ค้นหา :

ผลการค้นหา "วัดทาสีทอง"

ข่าวภูมิภาค
12 พ.ย. 61

กรมศิลป์สั่งขูดสีทองโบสถ์วัดไลย์ ลพบุรี แฉอดีต ส.ส.พาพวกมาทา ชาวบ้านเกรงใจห้ามไม่ได้

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่วัดไลย์ ต.เขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พบว่าอุโบสถของวัด มีการทาสีทองบริเวณผนังด้านนอกทั้งหมด รวมถึงซุ้มใบเสมา จึงสั่งการให้ขูดสีทองออก และทำการบูรณะอย่างเร่งด่วน   เนื่องจากวัดไลย์ เป็นโบราณสถานที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2479 มีสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสำคัญ อาทิ วิหารเก้าห้อง สมัยต้นกรุงศรีอยุธยา ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นบริเวณหน้าบันและฝาผนังเรื่องทศชาติชาดก และปฐมสมโพธิ รวมถึงรูปหล่อพระศรีอริยะ   ทั้งนี้ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นายตระกูล หาญทองกูล ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปากรที่ 4 ลพบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัดแห่งนี้หลังเกิดกระแสข่าวการทาสีทองในวัดหลายแห่งทั่วประเทศ โดยระบุว่าพร้อมที่จะเตรียมทำเรื่องเสนอจังหวัดให้ปรับปรุงกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งจากข้อมูลพบว่าชาวบ้านเข้ามาทาสีโบสถ์ใหม่ให้เป็นสีทอง เมื่อ พ.ศ.2555 อุโบสถเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ ในพ.ศ.2554 เมื่อมีเจ้าภาพมีความประสงค์จะบูรณะโบสถ์ให้ทางวัดจึงได้อนุญาตให้ดำเนินการ โดยไม่ทราบว่าต้องแจ้งทางกรมศิลปากรก่อ   ขณะที่นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ในฐานะอดีตผอ.สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กล่าวว่าในช่วงที่รับตำแหน่งได้ลงพื้นที่หลายครั้ง และได้ส่งหนังสือถึงเจ้าอาวาสขอให้ระงับการดำเนินการดังกล่าว เพราะพบว่าหลังการทาสีทองครั้งนั้น ยังมีการทาซ้ำอีกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นผลเช่นกัน ส่วนตัวอยากให้มีการดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีอาญา ยังไม่หมดอายุความ อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผอ.สำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรีคนปัจจุบันว่าจะตัดสินใจอย่างไร   พร้อมระบุว่ากลุ่มคนที่มาทาสีทอง คือ คนมีหน้ามีตาของลพบุรี เป็นอดีต ส.ส. พาพรรคพวกมา วัดกับชาวบ้านเลยเกรงใจ ตอน ปี 2556 ผอ.ศิลปากรคนก่อนหน้า เคยให้นายช่างไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าวุ้ง แต่คนกลุ่มนี้ไม่หยุด ยังทาไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ และยังมาทาซ้ำอีกเรื่อยๆ แล้วสีทองที่เอามาทา เป็นสีน้ำมัน สักพักจะเกิดลอก ต้องทาใหม่เรื่อยๆ   ในขณะที่การบูรณะอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จะต้องทำความสะอาดผิวปูน ส่วนไหนที่ผุกร่อนต้องกะเทาะ แล้วฉาบใหม่ คนโบราณใช้สีน้ำปูน เดิมเป็นสีขาว โบสถ์หลังนี้น่าจะสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่สร้างบนพื้นที่โบสถ์เก่า ใกล้กับวิหารเก้าห้องสมัยอยุธยา วัดนี้เป็นอารามสำคัญ รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จที่นี่ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sKWvNYMfn0g

 14,274
สรุปข่าว
12 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.61 จับสามีสาดน้ำกรดเมีย-พ่อแม่ลูกสลบคารถ-จตุพรบอกเลือกตั้งไม่มีจริง

-ชาวบ้านบางสะพานน้อยและเด็ก 21 คนติดค้างบนภูเขา 3 วัน สภาพหิวโซ จนท.ขี่เจ็ทสกีไปรับทีละคน ทั้งหมดปลอดภัยใช้เวลารวม 7 ชม. บางสะพานน้ำลดแล้ว ชุมพรยังท่วมสูงเสียหายหนัก 120 ล้าน ชี้น้ำท่วมหนัก 3 จังหวัดภาคใต้เสียชีวิต 3 ราย (ภาคเหนือยังมีฝนฟ้าคะนอง แต่อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนลดลง)   -จับแล้วสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่ภรรยาเสียชีวิต หนีไปอยู่กับเพื่อนที่นครสวรรค์ ตร.เตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้ ครอบครัวแห่โลงศพประท้วงหน้า รพ.พระราม2 ปมปฏิเสธการรักษา ปล่อยให้นั่งแท็กซี่ไปรักษา รพ.ที่มีประกันสังคม จนทนไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด รพ.แจงไม่เข้าข่ายฉุกเฉิน ดูแผลแล้วไม่สาหัส บอกถ้าจะรักษาต้องเสียส่วนต่าง ผู้ป่วยเลยขอย้ายเอง อัจฉริยะพาญาติเข้าเจรจากับหมอ เดือดถึงขั้นชี้หน้าตบโต๊ะ (รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา)   -อุบัติเหตุสยองที่สุพรรณบุรี เสี่ยเจ้าของร้านทองขับเก๋งออดี้ป้ายแดง พุ่งชนรถพ่วง ก่อนที่พ่วงของรถบรรทุกจะกระเด็นไปทับกระบะที่ขับผ่านมาพอดีจนหลังคาเปิด ทำให้คนในรถกระบะตาย 5 ศพ คนขับรถพ่วงยืนรอ จนท.เล่าเหตุการณ์ (เสี่ยร้านทองขับเก๋งป้ายแดง ชนรถพ่วงกระเด็นใส่กระบะ ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 1 )   -จตุพร จี้ กกต.และคสช.บอกความจริงให้ ปชช.ว่าเลือกตั้ง 24 ก.พ.ไม่มีจริง  จะถูกเลื่อนออกไป 100% เพราะยังมีพรรคการเมืองรอจดทะเบียนกับ กตต. เชื่อว่าอีกไม่กี่วัน กกต.จะออกมายอมรับว่าไม่ทัน ขอให้ ปชช.อดทน วิษณุชี้หากไม่ทันก็เป็นอำนาจของ กกต.ไม่ใช่ คสช. แต่เลขา กกต.ยืนยันว่า พร้อมจัดเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่นอน ตอนนี้เร่งพิจารณาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่อีกเพียง 12 พรรคเท่านั้น (กกต.โต้ 'จตุพร' ยันจดทะเบียนพรรคทัน ได้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่)   -วิษณุบอกนายกฯต้องวางตัวเป็นกลาง หากถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกฯอีกครั้ง ไม่สามารถพูดโน้มน้าวให้พูดเลือกพรรคนั้นๆได้ แม้จะอยู่นอกเวลาราชการก็ตาม เพราะถือเป็น จนท.ของรัฐ และไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยกับพรรคการเมืองได้ แม้จะเดินสายลงพื้นที่ในฐานะนายกฯได้ก็ตาม ทำได้เพียงพูดเชิญชวนให้คนมาเลือกตั้ง   -พรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดรับสมัครสมาชิกพรรควันแรก 13 พ.ย.61 สี่ รมต.จะมาประเดิมสมัคร ก่อนไปประชุม ครม. สนธิรัตน์บอกมีคนสนใจจะลง ส.ส.ให้ พปชร.จำนวนมาก จนเกิดปัญหาทับซ้อนกันหลักร้อยเขต ทางพรรคต้องใช้วิธีทำโพล เพื่อดูคะแนนนิยมแต่ละคน   -พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรค 41 คน อภิสิทธิ์นั่งหัวหน้าพรรคตามผลการหยั่งเสียง หมอวรงค์-อลงกรณ์ขอถอนตัวหลังมีคนเสนอชื่อ เลือกจุติเป็นเลขาพรรค อภิรักษ์เป็น ปธ.สรรหาผู้รับสมัคร ส.ส. อภิสิทธิ์บอกการหยั่งเสียงแค่ปีนภูเขา แต่การไปถึงยอดเขาคือต้องชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำรบ. (ที่ประชุม ปชป.เลือก 'อภิสิทธิ์' เป็นหัวหน้าอีกสมัย เตรียมเปิดตัวสมาชิกพรรคคนรุ่นใหม่)   -สุดารัตน์ลงพื้นที่ห้างแพลทตินั่ม ประตูน้ำ ชวน ปชช.สมัครสมาชิกพรรค เผย ปชช.สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ยอดขายตก บอกการที่สมาชิกพรรคนย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิทธิของแต่ละคน ('คุณหญิงหน่อย' ควง 'น้องจินนี่' ลูกสาวลงพื้นที่ประตูน้ำ โลกออนไลน์แซวสังกัดพรรคเพื่อเธอ)   -คลังเลื่อนคืนภาษี VAT ผ่านบัตรคนจนออกไปอีก 1 เดือน ไปเริ่ม ธ.ค. เพราะยังวางระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เสร็จ (คลังเลื่อนคืนภาษี vat ผ่านบัตรคนจน เริ่ม ธ.ค. เหตุวางระบบคอมฯยังไม่เสร็จ )   -กรมศิลปากรสั่งขูดทองทิ้ง โบสถ์สีทองวัดไลย์ จ.ลพบุรี เพราะชาวบ้านทาสีกันเองโดยไม่ได้ขออนุญาต ซ้ำยังเป็นสีน้ำมัน ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ ส่งผลเสียต่อโบราณวัตถุ พอเกิดความชื้นก็จะลอกต้องทาใหม่ ผิดหลักการบูรณะ แฉคนที่มาทาสีทองเป็นกลุ่มคนมีหน้ามีตาในลพบุรี เป็นอดีต ส.ส.วัดกับชาวบ้านเลยเกรงใจ นายช่างศิลปากรเคยไปแจ้งความแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ยังไม่หยุดทา กรมศิลป์เร่งสำรวจวัดทั้งจังหวัด สั่งระงับการทาแล้ว (กรมศิลป์สั่งขูดสีทองโบสถ์วัดไลย์ ลพบุรี แฉอดีต ส.ส.พาพวกมาทา ชาวบ้านเกรงใจห้ามไม่ได้ )   -3 ชีวิต พ่อแม่ลูก สลบคารถบนทางด่วนบูรพาวิถี หลังขับรถไปเที่ยวบางแสน ระหว่างทางได้กลิ่นเหม็นเหมือนท่อไอเสีย จนเวียนหัวขับต่อไม่ได้ ต้องจอดข้างทาง หมดสติทั้งคัน จนท.เคาะกระจกเรียกจนพ่อรู้สึกตัวเปิดกระจกรถ พบลูกสลบ ส่วนเมียนอนน้ำลายฟูมปาก ส่งรพ.รอดตายหวุดหวิด ตร.ตั้งประเด็นจากท่อไอเสียรั่ว ควันเลยเข้าภายในรถ (พ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง บนทางด่วน ชักเกร็ง-น้ำลายฟูมปาก คาดควันจากท่อไอเสียเข้ารถ )   -แค้นสาวตีจาก ยิงหัวหนุ่มติวเตอร์ที่มาติดพันแฟนเก่า ก่อนนำศพยัดใต้รถแท็กซี่ย่านประชาชื่น ทำท่าทางเหมือนซ่อมรถ พยานเห็นผิดสังเกต นอนท่าเดียวผิดปกติ ผู้ต้องหาซิ่งกระบะหนี แล้วเกิดรถชน ตร.นำกำลังบุกจับทันควัน ผู้ต้องหาสารภาพวางแผนก่อเหตุเพราะความหึงหวง ด้านฝ่ายหญิงบอกแฟนเก่าเคยอาฆาตไว้ ถ่ามีแฟนใหม่จะฆ่าให้ตาย   -เปิดใช้แล้ว สะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง ขยับแนวทางขึ้นสะพานไม่ให้ขวางช่องทางหลัก ช่วยลดปัญหารถติดบน ถ.วิภาวดี (เปิดใช้สะพานเข้าสนามบินดอนเมือง แก้ปัญหารถติด ถ.วิภาวดี)   -แหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก เข้าพิธีวิวาห์น้องจ๊ะจ๋าหวานชื่น หอบเงิน 3 ล้าน ทองคำ 20 บาท จัดงานที่บ้านเจ้าสาว จ.ชุมพร บอกตื่นเต้นกว่าขึ้นชกมวย หลังแต่งแรงไม่ตกแน่นอน จะขยันฟิตซ้อมกว่าเดิม ขอมีลูก 3 คนหญิงก็ได้ชายก็ดี ('แหลม ศรีสะเกษ' หอบสินสอด 3 ล้าน-ทอง 20 บาทแต่ง 'น้องจ๊ะจ๋า' ลั่นแต่งแล้วแรงดี ขอมีลูก 3 คน)   -วงการนักเขียนสูญเสีย คัทลียา นุดล เจ้าของคอลัมน์ คัทลียาจ๊ะจ๋า ในหน้าสตรี นสพ.ไทยรัฐ หลังล้มป่วย 8 ปีจากโรคอัลไซเมอร์และเบาหวาน รวมอายุ 67 ปี ญาติจัดพิธีทางคริสต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q0uxK9OLp50

 3,341
ข่าวภูมิภาค
27 ต.ค. 61

พบอีก! โบสถ์สีทอง จ.ชัยนาท กรมศิลป์ฯยันยังไม่ใช้ กม.จัดการ เน้นหาทางแก้ไขคืนสีเดิม

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพวิหารในวัดซึ่งเป็นโบราณสถานมีการบูรณะใหม่ โดยการทาสีเป็นสีเหลืองทองทั้งหลัง จนมีการตั้งคำถามว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ต่อมาทราบว่าเป็นวิหารของวัดโพธาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ วิหารหลังดังกล่าวมีอายุยาวนานกว่า 400 ปี   โดยทางวัดดังกล่าว ได้ชี้แจงว่า วิหารได้ทรุดโทรมอย่างมากจนเสี่ยงพังถล่มลงมา จนเมื่อปี 2557 มีกลุ่มจิตอาสาร่วมเป็นเจ้าภาพในการบูรณะวิหารร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่จนได้มติเป็นเอกฉันท์ในการบูรณะ ซึ่งมีการบูรณะทั้งในส่วนโครงสร้าง กำแพงโบสถ์ด้านนอก ด้านใน และมีการใช้กระเบื้องดินเผา ส่วนการทาสีเหลืองทองก็เพื่อต้องการให้มีเอกลักษณ์ และชาวบ้านไม่ได้คัดค้าน จนกระทั่งเกิดเรื่องดังกล่าวและมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ได้เข้ามาหารือกับเจ้าอาวาส ขอให้ติดต่อกลุ่มคนที่บูรณะทาสีโบสถ์เป็นสีทองมาลอกสีออกให้หมด เพื่อคืนสภาพเดิมนั้น    ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) นายประทีป เพ็งตะโก รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่าวิหารดังกล่าวของวัดโพธารามมีการขึ้นทะเบียนโบราณสถานกับทางกรม แต่ก็ถือว่าวิหารดังกล่าวเป็นโบราณสถานของชาติ เนื่องจากมีอายุเก่าแก่ และมีคุณค่าซึ่งมีประโยชน์ต่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม ซึ่งหากเจ้าของโบราณสถานจะซ่อมแซมหรือบูรณะ ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อจะได้ทำถูกหลักการอนุรักษ์ และไม่เป็นการทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของโบราณสถาน เพื่อไม่ลดคุณค่าในการศึกษา ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และหากเป็นโบราณสถานทีได้รับการขึ้นทะเบียน โทษก็จะหนักขึ้นไปอีก     นายประทีป  กล่าวต่อว่า ส่วนในกรณีของวัดโพธารามจะยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย แต่จะใช้การพูดคุยทำความเข้าใจ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี เข้าพูดคุยเจรจากับทางวัดและทางกลุ่มจิตอาสา รวมถึงชาวบ้านเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน      ส่วนที่มีข่าวว่าจะต้องลอกสีเหลืองทองที่ทาออกนั้น ก็ถือเป็นแนวทางในเมื่อสีไม่ถูกต้องกับของเดิม ก็จะต้องมีการเปลี่ยนให้กลับมาเป็นสีแบบเดิม นอกจากนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจตัวเลขโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาให้เกิดความถูกต้อง รวมทั้งจะได้เร่งขึ้นทะเบียนโบราณสถานซึ่งตอนนี้ทำได้ประมาณ 2 พัน จาก 9 พันแห่ง เพื่อให้สามารถคุ้มครอง ควบคุม และดูแลรักษาโบราณสถานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งสำรวจโบราณสถานที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อจะได้ทำรูปแบบและตั้งงบประมาณในการบูรณะให้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะได้พิจารณาจากลำดับความเสี่ยงในการเร่งบูรณะก่อนได้รับความเสียหาย      นอกจากนี้ ที่ จ.ชัยนาท ยังเจออีกโบสถ์ทาสีทอง ที่วัดจวน อำเภอมโนรมย์ ลักษณะเป็นโบสถ์มหาอุตม์โบราณ เป็นสีทองทั้งหลัง ที่วัดจวน   โดย นางจำเริญ มาจำเนียร อายุ 65 ปี กรรมการวัดจวน เล่าว่า เมื่อปลายปี 59 มีนักท่องเที่ยวเข้ามา และเขาเห็นว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นผู้ที่ได้ไปซ่อมแซมโบสถ์ให้วัดอื่นๆมาแล้ว เมื่อเขาเห็นที่นี่จึงมาติดต่อสอบถาม โดยเสนอว่าจะซ่อมแซมให้โดยทางวัดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และได้มีการสอบถามว่าต้องการสีอะไร ชาวบ้านลงความเห็นว่าเป็นสีทอง เพราะสวยดี และเป็นสิริมงคล จากนั้นก็เริ่มลงมือทำตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 โดยทาทั้งภายนอกและภายใน โดยภายในทาสีขาว บานหน้าต่างสีแดง มาทำได้ 2-3 เดือนจึงแล้วเสร็จ หลังจากทาสีเสร็จแล้ว ดูสวยงามจึงมีการมาถ่ายรูปลงสื่อโซเชียล เผยแพร่ออกไป มาสีเริ่มไม่มีแล้ว ทางสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี เข้ามาแจ้งว่า ที่ทำแบบนี้เป็นการผิดกฎหมาย ตนก็ไม่เข้าใจว่า อยู่มาเป็นเวลานานมากไม่มีใครมาดูแล ซ่อมแซมให้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางท่านเจ้าอาวาสได้เคยร้องไปทางกรมศิลปากร ว่าโบสถ์ชำรุดมากแล้ว แต่ได้รับแจ้งกลับมาว่าไม่มีงบประมาณ เมื่อมีคนใจบุญเขามาซ่อมแซมให้โดยทางวัดไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเราก็ยินดี           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/UvDlUpVsV7o

 1,619
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ต.ค. 61

กรมศิลป์ชี้ทาสีทองวัดเก่า ผิดพ.ร.บ.โบราณสถาน-ทำลายของดั้งเดิม ชาวเน็ตย้อนถามทามา 2 ปีแล้วทำไมเพิ่งขยับ

จากกรณีที่ทางบริษัทสีแห่งหนึ่งได้ทำการบูรณะวัดที่โดยการใช้สีทาทับโบราณสถาน วัดโพธาราม อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นสีทองเหลืองอร่ามทั้งหลัง จนทำให้ในโลกออนไลน์มีการตั้งข้อสังเกต และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักว่า การกระทำดังกล่าวเป็นทำลายโบราณสถาน โดยไม่มีการศึกษาข้อมูลการอนุรักษ์ก่อนนั้น   ก่อนที่ทางสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี จะมาโพสต์ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการบูรณะโบราณสถานดังกล่าวที่ดำเนินการโดยเอกชน โดยโพสต์หลังจากมีภาพปรากฏไปแล้ว 2 ปี จนทำให้ชาวเน็ตถามกลับว่า หากภาพดังกล่าวไม่เป็นกระแส ทางกรมศิลป์ฯคงไม่เคลื่อนไหว   ด้านคณะกรรมการวัดโพธาราม อ.อู่ทอง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์มหาอุตม์ที่มีอายุเก่าแก่ ในอดีตชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ปิดตายไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว ห้ามประชาชนเข้าไปโดยเด็ดขาด เพราะทางวัดเกรงว่าโบสถ์หลังนี้จะพังทลายลงมา   กระทั่งพระครูอนุกูลปัญญาวุธ (ปรีชา ปญฺญาวุโธ) พธ.บ. มารับตำแหน่งเจ้าอาวาส จนมาถึงปี พ.ศ.2558 มีกลุ่มจิตอาสาชื่อคนร่วมทาง กับพนักงานของธนาคารกรุงไทย เข้ามาติดต่อกับทางวัดเนื่องจากเห็นว่าโบสถ์หลังนี้ทรุดโทรมเป็นอย่างมาก จะขออนุญาตเข้ามาบูรณะเจ้าอาวาสจึงได้ปรึกษากับชาวบ้าน และประชุมลงความเห็นว่า การที่เขามาช่วยบูรณะก็เป็นเรื่องดี เพราะโบสถ์หลังนี้ใกล้พังแล้ว   ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร สุพรรณบุรี ที่ 2 เข้ามาแจ้งว่าโบสถ์หลังนี้มีอายุเกิน 100 ปี หน่วยงานเอกชน วัด ไม่สามารถมาบูรณปฏิสังขรณ์ได้ เนื่องจากผิดระเบียบของกรมศิลปากร ซึ่งหากจะทำอะไรต้องขออนุญาตผ่านกรมศิลปากรเสียก่อน อย่างไรก็ตามทางวัดและชาวบ้านก็ไม่ทราบว่าโบสถ์หลังนี้ มีอายุเท่าไหร่ และที่สำคัญทางกรมศิลปากรไม่เคยเข้ามาสำรวจ หรือแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับกฎหมายหรือระเบียบโบราณสถานแต่อย่างใด จนกระทั่งมีหน่วยงานเอกชนมาขอบูรณะโบราณสถานแห่งนี้ แล้วมีการแชร์ในโลกโซเชียลกลับกลายเป็นปัญหาขึ้นมา   ส่วนที่วัดลาวทอง ต.สนามชัย อ.เมือง ที่มีการทาสีทองเช่นเดียวกัน จากจิตอาสากลุ่มเดียวกัน เนื่องจากโบสถ์มีสภาพทรุดโทรมมาก สีต่าง ๆ ที่ทาไว้เริ่มหลุดร่อนออกมา ทางชาวบ้านและวัด ตกลงกันว่าให้เขาร่วมกันบูรณะ เปลี่ยนกระเบื้อง อุดรูรั่ว มุงหลังคา และโครงไม้ที่ผุเก่า ก่อนทาสีเป็นสีทอง   แต่ได้บอกให้ช่างเว้นหน้าบรรณโบสถ์ไว้ ไม่ให้ทาสีเนื่องจากเป็นสีชาด สีดั่งเดิมให้อนุรักษ์เอาไว้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรเข้ามาดูแล หรือแจ้งให้ทราบว่าผิดระเบียบของกรมศิลปากร เพิ่งทราบเมื่อมีชาวบ้านมาบอกว่าเพจของกรมศิลปากร มีคำสั่งห้ามทำอะไรกับโบราณสถานแห่งนี้ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาติดต่อเลย   ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแชร์ภาพการทาสีทับโบราณสถาน เช่น วัดโพธารามและวัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีกลุ่มบุคคลอ้างว่าได้บริจาคให้วัดด้วยความศรัทธานั้น ขณะนี้ทางกรมศิลปากรได้ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากผิดหลักการอนุรักษ์ และเป็นการทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของโบราณสถาน อีกทั้งยังไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕   ​ทั้งนี้ อธิบดีกรมศิลปากร ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ ตรวจสอบข้อมูลโบราณสถานที่มีการกระทำลักษณะดังกล่าวและประสานกับวัดต่างๆ โดยเร่งด่วน ขอให้ยุติการดำเนินการทั้งหมดและหากเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕ ผู้ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบและเข้าหารือกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9992kIN2uiI

 4,139

Top