ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมชัยศรีสุทธิยากร"

การเมือง
18 ม.ค. 63

กกต.แจง 4 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรค ยังมีชื่ออยู่ในอนาคตใหม่ ลุ้นส่งศาลรธน.ตีความสิ้นสภาพ

กรณี 4 ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ล่าสุดมีรายงานจาก กกต. ว่าได้รับเอกสารรายงานการเพิ่ม-ลดสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค.- 31 ธ.ค.ปีที่แล้ว ไม่มีการแจ้งการลดลงของสมาชิก ทั้ง 4 คน คือ นางศรีนวล บุญลือ ,น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ,นายจารึก ศรีอ่อน และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา    ขณะที่พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้มีการแจ้งสมาชิกเพิ่ม คือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ,นายจารึก ศรีอ่อน    โดยทางสำนักงาน กกต. จะรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ และรอรายงานมติขับ 4 ส.ส. ที่ทางพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบองค์ประชุมใหญ่วิสามัญสมาชิกพรรค และประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค ว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ และจะมีการแจ้ง กกต.ในสัปดาห์หน้า   ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (9) กำหนดให้ ส.ส.ที่พรรคมีมติขับพ้นจากสมาชิกพรรค ต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ส่วนกรณีของ 4 ส.ส. ครบกำหนดเมื่อวันที่ 16 ม.ค. จึงต้องรอดูว่าในสัปดาห์หน้าหากพรรคอนาคตใหม่แจ้ง กกต.ว่าองค์ประชุมถูกต้อง ต้องพิจารณาว่าต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่นางศรีนวลและ พ.ต.ท.ฐนภัทร ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด จะถือว่าทั้ง 2 คนสิ้นสภาพ   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "เกินกว่าสติปัญญาจะหาคำตอบ กรณีขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ ที่ 2 คน หาพรรคลงได้ ในกรอบ 30 วัน แต่อีก 2 คนไม่กล้าสมัครพรรคใหม่ เพราะเกรงจะพ้นสภาพ เนื่องจากเป็นสมาชิก 2 พรรค   วันนี้จึงมีคนบอกว่า ไม่มี happy ending ทั้ง 4 คนเป็นแน่ หากสองคนแรกได้เพราะหาพรรคทัน สองคนหลังก็หลุดเพราะหาพรรคใหม่ไม่ทัน และหากสองคนแรกหลุดเพราะสมาชิกซ้ำซ้อนสองพรรค สองคนหลังจะได้เนื่องจากยังมีสถานะเป็นสมาชิกพรรคเดิมอยู่   นาทีนี้คง ไม่มีใครร้อนใจเท่า 4 ส.ส.ที่ยังไม่ชัดเจนกับชะตาชีวิตตนเอง   หลักการที่ อ.วิษณุบอกไม่มีใครหลุดสักคนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะเป็นตามนั้น เมื่อพรรคอนาคตใหม่รายงานจำนวนสมาชิกต่อ กกต. และยังยืนยันว่า 4 คนยังเป็นสมาชิก และยังไม่สามารถรับรองได้ว่าการประชุมลงมติมีผลสมบูรณ์หรือไม่   ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองวันนี้ จึงแยกความเห็นเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่า สองคนแรกต้องพ้นสภาพ เพราะเขายังไม่ให้ออกแต่ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอื่น ถือว่าสมาชิกซ้ำซ้อนสองพรรค ซึ่งในระบบการทำงานของ กกต. คือ ต้องดีดออกทั้งคู่   อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า ก็ในเมื่อเขาประกาศให้ออกแล้ว ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องไปหาพรรคใหม่อยู่ใน 30 วัน เมื่อสองคนหลังหาไม่ได้ สองคนหลังก็ควรสิ้นสภาพ   สมัยผมเป็น กกต. จำได้ว่า ระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคการเมือง เป็น online และ real time โดยคอมพิวเตอร์ของพรรคการเมืองจะสามารถเชื่อมต่อกับ server ที่มีฐานข้อมูลสมาชิกรวมของ กกต.ได้ โดย กกต.มอบกุญแจเชื่อมต่อเป็นอุปกรณ์ที่เรียกว่า Token หน้าตาคล้าย thumb drive เมื่อมีอุปกรณ์ตัวนี้ เวลาพรรคจะ key ชื่อผู้มาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ หากเขาเป็นสมาชิกพรรคอื่นยังไม่ได้ลาออก จะ key ข้อมูลสมัครไม่ได้   หรือว่าระบบนี้ วันนี้ เลิกใช้กันแล้ว ให้หันกลับมาใช้ระบบส่งเอกสารทางช้างทางม้าแบบเดิม อันนี้ต้องไปถาม กกต. หรือ รองเลขาฯที่ดูแลด้านกิจการพรรคการเมือง   ช่างมันเถอะ ไม่ว่าท่านจะใช้ระบบอะไร แต่วันนี้เมื่อมีปัญหา กกต.ควรเป็นคนแรกที่ออกมาชี้แจงว่าจะดำเนินการอย่างไร สองคนไหนอยู่ สองคนไหนไป ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างไปหาคำตอบจาก อ.วิษณุ เพราะท่านไม่ใช่ กกต.คนที่ 8   ยิ่งมาบอกว่า รอดทั้ง 4 คน ผมเปิดหลักข้อกฎหมายตามไม่ทันแล้ว เกินกว่าสติปัญญญาจะหาคำตอบให้จริงๆ"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/8U2hx-QtTWc

 8,229
การเมือง
16 ม.ค. 63

กกต.ร่อนเอกสารแจงปม 'สมชัย' ปูด 17 พรรคกู้เงินไม่ต่างจากอนาคตใหม่

จากกรณี รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ออกมาเปิดเผยว่ามี พรรคการเมืองจำนวน 17 พรรคการเมืองนอกเหนือจากพรรคอนาคตใหม่ได้รายงาน กกต. ถึงงบการเงินของพรรคพบว่ามีการกู้เงินในลักษณะเดียวกับพรรคอนาคตใหม่นั้น ล่าสุด มีรายงานว่า จาก กกต. ว่า กกต. กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ และเตรียมออกเอกสารข่าวชี้แจงแล้ว   ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการดำเนินตามกฎหมายพรรคฉบับเก่าที่ค้างการรายงานงบการเงินเนื่องจากถูกคำสั่ง คสช. ห้ามประชุม ทำให้เมื่อ คสช. ปลดล็อกแล้วต้องรายงานต่อ กกต. ในครั้งนี้ด้วย และหากเป็นการยืมภายในกรรมการบริหารพรรคมาใช้ เท่าที่จำเป็นในกรณีจัดตั้งพรรคครั้งแรกซึ่งไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็อาจจะไม่มีปัญหา   ทั้งนี้เวลาต่อมา กกต. ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงยืนยันว่า ตามที่มีการให้ข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองกู้เงินหลายพรรค ตามเอกสารงบการเงินประจำปีของพรรคการเมือง นั้น กกต. ได้ดำเนินการใน 2 รูปแบบ คือ กรณีที่มีผู้ร้องเรียน แบบเดียวพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้พิจารณา ทั้งทางคดีอาญาและคดียุบพรรคการเมืองตามกระบวนการ   ส่วนกรณีที่ไม่มีผู้ร้องเรียนนั้น ตามกระบวนการ ทุกพรรคการเมือง ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี รายงานต่อ นายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งกรณีนี้เมื่อมีคำสั่ง คสช. ปลดล็อกให้พรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และ2560 สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ จึงได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อรับรองงบการเงินของพรรคการเมืองตั้งแต่ปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561   ทำให้ เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง หากตรวจสอบแล้วพบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะได้แจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานต่อไป   ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเก่า กับฉบับปัจจุบัน เรื่องรายได้พรรคการเมือง มีเนื้อหาคล้ายๆ กัน แต่จำรายละเอียดฉบับเก่าไม่ได้ พฤติกรรมการกู้อาจจะเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง เช่น กู้แล้ว ใช้คืนแล้ว จบแล้ว หรืออาจมีบางพรรคที่ยังไม่ได้ใช้คืน อาจจะมีดอกเบี้ยหรือไม่มี อาจมีเอกสารสัญญาหรือไม่มี หรืออาจจะเรียกว่าเป็นลักษณะการยืมเงินทดรองจ่าย ตนไม่สามารถที่จะวินิจฉัยได้ว่าถูกหรือผิดอย่างไร   เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถกู้เงินได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ก็เหมือนกับพรรคอนาคตใหม่เองที่ยังเป็นปัญหาอยู่เลยว่าได้หรือไม่ได้ ต้องให้ศาลวินิจฉัยก่อนจึงค่อยเอาไปเทียบกับกรณีของพรรคอื่น เพราะพฤติกรรมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันอยู่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคดี มีทั้งที่กู้ตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ จึงไม่เหมือนกันทุกคดี บังเอิญเรื่องอื่นยังไม่เป็นคดี ก็ตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZQ2qVi04TXQ

 6,486
การเมือง
15 ม.ค. 63

'สมชัย' งัดเอกสารแฉ มีอีก 17 พรรคกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่

อดีต กกต.สมชัย งัดเอกสารแฉ มี 17 พรรคการเมืองกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่ ชี้หากมีความผิด กกต.โดน 157 ด้วย ฐานไม่กำกับดูแลทั้งที่ทราบเรื่องตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว   รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เผยแพร่เอกสารงบการเงิน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่ามีพรรคการเมืองถึง 18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่ ที่ปรากฎรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงิน ดังนี้   1. พรรคพลังศรัทธา มีรายการเงินกู้ระยะสั้น 300,000 บาท 2. พรรคพลังชาติไทย เงินกู้ระยะสั้น 113,988 บาท 3. พรรคไทยธรรม เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 1,000 บาท 4. พรรครวมพลังประชาชาติไทย เงินกู้จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 5,000,000 บาท 5. พรรครวมใจไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 45,697.86 บาท 6. พรรคอนาคตใหม่ เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 161,200,000 บาท 7. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 226,000 บาท 8. พรรคพลังไทยรักชาติ เงินกู้ยืมหัวหน้าพรรค 85,000 บาท 9. พรรคเมืองไทยของเรา เงินกู้ยืมระยะสั้น 542,750 บาท 10. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เงินกู้ยืมระยะยาว 50,000 บาท 11. พรรคเงินเดือนประชาชน เงินกู้ยืมจากกรรมการ 822,183.70 บาท 12. พรรคไทรักธรรม เงินกู้ยืม กรรมการบริหารพรรค 4,376,000 บาท 13. พรรคพลังประชาธิปไตย เงินยืมจากหัวหน้าพรรค 5,584,290 บาท 14. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เงินกู้ยืม 542,125 บาท 15. พรรคพลังท้องถิ่นไท เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,427,000 บาท 16. พรรคไทยรักษาชาติ เงินยืมจากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 1,738,868.92 บาท 17. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เงินกู้ยืมระยะสั้น 4,216,600 บาท 18. พรรคชาติพัฒนา เงินกู้ยืม 2,000,000 บาท   รศ.สมชัย กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ถือเป็นความปรากฏ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต.ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก   และกรรมการการเลือกตั้งอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่องเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 ที่ลงมติส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับผิดชอบต่อมติที่ตนเองลงด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/S0s2l5mSrWY

 891
การเมือง
15 ม.ค. 63

‘สมชัย’ งัดเอกสารแฉ มี 17 พรรคการเมือง กู้เงินไม่ใช่แค่ ‘อนาคตใหม่’

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ออกมาเปิดเผย รายชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงิน หลัง กกต. ชุดปัจจุบัน ชี้ว่าตามกฎหมายพรรคการเมือง ปัจจุบัน ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ อย่างกรณีของพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือว่าผิดกฎหมายต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และตัดสิทธิการเมือง หรือต้องโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุก เพราะไม่ว่าจะกู้ 1,000 บาท 1 ล้าน หรือ กู้ 100 ล้าน แปลว่า กู้เหมือนกัน   โดย รศ.สมชัย ได้เผยแพร่ เอกสารงบการเงิน ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่พรรคการเมืองทุกพรรคนำส่ง กกต. ภายในเดือน พฤษภาคม 2562 พบว่ามีพรรคการเมืองถึง18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่ ที่ปรากฏรายการเงินกู้ในเอกสารงบการเงิน ดังนี้   1. พรรคพลังศรัทธา มีรายการเงินกู้ระยะสั้น 300,000 บาท 2. พรรคพลังชาติไทย เงินกู้ระยะสั้น 113,988 บาท 3. พรรคไทยธรรม เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 1,000 บาท 4. พรรครวมพลังประชาชาติไทย เงินกู้จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกัน 5,000,000 บาท 5. พรรครวมใจไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 45,697.86 บาท 6. พรรคอนาคตใหม่ เงินกู้จากหัวหน้าพรรค 161,200,000 บาท 7. พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เงินกู้ยืมระยะสั้น 226,000 บาท 8. พรรคพลังไทยรักชาติ เงินกู้ยืมหัวหน้าพรรค 85,000 บาท 9. พรรคเมืองไทยของเรา เงินกู้ยืมระยะสั้น 542,750 บาท 10. พรรคเพื่อชีวิตใหม่ เงินกู้ยืมระยะยาว 50,000 บาท 11. พรรคเงินเดือนประชาชน เงินกู้ยืมจากกรรมการ 822,183.70 บาท 12. พรรคไทรักธรรม เงินกู้ยืม กรรมการบริหารพรรค 4,376,000 บาท 13. พรรคพลังประชาธิปไตย เงินยืมจากหัวหน้าพรรค 5,584,290 บาท 14. พรรคครูไทยเพื่อประชาชน เงินกู้ยืม 542,125 บาท 15. พรรคพลังท้องถิ่นไท เงินกู้ยืมระยะสั้น 1,427,000 บาท 16. พรรคไทยรักษาชาติ เงินยืมจากหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค 1,738,868.92 บาท 17. พรรคประชาธิปไตยใหม่ เงินกู้ยืมระยะสั้น 4,216,600 บาท 18. พรรคชาติพัฒนา เงินกู้ยืม 2,000,000 บาท   รศ.สมชัย กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ ถือเป็น ‘ความปรากฏ’ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต. ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก และ กรรมการการเลือกตั้งอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่อง เงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง และ กกต. 5 ใน 7 ที่ลงมติส่งฟ้องยุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ คงต้องรับผิดชอบต่อมติที่ตนเองลงด้วยครับ   หมายเหตุ   ปี 2557 นายทะเบียนพรรคการเมือง ชื่อ ศุภชัย สมเจริญ ปัจจุบันเป็น รองประธานวุฒิสภา   ปี 2562 นายทะเบียนชื่อ จรุงวิทย์ ภุมมา ปัจจุบันเป็นเลขาธิการ กกต. และสำรองสมาชิกวุฒิสภาอันดับที่ 8  

 2,157
สรุปข่าว
15 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 15 ม.ค.63 พุ่งเป้า3ผู้ต้องสงสัยชิงทอง-แม่ทิ้งลูกเพราะหน้าเหมือนผัวเก่า-ห่วงคนชราล้นประเทศ

-พุ่งเป้าผู้ต้องสงสัยมือกราดยิงชิงทองลพบุรี พบมีหลักฐานใกล้เคียง 3 ราย รายแรกเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด เนื่องจากมีท่าทางการเดินคล้ายกับตัวคนร้าย มีนิสัยชอบยิงปืนและเดินขากะเผลก เพราะเคยประสบอุบัติเหตุบิ๊กไบค์ล้ม ที่ต้องก่อเหตุเพราะติดหนี้พนัน   รายที่สองเป็นบุคคลมีสี และรายสุดท้ายเป็นพลเรือน ซึ่งทั้ง 3 เป้าหมายเป็นคนในพื้นที่ลพบุรีทั้งหมด นักข่าวลงพื้นที่พบร้านขายกางเกงและรองเท้าคล้ายชุดกับที่คนร้ายใส่ โดยเฉพาะรองเท้าเป็นแบบพื้นกันลื่นได้ จนท.นำไปใส่ให้หุ่นจำลองให้ ตร.สังเกตลักษณะคนร้าย   รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวน ระบุคนร้ายเฝ้าดูเราอยู่ ไม่เป็นไร ปล่อยให้เขากบดานไปเดี๋ยวผมจะตามเขาเอง บิ๊กป้อมระบุอีก 1-2 วันได้ตัวแน่ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1. ยังยืนยันไม่ได้ 100% ว่าคนร้ายอยู่ในประเทศหรือออกนอกประเทศไปแล้ว เบาะแสสำคัญมาจากพลเมืองดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เข้าใกล้โจรชิงทอง! จับตา 3 ผู้ต้องสงสัย ลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่น-บุคคลมีสี-พลเรือน   -กรมควบคุมมลพิษ เตือน 16 ม.ค. ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงอีกใน กทม.ปริมณฑล เหตุมวลอากาศเย็นอีกระลอกลงมาปกคลุม ทำให้อากาศนิ่ง แต่หลัง 16 ม.ค.เป็นต้นไป ค่าฝุ่นลดลง รัฐบาลเตรียมใช้ยาแรงกิมจิโมเดล ประกาศห้ามรถวิ่งเขตเมือง วราวุธ รมว.ทรัพยากรฯ ถามสังคมรับได้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลจะเข้มงวด   สตช.เตรียมออกกฎวันคี่ ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปวิ่งถ.วงแหวนกาญจนาภิเษก ส่วนวันคู่อนุญาตให้วิ่งได้ 10.00-15.00 น. ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสด วิ่งได้ทุกวัน ใช้ 2 เดือนจนสิ้นเดือน ก.พ.เตรียมเสนอ ครม.ให้ประกาศใช้ทันที กลุ่มนศ.ยื่นหนังสือจี้นายกฯแก้ปัญหาฝุ่น ที่ผ่านมารัฐบาลเคยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านมาเกือบหนึ่งปี ปัญหากลับซ้ำรอยเดิม ภาครัฐเฉื่อยชา แนะหยุดกิจกรรมทุกชนิดที่สร้างฝุ่น สั่งปิด ร.ร.- โรงงาน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น   นายกฯเยี่ยมชมรถตรวจเคลื่อนที่คุณภาพอากาศ แจงภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะรัฐบาลจริงจังในการแก้ปัญหา ชี้ฝุ่นใน กทม.ส่วนใหญ่มาจากภาคขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุก และปิคอัพ ตั้งด่านสกัดรถควันดำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เตือน 16 ม.ค.ฝุ่นกลับมาฟุ้งอีกครั้ง รัฐบาลจ่อใช้ยาแรง โมเดลเกาหลีใต้ ห้ามรถวิ่งเขตเมือง แก้ปัญหาฝุ่น   -สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. เปิดเอกสารรายชื่อพรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงินหลัง กกต.ชี้ว่าตามกฎหมายพรรคการเมือง ปัจจุบัน ไม่สามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองได้ พบว่ามีพรรคการเมืองถึง18 พรรค รวมพรรคอนาคตใหม่   ถือเป็นความปรากฏ ที่นายทะเบียน ซึ่งเป็น กกต. ต้องรับรู้ และหากพบว่าเป็นความผิดต้องชงเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีมติดำเนินการ หากการกู้เงินเป็นความผิด และมีการปล่อยปละละเลย นายทะเบียนต้องรับผิดชอบเป็นอันดับแรก และ กกต.อาจต้องร่วมรับผิดในฐานะไม่กำกับดูแลงานให้เป็นไปอย่างถูกต้องด้วยกฎหมาย แต่หากไม่ผิด การชงเรื่อง เงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบของนายทะเบียนพรรคการเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมชัย' งัดเอกสารแฉ มีอีก 17 พรรคกู้เงิน ไม่ใช่แค่อนาคตใหม่   -นายกฯตอบถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุง จะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ว่า ก็เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆ ทุกวันทั้งสองฝ่าย ตนได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นสองฝ่าย เพราะไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมืองเลย ย้ำจะไล่หรือจะเชียร์ต้องไม่เกิดความรุนแรง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ชี้วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง ไม่ส่งผลดีประเทศ 'บิ๊กป้อม' ลั่นไม่อยากให้จัดอีก     -เทพไท เสนพงศ์ แถลงโต้บิ๊กป้อม หลังให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์กำหราบ เหตุชอบพูดโจมตีรัฐบาลว่า ตนเองกำลังทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอยู่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีรัฐบาล พลเอกประวิตรต้องเคารพความเห็นต่างของสมาชิก ไม่ใช้ว่าผู้มีอำนาจต้องการอย่างไรแล้วต้องทำตาม จะมาสั่งซ้ายหัน ขวาหันแล้วต้องหันตาม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบรรยากาศทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่ คสช. เป็นผู้กำหนดเอง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับ ส.ส.ทุกคน ยืนยันว่าการแสดงความเห็นของตนเองไม่ได้ทำผิดมติพรรคหรือทำผิดข้อตกลงในการเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด   ด้านบิ๊กป้อมระบุ ตนจะไปเตือนอะไรนายเทพไทได้ แต่บอกว่าเป็นเรื่องของ หน.พรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุย ส่วนเรื่องสั่งซ้ายหันขวาหันได้นั้น ไม่ได้สั่งอะไรเลย เป็นเรื่องของพรรคเขา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เทพไท' โต้ให้เคารพความเห็นต่าง 'บิ๊กป้อม' ปัดโยน ปชป. กำราบปมโจมตีรบ.    -คนร้ายยิงร้านอาหารบ้านดาวล้อมเดือน ถ.ราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กลางวันแสกๆ ห่างจากบ้านพักของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร เพียง 80 ม. เฉลิมชัยย้ำเหตุยิงไม่เกี่ยวกับตน แต่คนอาจเข้าใจผิด เพราะบ้านที่เช่าตั้งอยู่ในเขตเดียวกับร้านอาหาร พบคนร้ายยิงกระสุนทะลุกระจกเกือบโดนหัวพนง.ร้าน ตั้งน้ำหนักความขัดแย้งในร้านอาหาร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เฉลิมชัย' ยันไม่เกี่ยว เหตุกระสุนปริศนายิงร้านอาหาร ใกล้บ้านพัก   -ครม.เป็นห่วงคนชราล้นประเทศ หลังสภาพัฒน์ระบุอีก 30 ปี ไทยจะเหลือแต่หญิงชรา เพราะเสียชีวิตยากกว่าชายไทย อีก 30 ปีข้างหน้าหญิงไทยอายุเฉลี่ย 83 ปี ส่วนชายไทยแค่ 76 ภาคเหนือคนชรามากสุด เสนอรัฐเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ห่วงคนหนุ่มสาวไม่มีเงินดูแลผู้สูงอายุ คนที่เริ่มทำงานต้องเก็บออมรองรับวัยเกษียณ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ห่วงคนชราล้นประเทศ อีก 30 ปีเหลือแต่หญิงไทยสูงอายุ ชี้ตายยากกว่าผู้ชาย   -แม่ทิ้งลูกหน้าสถานสงเคราะห์เปิดใจ รักลูกไม่มากพอที่จะเลี้ยงต่อ ฝังใจลูกสาวหน้าเหมือนสามีเก่า อ้างโมโหร้ายฝืนเลี้ยงต่อไปคงต้องตีลูกตาย ถามแล้วลูกไม่อยากอยู่ด้วย อยากไปอยู่สถานสงเคราะห์ ยอมรับเป็นคนตีลูกเอง ไม่เกี่ยวกับสามีใหม่ ญาติสามีใหม่เอือมระอาลั่น หมามันยังรักลูกเลย แฉทุบตีลูกประจำ เคยจับลูกโยนลงหน้าต่างสูงเกือบ 2 เมตร พอไปห้ามกลับถูกด่าว่าลูกหนูอย่ามายุ่ง ส่วนน้องออมสินล่าสุด คนแห่รับเป็นลูกบุญธรรม นางชญาณ์พิมพ์ ชินปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิสุขใจ ขอรับเป็นบุตรบุญธรรมคนที่ 16 จะเลี้ยงดูอย่างดี ซึ่งขณะนี้เด็กยังไม่ร้องหาแม่แม้แต่ครั้งเดียว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่เซ็นยกลูกให้บ้านพักเด็ก ไม่ขอนำมาเลี้ยงอีก อ้างโมโหร้าย ฝืนเลี้ยงต่อคงตีลูกตาย คนแห่ขอรับเป็นลูกบุญธรรม   -ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมแฉผับดังเมืองหนองแค จ.สระบุรี เปิดให้บริการไม่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชน มีวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาเที่ยว แถมยังอ้างมีห้องสำหรับปาร์ตี้ยาเสพติด แถมโพสต์คลิปของผู้หญิงอยู่ในห้องน้ำ ด้านเจ้าของร้านดังกล่าวโต้กลับ บอกผู้หญิงที่มาเสพยาในร้านทางร้านยอมรับว่ารู้จัก ตอนนั้นตี 4 ร้านปิดแล้ว เชื่อจงใจจัดฉากสร้างเรื่องกลั่นแกล้ง ทำให้ร้านเสียหาย ประกาศให้เงินรางวัลนำจับผู้หญิงรายนี้ 5 หมื่นบาทจะได้รู้เบื้องหลัง คาใจทำไมปธ.ชมรมนี้ปกป้องคนเสพยา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจ้าของผับสระบุรีแฉกลับ 'อัจฉริยะ' จัดฉากสาวเสพยา โดนขู้ให้ลบคลิป    -รวบคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองให้ห้างบิ๊กซี อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ กวาดทองไปกว่า 163 บาทเมื่อปลายปีที่แล้ว คนร้ายใช้วิธีโรยตัวจากบนหลังคา แล้วไปซ่อนตัวอยู่ในห้าง ก่อนจะเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านทอง ได้ทองไปคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้าน 8 แสนบาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกกว่า 300,000 บาท รับสารภาพว่า ได้รู้จักกับคนภายในห้างฯ ผ่านทางเฟชบุ๊ก จากนั้นก็ติดต่อกัน จึงเริ่มวางแผนที่จะชิงทอง   โดยคนที่ติดทางเฟชบุ๊ก ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และตนได้สัญญาว่าถ้าได้ทองจะแบ่งให้ส่วนหนึ่ง คนในห้างจึงบอกช่องทางและวิธีหลบซ่อนอยู่ในห้าง ก่อนจะลงมือขโมยทองในตู้เซฟได้สำเร็จ หลังจากนั้นต่างคนต่างปิดเฟชบุ๊ก ไม่รู้จักกันอีกเลย ตร.ได้เบาะแสจากร้านทองที่เอาไปขาย ขณะจับกุมเจอคนร้ายนั่งข้างทางเสพยาบ้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว โจรชิงทองบิ๊กซีบุรีรัมย์ ใช้เทคนิคติดต่อคนใน บอกช่องทางโรยตัว ได้ทองไป 163 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vuXlNqjGHwE

 8,116
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้โละทิ้ง สว.ที่มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ว่า จะเสนอโละทิ้งอะไร ก็ให้ว่าไป เป็นเรื่องของประธานสภา จึงอยากให้ไปถามนายชวน หลีกภัยเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษารายละเอียด ว่าจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดแล้วแต่สภาฯ เรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายชวน การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็น ส.ว. เพราะต้องการให้เหล่าทัพได้ติดตามงานในสภาฯที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพื่อนำไปชี้แจงกับกำลังพลในกองทัพ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติ อีกทั้งยังได้ทำงานร่วมกับ ส.ว. และ ส.ส.ด้วย แต่ถ้าสภาฯเห็นชอบต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนทหารไม่ได้เกี่ยวข้องและคงไม่ต้องเรียกมาพูดคุย   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุส่วนตัวจะเสนอให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมของคณะ กมธ.เพื่อจะได้สะท้อนข้อมูลทั้งสองด้านให้สังคมเห็นว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยประเด็นใดอย่างไร ป้องกันไม่ให้แสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียว และไม่ควรปลุกกระแสให้เกิดความขัดแย้ง และจะเสนอเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะขาดเหตุผลความจำเป็น ที่สำคัญจะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ที่สังคมจะได้ คิดว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรแก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่า เอาเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและสังคมยอมรับว่าควรต้องแก้ไข เทียบเคียงกับการแก้ไขประมวลกฎหมาย เช่น ประมวลรัษฎากรหรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการออกแบบ ส.ว. ที่ให้มีข้าราชการประจำ 6 คน เป็น ส.ว.โดยตำแหน่งว่า มีประเด็นน่าพิจารณาหลายประการ คือ   1.หก ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งการเป็น ผบ.หน่วยคุมกำลัง เป็นข้าราชการประจำ ศักดิ์ศรีมิได้แตกต่างกับปลัดกระทรวงอื่นหรือตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่สำคัญไม่น้อย 2.หก ส.ว.ดังกล่าวเป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชนนั่งสองเก้าอี้ รับเงินเดือนสองทาง ข้ามเส้นแบ่งไปมาระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ด้วยความสำคัญของงานประจำ จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถทำงานในหน้าที่ ส.ว.ได้เต็มที่และเต็มเวลา   3.การอ้างเหตุว่าออกแบบมาเพื่อป้องกันการรัฐประหารไร้เดียงสายิ่ง จะอยู่นอกหรือในสภาฯหากคุมกำลังก็ทำรัฐประหารได้ ในอดีตขนาดนายกฯมีอำนาจเต็มยังรัฐประหารตัวเอง เพราะเบื่อสภาฯได้   4.ข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯที่ให้ทบทวน 6 ส.ว.จากข้าราชการประจำ เป็นข้อเสนอบนการปกครองแบบประชาธิปไตยสากล มุ่งให้มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองสมควรพิจารณายิ่ง อย่าหลับหูหลับตาเชียร์ฝ่ายใด จนลืมหลักการ หรือบอกให้ทนๆแค่ 5 ปี เพราะแต่ละวันแต่ละเดือนที่ผ่าน ประเทศล้วนมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0MWkACCdD0

 971
การเมือง
20 ธ.ค. 62

จับตาปธ.กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ - ฝ่ายค้านเล็งแก้ ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.

ภายหลังมีมติที่ประชุมสภาฯ ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาแล้ว 49 คน แบ่งตามสัดส่วน โดยมีการกำหนดกรอบการศึกษา 120 วัน นั้น   โดยมีการคาดหมายกันว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษารัฐมนตรี จะเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ เข้าพบนายกฯ    ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อม ถ้าที่ประชุมมีมติ ก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าจะไม่แตกต่างจากกมธ.ชุดอื่น    ส่วนอีกเชื่อที่น่าจับตา ในส่วนของโควตาพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการบริหารเครือเนชั่น ที่นั่งประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่ทราบไม่รู้จัก ไม่ได้เป็นคนเสนอรายชื่อ และไม่ทราบใครเป็นผู้เสนอ แต่สื่อสามารถเป็นได้ และมีการเชิญบุคคล มาเป็น กมธ .หลากหลายทุกมิติ    ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี มีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสื่อ เป็นรายชื่อกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญสัดส่วนรัฐบาล โดยเชื่อว่าจะไม่เป็นสายล่อฟ้า เพราะทุกคนย่อมมีประสบการณ์ ดังนั้นขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน เพราะทุกคนอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งน่าจะมองเป็นนเรื่องที่ดี ที่ทำประโยชน์ ให้ประเทศ เพราะศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการความคิดเห็นที่หลากหลายดังนั้นแม่จะเห็นรายชื่อแล้ว ยังไม่ทันลงแข่งขัน ก็ขอโอกาสให้ได้ลงสนามก่อน สัก 1-2 แมต เช่นเดียวกับการทำงานก็ต้องขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน รมนูญ ชี้ กมธ.ต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี มีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสื่อ เป็นรายชื่อกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญสัดส่วนรัฐบาล  โดยเชื่อว่าจะไม่เป็นสายล่อฟ้า เพราะทุกคนย่อมมีประสบการณ์    ดังนั้น ขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน เพราะทุกคนอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งน่าจะมองเป็นนเรื่องที่ดี ที่ทำประโยชน์ ให้ประเทศ เพราะศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย    ดังนั้นแม้จะเห็นรายชื่อแล้ว ยังไม่ทันลงแข่งขัน ก็ขอโอกาสให้ได้ลงสนามก่อน สัก 1-2 แมต เช่นเดียวกับการทำงานก็ต้องขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน นายเทวัญ ยังพร้อมเปิดรับ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากสนใจ เพราะทุกคนคือเพื่อน ส.ส. ที่เคยทำงานร่วมกันในสภา   ขณะที่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชี้แจงถึงเหตุผลที่พรรคได้เสนอชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. เป็นกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยมีจำนวนส.ส.น้อย และต้องทำงานทั้งในสภาและนอกสภา ดังนั้นหากให้.สส.เป็นกรรมาธิการทุกคณะ ก็อาจทำให้การทำงานสะดุดได้ จึงได้พิจารณาหาบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมาธิการแทน ซึ่งนายสมชัยถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นบุคคลคุณภาพ และมีแนวคิดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่ตรงกับพรรค   พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังเชื่อว่า เมื่อมีคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้ว จะทำให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญได้บ้างในบางมาตรา แม้ว่าเสียงของฝ่ายค้านจะน้อยกว่ารัฐบาลก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่ได้เริ่มต้นศึกษาเลย ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ว่าตั้งใจจะทำงานเพื่อประชาชนหรือไม่   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่าพร้อมที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญที่ออกแบบพิกลพิการ ร่างตามความปรารถนาของคนบางคน เพียงมุ่งหวังประโยชน์การครองอำนาจ มากว่าจะเป็นรธน.ที่ดี เป็นธรรมเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย    ขณะที่ฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง บอกว่า ในส่วนของฝ่ายค้านเรื่องการแก้รธน. ประเด็นเล็กประเด็นน้อยคงจะไม่พูด จะมุ่งแก้มาตรา 256 มาตรานี้เพื่อให้มีการตั้ง ส.ส.ร.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WR7UXgzSR0g

 454
การเมือง
12 ธ.ค. 62

'สมชัย' โพสต์เตือน กกต. วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่โดยมิชอบ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ลงมติเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ จากปมเงินกู้ 191 ล้านบาท   นายสมชัยโพสต์ข้อความว่า 5:2 มติเสียงข้างมากในฤดูหนาว   อ่านข่าวแจก 8 บรรทัดของ กกต.แล้ว จะเห็นว่าการลงมติของ กกต. ไม่พยายามพูดถึง เงินกู้เป็นเงินบริจาค เพราะเงินกู้คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินบริจาค ดังนั้น จึงไม่สามารถไปเอาความผิดพรรคอนาคตใหม่ว่าไปรับเงินบริจาคเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ เหตุผลจึงออกมาในการอิง มาตรา 72 ของ พรป.พรรคการเมือง   แต่หากพิจารณาสาระของ มาตรา 72 จะอยู่ที่ เงินที่บริจาคที่ “ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ไม่ใช่เรื่องบริจาคเงินเกินกว่า กฎหมายกำหนด   สาระของมาตรานี้ จึงเป็นการห้าม “เงินสกปรก” ที่จะเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมือง เช่น เงินบ่อน เงินซ่อง เงินค้าอาวุธสงคราม เงินค้าของหนีภาษี ฯลฯ ไม่ว่าจะบริจาคสักกี่บาทก็ตาม ถือว่า ห้ามรับ เพราะเป็นการเอาเงินธุรกิจสีเทามาสนับสนุนฝ่ายการเมือง   คำถามจึงกลับไปที่ กกต.ว่า “แน่ใจแล้วหรือที่ใช้มาตรานี้ ในการจัดการกับพรรคอนาคตใหม่ ท่านรู้แล้วใช่ไหมว่าเงินที่มาให้กู้เป็นเงินสกปรก”   ความหนาวจึงมาเยือน กกต.เสียงข้างมากที่ลงมติ หากจะมีการร้องกลับว่า กกต.ใช้วินิจฉัยโดยมิชอบ เพราะหาก กกต.ผิดจริง ความผิดจะตกกับเสียงข้างมากที่ลง ส่วน 2 เสียงที่ลงมติ นั้น ถ้า 5 เสียงถูกต้อง เขาไม่ได้ผลกระทบอะไร แต่ 5 เสียงผิด เอกสารการลงมติจะช่วยยืนยันว่า เขามิได้เห็นด้วยในเรื่องนี้   มติข้างน้อยที่ลง จึงเป็นเครื่องอำนวยให้อบอุ่นในหน้าหนาวนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IBIrVBYPlN8

 5,091
การเมือง
21 พ.ย. 62

'สมชัย' โพสต์ให้จับตา 60 ส.ส.คิวต่อไป ปมถือหุ้นสื่อ บรรทัดฐานเดียวกับ 'ธนาธร' หรือไม่

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการโพสต์ข้อความหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พ้นสภาพการเป็นส.ส.จากกรณีการถือครองหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด ว่า   "กรณี ธนาธร   1. การพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 หมายความว่า ธนาธร มีสถานะเป็น ส.ส. เป็นเวลา 2 เดือน นับแต่วันเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ดังนั้น เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ในช่วง 2 เดือนนั้น ยังคงเป็นไปตามสิทธิ   2. หลัง 23 พฤษภาคม 2562 หากได้รับสิทธิประโยชน์ใด ต้องคืนให้แก่ราชการ   3. ศาลรัฐธรรมนูญ มิได้ตัดสิทธิการเมืองใด ดังนั้น การทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และกรรมาธิการวิสามัญ จึงยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้   4. คุณสมบัติที่ขัดต่อการสมัคร เป็นผลต่อการสมัครครั้งที่ผ่านมา หากมีการสมัครครั้งใหม่ และได้แก้ไขเรื่องคุณสมบัติแล้ว ก็สามารถกลับมาสมัครได้   5. ความต่อเนื่องในเรื่องนี้ คือ คดีอาญาที่ กกต. ต้องดำเนินการต่อ ตามมาตรา 151 ของ พรป.ส.ส. สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังสมัคร ซึ่งโทษอาญา มีทั้งจำคุก และตัดสิทธิในการเลือกตั้งถึง 20 ปี   6. ท่อนคำวินิจฉัยที่น่ากลัวที่สุด คือ "หากยังมีสถานะเป็นบริษัทที่จดแจ้งว่าทำสื่อ แม้ปัจจุบันไม่ทำสื่อ ก็มีโอกาสทำได้ ก็ถือเป็นสื่อ" ดังนั้น อีกกว่า 60 ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่มีบริษัทที่แม้ไม่ได้ทำสื่อ แต่ในหนังสือจดบริคณห์สนธิ ระบุว่า สามารถทำสื่อได้ จะถูกบรรทัดฐานนี้ในการวินิจฉัยแบบเดียวกันหรือไม่   ฤดูหนาวกำลังมาเยือน Winter is coming" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0Kfv2Nv8nMU

 5,091
การเมือง
03 ต.ค. 62

'สมชัย' แฉขบวนการปริญญาปลอม 'เสรีพิศุทธ์' จี้ 'ธรรมนัส' ลาออก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาให้ข้อมูลเรื่องวุฒิปริญญาเอกปลอมของ ร.อ.ธรรมนัส   นายสมชัยชี้แจงตอนหนึ่งว่ามหาวิทยาแคลิฟอร์เนียที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุได้วุฒิปริญญาเอก ไม่ใช่มหาวิทยาลัยแต่เป็นบริษัทจดทะเบียนธุรกิจประเมินวิทยฐานะเพื่อออกใบรับรองว่าหลักฐานที่ผู้จบการศึกษาส่งไปเทียบเท่าเป็นปริญญาอะไรได้บ้าง เอกสารที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียออกให้จึงไม่ใช่ปริญญาเอก   จากการตรวจสอบพบว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนไฮสคูล ไม่ได้เปิดการเรียนการสอนจริง ทั้งเคยถูกรัฐแคลิฟอร์เนียฟ้องเรื่องการจดทะเบียนเป็นมหาวิทยาลัยถูกสั่งปรับมาแล้วในศาลชั้นต้นและอุทธรณ์สู้คดีได้รับลดหย่อนค่าปรับ   นายสมชัยให้สัมภาษณ์ว่ามาให้ข้อมูลต่อ กมธ.เพื่อเสนอปัญหาค้าวุฒิการศึกษาปริญญาเอกต่างประเทศปลอมในประเทศไทย มีคนจำนวนมาก ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ พระภิกษุสงฆ์ ถูกหลอกเสียเงินไปกับการซื้อปริญญาเอกปลอม เพราะอยากได้คำว่า ดร.นำหน้า ในประเทศไทยมีขบวนการอ้างตัวเป็นนักวิชาการใช้ตำแหน่ง ดร. ศาสตราจารย์ มาหลอกลวงมีผู้เสียหาย   กรณีรัฐมนตรีคนหนึ่งได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ความจริงเป็นการจบจากมหาวิทยาลัยในหมู่เกาะแปซิฟิก ส่วนตัวเชื่อว่ารัฐมนตรีคนดังกล่าวไม่อยู่ในฐานะจำเลยไม่มีเจตนาหลอกลวงบอกกล่าวเท็จ แต่เป็นผู้เสียหายที่ถูกขบวนการทำธุรกิจประเภทนี้หลอกลวง ดังนั้นควรไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดขบวนการหลอกลวง และแก้ไขวุฒิการศึกษาให้ถูกต้อง มิให้ถูกมองเป็นเรื่องการนำหลักฐานเท็จเข้าสู่ระบบราชการ     ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุว่า อยากฝากไปยัง ร.อ.ธรรมนัสว่าหากรู้ตัวให้ลาออกได้แล้ว ขอให้พิจารณาตัวเองได้แล้ว หาก กมธ.ตรวจสอบต่อไป ร.อ.ธรรมนัสอาจต้องรับผิดชอบทางคดีอาญา หลักฐานถือว่าชัดเจนแล้วทั้งเรื่องยาเสพติดและวุฒิการศึกษา   แต่ยังเป็นเพียงข้อมูลดิบจึงต้องขอเอกสารข้อมูลที่ถูกต้องให้เป็นที่ยอมรับ อยู่ระหว่างประสานข้อมูล เท่าที่ทราบ ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ถูกดำเนินคดียาเสพติดแค่ครั้งเดียว แต่ก่อนหน้านี้ปี 2531 เคยถูกดำเนินคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียมาแล้ว แต่เวลาแถลงข่าวนำสองเรื่องมาปนกันให้หลายคนงงเล่น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RobxL8WjZSA

 1,077
การเมือง
17 ก.ย. 62

'สมชัย' แนะ 4 ข้อ หาทางลงให้ 'ธรรมนัส' ปมวุฒิการศึกษา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “แก้ทางให้ รมช.ธรรมนัส” ใจความว่า   1.อย่าพูดเด็ดขาดว่าจบจากมหาวิทยาลัย California University ทุกคนรู้แล้วว่าไม่ใช่มหาวิทยาลัยเป็นเพียงหน่วยงานเอกชนที่รับงานเทียบวิทยฐานะให้แก่คนชาติอื่นที่ไม่ใช่อเมริกาเท่านั้น (เขาเขียนไว้ในวัตถุประสงค์ของเขาชัดเจน)   2.สำหรับการจบมหาวิทยาลัยคาลามัส แห่งวานูอาตูแล้วมาพบภายหลังว่าเป็นมหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ ต้องแจ้งความเอาผิดกับผู้ชักชวนให้เรียน รวมถึงสำนักงานตัวแทนที่อยู่ในไทยด้วยว่าเข้าข่ายหลอกลวง ไม่มีส่วนรู้เห็น   3.ควรให้สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาเปลี่ยนประวัติการศึกษาปริญญาเอกของท่านกลับเป็นจบจากมหาวิทยาลัยคาลามัสเช่นเดิม ให้สอดคล้องกับหลักฐานการศึกษา มิเช่นนั้นอาจมีผู้เอาผิดว่ากระทำการหลอกลวงให้สังคมเข้าใจผิดได้   4.การขอคืนปริญญา (ไม่รู้ทำได้หรือไม่ เพราะมหาวิทยาลัยไม่รู้อยู่ไหน) อาจเป็นหนทางที่ดีอีกหนทางหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ตามมากับผลงานวิทยานิพนธ์ที่ท่านได้จัดทำ หากมีผู้พบภายหลังว่ามีกระบวนการจัดทำที่ไม่ถูกต้อง อาจมีปัญหาวกกลับมาถึงตัวท่านได้อีกในอนาคต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6lo88zknXfA

 4,969
การเมือง
11 ส.ค. 62

'เสรีพิศุทธ์' จับผิด 'บิ๊กตู่' ปมถวายสัตย์ฯ - ฝ่ายค้านจี้นายกรับผิดชอบ ชี้ความผิดสำเร็จแล้วถ้าจะลาออกสามารถทำได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เคยนำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในปี 2557 2559 และปี 2560 แต่ก็ไม่เคยปรากฎว่าจะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และทุกครั้งข้อความที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณ จะถูกพิมพ์เป็นเล่มถืออยู่ในมือ แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณในครั้งนี้ ข้อความที่จะถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเพียงกระดาษพิมพ์แผ่นเล็ก ๆ โดยไม่ปรากฎถ้อยคำประโยคสุดท้าย "ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"   ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ฯ โดยหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋า พร้อมข้อความระบุว่า   "น่าแปลกใจที่การถวายสัตย์ปฏิญาณตนของพลเอกประยุทธ์เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 เหตุใด จึงไม่มี จนท.ของสำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำคำถวายสัตย์ ใส่แฟ้ม เพื่อให้นายกฯอ่าน เหมือนทุกครั้ง   จากภาพจะเห็นว่า นายกฯ เอามือซ้ายล้วงกระเป๋าหยิบกระดาษโน้ต ขนาดประมาณ ครึ่ง A4 ที่พับไว้ออกมาอ่าน ให้ ครม.ทั้งชุดกล่าวตาม   เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คุณดิสทัต โหตระกิต ควรออกมาชี้แจงสังคมด้วย หรือสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายบกพร่องที่ไม่ดูแลให้ดีเอง จึงกลายเป็นข้อผิดพลาดให้นายกฯกระทำการในสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญระบุไว้ในมาตรา 161"   ขณะที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมายอมรับว่ากำลังแก้ปัญหาอยู่ ขอรับผิดชอบเรื่องการถวายสัตย์ฯไม่ถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว แม้จะมาในช่วงเวลาที่สายเกินไป แต่ก็ถือเป็นใบเสร็จสำคัญว่าความผิดสำเร็จแล้ว การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ทำให้การเข้ารับตำแหน่งไม่สมบูรณ์ครบถ้วนตามไปด้วย จึงเกิดเป็นประเด็นปัญหา ความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่เหนือกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย หาก พล.อ.ประยุทธ์ และครม.จะรับผิดชอบโดยการลาออก ในสิ่งที่กระทำไม่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/IAwagrA-dT4

 60,196
การเมือง
05 ส.ค. 62

'กษิต-สมชัย' ร่วมเวทีอนาคตใหม่เปิดเวทีเสวนา แก้รธน.

พรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมคิกออฟรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเวทีสานเสวนา เรื่อง "จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่: ประเทศไทยแบบไหนที่เราอยากอยู่ร่วมกัน" ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรก ผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันให้ส.ว. ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ โดยได้เชิญนักการเมืองและนักวิชาการร่วมเสวนาหาทางออกร่วมกัน อาทิ     นายกษิต ภิรมย์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่าปัญหาของประเทศไทยคือไม่หยึดหลักกฎหมาย เนื่องจากอำนาจอยู่กับชนชั้นนำมาโดยตลอด ทำให้มีระบบอุปถัมถ์ เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นที่ตั้ง ทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซงได้ง่าย     ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลใดก็ตามรวมถึงรัฐบาลนี้จะมีโจรเข้ามาแฝงในคาบโจรการเมือง เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจโดยมิชอบ กลั่นแกล้งข้าราชการประจำ โกงกินบ้านเมือง ไม่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นสิ่งสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ คือการแก้ปัญหาความล้มเหลวของหลักนิติรัฐนิติธรรม เพราะต่อให้รัฐธรรมนูญดีขนาดไหน แต่ผู้นำไปใช้ไม่อยู่ในหลักนิติธรรมนิติรัฐก็เกิดความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เป็นเพียงคู่มือปฏิบัติราชการของรัฐบาลชุดนี้เท่านั้น   นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกร่างมาจาก “ ความกลัว ความอยาก และความเขลา”คือกลัวนักการเมืองชนะ -อยากสืบทอดอำนาจ -เขลาเพราะร่างด้วยความไม่รู้ถึงอดีตและอนาคตดังนั้นหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญไม่สร้างระบบการเมืองที่น่าไว้วางใจ ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง     ซึ่งการออกแบบรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ คือการสงวนอำนาจไว้เพื่อให้อยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น ไม่ได้เพื่อประชาชนทั้งประเทศ แต่ก็ยอมรับว่าเส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยาก แต่ขอทุกคนอย่าท้อ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นกติกาเพื่อความความเป็นธรรมให้คนในสังคมเชื่อความขัดแย้งที่มีอยู่ในขณะนี้จะลดลง ขณะเดียวกันต้องมีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลได้   นอกจากนี้นายสมชัย ยังระบุด้วยว่าเป้าหมายของรัฐธรรมนูญคือการให้ทุกคนในประเทศปฏิบัติตามภายใต้กรอบกฎหมาย อาทิ การถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะรัฐมนตรี ก็ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อถูกทักท้วงก็มีคนในรัฐบาลออกมาแก้ต่างว่า “ไม่เป็นไร อย่าถาม ไม่ควรรู้” ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นข้อยกเว้นเสมอสำหรับรัฐบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0WM0bHVQVc4

 1,734
การเมือง
05 มิ.ย. 62

ลูกพรรค ปชป.ทยอยลาออก จ่ออวสานกลุ่มนิวเดม หลังมติพรรคร่วมขั้ว พปชร.

จากการที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จากการลงคะแนนลับ 61 ต่อ 16 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และบัตรเสีย 1 เสียง   ทำให้มีสมาชิกบางรายไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว จึงประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะกลุ่ม New Dem ได้แก่ ไฮโซลูกนัท-ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย, นายพริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ทายาทของหลวงเสรีเริงฤทธิ์, นัฏฐิกา โล่ห์วีระ, ทัดชนม์ กลิ่นชำนิ รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.   และล่าสุด ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน โดยให้เหตุผลถึงอุดมการณ์ที่ต่างกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4lhkQt5DDfQ

 12,162
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
05 มิ.ย. 62

ลูกพรรค ปชป.ทยอยลาออก จ่ออวสานกลุ่มนิวเดม หลังมติพรรคร่วมขั้ว พปชร.

จากการที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จากการลงคะแนนลับ 61 ต่อ 16 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และบัตรเสีย 1 เสียง   ทำให้มีสมาชิกบางรายไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว จึงประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยเฉพาะกลุ่ม New Dem ได้แก่ ไฮโซลูกนัท-ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย, นายพริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ทายาทของหลวงเสรีเริงฤทธิ์, นัฏฐิกา โล่ห์วีระ, ทัดชนม์ กลิ่นชำนิ รวมถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.   และล่าสุด ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน โดยให้เหตุผลถึงอุดมการณ์ที่ต่างกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4lhkQt5DDfQ

 12,162

Top