ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรปราการ"

ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

หนุ่มเมายาหลอนขับเก๋งตามง้อแฟน ก่อนขับเบียดราวกั้นทางด่วน ตะโกนลั่นมีระเบิดในรถ

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยด่านเก็บเงินทางลงเทพารักษ์ 3 ว่า มีรถประสบอุบัติเหตุเบียดกับราวเหล็กกั้นขอบทาง และชายคนขับได้ตะโกนว่ามีระเบิดอยู่ในรถ   บริเวณพื้นราบทางลงด่วนกาญจนาภิเษก ด่านทางลงถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าสำโรง ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD จากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อ เชฟโรเลต รุ่นครูซ สีดำจอดอยู่ในในสภาพข้างรถฝั่งขวาทั้งแถบเบียดอยู่กับราวเหล็กกั้นริมถนนช่วงทางลงพื้นราบ โดยผู้ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นชายทราบชื่อภายหลังชื่อนายปิยะพงษ์ อ่ำพิมพ์ อายุ 29 ปี ได้กระโดดเข้าไปหลบอยู่ในพงหญ้าข้างทาง พร้อมตะโกนไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้รถ โดยบอกว่าภายในรถมีระเบิดอยู่   ทำให้ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาต่างพากันแตกตื่นตกใจกลัว เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นถนนช่วงทางลงทางด่วนไม่ให้รถวิ่งผ่านเกรงว่าจะเกิดอันตรายพร้อมประสานรถดับเพลิงและรถกู้ภัยของทางด่วนพิเศษและรถยกขนาดใหญ่เข้าเตรียมพร้อม   ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุด EOD จะเข้าตรวจสอบภายในและภายนอกรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างละเอียด แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวนายปิยะพงษ์ ซึ่งในอาการคล้ายคนเมาสารเสพติด มาสอบสวนพร้อมติดต่อแฟนสาวของนายปินยะพงษ์ มาพูดคุยด้วย โดยทั้งคู่ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปถ่ายภาพแต่อย่างใด   ด้านพนักงาน รปภ.ประจำด่านเก็บเงินเทพารักษ์ 3 ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่บริเวณด่านเก็บเงิน ได้มีชาวบ้านวิ่งมาแจ้งว่า มีรถประสบอุบัติเหตุจอดอยู่บริเวณทางลงทางด่วน ตนจึงได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงได้พบกับชายคนดังกล่าซึ่งอยู่ในอาการตื่นตระหนก ปีนออกมาจากรถ พร้อมตะโกนว่า อย่าเข้าใกล้รถผม มีคนเอาระเบิดมาวางในรถใกล้ระเบิดแล้ว ก่อนชายคนดังกล่าวจะกระโดดเข้าไปหลบในป่าหญ้า จึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่การทางพิเศษทราบและนำกำลังเข้าตรวจสอบ   ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า ภายหลังจากได้นำตัวนายปิยะพงษ์ คนขับมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากสงสัยว่าน่าจะเกิดอาการหลอนจากการเสพสารเสพติด และได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายทางทางปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติดเจือปนอยู่ และนายปิยะพงษ์ ก็ยอมรับว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี และได้เสพยาอีมา ก่อนที่จะขับรถกลับมาง้อแฟนในย่านจังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งเกิดเหตุขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IEWSKyJUZUQ

 989
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

แก๊งโจ๋ขาสั่น โดนเฒ่าวัย 80 ชักปืนยิงขู่สั่งสอน บอกชอบมาแกล้งชายพิการสติไม่ดี

เฒ่าวัย 80 ปี ฉุนไม่พอใจกลุ่มวัยรุ่นมาแกล้งชายพิการสติไม่สมประกอบ เลี่ยงเดินกลับบ้านไปเอาปืนมายิงปืนขู่เพื่อสั่งสอนกลุ่มวัยรุ่นตกตะลึงยืนขาสั่นไปไหนไม่เป็น   สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง รับแจ้งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นที่บริเวณใต้สะพานข้ามคลองลัดหลวง หมู่ที่ 6 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง   ที่บริเวณโต๊ะม้าหินใต้สะพานข้ามคลองลัดหลวง พบนายสมเดช มุ่งดี อายุ 16 ปี และด.ช.ดนัย สมสามาลย์ อายุ 14 ปีทั้งคู่ยืนตัวสั่นอยู่ในอาการตกใจ และได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกับเพื่อนได้นั่งเล่นอยู่ที่ใต้สะพาน และเห็นนายองอาจ อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นชายลักษณะคนพิการนั่งรถวีลแชร์และสติไม่สมประกอบ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร ได้ปาขวดเปล่าโซดามาทางกลุ่มพวกต้นและมีท่าทางจะเข้ามาทำร้าย   พวกตนจึงได้ไปต่อว่านายองอาจชายคนพิการ จากนั้นนายวีระ บุญทองงาม เฒ่าอายุ 80 ปีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับลุงอำนาจได้เดินมาต่อว่าตนจึงได้เกิดการทะเลาะกัน หลังจากนั้นนายวีระก็เดินกลับบ้านไป   สักพักนายวีระได้เดินกลับมาอีกครั้ง และได้เดินรี่มาหาพวกต้น และพูดว่า “เปรี้ยวหรอ เก๋าหรอ ซ่านักเหรอ” ก่อนจะชักอาวุธปืนที่เหน็บเอวมาจ่อมาทางพวกตน จึงได้รีบวิ่งหลบหนี ขณะเดียวนายวีระได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าขู่พวกตน จึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายวีระ เฒ่าใจร้อน     ด้านนายวีระ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนได้รู้จักกับนายอำนาจ คนพิการมานานแล้ว ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ตนยิงปืนขู่นั้นชอบมาแหย่แกล้งนายอำนาจ ผู้พิการสติไม่ดีอยู่เป็นประจำ วันนี้ทนไม่ไหวจึงได้กลับบ้านไปเอาปืนมาเพื่อยิงขู่สั่งสอนเท่านั้นไม่มีเจตนาจะฆ่าแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายวีระว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต / พกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่สมควร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวไปควบคุมที่สถานีตำรวจภูธรพระประแดง และได้อนุญาตให้ประกันตัวเนื่องจากนายวีระมีอายุมาก และไม่หลบหนีไปไหน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-TKyaASV8t8

 7,666
ข่าวภูมิภาค
14 ส.ค. 62

เจ้าของบ้านผวา แจ้งกู้ภัยจับงูเหลือมยักษ์ยาวกว่า 5 เมตร นอนเลื้อยหลังบ้าน

สมุทรสาคร-เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งจากประชาชนว่ามีงูขนาดใหญ่ขนาดความยาวเกือบ 5 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม เลื้อยอยู่บริเวณริมบ่อน้ำหลังบ้าน ใน ต.นาดี อ.เมือง ซึ่งงูมีท่าทีดุร้าย เจ้าหน้าที่จึงนำห่วงคล้องคองู ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็นำงูออกมาจากพงหญ้าบริเวณหลังบ้านได้สำเร็จ   จากการสอบถามเจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่า วันทำบุญเลี้ยงพระเพลที่บ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ6 โมงเช้าตนเดินไปหลังบ้าน ก็เห็นมีงูขนาดใหญ่สองตัวขดตัวอยู่คู่กัน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรนึกว่าเดี๋ยวเลื้อยไปที่อื่น แต่ช่วงเย็นของวันนี้มีเพื่อนบ้านเดินผ่านมาก็ยังพบเห็นงูอยู่ที่จุดเดิม ซึ่งเห็นแค่ตัวเดียวนอนอยู่   เลยจึงตัดสินใจรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิมาจับไปปล่อยเพราะกลัวจะเกิดอันตรายกับคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงของตน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ได้นำงูตัวดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในบริเวณป่าหญ้าที่ห่างไกลจากบ้านเรือนของประชาชน     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wCIcE1RvlCs

 1,942
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

อดีต พนง.ร้านโดนไล่ออก ย่องงัดเซฟฉกเงินกว่า 2 แสน รปภ.รวบตัวไว้ได้

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสำโรงเหนือ อ.เมือง แจ้งว่าได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุลักทรัพย์เอาไว้ได้ พร้อมด้วยของกลางเงินสดจำนวนมาก   ตรวจสอบพบคนร้ายคือ นายเมธา ศรีวัชระโรจน์ อายุ 26 ปี อดีตพนักงานของทางร้าน MR.D.I.Y. Always Low Prices ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเอาไว้ พร้อมด้วยของกลางเงินสดร่วมกว่า 2 แสนบาท อยู่ภายในกระเป๋าเป้สะพายหลังสีน้ำเงิน หลังจากที่เข้าไปงัดตู้เซฟภายในร้าน ก่อนกวาดเงินสดจำนวนดังกล่าวใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง กำลังออกมาจากร้านที่ก่อเหตุ แต่สัญญาณเตือนดังเสียก่อน และเจ้าหน้าที่ รปภ.ไปพบตัวนายเมธา เดินออกจากร้านมาด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจสอบและคุมตัวเอาไว้ได้โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านและในห้างดังกล่าวบันทึกภาพขณะก่อเหตุเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ     ผู้จัดการร้านที่เกิดเหตุ ได้กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้เคยเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านและถูกไล่ออกไปได้ประมาณเดือนเศษแล้ว เนื่องจากทางร้านจับได้ว่านายเมธา ผู้ก่อเหตุแอบขโมยเงินของทางร้านไปจำนวน 2,000 บาท และแอบย้อนรอยเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งในวันนี้ (13 ส.ค.) จะต้องเข้าไปตรวจสอบในห้องเซฟอีกครั้งว่านายเมธา เข้าไปในห้องเก็ฟตู้เซฟได้อย่างไรและใช้อะไรงัดตู้เซฟถึงเอาเงินทั้งหมดออกมาได้   ด้านนายเมธา ผู้ก่อเหตุ ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุที่ต้องเข้ามาก่อเหตุในครั้งนี้เพราะต้องการเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิตที่ติดค้างเอาไว้ ส่วนที่เลือกก่อเหตุที่ร้านนี่เพราะตนเคยทำงานอยู่ที่ร้านนี้มาก่อนจึงทราบว่าทางร้านเก็บเงินสดจำนวนมากที่ได้มาจากการขายในแต่ละวันไว้ในตู้เซฟ และจะนำเงินไปฝากธนาคารในวันถัดไป     โดยก่อนก่อเหตุตนได้นำเสื้อพนักงานของทางร้านมาสวมใส่เพื่ออำพรางสายตา รปภ.ของห้าง รอจังหวะร้านปิด ตนได้เข้าไปแอบในร้าน ก่อนลงมือก่อเหตุใช้เหล็กที่เตรียมงัดตู้เซฟที่เก็บเงินอยู่ภายใน ก่อนนำใส่กระเป๋าเป้ แต่ไม่ทราบว่าที่ตู้เซฟใบดังกล่าวมีสัญญาณเตือนภัยติดตั้งอยู่ หลังก่อเหตุขณะที่ตนกำลังมุดประตูเดินออกจากร้านจึงถูก รปภ.มาจับกุมดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q71XyKdRino

 1,531
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

รวบหนุ่มโหดใช้ค้อนทุบหัวพระ อ้างพระใช้โปรไฟล์เป็นหญิง แชทหลอกนัดเจอที่กุฏิ

สมุทรปราการ-ตำรวจจับกุมตัวนายธนวันต์ ยาวะโนภาส อายุ 21 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี โดยจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขา ถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมานายธนวันต์ ได้ก่อเหตุทำร้ายพระสุวรรณ์ สารบุญ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นพระลูกวัดบ้านดอนแดงใหญ่ ม.2 ต.หนองเหลำ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ในขณะที่กำลังจำวัดอยู่ภายในกุฎิ จนถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี   หลังก่อเหตุ นายธนวันต์ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เคยทำงานอยู่ ทางตำรวจ สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี จึงได้ทำการประสานมายัง ตำรวจสมุทรปราการ ช่วยสืบสวนจับกุม   จนกระทั่งทราบว่า นายธนวันต์ ชอบเล่นเฟซบุ๊กและคุยกับหญิงสาว จึงได้ให้สายลับทำการพูดคุยกับนายธนวันต์ และนัดหมายเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาศรีนครินทร์ สมุทรปราการ ก่อนวางกำลังเข้าสังเกตการณ์ภายในห้างดังกล่าว จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย นายธนวันต์ ได้เดินทางมารอสายลับที่ภายในห้างที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมตัวนายธนวันต์ เอาไว้ได้ ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน     จากการสอบสวนนายธนวันต์ ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยวันที่เกิดเหตุตนได้เล่นเฟซบุ๊ก และมีพระสุวรรณ์ เข้ามารับเป็นเพื่อน โดยใช้รูปเป็นผู้หญิงที่ชื่อเกตเป็นโปรไฟล์ และมีการนัดแนะให้ตนไปหาที่วัด บ้านดอนแดงใหญ่ ที่เกิดเหตุ เมื่อตนเดินทางไปหา ก็พบพระสวรรณ์ ตนจึงถามว่า รู้จักคนชื่อเกตหรือเปล่า   พระสุวรรณ์ผู้ตาย ได้บอกว่าคนที่ชื่อเกต เป็นลูกศิษย์ของตน และให้ตนไปรอที่กุฎิ ตนจึงได้ไปรอที่กุฎิ และพระสุวรรณ์ ได้บอกให้ตนไปอาบน้ำรอ ก่อนที่จะเข้ามากอดปล้ำตน ตนจึงขัดขืนได้สู้ ก่อนที่จะหยิบค้อนที่อยู่ให้กุฎิ ทุบเข้าที่บริเวณศีรษะ ของพระสุวรรณ์ไปสามทีจนนิ่งไป ตนจึงได้เข้าไปล้างเลือดในห้องน้ำ   ก่อนที่จะหลบหนีมากบดาลในจังหวัดสมุทรปราการซึ่งตนเคยทำงานอยู่ แต่ตนเป็นคนชอบเล่นเฟซบุ๊ก และพูดคุยกับหญิงสาว และนัดหมายให้หญิงที่คุยด้วยมาพบที่ห้างโลตัส โดยที่ไม่ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวเป็นสายลับของตำรวจที่วางแผนให้นัดตนมาพบที่ห้างดังกล่าว ตนหลงเชื่อจึงเดินทางมารอพบและถูกเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ให้มารับตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7wGXPPRKMgg

 2,538
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

จับเด็ก 12 คึกคะนองเป็นหัวหน้าแก๊งปาหิน ปาใส่รถบรรทุกกระจกแตกคามอเตอร์เวย์

สมุทรปราการ-นายก้องเพชร ภูชื่นแสง อายุ 42 ปี กำลังขับรถบรรทุก สิบล้อ อยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ขาออกมุ่งหน้าชลบุรี หลักกิโลเมตรที่ 37 หมู่ 3 ต.คลองนิยมยาตา อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ   ได้ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ก้อนหินขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ปาใส่กระจกหน้ารถจนแตก ก้อนหินดังกล่าวกระแทกใส่นิ้วกลางและนิ้วนางข้างซ้ายที่กำพวงมาลัยอยู่จนเนื้อแตก ก่อนที่จะบังคับรถเข้าจอดข้างทาง และได้พบเห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นประมาณ 4-5 คนอยู่บนสะพานข้ามถนนมอเตอร์เวย์ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางพลีน้อย สมุทรปราการ   ต่อมา ตำรวจ สภ.บางพลีน้อย สมุทรปราการ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาแก๊งปาหิน ได้ผู้ต้องหาเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 12 -17 ปี รวม 5 คน     จากการสอบสวนทราบว่าแก๊งผู้ก่อเหตุมีเด็กชายวัย 12 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งชักชวนเพื่อรุ่นพี่มาก่อเหตุ และในระหว่างเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนผู้ก่อเหตุได้มีนายสุรศักดิ์ สุขศรี อายุ 37 ปี ผู้เสียหายอีกรายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางพลีน้อย ว่าระหว่างที่ตนและพวกรวม 4 คน กำลังขับรถยนต์กระบะแบบแคป ผ่านที่เกิดเหตุได้ถูกปาก้อนหินขนาดเล็กใส่กระจกหน้ารถจนแตกและทะลุเป็นรู ก้อนหินเข้าไปตกอยู่ในรถ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ความรีบที่ตนต้องไปทำงาน ตนจึงได้ขับรถต่อไป ทั้งๆ ที่กระจกหน้าแตก พอเสร็จงานจึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา   ด้านเด็กชายวัย 12 ปี หัวหน้าแก๊งยอมรับว่า ตนเองคือหัวหน้าแก๊งโดยมีลูกน้องที่เป็นรุ่นพี่ในหมู่บ้านรวมตัวกันทั้งหมด 5 คน ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยตนจะชักชวนและพากันขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปจอดบนกลางสะพานข้ามมอเตอร์เวย์ ก่อนจะใช้ก้อนหินที่เตรียมมาโยนลงถนนโดยหวังเพียงให้ถูกหลังคาตู้รถบรรทุกเท่านั้นเพื่อให้เกิดเสียงดัง     แต่มารอบล่าสุดเกิดพลาดตกใส่กระจกหน้ารถ หลังก่อเหตุจึงพากันหลบหนีกลับมาบ้านพักและอาศัยอยู่บ้านตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามจับกุม ส่วนสาเหตุที่ทำไปอ้างว่า เกิดจากความคึกคะนองและความสนุกสนานเท่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ตั้งข้อหาใดต้องรอสอบปากคำพร้อมกับทีมสหวิชาชีพอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P30VYGaND-4

 1,158
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 62

ชาวบ้านตกใจ! พบร่างชายในถุงพลาสติกบนสะพานลอย คิดว่าเสียชีวิต ที่แท้แค่นอนหลับ เอาถุงมาคลุมเพราะยุงกัด

สมุทรปราการ - เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2562 พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก. สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชายสูงอายุนอนหมดสติยัดใส่ถุงพลาสติก อยู่กลางสะพานลอยคนข้ามถนนบางนาตราด หลักกิโลเมตรที่ 19 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และมีกองเลือดอยู่ข้างลำตัว คาดว่าบาดเจ็บสาหัส หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเข้าตรวจสอบ   ที่บริเวณกลางสะพานลอยดังกล่าว ได้พบชายสูงอายุนอนอยู่ตามที่ได้รับแจ้ง โดยมีถุงพลาสติกสีขาวขุ่นสวมใส่อยู่ตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงศีรษะ และที่พื้นมีน้ำสีแดงลักษณ์คล้ายเลือดเปียกอยู่ แต่จากการตรวจสอบว่ากองน้ำสีแดงดังกล่าวไม่ใช้เลือด แต่เป็นเพียงน้ำจิ่มลูกชิ้นที่หกอยู่บนพื้นเท่านั้น    เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากภายนอกแล้วไม่พบบาดแผลหรือร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้เขย่าตัวเรียกและพยายามปลุกชายสูงอายุคนดังกล่าวอยู่นานกว่าที่ชายคนดังกล่าวจะรู้สึกตัว ก่อนที่ค่อย ๆ มุดออกมาจากถุงพลาสติกดังกล่าวด้วยอาการแบบงง ๆ   จากการสอบถามทราบว่าชายคนดังกล่าว ทราบว่า ได้พลัดหลง มาจาก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี นานหลายเดือน ที่ผ่านมาอาศัยหลับนอนตามวัดหรือศาลาข้างทางและสะพานลอย จนกระทั่งมานอนพักอยู่กลางสะพานลอยแห่งนี้    ส่วนที่เห็นว่าเอาถุงมาใส่คลุมตัวและศีรษะจนคล้ายกับถูกจับยัดใส่ถุงมานั้น ตนต้องใส่พลาสติกเพื่อกันหนาวและกันยุงกัดเฉย ๆ    ลุง ได้เล่าว่า ตนเองไม่มีภรรยาและบุตร ที่ผ่านมาอาศัยอยู่กับพี่สาวที่บ้านเกิดในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี แต่เกิดการพลัดหลงออกจากบ้านมา โดยอาศัยติดรถชาวบ้านมาเรื่อย ๆ จนมาถึงกรุงเทพและได้เดินเท้ามาเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั้นโดยอาศัยนอนตามวัดบ้างศาลาพักผู้โดยสารบ้างและบนสะพานลอย และอยากจะกลับบ้านแต่ไม่รู้จะกลับอย่างไรเพราะไม่มีเงินค่ารถ    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ จึงได้พาลุง ไปนอนพักที่ สภ.บางพลี และในวันพรุ่งนี้จะประสานติดตามญาติให้มารับตัวกลับบ้านต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7Od89g7NKPo

 2,411
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

หาตัว ชายสูงวัย ฉกกระเป๋าเงิน นทท.คาวัด ก่อนซิ่งรถซาเล้งหลบหนี

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่วัดสาขลา ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ แจ้งว่ามีคนเก็บกระเป๋าเงินของนักท่องเที่ยวที่วางลืมไว้บริเวณด้านหน้าพระรูปองค์พระพิฆเนศโดยไม่นำมาส่งคืน โดยเหตุเกิดภายในห้องนิทรรศการพระรูปองค์พระพิฆเนศซึ่งอยู่บริเวณใต้ถุนศาลาการเปรียญวัด   ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด ซึ่งจับภาพได้เป็นชายอายุประมาณ 60-70 ปี สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวลายทางสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีเขียว สวมแว่นสายตา บริเวณเอวมีกระเป๋าคาดสีดำลายขาว เดินเข้ามาบริเวณห้องนิทรรศการพระรูปองค์พระพิฆเนศ ก่อนทำทีนั่งไหว้พระรูปองค์พระพิฆเนศ แล้วเสร็จหยิบกระเป๋าเงินใบสีน้ำตาลของนักท่องเที่ยวที่วางลืมไว้ใส่กระเป๋ากางเกงไปแล้วรีบเดินออกจากห้องนิทัศการไปอย่างรวดเร็ว           โดยกล้องบริเวณรอบวัดยังสามารถจับภาพได้เพิ่มอีกพบว่า หลังจากที่ชายคนดังกล่าวเดินออกมาจากห้องนิทรรศการแล้ว ยังมาพบหญิงวัยกลางคนอีก 2 คนและชายอีก 1 คน เดินเข้ามาบริเวณใต้ถุนศาลาก่อนที่จะมายืนพูดคุยกับชายคนที่หยิบกระเป๋าเงินมาสักครู่ใหญ่ แล้วพากันเดินออกไปบริเวณลานจอดข้างวัด ก่อนที่จะขึ้นและขี่รถซาเล้งออกไปบริเวณหน้าวัดแล้วหายไป   โดยในกระเป๋าเงินมีเงินสดเป็นธนบัตรราคาต่างๆ รวมกว่า 4,000 บาท บัตรสำคัญทางราชการและบัตรธุรกรรมทางการเงินอีกหลายใบ จึงอยากวอนสื่อและสังคมโซเชียลมีเดียช่วยเป็นหูเป็นตาหาใครพบหรือเคยเห็นกลุ่มชายที่อยู่ในภาพโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือติดต่อมาทางวัดสาขลาทางหมายเลข 085-907-1431 ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oXjHe1K4s0Y

 606
ข่าวภูมิภาค
02 ส.ค. 62

ทลายบ่อนบางบ่อ เปิดเล่นไฮโล-เสือมังกร รวบนักพนันกว่าร้อย ของกลางเงินสด 5 แสน

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ สนธิกำลังนำกำลังเข้าตรวจค้น อาคารชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ใน ซ.รัตนราช 1 ถ.รัตนราช ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้ง ว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน มีผู้เล่นจำนวนมาก     ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พบว่าบ่อนดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดด้านในมีรถยนต์ จอดอยู่ 40 คัน และรถจักรยานยนต์จอดอยู่ เกือบ 50 คัน เจ้าหน้าที่จึงไปบล็อกบริเวณอาคาร ชั้นเดียวขนาด กว้าง 15 เมตรยาว 20 เมตร และแสดงตัวเข้าทำการจับกุมพบว่าเป็นการเล่นพนันไฮโล และโต๊ะเสือมังกร จึงควบคุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 116 คน     จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเป็นผู้เล่นจำนวน 101คน เป็นเจ้ามือจำนวน 15 คน พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวน ประมาณ 500,000 บาท และอุปกรณ์การเล่นจำนวนหลายรายการ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปเขียนบันทึก การจับกุม และสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ ศาลาประชาคมอำเภอบางบ่อ ก่อนจะส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.บางบ่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q0AO8vMHx9E

 1,221
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

รวบช่างแอร์แสบ ย่องขึ้นบ้านลูกค้าสาวสับสวิตช์ไฟ พังแอร์ หวังเรียกไปซ่อมอีก

ตำรวจกองปราบจับกุมนายขวัญ หาราวี อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหาบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน ได้ริมถนนภายในซอยแจ้งวัฒนะ 6 แยก 1-4 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม.   สืบเนื่องจาก นายขวัญ ได้แอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ขณะผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงกำลังนอนหลับพักผ่อนภายในห้อง จากนั้นผู้ต้องหาได้สับสวิตซ์ไฟที่บันไดทางขึ้น จนไฟดับทั้งหลัง ผู้เสียหายจึงเดินลงไปสับสวิตซ์ขึ้นแล้วกลับขึ้นมานอน   สักครู่ได้ยินเสียงผิดปกติจึงลืมตาดูพบว่ามีคนนอนอยู่ข้างเตียง จึงร้องโวยวายแล้ววิ่งหนีออกจากห้อง อย่างไรก็ตามผู้เสียหายจำได้ว่าคนที่อยู่ในห้องคือนายขวัญ ช่างที่เคยจ้างมาซ่อมเครื่องปรับอากาศที่ห้องของตนเอง จึงได้ไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ติดตามจับกุมนายขวัญดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังนายขวัญได้ประกันตัวแล้วหลบหนี ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงได้ออกหมายจับ และมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด   จากการสอบสวน นายขวัญ ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยช่วงนั้นเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงได้แอบเข้าบ้านผู้เสียหาย โดยรู้ช่องทางการเข้าออกเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยมาซ่อมเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวัน   พอถึงกลางคืนจะแอบเข้ามาในบ้านของผู้เสียหาย เดินไปสับสวิตซ์ไฟฟ้าให้ไฟดับทั้งบ้าน เมื่อผู้เสียหายเดินออกจากห้องนอนลงไปสับสวิตซ์ไฟ ก็จะแอบเข้าห้องไปทำให้เครื่องปรับอากาศลัดวงจร เพื่อให้ผู้เสียหายติดต่อให้ตนกลับมาซ่อมอีก   ทั้งนี้ หลังจากได้ประกันตัวก็ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่กับภรรยา โดยยังประกอบอาชีพเป็นช่างแอร์ ร่วมกันกับเพื่อน รับติดตั้ง ซ่อมและล้างแอร์แต่ก็มาถูกตำรวจกองปราบจับกุมดังกล่าว   อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นายขวัญเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เพิ่งได้รับการประกันตัวจากศาลจังหวัดชลบุรี ในข้อหากระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eHzgivsbuqQ

 2,669
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

เตือนภัย ตู้เติมเงินไฟรั่ว ช็อตเด็กชาย 6 ขวบดับสลด

สมุทรปราการ-เจ้าหน้าที่กู้ภัยรับแจ้งเหตุเด็กถูกไฟช็อตหมดสติ ภายในซอยวัดสว่างอารมณ์ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ช.วรินธร บุ้นสุนเฮง หรือน้องบีเอ็ม อายุ 6 ขวบ     ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายของชำ พบร่างของน้องบีเอ็มนอนหมดสติในสภาพตะแคงข้างบันไดเหล็ก ไม่สวมเสื้อและรองเท้า สวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียว ใกล้กันพบตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือตั้งอยู่ จึงทำการปั๊มหัวใจเบื้องต้น กระทั่งรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบ่อมาถึง แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยืนยันว่าเด็กชายเสียชีวิตแล้ว จึงนำร่างไปชันสูตร   ผลการชันสูตรระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากถูกไฟช็อต ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจจะเป็นเพราะไฟรั่วจากตู้เติมเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตครอบครัวได้รับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสว่างอารมณ์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยจะสวดอภิธรรมเป็นเวลา 4 วัน และทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 3 ส.ค.     ด้าน น.ส.ศยามล บุ้นสุนเฮง อายุ 29 ปี แม่ของน้องบีเอ็ม เล่าว่า ตนมีลูกชาย 2 คน โดยน้องบีเอ็มเป็นลูกคนเล็ก ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน มาทราบเรื่องจากแม่ของตนซึ่งเป็นยายของเด็กวิ่งมาบอก ตนจึงรีบไปดู เมื่อเห็นสภาพของลูกตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเสียใจมากที่ต้องมาเสียลูกชายไป ส่วนเรื่องไฟรั่วไม่แน่ใจว่ารั่วมาจากตู้เติมเงินหรือไม่ แต่ขณะที่ตนวิ่งมาดูลูก แล้วนั่งลงกับบันไดเหล็กหน้าร้านขายของชำ ตนก็ถูกไฟดูดเช่นกัน   ด้านยายของน้องบีเอ็ม เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งไปรับหลานจากโรงเรียนกลับมาที่บ้าน จากนั้นหลานได้ขอเงินออกไปซื้อขนมที่ร้านขายของชำ กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งตนมาทราบเรื่องจากเพื่อนบ้านวิ่งมาบอกให้รีบออกไปดูหลาน เมื่อวิ่งมาดูพบว่าหลานนอนหมดสติอยู่ ชีพจรอ่อนมาก แต่ตัวหลานยังอุ่นอยู่ ตนจึงรีบอุ้มขึ้นมาวางบนโต๊ะหน้าร้านขายของชำ เมื่อตรวจสอบร่างกายของหลานพบรอยไหม้คล้ายถูกไฟช็อตหลายจุด บริเวณแขน ขา และลำตัว จึงคาดว่าหลานถูกไฟช็อตอย่างแน่นอน เพราะขณะนั้นหลานไม่ได้ใส่รองเท้า   ขณะที่เจ้าของตู้เติมเงินเล่าว่า ตนเป็นเจ้าของตู้เติมเงินและเป็นเจ้าของที่ให้เช่าเปิดร้านขายของชำ หลังเกิดเหตุตนทราบเรื่องจากเจ้าของร้านขายของชำโทรไปบอก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้าน แต่ไม่เห็นภาพในมุมเกิดเหตุ     ส่วนตู้เติมเงินดังกล่าวตนเพิ่งรับมาตั้งไว้ได้ประมาณ 3-4 เดือน ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุไฟรั่วแต่อย่างใด ซึ่งตนได้ประสานไปยังบริษัทเจ้าของตู้เติมเงินแล้ว โดยเจ้าหน้าที่บริษัทและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้ามาตรวจสอบตู้ในวันนี้ ในเบื้องต้นตนได้ช่วยเหลือเรื่องงานศพของเด็กแล้วจำนวน 40,000 บาท และทางบริษัทเจ้าของตู้เติมเงินก็จะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aLe6N3px11k

 3,026
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 62

ลูกดีใจโผกอด แม่ลูก 4 ขโมยนมผงห้างได้ประกันตัว สาบานจะไม่ทำอีก

สมุทรปราการ-จากกรณีที่มีการจับกุมหญิงสาวชาวจังหวัดศรีสะเกษ วัย 35 ปี ที่ก่อเหตุขโมยนมผงและรองเท้านักเรียนเพื่อไปให้ลูกได้ใช้และดื่มกินเหตุ เพราะตกงานไม่มีรายได้ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน   ล่าสุดศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้อง หลังนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ใช้หลักทรัพย์ 1 แสนบาทยื่นขอประกันตัว   หลังได้รับอิสรภาพ หญิงดังกล่าวได้เดินทางกลับบ้าน โดยมีลูกๆรอต้อนรับและสวมกอดด้วยความดีใจ โดยผู้เป็นแม่กล่าวว่า ตนเองได้พาลูกไปเดินทางห้างที่เกิดเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งแรกพาลูกไปเดินเล่นเฉยๆ พอครั้งที่ 2 ก็ได้พาลูกไปเดินทางห้างดังกล่าวอีกและได้ขโมยเอานมผงที่เป็นถุงๆ บรรจุอยู่ให้กล่องมาประมาณ 6-7 ถุง เพื่อเอามาให้ลูกกินเพราะตนไม่มีเงินที่จะซื้อ   ห่างกันประมาณ 1 อาทิตย์ตนก็พาลูกมาเดินทางห้างดังกล่าวอีก แต่ครั้งนี้ขโมยได้เพียง รสดีและรองเท้านักเรียนลูกเท่านั้น ยังไม่ทันได้ขโมยนมผงมาให้ลูกก็ถูก รปภ.ของห้างดังกล่าวจับตัวมาส่งตำรวจเสียก่อน   ในเรื่องที่ตนกระทำในครั้งนี้เป็นเพราะตนไม่มีเงินที่จะซื้อนมให้ลูกกินจริงจึงตัดสินใจก่อเหตุ อยากขอโทษสังคมด้วย และขอขอบคุณท่าน ส.ส.จังหวัดศรีษะเกษ ที่มาช่วยประกันตัวตนออกมาและได้กลับมาอยู่กับลูกๆ อีกครั้ง ตนขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ให้กำลังใจตน และตนขอสาบานว่าจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LKs9EcsLmAw

 760
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

เมียสาววัย 26 โร่แจ้งความ ถูกสามีโหดวัย 55 ทำร้ายหนัก จับหัวโขกผนังหน้าบวมปูด

สมุทรปราการ-น.ส.ณัฐพร ทองบุญเรือง อายุ 26 ปี ได้พาร่างในสภาพบอบช้ำใบหน้าบวม เข้าแจ้งร้องทุกข์ว่า ถูกนายสุรพงษ์ ทองบุญเรือง อายุ 55 ปีผู้เป็นสามีทำร้ายร่างกาย ใช้มือจิกหัวเอาโขกกับผนังบ้านที่ทำด้วยปูน จนได้รับบาดเจ็บ   โดยผู้เสียหายเล่าว่า ตนเองถูกนายสุรพงษ์ ผู้เป็นสามีทำร้ายอยู่เป็นประจำ โดยในวันนี้ก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกันในเรื่องสามีปล่อยให้ลูกของภรรยาเก่ามาวุ่นวาย ทั้ง ๆ ที่มีการตกลงกันไว้ก่อนแล้ว หลังจากมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่สามีจะเข้าทำร้ายตนด้วยการชกต่อยตบตี่ และใช้มือจับหัวตนโขกกับผนังบ้านซึ่งทำด้วยปูนหลายครั้งจนตนรู้สึกระบมไปทั้งหัว   จากนั้นสามีจะใช้มือจิกผมของตนและโขกเข้าไปกับผนังบ้านอีกหลายครั้งจนบวมโน ก่อนลากลงมาตั้งแต่ชั้นสองลงมาจนถึงใช้ล่าง จนตนต้องหอบร่างอันบอบช้ำเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจ ให้ดำเนินคดีกับนายสุรพงษ์ สามีจอมโหดที่ทำร้ายร่างกาย และขอให้ดำเนินคดีถึงที่สุด และตนจะไปจดทะเบียนหย่า เพื่อขอแยกทางกับนายสุรพงษ์ เนื่องจากทนพฤติกรรมที่โหดร้ายไม่ได้   เบื้องต้นเจ้าที่ได้ส่งตัว น.ส.ณัฐพร ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามตัวนายสุรพงษ์ มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ME4dmf268uY

 2,623
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ค. 62

จับแม่ลูก 4 ลักทรัพย์ในห้าง อ้างไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก - ลูกสาวร้องไห้ขอ ตร.อย่าจับแม่ "จับแม่หนูไปแล้วหนูจะอยู่กับใคร”

สมุทรปราการ - ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.ห้างดัง จ.สมุทรปราการ ว่าควบคุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในศูนย์การค้าเอาไว้ได้ พร้อมของกลาง หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ    ที่ศูนย์ควบคุมความปลอดภัยของห้างดังกล่าว ได้พบเจ้าหน้าที่ รปภ. ได้ควบคุมตัวหญิงสาวชาวจังหวัด ศรีษะเกษ อายุ 35 ปี พร้อมกับบุตรสาววัย 5 ขวบ พร้อมด้วยของกลาง เป็นนมผงจำนวนหนึ่ง รองเท้านักเรียนหญิง 1 คู่ แบรนด์วีต้า 2 แพ็ค และผงหมักปรุงรส รวมมูลค่าประมาณ 8 พันบาท ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ   จากการสอบสวนหญิงสาว คนดังกล่าวได้ให้การรับว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์ในห้างดังกล่าวจริง เหตุที่ทำเพราะตนมีบุตรต้องเลี้ยงทั้งหมด 4 คน คนแรก อายุ 12 ปี คนที่สองอายุ 7 ขวบ คนที่สาม อายุ 5 ขวบ ส่วนคนเล็ก อายุเพียงขวบครึ่ง ซึ่งตนก็ไม่มีวุฒิการศึกษา จึงหางานทำตามบริษัทไม่ได้ อาศัยขายหมูปิ้งไก่ปิ้งเรื่อยมาเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว    ส่วนสามีเคยทำงานเป็น รปภ. ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ แต่มาระยะหลังตกงาน ทำให้เงินไม่พอใช้และติดลบ ทำให้เกิดความเครียด อีกทั้งลูกคนเล็กร้องกินนม ด้วยความจนและไม่มีเงินติดตัว จึงได้มาที่ห้างแห่งนี้ หวังขโมยนมมามาให้ลูกกินปะทังชีวิตระหว่างรอสามีหางานใหม่ทำ    ส่วนของกลางทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนมผง กะไว้ชงให้กับลูกอายุขวบครึ่งกิน ส่วนแบรนด์ ก็ไว้ให้ลูกๆ กินเช่นกัน เพราะลูกๆ ชอบดื่มกินก่อนไปเรียน ส่วนรองเท้าที่เห็นนั้นลูกสาววัย 5 ขวบที่มาด้วยอยากได้รองเท้านักเรียนใหม่เนื่องจากคู่เก่ามันขาด    ขณะที่ผงหมักปรุงรสตนเองจะเอามาไว้สำหรับหมักหมูและไก่ปิ้งขาย เนื่องจากเงินที่เคยมีเก็บทั้งเงินทุนและกำไร ตนได้นำมาซื้อนมให้ลูกและให้ลูกๆ ไปโรงเรียนจนหมด จนกะทั่งหมดหนทางหาเงินมาซื้อนมให้ลูกจึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว    ขณะที่เด็กหญิงวัย 5 ขวบ หลังรู้ว่ามารดาจะต้องถูกจับก็ถึงกับร้องไห้และเอ่ยปากขอตำรวจว่าอย่าจับแม่หนู จับแม่หนูไปแล้วหนูจะอยู่กับใคร      เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังพี่สาวของบิดาหนูน้อยวัย 5 ขวบ รายนี้ให้มารับตัวกลับบ้านพัก ส่วนหญิงสาวคนดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 7,267
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 62

จับพี่เลี้ยงเด็กโหด ทำร้ายเด็ก2 ขวบก้านสมองตาย อ้างฉุนเด็กอึฉี่บนที่นอน แม่สุดช้ำไว้ใจมากเกินไป

สมุทรปราการ-จากกรณีผู้ปกครองผู้ปกครอง น้องดิว เด็กชายวัย 2 ขวบ 5 เดือน  เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ หลังลูกชายถูกพี่เลี้ยงทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจไม่มีอาการตอบสนอง รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยตามลำตัวน้องดิว มีบาดแผลคล้ายร่องรอยถูกกัดและถูกทุบตีจนบอบช้ำหลายแห่ง   ต่อมาตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จับกุมพี่เลี้ยงโหดรายนี้ได้แล้ว ทราบชื่อ น.ส.มยุรี  ทองเกษร หรือปลา อายุ 35 ปี โดยจับได้ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ขณะที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมน้องดิว โดยแม่ของเด็กเป็นคนโทรศัพท์ล่อให้น.ส.มยุรี มาเฝ้าเด็ก บอกจะไม่เอาความ พอมาถึงได้ประสานตำรวจเข้ารวบตัว   สอบสวนน.ส.มยุรี  อ้างเครียดป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปากมดลูกและที่กรวยไตระยะสุดท้าย รักษามาแล้ว 4 ปี นอกจากนี้อ้างว่าเด็กดื้อ ปัสสาวะ อุจจาระราดนอนเปรอะเปื้อนบ้าน จึงใช้ปากกัดตามร่างกายติดต่อกันนาน 7 วัน หยิกใบหูและใช้มือทุบตีหลัง ใช้ขวดน้ำพลาสติกตีศีรษะ ต้องการให้หลาบจำ     “อยากขอโทษที่กัดเด็ก แต่ไม่ได้ทำร้ายขนาดนั้น ตนก็สงสารเด็ก อยากไปเยี่ยมเด็กทุกวัน แต่พ่อแม่เด็กขู่ว่าจะทำศาลเตี้ยกับตนจึงไม่กล้าไป ตนไม่ได้หนีไปไหน นัดกับญาติไว้จะเข้ามอบตัว แต่มาถูกจับกุมก่อน”   ส่วนสมองบวมอ้างเด็กพลัดตกบันได ปฏิเสธไม่ได้ใช้ของแข็งทุบตีศีรษะเด็กแต่อย่างใด ไม่เคยจับเด็กทุ่มกับพื้น เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ พบว่าเป็นเพียงกระต๊อบทรุดโทรมมีบันไดเพียง 3 ขั้น ที่พื้นเป็นดินซึ่งไม่น่าจะเป็นเหตุให้ถึงกับเลือดคั่งในสมอง   พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส  และจะคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.)   ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านเผยว่า น.ส.มยุรี ป่วยเป็นโรคมะเร็ง อยู่บ้านว่างๆ จึงลงข้อความประกาศรับจ้างเลี้ยงเด็กเล็กทางเฟซบุ๊ก เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งแม่ของน้องดิว ได้ติดต่อ น.ส.มยุรี ผ่านเฟซบุ๊ก ว่าจ้างให้เลี้ยงน้องดิวแบบให้ไปอยู่กินด้วยกัน ราคาเดือน 6,500 บาท  เพราะพ่อแม่ของน้องดิว ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำไม่มีเวลาดูแลลูก กระทั่งเกิดเหตุสามีของน.ส.มยุรี โทรศัพท์ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน  ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาล   ด้านแม่ของน้องดิว เผยว่า ช่วงแรกให้ทดลองงานเลี้ยงน้องดิวที่ห้องของตน และให้พี่เลี้ยงวีดิโอคอลเพื่อดูพฤติกรรมและลักษณะการทำงาน เมื่อเห็นว่าเลี้ยงลูกของตนได้ดี จึงตัดสินใจนำลูกไปฝากเลี้ยงที่บ้านของน.ส.มยุรี  แรกๆก็มีการวิดีโอคอลอัพเดทชีวิตประจำวันของลูกชายตลอด พักหลังติดต่อมาขอเบิกเงิน    ตนถามถึงลูกชายก็บอกว่าไม่สบาย จึงบอกไปว่าจะไปรับลูกชายไปหาหมอแต่ถูกบ่ายเบี่ยงว่า จะพาไปเองให้โอนค่าใช้จ่ายมาแทน กระทั่งทราบเรื่องเพราะหมอโทรมาแจ้งว่าลูกชายอยู่ รพ. ไม่รู้สึกตัว ตามตัวมีร่องรอยถูกทำร้าย อย่างไรก็ตามจะดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงโหดรายนี้ให้ถึงที่สุด    “ตนเองไว้ใจพี่เลี้ยงมากเกินไป อยากถามว่าลูกตนผิดอะไรโกรธเคืองอะไรตนถึงต้องมาทำขนาดนี้ พี่เลี้ยงเองบอกเหตุผลเพียงสั้นๆว่า น้องอึใส่ที่นอน แค่เหตุผลเดียว ไม่อยากให้พี่เลี้ยงใจยักษ์คนนี้ได้ประกันตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกินที่จะให้อภัยได้ อยากฝากเตือนทุกคนว่าอย่าไว้ใจ คนแปลกหน้ามากเกินไปถึงแม้เราจะรู้จักเขานานแค่ไหนก็ตาม เราไม่สามารถรู้ใจได้ว่าเขาจะเลี้ยงลูกเราได้ดีแค่ไหน ก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับครอบครัว”   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของ น.ส.มยุรี  ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น พบเป็นกระต๊อบยกพื้นสูงประมาณ 1.50 เมตร ภายในบ้านรกเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงเสื้อผ้าของเล่น เด็ก โดยรอบเป็นบ่อเลี้ยงปลา (ชาวบ้านเรียกวังปลา) หลังบ้านเป็นป่าชายเลน มีบ้านเรือนอยู่ ละแวกนั้นไม่ถึง 10 หลัง ฝาบ้านและหลังคาบ้านมุงด้วยใบจาก    เพื่อนบ้านกล่าวว่า เห็นน.ส.มยุรี มานั่งเล่นที่บ้านของตนประจำ ตนจะถามหาเด็กน้องดิวทุกครั้งเพราะเป็นห่วง เอาลูกเขามาเลี้ยงตกน้ำไปจะทำยังไง เขาบอกว่าเด็กหลับ พอทราบว่าทุบตีเด็กจนโคม่า รับไม่ได้จริงๆ ตนเคยเห็นจูงมือน้องดิวมาเรียกลูกทุกคำ ไม่นึกว่าจะกล้าทำขนาดนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_3SbJL8zVGQ

 4,181

Top