ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงการคลัง"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ก.ย. 62

ครม.เคาะต่ออายุ vat 7% ออกไปอีก 1 ปี ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ

ที่ประชุม ครม.มีมติขยายเวลาต่ออายุภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2562 นี้ โดยการขยายมาตรการดังกล่าวออกไปนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่วนกรณีที่ต่ออายุเพียง 1 ปี นั้น เนื่องจากต้องการให้ประเมินทิศทางเศรษฐกิจได้ใกล้ชิดมากขึ้น     โดยการต่อมาตรการในครั้งนี้ เพราะประเมินให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำมาตลอดในอดีต ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะถือว่าเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และอนาคตจะมาประเมินอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่ไม่ทำ 2 ปี เพราะมองว่า การทำปีต่อปี ช่วยทำให้ประเมินทิศทางเศรษฐกิจได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น     ส่วนสาเหตุที่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ลดลงในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากเรื่องการนำเข้าสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่า และจากเศรษฐกิจในประเทศที่มีสัญญาณชะลอตัวลง     แต่ล่าสุด กรมสรรพากรได้รายงานตัวเลขการจัดเก็บภาษี VAT ณ สิ้นเดือนสิงหาคม พบว่าปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.4% สะท้อนว่าสัญญาณการบริโภคเริ่มกลับมา แต่ต้องติดตามว่าจะต่อเนื่องถึงกันยายนหรือไม่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1cZJn1btKs4

 713
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
20 ส.ค. 62

'อุตตม' เผยไทม์ไลน์กระตุ้นเศรษฐกิจ ใส่เงินบัตรคนจนแจกทันที ส.ค.-ก.ย.นี้

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 20 ส.ค.นี้ พร้อมเสนอมาตรการกระตุ้นและดูแลเศรษฐกิจวงเงิน 310,000 ล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลัง ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบแล้ว คาดจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้เติบโตได้ถึง 3%   โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเริ่มช่วยเหลือด้านภัยแล้ง และช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องการผลิต ช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้   ส่วนการแจกเงินท่องเที่ยวคนละ 1, 000 บาทให้ประชาชน 10 ล้านคน จะเริ่มสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.ย.นี้ เพราะต้องจัดทำระบบก่อน   ขณะที่การใส่เงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเริ่มทันทีในเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/spiS-yM8CbM

 3,110
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
19 ส.ค. 62

กต.ค้านฟรีวีซ่า นทท.จีน-อินเดีย หวั่นกระทบความมั่นคง หนีกบดาน-แย่งงานคนไทย

จากกรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทย กำหนดให้พำนักในไทยได้ 15 วัน มีผลตั้งแต่วันที่ ‪1 พ.ย. 2562 – 31 ต.ค. 2563 หรือเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ   แต่ล่าสุดทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกหนังสือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยระบุว่าหากนโยบายนี้เกิดขึ้นจริง จะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ   ในหนังสือระบุว่า ควรยกเว้นวีซ่าให้กับชาวต่างชาติที่มีความเสี่ยงน้อย หรือไม่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อื่นๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะจีนและอินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรเป็นพันล้านคน ถ้าได้รับการยกเว้นวีซ่าเข้าไทย อาจมีการเข้ามากบดานในไทยเพื่อหนีภัยธรรมชาติและความยากจน นำไปสู่ปัญหาด้านสังคม วัฒนธรม วิถีชุมชนในไทย   นอกจากนี้ในปัจจุบัน ยังมีชาวจีนจำนวนมากใช้ช่องว่างในการท่องเที่ยว เข้ามาทำธุรกิจในไทย ควบคุมกลไกการตลาด สร้างโกดังผลผลิตทางการเกษตร ธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร ส่วนชาวอินเดีย มักมีการใช้หลักฐานเท็จยื่นขอวีซ่า เพ่อหลบหนีเข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย   อย่างไรก็ตาม สมาคมท่องเที่ยวธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) แสดงความเห็นต่าง มองว่ามาตรการยกเว้นวีซ่าชาวจีนและอินเดียเป็นเรื่องที่ดี และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชาวอินเดีย เพราะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย การอำนวยความสะดวกดังกล่าวจะกระตุ้นให้ นทท.เดินทางมามากขึ้น มั่นใจการท่องเที่ยวของไทยจะฟื้นตัวขึ้น ไม่น่าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ตามความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mbu1jovN-sI

 2,641
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
19 ส.ค. 62

'อุตตม' ยันเดินหน้าลดภาษี-ปรับค่าแรงขั้นต่ำ ลั่นเริ่มทำแล้ว แต่ต้องใช้เวลา

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันจะเดินหน้ามาตรการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% และค่าแรงขั้นต่ำ ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง   ในส่วนของการลดภาษีนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรมสรรพากรไปทบทวนในเวลา 90-100 วัน ถึงความเหลื่อมล้ำ และปรับให้โครงสร้างทันสมัยขึ้น สัปดาห์หน้าจะตรวจเยี่ยมการทำงานของสรรกากร ก็จะทราบความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว   ส่วนการปรับขึ้นค่าแรง สามารถทำได้ควบคู่กับการเพิ่มทักษะแรงงาน เพื่อจะได้มีเหตุผลประกอบ ยันกระบวนการการเริ่มต้นแล้ว แต่ต้องใช้เวลา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/71dx_2_EBj0

 1,146
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
16 ส.ค. 62

คลังเตรียมจัดหนัก แจกเงินบัตรคนจน-กระตุ้นท่องเที่ยว คนแก่ถือบัตรคนจนรับ 2 เด้ง

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.เศรษฐกิจ ออกนโยบายแพ็คเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่   1. มาตรการบรรเทา ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เช่น การช่วยเหลือเกษตรกรผ่อนคลายหนี้สินสนับสนุนพิเศษด้านดอกเบี้ย ทั้งสนับสนุนสินเชื่อใหม่และต้นทุนการเพาะปลูก   2. มาตรการดูแลปรับเพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ด้วยการแจกเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกรณีพิเศษเพิ่มอีก 2 เดือน ระหว่างเดือน ส.ค.-ก.ย.2562 รวมวงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วย   -การแจกเงินพิเศษให้กับผู้ถือบัตรคนจนทุกคนๆ ละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน รวม 1,000 บาท เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า โดยใช้งบประมาณ 14,600 ล้านบาท มีผู้ได้รับสิทธิทั้ง 14.6 ล้านคน   -การ-แจกเงินบรรเทาค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้สูงอายุที่ถือบัตรคนจนและมีอายุ 60 ปีขึ้นไป อีก 2 เดือนๆ ละ 500 บาท รวม 1,000 บาท ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายได้รับเงิน 5 ล้านคน ใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท   -การแจกเงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรให้แก่ผู้ถือบัตรคนจนที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดมีอายุ 0-6 ปี เพิ่มเดือนละ 300 บาท เป็นเวลา 2 เดือนรวม 600 บาท จำนวน 8 แสนคน โดยใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท   โดยเงินที่เติมให้กับผู้ถือบัตรคนจนรอบนี้จะเป็นเงินพิเศษ ไม่รวมกับเงินสวัสดิการพื้นฐานที่ทุกคนได้รับอยู่แล้ว โดยเงินรอบพิเศษจะทำให้คนถือบัตรสวัสดิการฯ มีโอกาสได้รับเงินเพิ่มอีกคนละ 1,000-2,600 บาท ซึ่งจะถูกนำไปเติมให้ในช่องเงิน อีมันนี (E-Money) สามารถนำไปซื้อสินค้าและบริการผ่านจากร้านธงฟ้าประชารัฐ แอพพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และยังถอนเป็นเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มได้ด้วย” รายงานจากกระทรวงการคลัง   3. มาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น กระตุ้นการท่องเที่ยวล่าสุดที่สอดรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง เล็งสร้างเงินสะพัดในท้องถิ่นจากการใช้จ่ายอุปโภค ที่อยู่ และการช็อปสินค้าชุมชน โดยจะแจกเงินให้กับประชาชน 10 ล้านคน คนละ 1,500 บาท รวม 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเปิดลงทะเบียน ใครมาก่อนได้ก่อน ส่วนการจ่ายเงินคาดว่าจะจ่ายเข้าบัญชีตรง   นอกจากนั้นกระทรวงการคลังคลังเตรียมมาตรการพิเศษช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายเล็กทั่วประเทศเข้าถึงเงินทุน เพื่อรักษาสภาพคล่อง รวมถึงลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร มาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้จะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจรวมเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทในครึ่งหลังของปีนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f6-girhiKcw

 15,368
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
15 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' เรียก 'สมคิด-อุตตม' ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน งบ 5 หมื่นล้าน ก่อนเข้า ครม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกหารือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ทั้งนี้นายสมคิด เปิดเผยว่า สำหรับรายละเอียดนายอุตตม จะเป็นผู้แถลง   ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป้าหมายของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เกิดขึ้นเนื่องจากวันนี้ประเทศไทย เผชิญปัญหาเศรษฐกิจที่หินมาก และเกิดจากรายละเอียดหลักๆที่ เกี่ยวโยงกับความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก จึงต้องทำให้เศรษฐกิจในประเทศ เข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง   เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกผันผวนอย่างหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หรือกรณี ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ อีกทั้งประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจกับไทยหลายๆ ประเทศ ก็มีปัญหาภายใน สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ คือสร้างความเข้มแข็งภายใน โดยได้ประกาศแล้วว่า มาตรการทางเศรษฐกิจต้องออกมาให้เร็วที่สุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ วันที่ 16 ส.ค.นี้   “มาตรการเร่งด่วนเบื้องต้น คือ เน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาที่กระทบกับชาวบ้านเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องภัยแล้ง ราคาพืชผลการเกษตร” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9gLzvDIHM0

 899
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ส.ค. 62

คลังเสนอรื้อเกณฑ์ใหม่ สแกนเข้มลงทะเบียนบัตรคนจน สกัดคนรวยได้สิทธิ

กระทรวงการคลังเสนอรัฐบาลลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนใหม่ภายในปีนี้ พร้อมกับสวัสดิการใหม่ที่จะเริ่มใช้วันที่ 1 ม.ค.2563   โดยคุณสมบัติบัตรคนจนรอบใหม่ ให้นำรายได้และทรัพย์สินของครอบครัว อาทิ รถยนต์ เข้ามาอยู่ในเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งในรอบนี้จะมีการตรวจสอบเข้มงวดมากกว่าเดิม โดยตั้งคณะกรรมการท้องถิ่นเข้ามาช่วยตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อให้การแจกบัตรคนจนได้ตรงจุดมากขึ้น พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาคนที่มีฐานะดี แต่ได้รับสิทธิบัตรคนจน     สำหรับหลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรคนจน จะมีการนำรายได้ครอบครัวมาพิจารณาด้วย เช่น ครอบครัวมีสมาชิก 4 ราย แต่คนหารายได้มีเพียง 1 คน คือพ่อซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนั้นหากรายได้ครอบครัวอยู่ที่ 400,000 บาทต่อปี พิจารณาตามจำนวนสมาชิก ก็มีสิทธิ์ได้รับบัตรคนจน     จากเกณฑ์เดิมกำหนดคุณสมบัติบัตรคนจน ดังนี้ 1.รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีมีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท 2.มีบ้านขนาดบ้านไม่เกิน 25 ตารางวา (ตร.ว.) และคอนโดฯ ขนาดไม่เกิน 35 ตารางเมตร (ตร.ม.) 3.มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยเองไม่เกิน 1 ไร่ และมีที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่     ที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่ผ่านการพัฒนาอาชีพ มีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี มีจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 คน จากจำนวนผู้ถือบัตรคนจน 14.5 ล้านคน ส่วนคนจนที่ตกหล่นยังไม่ได้รับบัตรคนจนคาดว่ามีไม่ถึง 1 ล้านคน เพราะช่วงที่ผ่านมากระทรวงการคลังให้ลงทะเบียนคนจนมาแล้ว 3 รอบ ทำให้ครอบคลุมคนจนทั่วประเทศกว่า 99%   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ALphMUlF8b0

 58,094
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 ก.ค. 62

คลังสั่งศึกษา นโยบายลดภาษีเงินได้ 10% หวั่นกระทบรายได้ประเทศลดฮวบ

จากนโยบายปรับลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้   ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กำลังศึกษาว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ส่วนหากมีการลดภาษีในลักษณะดังกล่าวจริงจะทำให้ฐานภาษีผู้เสียภาษีจริงที่ปัจจุบันมี 4 ล้านคน หายไป 3 ล้านคน และรายได้ภาษีหายไป 180,000 ล้านบาทหรือไม่ ยังต้องรอผลการศึกษา   ซึ่งหากมีการลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดา 10% จริง ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลดให้เป็นการชั่วคราว หรือ ลดให้เป็นการถาวร เพราะยังต้องศึกษาว่าการลดภาษีบุคคลธรรมดาตามนโยบายที่หาเสียงไว้จริงๆ คืออะไร   รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หากมีการลดภาษีอัตราภาษีบุคคลธรรมดา 10% ตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้จริง จะทำให้ฐานภาษีหายไป 3 ล้านราย และสูญเงินภาษีต่อปี 180,000 แสนล้านบาท ทำให้ต้องหาวิธีการลดภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ให้ได้เพื่อไม่ให้รัฐบาลผิดสัญญาที่หาเสียงไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vSI230pufAI

 979
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ก.ค. 62

คลังส่งสัญญาณบวก ชี้สถานการณ์ค่าเงินบาทไทยน่าจะทรงตัวแล้ว

กระทรวงการคลังส่งสัญญาณบวก ชี้ค่าเงินบาทไทยน่าจะทรงตัวแล้ว หลังติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด ส่งสัญญาณปรับดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ ทำให้ตลาดประเมินทิศทางของนาคต ทั้งนี้คาดว่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปกว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่   แต่การวิเคราะห์ดังกล่าวสวนทางกับการวิเคราะห์ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกรุงไทย ประเมินค่าเงินบาทส่อหลุด 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าเฟดประกาศลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ค.นี้   ด้านคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชี้การที่เงินบาทแข็งค่า ส่งผลต่อการส่งออกอ้อยและน้ำตาล วอนแบงก์ชาติคุมค่าเงินบาทให้ได้ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DBsskZC2kxg

 1,487
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
01 ก.ค. 62

คลังเตรียมแสนล้านเสนอรัฐบาลใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ

กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่ มีวงเงินเตรียมไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท มาจากงบกลางและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563   โดยมาตรการเข้าไปดูแลในกลุ่มที่ต้องการช่วยเหลือ เช่น เกษตร เอสเอ็มอี ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจไทย คือคนยังไม่กล้าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องอัดเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจ   โดยปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้คือ ความเชื่อมั่น ซึ่งกระทบต่อความมั่นใจในการบริโภคและการลงทุน ดังนั้นนโยบายการคลังจะต้องเข้ามาเสริม เมื่อได้รัฐบาลใหม่แล้วกระทรวงการคลังจะต้องเร่งกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น   ทำให้ภาคเอกชนมีความเข้มแข็งและกระตุ้นการบริโภค โดยระยะเร่งด่วน ควรดำเนินการผ่านความช่วยเหลือไปยัง ระดับรากหญ้า โดยเฉพาะในภภาคเกษตรกร ประเภทพืชไร่ต่างๆ เพื่อให้เกิดกำลังซื้อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B373AqqdAC8

 1,973
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
24 มิ.ย. 62

จ่อปรับเกณฑ์บัตรคนจน พิจารณาเป็นครอบครัว คนจนไม่จริงถูกคัดชื่อออก

กระทรวงการคลัง จ่อปรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ให้มีคุณสมบัติและเพิ่มเงื่อนไขใหม่ดังนี้   -สัญชาติไทย -อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป -มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 100,000 บาท -กรณีเป็นเจ้าของบ้าน จะต้องมีขนาดบ้านไม่เกิน 25 ตารางวา (ตร.ว.) และคอนโดขนาดไม่เกิน 35 ตารางเมตร (ตร.ม.) -มีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยเองไม่เกิน 1 ไร่ -มีที่ดินเพื่อการเกษตรจะต้องมีไม่เกิน 10 ไร่   อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการพิจารณาคุณสมบัติเป็นแบบรายบุคคลเท่านั้น ดังนั้น   โดยหลักเกณฑ์ใหม่ที่เตรียมจะเสนอรัฐบาลใหม่ จะปรับเปลี่ยนเป็นการพิจารณาแบบรายครอบครัวแทนการพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยพิจารณารายได้ของครอบครัวนั้นๆ ว่าจะเข้าเกณฑ์ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์หรือไม่   ทั้งนี้ การใช้เกณฑ์พิจารณาแบบรายครอบครัว เชื่อว่าจะทำให้สามารถชี้เป้าคนที่สมควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นจำนวนมาก ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เมื่อดูจากฐานะของครอบครัวแล้ว พบว่ามีฐานะดี   นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่ใกล้ชิดกับข้อมูลในระดับพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกในการคัดกรองผู้สมควรได้รับบัตรสวัสดิการ หรือผู้ที่ได้รับบัตรอยู่แล้ว แต่ขาดคุณสมบัติ ต้องถูกคัดชื่อออกไป   จึงคาดว่าจำนวนคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการในรอบใหม่ น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ได้รับบัตรอยู่ 14.5 ล้านคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ETB-u9jnRxA

 18,630
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 พ.ค. 62

คลังเตรียมงบ 7.7 หมื่นล้าน ให้รัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังได้ประเมินแหล่งเงินทุนทั้งเงินสดและเงินกู้ ที่สามารถนำมาใช้ดูแลเศรษฐกิจไทยในอนาคตและใช้สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยพบว่ามีเงินที่รัฐบาลจะสามารถนำมาใช้ได้ 90,000 ล้านบาท และรัฐบาลชุดนี้นำไปใช้ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน สำหรับมาตรการพยุงเศรษฐกิจแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท ดังนั้น งบที่เหลือจึงเป็นงบประมาณที่รัฐบาลใหม่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 77,000 ล้านบาท   โดยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการพยุงเศรษฐกิจในช่วงกลางปีงบประมาณ 2562 ที่เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนไปแล้วจำนวน 13,000 ล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษี 6 มาตรการ อาทิ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับท่องเที่ยวเมืองรองและเมืองหลัก เป็นต้น จะทำให้รัฐบาลสูญรายได้ราว 8,000 ล้านบาท แต่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น 0.1% หรือเติบโตอยู่ที่ 3.9%   จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่กระทรวงการคลังพอใจแล้ว โดยหลังจากนี้คงต้องติดตามผลของมาตรการพยุงเศรษฐกิจและรอดูภาวะเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของไทยว่าจะมีทิศทางดีขึ้นหรือไม่ รวมทั้งยังต้องจับตาดูนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่   นอกจากนั้นจะต้องรอดูราคาพืชผลทางการเกษตร ที่มีแนวโน้มจะลดลงด้วย อาทิ ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น รวมถึงต้องรอดูการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากรัฐบาลมีเสถียรภาพจะช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มต่ำกว่า 3.8% คิดว่ารัฐบาลใหม่ต้องมีมาตรการออกมาดูแลอีกระลอกแน่   ทั้งนี้แม้เศรษฐกิจในปีนี้อาจต่ำกว่าฐานการประเมินรายได้ ที่กระทรวงการคลังกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอยู่ที่ 4% แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2562 แน่นอน เนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ (เดือน ต.ค.2561-มี.ค.2562) กระทรวงการคลังสามารถจัดเก็บรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 81,600 ล้านบาท หรือ 7.6% และสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 5,559 ล้านบาท หรือ 0.5% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ruWbeFWDc4c

 2,201
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 เม.ย. 62

คลังพับโครงการแจกเงินเที่ยวเมืองรอง 1,500 บาท ทุ่มใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จากกรณีที่มีข่าวว่าจะแจกเงิน 1,500 บาท ใหเประชาชนไปเที่ยวเมืองรองกันนั้น รายงานจากแหล่งข่าวในกระทรวงการคลังบอกว่า ล่าสุดถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   แต่สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเสนอต่อ ครม. คือ เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน ใน 4 กลุ่ม   1.ผู้ปกครองนักเรียน (2.6 ล้านคน) ที่มีลูกหลานกำลังเรียนชั้นมัธยมลงไป   บุตร 1 คน ได้รับ 500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) หรือ บุตร 3 คน ได้รับ 1,500 บาท (ครั้งเดียว เดือน พ.ค.) เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียน   2.เกษตรกร (4 ล้านคน) ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะได้ 1,000 บาท เพื่อนำเงินไปซื้อปุ๋ย และอุปกรณ์เกษตรกรรม   3.คนพิการ (1 ล้านคน) ที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มคนละ 200 บาทต่อเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.-ก.ย.62 (5 เดือน) *เดิม รัฐช่วยเหลือ 600-800 บาทต่อเดือน   4.ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (14.5 ล้านคน) เพิ่มเงินเป็น 500 บาทเดือน ช่วงเวลาที่ได้รับ พ.ค.- มิ.ย.62  เดิม รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี รับ 300 บาท และรายได้เกิน 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อปี รับ 200 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/_p5qrmRnSlA

 69,031
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 เม.ย. 62

รัฐบาลใหม่ยังไม่มา พาความเชื่อมั่นนักลงทุนทรุด - คลังเตรียมเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า(มิ.ย.62) ลดลง 17.72% มาที่ระดับ 107.53 เนื่องจากพบว่านักลงทุนมีความกังวลเสถียรภาพรัฐบาลใหม่เป็นปัจจัยหลัก ที่ถึงแม้ว่าจะมีการประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังคงไม่มีความชัดเจนในการการจัดตั้งรัฐบาล   อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วจะมีการดึงเม็ดเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้   ด้านนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หลังจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ศึกษาแนวทางและมาตรการดังกล่าวไว้เนื่องจากยอมรับว่าขณะนี้ ประชาชนมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจ ที่มาจากการรับฟังข่าวสารทางด้านการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดการชะลอการใช้จ่าย รวมถึงนักลงทุนอาจชะลอการลงทุน แม้ว่าความจริงแล้วเศรษฐกิจไทยยังขับเคลื่อนได้อยู่ก็ตาม   สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น จะเน้นมาตรการที่เรียกความเชื่อมั่นของประชาชนให้ฟี้นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่เป็นการใช้เงินที่มีอยู่ให้สามารถเดินหน้าได้ตามแผนอย่างไม่หยุดชะงัก และคงเป็นการทยอยนำออกมาใช้ในช่วงไตรมาส 2-3 รวมถึงอาจจะมีมาตรการที่เร่งด่วนที่ต้องนำออกมาใช้ตั้งแต่ ปลายเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งต้องประเมินภาพรวมเศรษฐกิจอีกครั้ง   ทั้งนี้นายสมคิดมีกำหนดเดินทางมาประชุมกับผู้บริหารกระทรวงการคลัง และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ โดยได้มีการสั่งให้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไว้ให้พร้อม เพื่อรับมือ ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ และการส่งออกก็ชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wxSvrWI68qY

 1,313
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
12 มี.ค. 62

คลังแจงหนี้ครัวเรือนสูงเพราะคนกู้ซื้อบ้าน อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ

ศึกระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศหทย หรือ แบงก์ชาติ ยังไม่จบ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นแต่เป็นหนี้ที่มีคุณภาพ   เกิดจากนโยบายรัฐบาลต้องการให้คนจนกู้ซื้อบ้าน กับการแปลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ คนจนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ตอกกลับแบงก์ชาติ ไม่ใช่หนี้ที่กู้มาซื้อโทรศัพท์ ซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แล้วหมดไป แต่หนี้ครัวเรือนซื้อบ้านเหมือนมีรายได้เพิ่มเพราะเดิมต้องจ่ายค่าเช่าอยู่แล้ว อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตัวการเพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VExs2aTBOvw

 11,071

Top