ค้นหา :

ผลการค้นหา "ริดรอนสิทธิ์"

สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 61

ผู้พิพากษาอาวุโส เตือนร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ทำลายระบอบประชาธิปไตย-ริดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว

ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เคยสั่งการฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งในเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไร ซึ่งตนทราบว่าร่างดังกล่าวที่มีการเเก้ไขเเล้วจะถูกนำเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้   ส่วนเหตุที่ร่างกฎหมายนี้ถูกโจมตีเยอะ เพราะหากดูในรายละเอียดของกฎหมายนี้ จัดให้มีคณะกรรมการป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติขึ้น ซึ่งมีชื่อว่า กปช. คณะกรรมการ กปช. นี้มีอำนาจมากในการกำกับดูแล เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กปช.   มีอำนาจเรียกให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชน ตลอดจนผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบผู้ใช้บริการทางไซเบอร์ เช่น ADMIN PAGE ผู้ที่ประกอบธุรกิจในการใช้บริการทางไซเบอร์ต้องเข้าพบและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่น่าสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดหรือน่าสงสัยว่าจะกระทำผิดต่อเจ้าพนักงาน กปช.   และนอกจากนี้ยังมีอำนาจเข้าไปในเคหสถานตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ SERVER หน่วยความจำ (HARD DRIVE) อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการทางไซเบอร์ เช่น WEB SITE ผู้ใช้บริการ ADMIN เครื่องวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่จำต้องมีหมายค้น แม้ยังไม่มีคดีความ หรือการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญาก็ตาม ให้ กปช. ก็มีอำนาจตรวจยึดอุปกรณ์ทางไซเบอร์เหล่านั้นได้ โดยอำนาจดังกล่าวเป็นอำนาจที่สามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีองค์กรฝ่ายตุลาการเข้ามาตรวจสอบหรือถ่วงดุล จึงเป็นประเด็นให้หลายคนเกิดความกังวลขึ้น   ด้านนายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ เตือนว่าหากร่างพรบ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีผลบังคับ จะเป็นการทำลายหลักการและโครงสร้างระบอบประชาธิปไตย การที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติมากเกินไปในการจับ ค้น ขัง ยึดโดยไม่ผ่านกระบวนการศาล จะทำให้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน สิทธิทางการเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิความเป็นส่วนตัว และจะทำให้กลายเป็นเครื่องมือปราบปรามฝ่ายตรงข้าม เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน บั่นทอนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ   แม้ร่างกฎหมายบอกว่า จะใช้วิธีการดังกล่าวกับกรณีกระทบความมั่นคงและเป็นเรื่องร้ายแรงเท่านั้น แต่คำว่า “ร้ายแรง” มันแค่ไหน เป็นดุลยพินิจหรือ ซึ่งดุลยพินิจแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีมาตรฐาน ไม่เหมือนระบบการตรวจสอบโดยศาล ดูคลิปข่าวได้ที่ : https://youtu.be/tuThX1KStaY

 1,161

Top