่านถนนพระอาทิตย์ ถนนพระสุเมรุ ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เข้าสู่ถนนราชดำเนิน ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วนสามรอบ ซึ่งผู้จัดบอกว่าเพื่อไว้อาลัยประชาธิปไตยที่ตายแล้ว และขึ้นสะพานผ่านพิภพลีลาศ กลับเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ระยะทางทั้งสิ้น เกือบ 6 กิโลเมตร     เริ่มปล่อยแถววิ่ง ตั้งแต่เวลา 05.30 น. ซึ่งผู้จัดงาน เปิดเผยอีกว่า จะมีเซอร์ไพรส์บุคคลที่มาปล่อยแถววิ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของลุงคนหนึ่ง     ทั้งนี้นายผู้จัดแจ้งว่า เมื่อเสร็จสิ้นการวิ่ง จะมีการประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และทำตามสิ่งที่หาเสียงไว้ในตอนเลือกตั้งทุกเรื่อง 2.ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อคสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน 3.ต้องหยุดใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้องและรังแกคนที่เห็นต่าง     'ชวน' แจงงบฯ จัดซื้อรถ 7.5 ล้านบาท   นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตั้งงบประมาณจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 7 ล้าน 5 แสนบาท โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน แต่เป็นเรื่องของสภาที่พิจารณาตามระเบียบ      เนื่องจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรายงานว่า ปัจจุบันไม่มีรถประจำตำแหน่งประธาน เพราะว่างเว้นจากการมีประธานสภาผู้แทนราษฎรมาหลายปี จึงถึงวาระที่ต้องซื้อใหม่ของทั้งประธาน รองประธาน และผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งการตัดตั้งงบก็เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับรถประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ประกอบกับประธานสภาที่ผ่านมาก็เคยซื้อรถประจำตำแหน่งในวงเงินเต็ม 7 ล้าน 5 แสนบาท      จึงยืนยันว่าการจัดซื้อครั้งนี้ไม่ได้กำหนดเองหรือขอร้องให้มีการซื้อใหม่ และได้ถามย้ำเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่องความจำที่ต้องใช้ตามวงเงินดังกล่าวหรือไม่      ทั้งนี้การทำหน้าที่ของตนที่ผ่านมา เมื่อตอนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ซื้อรถตามวงเงินที่กำหนดไว้ และรถดังกล่าวไม่ใช่การซื้อให้นายชวน หลีกภัย แต่เป็นการซื้อให้ประธานสภาตามตำแหน่ง ซึ่งการจัดซื้อก็ต้องให้เกิดความเหมาะสมเพื่อให้ประธานสภาคนต่อไปใช้งานต่อได้      แต่ส่วนตัวไม่เคยคิดซื้อในราคา 7ล้าน5แสนบาทแน่นอน เพราะมองว่าไม่มีความจำเป็น อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด รถส่วนตัวก็มีใช้อยู่แล้ว ประกอบกับต้องเติมน้ำมันเอง ดังนั้นหากรถแพงมากราคาน้ำมันก็ยิ่งมากขึ้น จึงจำเป็นต้องประหยัด     นายชวน ยืนยันว่า ตนมีความตั้งใจประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งปลายปี 2562 มีงบประมาณเหลือจ่ายขอบประธานสภา จึงได้คืนกับคลังไปแล้วจำนวน 5แสนบาท แต่อะไรที่จำเป็นต้องใช้ก็ต้องใช่     กรมสรรพสามิต ปฏิเสธเก็บภาษีผ้าอนามัย แจงเป็นสินค้าควบคุม    กรมสรรพสามิต ยืนยันไม่มีการเก็บภาษีผ้าอนามัยเพิ่ม ชี้ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่ถูกระบุเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางฯ ที่ต้องมีการกำหนดราคาซื้อขาย     ยืนยัน ว่า กรมสรรพสามิตไม่มีการจัดเก็บภาษีผ้าอนามัยในอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยถึง 40% เนื่องจากสินค้าชนิดนี้ ไม่ได้ถูกระบุในพิกัดการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ดังนั้นภาษีผ้าอนามัยจึงจะถูกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามราคาของสินค้าเหมือนสินค้าชนิดอื่นเท่านั้น     รวบแล้ว ชายทะเลาะเมีย พลเมืองดีเข้าห้ามถูกแทงดับ อ้างเมา ไม่ตั้งใจ   กรณีพลเมืองดีเข้าไปห้ามปราม 2 สามีภรรยาทะเลาะวิวาท และถูกแทงเสียชีวิต ตำรวจรวบตัวคนร้ายได้แล้ว โดยสืบจากเฟซบุ๊ก     นายมานิตย์ มากมี ถูกตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท จับกุมได้ที่ซอยรางน้ำ หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายขจรจิตร จันแจ้ง พลเมืองดีเสียชีวิต ที่เข้าไปห้ามนายมานิตย์ ไม่ให้ทะเลาะกับนางอั๋น ภรรยาชาวเวียดนาม ปากซอยเพชรบุรี 22      คดีนี้ตำรวจตามจับจากเฟซบุ๊ค หลังก่อเหตุผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี และได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊ค จึงทราบความเคลื่อนไหวและจับกุมได้ในห้องเช่าย่านรางน้ำผู้ต้องหา ยอมรับไม่ได้ตั้งใจ และเมาสุรา เมื่อนายขจรจิตร เข้ามาห้ามก็ได้เตือนไปแล้วว่า อย่ายุ่งแต่ผู้ตายไม่ฟัง กลับตรงเข้ามาโน้มคอ จึงคว้ามีดแทงสวนไป ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต พร้อมฝากขอโทษญาติผู้ตาย      ทีมข่าวลงพื้นที่ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ทั้งสองคนมีปากเสียงกันเป็นประจำ นายมานิตย์ เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ไม่เคยใช้ความรุนแรงเช่นครั้งนี้ ส่วนผู้ตาย เป็นคนดี มีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด     ด้านครอบครัวเข้ารับศพที่นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี ไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี โดยจะนำร่างไปฝัง 3 ปี ตามความเชื่อในท้องถิ่น กรณีตายผิดธรรมชาติ ขณะที่อาของผู้ตาย บอกว่าหลานชายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็ก เข้ามาเรียนและทำงานในกรุงเทพหลายปี ส่งเสียดูแลครอบครัวมาตลอด      ด้านภรรยา เผยว่าไม่มีลางสังหรณ์ อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุควรมีสติมากกว่านี้     'นุ๊ก สุทธิดา' แจ้ง ปอท. หลังถูกปลอมเฟซหลอกทำบุญ   นุ๊ก สุทธิดา ร้อง ปอท. ดำเนินคดีกับคนร้ายปลอมเฟซบุ๊ค เชิญชวนคนร่วมทำบุญ มีผู้เสียหายจำนวนมาก     นางสาวสุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา หรือนุ๊ก ดารานักแสดง พร้อมทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน กับผู้ปลอมเฟซบุ๊ค นุ๊ก สุทธิดา ไปใช้ในการหลอกเงินผู้เสียหายจำนวนหลายราย โดยอ้างว่าจะนำเงินดังกล่าวไปทำบุญ ซึ่งไม่เป็นความจริง      ผู้เสียหายร้องกองปราบถูกภรรยาตำรวจโกงแชร์   นางโสภิตรา แขกสันเทียะ พร้อมผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม หลังถูกภรรยาตำรวจยศ พันตำรวจโทซึ่งเป็นท้าวแชร์ หลอกลวงโกงเงินแชร์ มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท     นางโสภิตรา กล่าวว่า รู้จักกับภรรยาตำรวจคนดังกล่าวจากเพื่อนที่สนิทกัน และได้มีการเล่นแชร์กันมานานเกือบสองปี ซึ่งก็ไม่มีปัญหา แต่ระยะหลังทางท้าวแชร์แจ้งว่าแชร์ล้มในช่วงที่ตนเองจะได้รับเงิน พร้อมทั้งขอผ่อนผัน โดยจะขอจ่ายแค่เงินต้น และขอแบ่งจ่ายครั้งละ 2,000-3,000 บาท แต่ก็มีการบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่าย      ซึ่งครั้งสุดท้ายมีการนัดจ่ายเงินในวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ทางกลับมีการผลัดผ่อนไปวันที่ 20 ธันวาคมนี้. แต่กลุ่มผู้เสียหายกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน เนื่องจากมีการผลัดผ่อนมาหลายครั้ง จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี     ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด ก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป       อินเดียชุมนุมประท้วง กม.สถานะพลเมืองกีดกันมุสลิม   ชาวอินเดียโดยเฉพาะนักศึกษาหลายพันคนรวมตัวชุมนุมประท้วงในสถานศึกษาและบนท้องถนน ทั้งที่เมืองมุมไบ, ไฮเดอราบัด, กัลกัตตา รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงนิวเดลี เพื่อแสดงจุดยืน ไม่เห็นด้วยต่อกฎหมายสถานะพลเมืองฉบับใหม่ติดต่อกันเป็นวันที่ 5      นับตั้งแต่รัฐบาลอินเดีย นำโดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน และถูกจับกุมอีกหลายร้อยคน จากเหตุปะทะและการเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่      สำหรับกฎหมายสถานะพลเมืองฉบับนี้ บัญญัติให้นิรโทษกรรมผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายที่ไม่ใช่มุสลิมจาก 3 ประเทศมุสลิมโดยรอบอินเดีย คือปากีสถาน, บังกลาเทศและอัฟกานิสถาน รวมถึงจะให้สถานะพลเมืองแก่คนกลุ่มดังกล่าว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นกฎหมายที่แบ่งแยกแตกต่างและกีดกันชาวมุสลิมโดยตรง    

 880
สังคม
07 ธ.ค. 62

เหยื่อแชร์ 'บ้านแอนนี่' ร้องถูกโกงสูญ 10 ล้าน เคยแจ้งความแล้วคดีไม่คืบ แถมยังตั้งวงแชร์หลอกซ้ำ

เหยื่อแชร์บ้านแอนนี่ ร้องตำรวจ สน.ท่าข้าม ตามจับเท้าแชร์ ที่โกงเงินร่วมลงทุนนับสิบล้านบาท พบยังมีการตั้งวงแชร์หลอกลวงอย่างต่อเนื่อง   ผู้เสียหายกว่า 10 คน เข้าร้องพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ให้ดำเนินคดีกับนางจุไรพร บุญเต็ม เท้าแชร์บ้านแอนนี่ ที่มีพฤติการณ์หลอกร่วมลงทุน ก่อนจะอ้างว่าโดนโกง ไม่สามารถนำเงินมาปันผลให้กับลูกแชร์ได้ เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2561 ก่อนหน้านี้ เคยไปร้องทุกข์กับกระทรวงยุติธรรม แต่คดีไม่คืบหน้าและยังไม่อายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหา    หนึ่งในผู้เสียหาย บอกว่า คดีนี้มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายบางส่วน ถูกหลอกให้ทำสัญญาประนีประนอมหนี้ หลังถูกขู่ว่าหากดำเนินคดีต่อจะไม่ได้รับเงินคืน แต่เมื่อมีการทำสัญญา กลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกัน และขณะนี้ไม่สามารถติดต่อเท้าแชร์ได้แล้ว ส่วนที่อ้างว่าโดนโกงนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นอุบาย ที่จะบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงินมากกว่า เพราะยังพบว่ามีการเปิดวงแชร์หลอกลวงผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

 901
บันเทิง
22 พ.ย. 62

'เอ็มมี่' ได้ประกันตัว รู้ซึ้งน้ำใจ 'ธีร์' ไม่ช่วย ลั่นเดินหน้าฟ้องกลับคนโกง

เอ็มมี่ แม็กซิม ขึ้นศาลประกันตัว หลังถูกฟ้องร้องโกงค่าแชร์ 28 ล้าน พร้อมเดินหน้าฟ้องคนที่โกง บอกไม่มีเงินไม่มีทรัพย์สมบัติมาประกันตัวแล้วไม่กล้าเจอหน้าลูก รู้ซึ้งน้ำใจเพื่อนยามลำบาก แต่ไม่ยอมขายตัว  ปัดพูดถึง ธีร์ แล้ว เผยได้เป็นพรีเซ็นเตอร์กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) ให้กับศาล   มากันที่ ‘เอ็มมี่ แม็กซิม’ ในวัย 34 ปี ที่ถูกแจ้งความกว่า 11 คดี ในคดีฉ้อโกง ตั้งวงแชร์ผ่านไลน์ มีผู้เสียหาย 80 ราย โดยมีมูลค่าความเสียหาย 28 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้เข้ารายงานตัวและ ประกันตัวเพื่อสู้คดี หมดเงินไปแล้วกว่าล้านบาท และก็ได้ยื่นเรื่องติดกําไลอิเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) พร้อมกับวางเงินค่าอุปกรณ์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยไม่คิดจะหลบหนี พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกับผู้เสียหายทั้งหมดหลังคดีเสร็จสิ้น    ซึ่งเมื่อวานนี้ ‘เอ็มมี่’ ก็ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง เพื่อยื่นประกันตัว โดยได้นำเงินมาประกันตัวเอง จำนวน 6 หมื่นบาท  เป็นเงินที่เพื่อน ๆ ช่วยกันลงขันหามาให้  เป็นการประกันตัวครั้งที่ 7 จากทั้งหมด ประมาณ 11 คดี ที่ถูกฟ้อง พร้อมกับบอกว่าตอนนี้ตนเดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว ซึ่งภายในปีนี้ตนต้องเดินทางมาศาลเพื่อประกันตัวสู้คดีอีกประมาณ 3 - 4 หมาย ก็จะหมด จากนั้นในปีหน้าก็จะต้องเข้าสู้กระบวนการของศาลต่อไป  พร้อมกับบอกว่าที่ตนสู้มาตลอด ยอมติดกำไลอีเอ็ม เพราะตนอยากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่ได้โกงใคร   คดีที่ตนโดนฟ้องนั้นมีทั้งจากเจ้าหนี้และคนที่โกงตนไป ที่เขาฟ้องเพราะถ้าตนติดคุก เขาจะได้ไม่ต้องคืนเงิน ซึ่ง "เอ็มมี่ แม็กซิม" ก็ได้บอกว่าตอนนี้ได้เตรียมการฟ้องกลับแล้ว ต่อไปก็ขอให้เป็นหน้าที่ของศาล  ‘เอ็มมี่’ ก็บอกว่าตนเคยสาบานไว้ในวันสืบพยานที่ศาล ว่า หากตนโกงขอให้ตนชิบหาย จากวันนี้ไป คนโกง พร้อมเจอกัน   พร้อมกับบอกว่าที่ผ่านมาตนเจ็บหนักเหมือนตายทั้งเป็น ทุกวันนี้ยังไม่ได้เจอหน้าลูกเลย เพราะไม่กล้าให้ลูกเห็นอีเอ็มที่ข้อเท้า ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่ลงขันช่วยเหลือตน ทำให้ตนรู้ว่าใครเป็นคนใครเป็นหมา ใครเป็นเพื่อนรักเพื่อนตาย ใครทิ้งเรา การที่ช่วงนี้ตนต้องขอยืมเงินคนอื่น เพื่อนำมาประกันตัว เนื่องจากช่วงหลังมานี้ ระยะห่างของคดีนั้นกระชั้นชิดกันมาก ตนจึงหาเงินประกันตัวไม่ทัน แต่ก็ยอมรับว่ามีคนเสนอเงินมาช่วยเหลือเยอะมาก แลกกับการไปนอนด้วย แต่ตนก็ยืนยันว่าจะไม่ขายตัวเด็ดขาด ไม่ต้องการให้ผู้ชายเลี้ยง    และที่เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ ขอเงิน "ธีร์" อดีตนักแสดงที่ป่วยหนัก และเจ้าตัวได้โพสต์ขอความช่วยเหลือจนได้เงินบริจาคถึง 8 ล้านบาท  "เอ็มมี่ แม็กซิม" บอกว่าไม่อยากพูดถึงคนคนนี้แล้ว มันจบแล้ว ตนอยากบอกทุกคนว่าการช่วยเหลือใคร เราไม่ต้องหวังผลอะไร แต่ที่ตนถามถึงเงินเพราะเขาเคยรับปากตนไว้ ว่าจะให้แสนห้า และก่อนหน้านี้ได้มา 50,000 บาท  และตอนนี้ตนเดือดร้อน ไม่ถือเป็นการทวงบุญคุณ ตนแค่ขอความช่วยเหลือ ได้ก็เอา ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็ขอให้พี่ธีร์มีความสุขกับกองเงิน 8 ล้านที่ได้ไป กองเงินที่ตนช่วยขอความเมตตาจากคนอื่นจนทำให้พี่รอดตายได้     ส่วนภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปนำตัวถึงที่ห้องพัก เจ้าตัวก็บอกว่าไม่ได้เป็นการถูกจับกุม แต่ทางศาลขอให้ตนช่วยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ประชาสัมพันธ์ เรื่องติดกําไลอิเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) ให้ แต่ตนไม่มีรถเพราะขายไปประกันตัวหมดแล้ว เจ้าหน้าที่เลยไปถ่ายทำประชาสัมพันธ์ ที่ก็ทำฟรี ไม่ได้รับค่าจ้าง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fzLPgJyHGHs

 1,254
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 62

'ใบเตย' ป่วยอาหารเป็นพิษ หลังเข้าพบ dsi ปมแชร์ forex 3d 'ดีเจแมน' รับเคยร่วมลงทุน ก่อนโดนชิ่ง

นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ ดีเจแมน และนางสาวสุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำ กับ นายปิยะศิริ​ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในฐานะพยาน คดีแชร์ Forex3D   โดยยอมรับว่า รู้จักกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ CEO Forex3D ด้วยมิตรภาพที่ดี ซึ่งไม่ทราบว่าเบื้องหลังมีการประกอบธุรกิจ หรือทำอาชีพใดอีกบ้าง ซึ่งตัวนายอภิรักษ์ ก็เป็นผู้ชักชวนให้ตัวเองร่วมลงทุน แชร์ Forex3D ครั้งแรก 100,000 บาท หลังจากนั้นก็ได้ผลตอบแทน ก่อนที่จะร่วมลงทุนจนครบ 1 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปี และได้ผลตอบแทนกลับมาเกือบเท่ากับเงินลงทุนแล้ว ส่วนธุรกิจอื่นของนายอภิรักษ์ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง   ส่วนกรณีที่มีภาพถ่ายปรากฎว่าตัวเองได้ประชุมร่วมกับ CEO Forex3D เป็นเพียงการพูดคุยเรื่องการโฆษณาขายสมุนไพรถั่งเช่า ซึ่งไม่มีการพูดถึงเรื่องการลงทุนแชร์แต่อย่างใด   นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องเงินค่าสินสอดจำนวน 45 ล้านบาท และเงิน 10 ล้านบาท ที่นายอภิรักษ์ CEO Forex3D ใส่ซองงานแต่งงาน เป็นเพียงกระแสข่าว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะตอนที่ตัวเองจัดงานแต่งงาน ก็เริ่มมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ CEO Forex3D แล้ว และตัวเลข 45 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่เงินสดทั้งหมด แต่เป็นตัวเลขรวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ บ้าน และเครื่องเพชรต่างๆ   สำหรับกรณีที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลสำคัญ เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตัวเองไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และรายละเอียดเชิงลึกขอให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าตัวเองอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นกัน   โดยหลังจากจะมีการพิจารณากับฝ่ายกฎหมายถึงแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าข่ายฐานความผิดหมิ่นประมาท หลังพบมีสื่อบางสื่อ มีการนำเสนอข้อมูลบิดเบือน ที่ระบุว่า ตนเองเป็นผู้ชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุน จนส่งผลระทบกับภาพลักษณ์ความเสียหาย หลังเกิดเรื่องตนเองได้ติดต่อไปสอบถามกับตัวนายอภิรักษ์ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด   ต่อมานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้มีประชาชนถูกหลอกให้ร่วมลงทุนโดยมีได้รับผู้เสียหายกว่า 8,720 ราย ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้จากการพูดคุยกับดีเจแมน และใบเตย พบว่า เข้าไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้บริหารแชร์ FOREX 3D ผ่านการแนะนำจากเครือญาติ   เบื้องต้นจัดว่าเข้าไปเกี่ยวข้องในระดับสาม แต่ที่ดีเอสไอต้องเรียกตัวเข้าให้ข้อมูลเนื่องจากดาราทั้ง 2 คนไปปรากฏภาพเกี่ยวข้องกับผู้บริหารแชร์ FOREX 3D จึงขอฝากเตือนไปยังนักแสดง ดาราและกลุ่มผู้มีชื่อเสียงให้ระวังการปรากฎตัวเพราะเป็นบุคคลสาธารณะอาจถูกนำชื่อไปแอบสร้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่เป็นแฟนคลับ   อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าตนเองถูกดึงไปเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ช่วยราชการค้นหาข้อ เท็จจริง เป็นหูเป็นตาอย่าให้ประชาชนถูกหลอก ส่วนความคืบหน้าในการติดตามทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายล่าสุดสำนัก งานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินทั้งแชร์ FOREX 3D และแชร์แม่มณี   “ผมเห็นใบเตยหน้าเศร้า จึงถามว่าเป็นอะไร เครียดหรือไม่ เขาบอกว่าท้องเสียไม่สบาย อาหารเป็นพิษ นักข่าวเห็นว่าเขาหน้าเศร้าอย่าไปเขียนว่า เขาเครียดหรือกังวลใจ ผมขอเตือนดาราว่าอย่าเข้าไปใกล้ธุรกิจที่น่าสงสัย แต่ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแล้วก็ขอให้รีบมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางแก้ไขอย่าได้แต่กลัวหรือนิ่งเฉย ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยต่อไป”นายสมศักดิ์ กล่าว   และหลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ DSI เสร็จ ดีเจแมนก็ได้พาใบเตยไปโรงพยาบาลทันที โดยคุณหมอก็ตรวจพบว่า เกิดจากการพักผ่อนน้อย อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง หัวใจเต้นแรงผิดปกติ เนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารตลอดทั้งวัน และหวั่นว่าอาจติดเชื้อได้ ก็ให้นอนแอดมิทเพื่อรอดูอาการ ให้น้ำเกลือ และ เจาะเลือดตรวจ เผื่อรอดูผลและติดตามรักษาอาการตลอด 24 ชั่วโมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-cQhXSbBB8Q

 2,054
สังคม
20 พ.ย. 62

'ใบเตย' ป่วยอาหารเป็นพิษ หลังเข้าพบ dsi ปมแชร์ forex 3d 'ดีเจแมน' รับเคยร่วมลงทุน ก่อนโดนชิ่ง

นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ ดีเจแมน และนางสาวสุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำ กับ นายปิยะศิริ​ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ และพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในฐานะพยาน คดีแชร์ Forex3D   โดยยอมรับว่า รู้จักกับนายอภิรักษ์ โกฎธิ CEO Forex3D ด้วยมิตรภาพที่ดี ซึ่งไม่ทราบว่าเบื้องหลังมีการประกอบธุรกิจ หรือทำอาชีพใดอีกบ้าง ซึ่งตัวนายอภิรักษ์ ก็เป็นผู้ชักชวนให้ตัวเองร่วมลงทุน แชร์ Forex3D ครั้งแรก 100,000 บาท หลังจากนั้นก็ได้ผลตอบแทน ก่อนที่จะร่วมลงทุนจนครบ 1 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปี และได้ผลตอบแทนกลับมาเกือบเท่ากับเงินลงทุนแล้ว ส่วนธุรกิจอื่นของนายอภิรักษ์ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง   ส่วนกรณีที่มีภาพถ่ายปรากฎว่าตัวเองได้ประชุมร่วมกับ CEO Forex3D เป็นเพียงการพูดคุยเรื่องการโฆษณาขายสมุนไพรถั่งเช่า ซึ่งไม่มีการพูดถึงเรื่องการลงทุนแชร์แต่อย่างใด   นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องเงินค่าสินสอดจำนวน 45 ล้านบาท และเงิน 10 ล้านบาท ที่นายอภิรักษ์ CEO Forex3D ใส่ซองงานแต่งงาน เป็นเพียงกระแสข่าว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะตอนที่ตัวเองจัดงานแต่งงาน ก็เริ่มมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ CEO Forex3D แล้ว และตัวเลข 45 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่เงินสดทั้งหมด แต่เป็นตัวเลขรวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ บ้าน และเครื่องเพชรต่างๆ   สำหรับกรณีที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือบุคคลสำคัญ เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ตัวเองไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และรายละเอียดเชิงลึกขอให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยยืนยันว่าตัวเองอยู่ในฐานะผู้เสียหายเช่นกัน   โดยหลังจากจะมีการพิจารณากับฝ่ายกฎหมายถึงแนวทางการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าข่ายฐานความผิดหมิ่นประมาท หลังพบมีสื่อบางสื่อ มีการนำเสนอข้อมูลบิดเบือน ที่ระบุว่า ตนเองเป็นผู้ชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุน จนส่งผลระทบกับภาพลักษณ์ความเสียหาย หลังเกิดเรื่องตนเองได้ติดต่อไปสอบถามกับตัวนายอภิรักษ์ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด   ต่อมานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้มีประชาชนถูกหลอกให้ร่วมลงทุนโดยมีได้รับผู้เสียหายกว่า 8,720 ราย ตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีความเสียหายกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้จากการพูดคุยกับดีเจแมน และใบเตย พบว่า เข้าไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้บริหารแชร์ FOREX 3D ผ่านการแนะนำจากเครือญาติ   เบื้องต้นจัดว่าเข้าไปเกี่ยวข้องในระดับสาม แต่ที่ดีเอสไอต้องเรียกตัวเข้าให้ข้อมูลเนื่องจากดาราทั้ง 2 คนไปปรากฏภาพเกี่ยวข้องกับผู้บริหารแชร์ FOREX 3D จึงขอฝากเตือนไปยังนักแสดง ดาราและกลุ่มผู้มีชื่อเสียงให้ระวังการปรากฎตัวเพราะเป็นบุคคลสาธารณะอาจถูกนำชื่อไปแอบสร้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่เป็นแฟนคลับ   อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าตนเองถูกดึงไปเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ช่วยราชการค้นหาข้อ เท็จจริง เป็นหูเป็นตาอย่าให้ประชาชนถูกหลอก ส่วนความคืบหน้าในการติดตามทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายล่าสุดสำนัก งานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินทั้งแชร์ FOREX 3D และแชร์แม่มณี   “ผมเห็นใบเตยหน้าเศร้า จึงถามว่าเป็นอะไร เครียดหรือไม่ เขาบอกว่าท้องเสียไม่สบาย อาหารเป็นพิษ นักข่าวเห็นว่าเขาหน้าเศร้าอย่าไปเขียนว่า เขาเครียดหรือกังวลใจ ผมขอเตือนดาราว่าอย่าเข้าไปใกล้ธุรกิจที่น่าสงสัย แต่ถ้าเกิดความเสียหายขึ้นแล้วก็ขอให้รีบมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางแก้ไขอย่าได้แต่กลัวหรือนิ่งเฉย ปล่อยให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยต่อไป”นายสมศักดิ์ กล่าว   และหลังให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ DSI เสร็จ ดีเจแมนก็ได้พาใบเตยไปโรงพยาบาลทันที โดยคุณหมอก็ตรวจพบว่า เกิดจากการพักผ่อนน้อย อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง หัวใจเต้นแรงผิดปกติ เนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารตลอดทั้งวัน และหวั่นว่าอาจติดเชื้อได้ ก็ให้นอนแอดมิทเพื่อรอดูอาการ ให้น้ำเกลือ และ เจาะเลือดตรวจ เผื่อรอดูผลและติดตามรักษาอาการตลอด 24 ชั่วโมง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-cQhXSbBB8Q

 2,054
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

รวบ 'น้าหลุยส์ ตาทิพย์' อ้างแบงก์ชาติ หลอกระดมทุนลง 1,000 ได้กลับ 1 ล้าน

ตำรวจกองปราบปราม จับกุมเครือข่าย 'น้าหลุยส์ ตาทิพย์' ฉ้อโกงประชาชน แอบอ้างชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย หลอกชาวบ้านให้ร่วมลงทุนในโครงการ World Bank เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ มูลค่าเสียหายมากกว่า 500 ล้านบาท โดยใช้กุศโลบายที่ว่าทำบุญ  1,000 บาท จะได้เงินคืนกลับมา 1-4 ล้านบาท    พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม แถลงจับกุมเครือข่าย “น้าหลุยส์ ตาทิพย์” ฉ้อโกงประชาชน หลอกระดมทุน จ่าย 1 พัน ได้ 1 ล้าน มีเหยื่อหลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ร้อยล้านบาท สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน โดยมี นางพันธุ์ทิพา นัยยทิพย์ หรือ 'หลุยส์' เป็นตัวการสำคัญสืบ   โดยพฤติกรรมของ น้าหลุยส์ ตั้งตัวเองเป็นหมอดู อ้างมีตาทิพย์ ที่สามารถรักษาอาการป่วยได้  จนกระทั้งมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากขึ้น ก็เริ่มหลอกประชาชนโดย ตั้งเป็นกรุ๊ปไลน์ ซึ่งแต่ละกรุ๊ปจะมีแม่ข่ายทำหน้าที่ดูแล จากนั้นเริ่มกุเรื่อง ประเทศไทย ว่าได้เป็นเจ้าภาพในการนำเงินจากธนาคารโลก หรือ world bank มาเพื่อพัฒนาประเทศ เป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ผู้ที่อยู่รากหญ้า อีกทั้งยังอ้างว่าเป็นการทำบุญโดยลงทุน 1 พันบาท จะได้ค่าตอบแทน 1 ล้านบาท เพื่อความสมจริงจึงได้ออกเอกสารประกาศเรื่อง ระบบการปล่อยเงินในประเทศ อ้างถึงเงินสำลองในประเทศจำนวน 3 ล้านล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงทำให้มีคนหลงเชื่อ และสุดท้าย พอลงเงินไปนานเข้าหลายปีผ่านไป ไม่ได้เงินกลับมา ทั้งเงินต้นและเงินดอกต่างๆ ทำให้มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความนำไปสู่การจับกุม   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบตั้งแต่ช่วงมิถุนายนที่ผ่าน จนได้หลักฐานชัดเจน ขออนุญาตศาลออกหมายจับและเข้าไปตรวจค้น มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความ   ซึ่งวานนี้ได้ตรวจค้นทั้งหมด 11 จุด ทั้งฉะเชิงเฉรา โคราช ศีระเกษ สมุทรปราการ นนทบุรี ยืดของกลางได้ 200 รายการ พร้อมจับกุมเจ้าตัว น้าหลุยส์ โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงการอายัดทรัพย์ นำมาคืนให้กับผู้เสียหายกว่า 500 ล้านบาท   โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว พร้อมกับฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้ร่วมลงทุน ควรตรวจสอบกับทางหน่วยงานก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน   โดยพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ไปฝากขังผัดแรก ศาลอาญา รัชดา ใน 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.ฟอกเงินหมายเหตุ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UTSarktzLHo  

 3,379
สังคม
16 พ.ย. 62

รวบ 'น้าหลุยส์ ตาทิพย์' อ้างแบงก์ชาติ หลอกระดมทุนลง 1,000 ได้กลับ 1 ล้าน

ตำรวจกองปราบปราม จับกุมเครือข่าย 'น้าหลุยส์ ตาทิพย์' ฉ้อโกงประชาชน แอบอ้างชื่อธนาคารแห่งประเทศไทย หลอกชาวบ้านให้ร่วมลงทุนในโครงการ World Bank เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ มูลค่าเสียหายมากกว่า 500 ล้านบาท โดยใช้กุศโลบายที่ว่าทำบุญ  1,000 บาท จะได้เงินคืนกลับมา 1-4 ล้านบาท    พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม แถลงจับกุมเครือข่าย “น้าหลุยส์ ตาทิพย์” ฉ้อโกงประชาชน หลอกระดมทุน จ่าย 1 พัน ได้ 1 ล้าน มีเหยื่อหลงเชื่อนำเงินไปร่วมลงทุนจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ร้อยล้านบาท สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน โดยมี นางพันธุ์ทิพา นัยยทิพย์ หรือ 'หลุยส์' เป็นตัวการสำคัญสืบ   โดยพฤติกรรมของ น้าหลุยส์ ตั้งตัวเองเป็นหมอดู อ้างมีตาทิพย์ ที่สามารถรักษาอาการป่วยได้  จนกระทั้งมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมากขึ้น ก็เริ่มหลอกประชาชนโดย ตั้งเป็นกรุ๊ปไลน์ ซึ่งแต่ละกรุ๊ปจะมีแม่ข่ายทำหน้าที่ดูแล จากนั้นเริ่มกุเรื่อง ประเทศไทย ว่าได้เป็นเจ้าภาพในการนำเงินจากธนาคารโลก หรือ world bank มาเพื่อพัฒนาประเทศ เป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ผู้ที่อยู่รากหญ้า อีกทั้งยังอ้างว่าเป็นการทำบุญโดยลงทุน 1 พันบาท จะได้ค่าตอบแทน 1 ล้านบาท เพื่อความสมจริงจึงได้ออกเอกสารประกาศเรื่อง ระบบการปล่อยเงินในประเทศ อ้างถึงเงินสำลองในประเทศจำนวน 3 ล้านล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงทำให้มีคนหลงเชื่อ และสุดท้าย พอลงเงินไปนานเข้าหลายปีผ่านไป ไม่ได้เงินกลับมา ทั้งเงินต้นและเงินดอกต่างๆ ทำให้มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความนำไปสู่การจับกุม   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สืบตั้งแต่ช่วงมิถุนายนที่ผ่าน จนได้หลักฐานชัดเจน ขออนุญาตศาลออกหมายจับและเข้าไปตรวจค้น มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความ   ซึ่งวานนี้ได้ตรวจค้นทั้งหมด 11 จุด ทั้งฉะเชิงเฉรา โคราช ศีระเกษ สมุทรปราการ นนทบุรี ยืดของกลางได้ 200 รายการ พร้อมจับกุมเจ้าตัว น้าหลุยส์ โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงการอายัดทรัพย์ นำมาคืนให้กับผู้เสียหายกว่า 500 ล้านบาท   โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาแล้ว พร้อมกับฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยให้ร่วมลงทุน ควรตรวจสอบกับทางหน่วยงานก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน   โดยพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ไปฝากขังผัดแรก ศาลอาญา รัชดา ใน 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.ฟอกเงินหมายเหตุ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UTSarktzLHo  

 3,379
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 62

'ดีเจแมน' แจงปมเอี่ยวคดีแชร์ฟอร์เร็กซ์ ยัน ceo ใส่ซองงานแต่ง 2 พัน ไม่ใช่ 10 ล้าน

เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียก นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ ดีเจแมน และนางสาว สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย อาร์สยาม เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยพนักงานสอบสวนต้องการทราบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจ FOREX-3D (ฟอร์เร็กซ์-ทรีดี) ถึงรายละเอียดในการประกอบธุรกิจ และรายได้ที่มาของทรัพย์สินต่างๆ หากชี้แจงไม่ได้อาจจะถูกขยายผลในทางภาษี และกฎหมายฟอกเงิน หลังจากนั้นจะเรียก พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช กับแม่ เข้าให้ปากคำด้วย   จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของแชร์ฟอเร็กซ์ 3D เบื้องต้นตรวจพบว่า เป็นการนำเงินไปลงทุนเทรดหุ้นในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง แต่ไม่พบการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนับพันล้านบาท เชื่อว่าเงินส่วนใหญ่ไปใช้สร้างภาพความร่ำรวย และจัดปาร์ตี้กับกลุ่มดารา ซึ่งขณะนี้มีเหยื่อแชร์ลูกโซ่แสดงตนอีกจำนวนมาก รวมแล้วกว่า 6 พันราย มูลค่าเสียหาย 1,200 ล้านบาท   ด้านดีเจแมนชี้แจงหลังมีภาพสนิทสนมกับ ซีอีโอเจ้าของเครือข่าย FOREX-3D (ฟอร์เร็กซ์-ทรีดี) โดยดีเจแมนยอมรับว่าเคยร่วมลงทุนฟอเร็กซ์ด้วย เพราะอยากได้เงินปันผลเท่านั้น แต่ไม่ใช่หุ้นส่วน   ส่วนจากรูปนายอภิรักษ์ชวนไปประชุม เพราะเขาอยากให้เห็นว่าบริษัทเขานายอภิรักษ์ เป็นอย่างไร ตัวเราก็ไปประชุมด้วย และในนั้นมีแต่เด็ก แล้วเราอายุมากกว่าเขา เขาเลยให้เกียรติเรานั่งหัวโต๊ะ เราไปคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ยา ไม่ได้เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ หรือ FOREX อะไรทั้งสิ้น   พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะอยู่เราในที่สว่าง ตอนนี้ DSI รับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้ว เส้นทางการเงินต่าง ๆ ตรวจสอบได้ 9oไม่ใช่ทีมแม่ข่ายอะไรทั้งนั้น กล้าพูดได้ 100% ยอมรับว่าเคยไลน์ไปถามเรื่องเงินของตัวเอง แต่เขาไม่ได้ตอบมาเหมือนกัน   ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามเงินสินสอด และเงินจัดงานแต่งว่าเอาเงินมาจากผู้เสียหายคดีนี้หรือเปล่า ดีเจแมนเผยว่า เสียความรู้สึกมาก คนมองแบบนี้ เพราะตนและใบเตยทำงานมาตลอด คุณแม่ตนก็ทำงาน เราก็ต้องใช้เงินตัวเองอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบได้   ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า นายอภิรักษ์ใส่ซองงานแต่งไป 10 กว่าล้านบาท นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเขาใส่ซองมาแค่ 2 พันบาทเท่านั้น ตนยังหัวเราะกับใบเตยอยู่เลย ถ้าได้ 10 ล้านตนคงสบายไปแล้ว กล้าสาบานได้เลย ไม่มีแน่นอนด้วยเกียรติลูกผู้ชาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dfqau_t_uGw

 1,251
สังคม
15 พ.ย. 62

'ดีเจแมน' แจงปมเอี่ยวคดีแชร์ฟอร์เร็กซ์ ยัน ceo ใส่ซองงานแต่ง 2 พัน ไม่ใช่ 10 ล้าน

เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายเรียก นายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ ดีเจแมน และนางสาว สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย อาร์สยาม เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน โดยพนักงานสอบสวนต้องการทราบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจ FOREX-3D (ฟอร์เร็กซ์-ทรีดี) ถึงรายละเอียดในการประกอบธุรกิจ และรายได้ที่มาของทรัพย์สินต่างๆ หากชี้แจงไม่ได้อาจจะถูกขยายผลในทางภาษี และกฎหมายฟอกเงิน หลังจากนั้นจะเรียก พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช กับแม่ เข้าให้ปากคำด้วย   จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของแชร์ฟอเร็กซ์ 3D เบื้องต้นตรวจพบว่า เป็นการนำเงินไปลงทุนเทรดหุ้นในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง แต่ไม่พบการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนับพันล้านบาท เชื่อว่าเงินส่วนใหญ่ไปใช้สร้างภาพความร่ำรวย และจัดปาร์ตี้กับกลุ่มดารา ซึ่งขณะนี้มีเหยื่อแชร์ลูกโซ่แสดงตนอีกจำนวนมาก รวมแล้วกว่า 6 พันราย มูลค่าเสียหาย 1,200 ล้านบาท   ด้านดีเจแมนชี้แจงหลังมีภาพสนิทสนมกับ ซีอีโอเจ้าของเครือข่าย FOREX-3D (ฟอร์เร็กซ์-ทรีดี) โดยดีเจแมนยอมรับว่าเคยร่วมลงทุนฟอเร็กซ์ด้วย เพราะอยากได้เงินปันผลเท่านั้น แต่ไม่ใช่หุ้นส่วน   ส่วนจากรูปนายอภิรักษ์ชวนไปประชุม เพราะเขาอยากให้เห็นว่าบริษัทเขานายอภิรักษ์ เป็นอย่างไร ตัวเราก็ไปประชุมด้วย และในนั้นมีแต่เด็ก แล้วเราอายุมากกว่าเขา เขาเลยให้เกียรติเรานั่งหัวโต๊ะ เราไปคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ยา ไม่ได้เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ หรือ FOREX อะไรทั้งสิ้น   พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะอยู่เราในที่สว่าง ตอนนี้ DSI รับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้ว เส้นทางการเงินต่าง ๆ ตรวจสอบได้ 9oไม่ใช่ทีมแม่ข่ายอะไรทั้งนั้น กล้าพูดได้ 100% ยอมรับว่าเคยไลน์ไปถามเรื่องเงินของตัวเอง แต่เขาไม่ได้ตอบมาเหมือนกัน   ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามเงินสินสอด และเงินจัดงานแต่งว่าเอาเงินมาจากผู้เสียหายคดีนี้หรือเปล่า ดีเจแมนเผยว่า เสียความรู้สึกมาก คนมองแบบนี้ เพราะตนและใบเตยทำงานมาตลอด คุณแม่ตนก็ทำงาน เราก็ต้องใช้เงินตัวเองอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบได้   ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า นายอภิรักษ์ใส่ซองงานแต่งไป 10 กว่าล้านบาท นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเขาใส่ซองมาแค่ 2 พันบาทเท่านั้น ตนยังหัวเราะกับใบเตยอยู่เลย ถ้าได้ 10 ล้านตนคงสบายไปแล้ว กล้าสาบานได้เลย ไม่มีแน่นอนด้วยเกียรติลูกผู้ชาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Dfqau_t_uGw

 1,251
สังคม
07 พ.ย. 62

เหยื่อคดี 'แชร์แม่นก' ทยอยเข้าแจ้งความ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 40 ล้าน

ที่จังหวัดลำปาง มีประชาชนจาก 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเกาะคา และอำเภอห้างฉัตร รวมกว่า 100 คน ตกเป็นเหยื่อในคดีแชร์แม่นก เสียหายกว่า 40 ล้านบาท โดยผู้เสียหายเล่าว่า นางสาวบุษบา หรือนก ชักชวนให้ร่วมออมเงิน เช่น ลงทุน 1 แสนบาท เพียง 5 วันจะได้เงินปันผล 2 หมื่นบาท ผลตอบแทนที่สูง ทำให้หลายคนหลงเชื่อนำเงินมาลงทุน กระทั่งกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เริ่มจ่ายเงินปันผลช้า จึงขอเงินลงทุนคืน แต่นางสาวบุษบา อ้างว่า ไม่มีเงินคืนให้ ทำให้รู้ว่าถูกหลอก พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง สั่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง

 240
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

'แม่มิ้ง' มอบตัวไม่ขอประกัน หวั่นถูกลูกแชร์เช็คบิล เปิดบัญชีไร้เงิน-ทรัพย์สินมีค่า

สุพรรณบุรี-ความคืบหน้ากรณี กลุ่มผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่แม่มิ้ง กลุ่มบ้านน้องปริมพารวย จำนวนมากแห่เข้าแจ้งความ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล อายุ 25 ปี หลอกชวนร่วมลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่ ออมเงิน ออมทองรายเดือนและราย 7 วัน   โดย น.ส.วิจิตรา อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 50-60 จนต่อมาไม่สามารถติดต่อแม่มิ้งเท้าแชร์ได้ กลุ่มนี้ความเสียหายราว 10 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้มาร่วมลงทุนทั้งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และต่างจังหวัดรวมทั้งหมดน่าจะราว 400 ราย คาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะถึงหลัก 100 ล้านบาท   ต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ข้อหา 1.ร่วมกันช่อโกงประชาชน 2.ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการช่อโกงประชาชน 3.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั่งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน   ทั้งนี้มีข้อมูลว่าแม่มิ้ง หรือ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล ท้าวแชร์บ้านน้องปริมพารวย ได้มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ว่าจะหลอกเหยื่อให้มาร่วมลงทุนให้มากที่สุด ถ้าหากกรณีของแม่มณี ไม่มาเป็นข่าวโด่งดังเสียก่อน เชื่อว่าอีกราว 2 เดือน แม่มิ้งจะสามารถชวนเหยื่อมาร่วมลงทุน จะรวบรวมเงินได้ถึง 200 ล้านบาท แล้วแม่มิ้งก็จะปิดกลุ่มแชร์แล้วจะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ กระทั่งกลุ่มแชร์ของแม่มณีมาตกเป็นข่าวและถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน กลุ่มของแม่มิ้งจึงได้รับผลกระทบไปด้วย จึงไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้   ส่วนทรัพย์สินล่าสุด แม่มิ้งถูกลูกแชร์ที่มาร่วมลงทุนรายใหญ่จำนวนเงินหลักล้าน ตามมาทวงเอาเงินไปหมดแล้วจำนวนเงินราว 4 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว ส่วนทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ก็ถูกลูกแชร์ตามมายึดไปหมดแล้ว   ล่าสุดแม่มิ้งไม่มีทรัพย์สินมีค่าและไม่มีเงินในบัญชีให้ลูกแชร์แล้ว ที่เดินทางเข้ามามอบตัวกับตำรวจก็เพราะว่ากลัวลูกแชร์ตามมาทวงหนี้ด้วย และกลัวลูกแชร์มาก่อเหตุทำร้ายร่างกายด้วย   เบื้องต้นไม่ขอยื่นประกันตัว เพราะถ้าหากประกันตัวไปก็จะถูกลูกแชร์ตามเช็คบิลอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้เสียหายหลายรายที่ทราบข่าวว่าแม่มิ้งเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทยอยกันเดินทางเพื่อมารอดูตัวแม่มิ้งกันอย่างต่อเนื่อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pkLUyVdC3LY  

 1,992
สังคม
07 พ.ย. 62

'แม่มิ้ง' มอบตัวไม่ขอประกัน หวั่นถูกลูกแชร์เช็คบิล เปิดบัญชีไร้เงิน-ทรัพย์สินมีค่า

สุพรรณบุรี-ความคืบหน้ากรณี กลุ่มผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่แม่มิ้ง กลุ่มบ้านน้องปริมพารวย จำนวนมากแห่เข้าแจ้งความ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล อายุ 25 ปี หลอกชวนร่วมลงทุนหรือแชร์ลูกโซ่ ออมเงิน ออมทองรายเดือนและราย 7 วัน   โดย น.ส.วิจิตรา อ้างว่าได้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 50-60 จนต่อมาไม่สามารถติดต่อแม่มิ้งเท้าแชร์ได้ กลุ่มนี้ความเสียหายราว 10 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้มาร่วมลงทุนทั้งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และต่างจังหวัดรวมทั้งหมดน่าจะราว 400 ราย คาดว่ามูลค่าความเสียหายน่าจะถึงหลัก 100 ล้านบาท   ต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ข้อหา 1.ร่วมกันช่อโกงประชาชน 2.ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการช่อโกงประชาชน 3.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั่งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน   ทั้งนี้มีข้อมูลว่าแม่มิ้ง หรือ น.ส.วิจิตรา คล้ายอุบล ท้าวแชร์บ้านน้องปริมพารวย ได้มีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า ว่าจะหลอกเหยื่อให้มาร่วมลงทุนให้มากที่สุด ถ้าหากกรณีของแม่มณี ไม่มาเป็นข่าวโด่งดังเสียก่อน เชื่อว่าอีกราว 2 เดือน แม่มิ้งจะสามารถชวนเหยื่อมาร่วมลงทุน จะรวบรวมเงินได้ถึง 200 ล้านบาท แล้วแม่มิ้งก็จะปิดกลุ่มแชร์แล้วจะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ กระทั่งกลุ่มแชร์ของแม่มณีมาตกเป็นข่าวและถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน กลุ่มของแม่มิ้งจึงได้รับผลกระทบไปด้วย จึงไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้   ส่วนทรัพย์สินล่าสุด แม่มิ้งถูกลูกแชร์ที่มาร่วมลงทุนรายใหญ่จำนวนเงินหลักล้าน ตามมาทวงเอาเงินไปหมดแล้วจำนวนเงินราว 4 ล้านบาท ในบัญชีธนาคารก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว ส่วนทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ก็ถูกลูกแชร์ตามมายึดไปหมดแล้ว   ล่าสุดแม่มิ้งไม่มีทรัพย์สินมีค่าและไม่มีเงินในบัญชีให้ลูกแชร์แล้ว ที่เดินทางเข้ามามอบตัวกับตำรวจก็เพราะว่ากลัวลูกแชร์ตามมาทวงหนี้ด้วย และกลัวลูกแชร์มาก่อเหตุทำร้ายร่างกายด้วย   เบื้องต้นไม่ขอยื่นประกันตัว เพราะถ้าหากประกันตัวไปก็จะถูกลูกแชร์ตามเช็คบิลอย่างแน่นอน ขณะที่ผู้เสียหายหลายรายที่ทราบข่าวว่าแม่มิ้งเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ทยอยกันเดินทางเพื่อมารอดูตัวแม่มิ้งกันอย่างต่อเนื่อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pkLUyVdC3LY  

 1,992
สังคม
05 พ.ย. 62

'แม่มณี' นอนคุก ไม่ขอยื่นประกันตัว

วันที่ 4 พ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือเดียร์ ท้าวแชร์แม่มณี หลังจากถูกตำรวจจับกุมและนำตัวฝากขังที่ศาลจ.อุดรธานี   ล่าสุด นายชมทรรศน์ สมบุตร ทนายความที่เคยทำคดีแม่มณีนมเน่า เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนเองเดินทางมาขึ้นศาลจ.อุดรธานีตามนัดไต่สวนคำร้องกรณีแม่มณีโดนฟ้องร้องไลฟ์สดหมิ่นประมาท โดยผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหาย 3 ล้านานบาท แต่ศาลเลื่อนไปเป็นวันที่ 2 ธ.ค. 62 เนื่องจาก น.ส.วันทนีย์ มีคดีแชร์อยู่   ทนายความกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินการเรื่องประกันตัวแม่มณีนั้นตอนนี้คงไม่ดำเนินการแล้วเพราะไม่มีหลักทรัพย์มาประกันตัวและไม่มีญาติติดต่อมา แต่ได้คุยกับแม่มณีเมื่อวานแล้วให้ดูแลอยู่

 207
การเมือง
05 พ.ย. 62

นายกฯ เปิดประชุมอาเซียนบวกสาม เสนอสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสามโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาระสำคัญการหารือว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสาม โดยเน้นแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่เป็นข้อห่วงกังวลร่วมกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวในนามรัฐบาลไทย และประชาชนชาวไทยกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 22 พร้อมแสดงความเสียใจกับรัฐบาลและประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยประเทศไทยหวังว่า กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่และประชาชนที่ประสบภัยให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็ว โดยความร่วมมือในกรอบอาเซียนบวกสามเป็นกรอบความร่วมมือที่มีพลวัตมากที่สุดกรอบหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเสาหลักที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือเฉพาะด้าน รวมทั้งการสร้างแนวคิดการเป็นประชาคมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในทั้ง 13 ประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3M ได้แก่ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกัน 

 134
สังคม
04 พ.ย. 62

คุมตัว 'แม่มณี' ฝากขัง ปัดนายทุนใหญ่อยู่เบื้องหลัง - แม่ข่ายหลั่งน้ำตา สูญเงินหมดตัว

ความคืบหน้าคดีแชร์แม่มณี ช่วงบ่ายนี้ยังคงต้องลุ้นว่าศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่ ขณะที่เจ้าตัว ปัด เฮีย ก.อยู่เบื้องหลัง ด้านตำรวจพบบุคคลปริศนาที่แม่มณีจ้างถอนเงิน 20 ล้านบาท   วันนี้ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้นำตัวนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือเดียร์ หรือแม่มณี และนายเมธี ชิณภาพ สามี ไปยังกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อทำการเค้นสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดอุดรธานี   ขณะที่แนวทางการดำเนินคดี ตำรวจได้สอบเรื่องเส้นทางการเงิน และเครือข่ายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ตรวจพบเส้นทางการเงินของแม่มณีหมดแล้ว พบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงกับบุคคลปริศนา ที่คาดว่าแม่มณีได้ว่าจ้างให้บุคคลดังกล่าวไปถอนเงินอีก 20 ล้านบาท ส่วนกระแสข่าวที่มีการซัดทอดว่า เฮีย ก. นายทุนใหญ่ในจังหวัดอุดรธานีอยู่เบื้องหลังเรื่องการเปิดให้ออมเงิน เบื้องต้นแม่มณีระบุไม่เป็นความจริง เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวเองทำเพียงคนเดียวทั้งหมด   ขณะที่ในช่วงบ่ายตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้มีการเรียกประชุมทุกหน่วยเพื่อรายงานความคืบหน้าคดีต่อ พลตำรวจโทเจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ที่จะเดินทางมาร่วมประชุมติดตามคดีด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่า อาจจะมีการปฏิบัติการบุกค้นเครือข่ายท้าวแชร์แม่มณี และออกหมายจับเพิ่มเติม

 192

Top