ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไพบูลย์นิติตะวัน"

สรุปข่าว
03 ก.พ. 63

รอบวันทันข่าว 3 ก.พ.63 - 'ไพบูลย์' เสนอเลื่อนญัตติปลด 'เสรีพิศุทธ์' ก่อนวันซักฟอก

'ไพบูลย์' เสนอเลื่อนญัตติปลด 'เสรีพิศุทธ์' ก่อนวันซักฟอก นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวสพ้น จากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 108(5) โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นผู้เสนอ และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองจำนวน 51 คนนั้น ได้ปรากฏในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 วาระการประชุมที่ 6.9 แล้ว คาดว่าจะมีการขอเลื่อนญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมสภา ก่อนวันที่จะมีการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน     โครงการส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะ ระดับประถมศึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เปิดตัวโครงการ ส่งเสริมความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการลดและแยกขยะ ระดับประถมศึกษา ของมูลนิธิคุณ เพื่อสานต่อการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสู่เมืองปราศจาคขยะ 100%     โครงการวิจัยและพัฒนาโรงเรียนสาธิต เป็นศูนย์ฝึกปฏิบัติการและวิจัยต้นแบบท้องถิ่น สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ ร่วมกับ สถาบันการศึกษาขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา โครงการวิจัยและพัฒนาโรงเรียนสาธิต ให้เป็นศูนย์ฝึกปฏิบัติการและวิจัยต้นแบบ ให้กับโรงเรียนในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง     คณะนักศึกษาหลักสูตรสื่อสุขภาพ เยี่ยมชมการดำเนินงาน รพ.สมเด็จพระยุพราช คณะนักศึกษาหลักสูตรสื่อสุขภาพ รุ่นที่ 2 เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เพื่อสนับสนุนการให้บริการแก่ผู้ป่วย มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสนับสนุนเงินกองทุนรักษาผู้ป่วย ด้านกายภาพบำบัดและผู้สูงอายุ

 1,929
การเมือง
25 ม.ค. 63

'วิษณุ' แย้มมีทางออก พ.ร.บ.งบ 63 ไม่มีวิบัติแน่นอน 'ชวน' ชี้เสียบบัตรแทนกัน มีปัญหาแน่นอน!

ประเด็นทางการเมือง กรณีปมปัญหาเสียบบัตรแทนกัน จนต้องนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ากระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่   ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ต้องรอผลตรวจสอบจากสภาฯ ว่าบัตรประจำตัวของ ส.ส.ว่ามีการทำผิดจริงหรือไม่ ซึ่งจริงๆแล้วบัตรประจำตัวของ ส.ส.ใช้ได้ 2 กรณี แสงตน กับลงมติ ทางออกมีอยู่ แต่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาก่อน ว่าผิดตรงไหน   ส่วนกรณีที่มีการบอกกันว่า ออกเป็น พ.ร.ก.เงินกู้ จะทำได้หรือไม่นั้น นายวิษณุ บอกว่า ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด นั้นจะเป็นทางสุดท้าย   ส่วนเรื่องที่ 2 ใช้มาตรา 143 ที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ.งบ ได้หรือไม่ หากพิจารณาไม่เสร็จภายใน 105 วัน ก็ให้ถือว่าสภาฯเห็นชอบนั้น เรื่องนี้ นายวิษณุ บอกว่า มันก็ไม่ใช่ทางออกสุดท้าย แต่มันก็เป็นทางออกหนึ่ง   ด้าน นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาฯ บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถ้าผิดจริง ต้องตกไปทั้งฉบับ ไม่สามารถใช้มาตรา 143 ได้ เพราะสภาฯกำหนดไว้แล้วว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้เสร็จภายใน 105 วัน มันเป็นอีกเรื่อง แต่ถ้ามันผิดกฎหมาย มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เป็นคนละกรณี   ส่วนจะใช้ พ.ร.ก.แทน พ.ร.บ.ได้หรือไม่ นายโภคิน บอกว่า ไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับแล้วว่า งบประมาณต้องเป็น พ.ร.บ.เท่านั้น   นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า กรณีฝากให้คนอื่นเสียบบัตร แต่ตัวไม่อยู่ในห้องประชุม มีปัญหาแน่นอน แต่กรณีที่ตัวอยู่ในที่ประชุม แล้วให้บุคคลอื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน ต้องดูที่เจตนาและต้องตักเตือน ถึงแม้สถานที่จะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็อยากให้หลีกเลี่ยงการเสียบบัตรแทนกัน เดี๋ยวปัญหามันจะน้อยลง ถ้าใช้ห้องประชุมสุริยัน เพราะมีจำนวนที่นั่งและเครื่องลงมติเพียงพอกับจำนวนสมาชิก    ส่วนที่มีคนแนะนำใช้การสแกนม่านตา หรือลายนิ้วมือแทน นายชวน บอกว่า งบประมาณสิ้นเปลืองเกินจำเป็นหรือเปล่า    มีรายงานว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐสภา มีการนำคำร้องของ ส.ส.174 คน ไปยื่นเป็นที่เรียบร้อย โดยคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะนำคำร้องดังกล่าวพิจารณากันภายในสัปดาห์หน้า เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ   ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บอกว่า คำร้องของทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีการเสียบบัตรแทนกันในการลงมติร่างพระราชบัญญัตินำเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไม่เป็นเหตุให้ร่างงบประมาณต้องตกไปทั้งฉบับ    เนื่องจากไม่มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และกระบวนการตรากฎหมายก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาในการวินิจฉัยประเด็นนี้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน   ส่วนกรณีประเด็นเรื่องเสียบบัตรแทนกันนั้น ศาลน่าจะพิจารณาตามข้อกฎหมาย โดยดูเหตุและผลของการกระทำ ซึ่งหากมีการกระทำเกิดขึ้นจริง ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น ไม่น่าจะมีผลต่อเสียงข้างมาก จนทำให้เปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์ของส.ส.ทั้งหมดที่ร่วมกันลงมติได้ แต่สำหรับส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกันจะมีความผิดหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องของกระบวนการอาญา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการลงมติ   ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กบอกว่า การเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส.นั้น คือการโกงประชาชนที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา    ส่วน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย บอกว่า กรณีนี้เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เตรียมร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อทำการไต่สวน สอบสวนต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/J0_9CTBnz5o

 486
การเมือง
18 ม.ค. 63

'เสรีพิศุทธ์' ลั่นเรียก 'ปารีณา' ว่า "เสือก" ยังน้อยไป ด้าน 'ไพบูลย์' รับทำงานยาก เพราะประธานกมธ.ทำตามอำเภอใจ

ภายหลังการประชุม กมธ.ปปช.เดือดอีกครั้ง พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ต่อว่า นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อย่างรุนแรง จนเกิดการโต้เถียง ทำให้นายสิระ เจนจาคะ ขอให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด สุดท้ายต้องสั่งปิดการประชุมลงไปนั้น   ล่าสุด พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าวว่า เหตุชุลมุนในที่ประชุมกรรมาธิการ แต่มีเหตุสืบเนื่องมาก่อน ตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐส่งนายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เข้ามาป่วน และยังบีบให้พรรคชาติพัฒนาถอนตัว เปลี่ยนจากนายดล เหตระกูล มาเป็นนายไพบูลย์ นิติตะวัน พอเข้ามา ก็ขอให้ยุตติการศึกษาข้อเท็จจริง กรณี พลเอกประยุทธ์ ถวายสัตย์ไม่ครบ แต่การยุตติไม่ใช่ว่าพอใจ หรือไม่พอใจก็จะให้ยุตติ เพราะต้องมีเหตุ เพราะไม่เช่นนั้นต่อไปนายสิระ หรือนางสาวปารีณา ก็จะมาใช้เสียงข้างมากที่จะทำให้ยุตติเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับตน   พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ย้ำว่า นายไพบูลย์,นายสิระ และนางสาวปารีณา ต่างเข้ามาเป็น กมธ. ป.ป.ช. เพื่อทำประโยชน์ให้กับตนเอง เพื่อพลเอกประยุทธ์ และกลุ่มของตัวเอง ไม่ได้มาทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ได้สนใจในการทำงานของกรรมาธิการ เมื่อวานนี้ก็เสนอโหวตเพื่อบีบประธานกรรมาธิการ ทั้งนี้ตนชี้แจงว่า คำว่า เสือกนั้น ตนพูดจริง จำได้ แต่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับบุคคลคนนี้ พร้อมยืนยันว่าตนจะต้องยืนหยัดในความถูกต้อง หากมีปัญหาอะไรต้นก็พร้อมที่จะรับ และยืนยันว่าไม่เป็นฟางเส้นสุดท้ายในการทำงานกรรมาธิการ ไม่มีอะไร ก็อาจจะรายงานพฤติกรรมต่อสภา เพื่อพิจารณาจริยธรรม ส.ส. และไม่กังวล ที่นายไพบูลย์ยื่นปลดตน ออกจาก ประธาน กมธ. ซึ่งเชื่อว่าไม่สามารถทำได้เพราะตำแหน่งประธานเป็นโควต้าของพรรคเสรีรวมไทย ก็เสนอไปพูดกันด้วยข้อเท็จจริงด้วยเหตุผล   ส่วนที่นายสิระ เตรียมที่จะฟ้องหมิ่นประมาท กรณีที่ตน พูดคำว่าผรุสวาท ตัวเงินตัวทอง นั้น พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ แจงว่า ก็ให้เขาทำไป กวนจนต้องปิดการประชุม แต่คำว่า เ หี้ย ห่า ศาลก็ไม่ได้วินิจฉัย มีคำพิพากษามากมายที่ไม่รับยกฟ้องหมด     นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ยอมรับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน กมธ.ป.ป.ช.ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นด้วยความยากลำบาก ซึ่งก็ทำงานยากมาตั้งแต่ต้น เพราะเป็นทำงานแบบตามอำเภอใจของ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ. โดยไม่คำนึงถึงข้อบังคับ ปัญหาจึงมาจากแนวคิดของตัว พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ที่ใช้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ที่มาจากพรรคอื่น แทนที่จะไปตรวจสอบการทุจริตที่มาจากส่วนราชการ จึงเป็นที่มาของปัญหาในกรรมาธิการชุดนี้ ทำให้นายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการ ต้องตอบโต้กลับ เพราะพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ก็ให้คนมาร้องเรียนเอาผิดแบบเอาเป็นเอาตายกับบุคคลทั้งสองเช่นกัน แต่เรื่องที่มีการร้องเรียนพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กลับไม่มีการบรรจุอยู่ในวาระ และหาเรื่องป่วนโดยอาศัยอำนาจประธานกรรมาธิการ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติ   ส่วนที่ระบุว่านางสาวปารีณา และนายสิระ ไม่รับผิดชอบงานนั้น นายไพบูลย์ยอมรับว่าได้รับงานของนางสาวปารีณามาทำแทน แต่งานส่วนใหญ่ที่มอบบหมายให้เป็นงาน Junk หรืองานเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องให้กรรมาธิการตรวจก็ได้   และไม่คาดหวังให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ปรับบทบาทท่าที และพฤติกรรมในการทำงาน เพราะตนไม่เคยทักท้วงไปแล้วหลายครั้ง ที่ผ่านมาคุยด้วยที่ผ่านมาก็คุยกันด้วยเหตุผลตลอด แม้ใช้มติเสียงข้างมากในกรรมาธิการพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ก็ไม่สนใจรับฟัง ลุแก่อำนาจจึงไม่รู้จะหาวิธีใด นอกจากใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรให้ปลดพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ออกจากกรรมาธิการ   สำหรับกระแสต่อต้านในโลกโซเชียลที่มองว่านางสาวปาวีณาและนายสิระ ไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการป.ป.ช. หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา นายไพบูลย์ ยอมรับว่าทั้งสองคนมีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ เช่นเดียวกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ดังนั้นต้องแยกให้ออก   แต่อย่างไรก็ตาม การเป็นกรรมาธิการไม่ได้มาจากคนในโซเชียล ซึ่งหากเอาตามโซเชียลก็ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งก็ได้ เพราะสังคมมีรัฐธรรมนูญ มีประชาชนที่เลือกโดยตรง พร้อมย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขโดยใช้ข้อบังคับและกฎหมาย แต่ส่วนใดที่อยู่นอกเหนือจากอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ก็จะสามารถใช้กระบวนการยุติธรรม ได้ทุกฝ่าย ใครจะฟ้องร้องกันก็ได้แต่อย่านำกรรมาธิการมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียชื่อเสียง   นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่ารับทราบปัญหาความวุ่นวายของกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องภายในกรรมาธิการที่จะต้องจัดการปัญญากันเองตามอำนาจหน้าที่เพราะทั้งหมดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่กันแล้วและที่ผ่านมาได้เคยตักเตือนไปแล้ว อย่างไรก็ตามหากมีการร้องเข้ามาเพื่อขอให้เป็นตัวกลางเพื่อพูดคุยระหว่าง 2 ฝ่ายก็พร้อม เพราะยอมรับว่าภาพที่ออกมาไม่ใช่ภาพบวก และไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากที่เคยปรากฎมาตั้งแต่ต้น จนถูกมองว่าใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือทางการเมือง   ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการร้องเรื่องการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้กรรมาธิการยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการยังไม่แล้วเสร็จ จึงไม่สามารถส่งเรื่องให้พิจารณาได้   ส่วนการยื่นญัตติถอดถอน พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น นายชวน กล่าวว่ารับทราบจากข่าวแล้วแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งตามหลักการสามารถทำได้ที่จะให้ประธานกรรมาธิการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งจะต้องดูเนื้อหาคำร้องว่าเข้าตามหลักเกณฑ์ ข้อบังคับหรือไม่     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/CmJ15kCPUkU  

 1,118
การเมือง
17 ม.ค. 63

ประชุม กมธ.ปปช. เดือด ‘เสรีพิศุทธ์’ น็อตหลุดว่าปารีณา “อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม” ก่อน 'สิระ' ขอให้ถอน สุดท้ายเป็นเรื่อง จนต้องปิดการประชุม

ประชุมกรรมาธิการ ปปช. เดือดอีก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช น็อตหลุด เมื่อ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ทวงถามกรณี ไม่บรรจุเรื่องที่ตนเองและนายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องตรวจสอบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จำนวน 7 ประเด็น โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุถึงเหตุผลที่ไม่ยอมพิจารณาเพราะว่าไม่มีลายเซ็นผู้ร้อง ทำให้เกิดการโต้เถียงกันกว่า 15 นาที    กระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โมโหและหมดความอดทน กล่าวว่า “อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม” ทำให้ส.ส.ปารีณา กล่าวโต้ตอบว่า “อย่ามาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับดิฉัน” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงสวนกลับว่า “ก็คุณมันต่ำ” จากนั้นที่ประชุมสั่งพักการประชุม   ต่อมาที่ประชุมคณะกมธ.กลับมาเปิดอีกครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวยอมรับว่า เอกสารคำร้องลงนามถูกต้อง ด้าน น.ส.ปารีณา จึงขอให้ถอนคำว่า “เสือก” แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันไม่ถอน ทั้งยังท้าให้ไปฟ้อง และไล่น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม รวมถึงสั่งตำรวจสภาหญิง 2 คน มาอุ้มน.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม จากนั้นสั่งปิดประชุมทันที    ช่วงนั้น นายสิระ ได้โวยวายขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำว่า “เสือก” เพราะเป็นคำไม่สุภาพที่จะใช้กับผู้หญิง จึงเกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง นายสิระ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “สังคมควรตัดสินว่าผู้ชายคนนี้ทำพฤติกรรมยังไง คุณเอ๋ก็แค่ทักท้วงแต่กลับมีคำพูดจากประธานว่าเสือก เข้าใจว่าพูดออกมาแล้วหลุดได้ แต่หลุดแล้วก็ควรจะขอโทษ"   ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.ยื่นญัตติด่วน ขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vMM8n0rprTs

 1,981
การเมือง
17 ม.ค. 63

'ไพบูลย์' ยื่นญัตติถอด 'เสรีพิศุทธ์' พ้นกมธ.ป.ป.ช.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส บัญชีรายชื่อ และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฏรเสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พ้นจากการเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร     หลังการประชุมกรรมาธิการเมื่อวานนี้มีมติเสียงข้างมาก 8:7 ให้ยุติการตรวจสอบการถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี แต่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กลับไม่สนใจให้ดำเนินการตรวจสอบต่อ แม้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในเขตพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ การกระทำของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์จึงเป็นการล่วงละเมิดพระบรมราชวินิจฉัย และถือเป็นการละเลยต่อมติเสียงข้างมาก โดยอ้างอาศัยอำนาจประธานกรรมาธิการ ถือเป็นการลุแก่อำนาจ จึงไม่สมควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการอีกต่อไป และได้กระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และฝ่าฝืนมติของกรรมาธิการเสียงข้างมาก

 4,347
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้โละทิ้ง สว.ที่มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ว่า จะเสนอโละทิ้งอะไร ก็ให้ว่าไป เป็นเรื่องของประธานสภา จึงอยากให้ไปถามนายชวน หลีกภัยเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษารายละเอียด ว่าจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดแล้วแต่สภาฯ เรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนายชวน การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็น ส.ว. เพราะต้องการให้เหล่าทัพได้ติดตามงานในสภาฯที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เพื่อนำไปชี้แจงกับกำลังพลในกองทัพ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องปฏิวัติ อีกทั้งยังได้ทำงานร่วมกับ ส.ว. และ ส.ส.ด้วย แต่ถ้าสภาฯเห็นชอบต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนทหารไม่ได้เกี่ยวข้องและคงไม่ต้องเรียกมาพูดคุย   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุส่วนตัวจะเสนอให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการประชุมของคณะ กมธ.เพื่อจะได้สะท้อนข้อมูลทั้งสองด้านให้สังคมเห็นว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยประเด็นใดอย่างไร ป้องกันไม่ให้แสดงความคิดเห็นฝ่ายเดียว และไม่ควรปลุกกระแสให้เกิดความขัดแย้ง และจะเสนอเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะขาดเหตุผลความจำเป็น ที่สำคัญจะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ที่สังคมจะได้ คิดว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรแก้ไขเป็นรายมาตรามากกว่า เอาเฉพาะมาตราที่มีปัญหาและสังคมยอมรับว่าควรต้องแก้ไข เทียบเคียงกับการแก้ไขประมวลกฎหมาย เช่น ประมวลรัษฎากรหรือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการออกแบบ ส.ว. ที่ให้มีข้าราชการประจำ 6 คน เป็น ส.ว.โดยตำแหน่งว่า มีประเด็นน่าพิจารณาหลายประการ คือ   1.หก ส.ว.ที่มาโดยตำแหน่งการเป็น ผบ.หน่วยคุมกำลัง เป็นข้าราชการประจำ ศักดิ์ศรีมิได้แตกต่างกับปลัดกระทรวงอื่นหรือตำแหน่งเทียบเท่าปลัดกระทรวงอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่สำคัญไม่น้อย 2.หก ส.ว.ดังกล่าวเป็นเหมือนอภิสิทธิ์ชนนั่งสองเก้าอี้ รับเงินเดือนสองทาง ข้ามเส้นแบ่งไปมาระหว่างข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ด้วยความสำคัญของงานประจำ จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถทำงานในหน้าที่ ส.ว.ได้เต็มที่และเต็มเวลา   3.การอ้างเหตุว่าออกแบบมาเพื่อป้องกันการรัฐประหารไร้เดียงสายิ่ง จะอยู่นอกหรือในสภาฯหากคุมกำลังก็ทำรัฐประหารได้ ในอดีตขนาดนายกฯมีอำนาจเต็มยังรัฐประหารตัวเอง เพราะเบื่อสภาฯได้   4.ข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯที่ให้ทบทวน 6 ส.ว.จากข้าราชการประจำ เป็นข้อเสนอบนการปกครองแบบประชาธิปไตยสากล มุ่งให้มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองสมควรพิจารณายิ่ง อย่าหลับหูหลับตาเชียร์ฝ่ายใด จนลืมหลักการ หรือบอกให้ทนๆแค่ 5 ปี เพราะแต่ละวันแต่ละเดือนที่ผ่าน ประเทศล้วนมีต้นทุนที่ต้องจ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-0MWkACCdD0

 969
การเมือง
27 ธ.ค. 62

'ไพบูลย์' ยันไม่ได้มอบกระเช้าขอโทษ 'เสรีพิศุทธ์' แต่เป็นเรื่องของ 'สิระ' คนเดียว

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีปรากฏภาพเป็นข่าวกำลังมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ ให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร่วมกับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เพื่อขออภัยที่ได้ล่วงเกิน   โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะตนไม่ได้ไปขออภัยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร แต่เป็นเรื่องของนายสิระ เพียงคนเดียว   ส่วนภาพที่มีตนเข้ามายืนถ่ายรูปด้วยนั้น เป็นช่วงที่นายสิระ นำอีกกระเช้ามามอบให้กับตน เพื่อยินดีกับการได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เนื่องจากเป็นการมอบในห้องประชุมกรรมาธิการ จึงได้เชิญพลเอกเสรีพิศุทธ์ มายืนเป็นพยานอยู่ตรงกลางด้วยกัน จึงเกิดความเข้าใจผิด   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/Wx50JlPIFeE

 1,506
การเมือง
26 ธ.ค. 62

'ไพบูลย์' ยันไม่ได้มอบกระเช้าขอโทษ 'เสรีพิศุทธ์' ซัดบิดเบือน อ้างใช้อำนาจสั่งตำรวจสภา

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐชี้แจงกรณีปรากฏภาพเป็นข่าวกำลังมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ให้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร่วมกับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เพื่อขออภัยที่ได้ล่วงเกิน   โดยยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด เพราะตนไม่ได้ไปขออภัยพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์เพราะไม่มีความจำเป็นอะไร แต่เป็นเรื่องของนายสิระ เพียงคนเดียว   ส่วนภาพที่มีตนเข้ามายืนถ่ายรูปด้วยนั้น เป็นช่วงที่นายสิระ นำกระเ้าอีกกระเช้า มามอบให้กับตนเพื่อยินดีกับการได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เนื่องจากเป็นการมอบในห้องประชุมกรรมาธิการ จึงได้เชิญพลเอกเสรีพิศุทธ์ มายืนเป็นพยานอยู่ตรงกลางด้วยกัน จึงเกิดความเข้าใจผิด     นายไพบูลย์ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน บิดเบือน กรณีอ้างว่าการประชุม กรรมาธิการเมื่อวานนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพราะได้สั่งการให้ตำรวจรัฐสภามาคุ้มกัน ทั้งๆที่ความจริงไม่มีตำรวจรัฐสภามาดูแลตามที่กล่าวอ้าง แต่ที่ประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะมีการหยิบยกข้อบังคับมาใช้ในการประชุม จึงเห็นว่าเป็นความไม่เหมาะสมที่พลเอกเสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เป็นการให้ ข่าวบิดเบือนต่อสื่อมวลชน   พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าการเชิญอธิบดีกรมป่าไม้เข้าชี้แจงถึงการตรวจสอบการถือครองที่ดินของนางสาวปรีณา เมื่อวานนี้ ว่าตนได้ขอให้อธิบดีกรมป่าไม้ไปดำเนินการตรวจสอบที่ดิน 300ไร่ ที่กรมป่าไม้อ้างว่าเป็นที่ป่าไม้ และ น.ส. ปารีณา ครอบครอง อยู่กว่า 46 ไร่ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าว อยู่ระหว่าง ที่ สปก.กับที่เอกชน ที่มีอยู่เป็นล้านไร่ จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ มีที่ดินของป่าไม่เพียง 300 ไร่ กั้นกลาง อีกทั้ง อธิบดีก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ จนเพิ่งสั่งการให้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม   อย่างไรก็ตามนายไพบูลย์ ยังปสดงความไม่เห็นด้วย กับการดำเนินการของกรรมาธิการมีการตรวจสอบในเรื่อง ที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบอยู่แล้วแต่เห็นว่ากรรมาธิการควรให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่มีการร้องต่อ ป.ป.ช. มากกว่า

 2,571
การเมือง
26 ธ.ค. 62

'สิระ-ไพบูลย์' มอบกระเช้าปีใหม่ให้ 'เสรีพิศุทธ์' พร้อมขออภัยที่เคยล่วงเกิน

ในวันนี้ (26 ธ.ค. 62) ก่อนการประชุมกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร นายสิระ เจนจาคะ ส.ส กทม.พรรคพลังประชารัฐ โดยนายสิระมักขัดขวางการทำงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกมธ. อยู่เสมอ วันนี้นายสิระได้นำกระเช้าของขวัญปีใหม่มามอบให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เพื่อเป็นการขออภัยที่เคยล่วงเกิน   โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวตอบว่า "ต่อไปก็ขอให้เรามาตั้งใจทำงานกัน" จากนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ก่อนเข้าสู่การประชุมกมธ.ต่อไป  

 1,974
การเมือง
27 พ.ย. 62

ครม.รับทราบ 6 รายชื่อ นั่งกมธ.ศึกษาแก้รธน. - ปชป.ไม่ส่ง 'อภิสิทธิ์' เข้าชิงเก้าอี้กมธ.ศึกษาแก้รธน.

ดูความคืบหน้าหลังจากคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตั้งขึ้นมา จำนวนทั้งหมด 49 คน แบ่งสัดส่วนเป็น พรรคฝ่ายค้าน จำนวน 19 คน พรรคร่วมรัฐบาล 18 คน  และผู้แทนคณะรัฐมนตรี 12 คน และคาดว่าที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาในวันค่ำวันที่ 27 พ.ย.    เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติรับทราบรายชื่อกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในโควต้าของคณะรัฐมนตรี จำนวน 6 คน ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาและเป็นอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 60, นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐพยายามดันให้คุณไพบูลย์เป็นประธานกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าคุณไพบูลย์มีประสบการณ์และเคยยกร่างรัฐธรรมนูญช่วงปี 2558, นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. และคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ผู้ก่อตั้งบริษัทเกียรตินาคิน ในฐานะประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ   ขณะที่การประชุม สส. พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสมในการเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยภายหลังการประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการฯ และมีมติเลือกบุคคลที่จะไปร่วมเป็นกรรมาธิการฯจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์, นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โดยไม่มีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ตามที่มีการเสนอก่อนหน้านี้    โดยทุกคนในที่ประชุมเห็นว่าการตั้งประธานกรรมาธิการฯ เป็นการเลือกกันเองในคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรามองว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีสัดส่วนน้อยกว่า และไม่มีหลักประกันว่าเมื่อเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แล้วจะได้เป็นประธานกรรมาธิการฯ หรือไม่ เพราะจะต้องอาศัยเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย เมื่อไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ก็ไม่ควรที่จะเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ไปเป็นกรรมาธิการฯ    นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบแต่งตั้งพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้วย  

 261
การเมือง
23 พ.ย. 62

'ไพบูลย์' ยืนยันไม่เข้าไปเพิ่มความขัดแย้งให้ กมธ.ป.ป.ช. ด้าน 'เสรีพิศุทธ์' บอกไม่กังวล

กรณีของนายดล เหตระกูล  กมธ.ป.ป.ช. ยื่นใบลาออก เปิดทางให้กลับ นายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคพลังประชารัฐ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนนั้น   นายไพบูลย์ บอกว่า พรรคมีมติให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ยืนยันไม่เข้าไปเพิ่มความขัดแย้ง คงเห็นว่าตัวเองเคยมีประสบการณ์ เป็นประธาน กมธ.ป.ป.ช. ของวุฒิสภาหลายปี คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ และสัดส่วนของ ส.ส.พรรค ใน กมธ.ชุดนี้ มีแค่ 3 คน ก็น่าจะปรับให้เหมือน กมธ.ชุดอื่นที่มี 4-5 คน ยืนยันไม่ได้ไปเบียดโควต้าใคร   ส่วนกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มอบหมายให้เข้ามาทำงานนี้หรือไม่ นายไพบูลย์ บอกว่า มีการให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ ความขัดแย้งใน กมธ.อาจเกิดจากความไม่เข้าใจกฎหมาย ตนเองเข้ามาทำให้ชัดเจน   ด้าน พล.อ.ประวิตร พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัว กมธ.ป.ป.ช.ว่า เขาว่าอย่างนั้น แต่เรายังไม่รู้ ส่วนข่าวที่บอกว่าจะส่งนายไพบูลย์เข้าไปแทน ยอมรับว่าใช่    เมื่อนักข่าวถามว่าเป็นการย้อนเกร็ดหรือไม่ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่ใช่การย้อนเกร็ด แต่เป็นเพราะนายไพบูลย์ มีความรู้ด้าน ป.ป.ช. ไม่ได้เป็นการปะทะ   ส่วนทาง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะ กมธ.ป.ป.ช.พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนตัวว่า ไม่กังวลที่ส่งนายไพบูลย์เข้ามา เป็นการบังคับของฝ่ายรัฐบาล ให้คนนู้นลาออก ให้คนนี้เข้ามา     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/l_DMyJjCnMg

 1,508
การเมือง
22 พ.ย. 62

'ไพบูลย์' รับ ถูกชงนั่ง กมธ.ป.ป.ช. ปัดตั้งธงปลดประธาน เผยเคยฟ้อง 'เสรีพิศุทธ์' ชนะมาแล้ว

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุริตและประพฤติมิชอบ โดยยอมรับว่า ได้รับการแจ้งจากที่ประชุมวิปของพรรคแล้ว ว่าได้มีมติเสนอชื่อเข้าเป็นกรรมาธิการแทนนายดล เหตระกูล ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในโควต้าของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะในกรรมาธิการมีสักส่วนของพรรคพลังประชารัฐเพียง 3 คน ทั้งที่ควรมี 4-5 คนจึงจะเป็นต้องไปขอโควต้าจากพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามา ประกอบกับนายดล ได้ลาออกทำให้สัดส่วนของรัฐบาลว่างลง ยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติไม่ได้เป็นการแย่งที่นั่งของพรรคร่วมรัฐบาล   ยืนยันว่า การทำหน้าที่ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปเพิ่มความขัดแย้งตามที่มีความกังวล แต่เนื่องจากพรรคเห็นว่ามีประสบการณ์ เคยเป็นกรรมาธิการด้านนี้ในวุฒิสภามาก่อน และได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุริตมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงมั่นใจว่าจะสามารถเข้าไปช่วยงานของกรรมาธิการให้เป็นประโยขน์ต่อประชาชนได้    ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งธงจะเข้ามาปลดพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ออกจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ตามที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ และนายสิระ เจนจาคะ กำลังผลักดัน ส่วนตัวมองว่าการทำหน้าที่ทั้ง2คน ก็เป็นเรื่องที่ทำอย่างเต็มที่ตามเอกสิทธิ์ที่มี ซึ่งตนก็รับทราบถึงปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกรรมาธิการ ดังนั้นจึงต้องไปพูดคุยกัน    ส่วนการทำหน้าที่ของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ มองว่าต้องแยกบทบาทส่วนตัวออกจากกัน ซึ่งการทำหน้าที่ในฐานะประธานก็มีกรอบอำนาจหน้าที่ของประธานอยู่แล้ว จะไปทำเกินทำขาดไม่ได้ ดังนั้นเมื่อตนเข้าไปก็จะทำให้กรอบอำนาจของประธานมีความชัดเจนขึ้น ถ้าอันไหนเกิดก็ต้องมาพูดคุยกัน และคิดว่าการทำหน้าที่ระหว่างตนกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์จะไม่มีปัญหาอะไรเพราะในอดีตเมื่อปี 2560 ตนเคยฟ้องหมิ่นประมาทกับตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์มาแล้ว จนพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ต้องออกมาขอโทษ หลังจากนั้นก็พูดคุยกันมาอย่างสนิทสนมมาโดยตลอด     แต่ประเด็นสำคัญในการเข้าไปทำหน้าที่ครั้งนี้คือการไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ที่ปรึกษาของกรรมาธิการมาร่วมประชุมอยู่ตรงหัวโต๊ะ และมีบทบาทแทีกแซงการทำหน้าที่ของกรรมาธิการ ถือเป็นเรื่องที่ประเพณีปฏิบัติไม่เคยทำกัน และไม่ควรทำ เช่นเดียวกับแต่งตั้งนายวัฒนา เมืองสุข จำเลยคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรมาร่วมเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ แต่ทั้งนี้ต้องขอเข้าไปทำหน้าที่ก่อนเพื่อเน้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นหลัก

 1,527
การเมือง
22 พ.ย. 62

‘ดล เหตระกูล’ ยื่นลาออก เปิดทางส่ง ‘ไพบูลย์’ นั่งกรรมาธิการ ป.ป.ช.

นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา ในฐานะ รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. ยืนยันว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมาธิการ ป.ป.ช. แล้วในเวลา 15.00 น. ของวานนี้ กับฝ่ายเลขานุการกรรมาธิการ ส่วนสาเหตุนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ลำบากใจอะไรกับกรรมาธิการท่านอื่น เพราะตนรู้จักกับทุกคน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านอยู่แล้ว   ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาล พยายามแก้เกมส์ ปัญหาในกรรมาธิการชุดนี้ ระหว่างพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. กับนายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ กรรมาธิการ ด้วยการดึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาแทน และอาจจะโยกนายดล ไปเป็นกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม ดิจิทัลและเศรษฐกิจ  

 733
การเมือง
22 พ.ย. 62

พปชร.เตรียมส่ง 'ไพบูลย์ นิติตะวัน' เสริมทัพ 'สิระ-ปารีณา' ร่วมประชุมกมธ.ป.ป.ช.

นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา ในฐานะรองประธานกมธ.ป.ป.ช. ยืนยันว่าได้ยื่นหนังสือลาออกจากกรรมาธิการ ป.ป.ช. แล้ว โดยยื่นกับฝ่ายเลขานุการกรรมาธิการ ส่วนสาเหตุนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ลำบากใจอะไรกับกรรมาธิการท่านอื่น เพราะตนรู้จักกับทุกคน ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านอยู่แล้ว   ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาล พยายามแก้เกมปัญหาในกรรมาธิการชุดนี้ ระหว่างพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ. กับนายสิระ เจนจาคะ และนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ กรรมาธิการ ด้วยการดึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาแทน และอาจจะโยกนายดล ไปเป็นกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคม ดิจิทัลและเศรษฐกิจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OQBBCn1auzQ

 1,163
การเมือง
26 ต.ค. 62

กมธ.ทหาร เรียก 'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม' ชี้แจงงบกลาโหม

กรณีที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการการทหาร ระบุว่าจะมีการเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงเรื่องของการจัดการงบประมาณของกระทรวงกลาโหม   ล่าสุด นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า มติที่ประชุม กมธ.ทหาร ยืนยันให้เรียก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระโหม,ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ามาให้ถ้อยคำ ชี้แจงเพิ่มเติมในรายละเอียดของการจัดซื้ออาวุธยุทธโทรปกรณ์ และการจัดซื้อจัดจ้างในงบของเหล่าทัพ ทั้งงบซ่อมและงบซื้อ ในวันที่ 31 ตุลาคม ห้อง 307 อาคารรัฐสภา ซึ่งตรงกับวันฮาโลวีนพอดี   นายมงคลกิตติ์ บอกอีกว่า เป็นอำนาจหน้าที่ในฐานะ กมธ.ทหาร จะมาเกรงใจรัฐบาลคงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องแยกหน้าที่กัน ระหว่างหน้าที่การบริหารและการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ ซึ่งย้ำว่าการทำหน้าที่ในฐานะกมธ.เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้หากท่านนายกฯ ไม่มาก็ขอให้มอบ รมช.กลาโหม มาให้ถ้อยคำแทน รวมถึงมอบเอกสาร เพราะถ้าดำเนินการเชิญไปแล้ว ไม่มาก็จะมีปัญหาตามกฎหมาย   ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า จะชี้แจงเรื่องอะไร เรื่องงบประมาณเรียบร้อยไปแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเชิญมาจะไปชี้แจงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ก็ว่ากันไป    ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า เป็นอำนาจของกรรมาธิการฯ ทางกรรมาธิการ บอกว่าเรียกไปด้วยเรื่องอะไร ก็ต้องชี้แจงมาผู้ถูกเรียกจะได้ชี้แจงข้อมูล ส่วนจะไปหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง    เมื่อถามว่าผู้ถูกเรียกมีสิทธิไม่ไปหรือไม่ นายวิษณุ บอกว่า มีสิทธิไม่ไปได้ หรือจะส่งผู้แทนไปก็ได้    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า กมธ.ไม่มีอำนาจเรียก พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มาตรวจสอบ เพราะศาล รธน.มีคำวินิจฉัยแล้ว เป็นการมิบังควรที่จะก้าวล่วงเขตพระราชอำนาจ ขอให้ยกเลิกมติดังกล่าว จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีอำนาจ อาจถูกยื่นเอาผิดตามมาตรา 157    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/7SVFPTm6jh8

 1,259

Top