ค้นหา :

ผลการค้นหา "หอการค้าไทย"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 ก.ย. 62

ดัชนีความเชื่อมั่น ส.ค.ต่ำสุดรอบ 19 เดือน จากศึกนอก-ศึกในรุมเร้า แต่เอกชนเชื่อไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ 46.5 ลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ของปี เอกชนรอดูเม็ดเงินจากภาครัฐลงสุด   ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ 46.5 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ของปี โดยมีปัจจัยลบจากสภาพัฒน์ฯ เผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปี 2562 ขยายตัว 2.3% ซึ่งเติบโตต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี   ความยืดเยื้อของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, ปัญหาขัดแย้งของประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่อินเดียกับปากีสถาน เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น และการประท้วงในฮ่องกง, เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งมากสุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกของไทย, ดัชนีหุ้นเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ตลอดจนสถานการณ์ภัยธรรมชาติทั้งแล้งและน้ำท่วม   อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากไตรมาส 2/62 ขยายตัวเพียง 2.3% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยปัจจัยที่ทำให้เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เช่น รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่ภาคเอกชนและประชาชนทุกภูมิภาคคาดว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยได้   หากเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจรวดเร็วมากถึง 100,000-150,000 ล้านบาทภายในปี 62 จากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งสิ้นกว่า 300,000 ล้านบาท และเงินจากโครงการประกันรายได้ 50,000-60,000 ล้านบาท   ทั้งนี้ ศูนย์ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดขยายตัวในระดับ 2.6% แต่เมื่อมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการประกันรายได้เกษตรกร คาดว่าจะทำให้ขยายตัวได้เป็น 3-3.2% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z4OAE4Q2hI8

 529
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
06 ก.ย. 62

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.62 ลดต่ำสุดในรอบ 33 เดือน ห่วงการเมืองไร้เสถียรภาพ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 73.6 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เเละต่ำสุดในรอบ 33 เดือน และสำหรับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.1 ต่ำสุดในรอบ 17 ปี 10 เดือน   โดยดัชนีปรับตัวลดลงทุกรายการ ทั้งโอกาสการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เเม้จะมึมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยบวก และน่าจะส่งผลทางจิตวิทยา แต่ก็ไม่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ และคาดว่าดัชนีจะลดลงอีก จากผลกระทบของพายุโพดุล ที่เข้ามาซ้ำเติม และสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศ จากเดิมที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอยู่เเล้ว ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอ ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงต่อเนื่อง   นอกจากนี้ยังมีดัลชนีความสุขลดลง เพราะกังวลความเสถียรภาพทางการเมือง โดยมีดัชนีอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 64 เดือน นับตั้งแต่พฤษภาคม 2557   โดยหอการค้าไทย เเนะเร่งเรียกความเชื่อมั่น ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา ที่ต้องเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบโดยเร็ว และดูเเลเรื่องหนี้ครัวเรือนที่กำังเป็นปีญหาในขณะนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/05i4BFq39sQ

 794
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ก.ค. 62

หอการค้าชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.62 ลดสู่ระดับต่ำสุด ตั้งแต่มี คสช.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2562 ลดลงมาจากระดับ 76.4 มาอยู่ที่ 75.0 เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน   เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต ซึ่งการเมืองเป็นปัจจัยที่คนกังวลมากที่สุด เห็นได้ชัดจากดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่พ.ค.2557 ซึ่ง เป็นช่วงที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ   อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดทรงตัวระดับต่ำ ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ของปีนี้   อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปีนี้จะมีโอกาสขยายตัวได้ร้อยละ 3.5 หากหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วมีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดเร็ว เพราะผู้มีรายได้น้อยมักใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว   นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ก็ต้องอัดฉีดการท่องเที่ยว หลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท   ขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่ารัฐบาลควรใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนนโยบายทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอาจจะลดดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 แล้วประเมินสถานการณ์ก่อนพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท จะสามารถกระตุ้น GDP ได้ร้อยละ 0.5 - 0.7   ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 2.5 ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะยังไม่ปรับประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจ ของรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน โดยยังคงมองว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ร้อยละ 3.5 และการส่งออกมีโอกาสขยายตัวเป็นบวกได้ที่ร้อยละ 0.5          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/QdPnKhuOX94

 1,525
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
21 มิ.ย. 62

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ พ.ค.62 ลดต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เหตุการเมืองขาดเสถียรภาพ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ ในเดือน พ.ค. 2562 ซึ่งทำการสำรวจจากสมาชิกหอการค้าภูมิภาคทั่วประเทศ 370 ตัวอย่าง พบว่า อยู่ที่ระดับ 47.4 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 15 เดือน ลดลงจาก 47.8 ในเดือนก่อนหน้า และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แล้ว   ซึ่งผู้ประกอบการในทุกภูมิภาค รวมทั้งกรุงเทพฯ มีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยลดลง สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลต่อการจัดตั้งรัฐบาล การเมืองขาดเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ปัญหาสงครามการค้ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การส่งออกลดลง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กดดันให้กำลังซื้อในภูมิภาคลดลง   โดยจากภาพรวมของดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยล่าสุด สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในภาวะซึมตัว ทุกภาคมีปัญหาตรงกันคือราคาสินค้าเกษตร ทั้งนี้หากการเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อย มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วงเดือน ก.ค. - ส.ค. 2562 มีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลควรมุ่งเน้นเข้าไปดูแลภาคเกษตรและการท่องเที่ยว เพราะหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น จะพยุงให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังโตได้ 3.8-4 % และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้ 3.5 % ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gQ2x_EfgMEs

 579
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
17 พ.ค. 62

แบงก์ชาติยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเอาเปรียบสหรัฐฯ หอการค้าหั่นเป้า gdp ไทยปี 62 เหลือ 3.5%

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เตือนอย่าตกใจ กรณีสหรัฐฯจัดไทยอยู่ในประเทศแทรกแซงค่าเงิน ยันไม่ได้ปั่นค่าเงินเพื่อหวังการค้า แต่ต้องดูแลเพื่อลดความผันผวนเท่านั้น ย้ำไม่มีผลต่อการทำนโยบายการเงิน ชี้หากมีรายชื่อจริง น่าจะมาจากเหตุผล ที่ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดระดับสูง และเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯในระดับสูง   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีข้อเสนอแนะว่าทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความมั่นใจ ขณะที่แบงก์ชาติต้องบริหารค่าเงินบาท ไม่ให้แข็งค่าเกินไป หรือให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง ค่าเงินบาทที่เหมาะสมคือ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ   นอกจากนี้หอการค้าไทยยังหั่นเป้าประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 62 หรือ GDP ลงเหลือ 3.5% จากเดิม 3.8% จาก 6 ปัจจัย ได้แก่ สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, เศรษฐกิจจีนชะลอกว่าที่คาด, ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก, ความขัดแย้งทางการเมือง, ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และปัญหาการเมืองในตะวันออกกลาง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RIjbeBNZvY4

 888
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 พ.ค. 62

หอการค้าไทย สำรวจเงินสะพัด 5 หมื่นล้านช่วงเปิดเทอม พ่อแม่ยอมจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะพุ่ง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจการประเมินผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมว่า คาดจะมีมูลค่าการใช้จ่ายทั่วประเทศ 54,972 ล้านบาท สูงสุดตั้งแต่เริ่มทำผลสำรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน   เนื่องจากผู้ปกครองซื้อสินค้าจำนวนชิ้นเพิ่มขึ้น ประกอบกับรัฐบาลช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบุตรหลานด้านค่าเล่าเรียนผ่านบัตรคนจน ทำให้มีการนำเงินมาจับจ่ายเพิ่มขึ้น และการแข่งขันด้านการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเล่าเรียนพิเศษแก่บุตรหลานเพิ่ม   ทั้งนี้ ในปี 62 ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนและค่าหน่วยกิต เฉลี่ยคนละ 16,468 บาท ค่าบำรุงโรงเรียน (ตามปกติ) 2,331 บาท ค่าบำรุงโรงเรียนกรณีเปลี่ยนแปลงโรงเรียนใหม่หรือแป๊ะเจี๊ยะ เฉลี่ย 10,373 บาท ค่าหนังสือ 1,904 บาท ค่าอุปกรณ์การเรียน 638 บาท ค่าเสื้อผ้า 2,048 บาท เป็นต้น   โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะสูงกว่าปีก่อนมาก โดยเฉพาะค่าแป๊ะเจี๊ยะ ที่เพิ่มจากปีก่อนประมาณ 500 บาท ส่วนหนึ่งมาจากผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียง จึงยอมเพิ่มรายจ่ายเพื่อบุตรหลาน   สำหรับ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนต่างๆ ยังแตกต่างกันมาก ประกอบกับ ในปัจจุบันการแข่งขันทางการศึกษามีสูงมาก ผู้ปกครองจึงต้องยอมจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนที่ดีๆ แม้ผลสำรวจพบว่า มีผู้ปกครองเกือบ 40% มีเงินไม่เพียงต่อค่าเล่าเรียนบุตรหลาน แต่จะพยายามหาเงินด้วยการกู้เงินในระบบ นำของไปจำนำกับโรงจำนำรัฐบาล รวมถึงกู้เงินนอกระบบในกรณีที่วงเงินกู้ในบัตรเครดิตและบัตรอื่นๆ เต็มแล้ว เป็นต้น   อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการเรียนพิเศษเพิ่มต่อในปี 62 พบว่า อนุบาลเฉลี่ยที่ 3,933 บาทต่อคน ประถมศึกษาเฉลี่ย 8,455 บาทต่อคน มัธยมศึกษาตอนต้น 13,358 บาทต่อคน มัธยมศึกษาตอนปลาย 11,566 บาทต่อคน และมหาวิทยาลัย 23,458 บาทต่อคน โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ให้ลูกเรียนพิเศษ ให้เหตุผลว่าลูกเรียนในโรงเรียนไม่รู้เรื่อง, รองรับการแข่งขัน, ต้องการเกรดเฉลี่ยที่สูง, เพื่อเปลี่ยนโรงเรียน, เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเรียน เป็นต้น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SjUtKepBo2Q

 4,383
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
30 เม.ย. 62

แรงงานไทย 95% เป็นหนี้ แบกหนี้ครัวเรือนพุ่ง ร้อยละ 80 ยอมรับเคยผิดนัดชำระ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ตัวอย่างทั่วประเทศ กรณีศึกษาจากผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท โดยมีสถานที่ทำงานแยกตามรายได้ทั้งในสำนักงาน โรงงานและร้านค้า   ซึ่งแรงงานไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ยังมีหนี้สินเพื่อการนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 158,855 บาทต่อครัวเรือน ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังมีสัดส่วนการกู้เงินในระบบสูงกว่า โดยเป็นหนี้ในระบบร้อยละ 58.2 และนอกระบบร้อยละ 41.8 ซึ่งต้องผ่อนชำระประมาณเดือนละ 7,200 บาท   และร้อยละ 80.3 เคยผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากรายได้ไม่พอจ่าย ขาดสภาพคล่อง และค่าครองชีพสูง ขณะที่เม็ดเงินสะพัดในช่วงวันแรงงานไทยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,232 ล้านบาท ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.8 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี   ทั้งนี้ ความคาดหวังของแรงงานไทย นั้นส่วนใหญ่ต้องการให้เพิ่มค่าจ้างแรงงานเท่ากับค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพวกเขาบอกว่าไม่คาดหวังถึงโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ เนื่องจากเห็นว่า โอกาสในการได้งานใหม่มีน้อย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ฟื้นตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N1MoPEiRuxw

 11,673
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
27 ก.พ. 62

ดัชนีความเชื่อมั่น ม.ค.62 ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เหตุสินค้าเกษตรราคาตก-กำลังซื้อยังไม่ฟื้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และรองอธิการบดีฝ่ายอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือน ม.ค. อยู่ที่ 48.0 ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน   ถือว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวช้าและไม่มีความโดดเด่น เป็นผลมาจากปัจจัยหลักสินค้าเกษตรที่มีราคาตกต่ำและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ดีขึ้น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต 6 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 49.9 ปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 13 เดือน   เนื่องจากภาพรวมนักธุรกิจมีความกังวล ทั้งจากกำลังซื้อต่างจังหวัด การท่องเที่ยว การส่งออกที่ดีบางกลุ่ม การค้าสินค้าเกษตรยังไม่ดี กำลังซื้อยังไม่ดี และผู้ประกอบการมีการแข่งขันสูง กระทบต่อสภาพคล่อง   อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์การเลือกตั้งผ่านไปได้ด้วยดี จะมีผลกระตุ้นต่อเศรษฐกิจไทย และอยากให้ในระหว่างที่กำลังเตรียมการเลือกตั้ง และจะมีรัฐบาลใหม่มาบริหาร ภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้เดินหน้าตามปกติ เพราะจะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมถึงการดูแลค่าเงินบาทไทยให้เหมาะสม ซึ่งค่าเงินบาทในระดับ 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของประเทศ   ทั้งนี้ ยังประเมินว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยประเมินว่าในปี 2562 จะมีอัตราการขยายตัว (จีดีพี) มากกว่า 4% และการส่งออกขยายตัว 4-5% เป็นไปตามกรอบเดิมที่ประมาณการไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ibxvn99fxC4

 1,251
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
26 ธ.ค. 61

หอการค้าชี้ปีใหม่เงินสะพัด 1.3 แสนล้านเป็นประวัติการณ์ อยากไปเที่ยวกับ 'ลุงตู่' มากสุด

หอการค้าไทยเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าเงินจะสะพัดกว่า 135,279 ล้านบาท หรือ เติบโต 2.5 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน ภายใต้คาดการณ์จีดีพีปี 62 ขยายตัว 4.2% โดยส่วนใหญ่ 45% มองว่าคึกคักกว่าปีที่แล้ว สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายสำหรับตัวเองนั้น มากสุดคือ สังสรรค์ รองลงมาคือ ทำบุญทางศาสนา และท่องเที่ยว   โดยจำนวนเงินในการท่องเที่ยวเฉลี่ยกว่า 26,294 บาทต่อคน คิดเป็น 39% ของการใช้เงิน , ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เฉลี่ยกว่า 16,041 บาทต่อคน คิดเป็น 25% ของการใช้เงิน และ สังสรรค์เฉลี่ยกว่า 6,814 บาทต่อคน หรือคิดเป็น 10.6% ของการใช้เงิน   ทั้งนี้พบว่า คนไปเที่ยวต่างประเทศลดลงเหลือเพียง 9.5% จากปีก่อนซึ่งเที่ยว 16.5% ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่กระทบกับรายได้ จึงเลือกเที่ยวในประเทศมากกว่า โดยใช้จ่ายเที่ยวต่างประเทศเฉลี่ยกว่า 61,939 บาทต่อคน ส่วนเที่ยวในประเทศเฉลี่ยกว่า 14,448 บาทต่อคน   เมื่อสอบถามอยากให้ของขวัญที่เป็นกำลังใจให้กับรัฐมนตรีคนไหนมากสุด ส่วนใหญ่ตอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มากสุด รองลงมา คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี   เมื่อถามว่าอยากเดินทางไปท่องเที่ยวกับนักการเมืองคนไทยมากสุด ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ มากสุด รองลงมาคือ นายทักษิณ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   นอกจากนี้ยังคาดว่าในการเลือกตั้งปี 62 จะทำให้มีเงินสะพัด 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีผลมาจากการหาเสียงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสแรก แต่ก็ต้องดูเสถียรภาพทางการเงินอีกที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sZJ2-ZT2cWI

 1,252
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
11 เม.ย. 61

หอการค้าไทย ชี้สงกรานต์ปีนี้คึกคัก เงินสะพัดสูงสุดในรอบ 13 ปี กว่า 132,000 ล้านบาท

หอการค้าไทย ชี้สงกรานต์ปีนี้คึกคัก เงินสะพัดสูงสุดในรอบ 13 ปี กว่า 132,000 ล้านบาท กระแสแต่งไทยเล่นสงกรานต์บูม   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ 2561 มีเงินสะพัด 132,162.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.50% จากสงกรานต์ปีก่อนที่มีเงินสะพัด 127,693.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินสะพัดและคึกคักสูงสุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2549 ที่มีเริ่มมีการสำรวจโดยประชาชน 34.8% มองว่าสงกรานต์ปีนี้มีความคึกคักและสนุกสนานกว่าปีที่แล้วโดย 81.5% วางแผนไปท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ เป็นค่าใช้จ่ายในประเทศ 3,991.28 บาท และท่องเที่ยวต่างประเทศ 76,840 ล้านบาท ประชาชนวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 11% ประเทศที่นิยมไปเที่ยว คือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ จีน ส่วน 42.8% วางแผนไปทำบุญมากกว่าปีก่อน และ 29.3% ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น ขณะที่การซื้อสุราลดลงจากปีก่อนค่อนข้างมาก    สำหรับบุคคลสำคัญ และ นักการเมืองที่ประชาชนอยากรดน้ำดำหัวมากที่สุด คือ พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ส่วนดารานักแสดงที่อยากเล่นน้ำสงกรานต์ด้วย คือ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า ราณี แคมเปน    นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากเศรษฐกิจฟื้นตัวมากกว่านี้จะทำให้บรรยากาศสงกรานต์คึกคักมากกว่านี้ เพราะสงกรานต์ปีนี้ประชาชนวางแผนท่องเที่ยว และ ใช้จ่ายคึกคัก เนื่องจากมีวันหยุดยาว 5-6 วัน ประกอบกับมีรอยต่อวันหยุดวันจักรี วันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวได้หลายวัน นอกจากนี้ยังมีกระแสความนิยมในการแต่งชุดไทยตามละครบุพเพสันนิวาส และ การส่งเสริมการแต่งชุดไทยเล่นสงกรานต์ของรัฐบาล ทำให้คนนิยมแต่งชุดไทยไปเที่ยวตามวัด และ ตามโบราณสถานต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างขาติมาแต่งกายชุดไทย จะยิ่งสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจคึกคักขึ้น   นอกจากนี้จากผลการสำรวจพบว่า คนซื้อของเป็นจำนวนชิ้นช่วงสงกรานต์มากขึ้น ถึง 52% โดยใช้เงินเดือนตัวเอง แสดงว่าประชาชนมีกำลังซื้อไม่ได้ใช้เงินออมมาจับจ่าย โดยเฉพาะคนชั้นกลาง มีกำลังซื้อ พร้อมจับจ่าย และท่องเที่ยว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความคึกคัก โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ ฯ ยังคงประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้โต 4.4% และ การส่งออกโต 6%

 3,057
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
05 ก.พ. 61

ม.หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสูงสุดรอบ 36 เดือน แต่ชี้ฐานรากจะรับรู้ได้ไตรมาสหน้า

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลสำรวจความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือนมกราคม 2561 โดยพบดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม อยู่ที่ระดับ 80.0 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 79.2 โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 36 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558    เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้นในปัจจุบัน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 4 ตามที่กระทรวงการคลังได้คาดการณ์ไว้    แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้นแต่เศรษฐกิจฐานรากยังไม่รับรู้ และยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่อาจส่งผลต่อค่าครองชีพให้ปรับตัวสูงขึ้น แต่เชื่อว่าปลายไตรมาส 2 ผู้มีรายได้น้อย และ SMEs จะเริ่มรับรู้ภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากรายได้ที่มากขึ้น คาดว่าทั้งปี 2561 ภาคการส่งออกจะเติบโตร้อยละ 5 จะมีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 37 ล้านคน ในสมมติฐานว่าค่าเงินบาทอยู่ในระดับ 31.50-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ร้อยละ 4.2-4.5 โดยเดือนมีนาคมอาจมีการปรับประมาณเศรษฐกิจเพิ่มเหนือร้อยละ 4.5

 4,522
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
26 ธ.ค. 60

หอการค้าเผย คนไทยอยากเที่ยวปีใหม่กับ 'บิ๊กตู่-ตูน บอดี้สแลม-ณเดชน์-ญาญ่า'

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่     โดยรัฐมนตรีที่ประชาชนอยากไปเที่ยวด้วยมากที่สุด คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาเป็นนายชวน หลีกภัย และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์   ขณะที่นักแสดงฝ่ายชาย อันดับ 1 เป็น ณเดชน์ คูกิมิยะ รองลงมาเป็น เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข และเวียร์ ศุกลวัฒน์   ฝ่ายหญิงอันดับ 1 เป็น ญาญ่า อุรัสยา รองลงมาเป็น ใหม่ ดาวิกา และแต้ว ณฐพร   นักร้องที่ชอบมากที่สุด โดยฝ่ายชายเป็น ตูน บอดี้สแลม รองลงมาเป็น บี้ เดอะสตาร์ และเบิร์ด ธงชัย   ฝ่ายหญิงเป็น ดา เอ็นโดรฟิน รองลงมาเป็น นิว จิ๋ว และนิโคล เทริโอ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bi-qRHkcJSY    

 51,568
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 พ.ย. 60

หอการค้าไทยเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยอยู่ที่ระดับ 76.7 หลังการเมืองมีเสถียรภาพและผู้บริโภคหวังว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางการส่งออกและท่องเที่ยว   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกและท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มคลายกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน   สำหรับภาพรวมของการจับจ่ายในช่วงปลายปี นายธนวรรธน์ ระบุว่า ยากที่จะประเมินว่านโยบายช็อปช่วยชาติจะมีเงินเข้าระบบ 20,000 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลคาดหวังได้จริงหรือไม่ เพราะรัฐเลือกทำในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทำให้ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบ ซึ่งจากครั้งก่อนๆ มาตรการช็อปช่วยชาติจะมีเงินหมุนเวียนเข้าระบบจากมาตรการดังกล่าวประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยส่วนตัวมองว่าการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายนนั้นจะช่วยเลื่อนการใช้จ่ายของผู้บริโภคให้เร็วขึ้นจากปกติช่วงเดือนธันวาคม ที่เป็นช่วงของการจับจ่ายเดิมอยู่แล้ว เมื่อกำหนดมาตรการเร็วขึ้นก็จะทำให้เกิดเม็ดเงินใหม่เข้ามาในระบบ ทั้งจากแรงจูงใจด้านการลดภาษีและการที่ผู้ผลิตต้องสต็อควัตถุดิบเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคึกคักในการจับจ่ายน่าจะเริ่มดีขึ้นแม้ประชาชนจะยังมีความระมัดระวัง เบื้องต้นคาดว่าจะมีเงินสะพัดประมาณ 15,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับเม็ดเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท ก็จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในช่วงปลายปี ราว 20,000 ล้านบาท ช่วยกระตุ้น GDP ให้เพิ่มขึ้นได้อีกร้อยละ 0.1 ทั้งนี้ หอการค้าจะทำการประเมินเศรษฐกิจในภาพรวมอีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ในการประชุมสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ ที่จ.สุราษฎร์ธานี

 2,979
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
23 ธ.ค. 59

หอการค้าเปิดโผธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 60

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจ 10 ธุรกิจดาวเด่น ประจำปี 2560 ว่า ธุรกิจที่ไปได้ดี 5 อันดับแรก อันดับ 1 ยังคงเป็นธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม เหมือนปีที่ผ่านมา และถือว่าติดต่อกันเป็นปีที่ 6 เนื่องจากคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพและความงาม รวมทั้งบริการทางการแพทย์ มีคุณภาพดีขึ้น และราคาไม่แพง อันดับ 2 คือธุรกิจเครื่องสำอาง และอันดับ 3 e-commerce อันดับ 4 ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อันดับ 5 ธุรกิจก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้าง ส่วน 10 ธุรกิจดาวร่วงในปีหน้า 5 อันดับแรกคือ ฟอกย้อม อันดับ 2 หัตถกรรม อันดับ 3 นิตยสาร อันดับ 4 ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ อันดับ 5 ร้านเช่า VDO CD เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาทดแทน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมาขึ้น        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E1lq_MY8SWw

 29,427
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
08 ธ.ค. 59

หอการค้าประเมินน้ำท่วมใต้ทำเศรษฐกิจเสียหาย 5,000-10,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ จากเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ ประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งเกิดจากการใช้จ่ายและท่องเที่ยวของคนในประเทศและมาเลเซียลดลง  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0TWNE0v4nas  

 12,457

Top