ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์"

สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,864
สังคม
16 พ.ย. 62

ปอท.รวบหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนฉกข้อมูลสมัคร e-wallet พบผู้เสียหายจำนวนมาก

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุมนายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และนายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นนายชวัลกร จะนำไปซื้อรหัสเงินสดก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชน เรื่องการสมัครงานออนไลน์อาจตกเป็น “ผู้ต้องหา” โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/yNuoYmv0Ssk

 1,864
สังคม
15 พ.ย. 62

เผยกลโจร! โพสต์รับสมัครงานออนไลน์ ก่อนนำข้อมูลแฮกเฟซบุ๊กหลอกโอนเงิน

ปอท.จับกุมหนุ่มหลอกรับสมัครงานออนไลน์ ก่อนเอาข้อมูลเหยื่อไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet และแฮกเฟซบุ๊กส่งข้อความยืมเงิน พบเงินหมุนเวียนในบัญชีตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน กว่า 34 ล้านบาท   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยพันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงจับกุม นายวุฒิวัฒน์ ชื่นมโน อายุ 22 ปี และ นายชวัลกร ระงับภัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดร่วมฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน   โดยสามารถจับกุมตัวนายวุฒิวัฒน์ได้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมยึดของกลางคอมพิวเตอร์พีซี 1 เครื่อง เราเตอร์ 1 เครื่อง ซองใส่ซิมการ์ดเบอร์โทรศัพท์ 17 ซิม สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง   สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่าถูกคนร้ายแฮกเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วนำไปหลอกคนสนิทของผู้เสียหายให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้สืบหาข้อมูลนานกว่า 10 เดือน กระทั่งแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายวุฒิวัฒน์   โดยพฤติการณ์ของคนร้ายคือเมื่อปี 2559 ได้สร้างเฟซบุ๊กปลอมแล้วนําไปหลอกรับสมัครงานตามเพจสมัครงานต่างๆ เมื่อมีคนสนใจก็จะคุยในข้อความส่วนตัวเพื่อขอข้อมูลต่างๆ ทั้งชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ จากนั้นก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Wallet ก่อนแฮกเฟซบุ๊กแล้วไปหลอกขอยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดของผู้สมัครงานอีกทอดหนึ่ง โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถูกเปิดลงทะเบียนเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครงานไว้ก่อนหน้านี้    เมื่อได้เงินมาจะนําไปซื้อรหัสบัตรเติมเงินโทรศัพท์ หรือทําการโอนเงินจากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของนายชวัลกร จากนั้นจะนำไปซื้อรหัสเงินสด ก่อนนําไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าออนไลน์ที่ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ไอเทมเกมส์ หรือทางเวปไซด์รับซื้อรหัสเงินสดต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะโอนกลับเข้าบัญชีของนายวุฒิวัฒน์   จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า นายชวัลกร มีการโอนเงินเข้าบัญชีนายวุฒิวัฒน์กว่า 8 ล้านบาท นอกจากนี้ตั้งแต่เมื่อปี 2559 จนถึงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวุฒิวัฒน์มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 34 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังมีเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหาย ที่ทางผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุโอนเงินไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 241 เบอร์ ที่ฝากให้ควรระวังด้วย   พร้อมฝากเตือนประชาชนเรื่องการสมัครงานออนไลน์ อาจตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากถูกหลอกให้ส่งข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ จนเป็นเหตุให้คนร้ายนำไปทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชี ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย

 3,019
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ค. 62

เตือนภัยโกงเงินรูปแบบใหม่ ผู้ใช้ mobile banking ต้องระวัง เงินเกลี้ยงบัญชีภายในไม่กี่นาที!

ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เตือนภัยการโกงเงินรูปแบบใหม่ ดูดเงินในบัญชีธนาคารหมดเกลี้ยง ภายในไม่กี่นาที เตือนผู้ใช้ Mobile Banking App อ่านรายละเอียดแจ้งเตือนให้ครบถ้วนทุกครั้ง ก่อนกดตกลง     ทั้งนี้ ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ ที่มักจะเปิดเผยเลขบัญชีธนาคาร และถูกคนร้ายเข้ามาทำทีเป็นลูกค้ามาขอซื้อสินค้าออนไลน์ และขอเลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ในบัตรประชาชนของผู้เสียหาย โดยคนร้ายจะนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นไปเปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ขึ้น และตั้งค่าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ให้เชื่อมเข้ากับบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย   จากนั้น ผู้เสียหายจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ ในทำนองว่า "คุณต้องการที่จะให้บัญชีธนาคารของคุณเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่" แต่การแจ้งเตือนนั้นมีข้อความค่อนข้างยาว ทำให้ผู้เสียหายหลายรายไม่อยากอ่าน และมองว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้น   เมื่อผู้เสียหายกด "ยอมรับ" หรือ "ตกลง" บน Mobile Banking App การเชื่อมบัญชีระหว่างบัญชี Mobile Banking ของผู้เสียหาย กับบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของคนร้ายก็จะสมบูรณ์ ทำให้คนร้ายสามารถยักย้ายถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ผ่านช่องทาง Mobile Banking ไปยังบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของคนร้ายจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที   ขอให้อ่านข้อความที่แจ้งเตือนมานั้นให้ละเอียด หากอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ต้องตอบตกลง เพราะไม่แน่การแตะหน้าจอเพียงครั้งเดียว อาจจะทำให้เงินของท่านถูกถอนออกจนหมดบัญชีก็ได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ZeX_Tu6nCJo

 102,310
เศรษฐกิจ
03 ธ.ค. 61

เปิดปฏิทิน รัฐโอนเงินเข้าบัตรคนจน ไว้ฉลองปีใหม่คนละ 500 บาท ช่วง 8-10 ธ.ค.นี้

กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการ ได้เตรียมความพร้อมทั้งข้อมูลและระบบในการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งได้กำหนดระยะเวลาในการจ่าย โดยมีรายละเอียด ดังนี้   มาตรการ เงื่อนไข จำนวนเงิน วันที่เงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money 1. ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา – ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน แต่ไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีใช้เกินวงเงิน ที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน – ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน – วันที่ 18 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 กุมภาพันธ์ 2562) – ใช้น้ำประปาไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน – กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน – ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน   2. ค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย – จ่ายให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน 500 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว) – 8 – 10 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิ ที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562   3. ค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล – ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 – 1,000 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว) – วันที่ 21 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 21 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562   4. ค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย – ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 และแจ้งข้อมูลไว้กับหน่วยลงทะเบียนว่ามีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย – 400 บาท/คน/เดือน – วันที่ 12 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 12 ธันวาคม 2561 – สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7Z8kqjuYEOM

 29,102

Top