ค้นหา :

ผลการค้นหา "เมาข่มขืนคนแก่"

ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 63

อึ้ง! ด.ช.วัย 14 เมาเหล้าขาว 4 ขวด เตะต่อย-ข่มขืนยายข้างบ้านวัย 60 คาบ้าน

เลย-นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาวอ.ภูเรือ จ.เลย ร้องทุกมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า นางใหญ่ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี แม่ของตนเองถูก ด.ช.เล็ก (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกชายของเพื่อนบ้านทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ภายในบ้านพักของตนเอง   หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่สภ.ภูเรือแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียก ด.ช.เล็ก กับพ่อแม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาและปล่อยตัวออกมาใช้ชีวิตปกติ ตนเองกับแม่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมด้วย   นางน้อย เล่าอีกว่า ตนกับแม่เห็นด.ช.เล็กมาตั้งแต่เด็กจนโต ปัจจุบันหันไปดื่มสุราไม่เรียนหนังสือ มักจะมาขอข้าวที่บ้านกินเป็นประจำ ตนกับแม่ก็ไม่ว่าอะไรนึกว่าเหมือนลูกเหมือนหลาน โดยให้เข้ามาหาข้าวทอดไข่กินในบ้านได้ไม่มีปัญหา   วันเกิดเหตุ ด.ช.เล็กมีอาการเมาเหล้าแล้วเข้ามาขอข้าวกินเหมือนเคย ตอนนั้นแม่ตนอยู่บ้านคนเดียวจึงได้ตักเตือนไป แต่ด.ช.เล็กไม่พอใจจึงตรงเข้าทำร้ายร่างกายเตะต่อยจนน่วมทั้งตัว จากนั้นก็ใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใครก่อนหลบหนีไป หลังตนกลับบ้านมาพบสภาพแม่ที่ได้รับบาดเจ็บก็รับไม่ได้ ไม่คิดว่าเด็กที่เคยให้ข้าวให้น้ำ ไว้ใจให้เข้าออกบ้านจะมาทำกับแม่ตนแบบนี้ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.กิตติ แดงสมบูรณ์ ผกก.สภ.ภูเรือ สอบถามเรื่องดังกล่าว เพราะผู้เสียหายเกรงจะไม่ปลอดภัยและกลัวว่า ด.ช.เล็กจะกลับไปทำร้ายอีก ต่อมาพ่อแม่ของ ด.ช.เล็กได้นำตัวลูกชายมามอบตัว โดย ด.ช.เล็ก ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้กินเหล้าขาวมา 4 ขวด จนขาดสติทำลงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีข้อหาข่มขืน ก่อนนำตัวส่งสถานพินิจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JvDmAo49Wdc

 10,343
สังคม
20 ม.ค. 63

อึ้ง! ด.ช.วัย 14 เมาเหล้าขาว 4 ขวด เตะต่อย-ข่มขืนยายข้างบ้านวัย 60 คาบ้าน

เลย-นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ชาวอ.ภูเรือ จ.เลย ร้องทุกมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า นางใหญ่ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี แม่ของตนเองถูก ด.ช.เล็ก (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกชายของเพื่อนบ้านทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ภายในบ้านพักของตนเอง   หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความที่สภ.ภูเรือแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียก ด.ช.เล็ก กับพ่อแม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาและปล่อยตัวออกมาใช้ชีวิตปกติ ตนเองกับแม่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมด้วย   นางน้อย เล่าอีกว่า ตนกับแม่เห็นด.ช.เล็กมาตั้งแต่เด็กจนโต ปัจจุบันหันไปดื่มสุราไม่เรียนหนังสือ มักจะมาขอข้าวที่บ้านกินเป็นประจำ ตนกับแม่ก็ไม่ว่าอะไรนึกว่าเหมือนลูกเหมือนหลาน โดยให้เข้ามาหาข้าวทอดไข่กินในบ้านได้ไม่มีปัญหา   วันเกิดเหตุ ด.ช.เล็กมีอาการเมาเหล้าแล้วเข้ามาขอข้าวกินเหมือนเคย ตอนนั้นแม่ตนอยู่บ้านคนเดียวจึงได้ตักเตือนไป แต่ด.ช.เล็กไม่พอใจจึงตรงเข้าทำร้ายร่างกายเตะต่อยจนน่วมทั้งตัว จากนั้นก็ใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใครก่อนหลบหนีไป หลังตนกลับบ้านมาพบสภาพแม่ที่ได้รับบาดเจ็บก็รับไม่ได้ ไม่คิดว่าเด็กที่เคยให้ข้าวให้น้ำ ไว้ใจให้เข้าออกบ้านจะมาทำกับแม่ตนแบบนี้ ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด   หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.กิตติ แดงสมบูรณ์ ผกก.สภ.ภูเรือ สอบถามเรื่องดังกล่าว เพราะผู้เสียหายเกรงจะไม่ปลอดภัยและกลัวว่า ด.ช.เล็กจะกลับไปทำร้ายอีก ต่อมาพ่อแม่ของ ด.ช.เล็กได้นำตัวลูกชายมามอบตัว โดย ด.ช.เล็ก ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้กินเหล้าขาวมา 4 ขวด จนขาดสติทำลงไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีข้อหาข่มขืน ก่อนนำตัวส่งสถานพินิจเพื่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JvDmAo49Wdc

 10,343
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 61

จับแล้วชายเมายาทำร้าย-ขืนใจยายวัย 73 ปี ป่วยติดเตียง ญาติแฉข่มขืนคนแก่-พิการแล้วหลายราย ยันไม่อโหสิให้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ได้มีลูกสาวของหญิงวัย 73 ปี มาแจ้งความกับตำรวจ สน.ท่าเรือ โดยระบุว่าแม่ของตนถูกชายข้างบ้านชื่อบัติ ก่อเหตุข่มขืนแล้วหลบหนีไป ทั้งๆที่แม่นอนป่วยติดเตียงไม่สามารถป้องกันตัวได้ โดยเหตุเกิดในบ้านซึ่งอยู่ภายในชุมชนย่านคลองเตย   ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ตลอดจนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม จากนั้นจึงตรวจสอบพบเบาะแสว่าคนร้ายคือ นายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย และเป็นคนรู้จักกับลูกเขยหญิงผู้เสียหาย   ซึ่งก่อนเกิดเหตุทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจ และหวาดระแวงกับผู้คนในชุมชน เนื่องจากยังพบนายสมบัติอยู่ภายในบริเวณดังกล่าว   ล่าสุด ตร.สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี รวบตัว นายสมบัติ ต้นวงษ์ ผู้ต้องหาข่มขืนหญิงชราที่นอนป่วยติดเตียงในพื้นที่ สน.ท่าเรือ หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีเตรียมที่จะไปบวช เตรียมนำตัวส่งมาดำเนินคดีที่ สน.ท่าเรือ ช่วงบ่าย   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ลงพื้นที่พบคุณยายผู้เสียหายนอนพักอยู่ ตามตัวพบรอยเขียวช้ำ โดยเฉพาะบริเวณลำคอ และแขนทั้งสองข้าง ส่วนที่ขาขวาพบรอยแผลถลอกหลายจุด และสามารถพูดคุยได้ชัดเจน โดยลูกสาวบอกว่าสภาพจิตใจของคุณยายดีขึ้นมากสามารถกินข้าวได้ตามปกติ ต่างจากช่วงแรกที่คุณยายนอนร้องไห้ตลอดเวลาและไม่กินข้าว   คุณยายผู้เสียหาย อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า ตนไม่รู้จักกับนายสมบัติมาก่อน รู้แต่ว่าเป็นเพื่อนของลูกเขยที่เป็นสามีของลูกสาวคนโต โดยคืนก่อนเกิดเหตุได้มาถามตนว่ากินข้าวหรือยัง จากนั้นได้ไปซื้อข้าวต้มมาป้อนให้กิน และมาลูบๆคลำๆ ตนจึงขอร้องว่าอย่าทำอะไรเลย ตนแก่แล้วและเดินไม่ได้ ซึ่งเขาก็บอกไม่ทำหรอกก่อนเดินกลับบ้านไป และคืนวันเกิดเหตุนายสมบัติก็ซื้อข้าวต้มมาป้อนให้เหมือนเดิม และมาลูบๆคลำๆ ตนก็ขอร้องเหมือนเดิมว่าอย่าทำ   แต่นายสมบัติกลับมาตบหน้าก่อนเข้ามากอด ตนก็พยายามร้องให้คนมาช่วย นายสมบัติก็พูดว่า "เรียกไปเถอะ ถึงเรียกไปก็ไม่มีใครสนใจ" ก่อนที่จะเอาผ้าห่มมาคลุมหัวและบีบคอจนตนร้องไม่มีเสียง จากนั้นนายสมบัติจะเข้ามาข่มขืน แต่ตนไม่ยินยอม นายสมบัติก็ทุบที่หน้าอกไล่ลงมาถึงท้อง ก่อนที่จะกระทืบที่เข่าซ้ายหลายครั้งจนตนขีดขืนไม่ไหว นายสมบัติจึงเข้ามาข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและออกจากบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนตนก็นอนนิ่งถึงเช้าจนลูกมาเห็นและพาไปโรงพยาบาล   คุณยายกล่าวต่อว่า อยากให้มากราบขอโทษเพื่อให้มาเห็นสิ่งที่เขาทำกับตน เพราะตอนแรกตนยังช่วยเหลือตนเองสามารถลุกนั่ง หยิบจับสิ่งของ และพอเดินได้ถ้ามีคนช่วย แต่ตอนนี้เจ็บปวดทั้งตัวและใจ และต้องนอนนิ่งไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งทำให้ตนนอนร้องไห้ทุกคืน   ส่วนนางนิ่ม (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็ก กล่าวกับทีมข่าวว่า เดิมทีตนรับแม่มาดูแลและอยู่กับตนที่บ้านย่านบางกะปิ ซึ่งตอนนั้นแม่ยังช่วยเหลือตนเองเดินนั่งได้สะดวก จนเมื่อไม่นานนี้แม่ลื่นล้มก้นกระแทกลงพื้นทำให้มีปัญหาเรื่องการเดิน แต่ยังนั่งและหยิบจับได้   ตอนนั้นแม่ต้องหาหมอตามสิทธิ์บัตรทองที่ รพ.กล้วยน้ำไท ตนจึงตัดสินใจให้แม่มาอยู่กับพี่สาวที่ชุมชนหัวโค้ง ย่านคลองเตย และก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน แม่ยังโทรศัพท์มาพูดคุยว่าอยากกลับมาอยู่กับตนเพราะคิดถึงหลาน จากนั้นก็ไม่ได้คุยกับแม่อีก จนอีกประมาณ 2-3 วัน พี่สาวโทรศัพท์มาบอกว่าแม่อาการทรุดลงและเหม่อลอย ตนจึงรีบพาแม่ไปพบแพทย์   แต่พอมาเห็นอาการแม่ก็ถึงกับรับไม่ได้ มือและแขนสองข้างดำคล้ำ หน้าคล้ำ ตาลอยเหมือนช็อคอะไรบางอย่าง พอพบแพทย์แล้ววันแรกยังไม่รู้สาเหตุ จนถึงวันที่ 3 ซึ่งแม่อาการดีขึ้นเริ่มพูดได้ว่า "มันข่มขืนแม่" พอตนถามว่าใครทำก็ตอบว่า "แม่จำได้ มันชื่อไอ้บัติ ชอบใส่เสื้อลายเดินขึ้นเดินลงทุกวัน" จากนั้นพี่สาวจึงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี   นางนิ่ม กล่าวว่า จากนั้นทราบว่านายสมบัติเคยต้องโทษคดียาเสพติดหลายครั้ง และเคยก่อเหตุข่มขืนเด็กพิการทางสมอง คนพิการ และคนแก่ ในชุมชนหลายราย แต่ไม่มีการดำเนินคดีในส่วนนี้ โดยตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ออกมาก่อเหตุให้ใครตกเป็นเหยื่อได้อีก ตนและครอบครัวอยากเจอหน้า ยืนยันว่าถ้ามากราบขอขมาจะไม่มีวันยกโทษให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IX25XMjjuNU

 22,509

Top