ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตำรวจยิงคนตาย"

สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 62

ครอบครัวเด็กเทคโนฯถูกตร.ยิงดับ เลื่อนพบ ผบช.น. หลังสื่อเปิดคลิปเหตุการณ์ ตร.ยันไม่ได้ยิงซ้ำ

กรณีนักศึกษาเทคโนโลยี ย่านบางกะปิ ถูกตำรวจนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต วานนี้ (15 ก.พ.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรู้สึกเสียใจและเครียดที่มีสื่อบางสำนักเปิดเผยภาพคลิปวงจรปิด จนมีกระแสสังคมเข้าไปกดดันต่อว่าครอบครัว คาดว่าขอเวลาทำใจอีก 2-3วัน ก่อนจะพิจารณายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกครั้ง รวมถึงเตรียมดำเนินการฟ้องร้องสื่อที่นำคลิปวงจรปิดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต มองว่า หากได้เห็นเพียงแค่ภาพขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายยิงต่อสู้กัน จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องการยิงป้องกันตัว แต่อย่างไรก็ตามทราบว่าภาพวงจรปิดยังมีอีกหลายคลิปหลายมุม ที่รอให้ตำรวจชี้แจงที่มาที่ไปก่อนเกิดเหตุ อีกทั้งเห็นว่านับตั้งแต่วันเกิดเหตุผ่านมาแล้ว 5 วัน ตำรวจควรมีการเรียกครอบครัวเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความสบายใจ จากการพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า หากสามารถชี้แจงให้เข้าใจกันได้ เรื่องก็จบ ส่วนคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ ส่วนตัวมองว่าไม่น่ามีผลต่อรูปคดี แต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่า ต้องถามจริยธรรมผู้ที่นำไปเผยแพร่ด้วย สำหรับกรณีพยาน อายุ 17 ปี ที่จะพามาร้องขอความเป็นธรรม เบื้องต้นระหว่างที่สืบสวนคดี มีการเรียกไปสอบปากคำ และกดดันให้พยานเซ็นรับรองถ้อยคำ ซึ่งผิดหลักการสอบปากคำเยาวชน ทั้งที่ไม่มีทนาย สหวิชาชีพและอัยการเข้าร่วมสอบปากคำด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นที่ครอบครัวปรึกษาทนายความถึงสิ่งที่ยังติดใจสงสัย คือ เหตุการณ์ก่อนที่ลูกชายผู้เสียชีวิตจะยิงใส่ตำรวจ และเหตุการณ์ในช่วงท้ายของการยิงต่อสู้ ที่เห็นลักษณะตำรวจมีการยิงซ้ำ มองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ขณะที่มีรายการว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต จากแพทย์สถาบันนิติเวช เพื่อพิสูจน์หัวกระสุนที่ฝังอยู่ตามร่างกายผู้เสียชีวิตและร่องรอย ว่ามาจากปืนกระบอกใด ใครเป็นคนยิง ด้านพลตำรวจตรีธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า คดีมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 50 พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานและความเห็นแพทย์ คาดว่าจะสรุปสำนวนคดีได้ภายในเดือนมีนาคม ยืนยันไม่หนักใจในการทำคดีเนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่ทนายความติดใจสงสัยการสอบปากคำคู่กรณีที่เป็นเยาวชนและบังคับในเซ็นชื่อรับรอง ยืนยันว่าเป็นการสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้น หลังจากนี้ต้องมีการเรียกสอบสวนอย่างเป็นทางการโดยมีสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการร่วมสอบด้วย // สำหรับกรณีที่ครอบครัวมีความสงสัยว่าตำรวจที่เข้าไปกอดรัดจะมีการจ่อยิงซ้ำนั้น จากการสอบสวนตำรวจตามภาพที่ปรากฎไม่มีปืน ขณะที่ผลตรวจไม่มีเขม่าปืนที่จะพิสูจน์ว่าเป็นการจ่อยิง แต่เป็นการยิงจากระยะไกล // ยืนยันทุกฝ่ายต่างไม่เคยมีเรื่องหรือมีการบาดหมางมาก่อน พร้อมฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียล ก็ขอให้ระมัดระวังความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ไปโพสต์แสดงความเห็นก็ขอให้ระมัดระวังการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามกฎหมาย หากครอบครัวติดใจก็สามารถที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีได้ สำหรับคดีนี้เบื้องต้นต้องมีการพิจารณาทั้งหมด 3 คดี โดยคดีแรกในความผิดฐานฆ่าโดยเจตนา และร่วมกันฆ่า คดีที่ 2 เป็นคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน คดีที่ 3 เป็นการชันสูจน์การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D7S2aJATCGg

 2,942
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.พ. 62

รอง ผบช.น. พร้อมชี้แจงกับครอบครัวนศ.อาชีวะโดนยิง ยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด

พลตำรวจตรีธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้าคดีนักศึกษาเทคโนโลยี ย่านบางกะปิ ถูกตำรวจนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต ว่า คดีมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 50 พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานและความเห็นแพทย์ คาดว่าจะสรุปสำนวนคดีได้ภายในเดือนมีนาคม ยืนยันไม่หนักใจในการทำคดีเนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย    ส่วนกรณีที่ทนายความติดใจสงสัยการสอบปากคำคู่กรณีที่เป็นเยาวชนและบังคับในเซ็นชื่อรับรอง ยืนยันว่าเป็นการสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้น หลังจากนี้ต้องมีการเรียกสอบสวนอย่างเป็นทางการโดยมีสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการร่วมสอบด้วย    สำหรับกรณีที่ครอบครัวมีความสงสัยว่าตำรวจที่เข้าไปกอดรัดจะมีการจ่อยิงซ้ำนั้น จากการสอบสวนตำรวจตามภาพที่ปรากฎไม่มีปืน ขณะที่ผลตรวจไม่มีเขม่าปืนที่จะพิสูจน์ว่าเป็นการจ่อยิง แต่เป็นการยิงจากระยะไกล    ยืนยันทุกฝ่ายต่างไม่เคยมีเรื่องหรือมีการบาดหมางมาก่อน พร้อมฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชี่ยล ก็ขอให้ระมัดระวังความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ไปโพสต์แสดงความเห็นก็ขอให้ระมัดระวังการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามกฎหมาย หากครอบครัวติดใจก็สามารถที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีได้  สำหรับคดีนี้เบื้องต้นต้องมีการพิจารณาทั้งหมด 3 คดี โดยคดีแรกในความผิดฐานฆ่าโดยเจตนา และร่วมกันฆ่า // คดีที่ 2 เป็นคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน //คดีที่ 3 เป็นการชันสูจน์การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อเห็นกล้องวงจรปิด นาทีลูกชายถูก ตร.ยิง วอน จนท.ให้ความเป็นธรรม ยังสงสัยทำไมต้องยิงจนตาย  

 2,322
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

พ่อเห็นกล้องวงจรปิด นาทีลูกชายถูก ตร.ยิง วอน จนท.ให้ความเป็นธรรม ยังสงสัยทำไมต้องยิงจนตาย

ความคืบหน้า กรณี ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบสนนครบาล 4  ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก   เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหา ระหว่างเดินทาง ยิงปะทะกับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่11 ที่ผ่านมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   เมื่อวานนี้ พ.อ.อ นภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ได้ดูกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว  ในคลิปชัดเจนมากว่าใครทำอะไรกับลูกตนบ้าง แต่ไม่ขอออกความเห็นขอมอบหมายให้ทนายความดำเนินการต่อสู้คดี ซึ่งพอเห็นคลิปแล้วก็หวั่นใจเรื่องความเป็นธรรมกับลูกชาย ตอนนี้ทางครอบครัวอยากได้รับคำชี้แจงว่า ทำไมต้องยิงลูกชายจนถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งๆที่ ยิงใส่ไปนัดแรก ลูกตนก็ล้มแล้ว และที่สำคัญ ภาพเห็นชัดว่ามีตร.เสื้อสีขาว ทำท่าคล้ายล็อคคอเพื่อนของลูกชาย คืออะไร   เมื่อวานนี้ที่งานศพ พ.ต.อ พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เดินทางมาพบครอบครัวผู้ตาายเป็นครั้งแรก และมอบเงินช่วยเหลือทำศพ และชี้แจงขั้นตอนการทำคดี และความคืบหน้าคดี โดยบอกกับพ่อผู้ตายว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อย่ากังวลใจ   สำหรับการดำเนินคดีนั้น ผกก.มีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากทั้งการสอบสวนและพยานหลักฐานทางคดีทั้งหมด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ทีการแจ้งข้อหาใดๆกับตร.และอาสาที่ยิง และไม่มีการควบคุมตัว หากพยานหลักฐานและการสอบปากคำครบสมบูรณ์ก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q7wcSy1WYpE

 99,427
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 62

กล้องวงจรปิด ตร.ยิงนศ.ไม่ได้เสีย เก็บภาพได้หมด พ่อวอนทำคดีตรงไปตรงมา คาใจทำไมต้องยิงลูกจนตาย

ความคืบหน้า กรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบสนนครบาล4  ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหา ระหว่างเดินทางยิงปะทะ กับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณ ซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามึดวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ   เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่คาใจของครอบครัวและสังคมว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะมีการยิงกันถึงขั้นเสียชีวิตเมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) พ.อ.อ.นภัสกร บุญรัตน์ พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ตอนนี้ทางครอบครัวเครียดมากกับกระแสข่าวต่างๆอยากขอความชัดเจนจากตร.ออกมาชี้แจง หรือเปิดกล้องวงจรปิด ที่ระบุว่ามีกล้องจับภาพขณะเกิดเหตุได้ ขณะนี้ผ่านไปสองวัน ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ฟังข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น   นอกจากนี้ยังมีผู้ให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ รถของตร.ชนรถลูกชายจนล้มแล้ว มีการตามเข้าไปยิงต่อ จนเสียชีวิต เรื่องนี้ทางครอบครัวไม่ได้ปักใจเชื่อ100% จึงอยากได้รับคำตอบจากตร. ให้ความเป็นธรรมกับลูกตนด้วย ก่อนหน้านี้ตนก็เดินทางไปกทม. ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่จุดเกิดเหตุเอง เพราะอยากรู้ความจริง    ทางด้านพี่ชายผู้ตาย กล่าวว่า ตอนนี้ข่าวสับสน ทั้งยังมีการแฉประวัติน้องชายซึ่งเป็นเรื่องอดีต ตอนนี้ไม่ต้องการให้คนยิงน้องมาขอขมา แต่ขอให้ออกมาพูดความจริงจะได้จบ หากน้องชายผิด ก็พร้อมยอมรับแต่ถ้าน้องชายไม่ผิด ก็ขอความชัดเจน   ส่วนกรณีเรื่องกล้องวงจรปิด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่ของกทม. กำลังตรวจสอบเซฟเวอร์ พบว่ากล้องในจุดเกิดเหตุทั้งหมด ไม่ได้เสีย สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุได้ทั้งหมด   ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม นายลูหมัด สังสาหัส รปภ. ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ไม่ได้ยินเสียงด่าทอกันมาก่อน แต่มีรถจอดแล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้น 4-5 นัด โดยลักษณะการยิง ไม่ได้ยิงรัวๆ แต่เป็นการยิงแบบทิ้งจังหวะ   นอกจากนี้มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ตร.นำตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เงหมด ไปชี้จุดเกิดเหตุและถ่ายภาพประกอบสำนวน โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที แล้วกลับโรงพักทันที   สำหรับเหตุการณ์ นี้ยังมีเพื่อนของผู้ตาย ที่ได้รับบาดเจ็บ ชื่อนายจู รุ่นน้องปี 1 ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครทราบข่าวว่านายจู รักษาตัวอยู่ที่ใด และใครพบเห็นนายจูอีก   ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบมีกล้องจับภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ ถือเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ เนื่องจากสามารถยืนยันได้ว่า ทางกลุ่มนักศึกษาใช้อาวุธยิงใส่ตำรวจและผู้ต้องหาอีกกลุ่มที่ถูกจับกุมอยู่หลังรถก่อน   โดยขณะนี้ได้ส่งภาพให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ผลเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดจริงไม่มีการตัดต่อ นอกจากนี้จากการสอบปากคำพยาน 4 คน ซึ่งอยู่หลังรถกระบะก็ให้การสอดคล้องกับภาพวงจรปิดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RuWpNgEsKCY

 9,717
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.พ. 62

ตร.ยันยิงนศ.เทคโนฯเป็นการป้องกันเหตุ ชี้ถูกผู้ตายยิงก่อน เลยต้องยิงสวน เพื่อนย้อนถามทำไมต้องยิงหลายนัด

จากกรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบนครบาล4 ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน ขณะนำตัวกลับไปสอบสวนที่โรงพัก เกิดเหตุการณ์ รถจยย.ของเจ้าหน้าที่ ที่ขับประกบรถกระบะควบคุมตัวผู้ต้องหาระหว่างเดินทาง   เกิดเหตุการยิงปะทะกับกลุ่มนายเอกชัย บุญรัตน์ หรือ ฟิว อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน เหตุเกิดบริเวณซอยร่มเกล้า6 เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา และยังเกิดเหตุชลมุน ระหว่างตร.และ กลุ่มเพื่อนผู้ตาย ถึงขั้นพยายามทำร้ายร่างกาย ตร. จนตร.ต้องมีการยิงขู่พร้อมวลี "ใครเข้ามากูยิง"   ซึ่งทางฝั่งกลุ่มเพื่อนผู้ตายระบุไม่ได้รับความเป็นธรรม ตร.จงใจยิงให้ตาย ส่วนด้านตร. ระบุเป็นการทำหน้าที่เพราะในรถมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา คดียาเสพติด เมื่อถูกยิงมาก็ต้องยิงสวน   เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.) ที่วัดลาดบัวขวัญ กลุ่มเพื่อนักศึกษาเทคโนโลยีบางกะปิ พร้อมครอบครัว ร่วมทำพิธี รดน้ำศพและสวดอภิธรรมนายเอกชัย โดยมีกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์และรุ่นพี่ เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่า คนตายเป็นคนยิงก่อนหรือไม่ แต่รู้ว่า ตร.ทำเกินกว่าเหตุเพราะหากรู้ว่าต้องการแค่ยิงขู่ ทำไมต้องยิงถึงขั้นตาย   โดยนายโก้ หนึ่งในเพื่อนสนิทผู้ตายเล่าว่า หลังจากกินเลี้ยงรุ่นแล้วทุกคนก็ทยอยกันกลับบ้าน ขี่รถจักรยานยนต์มาเป็นกลุ่ม เพราะป้องกันกลุ่มคู่อริลอบทำร้ายระหว่างทาง พอมาถึงแยกร่มเกล้า ก็เกิดการปาดหน้าไปมากับรถจยย.ที่ขับตามประกบรถกระบะ ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นรถตร.ควบคุมตัวผู้ต้องหา   จากนั้นก็มีการด่าทอกันไปมา  โดยฝั่งผู้ตายอ้างว่าถูกฝั่ง ตร.ด่าและให้ของลับ โต้เถียงกันไปมากับรถจยย ที่ขับตามตร. ซึ่งเป็นทีมงานของตร.ชุดจับกุม     จนกระทั่ง เกิดการยิงปะทะกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่าเพื่อนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหรือไม่ แต่ลักษณะการยิง ที่ตร.ยิงเพื่อนหลายนัดจนเสียชีวิต ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากเพื่อนผิดก็ทำไมไม่ควบคุมตัวไปดำเนินคดี ทำไมต้องยิงให้ตาย และทำไมไม่แสดงตัวว่าเป็นตำรวจ   เช่นเดียวกับ พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ และนางเจียมใจ บุญรัตน์ บิดามารดาของนายเอกชัย พ่อแม่ผู้ตาย ยอมรับว่าลูกชายไม่ได้เป็นคนดี ก็มีเกเรบ้างตามวัย และไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกมีอาวุธปืน แต่อยากถามตร.และคนที่ยิงว่า ทำไมต้องยิงลูกจนตาย และเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร ขอความเป็นธรรมกับลูกชายด้วย ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าลูกชายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นไม่เป็นความจริง ตอนนี้ครอบครัว อยากได้รับความจริงจากตำรวจชุดจับกุมที่ก่อเหตุมากที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น   ทางด้าน พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล3 ชี้แจงว่า ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ ที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ จากการตรวจสอบข้อมูลของชุดจับกุมทั้งหมด พบว่าไม่มีความขัดแย้งกับกลุ่มของผู้ตายมาก่อน   เหตุที่เกิดขึ้น มีการขับรถตามกันมาจำนวน 3 คัน เป็นรถเอสยูวี 1 คัน / กระบะ 2 คัน โดยไม่มีรถตราโล่ของตร. รถคันแรกเป็นรถของหัวหน้าชุด คันที่สองเป็นรถของทีมงานตำรวจ ได้ขับล่วงหน้าไปก่อน และคันสุดท้ายเป็นรถกระบะที่มี ด.ต.วิรัตน์ ชีตารัตน์ เป็นผู้ขับขี่ และมี ด.ต.เอกกวี วงศ์ชนะ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กระบะท้าย และมีรถจยย. อาสาประกบมา 3 คัน ผู้เสียชีวิตได้ยิงปืนโต้ตอบกับตำรวจ จึงตัดสินใจยิงสวน จนกระทั่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิต   ต่อมาหัวหน้าชุดจับกุมชายที่ ใส่เสื้อสีแดงตามคลิปที่ปรากฎ ได้ขับรถกลับมาดูที่ท้ายขบวน และเรียกให้พนักงานสอบสวนสน.พื้นที่ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้กรูเข้ามาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเข้าใจว่าชายเสื้อสีแดง ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกุมเป็นคนทำร้าย     โดยในระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ตำรวจนายดังกล่าวเห็นว่าจะเป็นอันตราย จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าสองนัด และพูดว่า “ใครเข้ามากูยิง” แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนออกไปเพื่อเปิดทางหนี ซึ่งไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด   ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบลง นายชวลิต ปานขาว อาสาสมัครที่ขับรถ จยย.ตามประกบรถควบคุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นคนยิงผู้ตาย โดยอ้างว่า ผู้ตายนั่งซ้อนท้าย รถจยย.ผ่านมา และใช้อาวุธปืนยิง มาที่รถจยย.ของตน และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ตำรวจขับมา จึงได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยิงโต้ไปที่ผู้ตาย ทำให้ นายวิฑูรย์ แซ่แต้ อายุ 35 ปี อาสาที่มาพร้อมกับตำรวจ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่บริเวณขาซ้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับ นายชวลิต และด.ต.เอกกวี ซึ่ง ด.ต.เอกกวีได้ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้น ปฏิบัติไปตามหน้าที่   ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอกชัยมีประวัติถูกจับกุมในพื้นที่สน.หัวหมาก เมื่อปี 2558 ในคดีครอบครองอาวุธปืน และคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ปี 2561 หลบหนีการเกณฑ์ทหารในพื้นที่สน.ประเวศ   ขณะที่เฟซบุ๊กกลุ่มเพื่อนเทคโนโลยีบางกะปิ หลังจากมีการโพสต์ข้อความ เตรียมจะล้างแค้นเจ้าหน้าที่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางกลุ่มเพื่อนผู้ตาย ยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการล้างแค้น แต่ที่โพสต์ไปเพราะด้วยอารมณ์ที่โกรธแค้นที่มีคนมาทำร้ายน้องจนตาย เพราะพวกเราคือพี่น้อง ย่อมมีความโกรธแค้นเป็นปกติ   ส่วนเฟซบุ๊กที่ระบุว่า มีการพูดคุยว่า ฝั่งผู้ตายยิงผิด เพราะเข้าใจว่าเป็นคู่อรินั้น กลุ่มเพื่อนผู้ตายระบุว่า ไม่รู้ว่าข้อความนี้เป็นของใคร ไม่รู้เรื่องจริงหรือเท็จ  เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใด ผู้ตายถึงต้องยิงก่อน แต่รู้ว่ามีการขับรถ จยย.ก่อกวนกันและมีการด่าทอรุนแรง   ส่วนการที่ต้องลุกฮือจะทำร้ายร่างกายตร.นั้น กลุ่มเพื่อนผู้ตายยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนา แต่ได้รับแรงยั่วยุ จากกลุ่มของตร. ที่กล่าวท้าทายว่า  ซึ่งตอนนั้นทุกคนมีอารมณ์โกรธ แต่ตร.ไม่ยอมระงับเหตุกลับพูดจายั่วยุ จนต้องเกิดเหตุการณ์ไปตามคลิป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rJzwoH4dHqA

 33,127
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
12 ก.พ. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 ก.พ.62 ตร.ยิงนศ.อ้างป้องกันเหตุ-นทท.รัสเซียโดดสุวรรณภูมิดับ-ส่งฮาคีมกลับบ้าน

-ไฟป่าส่งผลค่าฝุ่นละอองพุ่งหลายจังหวัด ผู้ว่าฯสั่งห้ามเผาเด็ดขาด 9 จังหวัดภาคเหนือ ขอนแก่นไม่เคยเกิดวิกฤตนี้มาก่อนก้สั่งห้ามเผาในที่โล่งเช่นกัน กทม.อากาศยังดี แต่เตือนวาเลนไทน์นี้อาจกลับมาอีกรอบ ผู้ว่าฯยิ้มรับแก้ปัญหาได้ผล ธรรมชาติเข้าข้าง มีลมช่วยเป่าฝุ่นจิ๋ว เตือนฝุ่นกลับมาช่วงวาเลนไทน์ ไฟป่าทำค่าฝุ่น ตจว.พุ่ง 9 จ.ภาคเหนือ-ขอนแก่น สั่งห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด   -อัยการถอนฟ้องฮาคีม หลังกต.แจ้งการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน มีผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทางการบาห์เรนยกเลิกขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากไทย ศาลสั่งปล่อยตัวพ้นเรือนจำส่งกลับออสเตรเลียทันที ด้วยสายการบินไทย นายกฯออสเตรเลียซาบซึ้งและเคารพไทยอย่างที่สุด ความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียแน่นแฟ้นมาก โดยเฉพาะกับพล.อ.ประยุทธ์ ด้านกต.บาห์เรนแถลงแม้จะยกเลิก แต่คดีของฮาคีมยังเดินหน้าต่อ ยังคงโทษคุก 10 ปี อดีตกัปตันทีมออสเตรเลียร่ำไห้เมื่อทราบข่าวดี รัฐบาลไทยยึดมั่นกม.ระหว่างประเทศ 'ฮาคีม' บินกลับออสเตรเลีย หลังศาลสั่งปล่อยตัวพ้นเรือนจำ เผยภาพ รมว.ต่างประเทศไทยบินเข้าเฝ้ากษัตริย์บาห์เรน    -กกต.ประกาศรับรองรายชื่อการเสนอชื่อเป็นนายกฯของ 45 พรรคการเมือง 69 ชื่อ โดยไม่มีพระนามทูลกระหน่อม ที่ถูกเสนอโดยพรรคไทยรักษาชาติ หลังมีพระราชโองการพระบรมวงศานุวงศ์ต้องอยู่เหนือการเมือง นอกจากนี้ กกต.ยังตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงปมยุบพรรค ทษช. ชี้ต้องมีคนนอกร่วมไต่สวน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง กกต.ประกาศแคนดิเดตนายกฯ ไร้ชื่อไทยรักษาชาติ จ่อเชิญคนนอกร่วมไต่สวนปมยุบพรรค    -พรรคไทยรักษาชาติยกเลิกประชุมกรรมการพรรค-แถลงข่าว โดยอ้างว่ามีการแจ้งประชุมด่วน ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ ขณะที่ทั้งวันมีแกนนำบางส่วนมาที่พรรค รวมทั้งเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช พ่อปรีชาพล ซึ่งยอมรับว่าเป็นห่วงลูกชาย ตอนนี้ยังไม่ติดต่อมา แต่เชื่อว่ายังไม่ถูกคุมตัวตามที่เป็นข่าว ไทยรักษาชาติยังเงียบ ยกเลิกประชุม-จัดโต๊ะหมู่ใหม่ ยันภาพ 'ปรีชาพล' ทำบุญ ไม่ใช่ภาพเก่า    -วิษณุตอบกรณีกกต.ยุบพรรค ทษช. ชี้พรรคต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกกต. พรรคอาจไปร้องให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว ชี้การที่คนนอกพรรคมาอยู่เบื้องหลังส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ มีความผิด ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เพื่อไทยบอกเป็นคนละพรรค จะไปตอบแทนกันไม่ได้ เพื่อไทยไม่เกี่ยวกับไทยรักษาชาติ แม้จะมีสมาชิกเก่าของพรรคย้ายไปร่วมด้วย ยันเพื่อไทยเทิดทูนไว้สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 'วิษณุ' ชี้คนนอกพรรค เคาะชื่อแคนดิเดตนายกฯไทยรักษาชาติ มีความผิด   -แชร์เอกสารปลอม นายกฯปลดผบ.เหล่าทัพออกจากตำแหน่ง นายกฯยันไม่เคยสั่งปลด ไม่ทราบเหตุผลคนทำ หากเป็นจริงต้องแจ้งแล้วว่าจะโยกย้าย ไม่สามารถใช้ ม.44 ปลดใครได้ทุกตำแหน่ง ใช้เฉพาะคนที่มีปัญหา ขอสื่อช่วยเสนอข้อเท็จจริง ยันความสัมพันธ์ในกองทัพเป็นพี่น้องกัน ด้านบิ๊กป้อมบอกสั้นๆว่าไม่มีอะไร ขอให้จับคนออกข่าวปลอมได้ก่อน นายกฯแจงโซเชียลแชร์ข่าวปลอมปลดผู้นำเหล่าทัพ ลั่นสัมพันธ์กองทัพซี้ปึ้ก    -อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงกระแสรัฐประหารซ้อน บอกไม่เสียสมาธิกับความสับสนต่างๆที่เกิดขึ้น ตอนนี้เดินหน้าหาเสียง เพราะ ปชช.จะต้องได้เลือกตั้งตามที่กำหนด ธนาธรระบุถ้าเกิดขึ้นจริงจะต่อต้านคัดค้าน ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเมื่อปี57พล.อ.ประยุทธ์บอกตลอดว่าไม่ทำ แต่ต่อมาให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ว่าเตรียมการล่วงหน้ามา6เดือน 'อภิสิทธิ์' ไม่เสียสมาธิข่าวลือรัฐประหาร เชื่อเคลียร์ได้ ดราม่าลำดับปาร์ตี้ลิสต์    -กรณีปั่นหุ้น Bangkok Airways หมอเสริฐและลูกสาวยอมชำระค่าปรับทางแพ่ง 499 ล้าน กรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น ซื้อขายหุ้น BA ต่อเนื่อง จับคู่ซื้อขายกันเอง อำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดในราคา ทำให้ราคาหุ้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด หมอเสริฐ-ลูกสาวพร้อมพวก ยอมจ่ายค่าปรับทางแพ่ง 499.45 ล้าน คดีปั่นหุ้นบางกอกแอร์เวย์ส   -ตร.ยันยิง นศ.เทคโนบางกะปิเป็นการป้องกันเหตุ ขณะควบคุมเหตุคดียาเสพติด เผยถูกผู้ตายยิงก่อน จึงต้องยิงสวน เพื่อนผู้ตายถามยิงหลายนัดเรียกว่าป้องกันหรือต้องการให้ตาย พ่อคาใจ หากทำผิดก็จับไปดำเนินคดี ทำไมต้องยิงให้ตาย ตร.ยันยิงนศ.เทคโนฯเป็นการป้องกันเหตุ ชี้ถูกผู้ตายยิงก่อน เลยต้องยิงสวน เพื่อนย้อนถามทำไมต้องยิงหลายนัด   -หนุ่มรัสเซียดิ่งชั้น 4 สุวรรณภูมิดับ วงจรปิดเห็นภาพปีนขึ้นกระจกนิรภัย ก่อนพุ่งตัวกระแทกชั้น 2 เจ็บสาหัส สุดท้ายตายที่ รพ.เผยลงเครื่องมาจากเวียดนาม ผ่าน ตม. เดินมาจุดเกิดเหตุสันนิษฐานฆ่าตัวตาย หนุ่มรัสเซียปีนกำแพงกระจกกั้นชั้น 4 สุวรรณภูมิ โดดลงมากระแทกพื้นดับ    -ลูกจ้างโหดไม่พอใจผู้รับเหมาเบี้ยวค่าแรง จับมัดมือ ทุบตีกระอักเลือดจนตาย ชิง จยย.หลบหนี ชี้คนร้ายเคยทำงานมาก่อนแล้วลาออกไป เพิ่งกลับมาทำงานใหม่ 2 อาทิตย์ ตร.เร่งติดตามตัว   -สดร.ชวนดูซูเปอร์ฟูลมูน พระจันทร์เต็มดวงคืนวันมาฆบูชา 19 ก.พ.62 โคจรใกล้โลกที่สุดในรอบปี ใหญ่กว่าปกติ 7% สว่างกว่าปกติ 16% เห็นได้ด้วยตาเปล่าตั้งแต่ 18.11 น.เป็นต้นไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cRIui1Gp53M

 1,750
สังคม-อาชญากรรม
12 ธ.ค. 61

‘บิ๊กโจ๊ก’ ยันไม่ปกป้อง ด.ต. ยิงชาวต่างชาติดับ สั่งออกราชการแล้ว

วันที่ 12 ธ.ค.61 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. เปิดเผยผลการสอบสวนกรณีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ทะเลาะและชกต่อยกับชายชาวต่างชาติ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงชายชาวต่างชาติเสียชีวิต อ่านข่าว มอบตัวแล้ว! ‘ดาบตำรวจ’ ก่อเหตุยิงชายชาวฝรั่งเศสดับในตึกหรูกลางกรุงฯ ยังไม่ใจปักเชื่อปมเหตุชู้สาว   ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวฝรั่งเศส อายุประมาณ 30- 35 ปี เข้ามาหางานทำ โดยพำนักอยู่ในประเทศไทยนาน 7-8 เดือนแล้ว ก่อนเกิดเหตุได้ไปนั่งดื่มที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท จนกระทั่งพบกับ ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สน.ลุมพินี และเกิดการเขม่นเรื่องแย่งผู้หญิง จนเกิดมีปากเสียงชกต่อยกัน ในขณะที่ทั้งคู่มีอาการเมาสุรา   หลังเหตุการณ์ชายชาวฝรั่งเศสได้เดินทางกลับคอนโดที่พัก ภายในซอยสุขุมวิท 11 กระทั่งเมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าคอนโด ด.ต.กันตพงษ์ ที่ยังอยู่ในอารมณ์โมโหเดินตามมาใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้นำอาวุธปืนเข้ามอบตัว พร้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงชายชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต    เบื้องต้นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเป็นคดีอาญามีพฤติกรรมการก่อเหตุอย่างชัดเจน ยืนยันไม่ละเว้นแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ได้มีการประสานญาติของผู้เสียชีวิตให้เดินทางมารับศพแล้ว  

 6,806
สังคม-อาชญากรรม
12 ธ.ค. 61

มอบตัวแล้ว! ‘ดาบตำรวจ’ ก่อเหตุยิงชายชาวฝรั่งเศสดับในตึกหรูกลางกรุงฯ ยังไม่ใจปักเชื่อปมเหตุชู้สาว

วันที่ 12 ธ.ค. 61 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยตำรวจ สน.ลุมพินี เข้าตรวจสอบพื้นที่ อาคารชุดภายในซอยสุขุมวิท 13 หลังพบว่า มีชายชาวต่างชาติ สัญชาติฝรั่งเศส ถูกยิงเสียชีวิต    รายงานข่าวแจ้งว่า เพื่อนผู้เสียชีวิต ในการว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปดื่มกินที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน ด.ต.กันตพงษ์ สู้ไม่ได้ ระหว่างที่ผู้ตายกลับมายังห้องพักชั้น ด.ต.กันตพงษ์ ได้ตามมาเพื่อที่จะหาเรื่องต่อ โดยพบผู้ตายที่บริเวณหน้าร้านโดนัท และได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงผู้ตายจนเสียชีวิต   โดยหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้นำอาวุธปืนเข้ามอบตัว พร้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงชายชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต   ส่วนกรณีที่พยานหลักฐาน จากกล้องวงจรปิด ระบุว่า มีผู้ที่ร่วมก่อเหตุ มากกว่า 1 คนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ในรายละเอียดรวมทั้งสาเหตุที่แท้จริง โดยพนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องชู้สาวเท่านั้น   พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ระบุอีกว่า ขณะนี้ต้นสังกัด มีคำสังให้ ด.ต.กันตพงษ์ ออกจากราชไว้ก่อน เนื่องจากมีความผิดชัดเจน โดยเบื้องต้น พบว่า ผู้ต้องหาเป็นคนอารมณ์ร้อน อีกทั้งเมื่อปี 2554 ด.ต.กันตพงษ์ ได้ก่อคดีลักษณะเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดี   ด้าน พล.ต.ต. วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยันว่า การก่อเหตุดังกล่าว เป็นเรื่องเฉพาะตัว ที่ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร จึงไม่เชื่อว่าเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของตำรวจและการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้เข้าไปทำความเข้าใจกับสถานทูตฝรั่งเศส เพื่อชี้แจ้งทำความเข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น  

 1,994
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

มอบตัวแล้ว! ดาบ ตร.เครียด ยิงเพื่อนตำรวจดับพร้อมภรรยา หลังเกลี้ยกล่อมนานหลายชั่วโมง

จากกรณี เมื่อวันที่ (14 พ.ย.) ด.ต.ชีวานนท์ นาผา ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงด.ต.ทองปลิว ราชประสงค์ และภรรยา เสียชีวิต  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านพักข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจ สภ.ภูเขียว ทะเลาะวิวาท หลังจากไปฝึกยุทธวิธีกลับมาที่บ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูเขียว เมาเหล้าแล้วเสียงดังทะเลาะกันมาหลายวัน ซึ่งประจวบกับมือปืนมีเรื่องทะเลาะกับภรรยาเพิ่งแยกทางไป และฝ่ายหญิงหอบลูก 3 คนไปด้วย โดยหลังจากก่อเหตุ ด.ต.ชีวานนท์ ได้ขังตัวเองอยู่ในห้องพักตลอดทั้งคืน    ล่าสุด วันนี้ (15 พ.ย.) พ.ต.อ.เวชบุตร ชมบุญ ผกก.สภ.ภูเขียว ได้ไปเกลี้ยกล่อมให้ ด.ต.ชีวานนท์ เข้ามอบตัว จนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จึงได้ออกจากห้องพักและมอบตัวหลังจากเกลี้ยกล่อมมานานหลายชั่วโมง    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ดาบตร.เครียด ยิงเพื่อนตำรวจดับพร้อมภรรยา รวม 2 ศพคาแฟลต    

 1,195
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 61

คุมตัว ด.ต. ยิงหนุ่มส่งหมูกระทะดับ ฝากขัง คัดค้านการประกันตัว

วันนี้ (15 พ.ย.) ตำรวจ สน.ธรรมศาลา คุมตัว ด.ต.ศิริมงคล กองสุข ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ธรรมศาลา ผู้ต้องหาก่อเหตุยิง นายเกรียงศักดิ์ ศรทอง ลูกจ้างร้านหมูกระทะจนเสียชีวิต หลังจากมีการโต้เถียงกัน เรื่องท่อไอเสียรถจักรยานยนต์มีเสียงดังรบกวน ออกจากห้องควบคุมตัว พร้อมกับพิมพ์ลายนิ้วมือ    จากการสอบถามพนักงานสอบสวน ทราบว่า เช้าวันนี้ผู้ต้องหาทานข้าวได้ตามปกติ ไม่มีอาการเครียดแต่อย่างใด ซึ่งทันทีที่นำตัวออกจาก สน.ได้ใส่หน้ากากอนามัย แว่นดำตลอดเวลา และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน โดยนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดตลิ่งชันผัดแรกในข้อหาฆ่าผู้อื่นและพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยชั้นพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ออกหมายจับ ตร.ยิงหนุ่มส่งหมูกระทะดับ ผู้บังคับบัญชาชี้ปกตินิสัยดี เจ้าของรถลองเบิ้ลเครื่อง ยันเสียงไม่ดังมาก    

 1,159
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

ดาบตร.เครียด ยิงเพื่อนตำรวจดับพร้อมภรรยา รวม 2 ศพคาแฟลต

ชัยภูมิ-เกิดเหตุที่บ้านพักข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจ สภ.ภูเขียว ทะเลาะวิวาท หลังจากไปฝึกยุทธวิธีกลับมาที่บ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูเขียว เมาเหล้าแล้วเสียงดังทะเลาะกันมาหลายวัน ซึ่งประจวบกับมือปืนมีเรื่องทะเลาะกับภรรยาเพิ่งแยกทางไป และฝ่ายหญิงหอบลูก 3 คนไปด้วย   ทราบชื่อมือปืนคือ ดาบตำรวจชีวานนท์ นาผา ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงดาบตำรวจทองปลิว ราชประสงค์ และภรรยา เสียชีวิตคาบ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูเขียว   พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภัคคะธนิตศักดิ์ รอง ผบ.ภ.จว.ชัยภูมิ และพ.ต.อ.เวชบุตร ชมบุญ ผกก.สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เข้าเจรจา ดาบชีวานนท์ มือปืนแต่ยังไม่สำเร็จเนื่องจากมือปืนรายนี้มีอาวุธปืนครบ   และยังมีอาการเมาไม่ได้สติ ขังตัวเองอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ถ้าเข้าจับกุมในช่วงนี้อาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้มือปืนมีปัญหาทางครอบครัว แยกทางกับภรรยา คาดว่าหน้าจากเกิดความเครียดจึงบันดาลโทสะ กินเหล้าเมาจนขาดสติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pGppOlQiyzs

 1,542
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

ออกหมายจับ ตร.ยิงหนุ่มส่งหมูกระทะดับ ผู้บังคับบัญชาชี้ปกตินิสัยดี เจ้าของรถลองเบิ้ลเครื่อง ยันเสียงไม่ดังมาก

จากกรณีเกิดเหตุ ด.ต.ศิริมงคล ทองสุข ตำรวจจราจร สน.ธรรมศาลา ได้ใช้ปืนยิงนายเกรียงศักดิ์ ศรทอง อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นคนงานส่งหมูกระทะจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดในชุมชนศรีมณฑลสามัคคี ย่านพุทธมณฑล ซึ่งบ้านพักของตำรวจและร้านขายหมูกระทะอยู่ใกล้กัน   คาดว่าสาเหตุเป็นเพราะการมีปากเสียงเรื่องท่อรถจักรยานยนต์เสียงดัง หลังเกิดเหตุพบว่าด.ต.ศิริมงคลได้หลบหนีไป คาดว่ามุ่งหน้าออกต่างจังหวัดเพื่อไปหาพรรคพวกที่รู้จัก   ล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา ได้รวบรวมพลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ ด.ต.ศิริมงคล ในข้อหาฆ่าผู้อื่นและ พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว   ด้าน พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.ศิริมงคล กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจกับการกระทำดังกล่าว เพราะปกติเป็นคนขยันไม่เกเร และรักครอบครัว เลิกงานก็จะกลับบ้านไปอยู่กับภรรยา ส่วนในคืนเกิดเหตุเพิ่งออกเวรตอน 20.00 น. หลังได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องรถแข่งที่ถนนอักษะ กระทั่งมาก่อเหตุ ตนจึงขอให้ ด.ต.ศิริมงคล มามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และอยากให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ต้องกังวล เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย   จากนั้น ลูกพี่ลูกน้องผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา เพื่อขอเอกสารไปออกใบมรณะบัตร ก่อนจะกลับไปที่เกิดเหตุจุดธูปเชิญดวงวิญญาณไปรับศพที่รพ.ศิริราช เพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดบ้านท่าบ่อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี   ด้าน นายสอน ทองเบาะ อายุ 30 ปีเจ้าของร้านหมูกะทะ กล่าวว่า ตนเพิ่งเซ้งร้านหมูกระทะจากเจ้าของเก่าได้ประมาณ 3 เดือน ซึ่งผู้ตายก็ทำงานมาตั้งแต่ต้น โดยทั้งร้านและผู้ตายไม่เคยมีปัญหาใดๆกับตำรวจนายนี้มาก่อน เพียงแต่ช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ ตำรวจนายนี้ก็มีปากเสียงกับผู้ตายเรื่องท่อรถจักรยานยนต์เสียงดัง ซึ่งรถจักรยานยนต์คันนี้เป็นของเด็กใหม่ที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วันที่ ซึ่งเขาก็ขับมาแค่ทำงานเช้าและเย็นขี่กลับบ้าน   นายสอน กล่าวต่อว่า จนช่วงเย็นหลังจากที่เด็กขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวกลับบ้าน ตำรวจนายนี้ก็ออกมาเจอผู้ตายจนเกิดมีปากเสียงกันเรื่องให้เปลี่ยนท่อ ก่อนจะชักปืนยิง และตามมายิงซ้ำจนถึงในร้านก่อนหลบหนีไป โดยเด็กในร้านพยายามตามแต่ไม่ทัน ซึ่งตนคาดว่าตำรวจจะเมาด้วย โดยตนก็ยังไม่รู้ว่าจะได้รับความเป็นธรรรหรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจในพื้นที่   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณหน้าร้านหมูกระทะยังมีรอยคราบเลือดที่แห้งติดถนน และยังพบรถจักรยานยนต์ที่ตำรวจระบุว่าท่อดังด้วย โดยเจ้าของรถได้ทดลองสตาร์ทเครื่องเพื่อยืนยันว่าเสียงดังปกติ และให้เทียบกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์หลายคันที่เข้าออกหมู่บ้านซึ่งมีเสียงดังกว่าตนมาก   นายยอด เขื่อนพงค์ พนักงานร้านหมูกระทะ ซึ่งเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเพิ่งทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ โดยขี่รถจักรยานยนต์คันนี้มาทำงานโดยขี่คนเดียว และผู้ตายไม่เคยขี่ ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายทางเจ้าของร้านก็ได้เตือนให้ตนไปเปลี่ยนท่อ บอกแค่ว่าเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ซึ่งตนก็รับปาก จากนั้นตอนค่ำหลังเลิกงานได้ขี่รถกลับบ้าน ผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีได้โทรหาผู้ตายแต่เขาบอกว่ากำลังมีเรื่องอยู่ ตนจึงขี่รถกลับมาที่ร้านก็เห็นผู้ตายล้มลง และเด็กในร้านถือมีด และบอกให้ตนรีบขี่รถตามตำรวจไปแต่ไม่ทัน   นายยอด กล่าวต่อว่า ตนไม่แน่ใจว่าท่อรถจะเป็นสาเหตุหลักหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบตำรวจนายนี้ก็เคยมีเรื่องกับเจ้าของร้านหมูกระทะคนเก่ามาก่อน รวมทั้งรถจักรยานยนต์หลายคันในซอยก็เสียงดังกว่าตนก็มีหลายคัน และหากเป็นเรื่องท่อดังจริงก็คิดว่าเขาอารมณ์ร้อนเกินไป เพราะแจ้งตนตอนบ่ายแล้วจะให้เปลี่ยนภายในวันเดียวคงทำไม่ได้   ส่วนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายตำรวจนายดังกล่าวได้เดินไปหน้าร้านขายหมูกระทะซึ่งผู้ตายยืนอยู่ บอกว่ารถจักรยานยนต์ของเด็กใหม่เสียงดังให้เปลี่ยนท่อ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไร จนช่วงกลางคืนหลังจากเด็กใหม่ขี่รถออกไปแล้ว ตำรวจนายดังกล่าวก็เดินไปที่หน้าร้านหมูกระทะแล้วเกิดมีปากเสียงกับผู้ตายเรื่องเปลี่ยนท่อ   แต่ผู้ตายบอกว่ายังเปลี่ยนไม่ได้ ทำให้เกิดมีปากเสียงจนตำรวจชักปืนออกมาจ่อ ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้ผู้ตายไม่พอใจจนเกิดมีปากเสียง สุดท้ายตำรวจเข้าไปในบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ยังมีการท้าทายจนตำรวจออกมายืนหน้าระเบียงแล้วมีปากเสียงกันดังลั่น สุดท้ายตำรวจก็ออกมาแล้วใช้ปืนยิงผู้ตายจนเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LP8qWKdyOsA

 1,057
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

ออกหมายจับแล้ว! ‘ดาบตำรวจ’ ยิงลูกจ้างร้านหมูกระทะดับ

จากกรณี ด.ต.ศิริมงคล ทองสุข ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ธรรมศาลา ก่อเหตุยิง นายเกรียงศักดิ์ ศรทอง อายุ 35 ปี ลูกจ้างร้านหมูกระทะ บริเวณหน้าบ้านพัก ย่านพุทธมณฑลสาย 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งในเรื่องของฝ่ายผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีท่อไอเสียเสียงดังผ่านบ้านพัก ของ ด.ต.ศรีมงคล จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน จากนั้นมีการชักปืนยิงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป   ล่าสุด (13 พ.ย.) พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผู้กำกับการ สน.ธรรมศาลา เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวอยู่ และศาลจังหวัดตลิ่งชันได้ออกหมายจับแล้ว ในข้อหาฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธรณะโดยไม่มีเหตุอันควร และได้ให้ภรรยาและญาติพยายามติดต่อ เนื่องจากหลังก่อเหตุได้ ขี่รถจักรยานยนต์ เอาปืนที่ก่อเหตุไปด้วย    ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้มาขอเอกสารไปออกใบมรณะบัตร เพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านท่าบ่อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตำรวจหัวร้อน รำคาญเสียงท่อ จยย.หนุ่มข้างบ้าน ชักปืนยิงดับ      

 3,852
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! ด.ต. รำคาญเสียงท่อ จยย. ยิงลูกจ้างร้านหมูกระทะดับ เตรียมขออนุมัติออกหมายจับ

พนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา ขออนุมัติหมายจับ ดาบตำรวจ ยิงเด็กส่งหมูกะทะเสียชีวิต วันนี้ เบื้องต้นตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และอาจจะให้ออกจากราชการก่อน    วันนี้ (13 พ.ย.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น รรท.ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุ ด.ต.ศิริมงคล ทองสุข ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ธรรมศาลา ก่อเหตุยิง นายเกรียงศักดิ์ ศรทอง อายุ 35 ปี ลูกจ้างร้านหมูกระทะ บริเวณหน้าบ้านพัก ย่านพุทธมณฑลสาย 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า    จากรายงานในเบื้องต้นพบว่าทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งในเรื่องของฝ่ายผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีท่อไอเสียเสียงดังผ่านบ้านพัก ของ ด.ต.ศรีมงคล จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน จากนั้นมีการชักปืนยิงจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป    เบื้องต้น คาดว่าภายในวันนี้จะขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมเตรียมประสาน ด่านตรวจตามแนวชายแดนป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ขณะที่ล่าสุด ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ส่วนการดำเนินการทางวินัย กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และน่าจะให้มีการออกจากราชการไว้ก่อน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตำรวจหัวร้อน รำคาญเสียงท่อ จยย.หนุ่มข้างบ้าน ชักปืนยิงดับ    

 1,389
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

ตำรวจหัวร้อน รำคาญเสียงท่อ จยย.หนุ่มข้างบ้าน ชักปืนยิงดับ

เกิดเหตุชายถูกยิงเสียชีวิตหน้าหลังหนึ่ง ย่านพุทธมณฑล สาย 4 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา ซึ่งเปิดเป็นร้านส่งหมูกะทะ พบศพ นายเกรียงศักดิ์ ศรทอง อายุ 35 ปี คนงานส่งหมูกะทะ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้ากลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ราวนมซ้าย 1 นัด และแขนขวา 1 นัด บนถนนมีปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวน นายสอน ทองเบาะ อายุ 30 ปีเจ้าของร้านหมูกะทะ ให้การว่า ผู้ตายเป็นลูกน้องที่มาทำงานด้วยกันได้ประมาณ 3 เดือน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์คล้ายรถบิ๊กไบก์ของลูกน้องอีกคน ที่เพิ่งมาทำงานได้ 4 วันออกไปทำธุระข้างนอก แล้วพบกับ ด.ต.ศิริมงคล ตำรวจจราจร สน.ธรรมศาลา ซึ่งพักอยู่บ้านถัดไป 1 หลัง     โดยได้ยิน ด.ต.ศิริมงคล บอกว่ารถเสียงดังให้ไปเปลี่ยนท่อเสีย แต่ตอนนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งผู้ตายกลับมาแล้วออกมากวาดขยะทำความสะอาดอยู่หน้าบ้าน ปรากฎว่าด.ต.ศิริมงคล เดินมาบอกว่า “ให้ไปเปลี่ยนท่อ” แต่ผู้ตายตอบกลับไป เป็นรถของเพื่อนที่เพิ่งมาทำงานได้ 4-5 วันเลยยังไม่ได้ไปเปลี่ยน ทำให้ด.ต.ศิริมงคล ไม่พอใจชักปืนออกมากราดยิงใส่ ผู้ตายที่พยายามวิ่งหนีตายเข้าไปในบ้าน แต่ก็ถูกตามไปยิงซ้ำจนเสียชีวิต จากนั้นก็หลบหนีไป   หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามจับกุม ด.ต.ศิริมงคล พร้อมประสานญาติให้เกลี้ยกล่อมเข้ามอบตัว ขณะที่พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AAYZ3rph2yw

 4,893

Top