ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทนายเดชา"

สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 62

เจ้าของภาพพระอุลตร้าแมน ลั่นไม่ยอมส่งภาพให้เผาทิ้ง เปิดประมูลนำเงินบริจาค รพ. ท้ากลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินฟ้องได้เลย

กรณีภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ของนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 4 สาขาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ยังกลายเป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่อง ถึงความไม่เหมาะสม ลบหลู่ ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา   ล่าสุดกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ได้เข้าร้องกองปราบฯเพื่อดำเนินคดีกับ นศ.ผู้วาดภาพ โดยระบุว่าลบหลู่พระพุทธศาสนาและเหยียบย่ำจิตใจชาวพุทธ พร้อมผู้สนับสนุน นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และทนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ รวม 5 คน   ด้านนายจรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวเเทนกลุ่ม ระบุว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง เพื่อเหยียบย่ำจิตใจและศรัทธาของชาวพุทธ เป็นการหลบลู่พระพุทธศาสนา ในลักษณะการล้อเลียนพระพุทธเจ้าในรูปของอุลตร้าแมนในท่าทางต่างๆ จำนวนหลายภาพ ฉากหลังเป็นซุ้มเรือนแก้วของพระพุทธชินราช มีรูปเทวดาในพระพุทธศาสนาประดับอยู่   ภาพดังกล่าว เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาในรูปแบบของศิลปะ ไม่เชื่อว่าเด็กคนเดียวจะทำได้ และเชื่อว่าต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง เเละการที่ทางกลุ่มมาร้องกองปราบ ไม่ใช่เป็นการทำลายเด็ก เเต่เป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา และต้องการให้คนผิดออกมารับโทษ   อย่างไรก็ตาม ตนทราบดีว่า ชาวพุทธทุกคนคงไม่คิดเหมือนตนทุกคน เพราะตอนนี้ในสังคมก็มีความคิดที่หลากหลาย ส่วนการที่เด็กไปขอขมา ก็ถือว่าเป็นคนละเรื่อง เเละความผิดได้กระทำไปเเล้ว จะละเว้นไม่ได้ เเม้ไม่ได้กระทำโดยตรงต่อวัตถุ เเต่เป็นการทำลายทางศิลปะ ทางกลุ่มได้นำรายชื่อมาร้องต่อกองปราบ รวม 5 คน ขอให้ดำเนินเอาผิดทั้งหมดจนคดีถึงที่สุด และให้ทำลายภาพวาดทั้งหมดที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้นเสีย   ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ปกรณ์ พรชีวางกูร ได้โพสต์ภาพตนเองและเจ้าของภาพอีก 2 คน ยืนคู่กับภาพวาดดังกล่าว พร้อมข้อความเปิดประมูลภาพ เพื่อนำรายได้ไปบริจาคให้รพ. ที่ขาดแคลนในโคราช   โดยนายปกรณ์ พรชีวางกูร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนได้รับการติดต่อจากเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักบอกว่ามีภาพวาดเซ็ตหนึ่งถูกสั่งปลดออกจากงานแสดงโชว์ที่ห้างแห่งหนึ่งในโคราช ทั้งวันดังกล่าวเป็นวันเกิดของน้องนศ.ผู้วาดภาพพอดี จึงอยากให้น้องมีเงินไปกินเลี้ยงวันเกิดกับครอบครัว เนื่องจากน้องเป็นเด็กยากจน ตนจึงช่วยซื้อภาพวาดไว้ในราคา 4,000 บาท และได้ส่งภาพมาให้ตนที่ กทม.   ต่อมาเกิดเป็นเรื่องราวดราม่าอย่างหนัก มีคนเข้าไปด่าทอน้องนศ.จำนวนมาก และพอทราบว่า กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เข้าแจ้งความน้อง และผู้สนับสนุน ทั้งมีความพยายามที่จะนำภาพกลับไปทำลายทิ้งที่โคราช ซึ่งตนไม่ยอมเด็ดขาด ถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้สาระ เพราะหากนำภาพไปเผาแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร เป็นเพียงเพื่อความสะใจของคนไม่กี่คนเท่านั้นหรือ และหากจะมองว่าเป็นการลบหลู่ศาสนาหรือเหยียบย่ำศรัทธาของชาวพุทธ  ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์ เพราะน้องไม่ได้ทำผิดอะไร และไม่มีใครกำหนดมาตรฐานในเรื่องนี้ ตนจึงโพสต์เฟซบุ๊กแสดงตัวเป็นเจ้าของภาพดังกล่าว   โดยจุดประสงค์ในการโพสต์ครั้งนี้ เพื่อจะเปิดรับประมูลภาพ รายได้ 10% จะมอบให้เป็นทุนการศึกษากับน้อง ที่เหลืออีก 90% จะนำไปบริจาคซื้อเตียง ICU และเครื่องมือการแพทย์ให้กับแผนกเด็ก รพ.ด่านขุนทด และจะใส่ชื่อผู้บริจาคเป็นชื่อของน้องแต่เพียงผู้เดียว  ซึ่งตนได้ติดต่อกับเซลล์ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์และทางแพทย์ของ รพ.ด่านขุนทดแล้วว่าขาดเหลืออะไรบ้าง หากเงินประมูลไม่เพียงพอตนก็จะหามาเติมให้ โดยเริ่มเปิดประมูลในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 08.45 น. และจะปิดประมูลในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 08.45 น.   หลังเป็นข่าว ตนและเจ้าของภาพอีก 3 คนก็ได้พบปะพูดคุยกันแล้ว บอกเลยว่าเจ้าของภาพทุกคนล้วนมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา แต่ยังไม่สะดวกออกมาแสดงตัว ซึ่งเร็วๆนี้ทุกคนจะออกมาแสดงตัวอย่างแน่นอน โดยจากการพูดคุยทุกคนล้วนมองในมุมเดียวกันกับตน และจะนำภาพดังกล่าวไปทำประโยชน์ให้กับสังคมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะเป็นการนำภาพออกมาประมูลอย่างเช่นตนหรือไม่นั้นต้องขอปรึกษากันอีกครั้ง   การกระทำของคนกลุ่มขาวพุทธพลังแผ่นดินนั้น ตนขอไม่ให้ราคา เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นคนขีดมาตรฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ และหากจะแจ้งความเอาผิดกับน้องควรมาแจ้งความเอาผิดกับพวกตนที่เป็นเจ้าของภาพมากกว่า เพราะพวกตนก็เป็นผู้สนับสนุนเช่นกัน ที่น้องแสดงออกผ่านภาพวาดออกมาไม่ใช่สิ่งที่ผิด ศาสนาไม่ได้มีอัตลักษณ์ที่ตายตัว ฉะนั้นใครจะมองศาสนาในรูปแบบใดก็ไม่ใช่ความผิดของคนคนนั้น   ทั้งนี้ฝากถึงกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินว่า ถ้าอยากจะเอาเรื่องเด็กให้มาเอาเรื่องตนดีกว่า และหากจะแจ้งความตนก็ยินดี อยากเตือนว่าอย่าเอาจริตของตัวเองไปพิพากษาคนอื่น และไล่ล่าคนอื่นจนไม่มีที่ยืนในสังคมบนความสะใจของตัวเอง เพราะสิ่งนั้นอาจย้อนกลับไปหาตนเองก็เป็นได้   หลังจากนำภาพวาดมาไว้ที่บ้าน ตนและครอบครัวรู้สึกได้ถึงอาถรรพ์บางอย่าง เพราะผู้ใดที่เห็นภาพดังกล่าว ล้วนแล้วแต่เกิดกิเลสและอยากได้ไว้ในครอบครอง ทั้งที่คนเหล่านั้นเป็นคนนิสัยดีมาตลอด โดยทุกคนยอมรับภายหลังว่าเมื่อเห็นภาพแล้วรู้สึกมีอะไรมาดลจิตดลใจให้เกิดกิเลสขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว   หลังจากโพสต์เผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก โดยยอดประมูลสูงสุดในขณะนี้พุ่งสูงเกือบ 500,000 บาทแล้ว   นอกจากนี้ สื่อรายการหนึ่งได้เชิญกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินไปร่วมพูดคุยในรายการ โดยได้มีการกล่าวว่า จะทำการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายปกรณ์ ฐานเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนายปกรณ์อีกครั้ง โดยนายปกรณ์กล่าวว่า ตนไม่กลัวและไม่กังวลใดๆ หากเขาจะฟ้องก็เชิญฟ้องได้เลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/yi7gxHn7cj8

 2,582
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

จี้เอาผิด นศ.วาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ลั่นลบหลู่-เหยียบย่ำจิตใจ - อ.เฉลิมชัย-ทนายเดชา โดนด้วย

กลุ่มชาวพุทธพลังเเผ่นดิน แจ้งความกองปราบ เอาผิดนักศึกษาวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ว่าลบหลู่พระพุทธศาสนาและเหยียบย่ำจิตใจชาวพุทธ พร้อมอาจารย์เฉลิมชัย-ทนายเดชา โดนด้วย ฐานสนับสนุน พร้อมเสริมการลบหลู่พระพุทธรูปถือว่าลบหลู่ความเขื่อทางศาสนาและสิ่งที่ศรัทธา   วันที่ 11 ก.ย. กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำโดย นายจรูญ วรรณกสิณานนท์, ทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้บังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนักศึกษาที่วาดภาพอุลตร้าแมน โดยระบุว่าลบหลู่พระพุทธศาสนาและเหยียบย่ำจิตใจชาวพุทธ พร้อมผู้สนับสนุน ซึ่งคือนายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และทนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ รวม 5 คน    นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ ตัวเเทนกลุ่ม ระบุว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง เพื่อเหยียบย่ำจิตใจและศรัทธาของชาวพุทธ เป็นการหลบลู่พระพุทธศาสนา ในลักษณะการล้อเลียนพระพุทธเจ้าในรูปของอุลตร้าแมนในท่าทางต่างๆ จำนวนหลายภาพ ฉากหลังเป็นซุ้มเรือนแก้วของพระพุทธชินราช มีรูปเทวดาในพระพุทธศาสนาประดับอยู่ ผู้วาดย่อมทราบดีว่า พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้านั้น เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวพุทธทั่วประเทศกว่า 60 ล้านคน    พระพุทธรูป หรือภาพของพระพุทธเจ้าไม่ว่าในรูปใดๆ ล้วนนำมาซึ่งความศรัทธายิ่งในจิตใจชาวพุทธทุกคน และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ว่า รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และต้องมีมาตรการ กลไก ในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย    ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาในรูปแบบของศิลปะ นอกจากนี้ ยังละเมิดต่อกฎหมายอาญา มาตรา 206 คือ ผู้ใดกระทําด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 14,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ    ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวไม่คิดว่าเด็กคนเดียวจะทำได้ และเชื่อว่าต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง เเละการที่ทางกลุ่มมาร้องกองปราบ ไม่ใช่เป็นการทำลายเด็ก เเต่เป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา และต้องการให้คนผิดออกมารับโทษ    อย่างไรก็ตาม ตนทราบดีว่า ชาวพุทธทุกคนคงไม่คิดเหมือนตนทุกคน เพราะตอนนี้ในสังคมก็มีความคิดที่หลากหลาย ส่วนการที่เด็กไปขอขมาก็ถือว่าเป็นคนละเรื่อง เเละความผิดได้กระทำไปเเล้วจะละเว้นไม่ได้ เเม้ไม่ได้กระทำโดยตรงต่อวัตถุ เเต่เป็นการทำลายทางศิลปะ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีกหลายคน อันเป็นความผิดตามมาตรา 83 , 85 และ 86 ในฐานเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด หรือโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้ผู้นั้นกระทำผิดต่อไป ด้วยการออกมารับรองว่าผู้ทำไม่ผิด และให้กำลังใจทำต่อไป    ซึ่งวันนี้ทางกลุ่มได้นำรายชื่อมาร้องต่อกองปราบ รวม 5 คน ขอให้ดำเนินเอาผิดทั้งหมดจนคดีถึงที่สุด และให้ทำลายภาพวาดทั้งหมดที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้นเสีย      ข่าวที่เกี่ยวข้อง - นศ.เจ้าของภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน กราบขอขมาเจ้าคณะจังหวัด ปัดลบหลู่ แค่อยากสื่อว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่ - 'อ.เฉลิมชัย' ให้กำลังใจ นศ.วาดภาพพระปางอุลตร้าแมน 'พระมหาไพรวัลย์' ชี้จินตนาการแต่ละคนไม่เหมือนกัน  

 15,953
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 62

'ทนายเดชา' แย้งตำรวจปมแจกใบสั่งหนุ่มจอดจยย.คุยโทรศัพท์ริมถนน ยันรถต้องแล่นอยู่ถึงผิด

จากกรณีหนุ่มจอดรถจักรยานยนต์ริมถนนคุยโทรศัพท์ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางโพงพาง ที่บริเวณหน้าปากซอยตลาดรุ่งเจริญ ถ.สาธุประดิษฐ์ จับข้อหาใช้โทรศัพท์ขณะขับรถนั้น    ล่าสุด ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ จากเพจทนายคลายทุกข์ ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าว แย้งตำรวจที่ออกมาบอกว่ารถจอดอยู่ก็ผิดว่า จากการตีความกฎหมายถ้าคุยโทรศัพท์ขณะรถจอดอยู่ไม่ถือว่าผิด รถต้องวิ่งอยู่ตำรวจถึงจับได้ แม้แต่การคุยโทรศัพท์ขณะรถติดไฟแดงก็ไม่ผิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/3eTNK_ivmOk

 6,983
สังคม-อาชญากรรม
19 พ.ย. 61

หมอสูติเครียดลางาน 'ทนายนิด้า' โต้ 'ทนายเดชา' ชี้ยังมีหลักฐานไม่ออกสื่ออีกเพียบ

ความคืบหน้ากรณีหมอสูตินรีเวช ข่มขืนคนไข้สาว ขณะเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ ก่อนจะพยายามขอไกล่เกลี่ย โดยโอนเงินให้ผู้เสียหาย 3 แสนบาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียก นพ.จักรพงษ์ อายุ 53 ปี แพทย์สูตินรีเวช ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ฐานกระทำอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา แต่ นพ.จักรพงษ์ ให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   วานนี้ (18 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกสูติฯเมืองปากน้ำโพ เพื่อหาหลักฐานประกอบสำนวนเพิ่มเติม ครั้งที่ 2  ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้น พบว่าทางห้องตรวจไม่ได้ปิดมิดชิด มีพื้นที่ระบายอากาศด้านบน เสียงสามารถรอดออกไปข้างนอกห้องได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวได้ และในตอนนี้ก็มีเพียงผู้เสียหายรายเดียวที่มาแจ้งความว่าถูกหมอลวนลามและข่มขืน หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกหมอคนดังกล่าวละเมิดให้เข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ด้าน นพ.ชนินทร์ จารุวัฒนมงคล ผอ.โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ กล่าวความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณี หมอสูตินรีแพทย์ในสังกัด รพ.สวรรค์ประชารักษ์ ถูกผู้เสียหายร้องเรียนว่าเข้าข่ายกระทำอนาจารคนไข้ ขณะรักษาในคลินิกส่วนตัว ที่ จ.นครสวรรค์ ว่า   “เรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งต้องรอผลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกสถานที่ข้าราชการ แต่กระทำในแง่ของจริยธรรมข้าราชการ   ขณะนี้หมอรายดังกล่าวได้มาปรึกษาและแจ้งว่าเกิดความเครียดจากเรื่องดังกล่าว จึงขอใช้สิทธิลาในวันจันทร์ ที่ 19 พ.ย. ซึ่งหมอไม่ได้มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในแผนกสูติฯ ของโรงพยาบาล เนื่องจากยังมีบุคลากรอื่นหมุนเวียน สลับปฏิบัติหน้าที่   ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง เจ้าของเพจ ทนายคลายทุกข์ ได้ไลฟ์แสดงความคิดเห็นถึงคดีนี้ในอีกมุม โดยได้ตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เริ่มจากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายอ้างว่าโดนหมอลวงละเมิดตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน แต่เหตุใดถึงไม่ไปแจ้งความกับตำรวจ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด เมื่อผู้เสียหายถูกหมอล่วงละเมิดถึงไม่ร้องให้คนช่วย รวมถึงเมื่อดูจากสภาพเตียงที่ใช้ในการตรวจภายใน อาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเตียงไม่ได้ล็อกมือ ซึ่งสามารถหนีและร้องขอความช่วยเหลือได้ ทำให้เกิดข้อพิรุธและคำถามตามมาเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่   นอกจากนี้ยังติงถึงการที่ทนายผู้หญิงนำคลิปเสียงผู้เสียหายมาระบุ เล่าเรื่องหนังเอวีนั้น เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรนำมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน   ต่อมา น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า ตอบกลับทนายเดชาว่า ทนายเดชาพาดพิงถึงตน ขอไม่แสดงความคิดเห็น ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานและมีความมั่นใจ ส่วนที่มีคนบอกว่าวันนี้พยานหลักฐานอ่อน ขอยกตัวอย่าง เรามีพยานหลักฐาน 1-10 แต่สิ่งที่สื่อได้เห็นและนำเสนอไปคือ 1-3 ยังขาด 7-10   เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อไม่ครบ จึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะมองว่าคดีนี้พยานหลักฐานอ่อน แต่ถ้าเป็นคนในวงการทนายความ หรือวิชาชีพกฎหมาย น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า จะต้องมีพยานหลักฐานอื่นอีกที่จะต้องไปนำเสนอในศาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qnp6ZDgdabc

 4,999
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 61

'ทนายนิด้า' เผยพบเหยื่อหมอสูติฯแล้วกว่า 50 ราย ยันมาช่วยไม่ได้หวังเกาะกระแสดัง 'ทนายเดชา' เตือนอย่าออกตัวแรง

โผล่อีก เหยื่อหมอสูติฯชื่อดังเมืองนครสวรรค์ ไปปรึกษาแก้หมัน แต่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ พบผู้เสียหายกว่า 50 ราย ถูกข่มขืน 4 ราย ทนายนิด้า ยืนยันไม่ได้อยากได้ค่าเสียหาย แต่ต้องการให้ดำเนินคดีกับหมอ   ความคืบหน้ากรณี เพจทนายนิด้า เผยแพร่เรื่องราวผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกหมอสูติฯชื่อดังเมืองนครสวรรค์ กระทำอนาจารและข่มขืน ภายในคลินิกขณะที่ตรวจภายใน ทั้งการเลียหู จับหน้าอก และล่วงละเมิดทางเพศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวพบผู้เสียหายรายใหม่ ชื่อนางสาวเป้ (นามสมมติ) คุณเป้เล่าว่าอาศัยอยู่ที่ จ.ปทุมธานี แต่เดินทางไปปรึกษาแก้หมันกับหมอรายนี้ถึง จ.นครสวรรค์ เพราะราคาถูก และมีชื่อเสียงโด่งดัง และเมื่อเข้าพบหมอก็เจอลักษณะคล้าย ๆ กัน คือสอบถามเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ จับที่หน้าอก และก้มลงไปลูบคลำจับที่อวัยวะเพศ จนเป้ากางเกงหมอชิดติดอวัยวะเพศ และก้มลงใช้จมูกดมที่อวัยวะเพศ   ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อมูลผู้เสียหายที่ถูกกระทำ พบว่า ส่วนใหญ่หมอจะให้เข้าตรวจเป็นคนสุดท้ายของคลินิก และพอเข้าไปที่ห้องตรวจ หมอจะปิดไฟเปิดเฉพาะไฟส่องตรวจภายใน 1 ดวงเท่านั้น และทุกครั้งที่มีการล่วงละเมิด หมอจะเรียกคนไข้ว่า ที่รัก ตัวเอง และจะอ้างเสมอว่า นี่เป็นการสอนให้มีเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธี   เรื่องนี้ยังกลายเป็นที่สงสัยว่าผู้เสียหายที่ถูกกระทำบางรายกลับไปหาหมอคนนี้ซ้ำครั้งที่ 2 ทั้งที่รู้ว่าครั้งแรกก็ถูกกระทำมาแล้ว และบางส่วนก็สงสัยว่านี่คือการแบล็คเมล์หมอหรือไม่   เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายความนิด้า เปิดใจ ชี้แจงเรื่องนี้ว่า การที่ผู้เสียหายเกือบ 50 คนเข้ามาร้องเรียนในลักษณะถูกกระทำคล้ายกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และคนที่เข้ามาร้องเรียนนี้ล้วนแต่หมดอายุความแล้ว ทุกคนที่เข้ามาเพื่อหวังต้องการให้ดำเนินคดีกับหมอ ไม่ได้หวังจะได้เงินหรือการแบล็คเมล์ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งผู้เสียหายจาการกระทำของหมอที่เข้าให้ข้อมูล ตอนนี้สรุปแล้วมีผู้ถูกอนาจาร 50 คน ข่มขืน 4 คน   โดยรายล่าสุดที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ก็ถูกข่มขืน ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าผู้เสียหายบางรายรู้ว่าถูกกระทำแล้วแต่ไม่ต่อสู้ขัดขืน เรื่องนี้ทนายนิด้าชี้แจงว่า การที่คนตกอยู่ในสถานการณ์นั้น ท่ามกลางเครื่องมือหมอ และคนที่อยู่ตรงหน้าคือหมอที่มารักษาอาการป่วยของเขา บางคนก็ไม่กล้า บางคนก็กังวลจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิต หากขัดขืนหมออาจจะใช้เครื่องมือทำร้ายได้ ก็เลยยอม ๆ ไป และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หมอใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีก็สำเร็จ บางรายหมอถึงขั้นสำเร็จความใคร่   อยากให้สังคมมองสองมุม อย่าไปตำหนิ หรือด่าทอผู้เสียหาย เพราะคนที่ถูกกระทำไม่มีใครจะมาสร้างเรื่องโกหกให้ตัวเองอับอาย และตัวทนายนิด้าเองก็เข้ามาช่วย ไม่ได้หวังจะเกาะกระแสดัง แต่มันเป็นคดีที่ร้ายแรงกับผู้หญิง   นอกจากนี้ทนายนิด้า ยังกล่าวถึงหลักฐานการต่อสู้คดีว่า ตอนนี้มีพยานบุคคลที่พร้อมจะเป็นพยานในชั้นศาลกว่า 20 คนแล้ว ส่วนหลักฐานอื่น ๆ ต้องยอมรับว่าคดีนี้ยากพอสมควร แต่จะพยายามทำให้เต็มที่ และไม่เกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องกลับ ส่วนข้อสงสัยว่าทำไมผู้เสียหายไม่ไปแจ้งความทันทีที่เกิดเหตุ เรื่องนี้ขอยืนยันว่า มีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความ และเคลียร์กันกับหมอจบไปแล้วก็มี เพราะหมอเองก็ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งหากหมอไม่ได้ก่อเหตุตามกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องจ่ายเงินชดใช้ให้กับผู้เสียหาย ส่วนบางคนไม่กล้าไปแจ้งความเพราะเขาไม่มีความรู้ ไม่มีที่ปรึกษาและอีกเรื่องที่สำคัญคือบางคนก็อับอาย ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายที่คดียังไม่หมดอายุความและพร้อมจะดำเนินคดีกับหมอรายนี้ ให้ถึงที่สุดจำนวน 3 คน   ล่าสุด ทนายนิด้า เปิดเผยในเพจเฟซบุ๊กว่า "มีข่าวว่าจะพาผู้เสียหาย 50 คนไปร้อง ผบ.ตร. อันนี้มั่วนะคะ ไม่เคยพูด มีแต่บอกว่า มีจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คนที่ตกเป็นเหยื่อ ทั้งถูกข่มขืนด้วย ถูกอนาจารด้วย ติดต่อมาให้ข้อมูลผ่านทนายนิด้าและพี่บุ๋มปนัดดา ซึ่งเราจะขอให้เป็นพยานในชั้นศาลให้   ส่วนวันอังคารนี้ พี่บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พร้อมผู้เสียหายที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา จะเข้ายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อให้ช่วยติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เวลา 10.00 น. ด้วยค่ะ"   ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายชื่อดัง ได้ออกมาไลฟ์สด ระบุว่า เราเป็นทนายความ จะกล่าวหาใครมันต้องมีหลักฐาน ถ้าไม่มีหลักฐาน สิ่งที่ตามกลับมานี่เยอะนะ ทนายความเป็นผู้รู้กฎหมาย ระวังนะ กล่าวหาใครต้องมีหลักฐาน ถ้ามีแต่คำพูด คนนั้นมาร้องเรียนว่าเจอหมอจับหน้าอก ไซ้ซอกคอ เป่าลมที่หู จับอวัยวะเพศ เลียอวัยวะเพศ มีหลักฐานไหม ไม่มี ระวังนะ ถ้าเรื่องจริงก็แล้วไป ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง อย่าออกตัวแรง จะเตือนไว้ก่อนในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ ผ่านโลกมาพอสมควร ผมจะ 60 ปี แล้ว เตือนไว้ก่อนอย่าออกตัวแรง ระวังจะเงิบนะครับ มันจะเป็นไปได้มั้ย มีคนถูกหมอคนนี้ ตามข่าว ข่มขืน จับหน้าอก 20-30 ราย เป็นไปได้มั้ย ไม่เคยแจ้งความเลย เป็นไปได้มั้ย เวลาผ่านมาตั้งนานเป็นเดือนเป็นปี   ผมเป็นทนายความมา 33 ปี เคยทำคดีประเภทนี้มาหลายคดีเลย คดีเกี่ยวกับหมอโดนแบล็กเมล์เนี่ยเยอะ ทำไมผู้หญิงชอบแบล็กเมล์หมอ หมอรวย มีเงินไง.. เดือนนึงได้เงิน กระจอกสุด 3-4 แสน ไม่รวมอย่างอื่น บางคน 8-9 แสน รายได้เค้าดี คนอยากจับหมอก็เยอะ แต่ถามว่ามันมีหมอหื่นกามมีไหม มี แต่ที่ผมทำคดีพวกนี้มา จะเล่าประสบการณ์ ไม่เกี่ยวกับคดีนี้ ส่วนมากก็แบล็กเมล์หมอ หมอหื่นกามก็สมยอม กับคนไข้หรือผู้หญิงคนไหน ไปร่วมหลับนอนกัน พอสักพักก็แบล็กเมล์หมอ เรียกเงินเป็นสิบล้านก็มี เอาไปฟ้องศาล จนศาลยกฟ้องก็มี หรือพนักงานสอบสวน อัยการสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายหมอฟ้องกลับ ออกหมายจับผู้หญิงหนีเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/N-zCXJYSmfU

 15,456

Top