ค้นหา :

ผลการค้นหา "หอการค้าไทย"

เศรษฐกิจ
14 ก.พ. 63

ปัจจัยลบรุมเร้า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุด 11 เดือนติดต่อกัน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือน ม.ค. 63 อยู่ที่ระดับ 45.4 จุด ปรับตัวลดลง 0.3 จุด จากเดือน ธ.ค. 62 โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับตั้งแต่เดือน มี.ค. 62   เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19, สถานการณ์ภัยแล้ง, การส่งออก, สถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า   ส่วนการเสนอให้เพิ่มวันหยุดช่วงเทศการสงกรานต์ มองว่ารัฐควรมีมาตรการเสริม เช่น ชิมช้อปใช้เฟส 4 เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RMJKtiBh5yM

 288
เศรษฐกิจ
31 ม.ค. 63

งดแจกถุงพลาสติกกระทบยอดขายห้าง-ร้านสะดวกซื้อ แนะแจกถุงกระดาษ ถุงย่อยสลายได้แทน

หอการค้าไทย เปิดเผยข้อมูลพบห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติก จนทำให้ยอดขายลดลง เพราะผู้บริโภคลดการซื้อสินค้าให้น้อยชิ้นลง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้นำถุงผ้าติดตัวมาด้วย   จากเดิมผู้บริโภคจำนวนมากไม่ได้วางแผนว่าจะซื้ออะไร เดิมเมื่อเข้าร้านค้าหรือห้าง หากเห็นอะไรที่ชอบก็จะซื้อตอนนั้นเลย แต่หลังจากรณรงค์อย่างเข้มข้นให้เลิกแจกถุงพลาสติก ทำให้ลูกค้าลดจำนวนการซื้อ ดังนั้น ภาคเอกชนคงต้องร่วมกันหามาตรการจูงใจผู้บริโภคซื้อสินค้ากันต่อไป   เบื้องต้นจะส่งเสริมให้ใช้ถุงกระดาษ, ถุงพลาสติกบางที่ย่อยสลายได้ รวมถึงแจกถุงขยะแทนการแจกถุงพลาสติกทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคนำถุงไปใส่ขยะก่อนที่จะนำขยะไปทิ้ง เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EOCLzeyK9eg

 243,812
เศรษฐกิจ
24 ม.ค. 63

รมว.ท่องเที่ยวเสนอ 'ชิมช้อปใช้' เวอร์ชั่นอินเตอร์ แจกเงินชาวต่างชาติ ดึงเที่ยวไทย

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมองว่า เศรษฐกิจไทยปี 63 จะสามารถจะเติบโตได้ในระดับต่ำกว่า 2.8%  ซึ่งเป็นการเติบโตน้อยกว่า 4% ในรอบ 5 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 61 ที่เริ่มมีสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยซบเซามาตลอด   ทั้งนี้มีปัจจัยลบมีหลายสาเหตุ อาทิ ภัยแล้ง, ฝุ่น PM 2.5, ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ที่อาจเกิดการยุบสภา และไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่   ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ เวอร์ชันอินเตอร์ สำหรับกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสนอ ครม.เศรษฐกิจ เป็นมาตรการที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจเกิดความกังวลเมื่อเดินทางมาไทย เพราะเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในเมืองไทย   สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแพงขึ้นมากกว่า 10% จึงจะเสนอรูปแบบเหมือนการแจกคูปองเงินสดสำหรับช็อปปิ้ง ทดแทนค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยในส่วนนี้จะใช้เงินจากงบประมาณกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-KongvHskMQ

 42,152
เศรษฐกิจ
22 ม.ค. 63

ตรุษจีนยังคึกคัก แต่เงินสะพัดติดลบในรอบ 12 ปี คนมีเงินในกระเป๋าแต่ไม่อยากจ่าย

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 คาดจะมีเงินสะพัดประมาณ 57,000 ล้านบาท ถือเป็นการขยายตัวติดลบครั้งแรกในรอบ 12 ปี เทียบกับปีที่แล้วลดลงมา 1.30%   ทั้งนี้ จากผลการสำรวจพบว่าคนยังมีเงินในกระเป๋า แต่ไม่ออกมาจับจ่าย บรรยากาศยังคงคึกคัก แต่ปริมาณการซื้อลดลง โดยพบว่า 50% ของผู้ให้แต๊ะเอียยังคงแจกอั่งเปาราคาเดิม ใส่ซองเท่าเดิม แต่ 45% จ่ายลดลง และมีเพียง 4% ที่จ่ายเพิ่มขึ้น   ขณะที่ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงเรื่องราคาสินค้าในช่วงตรุษจีนว่า ปีนี้ราคาสินค้าใกล้เคียงกับปีที่แล้ว มีเพียงแค่ 2-3 รายการเท่านั้นที่ราคาสูงขึ้น เช่น เนื้อหมูที่ราคาเพิ่มขึ้นกิโลละ 5-10 บาท ไข่ไก่เพิ่มขึ้นฟองละ 5-10 สตางค์ ส้มปรับขึ้นกิโลละ 5-10 บาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4WSYFVZV1nE

 1,099
เศรษฐกิจ
18 ธ.ค. 62

หอการค้าไทยเผย 10 ธุรกิจดาวรุ่ง - ดาวร่วง ปี 63

โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการวิจัยทางธุรกิจใน 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง และ10 อันดับธุรกิจดาวร่วง ในปี 62 พบ 10 อาชีพ เด่นปีหนู ได้แก่ 1.ธุรกิจแพลตฟอร์ม 2.ธุรกิจ e-commerce 3.ธุรกิจเกมส์ พัฒนาแอพิเคชั่น 4.ธุรกิจโลจิสติกส์ (ขนส่ง) 5.ธุรกิจประกันชีวิต , ธุรกิจความงาม 6.Street food 7.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8.ฟินเทค 9.ธุรกิจก่อสร้าง และ10.ธุรกิจความเชื่อ , ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว   ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่เป็นดาวร่วง ในปี 63 โดย 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจเช่าหนังสือ 2.ธุรกิจผลิตโทรศัพท์พื้นฐานและโทรสาร 3.ร้านอินเตอร์เน็ต 4.สื่อสิ่งพิมพ์ วารสาร 5.ธุรกิจหัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6.ธุรกิจการค้าแบบเดิม 7.ธุรกิจคนกลาง , ธุรกิจขายอุปกรณ์ความจำ เช่น CD CVD ฯ 8.External Hard Drives , Memory Cards 9.ธุรกิจสถานศึกษาเอกชน และ 10.ร้านถ่ายรูป   ขณะที่ธุรกิจร้านกาแฟขนาดเล็ก โนเนม ร้านเบอร์เกอรี่ ร้านอาหารขนาดล็ก เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในปี 63

 6,424
เศรษฐกิจ
17 ธ.ค. 62

เช็คด่วน! หอการค้าไทยเปิด 10 อาชีพธุรกิจดาวเด่น-ดาวร่วง ปี 63

หอการค้าไทย เปิด 10 อาชีพดาวเด่น-ดาวร่วง ปี 63 พบ ธุรกิจแพลตฟอร์ม , อี-คอมเมิร์ซมาแรง ตามเทรนด์โลก ขณะที่ธุรกิจเช่าหนังสือ ,ร้านอินเตอร์เน็ต , สื่อสิ่งพิมพ์ ติดกลุ่มดาวรุ่ง     โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลการวิจัยทางธุรกิจใน 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง และ10 อันดับธุรกิจดาวร่วง ในปี 62    พบ 10 อาชีพ เด่นปีหนู ได้แก่ ฃ 1.ธุรกิจแพลตฟอร์ม 2.ธุรกิจ e-commerce 3.ธุรกิจเกมส์ พัฒนาแอพิเคชั่น 4.ธุรกิจโลจิสติกส์ (ขนส่ง) 5.ธุรกิจประกันชีวิต , ธุรกิจความงาม 6.Street food 7.ธุรกิจเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 8.ฟินเทค 9.ธุรกิจก่อสร้าง และ 10.ธุรกิจความเชื่อ, ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว   ขณะดียวกันก็มีธุรกิจที่เป็นดาวร่วง ในปี 63 โดย 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจเช่าหนังสือ 2.ธุรกิจผลิตโทรศัพย์พื้นฐานและโทรสาร 3.ร้านอินเตอร์เน็ต 4.สื่อสิ่งพิมพ์ วารสาร 5.ธุรกิจหัตถกรรม และเฟอร์นิเจอร์ไม้ 6.ธุรกิจการค้าแบบเดิม 7.ธุรกิจคนกลาง , ธุรกิจขายอุปกรณ์ความจำ เช่น CD CVD ฯ 8.External Hard Drives , Memory Cards 9.ธุรกิจสถานศึกษาเอกชน และ 10.ร้านถ่ายรูป   ขณะที่ธุรกิจร้านกาแฟขนาดเล็ก ร้านเบอร์เกอรี่ ร้านอาหารขนาดล็ก เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในปี 63

 2,158
เศรษฐกิจ
29 พ.ย. 62

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง 3.4 แสน เหตุกู้หนี้ใหม่โปะหนี้เก่า-ใช้จ่ายเกินตัว-ช็อปออนไลน์เก่ง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 340,053 บาทต่อครัวเรือน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และติด 1 ใน 10 ประเทศมีหนี้ครัวเรือนสูงสุดของโลก   เทียบจากการสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 52 ที่มีหนี้สินเพียง 143,476 บาท และเพิ่มจากปีก่อน 7.4% ในจำนวนนี้เป็นหนี้ในระบบ 59.2% และหนี้นอกระบบ 40.8% มีภาระผ่อนชำระหนี้ในระบบเดือนละ 16,960 บาท และนอกระบบเดือนละ 5,222 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ 75.4% ระบุมีปัญหาขาดการชำระหรือผิดนัดชำระ   โดยสาเหตุของการเป็นหนี้มาจากรายได้ลดลง และขาดรายได้จากการถูกเลิกจ้างงาน เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ค่าครองชีพสูงขึ้น ซื้อสินทรัพย์ถาวรมากขึ้น ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น ผ่อนสินค้ามากเกินไป ค่าเล่าเรียนบุตรหลาน ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จากภัยธรรมชาติ หนี้จากการพนัน รวมถึงเป็นค่ารักษาพยาบาล ใช้ใน การเกษตร เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ   นอกจากนี้ ประชากรกลุ่มเจนแซด (Gen Z) อายุ 8-20 ปี มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและเกินตัวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่ซื้อสินค้าบ่อยครั้งหรือซื้อจุกจิก     นอกจากนี้ยังมีเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย และการซื้อสินค้าที่สะดวก โดยเฉพาะทางออนไลน์, ขาดวินัยทางการเงิน, สถาบันการเงินให้วงเงินมากเกินไป, ความรู้ทางการเงินไม่เพียงพอและนำเงินไปลงทุนหรือเก็บสินทรัพย์ โดยเฉพาะซื้อบ้าน ซื้อรถ ซึ่งการลงทุน การซื้อบ้าน ซื้อรถยังไม่น่าห่วง เพราะเป็นการใช้จ่ายตามปกติ แต่ที่น่าจับตาคือการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้า รวมถึงการกู้เงินนอกระบบ เพราะเงินกู้ในระบบจนเต็มเพดานแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_F48SdRZHQ

 7,567
กีฬา
23 พ.ย. 62

'ลาลีกา' จับมือ 'ม.หอการค้า' เปิดหลักสูตรพิเศษธุรกิจกีฬา ในประเทศไทย

ลาลีกา สเปน แถลงข่าวจับมือกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดหลักสูตรการจัดการธุรกิจกีฬา โดยจะนำความรู้จากการขยายฐานลาลีก้า เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรระยะสั้น ช่วงวันที่ 23-26 มีนาคมนี้    

 1,942
เศรษฐกิจ
18 พ.ย. 62

ปธ.หอการค้าไทย ยื่นหนังสือนายกฯ แนะแนวทางแบน 3 สารอันตรายเริ่ม 1 ธ.ค.

จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่จะมีผลในวันที่ 1 ธันวาคม 2562   นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ตนจะไปยื่นข้อเสนอแนะเรื่องการการดูแลของภาครัฐ หลังมีนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิด   โดยจะเสนอแนะประมาณ 3-4 เรื่อง อาทิ แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่มีการซื้อสารฯไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่มีการนำมาใช้ รัฐจะมีการช่วยเหลืออย่างไร รวมถึงกฎเกณฑ์ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8TQO-stiWPo

 867
เศรษฐกิจ
08 พ.ย. 62

กระตุ้นเศรษฐกิจเอาไม่อยู่! ความเชื่อมั่นผู้บริโภค ต.ค.62 ทรุดหนักในรอบ 65 เดือน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2562 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมามากขึ้น แต่ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคต   ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้า และกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับสถานการณ์ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน, ปัญหา Brexit รวมถึงการที่สหรัฐฯ ประกาศตัด GSP สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จำนวน 573 รายการ   โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 57.9 67.0 และ 87.3 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงทุกรายการ ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 65 เดือน จากระดับ 72.2 ในเดือนกันยายน ลงมาอยู่ที่ระดับ 70.7   ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 47.9 มาอยู่ที่ระดับ 46.5 ต่ำสุดในรอบ 217 เดือน หรือ 18 ปี 1 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังไม่ดีอย่างมาก ในมุมมองของผู้บริโภค       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aUr7rsOQWhk  

 1,420
เศรษฐกิจ
16 ต.ค. 62

ความเชื่อมั่นหอการค้า ก.ย.62 ร่วงต่ำสุดในรอบ 21 เดือน เอกชนมอง 'ชิมช้อปใช้' ได้ผลดีในระยะสั้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย จากสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศเดือน ก.ย.62 อยู่ที่ระดับ 46.2 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 นับตั้งแต่เดือน มี.ค.62 และต่ำสุดในรอบ 21 เดือน ตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจ   เนื่องจากสมาชิกยังกังวลผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน, ปัญหาสหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต), ความขัดแย้งของประเทศคู่ค้าสำคัญที่มีผลต่อการส่งออกของไทย, ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐานในภาคใต้ กรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นต้น   คาดว่าในเดือน พ.ย.62 คงต้องติดตามสถานการณ์อีกครั้งว่าความเชื่อมั่นจะกลับมาฟื้นตัวหรือไม่ เพราะมีทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและเป็นช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวมีความคึกคัก หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไทยอาจได้รับข่าวดี   อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ได้ เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการชิม ช้อป ใช้ ที่ได้รับการตอบสนองอย่างมากจากประชาชน ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนการใช้จ่ายของภาครัฐบาลและประชาชนเพิ่มขึ้น   แต่คงต้องติดตามอีกครั้งว่าเงินจะหมุนกี่รอบ หากเงินลงไปสู่ท้องถิ่นมากๆ จะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้มีเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบ แต่เอกชนมองว่ามาตรการนี้เป็นผลดีในระยะสั้นเท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VaBXwZNUYas

 1,366
เศรษฐกิจ
11 ต.ค. 62

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.62 ดิ่งสุดในรอบ 39 เดือน หวั่นเกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 แต่รอบนี้เล่นงานคนจน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ก.ย.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 อยู่ที่ระดับ 72.2 ลดจาก 73.6 ในเดือน ส.ค.62 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 39 เดือน     สาเหตุมาจากผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯและจีนที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และเศรษฐกิจของไทยให้ชะลอตัว โดยคาดว่าการส่งออกไทยปีนี้จะติดลบ 1-2% รวมทั้งปัญหาบาทแข็งค่า ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงนับแสนคน   นอกจากนี้ ยังกังวลต่อราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าว ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง แม้รัฐบาลจะมีมาตรการประกันรายได้ แต่ก็เป็นเพียงการประคองไม่ให้ราคาตกต่ำลงเท่านั้น อีกทั้ง ยังกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ   แม้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 310,000 ล้านบาท ทั้งการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย มาตรการชิม ช้อป ใช้ การปล่อย สินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ ประกันรายได้สินค้าเกษตร แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ในไตรมาส 3 ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย รัฐบาลจึงควรดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายต่อเนื่อง   ซึ่งความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเกิดจากความรู้สึกของประชาชนที่เห็นว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ และอาจหนักกว่านี้ จนอาจลามไปเป็นวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่ครั้งนี้ปัญหากลับกันผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เห็นผลในไตรมาส 4 กังวลว่าเศรษฐกิจจะซบเซายาวไปจนถึงปีหน้า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fLz8IlZGTQQ

 53,924
เศรษฐกิจ
11 ก.ย. 62

ดัชนีความเชื่อมั่น ส.ค.ต่ำสุดรอบ 19 เดือน จากศึกนอก-ศึกในรุมเร้า แต่เอกชนเชื่อไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย ดัชนีความเชื่อมั่นเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ 46.5 ลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ของปี เอกชนรอดูเม็ดเงินจากภาครัฐลงสุด   ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยประจำเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ 46.5 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ของปี โดยมีปัจจัยลบจากสภาพัฒน์ฯ เผยตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปี 2562 ขยายตัว 2.3% ซึ่งเติบโตต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี   ความยืดเยื้อของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, ปัญหาขัดแย้งของประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่อินเดียกับปากีสถาน เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น และการประท้วงในฮ่องกง, เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งมากสุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกของไทย, ดัชนีหุ้นเดือนสิงหาคมที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก ตลอดจนสถานการณ์ภัยธรรมชาติทั้งแล้งและน้ำท่วม   อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังจากไตรมาส 2/62 ขยายตัวเพียง 2.3% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี โดยปัจจัยที่ทำให้เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เช่น รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการประกันรายได้เกษตรกร ที่ภาคเอกชนและประชาชนทุกภูมิภาคคาดว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยได้   หากเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจรวดเร็วมากถึง 100,000-150,000 ล้านบาทภายในปี 62 จากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งสิ้นกว่า 300,000 ล้านบาท และเงินจากโครงการประกันรายได้ 50,000-60,000 ล้านบาท   ทั้งนี้ ศูนย์ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดขยายตัวในระดับ 2.6% แต่เมื่อมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และโครงการประกันรายได้เกษตรกร คาดว่าจะทำให้ขยายตัวได้เป็น 3-3.2% ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z4OAE4Q2hI8

 909
เศรษฐกิจ
06 ก.ย. 62

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค.62 ลดต่ำสุดในรอบ 33 เดือน ห่วงการเมืองไร้เสถียรภาพ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 73.6 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เเละต่ำสุดในรอบ 33 เดือน และสำหรับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 49.1 ต่ำสุดในรอบ 17 ปี 10 เดือน   โดยดัชนีปรับตัวลดลงทุกรายการ ทั้งโอกาสการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เเม้จะมึมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยบวก และน่าจะส่งผลทางจิตวิทยา แต่ก็ไม่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ และคาดว่าดัชนีจะลดลงอีก จากผลกระทบของพายุโพดุล ที่เข้ามาซ้ำเติม และสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศ จากเดิมที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำอยู่เเล้ว ขณะที่ปัจจัยภายนอก ทั้งสงครามการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอ ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการส่งออก และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงต่อเนื่อง   นอกจากนี้ยังมีดัลชนีความสุขลดลง เพราะกังวลความเสถียรภาพทางการเมือง โดยมีดัชนีอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 64 เดือน นับตั้งแต่พฤษภาคม 2557   โดยหอการค้าไทย เเนะเร่งเรียกความเชื่อมั่น ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา ที่ต้องเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบโดยเร็ว และดูเเลเรื่องหนี้ครัวเรือนที่กำังเป็นปีญหาในขณะนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/05i4BFq39sQ

 1,051
เศรษฐกิจ
05 ก.ค. 62

หอการค้าชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย.62 ลดสู่ระดับต่ำสุด ตั้งแต่มี คสช.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2562 ลดลงมาจากระดับ 76.4 มาอยู่ที่ 75.0 เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน   เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต ซึ่งการเมืองเป็นปัจจัยที่คนกังวลมากที่สุด เห็นได้ชัดจากดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่พ.ค.2557 ซึ่ง เป็นช่วงที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ   อีกทั้งยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง ตลอดจนราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดทรงตัวระดับต่ำ ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ของปีนี้   อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยปีนี้จะมีโอกาสขยายตัวได้ร้อยละ 3.5 หากหลังการจัดตั้งรัฐบาลแล้วมีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดเร็ว เพราะผู้มีรายได้น้อยมักใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว   นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ก็ต้องอัดฉีดการท่องเที่ยว หลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท   ขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่ารัฐบาลควรใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนนโยบายทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอาจจะลดดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 แล้วประเมินสถานการณ์ก่อนพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท จะสามารถกระตุ้น GDP ได้ร้อยละ 0.5 - 0.7   ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวร้อยละ 2.5 ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะยังไม่ปรับประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจ ของรอดูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน โดยยังคงมองว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ร้อยละ 3.5 และการส่งออกมีโอกาสขยายตัวเป็นบวกได้ที่ร้อยละ 0.5          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/QdPnKhuOX94

 2,018

Top