ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจ้าทองคำ"

สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

มหากาพย์ควายยิ้้ม! ตร.แจงละเอียดเหตุตั้ง 4 ข้อหา 'พี่คล้าว 2018' เจ้าตัวยันคำเดิมบริสุทธิ์ใจ ชี้แค่อยากได้ควายมาเลี้ยง

ตร.แจงละเอียดโต้อัยการ-โซเชียล ตั้ง 4 ข้อหา พี่คล้าว 2018 ซัดผิดเงื่อนไขปล่อยตัว-ให้ทีมสอบสวนชุดใหม่พิจารณายื่นฝากขัง เจ้าตัวยันเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ลงลึกคดี   จากกรณีนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ซึ่งโด่งดังในโซเชียลมีเดียที่ถ่ายรูปคู่กับควายทองคำในลักษณะความยิ้ม ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หลังจากนายสุรัตน์ได้ออกมาเรี่ยไรเงินโดยระบุว่าเพื่อไปไถ่ควายทองคำ ในราคา 1 แสนบาท แต่กลับพบพิรุธเพราะนายสุรัตน์ไม่บอกว่าใครเป็นเจ้าของควายที่แท้จริง และทำให้ประชาชนเข้าใจว่าหากไม่ช่วยไถ่ควายจะโดนเข้าโรงเชือด   ต่อมาตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหากับนายสุรัตน์ ประกอบด้วย 1.ฉ้อโกงประชาชน 2.ผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน 3.พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร และ 4.พรบ.การฟอกเงิน โดยนายสุรัตน์ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และตำรวจได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า ภายหลังข่าวดังกล่าวออกไป ได้มีทนายความ รวมทั้งอัยการ ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ตนจึงขอทำความเข้าใจว่า คดีนี้ตำรวจได้ยึดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายโดยตลอด   ซึ่งจากการสอบสวนหาพยานหลักฐาน เริ่มแรกพบพัฒนาการจากเฟซบุ๊กของนายสุรัตน์ จากการโพสต์ช่วงแรกจนเมื่อควายทองคำเริ่มดังมีการเปลี่ยนรูปแบบภาษาที่ใช้ และมีการถ่ายภาพที่สวยขึ้น รวมทั้งมีการสร้างเพจเฟซบุ๊ก และพบความผิดปกติจากการนำเสนอข่าวจากสื่อชื่อดัง โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท โดยพบว่ามีการสร้างเรื่องราวตัดต่อคลิปภาพที่นายสุรัตน์ร้องไห้และใช้คำว่าไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและร่วมบริจาคเงิน   แต่เมื่อสอบถามเจ้าของควายที่แท้จริงคือ  นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ทราบว่าก่อนเป็นกระแสข่าว 1 วัน มีนักข่าวโทรมาถามเรื่องการขายเจ้าทองคำ ซึ่งนายบุญเลิศก็ยืนยันว่าขายในราคา 1 แสนบาท แต่ต่อมามีการปล่อยคลิปเสียงที่นักข่าวพูดคุยกับนายบุญเลิศหลังตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว ทำให้สงสัยในเจตนาของนักข่าวคนดังกล่าวว่าตอนที่คุยยังไม่มีกระแสข่าวเรื่องขายควายทองคำ ทำไมถึงอัดคลิปดังกล่าวไว้ และทำไมถึงเพิ่งมาปล่อยคลิปหลังมีการแจ้งข้อหา ซึ่งจะได้มีการเรียกนักข่าวคนดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป   จากนั้น ได้มีการเปิดคลิปวิดีโอระหว่างการสอบปากคำนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเมืองห้า เจ้าของควายทองคำยืนยันว่า ได้ฝากควายให้นายสุรัตน์เลี้ยงไว้ 3 ตัว ต่อมามีคนติดต่อซื้อควายตัวเมีย 2 ตัวซึ่งตนก็ตกลงขาย แต่ควายทองคำไม่ได้ขายให้ใคร เพราะนายสุรัตน์ได้มาขอไว้ว่าจะให้ทับกับควายตัวเมียที่เลี้ยงไว้ ซึ่งตนย้ำไปแล้วว่าควายพันธุ์นี้มีราคาสูงถึง 1 แสนบาท นายสุรัตน์ยังยืนยันว่าขอเวลาเกี่ยวข้าวขายก่อน ซึ่งตนก็คิดว่านายสุรัตน์ไม่มีปัญญาซื้อแน่ ๆ แต่ไม่คิดว่านายสุรัตน์จะไปทำการเรี่ยไรโดยไม่บอกว่าตนเป็นเจ้าของ   พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พบว่าหลังจากนายสุรัตน์ประกาศเรี่ยไรแล้วมีผู้บริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเมื่อถึง 1 แสนบาท ก็มีการประกาศว่าจะยุติการรับบริจาค แต่ไม่มีการปิดบัญชี จนภายหลังพนักงานสอบสวน ต้องไปแจ้งขออายัดบัญชีดังกล่าวซึ่งพบว่ามียอดบริจาครวม 1.6 แสนบาท ส่วนที่มีการมอบเงิน 1 แสนให้กับตัวแทนของนายบุญเลิศ เป็นค่าควายทองคำนั้น ภายหลังนายบุญเลิศได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้กับตำรวจ เพราะมองว่าเป็นเงินที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย   พร้อมพาทนายสงกานต์ มาแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับนายสุรัตน์และผู้ที่เกี่ยวข้องใน 4 ข้อหาดังกล่าว นอกจากเรื่องฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ คือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ แล้ว ยังมีเรื่อง พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร เนื่องจากประกาศรับบริจาคเองโดยไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ ส่วนข้อหาสุดท้ายคือ ผิดตาม พรบ.กฎหมายฟอกเงิน คือหลังจากที่ได้เงินบริจาคมาได้แปรสภาพเป็นควาย ทำให้ต้องยึดควายมาเป็นของกลางตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินยังอยู่ทีเดิมตามที่อัยการให้สัมภาษณ์ตามสื่อแต่อย่างใด และการยึดควายก็มาจากการส่งมอบของนายบุญเลิศ ซึ่งเป็นเจ้าของควายทองคำ เมื่อมีการนำของกลางในคดีมามอบเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับ   พ.ต.อ.สิงห์  กล่าวว่า หลังจากมีการแจ้งข้อหาและนายสุรัตน์ปฏิเสธแล้วนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้มีการปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่ต้องประกันตัว แต่มีเงื่อนไขคือห้ามให้ข่าวเพราะอาจเป็นการกระทำที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งอาจทำให้ตำรวจพิจารณานำตัวยื่นฝากขังต่อศาลได้ แต่ช่วงเย็นวันนั้นกลับไปให้สัมภาษณ์สดกับสื่อมวลชนช่องหนึ่ง แต่การพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้น จะรอให้ทีมพนักงานสอบสวนชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาว่าจะเรียกตัวเพื่อยื่นฝากขังต่อศาลหรือไม่ เพราะนายสุรัตน์ และทนายความได้ไปร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน และขอให้ถอนข้อหา ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ส่วนการดำเนินคดีจากนี้ จะเรียกผู้ที่โอนเงินทั้งหมดมาสอบปากคำ   ด้าน นายสุรัตน์ พร้อมด้วย ทนายความ ได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว หลังครบกำหนดวันนัดหมาย โดยได้มีนำ น.ส.ยุพเรศ เอมแย้ม พยานซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โอนเงินช่วยเหลือมาให้การปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยยืนยันว่าได้ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเจ้าทองคำไปจำนวน 500 บาท ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  และเห็นว่านายสุรัตน์ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด   นอกจากนี้มีการยื่นพยานหลักฐานเป็นรายชื่อผู้ที่ร่วมบริจาคเงินรวมแล้ว 21 ราย มามอบต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และทั้งหมดต่างยืนยันว่าไม่ได้โดนหลอกลวงแต่อย่างใด แต่บางคนอาจไม่สะดวกมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้   ขณะที่ นายสุรัตน์ ซึ่งได้นั่งฟังการแถลงข่าวของตำรวจ ได้ออกม่เปิดเผยภายหลังว่า สำหรับความเป็นอยู่ของเจ้าทองคำนั้น ตอนนี้มีอาการร้อนในและเท้าพองบ้าง แต่ก็กินหญ้าร่าเริงปกติ โดยตนยืนยันคำเดิมว่าตนบริสุทธิ์ใจ แต่วันนี้ที่ได้มานั่งฟังตำรวจก็เข้าใจในการตั้งข้อหามากขึ้น แต่สุดท้ายให้พยานหลักฐานต่าง ๆ ไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน ส่วนที่ตำรวจบอกว่าตนไปออกสื่อหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งผิดเงื่อนไขนั้น เพราะตนมองว่าตนโดนกล่าวหาและเมื่อมีช่องทางใดแสดงความบริสุทธิ์ใจได้ตนก็ยินดี แต่ก็ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกฎหมายทำให้ไม่ทราบเรื่องการผิดเงื่อนไขจนอาจโดนฝากขังได้ แต่เพราะได้สอบถามทางทนายความแล้ว เขาบอกว่าตำรวจบอกคุยได้แต่ไม่ต้องลงลึกในคดี และละยืนยันว่าไม่รู้จักกับ น.ส.เอ นักข่าวท้องถิ่นที่โดนกล่าวหาในขณะนี้ว่าร่วมมือกับตนหลอกลวง   นายสุรัตน์  กล่าวว่า ตนยินดีที่อยากจะไกล่เกลี่ยกับทนายสงกานต์ เพื่อให้คดีจบลง เพราะอยากอยู่แบบเรียบง่าย อยากให้เข้าใจว่าตนไม่เคยคิดจะเอาเงินบริจาคมาเป็นเงินส่วนตัว เพียงแต่ต้องการให้เป็นตามเจตนาของคนบริจาค        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I2ASc2R38T0

 5,604
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 61

'พี่คล้าว 2018' พาควายทองคำกลับบ้านหลังได้สิทธิ์ดูแล เผยจบคดีจะบวชแก้บน 9 วัน 'ทนายสงกานต์' นัดนักข่าวบ่าย 2 วันนี้

ตำรวจให้สิทธิ์พี่คล้าวดูแลควายทองคำ ชั่วคราว หลังมีคนใจดีมอบเงิน 1 แสนบาท ให้นายกฯ อบต. เผยดีใจได้ควายกลับไปเลี้ยง โชว์ขึ้นขี่หลังควายคู่ใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จบคดีจะบวชแก้บน 9 วัน   กรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือ พี่คล้าว 2018 ถูกนายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยนาท เข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน เรี่ยไรเงินบริจาคไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ ควายยิ้มชื่อดัง เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ตำรวจ สน.คันนายาว มอบควายให้นายสุรัตน์ กลับไปดูแลชั่วคราว   นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ พร้อม นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เพื่อขอให้ถอนข้อหาเรี่ยไร ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อหา ที่ทางตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายสุรัตน์ เนื่องจากพบว่าไม่ครบองค์ประกอบความผิด   จากนั้นทั้งนายสุรัตน์ พร้อมทนายความ และนายบุญเลิศ ได้เข้าไปพูดคุยกับ ผกก.สน.คันนายาว เพื่อลงบันทึกรับมอบควาย โดยช่วงแรก พ.ต.อ.สิงห์ ได้ชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับการทำคดีว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ที่ดำเนินคดีหลายข้อหา เนื่องจากทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หนึ่งในผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมกับแจ้งข้อกฎหมายที่จะใช้แจ้งความทั้ง 4 ข้อหา พนักงานสอบสวนจึงต้องรับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแนะนำในเรื่องของการหาพยานมาต่อสู้คดี   นอกจากนี้ ยังได้ให้นายสุรัตน์ ทดลองเข้าอีเมล์ และเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งนายสุรัตน์สามารถล็อคอินเข้าเฟซบุ๊กและโทรศัพท์มือถือของตนเองได้ แต่เมื่อถามถึงเรื่องของเพจควายยิ้มที่เปิดไว้นั้น นายสุรัตน์ให้การว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้เปิดเพจดังกล่าว แต่มีบุคคลในเฟซบุ๊กเป็นผู้เปิดเพจให้   ส่วนการไกล่เกลี่ยหาผู้ถือกรรมสิทธิ์ดูแลควายของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะนำเจ้าทองคำไปดูแลรักษาไว้ที่บ้านของนายสุรัตน์ หรือนายบุญเลิศ จะเป็นผู้นำไปดูแลเอง โดยเจ้าหน้าที่ให้ผู้สื่อข่าวออกจากบริเวณห้องไกล่เกลี่ย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่ ใช้เวลา 30 นาที จึงแล้วเสร็จ   จากนั้น พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ และนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เดินทางไปที่คอกควายชั่วคราวภายในแปลงเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง โดย พ.ต.อ.สิงห์ เผยว่า ได้มีการไกล่เกลี่ยและทำข้อตกลงในการนำควายไปเลี้ยงชั่วคราว ซึ่งได้มีผู้ไม่ประสงค์ออกนามนำเงินจำนวน 1 แสนบาท มาให้ นายก อบต. และลงบันทึกเป็นหลักฐานก่อนส่งมอบให้นายสุรัตน์นำควายกลับไปเลี้ยงดูเป็นการชั่วคราว   ทั้งนี้ เงิน 1 แสนบาทในส่วนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเงินของกลาง 1.6 แสนบาท ในคดี ด้านคดีเจ้าหน้าที่ก็จะทำการสอบสวนต่อไป ส่วนเรื่องที่ทางทนายความยื่นหนังสือให้ถอนข้อหาเรี่ยไร ก็ได้รับเรื่องไว้และจะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีต่อไป หากคดีสิ้นสุดแล้วพบว่านายสุรัตน์ไม่ผิดก็จะคืนเงิน 1.6 แสนบาทให้   นอกจากนี้ พ.ต.อ.สิงห์ ได้ให้นายสุรัตน์ สาธิตการถ่ายภาพที่ทำให้ควายยิ้ม แต่เจ้าทองคำไม่ยอมยิ้มเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และตื่นสื่อมวลชนที่มาทำข่าวจำนวนมาก แต่เมื่อนำน้ำมาอาบให้เพื่อคลายความร้อนและนำหญ้ามาให้กิน เจ้าทองคำก็จะอารมณ์ดี   ด้านนายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนไม่ติดใจอะไรแล้ว ขณะนี้เจ้าทองคำไม่ใช่ควายของตนแล้ว และอยากแจ้งผ่านสื่อหลังจากที่ตนโดนประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนก็เป็นคนที่รักควายคนหนึ่ง เลี้ยงควายมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เป็นคนใจร้ายแต่อย่างใด จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แยกสอบนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า และ นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ   หลังจากสอบสวนนายสุรัตน์ เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง นายสุรัตน์พร้อมทนายความ ได้เดินทางมาที่คอกเจ้าทองคำ เพื่อจะนำกลับไปยังบ้านที่ จ.ชัยนาท เมื่อมาถึงคอกนายสุรัตน์ เผยความรู้สึกสั้น ๆ ว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เจ้าทองคำจะได้กลับบ้าน และเมื่อถึงบ้านก็จะให้เจ้าทองคำไปวิ่งเล่น แช่น้ำ ที่ท้องนา ซึ่งตนก็จะไปเล่นด้วย   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่รอเดินทางกลับนายสุรัตน์ได้โชว์ขึ้นขี่หลังควาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม กระทั่งรถกระบะสีขาวติดคอกเหล็กจะถอยเข้ามา ซึ่งนายสุรัตน์ได้จูงเจ้าทองคำขึ้นไปบนรถ เจ้าทองคำก็ขึ้นไปแต่โดยดี ก่อนที่นายสุรัตน์จะกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลเจ้าทองคำเป็นอย่างดี ซึ่งมีการนำหญ้าและน้ำให้เจ้าทองคำกินระหว่างการเดินทาง ก่อนจะขับรถออกไปจาก สน.คันนายาว   อย่างไรก็ตาม นายสุรัตน์ เผยว่า ได้บนกับหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม (บ้านแค) อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ว่า ขอให้พบเจอสิ่งที่ดี และได้เจ้าทองคำกลับมา ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวบ้านในระแวกนั้น หลังจากเสร็จสิ้นคดีทั้งหมด จะบวชแก้บนเป็นเวลา 9 วัน ส่วนวันและเวลาจะแจ้งในภายหลัง ทั้งนี้ทางตำรวจเรียกนายสุรัตน์เข้ามารายงานตัวที่ สน.คันนายาว อีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค.นี้   ล่าสุด วานนี้ เวลา 19.30 น. นายสุรัตน์ ได้นำเจ้าทองคำ มาถึงบ้าน โดยก่อนเดินทางมาถึงได้แวะกราบนมัสการหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นทางผ่าน โดยได้บอกกล่าวว่าหากเรื่องราวเสร็จเรียบร้อยแล้วจะบวชแก้บน 9 วัน เพื่อให้ชีวิตมีแต่สิ่งดี ๆ เป็นสิริมงคลต่อไปในวันข้างหน้า และเตรียมซื้อเครื่องแต่งตัวให้เจ้าทองคำร่วมพิธีแห่นาคด้วย   ทั้งนี้ เมื่อเจ้าทองคำลงจากรถ นายสุรัตน์ ได้พาไปลงปลัก ซึ่งเป็นที่นอนประจำของเจ้าทองคำ โดยมีข้าวหอม เพิ่มพูน และใบบุญ ลอยคออยู่ในปลักแล้ว เมื่อทองคำลงไป ข้าวหอมส่งเสียงร้องและเข้ามาคลอเคลียทันที สำหรับความเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ได้ติดตามข่าว รวมทั้งแฟนคลับ ที่รอคอยการกลับมาของเจ้าทองคำ เตรียมเดินทางมาหาเจ้าทองคำในวันนี้ (2 ธ.ค.) คาดว่าจะมีผู้คนมาหาเจ้าทองคำเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด วันนี้ เวลา 14.00 น. ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นัดเจอนักข่าว        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LD-JRCGFC_g

 6,451
สังคม-อาชญากรรม
01 ธ.ค. 61

'พี่คล้าว 2018' โผล่ สน. ขอรับควายทองคำกลับบ้าน 'ทนายสงกานต์' ชี้พบพิรุธปมดราม่าควาย เผยทำเป็นขบวนการ แฉวิธีทำให้ควายยิ้ม

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีฉ้อโกงประชาชนเรี่ยไรเงินบริจาคไถ่ชีวิตเจ้าทองคำ หรือควายยิ้ม โดยนายสุรัตน์ ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากให้การเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวกลับไป เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี   คืบหน้าเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำคลิปที่นายสุรัตน์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อแสดงถึงข้อพิรุธ ซึ่งเป็นหลักฐาน 1 ใน 9 ชิ้นสำคัญ ว่ามีการบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อถึงประเด็นถึงที่มาของควายทองคำที่แท้จริงว่าเป็นของผู้ใด โดยนายบุญเลิศ นายก อบต.เจ้าของควาย ซึ่งจะนำหลักฐานนี้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินการทางด้านกฎหมายต่อไป   ทนายสงกานต์ กล่าวว่ามีข้อมูลที่ชี้ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังทำเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 3 คน เพราะไม่สามารถทำได้เพียงคนเดียว โดยจะแบ่งหน้าที่กันดูแลเฟซบุ๊ก จัดฉากประชาสัมพันธ์ข้อมูล อันเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  การเรี่ยไรและการฟอกเงิน   ส่วนมูลเหตุการกระทำนั้น คาดว่านายสุรัตน์ทำไปเพื่อต้องการเจ้าทองคำมาเพาะพันธุ์ จึงไม่ได้ตรงตามจุดประสงค์ที่ระบุว่าขอไถ่ชีวิต นอกจากนี้ตนได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกู้ข้อมูลที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์ ที่อ้างว่าไม่มีคำว่าไถ่ชีวิต รวมถึงตัวเลขเงินรับบริจาคที่ระบุว่าได้มา 1.3 แสนบาท ก่อนจะถูกลบไป   ส่วนเรื่องควายยิ้มได้นั้นทางนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยยาท ก็ทราบวิธีว่ามันไม่ได้ยิ้มอย่างมีความสุขจริง ซึ่งมีเทคนิคสาดปัสสาวะควายเข้าที่หน้าทำให้มันแสยะปาก และเข้าใจว่ามันยิ้มไปเอง  ยืนยันตนไม่ได้เกาะกระแสข่าวควายยิ้ม เพียงต้องการป้องกันไม่ให้สังคมพบเจอการแอบอ้างเอาเงินเพื่อขอไถ่ชีวิตสัตว์  หากนายสุรัตน์มากล่าวขอโทษก็ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน ต้องให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการทางกฎหมาย โดยตนไม่มีความขัดแย้งอะไรเป็นการส่วนตัวกับนายสุรัตน์   ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เผยว่า ขณะนี้มีหลายประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่ม เช่น เรื่องผู้บริจาคเงินทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวเงินในบัญชี และเชิญผู้ที่บริจาคเงินมาให้การ พร้อมสอบถามประสงค์นำเงินคืนหรือไม่ขณะนี้มีผู้เสียหายเพียง 2 ราย ที่มาร้องทุกข์ และมีผู้ติดต่อสอบถามเข้ามาอีก 2-3 ราย   ทั้งนี้ คดีฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  เป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้  โดยทนายสงกานต์ อยู่ในฐานะผู้เสียหายและผู้กล่าวโทษ อย่างไรก็ตามหากจะพูดคุยกัน ทาง สน. พร้อมเปิดโต๊ะเจรจาให้ทุกฝ่าย หากเจรจาตกลงกันได้ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่ในทางคดีอาญาตำรวจต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยวันที่ 3 ธ.ค. นี้ ได้เรียกนายบุญเลิศ นายก อบต.สุขเดือนห้า เจ้าของควาย และนายสุรัตน์ มาพบที่โรงพัก หลังให้ไปพูดคุยตกลงกันจะให้ควายของกลางอยู่ในความดูแลของใครพร้อมทำบันทึกให้เป็นลายลักษณ์อักษร   นอกจากนี้ผู้กำกับการ สน.คันนายาว ได้ชี้แจงกรณีมีนักกฎหมายหลายท่านวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจ ขอชี้แจงว่า ในฐานะพนักงานสอบสวนหากมีคนมาร้องทุกข์ก็ต้องรับแจ้งความ อย่างคดีนี้หนึ่งในผู้เสียหายคือทนายสงกานต์ ได้มาร้องทุกข์ จนท.ก็รวบรวมหลักฐานและออกหมายเรียกไม่ได้ใช้ความรุนแรง แม้ผู้กล่าวหาจะบอกให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับ แต่ทาง จนท.มองว่านายสุรัตน์ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและยังอยู่ในพื้นที่จึงได้ออกหมายเรียกไป ซึ่งนายสุรัตน์ก็มามอบตัวแล้ว   ประเด็นที่ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่  พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า นายสุรัตน์เป็นคนซื่อแต่มีผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ โด่งดังขึ้นมา เช่น ควายยิ้ม เจ้าหน้าที่ต้องไปสอบผู้เกี่ยวข้องที่ชำนาญการด้านควายว่าควายสามารถยิ้มได้ไหม ไปหงายคอขึ้น ไปดึงเชือกข้างหลังทำให้มันเจ็บแล้วมันอ้าปากดูเหมือนความกำลังยิ้ม พร้อมทั้งตรวจสอบคนถ่ายภาพนำไปโพสต์ลงเพจสร้างกระแสทำให้ประชาชานเข้าใจว่าควายยิ้มได้   “สำหรับอัยการท่านหนึ่งที่ไปออกรายการโทรทัศน์พูดโจมตีการทำงานของพนักงานสอบสวน สร้างความเสียหายให้กับผม ผมรับราชการตำรวจมาตลอดชีวิตผมรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ถ้าคุณสุรัตน์คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิดไม่ถูกต้อง คุณฟ้องร้องผมได้เลย เพราะหากควายเป็นอะไรไปผมก็ต้องรับผิดชอบ แต่เรื่องดังกล่าวเป็นการโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ ผมจะคืนได้อย่างไร ต้องขอความเป็นธรรมให้กับตำรวจด้วย” พ.ต.อ.สิงห์ กล่าว    ทั้งนี้ ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (1 ธ.ค.) นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 ได้เดินทางมาที่ สน. เพื่อขอรับควายทองคำกลับบ้านก่อน เหตุเป็นห่วง รวมถึงได้ผูกผ้าขาวม้ารับขวัญอีกด้วย แต่ยังไม่ได้ขอสรุปว่าจะสามารถรับควายกลับไปก่อนได้หรือไม่          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-PY4AV6kRg

 13,082
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

'พี่คล้าว 2018' เข้าพบตำรวจ แจงปมดราม่าบริจาคซื้อ 'เจ้าทองคำ' เตรียมนัดทั้ง 2 ฝ่ายเจรจรากันสัปดาห์หน้า

 ความคืบหน้าปมดราม่า ความยิ้ม กรณี ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พร้อมด้วย นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยยาท แจ้งความ ดำเนินคดีกับนาย สุรัตน์ แผ้วเกตุ หนุ่มรับจ้างเลี้ยงควาย หรือฉายา พี่คล้าว 2018 ที่ออกมาเรี่ยไรเงินไถ่ เจ้าทองคำ ควายยิ้ม ในราคา 100,000 บาท จากนายก อบต. เจ้าของควาย นั้น    ล่าสุดนายสุรัตน์ เดินทางเข้าพบ ตร. รับทราบข้อกล่าวหา ทั้งหมด 4 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน พรบ.คอมพิวเตอร์ พรบ.การเรี่ยไร และ พรบ.การฟอกเงิน  โดยทันทีที่เดินทางมาถึงก็พุ่งตรงเข้าไปหาเจ้าทองคำทันที เมื่อเจ้าทองคำเห็นนายสุรัตน์ก็มีท่าทีสนิทคุ้นเคย นายสุรัตน์ก็จูบที่หน้าผากพร้อมกับน้ำตาคลอ จากนั้นก็เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนใช้เวลากว่า 4 ชม.     โดยนายสุรัตน์กล่าวว่า วันนี้สบายใจแล้วที่ได้มาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องทั้งหมด พร้อมนำหลักฐานการบริจาคเงิน การโพสต์ข้อความขอบริจาค การซื้อขายควายกับนายกอบต. โดยตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย     โดยส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับทนายสงกรานต์หรือผู้เสียหายที่บริจาค แต่ก็พร้อมชี้แจงรายละเอียดการบริจาคที่คาใจกันทั้งหมด ที่ทำทุกอย่างไม่ได้มาโกงหรือมีเจตนาไม่ดี เพียงแค่ต้องการดูแลเจ้าทองคำไปจนสิ้นอายุขัยเท่านั้น    ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า นายสุรัตน์ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว จากนี้ก็จะเรียก นายก อบต. มาเจรจรากันสองฝ่าย ส่วนผู้เสียหายที่แจ้งความนั้น ขณะนี้ก็มีเพียง 2 ราย ซึ่งทั้งสองรายนี้บริจาคเป็นเงินคนละ 100 บาท จาการตรวจสอบบัญชีการบริจาคก็ไม่พบพิรุธ การบริจาคเป็นการระดมความช่วยเหลือ ยอดบริจาคมีจำนวนตั้งแต่ 30 บาท สูงสุด 1000 บาท สะสมมาหลายยอด      ส่วนเรื่องควายของกลาง ต้องยึดไว้ก่อนตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่แก้ไขล่าสุดเมื่อ ปี 2558 ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากความผิดมูลฐานการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้สนับสนุนการทำผิด      หากนายสุรัตน์จะรับไปดูแล หรือ นายก อบต.จะนำไปดูแลต้องมีการวางเงินประกัน ซึ่งทางสน.ก็มีการกำลัง ตร. ดูแลเป็นอย่างดี    หลังจากให้ปากคำเสร็จสิ้น นายสุรัตน์ ก็เดินไปดูเจ้าทองคำอีกครั้งในคอก โดยนายสุรัตน์ บอกกับทองคำว่า อีกไม่นานคงได้กลับบ้าน และเป็นแผลถลอก ที่ขาและหลัง และขอให้ ผกก.นำยามาทาและป้องกันการติดเชื้อ และขอให้พาเจ้าทองคำแช่น้ำ และนอนปรักแช่โคลนเพื่อคลายร้อนในตอนกลางวัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jSEHh6np-s

 1,295

Top