ค้นหา :

ผลการค้นหา "เรี่ยไรเงินซื้อควาย"

สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 61

'พี่คล้าว 2018' เข้าพบตำรวจ แจงปมดราม่าบริจาคซื้อ 'เจ้าทองคำ' เตรียมนัดทั้ง 2 ฝ่ายเจรจรากันสัปดาห์หน้า

 ความคืบหน้าปมดราม่า ความยิ้ม กรณี ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ พร้อมด้วย นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า จ.ชัยยาท แจ้งความ ดำเนินคดีกับนาย สุรัตน์ แผ้วเกตุ หนุ่มรับจ้างเลี้ยงควาย หรือฉายา พี่คล้าว 2018 ที่ออกมาเรี่ยไรเงินไถ่ เจ้าทองคำ ควายยิ้ม ในราคา 100,000 บาท จากนายก อบต. เจ้าของควาย นั้น    ล่าสุดนายสุรัตน์ เดินทางเข้าพบ ตร. รับทราบข้อกล่าวหา ทั้งหมด 4 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน พรบ.คอมพิวเตอร์ พรบ.การเรี่ยไร และ พรบ.การฟอกเงิน  โดยทันทีที่เดินทางมาถึงก็พุ่งตรงเข้าไปหาเจ้าทองคำทันที เมื่อเจ้าทองคำเห็นนายสุรัตน์ก็มีท่าทีสนิทคุ้นเคย นายสุรัตน์ก็จูบที่หน้าผากพร้อมกับน้ำตาคลอ จากนั้นก็เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนใช้เวลากว่า 4 ชม.     โดยนายสุรัตน์กล่าวว่า วันนี้สบายใจแล้วที่ได้มาชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องทั้งหมด พร้อมนำหลักฐานการบริจาคเงิน การโพสต์ข้อความขอบริจาค การซื้อขายควายกับนายกอบต. โดยตนขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย     โดยส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับทนายสงกรานต์หรือผู้เสียหายที่บริจาค แต่ก็พร้อมชี้แจงรายละเอียดการบริจาคที่คาใจกันทั้งหมด ที่ทำทุกอย่างไม่ได้มาโกงหรือมีเจตนาไม่ดี เพียงแค่ต้องการดูแลเจ้าทองคำไปจนสิ้นอายุขัยเท่านั้น    ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า นายสุรัตน์ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว จากนี้ก็จะเรียก นายก อบต. มาเจรจรากันสองฝ่าย ส่วนผู้เสียหายที่แจ้งความนั้น ขณะนี้ก็มีเพียง 2 ราย ซึ่งทั้งสองรายนี้บริจาคเป็นเงินคนละ 100 บาท จาการตรวจสอบบัญชีการบริจาคก็ไม่พบพิรุธ การบริจาคเป็นการระดมความช่วยเหลือ ยอดบริจาคมีจำนวนตั้งแต่ 30 บาท สูงสุด 1000 บาท สะสมมาหลายยอด      ส่วนเรื่องควายของกลาง ต้องยึดไว้ก่อนตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่แก้ไขล่าสุดเมื่อ ปี 2558 ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากความผิดมูลฐานการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้สนับสนุนการทำผิด      หากนายสุรัตน์จะรับไปดูแล หรือ นายก อบต.จะนำไปดูแลต้องมีการวางเงินประกัน ซึ่งทางสน.ก็มีการกำลัง ตร. ดูแลเป็นอย่างดี    หลังจากให้ปากคำเสร็จสิ้น นายสุรัตน์ ก็เดินไปดูเจ้าทองคำอีกครั้งในคอก โดยนายสุรัตน์ บอกกับทองคำว่า อีกไม่นานคงได้กลับบ้าน และเป็นแผลถลอก ที่ขาและหลัง และขอให้ ผกก.นำยามาทาและป้องกันการติดเชื้อ และขอให้พาเจ้าทองคำแช่น้ำ และนอนปรักแช่โคลนเพื่อคลายร้อนในตอนกลางวัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_jSEHh6np-s

 1,292
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 61

พี่คล้าวเครียด ยันนำเงินบริจาคไปซื้อควายจริง นายก อบต. เจ้าของ'ทองคำ' ปัดรู้เห็นเรี่ยไรเงิน เปิดคลิปเสียงพูดจากปาก 'ขายควายยิ้มให้พี่คล้าว'

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ อายุ 34 ปี เจ้าของภาพเซลฟี่กับควายยิ้ม ที่ต่อมาโพสต์คลิปร่ำไห้ อ้างเจ้าของขายเจ้าทองคำให้พ่อค้าไป แล้วในราคาหนึ่งแสนบาท รู้สึกสงสารและผูกพัน อยากได้เจ้าทองคำกลับมาดูแล จึงขอเรี่ยไรเงินบริจาค เพื่อนำเงินไปไถ่ตัวเจ้าทองคำกลับมา ซึ่งมีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคเงินรวมเกือบสองแสนบาท   ล่าสุด นายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า ผู้เป็นเจ้าของเจ้าทองคำ พร้อมทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ นำหลักฐานพร้อมเงินสดหนึ่งแสนบาท เข้าแจ้งความและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์ กับตำรวจ สน.คันนายาว   โดยนายบุญเลิศ บอกว่า ตนไม่ได้จะขายควายให้กับโรงเชือด และขายให้นายสุรัตน์จริง แต่ไม่รู้เรื่องเงินเรี่ยไรบริจาค จึงเอาเงินมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะขอควายคืน   ส่วนทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใจบุญร่วมบริจาค บอกว่า เห็นโพสต์ของนายสุรัตน์แล้วรู้สึกสงสาร จึงร่วมบริจาคเงินให้ แต่ต่อมาพบพิรุธหลายอย่าง 1.นายสุรัตน์ไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของควาย 2.นายสุรัตน์ไม่เปิดเผยชื่อพ่อค้าที่รับซื้อควายไป 3.โดยปกติแล้วหลังมีการไถ่ชีวิตควาย จะมีเจ้าของควายเข้ามาแสดงความยินดี แต่นี่ไม่มี จึงได้ทำการตรวจสอบ จนทราบว่าเจ้าของควายคือนายบุญเลิศ จึงได้ประสานไปยังนายบุญเลิศ และทราบว่านายบุญเลิศไม่รู้เรื่องที่นายสุรัตน์เรี่ยไรเงินบริจาค   จึงได้สอบถามไปยังนายสุรัตน์ โดยนายสุรัตน์อ้างว่า มีผู้สื่อข่าวภูมิภาคหญิงคนหนึ่ง เสนอแนะและเขียนบทให้นายสุรัตน์ทำแบบนี้ คาดว่านายสุรัตน์อยากได้เจ้าทองคำมาเป็นพ่อพันธุ์ฟรีๆ จึงออกอุบายนี้ขึ้น ฝากถึงประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนทำการบริจาค ซึ่งกรณีการเรี่ยไรเงินบริจาคต้องมีการขออนุญาตจากนายอำเภอก่อน ตาม พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร   ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาเข้าข่ายข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โดยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และพ.ร.บ.การฟอกเงิน ส่วนผู้สื่อข่าวหญิงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินของนายสุรัตน์หรือไม่นั่น เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบต่อไป   หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับนายสุรัตน์ โดยเร็วที่สุด สำหรับผู้ที่ร่วมบริจาคสามารถนำหลักฐานมาร้องทุกข์ขอรับเงินคืนได้ที่สน.คันนายาว หรือท้องที่ที่ผู้เสียหายพำนักอยู่   ด้านนายสุรัตน์ ล่าสุดมีอาการเครียด เพราะข่าวที่ออกมา มีคนในโซเชียลมารุมด่า ประจานในทางที่เสียหายจำนวนมาก หลายคนไม่ได้ฟังความจริงจากปากตน ตนนั้นเพียงแค่อยากอนุรักษ์ควายไทยให้อยู่คู่คนไทย สร้างรอยยิ้มให้คนทั่วประเทศต่อไปเหมือนๆ ที่เคยทำมาตลอด ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้   นายสุรัตน์ เล่าว่า จริงๆ ตนไม่เคยคิดอยากจะได้เงินตรงนี้มาเป็นของตัวเองเลย เพื่อนๆ ให้กำลังใจมา บอกว่าอยากให้ตนซื้อทองคำไว้ที่นี่ อยากให้ตนเลี้ยงดูแลและสร้างรอยยิ้มไปตลอด มีขั้นตอนชี้แจงการซื้อ มีการส่งมอบเงินให้นายกฯ ไปแล้ว ตนก็บอกว่าเจ้าทองคำเป็นของทุกๆ คน ไม่ใช่ของตน จะดูแลเขาให้ดีที่สุด สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนได้เห็น   และส่วนเงินที่เกินมา ตนให้ทุกคนลงความเห็นว่าให้ตนไปใช้อะไร อย่างไรตามขั้นตอน เงินทุกบาททุกสตางค์ตนยังไม่ได้ใช้ จะรอให้เพื่อนลงความเห็นว่าจะใช้ทำอะไรตามที่เห็นสมควร ทุกวันนี้ตนยังไม่ได้ใช้เงินไปไหนยังอยู่ทุกบาททุกสตางค์   ล่าสุดทีมข่าวได้รับคลิปเสียงสัมภาษณ์นายบุญเลิศ ตั้งแต่ก่อนระดมทุน โดยในคลิปเสียง มีการยืนยันจะขายควายทองคำจริง ในราคา 100,000 บาทให้กับนายสุรัตน์จริง   และหลังจากที่มีการระดมทุน ได้เงินครบ 100,000 บาทแล้ว นายบุญเลิศ ก็ยังได้บอกในคลิปเสียงที่ 2 ว่า ตนเองรู้เรื่องที่นายสุรัตน์ จะนำเงินมาให้เพื่อซื้อเจ้าทองคำแล้ว และจะให้พ่อของนายสุรัตน์เป็นคนจัดการ และรับเงินแทน เพราะพ่อนายสุรัตน์เป็นเพื่อนของตนเอง เนื่องจากตนเองก็อยู่ต่างจังหวัด และหลังจากรับมอบเงินแล้วตนเองก็จะส่งมอบเจ้าทองคำให้นายสุรัตน์เลย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m-mmPTQeOpM

 15,524

Top