ค้นหา :

ผลการค้นหา "สิทธิบัตรกัญชา"

เศรษฐกิจ
24 ก.พ. 62

ยาสูบเล็งขาย กัญชา-กัญชง หลังภาษีใหม่ 40% ทำรายได้ลดฮวบ

นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า รายได้ลดลงมากหลังมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ดังนั้นภายใต้กฎหมายใหม่ ที่เปลี่ยนจากโรงงานยาสูบ เป็นนิติบุคคล ภายใต้ชื่อ ยสท. ทำให้ ยสท.สามารถทำธุกิจอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยมีแผนจะนำกัญชา-กัญชง มาใช้ กัญชงจะนำไปทำเครื่องสำอาง และคอลลาเจน ส่วนกัญชาจะนำมาปลูกใช้ในวงการแพทย์เท่านั้น           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ZAYRKf01hJQ

 2,200
สรุปข่าว
29 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 29 ม.ค.62 พระราชเพลิงศพหลวงพ่อคูณ-ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-คู่หมั้นซูซี่ป่วยซึมเศร้าฆ่าตัวตาย

-ปชช.นับแสนร่วมพิธีพระราชเพลิงศพหลวงพ่อคูณ เริ่ม 14.00 น. ช่วง 3 ทุ่มที่ผ่านมามีการซ้อมเสมือนจริง เคลื่อนย้ายสรีรสังขารหลวงพ่อคูณไปยังฌาปนสถานชั่วคราวหัสดีลิงค์เทินบุษบก เริ่มพิธีเผาจริง 22.15 น. แพทย์ มข.ระบุเล็บมือเท้าของหลวงพ่อสีชมพูชัด ติ่งหู-กระดูกสีชมพูระเรื่อ เส้นเอ็นยังสดใส กล้ามเนื้อคล้ายคนหนุ่ม เป็นที่อัศจรรย์ของคณะแพทย์ ซ้อมเพระราชทานเพลิง 'หลวงพ่อคูณ' นางสีดา ผู้ฆ่านกหัสดีลิงค์เตรียมบวงสรวงเคลื่อนทัพ /  คลื่นมหาชนรอร่วมพระราชทานเพลิงศพ 'หลวงพ่อคูณ' เปิดให้วางดอกไม้จันทน์ถึงเที่ยง เผาจริง 22.15 น.   -นายกฯบ่นเองเจ็บตาเพราะฝุ่น นั่งฮ.มาสระบุรียังเห็นบางคนเผาไร่เผานา กำชับผู้นำท้องถิ่นชี้แจงลูกบ้านว่าผิด กม.และสร้างฝุ่นพิษเพิ่ม กรมควบคุมมลพิษทำหนังสือถึงผู้ว่าฯจังหวัดใกล้ กทม. ห้ามมีการเผาเด็ดขาด ชี้ที่มาหลักของใน 52%มาจากรถดีเซล 35% มาจากการเผาในที่โล่ง ส่วนฝุ่นจากกัมพูชาไม่กระทบ กทม.เพราะลอยออกทางตราด ลงทะเลอ่าวไทย ขณะที่ภาพรวมค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานในที่เดิมๆ จุดวิกฤตริม ถ.พระราม 2 สมุทรสาคร เอกชนช่วยแก้ปัญหาเอาน้ำผสมน้ำตาลเพิ่มความหนืด ช่วยจับฝุ่นในอากาศ หอการค้าประเมินเศรษฐกิจเสียหายจากฝุ่นใกล้หมื่นล้าน นายกฯเจอพิษฝุ่นจิ๋วเริ่มเจ็บตา ขอเกษตรกรไม่เผาตอซังข้าว ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้า ประเมินศก.เสียหายหมื่นล้าน   -ปฏิบัติการดาวกระจายจับกำนันโป้ย-อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อดีต สว.นครพนม พ่ออดีต ส.ส.เพื่อไทย ถูกจับพร้อมลูกสาวปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ยึดโฉนดที่ดินกว่า 150 ใบ อายัดทรัพย์ 260 ล้าน บิ๊กโจ๊กยันเป็นนโยบายล้างหนี้นอกระบบ ไม่เกี่ยวกับใกล้เลือกตั้ง 'บิ๊กโจ๊ก' โค่นอิทธิพล 'กำนันโป้ย' นายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ยึดทรัพย์ 260 ล้าน    -ปชช.ตื่นตัวลงทะเบียนวันแรกเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขต-นอกเขต-นอกราชอาณาจักร ทางอินเตอร์เน็ต www.khonthai.com มีคนขอใช้สิทธิ์กว่า 1 พันคน บางช่วงเว็บล่ม เปิดให้ลงได้ถึง 19 ก.พ. หากไม่ลงออนไลน์ สามารถไปแจ้งความจำนงที่นายทะเบียนท้องถิ่น ส่วนนอกราชอาณาจักรต้องแจ้งที่สถานทูต หากต้องการแจ้งแก้ไขต้องดำเนินการก่อน 19 ก.พ.กกต.ประเมินมีผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเกิน 2 ล้านคน คนไทยตื่นตัว ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า บางช่วงเว็บล่ม เปิดถึง 19 ก.พ.   -คุณหญิงสุดารัตน์ พรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยประกาศว่า 24 มี.ค.เป็นวันที่ ปชช.ก้าวออกจากทุกข์ แม้จะเกิดขึ้นหลายพรรค แต่สุดท้ายคือ 2 ขั้นเท่านั้นคือเผด็จการและประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยจะพา ปชช.กลับมากระเป๋าตุง นำพาสู่ความสงบสุขที่แท้จริง บนเศรษฐกิจที่ดี สร้าง 5 พลังขับเคลื่อนกำลังซื้อของประเทศ ที่ผ่านมาเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เศรษฐกิจก็ดีทุกครั้ง ชัชชาติขึ้นเวทีเปิด 6 ยุทธศาสตร์ ไทยทำ ไทยทันสมัย ไทยเท่าเทียม ไทยเชื่อมไทย ไทยเชื่อมโลก ไทยยั่งยืน เพื่อไทยประกาศ 24 มี.ค.วันก้าวออกจากทุกข์ ลั่นพาคนไทยกลับมากระเป๋าตุง    -พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัครสมุทรปราการ เชื่อจะกวาดทั้ง 7 เขต ต้องรอเข้าที่ประชุมว่าจะให้บิ๊กตู่เป็นเบอร์หนึ่งนั่งนายกฯหรือไม่ คาด 4 รมต.เตรียมยื่นใบลาออกมีผลพรุ่งนี้     -นายกฯลงพื้นที่สระบุรี เป็นปธ.สักขีพยานการมอบ ส.ป.ก.4-01 บอกรัฐบาลปลดล็อกจนออกได้ถูกต้องตาม กม. อย่าไปเชื่อว่าใครที่บอกว่าจะมาทำอะไรให้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ปชช.ตนไปชี้นำไม่ได้ นายกฯบอกอย่าเชื่อพรรคการเมืองขายฝัน ขออย่ารังเกียจทหารกันนักเลย    -ทักษิณ จัดรายการ Good Monday ตอนที่ 3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ให้ประชาชนทุกจังหวัดผ่านเฟซบุ๊ก สร้างให้ไทยเป็น HUB การบินของภูมิภาค ด้านนายกฯบอก นทท.มาเที่ยวเยอะในรัฐบาลนี้ เพราะบ้านเมืองเรียบร้อย ไม่มีปัญหาขัดแย้งตามถนน 'ทักษิณ' ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด 'บิ๊กตู่' โว รบ.นี้ทำคนมาเที่ยวไทยพุ่ง    -สนามบินดอนเมือง ปิดซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันตกบางส่วน 4 วัน เริ่ม 29 ม.ค.-1 ก.พ. ทำให้รองรับเที่ยวบิน ลดลงจาก 52 เที่ยวบิน เหลือ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เตือนผู้โดยสารรับมือเครื่องดีเลย์ 30-45 นาที ดอนเมืองปิดซ่อมรันเวย์ 29 ม.ค. - 1 ก.พ. เตือนรับมือเครื่องบินดีเลย์   -นายกฯใช้ ม.44 เบรคการขอสิทธิบัตรกัญชาที่ขัดกับกม.ไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นำกัญชามาศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้ มีผล 28 ม.ค. แต่ผู้ยื่นขอสิทธิบัตรสามารถยื่นอุทธรณ์ได้   -คนร้ายวางกับดัก ถังแก๊สบรรจุทรายคล้ายระเบิดล่อ จนท.ออกจากที่มั่นก่อนซุ่มยิง ทำให้นายดาบ ตชด.เสียชีวิตริมถนนที่ยะลา ขโมยปืนพกสั้น ปืนยาว M16 และเสื้อเกราะหลบหนี คาดฝีมือแนวร่วม RKK กลุ่มใหม่   -สาวใหญ่ลูกจ้างร้านเพชร ฉกเพชรกว่า 10 ล้าน หลังปิดร้านนานหลายวัน ลูกค้าตามเจ้าของมาดูถึงกับช็อก เจ้าของไว้ใจให้กุญแจตู้เซฟเก็บเพชร ไม่คิดว่าจะก่อเหตุ เครื่องเพชรหายเกลี้ยง วงจรปิดจับภาพไว้ได้ เจ้าของร้านไว้ใจให้กุญแจตู้เซฟ สุดท้ายโดนลูกจ้างแสบฉกเพชร 10 ล้าน   -ตร.จับนักชกดัง ร้อยเชิง สิงห์มาวิน ล้มมวย ขณะขึ้นชกศึก ส.สมหมาย เวทีมวยราชดำเนิน รับค่าเหนื่อย 6 หมื่น พบพิรุธไม่ยอมตอบโต้ออกอาวุธ ทั้งที่ชั้นเชิงมวยได้เปรียบ เจ้าของค่ายระบุติดพนันอย่างหนัก ใช้เงินเก็บจนหมด ตร.ขยายผลออกหมายจับเซียนเอก ผู้ว่าจ้าง อยู่ระหว่างติดตามตัว จับนักมวยไทย 'ร้อยเชิง สิงห์มาวิน' ล้มมวยได้ค่าจ้าง 6 หมื่น เหตุผีพนันเข้าสิง   -แอริน ยุกตะทัต เพื่อสนิทซูซี่ สุษิรา ร่ำไห้พูดแทนเพื่อน คริสโตเฟอร์ คู่หมั้นหนุ่มชาวอเมริกันของซูซี่ จบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า หลังเครียดหนักจากการทำงานเป็น จนท.เก็บกู้ระเบิด EOD ของกองทัพสหรัฐฯนาน 9 ปี ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว อยากให้โฟกัสกับการให้กำลังใจซูซี่ สุขภาพจิตใจแย่ ขอเวลาทำใจ ยังไม่พร้อมพูดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนศพฝ่ายชาย ญาติมารับกลับอเมริกาไปแล้ว 'แอริน' ร่ำไห้พูดแทนเพื่อน คู่หมั้น 'ซูซี่' จบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้า เครียดเป็นหน่วย eod ที่สหรัฐฯ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DzxUlhAArA

 2,778
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 62

เพจดังแฉทีมเศรษฐกิจ 3 ส. 'สมคิด-สุวิทย์-สนธิรัตน์' อยู่เบื้องหลังต่างชาติจดสิทธิบัตรกัญชา

ประเด็นการจดสิทธิบัตรกัญชาของชาวต่างชาติ ล่าสุดทางเพจ BIOTHAI หรือมูลนิธิชีววิถี ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับไทม์ไลน์เรื่อง 7 สิทธิบัตรกัญชา พร้อมกับรูปเบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยระบุว่า   บางทีไทม์ไลน์นี้จะอธิบายได้ว่าทำไมคำขอสิทธิบัตรกัญชาที่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมายที่จะได้รับการคุ้มครองของบริษัท GW Pahrma/Otsuka จึงไม่มีการยกเลิกคำขอเสียที   คำขอสิทธิบัตรทั้งหมดเพิ่งมีการประกาศโฆษณาในสมัยรัฐบาลคสช.นี่เอง โดย 4 คำขอเกิดขึ้นในช่วงนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี   น่าสนใจที่ 3 คำขอสิทธิบัตรที่มีการประกาศโฆษณา เกิดขึ้นหลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายสุวิทย์ โรดโชว์ไปพบปะกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น 5 บริษัท ได้แก่ Ajinomoto, Itochu, TEIJIN, DAICEL และ Otsuka ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2559   นายสมคิด ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบผลการเยือนญี่ปุ่น โดยระบุว่าเรื่องที่กลุ่มอุตสาหกรรมญี่ปุ่น 5 บริษัทเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยประกอบไปด้วย 4 เรื่องสำคัญคือ   1) ขอให้รัฐบาลไทยช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการจดทะเบียนสิทธิบัตรในไทย 2) การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนา 3) สนับสนุนการขยายโรงงาน ซึ่งมีประเด็นอุปสรรคจากข้อกำหนดในการใช้ประโยชน์ที่ดินในผังเมืองรวม 4) ความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงและการลงทุนอื่นๆภายใต้ EEC   การยกเลิกคำขอสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมิใช่ความรับผิดชอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลคสช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเศรษฐกิจ "3 ส." ของรัฐบาล ได้แก่ สมคิด-สุวิทย์-สนธิรัตน์ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาสิทธิบัตรกัญชาที่เกิดขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่: https://youtu.be/qK_T6JTCPes      

 1,873
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 61

ยื่น ป.ป.ช.สอบกรมทรัพย์สินทางปัญญา ปมต่างชาติจดสิทธิบัตรกัญชา

จากประเด็นปลดล็อกกัญชา ที่ประชุม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้พิจารณาปลดล็อกกัญชาและกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 ให้สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และสามารถนำไปใช้รักษาโรคภายใต้การควบคุมและดูแลทางการแพทย์ได้   ทั้งนี้มีประเด็นเรื่องการยื่นจดสิทธิบัตรของบริษัทต่างชาติตามมา จนเกิดการวิจารณ์ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต นำทีมรวมกลุ่มในวันที่ 28 ธ.ค.นี้ มหาวิทยาลัยรังสิตจะดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากการขอจดสิทธิบัตรของต่างชาติ และถือว่าไม่ปกป้องสิทธิคนไทย   โดยช่วงหลังปีใหม่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตก็จะนำข้อมูลจากการรวบรวมของฝ่ายกฎหมายทั้งหมด ยื่นฟ้องกรมทรัพย์สินทางปัญญาทันที เพื่อให้กรมทรัพย์สินทางปัญญายกเลิกคำขอจดสิทธิบัตรก่อนที่กฎหมายจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zgmVreUsW0w

 1,261
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 61

วิจารณ์หนัก เพิ่มบทนิรโทษฯ พ.ร.บ.กัญชา เอื้อต่างชาติจดสิทธิบัตร

จากกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ วาระ 2-3 จำนวน 28 มาตรา ซึ่งมีสาระสำคัญคือให้กัญชาและกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้รักษาโรคภายใต้การควบคุมและดูแลทางการแพทย์ได้นั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะในมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากมีการเพิ่มเติมบทนิรโทษกรรม โดยกำหนดให้ผู้ที่ทดลองใช้สารสกัดกัญชาเพื่อศึกษาวิจัย หรือเพื่อรักษาทางการแพทย์ ถ้าได้ขอรับใบอนุญาตภายในกำหนด 90 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ในการจดสิทธิบัตรให้กับบริษัทต่างชาติหรือไม่ ขณะที่บริษัทหรือหน่วยงานของไทยยังไม่เริ่มเพราะก่อนหน้ากฎหมายไม่รับรอง   ขณะที่ นายจิตรนรา นวรัตน์ รองโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ปัญหาเรื่องการจดสิทธิบัตรซึ่งมีความเป็นกังวลมาโดยตลอดว่า หากมีการปลดล็อคกฎหมายดังกล่าวก็อยากให้ผลประโยชน์ในการใช้สิทธิบัตรตกเป็นของคนไทย แต่ตนรับทราบมาว่ามีคำขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชาจำนวนมากในตอนนี้ซึ่งล้วนเป็นบริษัทต่างชาติ ไม่มีคนไทย หรือหน่วยงานของไทยยื่นขอแม้แต่รายเดียว ซึ่งหากกฎหมายมีผลบังคับใช้และคำขอถูกตอบรับ จะทำให้หน่วยงานหรือบริษัทของไทยเสียสิทธิบัตรในการจดเกี่ยวกับกัญชาเพราะยังไมได้เริ่มต้น   โดยเฉพาะในมาตรา 22 ที่มีการระบุถึงการค้นคว้าวิจัยที่ทำมาก่อนหน้านี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีผลย้อนหลังว่าการกระทำก่อนกฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับไม่ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการยื่นจดสิทธิบัตร เพราะจะกลายเป็นบริษัทของไทยซึ่งยังไม่ได้มีการค้นคว้าวิจัยอะไรเลย ไม่ได้ทำมาก่อนเพราะกฎหมายเดิมห้าม ทำให้ไม่มีผลงานค้นคว้าวิจัย ขณะที่บริษัทต่างชาติต่างมีผลงานค้นคว้าวิจัยมาก่อน   นายจิตรนรา กล่าวว่า ทั้งนี้แม้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านสภาวาระ 3 แล้ว แต่ได้มีความพยายามที่จะนำสาระสำคัญซึ่งมีการแก้ไขไปใส่ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่กำลังพิจารณาและรอให้สภาพิจารณา เนื่องจากหากกฎหมายกัญชาที่เป็นการแก้ไขจากกฎหมายยาเสพติดเดิมได้มีการประกาศออกใช้แล้ว และภายหลังร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นฉบับที่ใหญ่กว่าประกาศใช้ตาม จะมีผลทำให้กฎหมายกัญชาทีประกาศก่อนหน้ายกเลิก   ดังนั้นในวันที่ 7 ม.ค.นี้ คณะกรรมาธิการทั้งสองชุดจะประชุมร่วมกัน และจะมีการพูดคุยถึงข้อกังวลในเรื่องมาตรา 22 ที่จะมีผลต่อการจดสิทธิบัตรกัญชาของคนไทย โดยยืนยันว่าการพิจารณาในวันดังกล่าวจะยึดถือประโยชน์ของคนไทยเป็นสำคัญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/imvAhHKehoY

 1,521
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 61

บอร์ด อภ. เผยแผนปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ 3 ระยะ อนุมัติงบ 10 ล้าน เตรียมปลูกปลายเดือน ม.ค.62

นพ.โสภณ เฆมธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) เปิดเผยถึงเรื่องโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ว่า จากปัญหากัญชาของกลางที่ปนเปื้อนสารเคมีจนไม่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ จึงเห็นว่าจะต้องดำเนินการปลูกเอง ซึ่งแบ่งเป็นการปลูกระยะเร่งด่วน ระยะการปลูกและผลิตสารสกัดในระดับกึ่งอุตสาหกรรม และการดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งในการประชุมบอร์ด อภ.ได้พิจารณาการดำเนินการในระยะเร่งด่วนและระยะกึ่งอุตสาหกรรม โดยได้เห็นชอบอนุมัติใช้งบสำรองกรณีจำเป็นเร่งด่วนปีงบประมาณ 2562 จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่ง อภ.มีอยู่แล้ว ในการดำเนินการปรับปรุงและติดตั้งระบบเพาะปลูกกัญชา ซึ่งจะดำเนินการที่บริเวณชั้น 2 อาคารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โรงงานผลิตยารังสิต   นพ.โสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นชอบในการใช้งบลงทุนเพิ่มเติมกลางปี 2562 ในการปรับปรุงอาคารและติดตั้งระบบเพาะปลูกปรับปรุงพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ รวมไปถึงค่าควบคุมงานและเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จำนวนรวมเกือบ 130 ล้านบาท ซึ่งจะต้องทำหนังสือขอความเห็นชอบไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ซึ่งจะเร่งดำเนินการส่งหนังสือขอความเห็นชอบเร็วที่สุด   ส่วนระยะที่ 3 หรือระดับอุตสาหกรรมนั้น ได้ให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการทำระดับอุตสาหกรรม ซึ่ง อภ.มีพื้นที่ 1,500 ไร่ ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ถ้ามีความต้องการถึงระดับนี้เราก็จะได้เตรียมการ ซึ่งหากพิจารณากฎหมายยาเสพติดที่จะออกมาบังคับใช้ ในบทเฉพาะกาลจะให้เวลาดำเนินการ 5 ปี โดยไม่ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยให้หน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ร่วมกับรัฐในการลงทุนดำเนินการเรื่องกัญชาทางการแพทย์ เพราะการสร้างโรงงานก็ต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าจะปลูกและสกัดเป็นยาเพื่อให้ได้รายได้กลับเข้ามาต้องใช้เวลา ถ้าเปิดเลยให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนทันที เราก็ไม่ทันเขา   นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า สำหรับระยะเร่งด่วนที่จะปลูกได้ คาดว่าอย่างเร็วคือปลายเดือนมกราคม 2562 หรืออย่างช้าก็ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งต้องใช้เวลาในการปลูกแต่ละรอบประมาณ 10 สัปดาห์ ซึ่งเมื่ออนุมัติงบประมาณแล้วก็ดำเนินการปรับปรุงสถานที่เพื่อให้สามารถดำเนินการปลูกได้ทันที ส่วนในการของบกลางจากสภาพัฒน์ ก็จะทำหนังสือถึงสภาพัฒน์ให้ได้ภายในธันวาคมนี้   เมื่อถามถึงเรื่องคำขอสิทธิบัตรกัญชาจะเป็นปัญหาหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้ อภ.ทำหนังสือส่งไปถามทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ที่เรายังต้องเดินหน้าต่อ เพราะว่ามิเช่นนั้นจะไม่มียาให้ชาวบ้านใช้ เป็นความรับผิดชอบที่เราต้องสกัดน้ำมันกัญชาให้ใช้ได้ ถ้าดูจากกฎหมาย สารสกัดจากพืชไม่มีใครมีสิทธิบัตร และ อภ.ก็เอากัญชามาปลูกมาพัฒนาสายพันธุ์มาสกัด ซึ่งออกมาเป็นอย่างไรก็ใช้แบบนั้นเลย ไม่ได้ออกมาแล้วไปเลียนแบบเขาหรือสูตรเขา ซึ่งเราก็ไม่รู้ผิดหรือไม่ผิด แต่ถ้าฟ้องขึ้นมาก็ลำบาก แต่ก็มั่นใจว่า ปลูกแล้วสกัดเป็นน้ำมันกัญชาเลยน่าจะได้ ไม่มีปัญหาอะไร   ผศ.วิเชียร กีรตินิจกาล อาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องขอจดสิทธิบัตรกัญชาจากสารธรรมชาติไม่น่ากังวล เพราะกฎหมายไม่ให้อยู่แล้ว ตามมาตรา 5, 6 และ 9 ของ พ.ร.บ.สิทธิบัตร แต่ที่กังวลคือ ต่างประเทศมีบางบริษัททำจากสารสังเคราะห์กัญชา ซึ่งกัญชามีสารแคนาบินอยด์ทั้งหมด 144 ตัว สามารถสังเคราะห์ได้ 90 กว่าตัวแล้ว อนาคตจะสามารถทำยาราคาถูกจนน่ากังวล เพราะเป็นการทำในห้องทดลอง ไม่ต้องปลูกพืช เพียงแค่ใช้ยีสต์ในการทำ เราถึงต้องการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยห้ามจดสิทธิบัตรสารสังเคราะห์ที่เหมือนสารในธรรมชาติ ต้องไม่ให้สิทธิบัตร เพราะมีผลต่อความสงบเรียบร้อยในประเทศ เราต้องมองการณ์ไกล กัญชาไทยต้องรักษาไว้ให้คนไทยที่มีมาแต่โบราณ การจดสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบจากธรรมชาติเลยเราไม่ควรให้ แต่การออกกฎหมายไม่ให้จดก็ขึ้นกับดุลพินิจของรัฐบาล ซึ่งควรมีคำตอบอย่างรวดเร็วเพื่อเดินหน้าไปได้ ส่วนที่ยื่นขออยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นสารธรรมชาติก็ต้องไม่ให้ด้วยเช่นกัน

 1,400
เศรษฐกิจ
13 ธ.ค. 61

คลังเตรียมรื้อเกณฑ์บัตรคนจน ลงทะเบียนเป็นรายครอบครัว สกัดคนจนไม่จริง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะประเมินผลการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ โดยเตรียมปรับปรุงแก้ไขในบางจุด เช่น การลงทะเบียนรายบุคคลอาจไม่ตอบโจทย์ 100% เพราะบางครอบครัวมีฐานะดี    แต่เมื่อลงทะเบียนรายบุคคล เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติรายบุคคลแล้วจะผ่านคุณสมบัติ เพราะไม่มีรายได้ ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไร จึงมีเหตุการณ์ว่าทำไมมีฐานะดีแล้วยังได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   ดังนั้น ถ้าจะมีการลงทะเบียนรอบใหม่ในปี 2562 ต้องแก้ปัญหานี้ โดยสิ่งที่ดู คือ ต้องเป็นการลงทะเบียนรายบุคคลและรายครอบครัวด้วย เพราะแม้ผู้สูงอายุบางคนไม่มีอาชีพ แต่มีทรัพย์สินโดยใช้ชื่อของคนในครอบครัว และอาจจะเปิดให้ลงทะเบียนซ้ำทุกปี เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิ์ได้อย่างแท้จริง และระงับสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CW4vsiu5vIU

 31,206
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 61

สนช.มติเอกฉันท์รับหลักการ 'ปลดล็อกกัญชา' - อภ.เผยตรวจกัญชาของกลางเจอสารพิษเพียบ เบนเข็มเตรียมปลูกกัญชาเอง

สนช. ฉลุย มติเอกฉันท์รับหลักการ กม.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกกัญชา ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ โดยตั้งกรรมาธิการพิจารณาแปรญัตติ 7 วันและพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน   วานนี้ (23 พ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติชาติ (สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ... วาระแรก ตามที่สมาชิก สนช. 44 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ เข้าชื่อเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ปลดล็อกให้กัญชาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ โดยที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 145 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการ 29 คน กำหนดแปรญัตติ 7 วัน โดยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน   ขณะที่ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงผลการตรวจสอบกัญชาของกลางเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมาจากกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) 100 กิโลกรัม ว่า จากการตรวจสอบวัตถุดิบกัญชาแห้งจำนวน 3 ตัวอย่าง ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจหาการปนเปื้อน 3 ชนิด ได้แก่ 1.ยาฆ่าเชื้อรา difenoconazole และ propioconazole 2.ตรวจหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 60 ชนิด ซึ่งครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสฟอรัส กลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ และกลุ่มคาร์บาเมต และ 3.การตรวจหาสารโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม   ผลการตรวจไม่พบยาฆ่าเชื้อรา แต่พบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้งยาฆ่าแมลงและยาฆ่า โลหะหนักทั้ง ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม ในทั้ง 3 ตัวอย่าง และเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา อภ.ส่งตัวอย่างกัญชามาตรวจเพิ่มอีก 1 ตัวอย่าง ก็ตรวจพบการปนเปื้อนแบบเดิม ดังนั้นกัญชาของกลางที่ได้มาถือว่ายังไม่มีคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้   ด้าน ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา อภ. กล่าวว่า กัญชาที่จะนำมาสกัดหาสารเพื่อใช้ทางการแพทย์ได้นั้นจะต้องผ่านมาตรฐานเดียวกับพืชที่นำมาใช้ทำยา แต่ผลการตรวจกัญชาของกลางล็อตนี้พบว่าไม่ผ่านคุณภาพมาตรฐานที่จะนำมาใช้ทางการแพทย์หรือใช้ทำยาได้ ดังนั้น อภ.จะนำของกลางทั้งหมดไปศึกษาในเรื่องอื่น ๆ แทน เช่น ศึกษาปริมาณสารหลักที่ออกฤทธิ์เป็นยา เช่นทีเอชซี (THC) แล ซีบีดี (CBD) ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ล็อตที่เอามาซึ่งปลูกในภูมิภาคนี้มีทีเอชซีสูงกว่าซีบีดี อัตราส่วน 8:1 เหมาะกับการรักษาโรคอะไร ก็จะได้ข้อมูลวิชาการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เตรียมขอของกลางจากมาเพิ่มอีก 300 กก. เพื่อตรวจสอบการตกค้างของสารพิษ ถ้าพบก็จะไม่ใช้ของกลางอีก   ภญ.นันทกาญจน์ แนวทางต่อมาคือ การหาพื้นที่ปลูกกัญชาเอง ให้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ โดยในวันที่ 30 พ.ย.นี้จะเชิญ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปดูพื้นที่ที่จะใช้ปลูกเพื่อดูว่ามารถใช้ได้และเหมาะสมหรือไม่ก่อนนำไปสู่กระบวนการปลูก เบื้องต้นที่เล็งไว้คือที่การปรับปรุงชั้น 2 ของโรงงานยารังสิต ขนาด 100-200 ตารางเมตร และนำกัญชาลูกผสมเข้ามาปลูก เพราะมีรอบเก็บเกี่ยวสั้น แค่ 3 เดือน โดยจะเร่งกระบวนการตรวจและขออนุญาตปลูกให้ได้ภายใน ม.ค. - ก.พ. 2562 ทั้งนี้คาดว่าจะให้น้ำมันกัญชาไม่น้อยกว่าแผนเดิมคือ 18,000 ขวด และยืนยันว่าภายใน พ.ค.2562 จะต้องมี น้ำมันกัญชาใช้ จะสอดรับพอดีกับร่างกฎหมายที่จะออกมาให้สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ในมนุษย์ได้  อย่างไรก็ตาม ก็จะมีการศึกษาเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้พันธุ์ของเราเองด้วย            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/uBg61E5DVZs

 1,541
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงปมต่างชาติจดสิทธิบัตรกัญชา หลังแพทย์ประสานเสียงค้าน

จากกรณีที่มีนักวิจัยแสดงความกังวลต่อการเข้ามายื่นจดสิทธิบัตรสารสกัดกัญชาตามธรรมชาติของบริษัทต่างชาติในประเทศไทย   ต่อมากรมทรัพย์สินทางปัญญา แถลงชี้แจงว่า การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรเป็นสิทธิที่ผู้ประดิษฐ์จะพึงดำเนินการได้ตามกฎหมายสิทธิบัตร หากคำขอสิทธิบัตรมีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง เจ้าหน้าที่ก็จะต้องรับคำขอไว้ส่งให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรพิจารณาต่อไป   ไม่สามารถปฏิเสธการรับคำขอไปตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าคำขอที่ได้รับไว้นั้นจะได้รับการจดสิทธิบัตร เนื่องจากคำขอดังกล่าวจะต้องถูกพิจารณาตามเงื่อนไขและขั้นตอนของกฎหมายสิทธิบัตรก่อนว่าสามารถจะรับจดทะเบียนได้หรือไม่ และคำขอรับสิทธิบัตรจะยังไม่ได้รับความคุ้มครองจนกว่าจะได้รับการจดทะเบียนนั้น   ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ออกมาตอบโต้กรมทรัพย์สินทางปัญญาว่า   1.ไม่ควรรับจด เพราะเป็นยาเสพติดผิดกฎหมายในประเทศไทย ตราบใดที่ พ.ร.บ.ยังไม่ได้แก้ไขเป็นอย่างอื่น   2.พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.9(1) ระบุว่า “สารสกัดจากพืชรับจดสิทธิบัตรไม่ได้” การรับจดจึงผิดกฎหมายนี้ด้วย   3.เมื่อกรมฯไปรับการยื่นขอจดสิทธิบัตรเอาไว้แล้ว จะมีทางออกอย่างไร แนะนำให้ใช้อำนาจอธิบดียกเลิกในขั้นตอนขอจดทะเบียนไปก่อน แทนที่จะปล่อยให้ไหลไปตามกระบวนการขั้นตอน   ด้าน ภญ.อัจฉรา เอกแสงศรี นักวิชาการอิสระและนักวิจัยด้านสิทธิบัตร Evergreening กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า แม้ขณะนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยังไม่ให้สิทธิบัตรกัญชา แต่ข้อเท็จจริง คือผู้ที่ยื่นขอได้รับสิทธิความคุ้มครองไปแล้วตั้งแต่วันที่ยื่นจด และยังมีช่องว่างใหญ่อีก 5 ปี ในการให้เวลาตรวจสอบว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่หรือไม่ ตรงนี้เท่ากับตัดทางให้ผู้วิจัยหรือผลิตสารสกัดจากกัญชารายอื่นไม่กล้าที่จะดำเนินการ ทำให้เอกชนไม่มีใครกล้าผลิตออกมา เพราะไม่อยากเสี่ยงด้านกฎหมาย   ขณะที่นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้แจงว่า การยื่นคำขอรับสิทธิบัตรเป็นสิทธิที่ ผู้ประดิษฐ์จะพึงดำเนินการได้ตามกฎหมายสิทธิบัตร โดยที่สารสกัดจากกัญชาตามธรรมชาติเป็นสารสกัดจากพืช เป็นสิ่งที่กฎหมายสิทธิบัตรของไทยไม่ให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับสิทธิบัตร   ดังนั้น ข้อกังวลที่ว่าบริษัทต่างชาติจะได้รับสิทธิบัตรในสารสกัดกัญชาธรรมชาติจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ นั่นหมายถึง จะไม่มีผู้หนึ่งผู้ใด เป็นเจ้าของสิทธิในสารสกัดจากกัญชาตามธรรมชาติตามกฎหมายสิทธิบัตร ทุกคนในประเทศไทยมีสิทธิที่จะวิจัยและนำมาใช้ประโยชน์ได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PD3kecGQM1s

 3,525

Top