ค้นหา :

ผลการค้นหา "สั่งฟ้อง"

สังคม-อาชญากรรม
26 ส.ค. 60

อัยการสั่งฟ้อง 'หมอเปรม' พร้อมพวก ปมจับนักข่าวแก้ผ้าประจาน

ความคืบหน้ากรณี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น สั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลฯ ล็อกตัวผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ ประจำ จ.ขอนแก่น แก้ผ้าประจานระหว่างเดินทางไปขอสัมภาษณ์ หลังมีภาพ นพ.เปรมศักดิ์ นั่งคู่กับหญิงสาวขณะคล้ายกับกำลังทำพิธีหมั้นหรือแต่งงานถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลนั้น     ล่าสุด นายบุญช่วง สุขโพธิ์ พนักงานอัยการศาลจังหวัดพล เจ้าของสำนวนในคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานอัยการจังหวัดพลได้ตรวจสำนวนคดีดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้อง นพ.เปรมศักดิ์ พร้อมพวกบางส่วน ในความผิดฐานร่วมกันบังคับข่มขืนใจตามมาตรา 309 วรรคแรกและ ขู่เข็ญทำให้ตกใจกลัวตามมาตรา 392 และ 397เหตุผลที่ทางอัยการไม่ได้สั่งฟ้องทั้งหมด เนื่องจากการตรวจสอบสำนวนที่ตำรวจเสนอมาพบว่า บางคนก็ไม่อยู่ในข่ายร่วมการกระทำกับ นพ.เปรมศักดิ์ อย่างไรก็ตามหากทางฝ่ายโจทก์ คือ ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 คน ยังติดใจอยู่ว่าต้องการที่จะฟ้องร้องให้ทั้งหมดตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันก็สามารถทำได้ กฎหมายก็ยังไม่ได้ตัดสิทธิ์ แต่ต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลเอง แต่ในส่วนของอัยการถือว่าจบขบวนการแล้ว     ด้าน นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่อง 3 ประจำ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ถูกกักขังในวันเกิดเหตุระบุว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ตนยังมีความเชื่อว่า นพ.เปรมศักดิ์ และ พนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อีก 7 คน มีส่วนรู้เห็นและร่วมวางแผนกันเป็นอย่างดี เพราะมีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นขบวนการ ดังนั้นพวกตนจะได้ปรึกษาและแต่งตั้งทนาย เพื่อยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดพลเอง ให้ทั้ง 8 คนตกเป็นจำเลย เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/r8gfNL9MqJQ  

 3,550
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ค. 60

อัยการสั่งฟ้องคดีทนายโกงเงิน 'น้องบีม' ด.ญ.พิการ - แม่แฉโดนหลอกให้ถอนแจ้งความ

ความคืบหน้ากรณี น้องบีม-ด.ญ.ภัทรดา แก้วผ่อง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 พิการต้องนั่งรถวีลแชร์ตระเวนขายของกับแม่ คือ น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ อายุ 44 ปี เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ ร้องทุกข์ถูก นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความที่รับอาสาว่าความให้โกงเงินค่าเสียหายเป็นจำนวน 5 ล้านบาทนั้น   ล่าสุด  นายเนิน รอดกำพล อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 6 กล่าวถึงคดีที่พนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เเจ้งถอนฟ้องการดำเนินคดีทนายความอาสาที่โกงเงินน้องบีม เนื่องจากผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ เเต่ทางอัยการมองเเล้วว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาไม่ดี ก็เลยมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาปลอมเเปลงเอกสาร เเละใช้เอกสารปลอม ฉ้อโกง เเละยักยอกทรัพย์ ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจน นั้นจะต้องขอตรวจดูอีกครั้ง เนื่องจากตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำหนดว่าการที่พนักงานอัยการเห็นต่างจากพนักงานสอบสวน ที่เคยสั่งเเจ้งข้อหาก็จะต้องเสนอไปให้ ผบ.ตร.ทำความเห็นเห็น ถ้าสุดท้ายเเล้ว ผบ.ตร.ยังไม่เห็นเห็นชอบ เเละมีความเห็นเเย้งกับพนักงานอัยการอยู่จะต้องส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด ตอนนี้ก็ต้องรอข้อหาเดียวที่ส่งให้ ผบ.ตร.ทำความเห็นอยู่ ส่วนข้อหาอื่นตำรวจไม่มีอำนาจเเย้งเเล้วอัยการมีคำสั่งฟ้องเด็ดขาดไปเเล้ว   ขณะนี้ยังไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาลเนื่องจากตำรวจสั่งไม่ฟ้องเพราะผู้เสียหายถอนฟ้อง ตำรวจเลยยังไม่ได้มีการส่งตัวมา ซึ่งตอนนี้เรารอเเต่ความเห็นของ ผบ.ตร.ถ้าเห็นชอบกับอัยการ เราก็จะเเจ้งให้พนักงานสอบสวนไปเเจ้งข้อหาให้ครบ เเละนำตัวมาฟ้อง   ขณะที่แม่ของน้องบีมเปิดเผยถึงสาเหตุที่ยอมถอนแจ้งกับนายพิสิษฐ์ว่า ภายหลังที่ทนายความทราบว่าตนเข้าแจ้งความดำเนินคดี ก็ได้ติดต่อพูดจาหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมขอให้ตนถอนแจ้งความ โดยอ้างว่าถ้ายอมถอนแจ้งความจะให้เงิน 1 แสนบาททันที ส่วนที่เหลือจะใช้คืนอีก 3 ล้านบาท โดยจะผ่อนชำระงวดละ 3 หมื่นบาท จนกว่าจะครบจำนวน ตนหลงเชื่อไปถอนแจ้งความเมื่อวันที่ 8 ก.ค.2558 แต่หลังจากตนถอนแจ้งความนายพิสิษฐ์ก็เงียบหายไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย แม้แต่เงิน 1 แสนบาทที่บอกว่าจะจ่ายให้ภายใน 3 วันหลัง ถอนแจ้งความก็ไม่ได้จ่ายให้             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/g_3Xw0n58r0    

 6,450
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 60

อัยการสั่งฟ้อง 'เบนซ์ เรซซิ่ง' พร้อมพวก ฐานสมคบค้ายา-ร่วมกันฟอกเงิน

พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง , นายสรรเสริญ รสานนท์ อายุ 25 ปี  และ น.ส.อังสุพร อินา อายุ 29 ปี เป็นจำเลยที่ 1 - 3 ในความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522, พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 6, 10, 14 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 9, 60         โดยตามคำฟ้องระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อต้นเดือน พ.ย. 2559 - 2 ก.พ. 2560 จำเลยทั้งสามกับ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำ อย.2187, 1883, 1257/2560 ของศาลอาญา, นายชัยวัฒน์ หรือ แป๊ะ ชูสาย จำเลยคดีอาญายาเสพติด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว กับพวกที่หลบหนี และยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้า และเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งดำเนินการจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติด ที่ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง   โดย นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาวรจักร ส่วน นายสรรเสริญ จำเลยที่ 2 และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 ร่วมกันเปิดบัญชี ธนาคารกสิกรไทย โดยใช้ชื่อของ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยได้จัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารบุคคลตามคำสั่งของ นายณัฐพล จำนวนหลายครั้ง   ขณะที่นายณัฐพลก็ได้มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นไปยังบัญชีของจำเลยที่ 1 - 3 หลายครั้ง ขณะที่พวกจำเลยเมื่อได้รับเงินก็จะโอนกลับคืนไปนายณัฐพล และโอนไปยังบัญชีธนาคารของ ณปภา หรือ แพท ตันตระกูล หลายครั้ง และ นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ยังนำเงินที่ได้รับจากนายณัฐพล ไปซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ราคาแพง         ซึ่งนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับโอนเงินจากนายณัฐพล ในบัญชีชื่อบุคคลต่างๆ และจากจำเลยที่ 2 - 3 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2557 จนถึง วันที่ 1 ก.พ. 2560 รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท ซึ่งเป็นการซุกซ่อนเพื่อปกปิดแหล่งที่มา หรืออำพรางการได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อมิให้นายณัฐพลต้องรับโทษ เหตุเกิดที่แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงจอมพล เขตจตุจักร และแขวง-เขตดินแดง กทม. เกี่ยวเนื่องกัน ต่อมาจำเลยทั้งสามได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 6 และ 28 มี.ค. 2560 ชั้นสอบสวน นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2 - 3 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา         โดยท้ายคำฟ้อง อัยการระบุด้วยว่า หากจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่ามีพฤติการณ์เป็นกระบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า การกระทำเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต จึงเกรงว่าจำเลยทั้งสามจะหลบหนี อย่างไรก็ตาม หากจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพต่อศาลโจทก์ก็ประสงค์จะสืบพยานประกอบคำรับสารภาพด้วย         ทั้งนี้ ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีดำหมาย อย 2201/2560 โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 09.00 น.              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/IsmrhpElxKk

 10,522
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ย. 59

กองปราบฯส่งสำนวนคดีฆาตกรรม 'เสี่ยชูวงษ์' ให้อัยการฟ้องแล้ว

พลตำรวจโทฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยันพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคดีเสี่ยชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ครบตามกระบวนการยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ หลังอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีโอนหุ้น ขณะที่คดีฆาตกรรมได้ส่งสำนวนกว่า 4 พันแผ่น ถึงอัยการแล้ว  ด้านครอบครัวของนายชูวงษ์ เตรียมยื่นเรื่องส่งฟ้องทั้ง 2 คดีอีกครั้ง พลตำรวจโทฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดใจกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ และพวก รวม 4 คน ในคดีร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์การโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งคดีดังกล่าวคณะพนักงานสอบสวนได้ใช้ความพยายามทำดีที่สุด ซึ่งกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย ชั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชั้นอัยการ และชั้นศาล ซึ่งทั้ง 2 คดี ที่พนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งคดีการโอนหุ้นและคดีฆาตกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้มากที่สุด โดยดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้ทำอย่างสมบูรณ์ส่งอัยการพิจารณา ซึ่งในการพิจารณานั้นก็เป็นความเห็นในส่วนของอัยการ และกระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุดอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล และไม่กังวลหลังพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนในคดีฆาตรกรรม ซึ่งมีความหนาถึง 4 พันแผ่น ยันทำอย่างเต็มที่แล้ว ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคดีนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ครบตามกระบวนการยุติธรรมอย่างสมบูรณ์ หลังอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีโอนหุ้น ที่พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ และพวก รวม 4 คน ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์การโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ขณะที่คดีฆาตกรรมได้ส่งสำนวนกว่า 4 พันแผ่น ถึงอัยการเมื่อวานนี้ ด้านครอบครัวของนายชูวงษ์ เตรียมยื่นเรื่องส่งฟ้องคดีโอนหุ้นอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6ALUJ9ZlAhY  

 896
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 59

ตร.ประชาชื่นสั่งฟ้องครอบครัวของ 'น้องก้อย' เหยื่อ 'หญิงไก่' ในคดีลักทรัพย์

ตร.จ่อสั่งฟ้องครอบครัวของน้องก้อย อดีตลูกจ้างผู้ตกเป็นเหยื่อของหญิงไก่ จากข้อหาลักทรัพย์ โดยระบุว่าตำรวจ สน.ประชาชื่นต้องสั่งฟ้อง เนื่องจากไม่มีสิทธิยกฟ้องในชั้นสอบสวน และเป็นไปตามกระบวนการทางยุติธรรม ซึ่งจะมีการช่วยเหลือในการประกันตัวในชั้นอัยการและชั้นศาลต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/0QP9ht-fRfk

 12,075
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 59

อัยการสั่งฟ้อง 7 โจ๋ ฆ่าชายพิการร้านขนมปัง 'โดยเจตนา' ชี้ไม่เข้าข่าย 'ฆ่าโดยไตร่ตรอง'

อัยการสูงสุดแถลงยันตามพนักงานสอบสวน ไม่แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง กับ 7 ผู้ต้องหา ที่รุมฆ่าคนพิการในพื้นที่ สน. โชคชัย ระบุเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นซึ่งหน้า ไม่ใช่การเตรียมการวางแผนล่วงหน้า พร้อมเผย เตรียมส่งฟ้องพุธนี้ และคัดค้านการประกันตัวเกรงหลบหนี โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ก่อเหตุรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ผู้พิการ จนเสียชีวิต ในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน ได้มีการสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการโดยมีความเห็นส่งฟ้อง 7 ผู้ต้องในความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในตัวเมือง หมู่บ้านและทางสาธารธะ โดยไม่มีเหตุอันควร และมีการแจ้งข้อหา 4 ผู้ต้อง จาก 7 ผู้ต้องหาหาเพิ่มอีกหนึ่งข้อหาคือ ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ แต่ต่อมาทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้มีการยื่นให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหากลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา แต่ทางพนักงานสอบสวนไม่เห็นว่าเข้าเงื่อนไขในการแจ้งความผิดจึงไม่ได้มีการแจ้ง และมีการสรุปสำนวนให้อัยการพิจารณา และทางครอบครัวผู้เสียชีวิตยังได้มีการยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดให้มีการพิจารณาสั่งฟ้องในความผิดนี้เพิ่มเติม ทางสำนักงานคดีอาญา ได้มีความเห็นสั่งคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม มีความเห็นยืนตามสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมา โดยไม่มีการแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรอง เนื่องจากการกระทำผิดยังไม่เข้าเงื่อนไข ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำฟ้องเพื่อเตรียมการส่งฟ้องในวันพุธที่ 13 กรกฏาคมนี้ เนื่องจากครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 6 ของกลุ่มผู้ต้องหาในคดีนี้ พร้อมยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายกำหนดบทลงโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต ซึ่งจะต้องมีการวางแผนเตรียมการที่จะกระผิดชัดเจน เช่น การว่าจ้างมือปืน ไปฆ่าผู้อื่น ซึ่งแตกต่างจากข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่มีบทลงโทษ ตั้งแต่ประหารชีวิต , จำคุกตลอดชีวิต และจำคุกตั้งแต่ 15 ถึง 20 ปี ขณะที่ผู้เสียหาย หากต้องการเรียกค่าเสียหาย ก็สามารถยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อยื่นต่อศาล ขอรับค่าเสียหายในคดีอาญาได้โดยไม่ต้องฟ้องร้องคดีความเพิ่มอีก แต่จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะสืบพยานนัดแรกในคดี หรือ หากคดีไม่มีการสืบพยานก็จะต้องยื่นก่อนที่ศาลจะตัดสินคดีความ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RGueVcTWl1k    

 1,812
สังคม-อาชญากรรม
04 มิ.ย. 59

อัยการสั่งฟ้อง 10 คน คดีระบบดับเพลิง scb park ขัดข้อง

อัยการสั่งฟ้อง ผู้บริหาร บจก.เมก้าฯ วิศวกร และคนงาน รวม 10 ราย จากคดีระบบป้องกันอัคคีภัยเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ ขัดข้อง จนเป็นเหตุให้ผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่รวม 8 รายเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 7 ราย  ก่อนศาลจะอนุญาตให้จำเลยประกันตัวไป หลังยื่นหลักทรัพย์คนละ 1.5 แสนบาท   ทั้งนี้จะมีการนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งหมดในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ เวลา 08.30 น. และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 29 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น.      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tf2v4qwE7fQ    

 1,908
สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 59

ตร.เผยสำนวนคดีชูวงษ์คืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจ สั่งฟ้องได้สิ้นเดือนนี้

รองผู้บังคับการปราบปรามเผยสำนวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2-3 ปาก มั่นใจส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องภายในสิ้นเดือนนี้   พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการปราบปรามในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ปีที่ผ่านมา เรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายสืบสวน สอบสวนทั้งหมดเพื่อติดตามความคืบหน้าในคดี โดยหลังมีการประชุมหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.ณษ เปิดเผยว่า ล่าสุดทางคณะทำงานได้รับเอกสารผลการตรวจสอบการจำลองเหตุการณ์การเสียชีวิตจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียกลับมาจากกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว หลังส่งให้ไปตีความทางวิชาการเกี่ยวกับผลการจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดว่าสาเหตุการตายของนายชูวงษ์เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือไม่ เนื่องจากมีศัพท์ทางวิชาการและรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่ยังไม่สามารถสรุปได้ รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชกับผลการจำลองเหตุการณ์จากนักวิชาการยังมีความขัดแย้งกันอยู่หลายจุด จึงจำเป็นต้องสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญและพยานเพิ่มเติม เพื่อให้หลักฐานทุกอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน    แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องการนัดสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2-3 ปาก ทำให้การสอบประเด็นที่สงสัยยังไม่ครบถ้วน แต่ก็คืบหน้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยคาดว่ารายละเอียดทั้งหมดจะครบถ้วนสมบูรณ์ในการประชุมอีกครั้งในวันพุธที่ 20 มกราคมนี้ และจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องได้ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้    ส่วนประเด็นเรื่องดีเอ็นเอของลูกที่เกิดจากนางสาวกัญฑณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายชูวงษ์และมีการโอนหุ้นจำนวนกว่า 300 ล้านบาทให้นั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ทราบเรื่องผลการตรวจดีเอ็นเอ แต่ไม่ว่าดีเอ็นเอจะตรงกับของนายชูวงษ์หรือไม่นั้น ก็ไม่มีผลต่อรูปคดี

 2,937
การเมือง
30 ก.ย. 58

'ยิ่งลักษณ์'ยื่นฟ้อง อสส. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคดีจำนำข้าว

ยิ่งลักษณ์ยื่นฟ้อง อสส.ต่อศาลอาญา กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บรรยายฟ้องเท็จ และนำสำนวนนอกเข้าพิจารณา คดีโครงการรับจำนำข้าว รอพิจารณาสั่งฟ้อง 7 วัน   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลอาญา รัชดา เพื่อเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด และนายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน กับพวกรวม 4 คน ในความผิดอาญาฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายจากผู้หนึ่งผู้ใด และผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 200 และ 83 จากกรณีที่ อัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว แบ่งเป็น 3 กรณี 1.อัยการสูงสุดไม่ไต่สวนคดีให้เสร็จสิ้นตาม พ.ร.บ.การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่กลับมีความเห็นสั่งฟ้อง 1 ชั่วโมงก่อนสนช.พิจารณาถอดถอนตน 2.การบรรยายฟ้องของอัยการสูงสุดต่อศาลมีการเพิ่มข้อกล่าวหาเรื่องการรู้เห็นและสมยอมให้เกิดการทุจริตเข้าไปในสำนวนของป.ป.ช. 3.ในชั้นพิจารณาคดีของศาลอัยการสูงสุดใช้เอกสารสำนวนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการไต่สวนในชั้น ป.ป.ช.และในชั้นคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับป.ป.ช. จึงถือว่าเป็นการนำเอกสารนอกสำนวนมาใช้ในสำนวนโดยมิชอบ   ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่าการดำเนินการฟ้องถือเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายและไม่ขอคาดหวังว่าศาลจะรับฟ้องหรือไม่เพราะถือเป็นดุลพินิจของศาลซึ่งตามขั้นตอนศาลจะมีพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่ภายใน 7 วัน ส่วนการต่อสู้คดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยย้ำว่ารู้สึกหนักใจ แต่ก็จะต่อสู่ให้ถึงที่ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rR-Mfbqe244      

 3,094
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 58

คาด 'พล.ต.ท.คำรณวิทย์' กลับถึงไทยวันนี้ หลังอัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องคดีปืนจิ๋ว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังอยู่ระหว่างควบคุมตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น เพื่อดำเนินคดีฐานอยู่เกิน หลังไม่มีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอส่งกลับไทย พลตำรวจโทประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ภายหลังบรรยากาศที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฐานพกพาอาวุธปืนที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกส่งตัวให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานอยู่เกิน 15 วัน หรือโอเวอร์สเตย์ ซึ่งการอยู่เกินระหว่างถูกควบคุมพิจารณาคดีหลังจากนี้ จะเป็นขั้นตอนการส่งกลับตามกฏหมายเข้าเมือง แต่ยังไม่ทราบเงื่อนไขแน่ชัด เบื้องต้นคาดว่า พลตำรวจโทคำรณวิทย์ จะถูกริบปืนของกลาง และห้ามเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งเมื่อกลับถึงไทยแล้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่พลตำรวจโทคำรณวิทย์ พกพาอาวุธปืนไปประเทศญี่ปุ่น พลตำรวจโทประวุฒิ กล่าวว่า กระแสข่าวการเดินทางกลับของพลตำรวจโทคำรณวิทย์ เรื่องเที่ยวบินต่างๆ นั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่นอน เพราะต้องมีขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น โดยอาจถูกส่งกลับได้ทันที ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการประสานงานระหว่างตำรวจไทย และญี่ปุ่นโดยตรง เนื่องจากญาติยังไม่ได้รับอนุญาตให้พบพลตำรวจโทคำรณวิทย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  http://youtu.be/h0YIQxeWNnQ      

 10,802
ต่างประเทศ
13 ก.ค. 58

ลุ้น อัยการญี่ปุ่นสั่งฟ้อง-ไม่ฟ้อง คดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ วันนี้

ลุ้น ฟังคำตัดสินอัยการญี่ปุ่น สั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. หลังถูกกักขังนาน 20 วันจากกรณีถูกตำรวจญี่ปุ่นยึดได้จากกระเป๋ายาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นปืนลูกโม่จิ๋วคาสนามบินนาริตะ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  http://youtu.be/9_1q-QECW8Q    

 12,782
สังคม-อาชญากรรม
26 มิ.ย. 58

อัยการญี่ปุ่นฝากขัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ อีก10วัน ห้ามญาติเยี่ยม

อัยการญี่ปุ่น รับสำนวนคดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฐานครอบครองอาวุธปืนแล้ว แต่ยังไม่มีความเห็นสั่งฟ้อง เนื่องจากต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวนคดีเป็นเวลา 10 วัน ตามกฎหมายญี่ปุ่น พร้อมห้ามญาติเข้าเยี่ยม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/e599MY82Zg0    

 47,748
การเมือง
25 มิ.ย. 58

นายกฯ วอนอย่าโยงปม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ถูกจับ กระทบ icao

นายกรัฐมนตรี สั่งตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พกอาวุธเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ วอนอย่านำมาเชื่อมโยงปัญหา ICAO เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคล ขณะนี้สถานทูตได้ประสานช่วยเหลือด้านคดีแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุ ว่า พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธุปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจึงสามารถนำอาวุธปืนผ่านจุดตรวจในท่าอากาศยานไปยังประเทศญี่ปุ่นได้ หรือไม่ผ่านการตรวจเอ็กซ์เรย์ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีความผิด เหมือนการลักลอบขนของหนีภาษี แต่อย่านำไปเชื่อมโยงประเด็นกับปัญหา ICAO เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ขณะที่ ICAO เป็นเรื่องขององค์กร ที่จะส่งผลเสียต่อประเทศ ขณะเดียวกัน ยืนยันว่ารัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการประสานทนายความ ดำเนินคดีผ่านสถานทูต เพราะเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ข้าราชการ และเห็นว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเครพกฏหมาย ซึ่งทุกประเทศให้ความสำคัญ และเรื่องนี้รัฐบาลได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/-K3sLgu6zv8  

 6,744
สังคม-อาชญากรรม
04 มิ.ย. 58

กู้ภัยแจงช่วย จนท.ล้อมจับเด็กแว้น หลังเจอไลน์ขู่ล้างแค้น

สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเด็กแว้นประมาณ 400 คน ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บริเวณถนนราชพฤกษ์ ยืนยันฝ่ายคดีศาลแขวง 7 ยังไม่ได้รับสำนวนคดีไว้เพื่อพิจารณา เนื่องจากเอกสารหลักฐานในสำนวนที่พนักงานสอบสวนยังส่งมาไม่ครบถ้วน ด้านเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งชี้แจงกรณีช่วยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ จับกุมและควบคุมตัวกลุ่มเด็กแว้น พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลเด็กแว้นและสก๊อยที่ได้บาดเจ็บ หลังพบมีไลน์แฉจะล้างแค้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/VRt1p2lhsZw 

 6,650
การเมือง
18 มี.ค. 58

อสส.ส่งฟ้องบุญทรงพร้อมพวกคดีระบายข้าวจีทูจี

อัยการสูงสุดหอบสำนวนยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวก รวม 21 ราย ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี โดยศาลฯ นัดฟังคำสั่งประทับรับฟ้อง 20 เม.ย.นี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : http://youtu.be/Sz8Bq8KsNWw    

 1,724

Top