ค้นหา :

ผลการค้นหา "งานบอลจุฬาธรรมศาสตร์"

สังคม-อาชญากรรม
10 ก.พ. 62

สุดคึกคัก! 'งานบอล มธ.-จุฬา' จัดเต็มขบวนล้อการเมือง-แปรอักษร 'ธนาธร-ชัชชาติ' ร่วมงาน นศ.แห่ขอเซลฟี่

สุดคึกคัก! บรรยากาศขบวนพาเหรดล้อการเมือง จิกกัดเลือกตั้งสะท้อนสังคม งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ฝั่งธรรมศาสตร์ชูแนวคิด 'อนาคตใคร นิยาม' สื่อถึงการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปีนี้   เมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) ที่สนามศุภชลาศัย มีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนเข้าสู่การแข่งขัน จะมีการเดินพาเหรดขบวนล้อการเมือง โดยปีนี้ หลายฝ่ายต่างจับตามองเนื่องจากใกล้วันเลือกตั้ง ท่ามกลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คุกรุ่น ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกมาระบุว่าไม่เคยสั่งห้าม เพียงแต่ขอความร่วมมือ อย่าแสดงออกเกินเลย จนส่งผลให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย   นายพิธพงษ์ คำนนท์ นิสิตคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 โฆษกกลุ่มอิสระล้อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ขบวนล้อการเมืองธรรมศาสตร์หนีไม่พ้นเลือกตั้ง ไฮไลท์เป็นการทายอนาคตหลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ว่าจะส่งผลอะไรบ้างในระยะใกล้และระยะไกลที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศ ยอมรับมีอุปสรรคในการจัดทำขบวนซึ่งเกิดจากความผันแปรทางการเมือง แต่ยืนยันที่จะสะท้อนปัญหาสังคม การเมือง สิ่งแวดล้อมอย่างตรงไปตรงมา   สำหรับ ม.ธรรมศาสตร์ ปีนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่แสตนด์เชียร์ที่มีป้ายแสดงหมายเลข 2582 อยู่ ด้านบนของแสตนด์ฯ พร้อมแปรอักษรเป็นรูปตัวการ์ตูนโดเรม่อนมีข้อความว่า "สวัสดี เรามา จากโลกอนาคต" ชวนให้ตีความว่าเป็นตัวเลขของปี พ.ศ. และอาจเกี่ยวข้องกับประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขบวนล้อการเมืองของ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดสร้างสีสันอย่างโดดเด่นให้กับงานฟุตบอลประเพณีฯ ในปีนี้มีจำนวนหุ่นทั้งหมด 4 ตัวแต่ละตัวสะท้อนประเด็นทางสังคมและการเมืองแตกต่างกัน   ส่วนแรกของขบวนสะท้อนประเด็นที่ทางการไทยจับกุมและดำเนินคดีกับนายฮาคีม อัลอาไรบี อดีตนักฟุตบอลบาห์เรนซึ่งได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลีย โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าว่า #SaveHakeem ตามมาด้วยป้ายผ้า "หนีไป" และมีมาสคอตล้อ เป็นชายร่างสูงถือลูกบอลเข้าสนาม สวมชุดสีน้ำตาลแก่ ๆ และมีโซ่คล้องที่ข้อมือ ทั้งนี้กลุ่มล้อฯ มีความเห็นว่าหากประเทศ ไทยได้ส่งเขากลับไปยังดินแดนอันเป็นที่ ๆ เขาหนีตายมานั้น ต่อไปนี้ไทยคงไม่ใช่ที่สำหรับ ผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็น และภาพลักษณ์ของไทยทั้งในด้านมนุษยธรรมกับด้านกีฬา คงจะด่างพร้อยไปอีกนาน   หุ่นตัวที่ 2 "Game of Trade" สะท้อนประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างเรื่อง สงครามการค้าของ 2 มหาอำนาจ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีหมีพูห์ตัวจ้ำม่ำ และกัปตันผู้มีโล่ทวิตเตอร์เป็นอาวุธ คล้ายจะสื่อว่าเป็นประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และนายโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกำแพงที่สื่อถึงกำแพงภาษี โดยนักศึกษาถือป้ายผ้า 4 ผืน มีข้อความว่า "อันกัปตันถือโล่กำแพงล้อม หมีพูห์ย่อมโต้ตอบสมศักดิ์ศรี บริวารพันธมิตรต่างถูกพลี สงครามนี้ใคร จักนั่งบัลลังก์เงิน"   หุ่นตัวที่ 3 "พลัง.ประสาน.ช่วย.รัฐทหาร" โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องสูบน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่ กลุ่มล้อฯ อธิบายแนวคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่การตั้ง พรรคการเมือง ต้องดูดนักการเมือง ส.ส.เก่า หรือผู้กว้างขวางในท้องที่ต่าง ๆ มาอยู่ในสังกัด ทว่าในสถานการณ์ที่รัฐบาลจะหันมาเล่นเกมการเมือง พวกเขาย่อมใช้พลังทรัพยากรของรัฐที่มหาศาลในการดูดนักการเมือง โดยไม่สนว่านักการเมืองเหล่านั้น จะเคยเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู แม้ว่าเดิมทีจะเคยด่านักการเมืองเหล่านั้นว่าเป็น นักการเมืองน้ำเน่า โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า "เคยหาญหักนักการเมืองเคืองใจนัก มากลับหลักสร้างพรรคหนุนหมุนมอเตอร์ เปิดเครื่องกลพลังดูดสูดนะเออ ดูเสร่อของเคย ทิ้งกลับชิงมา"   หุ่นตัวที่ 4 "เลือกตั้งไม่ผิด ผิดที่สัญญา" โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นหีบหย่อนบัตรเลือกตั้ง และมีป้ายผลเลือกตั้งอยู่ด้านหลังเขียนว่า "ผลการลากตั้ง เขต 44 นายวุฒิ สภาทาส มีคะแนนเสียง 250"   กลุ่มล้อฯ อธิบายแนวคิดว่า การเลือกตั้งถือเป็นปัจจัยหลักในระบบประชาธิปไตย และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงต้องมีการกำหนดกติกาขึ้น แต่ในบ้านเมืองของเรา การเลือกตั้งไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงอำนาจของประชาชน แต่กลับเป็นเครื่องมือรองรับการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการผัดวันประกันพรุ่งการเลือกตั้งไปเรื่อย ๆ สรรหากฏกติกาที่จะทำให้   ตนเองได้เปรียบที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่รัฐบาลแต่งตั้งวุฒิสภา 250 คน เพื่อให้มาโหวตรับรองนายกฯ ที่อาจจะไม่ได้เป็นแม้แต่ ส.ส. กฎกติกาเช่นนี้มีแต่จะสร้างความเสียหายแก่สังคมไทยในระยะยาว   ปิดท้ายด้วยหุ่น "เขารัฐ ท." หุ่นมีลักษณะเป็นใบหน้าของ 4 บุคคล บางคนสวมแว่น บางคนไม่สวมแว่น ซึ่งก่อนเข้าสนาม กลุ่มล้อฯ ได้นำหน้ากากอนามัย N95 มาสวมให้กับ 4 ใบหน้า ก่อนถอดออกเมื่อเข้าสู่สนาม พร้อมถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า "คสช.อยู่ยั้ง ยืนยง ไทยย่อมทุกข์มั่นคง ทั่วหล้า ฝากมรดกโดยตรงให้แก่ราษฎร เป็นบทเรียนภายหน้า เมื่อสิ้นเผด็จการ"   ซึ่งกลุ่มล้อฯ อธิบายว่า อนุสาวรีย์คือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมหรือผลงานของบุคคลสำคัญในอดีต เช่น ภูเขารัชมอร์ในสหรัฐ ที่เป็นหน้าของประธานาธิบดีทั้ง 4 ที่ทำคุณประโยชน์ให้ชาติ แต่ในรัฐไทยการจะจดจำใครในด้านใด ก็ต้องดูมรดกที่เขาสร้างไว้ เช่น ม.44 ที่เป็นดังหลักศิลาที่ให้อำนาจนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างเองกับมือ เรือดำน้ำ รถไฟจีนแดงฯลฯ   "มรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ อาจจะยังไม่มากพอเท่ากับระยะเวลาที่พวกเขาอยากจะผูกขาดอำนาจ ผ่านสิ่งที่เรียกว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะกลายเป็นมรดกระยะยาว เปรียบได้กับภูเขาที่แกะสลักบุคคลทั้งสี่เอาไว้ และจะเป็นมรดกชิ้นใหญ่อยู่คู่สังคมไทยไปอีกนาน"      ขณะที่ขบวนพาเหรดฝั่ง จุฬาฯ มาภายใต้แนวคิด "ปลุกเสียงที่มีพลัง ให้ดังยิ่งกว่าที่เคย"  เน้นสะท้อนปัญหาทางสังคมและการเมืองเช่นกัน เริ่มขบวนด้วยกระต่ายมีขนสีรุ้ง 7 สี สื่อถึงควาหลากหลายทางเพศ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ หากเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกันก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ขบวนนำเสนอเรื่องสีผิวบ่งบอกถึงความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ในขบวนประกอบด้วยกลุ่มคนสีผิวต่าง ๆ ไม่ว่าภายนอกจะเป็นสีผิวอะไรแต่ภายในก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ขบวนที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่และฐานะที่แตกต่างกัน ทั้งรายได้ วิถีชีวิต อาชีพ รวมถึงสิทธิที่ไม่เท่าเทียมกันในสังคม สื่อให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน,ขบวนที่สื่อถึงคนรุ่นใหม่ซึ่งเดินออกจากกรอบสี่เหลี่ยมและผ้าผืนใหญ่สีเขียว ที่ไม่สามารถกลบเสียงของประชาชนได้ โดยระบุข้อความบนผืนผ้าว่า "ทุกสิทธิ์ทุกเสียงของทุกคนมีค่าการด่าไม่ได้ช่วยอะไร"   จากนั้นตามมาด้วยหุ่นที่สะท้อนประเด็นต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งหุ่นที่กำลังนั่งร่วมกินโต๊ะจีนมื้อใหญ่ที่มีประเทศไทยถูกแบ่งเป็นชิ้นส่วน แสดงให้เห็นถึงการแบ่งผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนใหญ่ และมีบัตรคนจนวางอยู่ข้าง ๆ หุ่น หุ่นพินอคคิโอนั่งบนหีบบัตรเลือกตั้ง หยอกล้อด้วยข้อความ "มาไร่หนูสิ" และหุ่นจำลองตู้เอทีเอ็มที่มีเงินไหลออกมา พร้อมป้ายข้อความเงินภาษีเท่ากับทุนหาเสียง ก่อนปิดท้ายขบวนด้วยข้อความ "ทุกสิทธิ์ทุกเสียงของทุกคนมีค่า" นอกจากนี้สิ่งที่จับตามองคือการแปรอักษรของนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันงานฟุตบอลประเพณีครั้งนี้   ภายหลังเสร็จสิ้นขบวนล้อการเมือง นายพิพิธพงศ์ คำนนท์ ประธานและโฆษกกลุ่มล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนหุ่นตัวสุดท้ายจะเข้าสนามมีเพื่อนนักศึกษาขอให้ระงับการแสดง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยและการถูกดำเนินคดีภายหลังนำเสนอ เนื่องจากมีสัญลักษณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตามหลังจากปรับความเข้าใจ ประมาณ 10 นาที หุ่นตัวสุดท้ายจึงเดินสู่สนามได้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าระงับแต่อย่างใด ส่วนขบวนหุ่นล้อการเมือง ตนคาดหวังว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในสังคมถกเถียงถึงปัญหาและนำไปสู่ทางออก รวมถึงจุดร่วมเพื่อให้ประเทศก้าวต่อไปข้างหน้าได้   ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอลปรากฏว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอาชนะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2-1 โดยอภิวัฒน์ งั่วลำหิน ยิงจุดโทษให้จุฬาฯ  ขึ้นนำ  จากนั้นสารัช อยู่เย็น ก็ยิงจุดโทษตีเสมอให้ธรรมศาสตร์ ก่อนที่จุฬาฯ จะได้ประตูชัยจากกรวิทย์  นามวิเศษ ช่วงท้ายเกมจุฬาฯ เหลือ 10 คน รัตนากร ใหม่คามิ โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง จบเกมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาชนะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 73 ไปครอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/5ZfF1S6fVLs

 1,680
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 62

จับตา หุ่นล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ - จุฬา

เริ่มเปิดแล้วหุ่นล้อการเมือง 2 ตัวแรก งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์ - จุฬา เสียดสีประเด็นการเลือกตั้ง ย้ำปีนี้มีเซอรไพร์สให้ตื่นเต้นเหมือนทุกปี   ในไฮไล์ที่ถูกจับตาในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ก็คือ ขบวนพาเหรดหุ่นล้อการเมือง ที่จะเคลื่อนจะเข้าสู่สนามศุภชลาศัยในช่วงบ่ายวันนี้ บรรยากาศล่าสุด ในช่วงตั้งแต่ 10 โมงที่ผ่านมา ก็เริ่มทยอยนำมาหุ่น มารอเตรียมพร้อมโดยรอบสนาม โดยน้องๆนักศึกษา ในชื่อ กลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์    สำหรับหุ่น 2 ตัวแรกที่เปิดออกมา ตัวแรกเหมือนกับเครื่องสูบน้ำสีฟ้า ใช้ชื่อว่า “พลัง.ประสาน.ช่วย.รัฐทหาร” พูดถึงพรรคการเมือง ที่ใช้พลังทรัพยากรของรัฐมหาศาลในการ “ดูด” นักการเมือง และ ส.ส. เหมือนเครื่องสูบขนาดยักษ์ ที่จะเอาตัวเองสืบทอดอำนาจเป็นรัฐบาลต่อไป เปรียบดังเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สูบมาอย่างไม่เลือกหน้า นอกจากพรรคตัวเองแล้ว พรรคอื่นๆที่ออกหน้าออกตาว่าสนับสนุนการสืบทอดอำนาจในครั้งนี้ ก็เป็นตัวตุ๊กตาช่วยหนุนให้พรรคพลังดูดยิ่งได้เปรียบขึ้นไปอีก และสถาบันพรรคการเมืองก็จะยิ่งห่างไกลจากอุดมการณ์ และกลายเป็นว่าใครจะดูดคนเข้าพรรคได้ดีมากกว่ากัน    ส่วนหุ่นตัวที่ 2 ใช้ชื่อว่า “เขารัฐ ท.” อธิบายว่า อนุสาวรีย์คือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมหรือผลงานของบุคคลสำคัญในอดีต ควรค่าแก่การจดจำ แต่ทว่าหากมีอนุสาวรีย์แบบหุ่นนี้ในรัฐไทย ก็คงเป็นอนุสาวรีย์ที่ชวนให้ตั้งคำถาม เพราะแม้การสลักใบหน้าอาจเป็นการทำให้จดจำ แต่จดจำในด้านใดนั้น ก็ต้องดูที่มรดกที่เขาสร้างไว้ ซึ่งเราได้เลือกผลงานบางเรื่องมาจัดแสดงในหุ่น เช่นม.44 ที่เป็นดังหลักศิลาที่ให้อำนาจนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างเองกับมือ เรือดำน้ำ รถไฟจีนแดง ฯลฯ ซึ่งมรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ อาจจะยังไม่มากพอเท่ากับระยะเวลาที่พวกเขาอยากจะผูกขาดอำนาจ ผ่านสิ่งที่เรียกว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี ที่จะทำให้รัฐบาลใดๆที่จะเข้ามาในอนาคตนั้น ต้องอยู่ใต้การควบคุมของแผนดังกล่าว และขาดอิสระในการดำเนินนโยบายของตน และจะกลายเป็นมรดกระยะยาวอันเปรียบได้กับภูเขาที่แกะสลักบุคคลทั้งสี่เอาไว้ และจะเป็นมรดกชิ้นใหญ่อยู่คู่สังคมไทยไปอีกนานแสนนาน   ขณะที่ภาพรวมหุ่นล้อการเมืองในปีนี้ นายพิพิธพงศ์ คำนนท์ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ปี 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะโฆษกกลุ่มอิสระล้อการเมืองฯ บอกว่า หุ่นล้อการเมืองจะมีด้วยกัน 4 ตัว จะเป็นการนำเสนอประเด็นปัญหา และสะท้อนความเป็นไปของสังคม แน่นอนจะเกี่ยวข้องกับการเมือง และทันสถานการณ์การเมือง จะเป็นอะไรนั้นขอให้รอดูพร้อมกันย้ำว่ามีเซอรไพร์สให้ตื่นเต้นเหมือนทุกปี ซึ่งเนื้อหาจะสื่อสารในรูปแบบปลายเปิด และทำให้สังคมได้เกิดการวิพากษ์และคิดต่อจากบุคคลากรหลายคณะ หลายทัศนคติ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mTPWbIkc2r4

 609
การเมือง
07 ก.พ. 62

เด็ก มธ.ยันพาเหรดล้อการเมือง ล้อทุกฝ่ายไม่เลือกกลุ่ม อย่าร้อนตัวว่าหุ่นหน้าเหมือนใคร

กลุ่มนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ระบุ การจัดทำหุ่นล้อการเมืองในขบวนพาเหรดล้อการเมือง งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 เสร็จไป 85 เปอร์เซ็นต์ มีหุ่นบางตัวที่อาจต้องนำไปประกอบที่สนามศุภชลาศัยก่อนการแข่งขัน   ยืนยันว่า การทำหุ่นล้อจะไม่แพ้ปีก่อนๆ ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ต้องการทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถาม ไม่เจตนาให้ไปกระทบภาพลักษณ์หรือความมั่นคง ล้อทุกฝ่ายไม่ได้เลือกล้อกลุ่มเดียว   อยากให้มองเป็นเรื่องขำๆแบบมีชั้นเชิง ส่วนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจหุ่นก่อนวันงาน ควรต้องประสานผ่านมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เข้ามาตรงๆ เพราะจะเป็นการคุกคาม และไม่ใช่ประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องมากังวลว่าหุ่นจะหน้าเหมือนผู้นำคนไหน เว้นแต่จะร้อนตัวไปเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LIfwUa03MAw

 4,369
การเมือง
06 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' ไม่ห้าม มธ.ล้อการเมือง แต่อย่าเล่นเกินเลย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่นักศึกษากลุ่มอิสระล้อการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุถูกเจ้าหน้าที่รัฐห้ามทำหุ่นล้อนายกฯ และ ครม.ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 73 ไม่เคยสั่งห้ามใคร สอบถามหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงแล้ว   บอกว่าขอความร่วมมืออย่าไปทำอะไรให้เกินเลย จนทำให้ประเทศชาติเสียหาย การสร้างความสนุกสนานต้องมีมาตรฐานของตัวเองกันบ้าง ทุกคนอ้างแต่ประชาธิปไตย แต่ต้องรู้ด้วยว่าควรทำอะไรให้แค่ไหน ไม่ใช่เอาทุกอย่างมาเล่นทั้งหมด เมื่อขอความร่วมมือถ้าไม่ร่วมมือเป็นเรื่องของท่าน ตนไม่ใช้มาตรการบังคับอยู่แล้ว ผ่อนผันให้มามากแล้ว อย่ามาอ้างว่าใช้อำนาจ คสช.หรือมาตรา 44 เบื่อเต็มที่แล้วกับคนที่ชอบอ้างแบบนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oz3EK0_da3Q

 1,206
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 61

'บอย สกล' โผล่เปิดใจยันไม่เคยแอบอ้างเรียน ม.ดัง ปัดโกงเงินรุ่น 8 แสน ถือป้ายงานบอลเพราะเพื่อนชวน

กรณีบอย สกล หรือ นายสกล เอี่ยมสอาด ที่ถูกโลกโซเชียลขุดคุ้ยแฉประวัติ ระบุว่า มีการแอบอ้างเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดัง และกระทั่งถูกแชร์ว่าได้โกงเงินรุ่นของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนเงินกว่า 8 แสนบาท แล้วหนีไป   ล่าสุด บอย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ถึงประเด็นถูกกล่าวหาว่าโกงเงินรุ่นของนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวนเงินกว่า 8 แสนบาท นั้น ตนอยากออกมาชี้แจงตั้งแต่เป็นข่าว ที่ไม่พูดเพราะไม่มีหลักฐานอะไร จึงเลือกที่จะเงียบและรวบรวมพยานหลักฐาน อยากพูดถึงคนที่กล่าวหาซึ่งเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่ากำลังรวบรวมหลักฐานจะฟ้องตน จนถึงวันนี้ก็ไม่เห็นฟ้องร้องอะไร ตนอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนไม่โกงเงิน โดยจะนำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นให้ตำรวจ สน.บางรัก พร้อมกับทนายความในวันที่ 31 ต.ค. นี้ และขอคำปรึกษาจ่อเอาผิดคนที่กล่าวหาตน   ยอมรับว่าเป็นประธานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รุ่นที่ 22 ปีการศึกษา 2557 จริง เป็นคนบอกให้เก็บเงินจริง มีเหรัญญิกเป็นคนเก็บเงิน ตนไม่ได้เก็บและไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชีที่เปิด  มีเหรัญญิก 2 คน เป็นผู้เปิดบัญชีร่วม หากถอนเงินก็ต้องเซ็นชื่อถอนเงินพร้อมกัน ตนจำตัวเลขยอดเงินที่แน่นอนไม่ได้ อีกไม่นานจะมีการตรวจสอบตามกฎหมาย เงินรุ่นที่เก็บอาจไม่ถึง 8 แสนบาท เนื่องจากรุ่นมีประมาณ 800 คน เก็บครั้งเดียวคนละ 1,500 บาท เพื่อใช้ทำกิจกรรมภายในรุ่นตลอด 4 ปี ในช่วงการศึกษา จ่ายจริง ๆ เพียง 500-600 คนเท่านั้น   ตอนนี้ยังงงทำไมถึงกล่าวหาว่าตนโกงเงินไป ขอชี้แจงว่าไม่ได้เอาไป ตนเรียนที่มหาวิทยาลัยบูรพาแค่ปีการศึกษา 2557  ที่บอกว่าตนหายไปพร้อมกับเงินและนำเงินไปออกรถใหม่ยืนยันไม่ใช่ความจริง ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาครอบครัวของตนไม่เคยถอยรถใหม่    “ช่วงที่มีกระแสข่าวผมถูกโจมตีจากโซเชียลอย่างหนัก โดยเฉพาะทวิตเตอร์  ใน 1 นาที มีคนรีทวิตหลักพันและวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจนไม่กล้าเปิดดู ผมเป็นแค่คน ๆ หนึ่ง พอเจอกระแสข่าวนี้ถือว่าหนักพอควรแต่ก็รับได้ ไม่ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย คนทำผิดไม่ได้หมายความว่าขีวิตจะล้มเหลว ผมยอมรับในสิ่งที่ทำผิดและเคยขอโทษไปแล้วตั้งแต่แรก แต่ถ้าเป็นเรื่องทางกฎหมายก็ยินดีให้ปากคำหรือมอบตัวกับเจ้าหน้าที่หากมีหมายศาลมาที่บ้าน หากผิดก็พร้อมยอมรับ”   ผู้สื่อข่าวถามที่บอกว่าทำผิดบอยทำผิดอะไร บอยบอกผมไม่ได้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไปถือป้ายในงานฟุตบอลประเพณี จนสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ใช่นิสิตฯ แต่ทำไมถึงได้ไปถือป้าย งานดังกล่าวเป็นงานเปิดไม่ใช่งานปิด ก่อนถึงวันงานมีเพื่อนมาบอกว่าคนขาดขอความร่วมมือหน่อยได้ไหม   ตนจึงถามไปว่าเสียเงินไหม เขาบอกไม่เสียไปเดินให้หน่อยจึงตัดสินใจไป วันที่ไปเดินตนคิดว่าทำถูกไม่ได้เสียหายอะไร หลังจากนั้นสังคมวิจารณ์ว่าตนทำผิด ก็มานั่งคิดทบทวนรู้สึกละอายใจ ถ้าย้อนกลับไปได้คงไม่ไปเดิน ตอนนั้นไม่ทราบว่าเขาอนุญาตให้คนนอกเข้าร่วมกิจกรรมได้หรือไม่    “ผมไม่เคยแอบอ้างเรียนมหาวิทยาลัยดัง ที่บอกว่าผมเข้าไปนั่งเรียนและนั่งสอบไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยไปนั่งเรียนตามที่เป็นข่าว ส่วนภาพที่ตนเข้าไปนั่งในหอสมุดของมหาวิทยาลัยนั้น สถานที่ดังกล่าวไม่ใช่สถานที่ปิด บุคคลภายนอกสามารถเข้าไปอ่านหนังสือได้ ทั้งนี้ตนได้ทำหนังสือชี้แจงมหาวิทยาลัยแล้ว   กระแสข่าวที่ออกมาและเป็นความจริงมีเรื่องเดียวคือกรณีตนไปถือป้ายงานฟุตบอลประเพณี ประเด็นอื่น ๆ ขอปฏิเสธไม่เป็นความจริง ยินดีให้ขุดคุ้ยประวัติหรือใครอยากรู้เรื่องอะไรมาถามตนได้ ส่วนที่ไปฝึกงานบริษัทแห่งหนึ่งตนก็ใช้วุฒิการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ตนเรียนไปยื่นจริง ๆ ไม่เคยปลอมแปลงเอกสารหรือบัตรนิสิต”   บอย บอกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่คิดหนีไปไหน ตนเห็นข่าวแต่กลับบ้านไม่ได้เพราะนักข่าวหลายสำนักไปดักรออยู่หน้าบ้าน จึงไปอาศัยอยู่คอนโดเพื่อนชั่วคราว พอเรื่องเพรา ๆ ลง ก็ติดต่อกลับบ้านปรึกษาพ่อแม่เพื่อหาทางออก ทางบ้านแนะนำสิ่งไหนที่ทำผิดพลาดก็ให้ยอมรับ สิ่งไหนที่มั่นใจไม่ได้ทำให้ปรึกษาทนายความดำเนินคดีตามกฎหมาย   “ตั้งแต่เกิดเรื่องผมอึดอัดใจมากแทบแทรกแผ่นดินหนี น้อยคนมากที่จะเข้าใจเรา คนสนิทเท่านั้นที่จะรู้ว่าตนเป็นคนอย่างไร ทุกคนมองตนในทางลบไปแล้วก็รู้สึกไม่ดี ยอมรับตั้งแต่เกิดเรื่องใช้ชีวิตในสังคมค่อนข้างยาก ไปที่ไหนมีคนรู้จัก จำหน้าได้มาถามถึงที่เกิดขึ้นว่าทำจริงมั้ย ส่วนที่คนมองว่าตนเป็นคนลวงโลก ตนไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่ได้หลอกลวงใคร ผมไม่สนใจคำพูดก็แค่ลมปาก ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างมีสติเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”     รับชมผ่านยูทูบ https://youtu.be/nuFc7okBXMc  

 6,765

Top