ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม"

ปากท้องร้องทุกข์
08 ม.ค. 62

ครอบครัวชาวประมง ร้องกองปราบขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 16 ถูก 3 โจ๋รุมโทรม แต่คดีไม่คืบ

(8 ม.ค. 62) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมพาครอบครัวชาวประมง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังลูกสาววัย 16 ปี ถูกกลุ่มเยาวชนชาย 3 คน รุมโทรม ในห้องน้ำสาธารณะริมชายหาดแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่คดีไม่มีความคืบหน้า   แม่ของผู้เสียหาย ระบุว่า หลังแจ้งความผ่านมานานกว่า 1 เดือน พนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หรือเก็บพยานหลักฐานแวดล้อมใดๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าของลูกสาวที่ใส่ในวันเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ส่งไปตรวจสอบตามขั้นตอนของกฏหมาย เมื่อไปทวงถามติดตามคดี ก็ถูกพนักสอบสวนต่อว่าอย่างหยาบคาย แต่เมื่อทราบว่าตนเองจะเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปราม พนักงานสอบสวนกลับรีบติดต่อให้ตนเองเข้าให้ปากคำในวันนี้ หรือ วันพรุ่งนี้ พร้อมขอให้ยุติการเดินทางมาที่กองปราบปราม   แม่ของผู้เสียหายยังเปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนเคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการไกล่เกลี่ยพร้อมเรียกฝั่งคู่กรณีมาพูดคุยอยู่บ่อยครั้ง แต่กลับไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ทำให้ไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจในท้องที่   ด้านทนายรณรงค์กล่าวว่า 1 ใน 3 เยาวชนผู้ก่อเหตุ เป็นหลานนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลในท้องที่ และยังโพสประจานผู้เสียหายลงสื่อออนไลน์ สร้างความเสียหายต่อตัวเด็กและครอบครัว จึงได้นำหลักฐาน ภาพวงจรปิด ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ และเสื้อผ้าที่น้องสวมใส่ในวันเกิดเหตุ มาเป็นหลักฐานในการยื่นของความเป็นธรรม พร้อมขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำปราณ ด้วย   ด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ และจะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 3,488
ปากท้องร้องทุกข์
28 พ.ย. 61

สาวร้องกองปราบฯ เอาผิดคลินิกทำหน้าอกเน่า ด้านเอเจนซี่ออกตัว ขอโทษแทนหมอ บอกยินดีรับผิดชอบ

  เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.) นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหาย 2 คน เดินทางไปที่กองบังคับการปราบปราม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน  นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และโฆษณาเกินจริง    หลังผู้เสียหายทั้ง 2 ไปเสริมหน้าอกจากคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ปรากฎว่าหน้าอกเน่า  หนองทะลัก เลือดคั่ง  ต้องการให้เอเจนซี่และคลินิกรับผิดชอบ ภายหลังทราบว่าหมอที่ทำการผ่าตัดไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง โดยไม่ได้ประจำอยู่คลินิกแห่งนี้แล้วแต่ไปเปิดคลินิกแห่งใหม่ ทั้งนี้มีผู้เสียหายนมเน่าอีกหลายรายที่ไปเสริมหน้าอกกับหมอคนดังกล่าว ซึ่งไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย บางรายกลัวครอบครัวรู้เพราะแอบไปเสริมหน้าอก   น.ส.แนน อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เผยว่า ตนติดตามเพจๆ หนึ่ง รีวิวศัลยกรรมหน้าอก ตนเห็นว่าทำแล้วสวยดี กระทั่งคลินิกมีโปรโมชั่นจึงตัดสินใจเสริมหน้าอก 350 CC เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา โดยติดต่อผ่านเซลล์ให้ไปทำที่คลินิกย่านปทุมธานี เสียค่าใช้จ่ายรวมยา 36,000 บาท  ระหว่างที่ทำการเสริมหน้าอกเหมือนหมอไม่มีความเชี่ยวชาญ  หลังจากผ่าตัดเสร็จส่งกระจกดูปรากฎว่าฐานนมทั้งสองข้างไม่เท่ากัน จึงแจ้งหมอแต่หมอบอกว่ารอให้อาการบวมมันยุบก่อนเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง     ตนกลับบ้านผ่านไป 3 วัน เลือดไหลออกเยอะมากบริเวณแผลที่เกิดจากการเย็บ สอบถามไปยังคลินิกระบุว่ามันเป็นเลือดเสียที่ต้องไหลออก ตนคิดว่าไม่ปกติจึงไปโรงพยาบาลใกล้บ้านแต่ไม่ได้รับรักษาเพราะเป็นเคสศัลยกรรม  ตอนที่ตนไปเสริมหน้าอกก็เซ็นสัญญาเป็นเวลา 1 ปี กับคลินิกดังกล่าวเพื่อให้เขาดูแล   หากเปลี่ยนหมอคนใหม่มาดูแล ตนเกรงว่าคลินิกจะไม่รับผิดชอบ จึงกลับไปที่คลินิกเดิม เขาทำการกดซิลิโคนที่เต้านมเอาลิ่มเลือดที่คั่งออก  โดย 3-4 วันแรกบวม ช้ำ เขียวทั้งตัว จากนั้นก็กลับบ้านซึ่งทางคลินิกบอกไม่ได้ผิดปกติ ถ้าปวดให้กินยา เวียนหัวให้กินน้ำหวานตนทนนอนเจ็บอยู่ที่บ้านทำอะไรไม่ได้ ผ่านไป 2-3 อาทิตย์ แผลติดเชื้อ มีน้ำหนองไหลออกมา ติดต่อไปทางคลินิกเหมือนเดิม และถ่ายรูปให้ดู เขาก็แจ้งว่ามันเป็นปกติเดี๋ยวก็หาย เป็นเลือดที่ใกล้จะหมด ตนสังเกตแผลทุกวัน มันมีกลิ่นเหม็นรู้เลยว่าเป็นหนองตนจึงตัดสินใจไปคลินิก หมอเปิดดูแผลก็ตกใจเพราะแผลติดเชื้อ จึงทำการกรีดเต้านมถอดซิลิโคนออกมาล้างฆ่าเชื้อ คว้านหนองออก แล้วยัดซิลิโคนอันเดิมใส่เข้าไปใหม่ ตอนนี้แผลหายดีแล้วแต่รอยเย็บไม่สวย ฐานนมที่แก้ไขก็ไม่เท่ากันเหมือนเดิม หัวนมข้างซ้ายชี้ขึ้น ตนอยากให้เข้าไปตรวจสอบว่าเป็นหมอเฉพาะทางตามที่โฆษณาหรือไม่    ส่วน น.ส.เมย์  อายุ 33 ปี  ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง เผยว่า เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ตนก็ไปเสริมหน้าอกที่คลินิกดังกล่าวเหมือนกัน โดยเสริมขนาด 400 CC ค่าใช้จ่ายและสเปคซิลิโคนเหมือนกันกับ น.ส.แนน หลังจากที่เสริมหน้าอกเสร็จกลับมาบ้านเริ่มมีอาการบวม  สอบถามหมอบอกว่าไม่เป็นไร วันที่ไปคลินิกเพื่อคลายผ้าพันหน้าอกออก มีเจ้าหน้าที่ที่อยู่เคาน์เตอร์เป็นคนคลายผ้าไม่ใช่หมอหรือพยาบาล เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวดูแผลบอกว่าปกติ ตนรู้สึกว่ามันไม่ปกติ จากนั้นกลับตกกลางคืนพบว่าแผลเริ่มม่วงช้ำลามไปตามตัว บวมไปจนถึงอวัยวะเพศ  ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์เต้านมบวม  หมอบอกต้องเจาะเอาเลือดออก  โดยการเปิดแผลเอาซิลิโคนออกแล้วใช้มือกวาดเลือดออก 4-5 ถ้วยกาแฟ แล้วก็ยัดซิลิโคนอันเก่าเข้าไป พอกลับมาถึงบ้านมีอาการหน้ามืด มีเลือดและน้ำใส ๆ ไหลออกจากแผล  จึงตัดสินใจไปโรงพยาบาล หมอแจ้งว่าหน้ามืดเพราะเกิดจากความเข้มข้นของเลือดต่ำฉับพลันอันตรายถึงชีวิต แอดมิดนอนโรงพยาบาล 9 วัน 8 คืน  ตนไลน์ติดต่อคลินิกตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล เขาบอกจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ และจะออกค่านวดหน้าอกให้ 1 ครั้ง มูลค่า 900 บาท   ด้านนายรณรงค์ กล่าวว่า ตรวจสอบแพทย์ที่ศัลยกรรมผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ผู้เสียหาย เบื้องต้นพบว่าเป็นแพทย์รักษาโรคทั่วไปไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง นอกจากนี้พบว่ามีผู้เสียหายหลายคนที่เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกกับแพทย์คนดังกล่าวแล้วหน้าอกเน่า อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบคลินิกว่ามีใบอนุญาตเปิดดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะยื่นหนังสือให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ตรวจสอบต่อไป      โดย 10.00 น ของวันนี้ (28 พ.ย.) จะพาผู้เสียหายเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค  มีรายงานว่าจะมีผู้เสียหายรายใหม่ เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม  ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจค้นคลินิกดังกล่าว  เอเจนซี่หรือผู้จัดการเซลล์หาลูกค้าให้คลินิก ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ผู้เสียหายจองทำหน้าอกผ่านเซลล์ ตนก็เพิ่งทราบจากเซลล์ว่ามีเคสหน้าอกเน่า ซึ่งได้คุยกับผู้เสียหายแล้วบอกมีอะไรให้มาคุยกันพร้อมเคลียร์ ยินดีรับผิดชอบและขอโทษแทนหมอ  ส่วนใหญ่คนที่ไปทำหน้าอกไม่ได้ติดต่อมาหาตน จึงไม่ทราบว่าใครหน้าอกเน่าบ้าง     หากใครเสริมหน้าอกแล้วมีปัญหาก็จะให้รีบกลับมาที่คลินิกไม่ปล่อยทิ้งไว้นานจนเน่า อย่างไรก็ตามตนยังไม่ได้เจอผู้เสียหายจึงไม่รู้ว่าหน้าอกเน่าอย่างไร  เชื่อว่ายังไงหมอก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ อาจต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งเอเจนซี่และคลินิก แต่ที่คุยกันเบื้องต้นผู้เสียหายอยากแก้หน้าอกใหม่แต่ไม่อยากแก้ที่คลินิกเดิม ยืนยันคลินิกเปิดดำเนินการถูกต้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdvBUHUCluU

 2,799

Top