ค้นหา :

ผลการค้นหา "แชทหาคู่"

สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 61

ฝากขังหนุ่มใหญ่แชทลวงหญิงข่มขืน แม่ม่ายแฉถูกหลอก ขอจดทะเบียนทั้งที่รู้จักกัน 2 อาทิตย์

กรณีลูกชายพร้อมญาติชาว อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ร้องสื่อเพื่อช่วยประกาศตามหาผู้เป็นแม่ อายุ 58 ปี อาชีพพยาบาล ภายหลังจากที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 13 ธ.ค.2561 และพบว่าในบัญชีธนาคารของนางสนอง ถูกกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มไป 150,000 บาท อย่างผิดสังเกต ญาติสงสัยว่าอาจจะเกิดอันตรายจึงแจ้งความไว้ที่ สภ.สูงเนิน เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา   ต่อมา จนท.ทำการสืบสวนพบว่าหญิงคนดังกล่าว ถูกนายเอราวัน คุมภวิภาษ อายุ 53 ปี ชาว จ.ชลบุรี ซึ่งรู้จักกันผ่านโปรแกรมหาคู่ Thai dating ซึ่งได้พูดคุยกันมาตลอดกว่า 7 เดือน โดยคนร้ายแวะไปหานางหญิงคนดังกล่าวบ่อยครั้งที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะตีสนิทล่อหลอกให้ออกมาหาบังคับข่มขู่ให้ไปกับตนเอง ทำร้ายร่างกาย บังคับข่มขืนเหยื่อ และถ่ายคลิปไว้แบล็คเมล์ พร้อมทั้งบังคับให้เหยื่อบอกรหัส บัตรเอทีเอ็มเพื่อไปกดเงิน   ต่อมาจับกุมคนร้าย ตร.ได้คุมตัวมาสอบสวนและทำแผน ก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากก่อนจะทำการจับกุม ญาติของผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินพบว่า   มีการนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินจำนวน 150,000 บาท ในพื้นที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จึงมาแจ้งความไว้  ระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้ใช้โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ส่งคลิปขณะมีความสัมพันธ์กันเข้าไลน์ของลูกชายผู้เสียหาย พร้อมทั้งส่งคลิปเข้าไลน์ของบุคคลอื่นด้วยเพื่อแบล็คเมล์ สำหรับโรงพักท้องที่ใด จะนำตัวไปดำเนินคดีก็ต้องทำเรื่องขออายัดตัว   ด้าน ตร.เผยว่า ผู้ต้องหารู้จักกับผู้เสียหายผ่านโปรแกรมหาคู่เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยนัดเจอกันเมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ทำงานของผู้เสียหายที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา หลังจากนั้นก็นัดเจอกันเรื่อยมา และก่อนที่ผู้เสียหายจะหายตัวไป ผู้ต้องหาได้พาลูกชาย 2 คน อายุ 14 ปี และ 11 ปี ไปพบผู้เสียหาย   โดยให้ลูกเรียกผู้เสียหายว่าแม่ ก่อนออกอุบายว่า เปิดรีสอร์ทไว้ใกล้ที่ทำงาน พอไปถึงรีสอร์ทผู้ต้องหาบอกให้ลูก 2 คน ไปรอนอกห้องอ้างมีเรื่องจะคุยกับผู้เสียหาย จากนั้นก็ใช้มือผลักแล้วลงมือข่มขืน แล้วกักขังไว้ที่รีสอร์ท มีการนำบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายไปกดเงิน จนทางญาติผิดสังเกตจึงได้ประกาศตามหาและอายัดบัญชี   ต่อมาผู้เสียหายได้หลบหนี บุกป่าหญ้ารกทึบ ลุยโคลน ตกร่องน้ำ กระโดดข้ามกำแพงโรงงานเพื่อเอาตัวรอด หาที่ซ่อนตัวกระทั่งมีคนมาช่วยโทรหาตำรวจท้อง   ต่อมาคนร้ายยังมาเล่นโปรแกรมหาคู่คุยกับสาวใหญ่วัย 58 ปี ที่เป็นพยาบาล ในห่วงเวลาเดียวกันก่อเหตุหบอกผู้หญิง 3 ราย จนท.เชื่อว่าน่าจะมีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่านี้    โดยเหยื่ออีกคนเล่าว่า ถูกผู้ต้องหาหลอกแต่ไม่โดนทำร้ายร่างกายหรือข่มขืน หลังจากรู้จักกับผู้ต้องหาได้ 2 อาทิตย์ ผ่านโปรแกรมหาคู่ โดยผู้ต้องหาทักมาตนก่อน เนื่องจากเห็นตนขึ้นสเตตัสว่าเป็นม่าย และอ้างว่าเป็นคนบ้านเดียวกับตน จากนั้นก็คุยกันมาโดยตลอด นายเอราวันบอกจะกลับบ้านและจะแวะมาหา โดยมากับลูกอีก 2 คน ขับรถมาจอดหน้าบ้าน แต่ลูกสาวของตนไม่ให้เข้าบ้านเพราะเป็นคนแปลกหน้า และต่อมาก็ถูกจับกุมดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dMzliLBO20U

 7,863
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 61

'นัท โอนไว' ให้อภัยสาวแชทหลอกโอนเงิน ร่ำไห้ขอโทษอ้างหาเงินเลี้ยงลูก 2 คน

พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าว จับกุมตัวนางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ หรือผึ้ง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามในข้อหาฉ้อโกง หลังหลอกผู้เสียหาย ให้หลอกโอนเงิน และได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก โดยชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคาร 6 การเคหะร่มเกล้า ซอยการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ   สำหรับคนร้ายรายนี้ ได้สมัคร แอปพลิเคชันจูโม่ (JAUMO) ซึ่งเป็นแอพที่สร้างโปร์ไฟล์ เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายเห็นรูปโปร์ไฟล์ ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเองก็ได้หลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาทางคนร้ายได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปหลายครั้ง เป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายก็ได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหาย รู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้   ต่อมามีผู้เสียหายอีกรายที่ถูกคนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ทำให้ชื่อเสียง ตนเองได้รับความเสียหาย ก็ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก การกระทำดังกล่าวของคนร้ายทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ได้แจ้งความแล้ว และ ยังไม่แจ้งความ ทาง บก.สส.บช.น. จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลของคนร้าย และสืบสวนติดตามจับกุมจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้   ด้านนางนันท์นลิล ผู้ต้องหา กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะไม่มีเงิน และต้องเลี้ยงลูก 2 คน โดยก่อนหน้านี้เคยเล่นมาแล้วหลายแอป แต่ไม่สำเร็จ จนมาเจอแอปนี้ และก่อเหตุมา 6-7 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคนที่เสียเงินมากที่สุดคือ 1 แสนบาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ และอยากขอโทษผู้เสียหายทั้ง 2 รายทำให้เดือดร้อน ส่วนภาพที่เลือกนั้นเพราะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับผู้เสียหาย ขณะเดียวกันนางนันท์นนิล ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองราย พร้อมทั้งร้องไห้ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปสอบปากคำต่อ   ด้านนายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา 'นัท โอนไว' ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ พร้อมเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ส่วนตัวได้ไปไหว้พระ 9 วัดที่ภาคอีสาน เพราะไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับใครอีก และหลังจากที่เกิดเหตุก็มีผู้หญิงทักมาให้โอนเงินให้ เช่น เติมเงินโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้โอนให้ใคร ซึ่งจะโอนให้เฉพาะคนที่สนิทเพียงเท่านั้น หลังจากที่คนร้ายยกมือไหว้ขอโทษ ตนก็ยกโทษให้และไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนเงินที่โอนไปให้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้คืน   ขณะที่ น.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี แม่ค้าขายของออนไลน์ และเป็นผู้ที่ถูกคนร้ายใช้รูปไปหลอกลวงผู้อื่น เปิดเผยว่า อยากให้คนร้ายกลับตัวกลับใจ ตนก็ไม่อยากเดือดร้อน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งเมื่อคนร้ายขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะขายของออนไลน์ต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กองวิเคราะห์ข่าว เผยว่า การจับกุมในครั้งนีัเป็นการจับตามหมายของ สน.พระราชวัง ซึ่งก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยคนร้ายรับว่า เอาเงินไปใช้ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้เคยใช้บัญชีธนาคารของตนเองแต่กลัวตำรวจจับได้ จึงเปลี่ยนเลขบัญชีเป็นของมารดา ซึ่งตำรวจต้องเอาไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และต้องประสานธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวส่ง สน.พระราชวัง และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็จะอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SrL2fYLRDIM

 3,899
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 61

รวบสาวเปิดเฟซบุ๊กลวงเหยื่อหลอกหาคู่ชาวต่างชาติออนไลน์ เหยื่อแฉโดนหลอกโอนเงินสูญกว่า 2 แสน

วานนี้ (30 พ.ย.) พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมตัวคนร้ายฉ้อโกงทรัพย์ด้วยการเปิดเฟซบุ๊กหาคู่ชาวต่างชาติผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายแล้วจำนวนหลายราย โดยสามารถจับกุมตัว น.ส.นฤมล ยิ้มละมัย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขต อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร   ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่ง เผยว่าคนร้ายได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อ พรพรม จันทร์ทร พร้อมกล่าวอ้างว่าเป็นนายหน้าสามารถจัดหาหนุ่มชาวต่างชาติเพื่อมาออกเดทและคบหากัน โดยเสียค่าสมัครเป็นสมาชิกในราคา 300 บาท เมื่อสมัครไปแล้วกลับถูกหว่านล้อมให้โอนเงินเข้าบัญชีจำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 2 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่สามารถติดต่อเจ้าของเฟซบุ๊กได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความจนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด   ทาง พ.ต.อ.อภิชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบแน่ชัดว่าคนร้ายคือ น.ส.นฤมล ก่อนขออนุมัติหมายจับตัวได้ในเวลาต่อมา ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าได้กระทำผิดมาแล้วหลายครั้ง มีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งใครที่เคยตกเป็นเหยื่อสามารถมาแจ้งความได้ที่โรงพักพัทยา ก่อนจะควบคุมตัวดำเนินคดีฉ้อโกงทรัพย์และฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต่อไป        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/j4Rmb4aA49w

 1,773

Top