ค้นหา :

ผลการค้นหา "หลอกแต่งงาน"

ต่างประเทศ
17 ม.ค. 63

ภรรยาของอิหม่ามยูกันดา ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์หลังวิวาห์ อ้างมีประจำเดือน สุดท้ายโป๊ะแตก ที่แท้เป็นผู้ชายปลอมตัวมา

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์... อิหม่ามชาวยูกันดาโดนพักงาน หลังพบว่าภรรยาของเขาเป็นผู้ชาย   เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ ผู้นำทางศาสนาอิสลามได้แต่งงานกับคนที่เขาคิดว่าเป็นผู้หญิง หลังแต่งงานภรรยาไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ โดยอ้างว่ามีประจำเดือน อีกทั้งเวลาอยู่ที่บ้านภรรยาไม่เคยถอดเสื้อผ้าให้เห็นเลย    ผ่านไป 2 สัปดาห์ เพื่อนบ้านกล่าวหาว่าภรรยาของเขา ขโมยทีวีและเสื้อผ้าจากบ้านเขา โดยเพื่อนบ้านไปแจ้งความว่า หัวขโมยน่าจะเป็นผู้ชาย เพราะเห็นเขากระโดดข้ามกำแพง คล้ายกับนักกีฬา    ตำรวจจึงเชิญตัวมาสอบสวน ภรรยายอมรับว่าเป็นคนขโมยจริงๆ แต่เมื่อตำรวจตรวจร่างกายพบว่า หน้าอกปลอม เนื่องจากยัดเสื้อผ้าเข้าไปในยกทรง และพบว่ามีอวัยวะเพศชายด้วย   เมื่อหัวหน้าอิหม่ามทราบเรื่อง จึงสั่งพักงานเพราะแต่งงานกับผู้ชาย ซึ่งผิดหลักศาสนา โดยอิหม่ามยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่รู้ว่าภรรยาเป็นผู้ชาย ส่วนภรรยายอมรับว่าตั้งใจหลอกแต่งงาน เพื่อจะเอาเงิน     ศัพท์ข่าวเช้านี้ deceive (v.) หลอก อ่านว่า ดิซีฟ He deceived me! เขาหลอกฉัน trick (v.) หลอก อ่านว่า ทริค I got tricked! ฉันโดนหลอก fool (v.) หลอก You can't fool me! คุณหลอกฉันไม่ได้ deceitful (adj.) ซึ่งหลอกลวง อ่านว่า ดิซีทเฟิล I can't believe she was so deceitful. ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะหลอกลวงได้ขนาดนั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IvoeMpdiJ_s

 79,219
สังคม-อาชญากรรม
08 ม.ค. 63

เหยื่อสาวรวมตัวร้องกองปราบ ถูกหนุ่มอ้างเป็นนร.นอก-นักธุรกิจ หลอกแต่งงานก่อนเชิดเงินหนี

หญิงผู้เสียหาย 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมนายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก จนไว้ใจและถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมีผู้เสียหายทั้งหมด 4 คน   โดยนางสาวบี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า พฤติการณ์ของนายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งแม่ของนายภัควรรธ์ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย แต่ฝ่ายชายก็ไม่ได้ผ่อน ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน มีการนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวันๆ   เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือเริ่มรู้ทันก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อๆ รวมแล้วสร้างหนี้สิน และได้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งในปี 2562 หลอกผู้เสียหายได้ถึง 4 คน ต่อมามีหญิงผู้เสียหายไปแจ้งความเอาผิดนายภัควรรธ์ จนถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ยังคงอัพโปรไฟล์อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนเดิม จึงมาร้องกองปราบปราบเพื่อช่วยติดตามจับกุม เพื่อถ้าปล่อยไว้อาจมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก   น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหายอีกรายเปิดเผยว่า นายภัควรรธน์ได้เข้ามาขอรู้จักกับตนผ่านทางโปรแกรมหาคู่ของเฟซบุ๊ก ตอนแรกอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข และช่างภาพอิสระ มีฐานะดี ตนเห็นว่านายภัควรรธน์มีบุคลิกดี ดูน่าเชื่อถือ ประกอบกับพูดจาดี ทำให้หลงเชื่อใจและคบหากันได้ประมาณ 3 เดือน   น.ส.เอ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายภัควรรธน์ได้ให้แม่มาสู่ขอแต่งงาน โดยบอกว่าเรื่องเงินสินสอดไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงวันงานแต่งจริง กลับบอกว่าไม่ได้เตรียมเงินสินสอดมา เพราะติดปัญหาบางอย่าง พร้อมกับให้ตนออกค่าใช้จ่ายไปก่อนจำนวน 3 แสนบาท และยังให้ผ่อนรถ อ้างว่าจะคืนให้ภายหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินคืน   ทั้งนี้ผู้เสียหายมีการร่วมกันตั้งเงินรางวัลนำจับนายภัควรรธ์ เป็นเงิน 2 หมื่นบาท เพราะพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและสำหรับมูลค่าความเสียหายของทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 หากนับเป็นเงินสดมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมถึงภาระหนี้สิ้นที่ถูกทิ้งไว้กับบางรายที่สูงนับล้านบาท   สำหรับตัวนายภัควรรธน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และใช้ยศโดยไม่มีสิทธิ เมื่อปี 2556 นายภัควรรธน์ ยังได้แอบอ้างตัวเป็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ทำทีตีสนิทหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วขอยืมรถยนต์จากผู้เสียหายก่อนจะเชิดรถหนีไป เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่   นอกจากนี้ยังเคยแอบอ้างเป็นนายทหารยศร้อยโท หลอกลวงผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยทำทีว่ามีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชาย จากนั้นขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวน 40,000 บาทก่อนหลบหนีไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0udT2oZaSyI

 1,435
สังคม
08 ม.ค. 63

เหยื่อสาวรวมตัวร้องกองปราบ ถูกหนุ่มอ้างเป็นนร.นอก-นักธุรกิจ หลอกแต่งงานก่อนเชิดเงินหนี

หญิงผู้เสียหาย 3 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุมนายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก จนไว้ใจและถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินด้วยกัน ซึ่งจริงๆ แล้วมีผู้เสียหายทั้งหมด 4 คน   โดยนางสาวบี หนึ่งในผู้เสียหายระบุว่า พฤติการณ์ของนายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุรกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งแม่ของนายภัควรรธ์ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย แต่ฝ่ายชายก็ไม่ได้ผ่อน ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน มีการนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวันๆ   เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือเริ่มรู้ทันก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อๆ รวมแล้วสร้างหนี้สิน และได้ทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้าน 7 แสนบาท ซึ่งในปี 2562 หลอกผู้เสียหายได้ถึง 4 คน ต่อมามีหญิงผู้เสียหายไปแจ้งความเอาผิดนายภัควรรธ์ จนถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า ยังคงอัพโปรไฟล์อยู่ในโลกโซเชียลเหมือนเดิม จึงมาร้องกองปราบปราบเพื่อช่วยติดตามจับกุม เพื่อถ้าปล่อยไว้อาจมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อเพิ่มอีก   น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ผู้เสียหายอีกรายเปิดเผยว่า นายภัควรรธน์ได้เข้ามาขอรู้จักกับตนผ่านทางโปรแกรมหาคู่ของเฟซบุ๊ก ตอนแรกอ้างตัวว่าเป็นนักธุรกิจฟาร์มเพาะพันธุ์สุนัข และช่างภาพอิสระ มีฐานะดี ตนเห็นว่านายภัควรรธน์มีบุคลิกดี ดูน่าเชื่อถือ ประกอบกับพูดจาดี ทำให้หลงเชื่อใจและคบหากันได้ประมาณ 3 เดือน   น.ส.เอ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายภัควรรธน์ได้ให้แม่มาสู่ขอแต่งงาน โดยบอกว่าเรื่องเงินสินสอดไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงวันงานแต่งจริง กลับบอกว่าไม่ได้เตรียมเงินสินสอดมา เพราะติดปัญหาบางอย่าง พร้อมกับให้ตนออกค่าใช้จ่ายไปก่อนจำนวน 3 แสนบาท และยังให้ผ่อนรถ อ้างว่าจะคืนให้ภายหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินคืน   ทั้งนี้ผู้เสียหายมีการร่วมกันตั้งเงินรางวัลนำจับนายภัควรรธ์ เป็นเงิน 2 หมื่นบาท เพราะพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคมและสำหรับมูลค่าความเสียหายของทั้งผู้เสียหายทั้ง 4 หากนับเป็นเงินสดมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมถึงภาระหนี้สิ้นที่ถูกทิ้งไว้กับบางรายที่สูงนับล้านบาท   สำหรับตัวนายภัควรรธน์ เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และใช้ยศโดยไม่มีสิทธิ เมื่อปี 2556 นายภัควรรธน์ ยังได้แอบอ้างตัวเป็นนายแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ทำทีตีสนิทหญิงสาวคนหนึ่ง แล้วขอยืมรถยนต์จากผู้เสียหายก่อนจะเชิดรถหนีไป เหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่   นอกจากนี้ยังเคยแอบอ้างเป็นนายทหารยศร้อยโท หลอกลวงผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยทำทีว่ามีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชาย จากนั้นขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวน 40,000 บาทก่อนหลบหนีไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0udT2oZaSyI

 1,435
สรุปข่าว
08 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 ม.ค.63 ฝูงหมารุมขย้ำกัดรถพังเละ-เชิญบิ๊กตู่ร่วมวิ่งไล่ลุง-เมาอาละวาดพังประตู รพ.สันทราย

-ปส.เปิดปฎิบัติการณ์ยุทธการสยบไพรี 63/4 หลังจับกุมจิมมี่ อายุ 29 ปี หัวหน้าขบวนการยาเสพติด เครือข่ายนักบิน รถแต่ง คุมตัวตรวจค้นบ้านแม่จิมมี่ที่พระพุทธบาท แม่ร้องไห้โผกอดลูกชาย ยอมรับตกใจ ไม่เคยรู้ว่าลูกค้ายา โดยลูกชายไปอยู่บ้านภรรยาและมีอาชีพทำไร่ โดยแต่ละครั้งที่กลับมาบ้านจะให้เงินบ้าง แต่ไม่ได้ให้ทุกเดือน ตรวจค้นพบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และบัตรเอทีเอ็ม รถยนต์ยี่ห้อต่างๆ รวม 5 คัน / รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน บ้านและที่ดิน รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึด ทั้งสิ้นประมาณ 25 ล้านบาท https://news.bectero.com/news/165369   -พิงกี้ สาวิกา พร้อมแม่และพี่ชายเข้าให้ปากคำ DSI ตามหมายเรียก หลังมีเอี่ยวกับการชักชวนให้ร่วมลงทุนแชร์ Forex 3D โดยพิงกี้เป็นดาราที่ปรากฏตัวในภาพถ่ายร่วมกับ นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหารแชร์ Forex 3D และเคยมีภาพของพิงกี้ ไปซื้อรถที่บริษัท RKK ของนายอภิรักษ์ ขณะที่เจ้าตัวไม่สะดวกให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและมีสีหน้าค่อนข้างเครียด   ขณะที่จ๊ะ อาร์สยาม เข้าพบ DSI ในคดีแชร์แม่มณี ปัดเกี่ยวข้อง แจงได้เงินจากการรีวิวแบรนด์เครื่องสำอางมะลิลาของแม่มณี และค่าตัวพิธีกร มีสลิปโอนเงินมายื่นเป็นหลักฐาน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับแชร์ Forex 3D ขอไม่พูดถึง ขอแจงเฉพาะแชร์แม่มณีเท่านั้น https://news.bectero.com/news/165430   -บิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต ผบช.สตม. ท้าตร.ถ้าจับมือยิงถล่มรถได้ จะรู้ทันทีว่ายิงทำไมและใครเป็นคนบงการ ยันไม่มีการจัดฉาก ไม่มีอะไรคาใจกับ ผบ.ตร. มั่นใจมาจากปมผู้สูญเสียผลประโยชน์ในโครงการไบโอเมทริกซ์ หรือระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้าของ สตม. ซึ่งสมัยที่เป็น ผบช.สตม.ได้ทำการยกเลิกไป   ด้าน จนท.เตรียมรื้อรถหาหัวกระสุนเพิ่ม พบรถถูกยิง 8 นัด ยังไม่ชี้ชัดเป้าประสงค์คนร้าย สอบปากคำไปแล้ว 6 คน รปภ.เผยก่อนเกิดเหตุเห็นรถเบนซ์สีดำ ติดฟิล์มมองไม่เห็น ซึ่งขับมาวนถึง 3 รอบในซอยนี้ หลังรถคันดังกล่าวออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้าย เข้ามาก่อเหตุ บิ๊กป้อมบอกยังไม่ได้คุยกับโจ๊ก เป็นเรื่องของตำรวจที่ต้องติดตาม https://news.bectero.com/news/165406 -นายกฯอารมณ์ดีเจอเด็กๆก่อนประชุม ครม. ที่มามอบดอกกล้วยไม้เนื่องในวันครู นายกฯถามเด็กโตขึ้นอยากเป็นอะไร มีเด็กตอบว่า อยากเป็นทหาร นายกฯ จึงบอก ให้ออกกำลังกาย ให้เข้มแข็งมีกล้ามเนื้อ วิดพื้น ดึงข้อ ปีนต้นไม้ จะได้กล้าหาญ เป็นทหารไม่ได้สักแต่ว่าจะเป็น หรือใครก็เป็นได้ ถามว่าเป็นทหารแล้วไปรบท่ามกลางกระสุนปืนเล็ก กระสุนปืนใหญ่ ตนเจอมาแล้ว ถึงเวลานั้นก็จะรู้ว่า มันจะเป็นทหารใช่หรือไม่ใช่ กล้าไปหรือเปล่า   ก่อนหันไปถามเด็กนักเรียนอีกคนว่า ไม่อยากเป็นนายกฯ บ้างหรือ ซึ่งเด็กนักเรียนบอกว่า ไม่ครับ เพราะงานเยอะ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอบเข้าท่าดี แต่ก็ต้องสู้งาน นายกฯ ไม่เคยท้อแท้หรอก งานยิ่งเยอะยิ่งต้องทำ ทำเพื่อคนอื่น อะไรก็ได้ที่ทำเพื่อคนอื่น แล้วเดี๋ยวตัวเองได้เอง ได้ความภาคภูมิใจ ความสุขแค่นั้นเอง ตนไม่ต้องการอย่างอื่นคิดแค่นี้ https://news.bectero.com/news/165435   -แกนนำจัดกิจกรรม วิ่งไล่ลุง นำโดยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย และน.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ เดินทางมายื่นหนังสือเชิญนายกฯพร้อม ครม.ร่วมวิ่งในกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่สวนรถไฟ ในวันที่ 12 ม.ค.นี้  บิ๊กป้อมบอกตนวิ่งไม่ไหวและบอกไปหลายครั้งแล้ว เดินก็ไม่ไหว ไม่วิ่งไม่เดิน นอนอย่างเดียว   พร้อมระบุอีกว่าจะไม่เดินทางไปร่วมเดินเชียร์นายกฯและฝ่ายใดทั้งนั้น ซึ่งนายกฯได้บอกไปแล้วเมื่อวานว่าให้หยุดทั้งสองฝ่าย และทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามที่นายกฯบอก รวมไปถึงนักข่าวก็ต้องช่วยนายกรัฐฯด้วย และมองว่าจะไม่มีสถานการณ์อะไรทั้งนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่อนุญาตได้บอกทั้งสองฝ่ายแล้วว่าห้ามโฆษณาชวนเชื่อ แต่ให้วิ่งได้อย่างเดียว หากไม่วิ่งเฉยๆก็ถือว่าผิดข้อตกลง https://news.bectero.com/news/165438   -สำนักนโยบายและแผนพลังงาน เกาะติดราคาน้ำมันตลาดโลก หลังความขัดแย้ง สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด หากราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 5 เหรียญ/สัปดาห์ เตรียมใช้กลไกกองทุนน้ำมันมาดูแล ย้ำดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ส่วน LPG ถังขนาด 15 กก. ไม่เกิน 353 บาท/ถัง ล่าสุดราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง   -วิกฤตภัยแล้งลามหนัก ครม.อนุมัติงบกลาง 3,000 ล้านบาท เจาะบาดาล 500 บ่อทั่วประเทศช่วย ปชช. หลัง ปภ.ประกาศ 14 จังหวัดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติภัยแล้ง ที่กาฬสินธุ์ แล้งหนักน้ำประปาไม่พอใช้ ต้องจ้างขุดบ่อบาดาล บ่อละหมื่น ที่นครสวรรค์ห้ามเกษตรกรใช้น้ำจากแม่น้ำยมไปทำการเกษตร เพราะต้องเก็บไว้ใช้อุปโภคบริโภค นายกฯขอ ปชช.ช่วยประหยัดน้ำ ปิดก็อกน้ำขณะแปรงฟัน 1 นาที จะประหยัดน้ำได้ถึง 9 ลิตร ส่วนใครเจอน้ำประปาเค็ม ขอให้ต้มน้ำแก้ปัญหา https://news.bectero.com/news/165416   -3 เหยื่อสาวร้องกองปราบถูกหนุ่มคนเดียวกัน ทั้งหลอกแต่งงาน ลงทุนทำธุรกิจ ซ้ำหลอกว่าเป็นหนุ่มไฮโซนักเรียนนอก เซียนพระ จนถึงขั้นขอแต่งงาน ซึ่งมีเหยื่อ 1 ในนั้น ที่หลงเชื่อแต่งงานอยู่กินกับหนุ่มจอมลวงโลกจริง พบมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อหลายรายและสูญเงินหลายล้านบาท ตั้งรางวัลนำจับ 2 หมื่น   แฉแม่ฝ่ายชายก็มาเล่นละครตบตาด้วย พอเงินหมดก็หนีหายไป แม่มาสู่ขอเองแต่กลับไม่ออกค่าแต่งงาน อีกคนถูกหลอกลงทุนเพาะหมาขาย สำหรับหนุ่มรายนี้ เคยถูกจับเมื่อปี 2557 ในคดีฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เป็นมาแล้วทุกอย่างทั้งหมอศิริราช ทหารยศร้อยโท ทำทีเป็นชายรักชาย ขอยืมเงินเหยื่อก็มี https://news.bectero.com/news/165409   -หนุ่มเมาอาละวาดพังประตู โรงพยาบาลสันทราย จ.เชียงใหม่ เหมือนยากูซ่าถล่มในซีรีส์ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ผู้ก่อเหตุขับรถนำญาติ ที่อยู่ในอาการไม่ได้สติมาส่งโรงพยาบาล คาดว่าตั้งใจจะนำส่งจุดรับผู้ป่วยแผนกฉุกเฉิน แต่ขับรถไปจอดที่แผนกผู้ป่วยนอก ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ จึงไม่พอใจ อาละวาดทำร้ายทรัพย์สินและคน ก่อนถูกจับส่ง ตร. https://news.bectero.com/news/165365   ผู้ก่อเหตุอ้างโมโหไม่เจอเจ้าหน้าที่ และทำลายทรัพย์สินของโรงพยาบาล และยังเตะทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ จนเป็นแผล ต้องเย็บหลายเข็ม รู้สึกเสียใจและขอโทษ ยอมรับด้วยว่ามีการดื่มสุราทำให้ขาดสติ https://news.bectero.com/news/165365   -วิจารณ์ยับ! คลิปหนุ่มวิ่งกระโดดตีลังกาไปมา ถ่ายคลิปฟรีรันนิ่ง บนโบราณสถานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่สนแม้ทางกรมศิลปากรได้ติดตั้งป้ายปิดประกาศไว้อย่างชัดเจน ห้ามปีนป่ายโบราณสถาน จากการตรวจสอบพบเป็นโบราณสถานวัดมหาธาตุ มรดกโลก ตั้งอยู่ภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา   ล่าสุด ผอ.สำนักศิลปการที่3 พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวบุคคลในคลิปมาดำเนินคดี และให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดดูแลพื้นที่ ห้ามนักท่องเที่ยวทำผิดกฏระเบียบการเที่ยวชมโบราณสถานเด็ดขาด พร้อมและขอความร่วมมือไปยังนักท่องเที่ยว หากพบพฤติกรรมดังกล่าว รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีไม่ต้องปล่อยให้เป็นคลิปแพร่หลายออกไป https://news.bectero.com/news/165414   -พ่อพาลูกสาววัย 16 ปี  แจ้งจับนายจ้างร้านขายรองเท้ามือสองในนครพนม บังคับข่มขืนจนตั้งท้อง 2 เดือน จากนั้นถูกนายจ้างไล่ออก ซ้ำยังบังคับให้ไปทำแท้ง มีการข่มขู่ หากไปแจ้งความเอาผิด จนครอบครัวเพิ่งรู้ความจริง ก่อนหน้านี้แจ้งความแต่นายจ้างวิ่งเต้นปิดคดี เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่นายจ้างรับมีความสัมพันธ์กับลูกจ้างวัย 16 ปี จริงจนตั้งท้อง อ้างเป็นการสมยอม ไม่ได้ข่มขืนใจแต่อย่างใด https://news.bectero.com/news/165413   -ฝูงหมา 6 ตัวรุมขย้ำรถจนพังเละ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวงจรปิดรถเก๋งขณะจอดไว้ปากซอยทางเข้าบ้านเมื่อกลางดึก ภายในตลาดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากคลิปจะเห็นว่าสุนัขทั้ง 6 ตัวรุมกัด แทะหน้ารถจนกันชนหน้าหลุด จนช่วงเช้าออกมาพบรถพังเสียหาย ทั้งระบบไฟ หม้อน้ำรั่ว เป็นรอยขีดขวนรอบคัน วอนเจ้าของมารับผิดชอบ หากไม่มีสาวเจ้าของรถเตรียมแจ้งเทศบาลมาจับหมาไปให้หมด https://news.bectero.com/news/165398   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gNUv6wF23Jg

 26,442
สังคม
07 ม.ค. 63

รวบแล้ว หนุ่มลวงสาวใหญ่ขอแต่งงาน สูญเงินกว่าล้านบาท

จากกรณีที่มีกลุ่มหญิงสาวเข้าร้องตำรวจกองปราบปรามให้เร่งจับชายหนุ่ม หลังเข้ามาตีสนิททางเฟซบุ๊ก ทำตัวน่าเชื่อถือว่าเป็นหมอและทหารจากนั้นหลอกให้รักแล้วเชิดเงินมูลค่านับล้าน      หญิงผู้เสียหาย 3 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามจับกุม นายภัควรรธ์ วัฒนานนท์ ที่หลอกลวงต้มตุ๋น หลอกเอาเงินและทรัพย์สิน โดยการเข้ามาจีบทางเฟซบุ๊ก จนไว้ใจและมีใจให้ จนถึงขั้นขอแต่งงาน      โดย พฤติการณ์ของ นายภัควรรธ์ จะอ้างว่านักเรียนนอก เป็นนักธุระกิจ อยู่ในแวดวงไฮโซ แถมยังเป็นเซียนพระชื่อดัง มีการจัดฉากให้ดูน่าเชื่อถือ แถมแม่ของ นายภัควรรธ์ ก็รู้เห็นเป็นใจร่วมเล่นละครตบตาด้วยกัน พอผู้เสียหายตกหลุมพรางเชื่อใจก็จะหลอกให้ผ่อนรถยนต์ รถบิ๊กไบค์ โดยให้เป็นชื่อของผู้เสียหาย ทิ้งภาระให้ฝ่ายหญิงต้องผ่อนแทน รวมถึงจะนำทรัพย์สินของผู้เสียหายไปแล้วไม่คืน ขอเงินฝ่ายหญิงใช้ไปวันๆ เมื่อเห็นว่าฝ่ายหญิงเริ่มหมดประโยขน์ หรือ เริ่มรู้ทัน ก็จะเลิกราหนีหายไปดื้อๆ      ล่าสุด มีรายงานว่า ตำรวจนครบาลบางรัก สามารถจับกุม นายภัควรรธ์ ได้แล้ว หลังไปกบดานที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในย่านพระราม 2  โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการจับกุมตามหมายค้างเก่า เนื่องจากมีคดีฉ้อโกง และถูกแจ้งจับไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เบื้องต้น นายภัควรรธ์ ยังไม่ให้ข้อมูลใด ซึ่งระบุว่าจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

 3,001
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 8,334
สังคม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 8,334
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 1,038
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 1,038
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,641
สังคม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,641
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,635
สังคม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,635
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว

ความคืบหน้าเรื่องของ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ ที่หลอกหริตตี้สาวที่ชื่อดาริน แต่งงานและทิ้งหนี้สินจากการจัดงาน 3.5 ล้านบาทให้ชดใช้ และต่อมามีการแฉประวัติเสี่ยท๊อปออกมาเป็นหางว่าว ทั้งวีรกรรมหลอกลวงทั้งไทยและต่างประเทศ จนกระทั่งพบว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศ เดินทางไปยังประเทศฮ่องกงเมื่อเช้าวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ เสี่ยท็อปอัดคลิป ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ระบุว่า ตอนนี้ไม่สบายเสียงเลยไม่ชัด ขอชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี แต่มาทำงาน และต้องขอโทษกับคลิปที่ต่อว่านักข่าวว่า ตอแหล คลิปนี้ถูกแฮกออกไปเผยแพร่ และหากทำงานเสร็จจะกลับมาแถลงข่าว   จากนั้นเสี่ยท็อปยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรมีข้อขัดแย้งกัน หรือถูกเข้าใจผิดหรือเปล่า เสี่ยท็อปตอบว่า เดี๋ยววันแถลงจะชี้แจงให้หมดว่ามันมีอะไรบ้างพอดีมีผสมปนเปเหมือน "พวกมาพาโวย เกาะกระแสหากิน" โดยจะเดินทางกลับมาอาทิตย์หน้า จะปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย และจะแถลงข่าวพร้อมกับฝ่ายกฎหมายทั้งหมด     เมื่อถามว่าเรื่องเกิดขึ้นมาหลายวัน ทำไมถึงมาตอบสื่อตอนที่ไปต่างประเทศแล้ว เสี่ยท็อปตอบกลับมาว่า ฝ่ายกฎหมายขอไว้ ไม่เกี่ยวกับอยู่ต่างประเทศ แต่เนื่องจากบิดเบือนข่าวมากเกินไปจนเป็นปัญหา ลามไปประเทศอื่นๆ ประเทศจะเสียชื่อ เสียความเชื่อมั่น เพราะผมคนเดียว     ส่วนเรื่องการชดใช้หนี้สินการจัดงานแต่งงานนั้น เสี่ยท็อปไม่ได้ระบุเวลาว่าจะชดใช้ให้กับผู้เสียหายวันไหน เมื่อไหร่ แต่บอกว่า มีแต่บันทึกการหย่า แต่ไม่เคยนัดวันเวลา แต่ฝ่ายหญิงไม่ต้องมารับผิดชอบแทนใดๆตามที่เป็นข่าว     ทางด้านณัฐธิดา ดีสวสัดิ์ หรือคุณเตย เพื่อนของอดีตเจ้าสาวกล่าวว่า ไลน์ที่แชทกับเสี่ยท็อปคุยกับสื่อนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสี่ยท็อปจริงหรือไม่ หากเป็นเสี่ยท็อปจริงคุยกับสื่อ แต่ไม่ได้คุยกับผู้เสียหายเลย จนถึงเวลานี้เป็นข่าวมาตลอดก็ยังไม่ได้เงินคืนสักบาท     ส่วนเรื่อง ที่ยังไม่แจ้งความจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ตนยืนยันว่า เจ้าสาว และผู้เสียหายทุกคนจะแจ้งความจริง แต่ตอนนี้ขอเวลารวบรวมหลักฐานอย่างแน่นหนาและปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน ยืนยันว่าจะแจ้งความแน่นอน ซึ่งการที่ยังไม่แจ้ง ก็มีหลากหลายเหตุผล และเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของฝ่ายหญิงก็ยังเครียดหนัก เพราะเจอกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเรื่องการทำอาชีพไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เสี่ยท็อปและตัวฝ่ายหญิงเองรู้เรื่องนี้ดี  เรื่องทั้งหมดเกิดเพราะเสี่ยท็อปคนเดียว   หากเสี่ยท็อปตอบสื่อว่าจะกลับมาแถลงข่าว ตนก็ขอให้ก่อนแถลงข่าว ช่วยมาเคลียร์หนี้สินที่ค้างอยู่ก่อน เพราะทุกคนเดือดร้อนจากเรื่องนี้มาก ขอให้กลับมารับผิดชอบด้วย   สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศของเสี่ยท็อปครั้งนี้ มีรายงานว่าเดินทางไปพร้อมกับคณะ 4 คน โดยมีการเดินทางไปที่เมืองมาเก๊า และกลับมาพักที่ฮ่องกง และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่าตลอดระยะเวลาปี 62 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ต.ค. เสี่ยท็อปเดินทางไปต่างประเทศ 17 ครั้ง โดยไปฮ่องกงบ่อยที่สุด 11 ครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/njLgeR9qwVU

 1,903
สังคม
09 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว

ความคืบหน้าเรื่องของ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ ที่หลอกหริตตี้สาวที่ชื่อดาริน แต่งงานและทิ้งหนี้สินจากการจัดงาน 3.5 ล้านบาทให้ชดใช้ และต่อมามีการแฉประวัติเสี่ยท๊อปออกมาเป็นหางว่าว ทั้งวีรกรรมหลอกลวงทั้งไทยและต่างประเทศ จนกระทั่งพบว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศ เดินทางไปยังประเทศฮ่องกงเมื่อเช้าวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ เสี่ยท็อปอัดคลิป ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ระบุว่า ตอนนี้ไม่สบายเสียงเลยไม่ชัด ขอชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี แต่มาทำงาน และต้องขอโทษกับคลิปที่ต่อว่านักข่าวว่า ตอแหล คลิปนี้ถูกแฮกออกไปเผยแพร่ และหากทำงานเสร็จจะกลับมาแถลงข่าว   จากนั้นเสี่ยท็อปยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรมีข้อขัดแย้งกัน หรือถูกเข้าใจผิดหรือเปล่า เสี่ยท็อปตอบว่า เดี๋ยววันแถลงจะชี้แจงให้หมดว่ามันมีอะไรบ้างพอดีมีผสมปนเปเหมือน "พวกมาพาโวย เกาะกระแสหากิน" โดยจะเดินทางกลับมาอาทิตย์หน้า จะปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย และจะแถลงข่าวพร้อมกับฝ่ายกฎหมายทั้งหมด     เมื่อถามว่าเรื่องเกิดขึ้นมาหลายวัน ทำไมถึงมาตอบสื่อตอนที่ไปต่างประเทศแล้ว เสี่ยท็อปตอบกลับมาว่า ฝ่ายกฎหมายขอไว้ ไม่เกี่ยวกับอยู่ต่างประเทศ แต่เนื่องจากบิดเบือนข่าวมากเกินไปจนเป็นปัญหา ลามไปประเทศอื่นๆ ประเทศจะเสียชื่อ เสียความเชื่อมั่น เพราะผมคนเดียว     ส่วนเรื่องการชดใช้หนี้สินการจัดงานแต่งงานนั้น เสี่ยท็อปไม่ได้ระบุเวลาว่าจะชดใช้ให้กับผู้เสียหายวันไหน เมื่อไหร่ แต่บอกว่า มีแต่บันทึกการหย่า แต่ไม่เคยนัดวันเวลา แต่ฝ่ายหญิงไม่ต้องมารับผิดชอบแทนใดๆตามที่เป็นข่าว     ทางด้านณัฐธิดา ดีสวสัดิ์ หรือคุณเตย เพื่อนของอดีตเจ้าสาวกล่าวว่า ไลน์ที่แชทกับเสี่ยท็อปคุยกับสื่อนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสี่ยท็อปจริงหรือไม่ หากเป็นเสี่ยท็อปจริงคุยกับสื่อ แต่ไม่ได้คุยกับผู้เสียหายเลย จนถึงเวลานี้เป็นข่าวมาตลอดก็ยังไม่ได้เงินคืนสักบาท     ส่วนเรื่อง ที่ยังไม่แจ้งความจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ตนยืนยันว่า เจ้าสาว และผู้เสียหายทุกคนจะแจ้งความจริง แต่ตอนนี้ขอเวลารวบรวมหลักฐานอย่างแน่นหนาและปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน ยืนยันว่าจะแจ้งความแน่นอน ซึ่งการที่ยังไม่แจ้ง ก็มีหลากหลายเหตุผล และเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของฝ่ายหญิงก็ยังเครียดหนัก เพราะเจอกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเรื่องการทำอาชีพไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เสี่ยท็อปและตัวฝ่ายหญิงเองรู้เรื่องนี้ดี  เรื่องทั้งหมดเกิดเพราะเสี่ยท็อปคนเดียว   หากเสี่ยท็อปตอบสื่อว่าจะกลับมาแถลงข่าว ตนก็ขอให้ก่อนแถลงข่าว ช่วยมาเคลียร์หนี้สินที่ค้างอยู่ก่อน เพราะทุกคนเดือดร้อนจากเรื่องนี้มาก ขอให้กลับมารับผิดชอบด้วย   สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศของเสี่ยท็อปครั้งนี้ มีรายงานว่าเดินทางไปพร้อมกับคณะ 4 คน โดยมีการเดินทางไปที่เมืองมาเก๊า และกลับมาพักที่ฮ่องกง และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่าตลอดระยะเวลาปี 62 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ต.ค. เสี่ยท็อปเดินทางไปต่างประเทศ 17 ครั้ง โดยไปฮ่องกงบ่อยที่สุด 11 ครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/njLgeR9qwVU

 1,903

Top