ค้นหา :

ผลการค้นหา "หนีไปบวช"

สังคม-อาชญากรรม
01 ก.พ. 62

จับแล้ว! ลูกจ้างสาวแสบ ขโมยเพชรนายจ้าง หนีซุกวัดถือศีล

ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ แถลงผลการจับกุม  น.ส.ชโนทัย หรือปฏิมา ลิกกะโห้ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 33/2562 ลงวันที่ 29 มกราคม 2562 โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม   สืบเนื่องจาก น.ส.ชโนทัย เป็นพนักงาน บริษัทไดมอนด์ เลิฟเวอร์ ประจำร้านสาขาห้างสรรพสินค้าแม็กซ์แวลู ถนนราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 นายไพรัช นาคสระเกษ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทไม่สามารถติดต่อลูกจ้างได้   ต่อมาลูกค้าที่ร้านได้ติดต่อมารับแหวนเพชรที่นำมาซ่อมกับผู้ต้องหา แต่ปรากฏว่าร้านปิด  ลูกค้าจึงแจ้งให้เจ้าของร้านทรา และเดินทางมาที่ร้านแต่ไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ เนื่องจากกุญแจตู้เซฟให้ผู้ต้องหาเก็บรักษาไว้ จึงให้ช่างกุญแจมาเปิดตู้เซฟ พบว่าเครื่องประดับที่เก็บไว้ในตู้เซฟหายไป กว่า 200 รายการ รวมมูลค่า 10 ล้านบาท จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าวันที่ 18 มกราคม 2562 เวลา ประมาณ 17.00 น. ผู้ต้องหาได้เข้ามาที่ร้านและใช้กุญแจเปิดตู้เซฟขโมยเอาเครื่องประดับที่เก็บไว้ในตู้เซฟ ใส่รถเข็นของออกจากร้านไป    เจ้าของร้านจึงเข้าแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ จากนั้นได้รวบรวม พยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมรถยนต์ของกลาง ขณะหนีไปถือศีล ที่วัดร่มโพธิธรรม หมู่ 10 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย   จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่าได้เอาทรัพย์สินของบริษัทฯ ไปจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายส่วนตัว จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาได้นำทรัพย์สินซึ่งเป็นเครื่องประดับของผู้เสียหาย ไปจำนำไว้ตามโรงรับจำนำ 4 แห่ง  จำนวนกว่า 200 รายการ รวมมูลค่าเงินที่จำนำได้ 1,715,200 บาท   เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป       

 2,881
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 61

'นายบัติ' ปัดข่มขืนยายวัย 73 อ้างเป็นคนธรรมะธัมโม หลานสาวแฉน้ามีอารมณ์ทุกครั้งที่เสพยา เคยถูกขอมีเพศสัมพันธ์

จากกรณีนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี  ก่อเหตุข่มขืนหญิงอายุ 73 ปี นอนป่วยติดเตียง โดยก่อเหตุภายในชุมชนย่านคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ก่อนหลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ก่อนที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค ได้รวบตัวนายสมบัติ ได้แล้ว ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่บ้านเพื่อนใกล้วัดลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เตรียมที่จะไปบวชเป็นพระ โดยพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้ลงบันทึกประจำวันการจับกุมก่อนส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ท่าเรือ ขณะคุมตัวมาสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่นำหมวกไอ้โม่งให้นายสมบัติใส่ปิดบังใบหน้าไว้    ซึ่งจากการซักถามนายสมบัติให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ข่มขืนยายตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด อ้างว่าเข้าไปบีบนวดให้ยายเท่านั้น ทั้งนี้ตำรวจมีพยานหลักฐานและรอผลตรวจ ทางนิติวิทยาศาสตร์ร่างกายผู้เสียหายมาประกอบ คาดจะทราบผลไม่เกิน 2 สัปดาห์ ว่าถูกกระทำชำเราจริงหรือไม่   เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นไม่สามารถขัดขืนได้    นายสมบัติ เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองทำงานรับจ้างขนของที่การท่าเรือ ไม่ได้หนีความผิดแต่ที่ไปอยู่ อ.ไทรโยค ตั้งใจจะไปบวชและปกติเป็นคนชอบสวดมนต์ ผู้สื่อข่าวถามว่าทำถึงเข้าไปในบ้าน ของยายแต่นายสมบัตินั่งนิ่งไม่ตอบ    ขณะที่นายมนตรี จิตต์หาญ เพื่อนที่ให้นายสมบัติไปพักอาศัยด้วยหลังก่อเหตุ เผยว่าตนรู้จักกับ นายสมบัติ ตอนทำงานอยู่แถวคลองเตยเมื่อ 30 ปีก่อน จากนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีก กระทั่งเมื่อ 3 วันก่อน นายสมบัติ นั่งรถไฟมาหาตนที่บ้าน อ.ไทรโยค อ้างว่าถามทางมาจากลูกชายของตน ซึ่งทำงานอยู่ท่าเรือคลองเตย เมื่อมาถึงตนได้พูดคุยและให้นายสมบัติพักอยู่ที่บ้าน เพราะไม่ทราบว่านายสมบัติ หลบหนีคดีมา โดยนายสมบัติ บอกเพียงว่าเบื่ออยากมาบวช ตนจึงพาไปพบเจ้าอาวาส ที่วัดเพื่อฝากให้บวชเป็นพระที่วัดใกล้บ้าน   จากนั้นนายสมบัติ ก็ไปพักที่วัดเพื่อเตรียมตัวจะบวชเป็นพระ กระทั่งคืนหนึ่งขณะที่ตนนอนดู ข่าวทางโทรทัศน์ เห็นข่าวคดีข่มขืนคนแก่ติดเตียงและเห็นรูปกับชื่อนายสมบัติเป็นผู้ก่อเหตุ ด้วยความตกใจจึงรีบไปบอกแม่ของตนและโทรไปปรึกษาเพื่อนอีกคนหนึ่ง ว่าจะดำเนินการอย่างไรดี    ขณะนั้นนายสมบัติไปอาศัยที่วัดแล้วแต่ยังแวะเวียนมาที่บ้านตนในช่วงเช้า กลางวันและเย็นเพื่อทานข้าว  ช่วงกลางวันตนต้องออกไปทำงาน โดยมีแม่อยู่บ้านตามลำพัง กลัวว่านายสมบัติ จะก่อเหตุกับแม่ของตนอีก จึงตัดสินใจแจ้งข้อมูลกับตำรวจทำการจับกุม   ด้านลูกสาวคนเล็กของยายเผยว่า ดีใจที่จับกุมผู้ต้องหาได้และคลายกังวลมาก ที่ผ่านมาแม่ของตนร้องไห้และหวาดผวา ส่วนตัวตนไม่รู้จักและไม่เคยพบกับนายสมบัติ แต่พี่สาวบอกว่านายสมบัติจะเข้าออกบ้านและมาเสพยาเสพติดกับพี่เขยเป็นประจำ เหตุที่เกิดขึ้นทางครอบครัวเสียใจมาก   ขณะนี้ย้ายแม่ออกจากบ้านเกิดเหตุไปอยู่กับตนแล้ว พยายามเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาเป็นปกติ  ระบุไม่ขอรับคำขอโทษอยากให้รับโทษหนักที่สุด ทราบว่านายสมบัติ เคยก่อเหตุกับเด็ก คนพิการ คนแก่ในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงอยากให้คนที่เคยตกเป็นเหยื่อออกมาแจ้งความ   ขณะที่ลูกสาวคนโตของยาย ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุกับยายเล่าว่า  บ้านหลังดังกล่าวอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ตนเอง สามี และยาย โดยยายป่วยติดเตียงนอนอยู่ชั้นล่าง ส่วนตนกับสามีนอนอยู่ชั้นบน วันไหนที่ตนออกไปทำงานก็จะซื้อข้าวซื้อน้ำทิ้งไว้ให้ เพราะยายยังช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกนั่งได้แค่เดินไม่ได้เฉยๆ     ส่วนนายสมบัติ เป็นเพื่อนกับสามีของตนมาที่บ้านเกิดเหตุเป็นครั้งที่ 2 ยอมรับพากันมาเสพยา สามีไม่ได้เสพเป็นชีวิตประจำวัน นอกจากมีเพื่อนฝูงมาหา เสพเป็นบางครั้งบางคราว      ก่อนเกิดเหตุตนทะเลาะกับสามี นายสมบัติจึงมาดูเพราะห้องพักอยู่ใกล้กัน โดยเดินขึ้นไปหาตนกับสามีบนบ้านแล้วพูดว่า “ทำไมมึงไม่ดูแม่เลยสงสารแม่” จากนั้นในช่วงเย็นนำน้ำไปให้ยายดื่ม แล้วก็บีบแขนบีบขายาย  ตนเห็นจึงบอกว่าไม่ต้องยุ่งเดี๋ยวทำเองแล้วก็ไล่เขาออกไป จากนั้นนายสมบัติ ก็ขึ้นไปนั่งคุยกับสามีบนบ้าน    “วันเกิดเหตุตนทะเลาะกับสามีอยู่บนบ้านแต่นายสมบัติ ลงมาก่อเหตุกับแม่ของตนที่นอนอยู่ชั้นล่าง ซึ่งตนไม่ได้ยินเสียงอะไร แม่ก็เล่าให้ฟังว่ามันเอาผ้าพันคอแล้วบีบคอแม่ ทุบตีแม่เจ็บไปหมด แต่ไม่ได้บอกว่าถูกข่มขืน  มันทุบไปพูดไปบอกว่าไม่มีใครสนใจหรอกมันทะเลาะกันอยู่บนบ้าน” ขณะที่ตำรวจเดินทางไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่ลูกเขยของยายไม่ยอมออกจากห้อง   ขณะที่เพื่อนบ้านบอกว่า หลังเกิดเหตุยายเล่าให้ฟังว่า ไม่มีใครช่วยแม่ได้ ลูกสาวและลูกเขยที่อาศัยอยู่ด้วยกันก็ช่วยไม่ได้ เขาขู่จะฆ่าทุกคนในบ้าน ยายขอร้องให้ตนช่วย บ่นอยากตายไม่อยากอยู่แล้ว   ด้าน พล.ต.ต. มงคล  วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 บอกว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้เนื่องจากผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบเคยต้องโทษ 8 คดี  โดยเมื่อปี 2537 ถูกดำเนินคดีข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา, ปี 2544 ข้อหาลักทรัพย์และบุกรุก, ปี 2545-2546 คดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา    นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหลานสาวแท้ๆ ของนายสมบัติ ปัจจุบันอายุ 40 ปี เผยว่าขณะที่ตนอายุ 15 ปี นายสมบัติ เคยขอมีเพศสัมพันธ์กับตน โดยพูดกับตนว่า “กูคันรูตูดช่วยเกาตูดให้กูหน่อย” ตนปฏิเสธบอกไม่ทำ จากนั้นนายสมบัติพูดว่า “งั้นกูขอมึงทีหนึ่งได้มั้ย” จนตนต้องหนีไปอยู่บ้านญาติอีกคน โดยน้าชายเสพยามาตั้งแต่วัยรุ่น เสพยาเมื่อไหร่ก็จะมีอารมณ์ทางเพศตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/awV7htvWh0E

 8,273

Top