ค้นหา :

ผลการค้นหา "หลอกทำงาน"

สังคม
22 พ.ย. 62

เปิดเหลี่ยมตุ๋น 'ไนท์รีวิว' จ้างกดไลค์-กดแชร์ เหยื่อสูญรวมกว่าพันล้าน

ตำรวจจับกุมผู้บริหารบริษัทไนท์รีวิว หลังมีผู้เสียหายทั่วประเทศ เข้าแจ้งความหลังตกเป็นเหยื่อสมัครเข้าทำงาน กดไลน์ กดแชร์ และคอมเมนต์ แต่ต้องเสียเงินค่าประกันก่อนทำงานตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึง 50 ล้านบาท แต่สุดท้ายกลับยังไม่ได้รับค่าตอบแทน      การโฆษณาชวนเชื่อว่าอาชีพสร้างรายได้งาม ทำงานที่บ้าน และยังโพสต์ของผู้ที่เข้าร่วมงานแล้วประสบผลสำเร็จ มีรถยนต์หรู มีบ้านราคาหลายสิบล้าน ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือ จนหลายคนต่างเข้าไปสมัครทำงานกับบริษัท ไนท์รีวิว ซึ่งมีศูนย์เซนเตอร์อยู่ทั่วประเทศไทย      แต่เงื่อนไขการสมัครต้องมีเฟสบุ๊คเปิดเป็นสาธารณะ มีเพื่อนมากกว่า 400 คนขึ้นไป เฟสบุ๊ค1 ชื่อ จะได้ 1 รหัส เพื่อทำงาน ที่สำคัญต้องเสียเงินค่าประกัน ต่อ 1 รหัสเข้าทำงาน ลักษณะงานจะทำหน้าที่กดไลน์ กดแชร์ และคอมเม้นต์ หากจ่ายค่าประกันในแพ็จเก็ต 20000 บาท จะได้ค่าตอบแทน 200 บาทต่อวัน โดยต้องกดไลน์ กดแชร์ คอมเมนต์ วันละ 20 ครั้ง จากงานที่ได้รับในแต่ละวัน หากกดไม่ครบจะถูกหักเงิน 200 บาท ทำให้บางคนต้องการมีค่าตอบแทนวันละสองหมื่น ก็ต้องสมัครเฟสบุ๊ค 100 ชื่อ แต่ต้องจ่ายค่าประกันสูงถึง 2 ล้านบาท ในเมื่อมีโพสต์ของผู้ประสบผลสำเร็จมาสร้างภาพจึงมีผู้ต้องการประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกัน ลงทุนมากสุด 50ล้านบาท แต่แล้วบริษัทก็ไม่ได้จ่ายค่าตอบแทน และค่าประกันก็ไม่ได้คืน     หลังเกิดความไม่มั่นใจ และพบข้อมูลว่าไม่มีร้านอาหารหรือสินค้า มาว่าจ้างให้กดไลน์กดแชร์จริง จึงมีผู้เริ่มเข้าแจ้งความ ทีมผู้บริหารบริษัทไนท์รีวิว ได้ออกมายืนยันว่าบริษัทยังมีสภาพคล่องไม่ได้ปิดกิจการหนี แต่ผู้บริหารพาทีมงานไปพักผ่อนที่มัลดีฟ และลงทุนธุรกิจรูปแบบใหม่เป็นสกุลเงินบิตคอย       หลังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อทั่วประเทศหลายพันราย เสียหายกว่าพันล้านบาท ตำรวจได้ออกหมายจับนายณรงค์ อินลี และไปค้นบริษัทไนท์รีวิว ซึ่งตั้งอยู่ย่านซอยนวลจันทร์ พบว่าบริษัทได้ปิดกิจการหนีไปแล้ว     ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลประสานตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4 ตามจับนายณรงค์ได้ที่โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ในนครเวียงจันทร์ สปป.ลาว โดยพบเงินสด 6 แสนบาท เงินดอลล่าห์ 1 หมื่น 3 พันดอลล่าห์ โดยนายณรงค์ยังไม่ให้การว่าหลอกลงทุนธุรกิจกดไลค์กดแชร์หรือไม่ แต่จบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ หลังถูกร้องเรียนได้หลบมาอยู่ที่เวียงจันทร์ ด้วยช่องทางธรรมชาติจาก จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย 

 2,619
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.ค. 62

รวบ 2 ผัวเมีย หลอกตุ๋นเงิน อ้างพาไปทำงานที่เกาหลี พบหมายจับติดตัวเพียบ

วันที่ 8 ก.ค. 62 พ.ต.อ.สุรพงศ์ ชาติสุทธิ์ รองผู้บังคับการกองปราบปราม แถลงจับกุม น.ส.พรทิพย์ ปัดตายะสา และ นายตะวัน หมอนทอง สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาในความผิดฐาน จัดหางานให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางและหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานให้ทำในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ไปซึ่งเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง   พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวว่า มีผู้เสียหายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ชัยภูมิ กว่า 10 คน ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี 2560 ว่าถูกผู้ต้องหาทั้งสองคน หลอกลวงว่าสามารถช่วยให้ไปทำงานการเกษตรที่ประเทศเกาหลีได้ โดยไม่ต้องผ่านกรมการจัดหางาน และตรวจโรค และจะได้รับเงินเดือนค่าจ้างเดือนละ 4-6 หมื่นบาทต่อคน    โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเอกสารคนละ 50,000 -70,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้กับ น.ส.พรทิพย์ เพื่อนำไปจ่ายในดำเนินการต่างๆ แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินให้แล้วหลายเดือนก็ยังไม่พบมีใครได้ไปทำงานที่ประเทศเกาหลี เมื่อสอบถามไปก็ได้แต่บ่ายเบี่ยง จนถึงปี 2561 ทราบแน่ชัดว่าถูกหลอก จึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิด   จากการสืบสวนพบว่า มีผู้เสียหายที่ถูกสองสามีภรรยาหลอกตั้งแต่ปี 2559 อีกกว่า 40-50 คน ที่ยังไม่ได้เดินทางเข้าแจ้งความ มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยสิ่งที่ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อก็เพราะความน่าเชื่อถือที่ผู้ต้องหาทั้งสองคนเคยไปทำงานประเทศเกาหลีมาก่อน จึงฝากเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อว่าจะมีคนพาไปทำงานในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านกรมการจัดหางาน    นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.พรทิพย์ ยังมีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 9 หมายจับ ส่วนนายตะวัน ก็มีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 2 หมาย รวมแล้วทั้งสองสามีภรรยามีหมายจับ 13 หมายจับ ซึ่งล้วนแต่เป็นคดีฉ้อโกง มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท  

 2,906
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

รวบหนุ่มเปิดเฟซบุ๊กหลอกสาวทำงานที่เกาหลี ก่อนลวงเหยื่อเข้ารีสอร์ตข่มขืน-เชิดเงินหนี

วันที่ 25 พ.ย. 61 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายธีรภัทร โสทอง อายุ 23 ปี ตามหมายจับ ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.495/2561 ในข้อหา กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยจับกุมได้ ภายในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาเป็นลูกจ้างอยู่ในอู่ซ่อมรถ   สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายเป็นชายใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ‘จัดหาอะไหล่ตามต้องการ ช่างอาทรับจำนำรถทุกชนิด’ ลงโฆษณาว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงหลงเชื่อโดยนัดหมายกับคนร้ายที่ห้างฯ เพื่อจ่ายค่าดำเนินการในราคา 5,000 บาทจากนั้นคนร้ายได้ทำทีขอยืมโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 10,000 บาทของผู้เสียก่อนหลบหนีไป   ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงอีก 1 ราย เดินทางเข้าแจ้งความว่าได้หลงเชื่อคนร้ายที่ใช้เฟซบุ๊กในชื่อเดียวกันว่าสามารถพาผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ จึงได้นัดหมายกับคนร้ายที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ก่อนส่งมอบเงินให้คนร้ายจำนวน 10,000 บาท    จากนั้นก็ถูกคนร้ายล่อลวงให้หลงเชื่อว่า จะมีแรงงานรายอื่นเข้าพัก เพื่อรอตั๋วเครื่องบิน และจะนำไปส่งขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมกัน ทำให้หลงเชื่อ และพักที่รีสอร์ทดังกล่าว ก่อนจะถูกคนร้ายข่มขืนกระทำชำเรา และกักขังไว้ในห้องน้ำ และหลบหนีไป    จากการขยายผลทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่อู่ซ่อมรถ ใน จ.ชลบุรี ได้เพียง 1 เดือน ได้ใช้เฟซบุ๊กหลอกลวงหลอกขายสินค้าอะไหล่รถยนต์ โดยมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อ และโอนเงินเข้ามา มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 180,000 บาท อีกด้วย  

 6,967
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 61

‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงรวบ 3 ผู้ต้องหา หลอกคนไทยไปทำงานที่เกาหลีใต้

วันที่ 25 พ.ย. 61 เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย ตำรวจท่องเที่ยวและ ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม 3 ผู้ต้องหาขบวนการลักลอบส่งคนไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้โดยผิดกฎหมาย ประกอบด้วย น.ส.กรองแก้ว คำทา อายุ 32 ปี  น.ส.โชติกา เกิดเกลี้ยง อายุ 32 ปี และ นายไคซิก อึม (MR. KISIK EUM) อายุ 49 ปี ชาวเกาหลีใต้    โดย  น.ส.กรองแก้ว เป็นผู้จัดหาเปิดรับสมัครคนไทยที่ต้องการไปทำงานที่เกาหลี น.ส.โชติกา เป็นผู้จัดการเรื่องเอกสารร่วมทั้งตั๋วเครื่องบิน ส่วนนายไคซิก อึม (MR. KISIK EUM) อายุ 49 ปี ชาวเกาหลีใต้ จะเป็นผู้ตรวจสอบลักษณะบุคลิกภาพ ว่าสามารถไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้หรือไม่   ซึ่งทั้งหมดจะพาคนที่ต้องการทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้มาพักที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีก่อน โดยอ้างว่าต้องมาเทรนงาน เมื่อทั้งสามร่วมกันหายอดคนได้ตามจำนวนก็จะพาเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ    จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 เวลา 23.00 น.ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้นำกลุ่มแรงงานคนไทยที่ประสงค์จะไปทำงานที่เกาหลีใต้ เดินทางมาจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี มารอขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบใบอนุญาตในการจัดส่งแรงงานไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งทั้ง 3 คนไม่มีมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จึงได้คุมตัวมาสอบสวน    ผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่เกาหลีใต้แบบผิดกฏหมายจริงเพราะ ไม่มีใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน ให้จัดหาคนงานไปทำงานต่างประเทศ จึงคุมตัวทั้ง 3 คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีใน ข้อหาจัดหางานให้คนหางาน ไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แห่งพ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ. ศ. 2528 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง10 ปีหรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาท   

 3,003

Top