ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนขับทะเลาะผู้โดยสาร"

แชร์ออฟเดอะเดย์
26 มิ.ย. 62

แชร์ว่อน คลิปคนขับรถตู้สุพรรณฯ บรรทุกคนเกินกำหนด ปะทะคารมไล่ผู้โดยสาร ขนส่งสั่งปรับใช้คำหยาบคาย-รับผู้โดยสารเกิน

สุพรรณบุรี-โลกออนไลน์แชร์คลิปคนขับรถตู้โดยสารสาย 483 วิ่งระหว่างสุพรรณบุรี-อู่ทอง – บ้านไร่ หมายเลข 483-18 หมายเลขทะเบียน 10- 2474 สุพรรณบุรี ทะเลาะกับผู้โดยสารและไล่ผู้โดยสารลงรถกลางทาง   จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้สื่อข่าวได้พบนายประดิษฐ์ วิจิตศรี อายุ 63 ปีและนางสำราญ รัตนปัญญา อายุ อายุ 41 ปีสองสามีภรรยา ซึ่งเป็นผู้โดยสารซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และเป็นผู้ที่โพสต์คลิปดังกล่าว จากการสอบถามทั้งคู่เล่าว่าก่อนเกิดเหตุได้โบกรถตู้โดยสารคันดังกล่าวที่ปากซอยหน้าบ้าน ซึ่งมีผู้โดยสารอยู่เต็มรถแต่ยังให้ตนขึ้น ส่วนสาเหตุที่ตนต้องขึ้นเนื่องจากสามีต้องไปหาหมอ ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ตามนัดจึงจำใจต้องขึ้น   แต่ระหว่างทางรถตู้คันดังกล่าวซึ่งมีผู้โดยสารเต็มรถแล้วยังจอดรับผู้โดยสารอีก สามีซึ่งเป็นโรคหัวใจ ความดัน ไขมัน และโรคปอด ทำให้หายใจไม่สะดวกจึงขอลงที่ตลาดสวนแตง พร้อมกับบ่นว่าผู้โดยสารเต็มรถแล้วยังจอดรับผู้โดยสารอีก ทำให้คนขับไม่พอใจและพูดว่าถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องไป ตนทั้งสองจึงขอลงระหว่างที่กำลังลงจากรถคนขับได้เร่งให้ตนลง แต่เนื่องจากผู้โดยสารเต็มคันทำให้เดินลำบาก กระทั่งตนลงจากรถ คนขับได้ทวงเงินค่าโดยสารตนก็จ่าย แต่แทนที่เรื่องจะจบ ทางคนขับไม่จบกลับใช้คำพูดหยาบคายใส่ตนจนเกิดการโต้เถียงกัน และมีการด่าทอท้าทายกัน ตนจึงได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ คนขับยังพูดท้าทายและใช้มือผลักอกท่ามกลางสายตาผู้โดยสารคนอื่น ตนจึงจ่ายค่าโดยสารแล้วจึงเดินหนีออกมาก่อนที่เรื่องจะบานปลาย   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตนอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคนขับรถโดยสารว่าวันนั้นที่มีผู้โดยสารเต็มจนเกินที่กฎหมายกำหนดจนแน่นและเบียดเสียดกันขนาดนั้น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นตนคิดว่าชีวิตผู้โดยสารในรถทั้งหมดใครจะรับผิดชอบ คนขับรับผิดชอบไหวไหมทำไมต้องรับผู้โดยสารเกินขนาดนั้นด้วยทำไมไม่ห่วงความปลอดภัยของผู้โดยสาร   ต่อมา จนท.ขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เรียกนายธงชัย สิงห์หา อายุ 56 ปี คนขับรถตู้เข้าพบ เพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางตนขับให้การว่าขับรถออกมาจากท่ารถตู้ที่ อ.อู่ทอง โดยมีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคันรถ ถึงบริเวณบ้านโคกยายเกตุ มี 2 ผัวเมียโบกรถจึงจอดถามว่าไปไหน ได้คำตอบว่าจะไปโรงพยาบาล เมื่อเห็นว่าเป็นคนป่วยจึงได้รับขึ้นรถ แต่มีที่ว่างเหลืออยู่เพียงที่เดียว ผู้โดยสารทั้ง 2 คนไม่ยอมนั่ง ยอมยืนทั้ง 2 คนทั้งที่มีที่ว่างเหลืออยู่ 1 ที่   ต่อมาเมื่อขับรถมาถึง ตลาดสวนแตง มีผู้โดยสารจะลงจากรถจึงจอดรถให้ แต่จู่ๆสองผัวเมียได้ตะโกนด่าตนด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ตนจึงได้ให้ลงจากรถ ทำให้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนถูกนำไปโพสต์ในโลกโซเชียล ตนยอมรับว่าผิดที่รับผู้โดยสารเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความผิดพักใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน ในความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง 2522 มาตรา 102 ข้อหาบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด (13 ที่นั่ง) และ ความผิดตาม พรบ.ขนส่งมาตรา 127 แสดงกิริยาไม่สุภาพ ปรับเงินทั้งหมด 7 พันบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c3_X2nf1aLs

 1,401
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

นศ.แลกเปลี่ยน วิวาทคนขับสองแถวเกาะสมุย โวยคิดค่ารถคนละ 800 ก่อนไกล่เกลี่ยยอมจ่ายค่ารักษา

สุราษฎร์ธานี-หนุ่มนักศึกษาแลกเปลี่ยน สัญชาติแอฟริกาใต้ อายุ 21 ปี พร้อมกลุ่มเพื่อน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ่อผุด เพื่อให้ดำเนินคดีคนขับรถสองแถวโดยสาร และวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่รุมทำร้ายที่บริเวณถนนสายเลียบหาดเฉวง ต.บ่อผุด บนเกาะสมุย   สอบสวนผู้เสียหาย ให้การว่า เมื่อคืนนี้หลังจากไปร่วมปาร์ตี้เคาท์ดาวน์ที่หาดเฉวง ได้เดินมาพร้อมเพื่อนและแฟนสาวรวม 4 คน เพื่อเรียกรถสองแถวบนถนนเลียบชายหาดเฉวงไปส่งที่พักในต.แม่น้ำ แต่ถูกคนขับคิดราคาค่าโดยสารคนละ 800 บาท ตนก็บอกว่าราคานี้มันแพงเกินไป ทำให้คนขับรถสองแถวไม่พอใจเข้ามาชกต่อย   จากนั้นมีกลุ่มชายอีก 5-6 คนซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่หรือขับรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามารุมทำร้ายด้วย ทั้งเตะและต่อยจนล้มนอนหมอบอยู่กับพื้นแล้วพากันหนีไป ต่อมามีตำรวจมาพบก็ได้เรียกรถพยาบาลพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล จ่ายค่ารักษาไป 6,000 บาท   ต่อมา คนขับรถสองแถว อายุ 47 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจ โดยระบุว่า เมื่อคืนนี้ผู้โดยสารคู่กรณีมาด้วยกัน 4 คน เรียกให้ไปส่งที่ ต.แม่น้ำ ก็เลยเรียกไป 800 บาท แต่จริงๆแล้วจะไป 2 คน ก็เลยถามเขาว่าจะให้เท่าไร แต่เขาไม่ตอบกลับมาด่าเราอย่างเดียว จากนั้นก็มีผู้หญิงไทย 2 คนมาล็อกแขนไว้ ทำให้ฝรั่งคู่กรณีวิ่งมาชกเลย จนกระทั่งกลุ่มเพื่อนที่ขับรถรับจ้างเข้ามาช่วยห้าม จากห้ามก็เลยเป็นการชุลมุนชกต่อยกัน   เรื่องนี้สาเหตุมาจากการเข้าใจผิด ที่คิดว่าเราเรียกค่าโดยสารคนละ 800 บาท และเป็นฝ่ายที่ถูกทำร้ายก่อน ทีแรกก็คิดจะมาแจ้งความ แต่เพราะอยากให้เรื่องจบๆกันไป ต่างคนต่างเจ็บก็เลยไม่แจ้งความ แต่พอรู้ว่าคู่กรณีมาแจ้งความก็ยินดีชดใช้ค่ารักษาพยาบาล แต่ถามว่าผมจะไปทำร้ายนักท่องเที่ยวก่อนไหม ผมไม่ทำแน่เพราะอาชีพของเราต้องหากินกับชาวต่างชาติ   จากนั้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทะเลาะวิวาทกับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนทำการเปรียบเทียบปรับ ขณะที่คนขับรถสองแถวยินดีจ่ายเงินชดใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาล 6,000 บาท เป็นอันจบคดีแยกย้ายกันกลับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SVgTuE_aUGM

 6,096
ต่างประเทศ
19 พ.ย. 61

อีกแล้ว! ผู้โดยสารจีน ตบพนักงานขับรถเมล์ หลังหยอดเงินค่าโดยสารเกินไป 1 หยวนแล้วไม่ได้คืน

ที่เมืองเจิ้งโจว ประเทศจีน เกิดเหตุการณ์ผู้โดยสารหญิง มีปากเสียงกับพนักงานขับรถหญิง ถึงขั้นตบตีกัน เพียงเพราะว่าผู้โดยสาร จ่ายเงินค่าโดยสารเกินไป 1 หยวน หรือประมาณ 5 บาท จึงขอเงินคืน แต่พนักงานขับรถไม่ให้ จึงเกิดการถกเถียง และพนักงานขับรถเรียกผู้โดยสารว่า ‘ยายบ้า’ จึงทำให้ผู้โดยสารโกรธ จนเกิดการลงไม้ลงมือ ก่อนที่ผู้โดยสารจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ติดคุกนาน 4 วัน ส่วนพนักงานขับรถถูกปรับ 1,500 บาท  

 1,230
ต่างประเทศ
06 พ.ย. 61

ไม่ใช่เคสแรก เปิดคลิปเหตุการณ์ผู้โดยสารจีนหัวร้อน ทะเลาะ-แย่งพวงมาลัยคนขับรถเมล์ คนในรถต้องเข้าล็อคตัว

เพจ China Xinhua News แพร่คลิปเหตุการณ์ในรถเมล์ หลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรม รถเมล์ในฉงฉิ่งแหกรั้วสะพานดิ่งแยงซีเกียงหลังผู้โดยสารทะเลาะวิวาทกับคนขับ แต่ล่าสุดก็ยังมีเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายๆ กันออกมาให้เห็น   เกิดเหตุผู้โดยสารชายแย่งพวงมาลัยคนขับรถ ด้วยเหตุผลที่ว่าคนขับปิดประตูก่อนที่เขาจะลง จึงเกิดมีปากเสียงกัน โดยชายคนนี้พุ่งเข้าไปหมุนพวงมาลัยของคนขับหญิง แล้วทำร้ายร่างกายกัน จนผู้โดยสารคนอื่นต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และคนขับรถได้รับบาดเจ็บ   ย้อนกลับไปเมื่อราว 2 ปีก่อน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2016 เกิดเหตุหญิงจีนรายหนึ่งพยายามแย่งพวงมาลัยคนขับรถประจำทางสาย 610 ในเมืองอู่ฮั่น หลังจากที่ขอลงกลางสะพาน แต่คนขับไม่ยอมจอดให้ลงเพราะไม่ใช่ป้ายรถ ขณะนั้นบนรถมีผู้โดยสารประมาณ 20 คน แถมขณะเกิดเหตุ รถเมล์คันดังกล่าวกำลังวิ่งอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีอีกด้วย   หลังจากยื้อแย่งพวงมาลัยกันอยู่สักพัก อู๋เย่ หนึ่งในผู้โดยสารบนรถก็ลุกออกมาแล้วเข้าไปล็อคตัวผู้หญิงที่กำลังขาดสติรายนี้จากด้านหลังแล้วแยกตัวเธอออกมาจากคนขับรถได้สำเร็จ   หลังคลิปเผยแพร่ไปบนอินเทอร์เน็ต ก็มีคนเข้ามาชื่นชมการกระทำที่กล้าหาญของเขาเป็นจำนวนมาก จนประธานสมาคมอุตสาหกรรมอาหารและการจัดเลี้ยงของมณฑลอู่ฮั่น ออกมามอบเงินส่วนตัวให้เป็นรางวัลแก่เขาเป็นจำนวนเงิน 1 แสนหยวน (เกือบ 5 แสนบาท) เพื่อเป็นการให้กำลังใจคนดีและสนับสนุนให้คนในสังคมกล้าที่จะทำความดี  

 2,794

Top