ค้นหา :

ผลการค้นหา "หลอกแต่งงาน"

สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 7,679
สังคม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 7,679
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 900
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 900
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,271
สังคม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,271
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,271
สังคม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,271
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว

ความคืบหน้าเรื่องของ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ ที่หลอกหริตตี้สาวที่ชื่อดาริน แต่งงานและทิ้งหนี้สินจากการจัดงาน 3.5 ล้านบาทให้ชดใช้ และต่อมามีการแฉประวัติเสี่ยท๊อปออกมาเป็นหางว่าว ทั้งวีรกรรมหลอกลวงทั้งไทยและต่างประเทศ จนกระทั่งพบว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศ เดินทางไปยังประเทศฮ่องกงเมื่อเช้าวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ เสี่ยท็อปอัดคลิป ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ระบุว่า ตอนนี้ไม่สบายเสียงเลยไม่ชัด ขอชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี แต่มาทำงาน และต้องขอโทษกับคลิปที่ต่อว่านักข่าวว่า ตอแหล คลิปนี้ถูกแฮกออกไปเผยแพร่ และหากทำงานเสร็จจะกลับมาแถลงข่าว   จากนั้นเสี่ยท็อปยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรมีข้อขัดแย้งกัน หรือถูกเข้าใจผิดหรือเปล่า เสี่ยท็อปตอบว่า เดี๋ยววันแถลงจะชี้แจงให้หมดว่ามันมีอะไรบ้างพอดีมีผสมปนเปเหมือน "พวกมาพาโวย เกาะกระแสหากิน" โดยจะเดินทางกลับมาอาทิตย์หน้า จะปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย และจะแถลงข่าวพร้อมกับฝ่ายกฎหมายทั้งหมด     เมื่อถามว่าเรื่องเกิดขึ้นมาหลายวัน ทำไมถึงมาตอบสื่อตอนที่ไปต่างประเทศแล้ว เสี่ยท็อปตอบกลับมาว่า ฝ่ายกฎหมายขอไว้ ไม่เกี่ยวกับอยู่ต่างประเทศ แต่เนื่องจากบิดเบือนข่าวมากเกินไปจนเป็นปัญหา ลามไปประเทศอื่นๆ ประเทศจะเสียชื่อ เสียความเชื่อมั่น เพราะผมคนเดียว     ส่วนเรื่องการชดใช้หนี้สินการจัดงานแต่งงานนั้น เสี่ยท็อปไม่ได้ระบุเวลาว่าจะชดใช้ให้กับผู้เสียหายวันไหน เมื่อไหร่ แต่บอกว่า มีแต่บันทึกการหย่า แต่ไม่เคยนัดวันเวลา แต่ฝ่ายหญิงไม่ต้องมารับผิดชอบแทนใดๆตามที่เป็นข่าว     ทางด้านณัฐธิดา ดีสวสัดิ์ หรือคุณเตย เพื่อนของอดีตเจ้าสาวกล่าวว่า ไลน์ที่แชทกับเสี่ยท็อปคุยกับสื่อนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสี่ยท็อปจริงหรือไม่ หากเป็นเสี่ยท็อปจริงคุยกับสื่อ แต่ไม่ได้คุยกับผู้เสียหายเลย จนถึงเวลานี้เป็นข่าวมาตลอดก็ยังไม่ได้เงินคืนสักบาท     ส่วนเรื่อง ที่ยังไม่แจ้งความจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ตนยืนยันว่า เจ้าสาว และผู้เสียหายทุกคนจะแจ้งความจริง แต่ตอนนี้ขอเวลารวบรวมหลักฐานอย่างแน่นหนาและปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน ยืนยันว่าจะแจ้งความแน่นอน ซึ่งการที่ยังไม่แจ้ง ก็มีหลากหลายเหตุผล และเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของฝ่ายหญิงก็ยังเครียดหนัก เพราะเจอกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเรื่องการทำอาชีพไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เสี่ยท็อปและตัวฝ่ายหญิงเองรู้เรื่องนี้ดี  เรื่องทั้งหมดเกิดเพราะเสี่ยท็อปคนเดียว   หากเสี่ยท็อปตอบสื่อว่าจะกลับมาแถลงข่าว ตนก็ขอให้ก่อนแถลงข่าว ช่วยมาเคลียร์หนี้สินที่ค้างอยู่ก่อน เพราะทุกคนเดือดร้อนจากเรื่องนี้มาก ขอให้กลับมารับผิดชอบด้วย   สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศของเสี่ยท็อปครั้งนี้ มีรายงานว่าเดินทางไปพร้อมกับคณะ 4 คน โดยมีการเดินทางไปที่เมืองมาเก๊า และกลับมาพักที่ฮ่องกง และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่าตลอดระยะเวลาปี 62 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ต.ค. เสี่ยท็อปเดินทางไปต่างประเทศ 17 ครั้ง โดยไปฮ่องกงบ่อยที่สุด 11 ครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/njLgeR9qwVU

 1,668
สังคม
09 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว

ความคืบหน้าเรื่องของ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ ที่หลอกหริตตี้สาวที่ชื่อดาริน แต่งงานและทิ้งหนี้สินจากการจัดงาน 3.5 ล้านบาทให้ชดใช้ และต่อมามีการแฉประวัติเสี่ยท๊อปออกมาเป็นหางว่าว ทั้งวีรกรรมหลอกลวงทั้งไทยและต่างประเทศ จนกระทั่งพบว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศ เดินทางไปยังประเทศฮ่องกงเมื่อเช้าวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ เสี่ยท็อปอัดคลิป ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ระบุว่า ตอนนี้ไม่สบายเสียงเลยไม่ชัด ขอชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี แต่มาทำงาน และต้องขอโทษกับคลิปที่ต่อว่านักข่าวว่า ตอแหล คลิปนี้ถูกแฮกออกไปเผยแพร่ และหากทำงานเสร็จจะกลับมาแถลงข่าว   จากนั้นเสี่ยท็อปยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไรมีข้อขัดแย้งกัน หรือถูกเข้าใจผิดหรือเปล่า เสี่ยท็อปตอบว่า เดี๋ยววันแถลงจะชี้แจงให้หมดว่ามันมีอะไรบ้างพอดีมีผสมปนเปเหมือน "พวกมาพาโวย เกาะกระแสหากิน" โดยจะเดินทางกลับมาอาทิตย์หน้า จะปรึกษากับฝ่ายกฎหมาย และจะแถลงข่าวพร้อมกับฝ่ายกฎหมายทั้งหมด     เมื่อถามว่าเรื่องเกิดขึ้นมาหลายวัน ทำไมถึงมาตอบสื่อตอนที่ไปต่างประเทศแล้ว เสี่ยท็อปตอบกลับมาว่า ฝ่ายกฎหมายขอไว้ ไม่เกี่ยวกับอยู่ต่างประเทศ แต่เนื่องจากบิดเบือนข่าวมากเกินไปจนเป็นปัญหา ลามไปประเทศอื่นๆ ประเทศจะเสียชื่อ เสียความเชื่อมั่น เพราะผมคนเดียว     ส่วนเรื่องการชดใช้หนี้สินการจัดงานแต่งงานนั้น เสี่ยท็อปไม่ได้ระบุเวลาว่าจะชดใช้ให้กับผู้เสียหายวันไหน เมื่อไหร่ แต่บอกว่า มีแต่บันทึกการหย่า แต่ไม่เคยนัดวันเวลา แต่ฝ่ายหญิงไม่ต้องมารับผิดชอบแทนใดๆตามที่เป็นข่าว     ทางด้านณัฐธิดา ดีสวสัดิ์ หรือคุณเตย เพื่อนของอดีตเจ้าสาวกล่าวว่า ไลน์ที่แชทกับเสี่ยท็อปคุยกับสื่อนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเสี่ยท็อปจริงหรือไม่ หากเป็นเสี่ยท็อปจริงคุยกับสื่อ แต่ไม่ได้คุยกับผู้เสียหายเลย จนถึงเวลานี้เป็นข่าวมาตลอดก็ยังไม่ได้เงินคืนสักบาท     ส่วนเรื่อง ที่ยังไม่แจ้งความจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ตนยืนยันว่า เจ้าสาว และผู้เสียหายทุกคนจะแจ้งความจริง แต่ตอนนี้ขอเวลารวบรวมหลักฐานอย่างแน่นหนาและปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อน ยืนยันว่าจะแจ้งความแน่นอน ซึ่งการที่ยังไม่แจ้ง ก็มีหลากหลายเหตุผล และเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกของฝ่ายหญิงก็ยังเครียดหนัก เพราะเจอกระแสข่าวรายวัน โดยเฉพาะเรื่องการทำอาชีพไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เสี่ยท็อปและตัวฝ่ายหญิงเองรู้เรื่องนี้ดี  เรื่องทั้งหมดเกิดเพราะเสี่ยท็อปคนเดียว   หากเสี่ยท็อปตอบสื่อว่าจะกลับมาแถลงข่าว ตนก็ขอให้ก่อนแถลงข่าว ช่วยมาเคลียร์หนี้สินที่ค้างอยู่ก่อน เพราะทุกคนเดือดร้อนจากเรื่องนี้มาก ขอให้กลับมารับผิดชอบด้วย   สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศของเสี่ยท็อปครั้งนี้ มีรายงานว่าเดินทางไปพร้อมกับคณะ 4 คน โดยมีการเดินทางไปที่เมืองมาเก๊า และกลับมาพักที่ฮ่องกง และจากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่าตลอดระยะเวลาปี 62 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ต.ค. เสี่ยท็อปเดินทางไปต่างประเทศ 17 ครั้ง โดยไปฮ่องกงบ่อยที่สุด 11 ครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/njLgeR9qwVU

 1,668
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปแจง ยัน ไม่ได้หนี แต่มีภารกิจที่ต้องทำ รอกลับมาจะเปิดแถลง

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท    และภายหลังได้มีการเปิดเผยจากพล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ล่าสุด 'เสี่ยท็อป' ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนไม่ได้หนีหายไปไหน แต่ติดภารกิจงานที่ทำอยู่ และจะกลับมาชี้แจงต่อสังคมเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น   นอกจากนี้ 'เสี่ยท็อป' ได้อัดคลิปที่สนาบินพูดถึงการเดินทางไปยังฮ่องกงว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆในการเดินทาง และยังได้รับการต้อนรับดูแลเป็นพิเศษ ไม่ได้ติดปัญหาใดๆกับทาง ตม.ฮ่องกงอย่างที่สำนักข่าวได้กล่าวไว้   โดยในกรณีนี้ 'เสี่ยท็อป' ก็ได้กล่าวกับทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า สำหรับคลิปที่พูดเล่นๆที่สนามบิน ตนไม่ได้มีเจตนา แต่เนื่องจากตนถูกแฮ็คและทำให้คลิปหลุดออกไป   หลังจากให้สัมภาษณ์แล้วนั้น 'เสี่ยท็อป' ส่งข้อความเพิ่มเติมมาด้วยว่า ขอรอแถลงข้อเท็จพร้อมกัน เนื่องจากเกรงจะถูกบิดเบือนความจริง       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ  

 22,218
สังคม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' อัดคลิปแจง ยัน ไม่ได้หนี แต่มีภารกิจที่ต้องทำ รอกลับมาจะเปิดแถลง

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท    และภายหลังได้มีการเปิดเผยจากพล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ล่าสุด 'เสี่ยท็อป' ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนไม่ได้หนีหายไปไหน แต่ติดภารกิจงานที่ทำอยู่ และจะกลับมาชี้แจงต่อสังคมเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น   นอกจากนี้ 'เสี่ยท็อป' ได้อัดคลิปที่สนาบินพูดถึงการเดินทางไปยังฮ่องกงว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆในการเดินทาง และยังได้รับการต้อนรับดูแลเป็นพิเศษ ไม่ได้ติดปัญหาใดๆกับทาง ตม.ฮ่องกงอย่างที่สำนักข่าวได้กล่าวไว้   โดยในกรณีนี้ 'เสี่ยท็อป' ก็ได้กล่าวกับทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า สำหรับคลิปที่พูดเล่นๆที่สนามบิน ตนไม่ได้มีเจตนา แต่เนื่องจากตนถูกแฮ็คและทำให้คลิปหลุดออกไป   หลังจากให้สัมภาษณ์แล้วนั้น 'เสี่ยท็อป' ส่งข้อความเพิ่มเติมมาด้วยว่า ขอรอแถลงข้อเท็จพร้อมกัน เนื่องจากเกรงจะถูกบิดเบือนความจริง       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ  

 22,218
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด พล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ในลุคทรงผมใหม่ ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ทั้งนี้ การเดินทางดังกล่าว สามารถอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงได้ 30 วัน จากนั้นต้องเดินทางกลับ ไม่สามารถตอบได้ว่า เป็นการหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้ หาก ตม. ยังไม่ได้รับการประสานให้ควบคุมตัวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่าชายรายดังกล่าว มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งเตือนในระบบแต่อย่างใด   ทั้งนี้เสี่ยท็อป ได้เปิดเผยกับสื่อแห่งหนึ่ง ผ่านทางข้อความแชท ระบุว่า กระแสข่าวเรื่องที่เคยคบกับ แคทรียา อิงลิช นั้น ตนเองไม่เคยพูด ส่วนเรื่องภาพที่ตนถ่ายกับเงินจำนวนมาก เป็นแค่แอปฯ ถ่ายเซลฟี่เล่น ๆ แล้วถูกแฮก ตนโกรธมากคนที่ทำแบบนี้ อีกทั้งบางรูปตนโพสต์บนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยไม่ได้เปิดสาธารณะ ซึ่งเป็นความสุขส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องแปลก   เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องไร้สาระ ตนมีภารกิจที่สำคัญมากกว่า ไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ที่ยอมเปิดเผยเพราะว่าสื่อฯ อาจทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย เพราะเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ถึงเวลาตนก็ต้องเคลียร์ ตอนที่แถลงข่าวก็จะทราบว่ามีขบวนการ และคนที่ร่วมผสมโรง สวมรอย มีคนบิดเบือนข่าว ตนไม่ได้อยากให้ใครออกมาขอโทษหรือรับผิด แต่ถ้าใครทำผิดพลาดก็ขอให้แก้ไขเพื่อประเทศชาติ   ทางฝั่งของพริตตี้สาวที่ถูกหลอกแต่งงานนั้น ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่เพื่อนสนิทระบุว่า วันนี้ (7 ต.ค.) พริตตี้สาวจะออกมาชี้แจง กรณีที่ถูกแม่ของเสี่ยท็อป ออกมาเปิดเผยข้อความแชทลับ บางอย่างถึงความไม่เหมาะสมจนทำให้เสี่ยท็อปรับไม่ได้ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่า เสี่ยท็อปรู้เรื่องดังกล่าวมานานแล้วก่อนแต่งงาน  ส่วนแม่ของเสี่ยท็อปยังเคยเจอกันที่สระบุรี เคยมีถามพริตตี้สาวเรื่องเอาของมีค่าไปโรงรับจำนำ และขอเงินเสี่ยท็อปใช้   สำหรับเสี่ยท็อป อดีตเจ้าสาวรู้เรื่องแล้วว่าไปต่างประเทศ และไม่ได้กังวลอะไร ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องมาและมีข่าวแฉประวัติกำมะลอหลอกลวงคนอื่นแบบเป็นหางว่าว เสี่ยท็อปไม่เคยติดต่อมาชดใช้หนี้ที่ตกลงกันไว้  ก็รอว่าหลังจากแจ้งความแล้ว ตร.จะสามารถจับกุมเสี่ยท็อปได้หรือไม่ ซึ่งตัวของพริตตี้สาวไม่ได้ต้องการให้เสี่ยท๊อปโดนจับ แต่อยากให้ใช้หนี้ให้จบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pY1-DU3BDhc  

 2,793
สังคม
08 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เผ่นฮ่องกง เคลียร์ข่าวคบ 'แคทรียา' โวมีภารกิจสำคัญ ไม่มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

จากกรณีนายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ แต่งงานก่อนทิ้งหนี้จากการจัดงานแต่งงาน 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด พล.ต.ท สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการเดินทาง ในระบบของ สตม. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปรากฏว่าพบชื่อเสี่ยท็อป ในลุคทรงผมใหม่ ได้เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เวลา 06.35 น. ด้วยเที่ยวบิน cx616 ปลายทางประเทศฮ่องกง   ทั้งนี้ การเดินทางดังกล่าว สามารถอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงได้ 30 วัน จากนั้นต้องเดินทางกลับ ไม่สามารถตอบได้ว่า เป็นการหลบหนีหรือไม่ ทั้งนี้ หาก ตม. ยังไม่ได้รับการประสานให้ควบคุมตัวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่าชายรายดังกล่าว มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งเตือนในระบบแต่อย่างใด   ทั้งนี้เสี่ยท็อป ได้เปิดเผยกับสื่อแห่งหนึ่ง ผ่านทางข้อความแชท ระบุว่า กระแสข่าวเรื่องที่เคยคบกับ แคทรียา อิงลิช นั้น ตนเองไม่เคยพูด ส่วนเรื่องภาพที่ตนถ่ายกับเงินจำนวนมาก เป็นแค่แอปฯ ถ่ายเซลฟี่เล่น ๆ แล้วถูกแฮก ตนโกรธมากคนที่ทำแบบนี้ อีกทั้งบางรูปตนโพสต์บนอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก โดยไม่ได้เปิดสาธารณะ ซึ่งเป็นความสุขส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องแปลก   เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากเรื่องไร้สาระ ตนมีภารกิจที่สำคัญมากกว่า ไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่ที่ยอมเปิดเผยเพราะว่าสื่อฯ อาจทำให้ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย เพราะเรื่องจริงก็คือเรื่องจริง ถึงเวลาตนก็ต้องเคลียร์ ตอนที่แถลงข่าวก็จะทราบว่ามีขบวนการ และคนที่ร่วมผสมโรง สวมรอย มีคนบิดเบือนข่าว ตนไม่ได้อยากให้ใครออกมาขอโทษหรือรับผิด แต่ถ้าใครทำผิดพลาดก็ขอให้แก้ไขเพื่อประเทศชาติ   ทางฝั่งของพริตตี้สาวที่ถูกหลอกแต่งงานนั้น ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล แต่เพื่อนสนิทระบุว่า วันนี้ (7 ต.ค.) พริตตี้สาวจะออกมาชี้แจง กรณีที่ถูกแม่ของเสี่ยท็อป ออกมาเปิดเผยข้อความแชทลับ บางอย่างถึงความไม่เหมาะสมจนทำให้เสี่ยท็อปรับไม่ได้ ซึ่งเพื่อนยืนยันว่า เสี่ยท็อปรู้เรื่องดังกล่าวมานานแล้วก่อนแต่งงาน  ส่วนแม่ของเสี่ยท็อปยังเคยเจอกันที่สระบุรี เคยมีถามพริตตี้สาวเรื่องเอาของมีค่าไปโรงรับจำนำ และขอเงินเสี่ยท็อปใช้   สำหรับเสี่ยท็อป อดีตเจ้าสาวรู้เรื่องแล้วว่าไปต่างประเทศ และไม่ได้กังวลอะไร ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องมาและมีข่าวแฉประวัติกำมะลอหลอกลวงคนอื่นแบบเป็นหางว่าว เสี่ยท็อปไม่เคยติดต่อมาชดใช้หนี้ที่ตกลงกันไว้  ก็รอว่าหลังจากแจ้งความแล้ว ตร.จะสามารถจับกุมเสี่ยท็อปได้หรือไม่ ซึ่งตัวของพริตตี้สาวไม่ได้ต้องการให้เสี่ยท๊อปโดนจับ แต่อยากให้ใช้หนี้ให้จบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pY1-DU3BDhc  

 2,793
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 62

เสี่ยกำมะลอหมื่นล้าน หลอกยันเจ้าอาวาสวัดที่นครพนม จะสร้างศาลา 30 ล้านให้ สุดท้ายกลับเบี้ยว

นครพนม - จากกรณีพริตตี้สาวชาวจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป อ้างเป็นเสี่ยหมื่นล้านหลอกให้แต่งงานจดทะเบียนสมรส โดยมีการจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรูใน จ.บุรีรัมย์ แต่สุดท้ายทิ้งหนี้ไว้ให้ 3.5 ล้านบาท จนมีการขุดคุ้ยประวัติของเสี่ยกำมะลอรายนี้ จนทราบว่ามีอาชีพขายเห็ดอยู่ย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี    มีเพจดังเปิดเผยว่า นอกจากนายท็อปเสี่ยกำมะลอรวยหมื่นล้าน จะหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงานแล้ว ยังไปหลอกลวงพระในจังหวัดนครพนมอีกด้วย อยู่ที่วัดศรีเทพประดิษฐานราม เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบพระมานพ อุฏฐาจี อายุ 51 ปี พระวัดศรีเทพประดิษฐาราม ได้ให้รายละเอียดว่าประมาณปลายปี 2561 มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อเล่น ”โยมแอ๊ด” บอกมีคนประสงค์จะเป็นเจ้าภาพบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ โดยนั่งพูดคุยกันจนเป็นที่ตกลง โดยที่มีชื่อนายธนณัฏฐ์ สิริปิยาพร หรือเสี่ยท็อป และคณะเป็นเจ้าภาพ ในโครงการบูรณะศาลาพระเทพสิทธาจารย์ วงเงิน 30 ล้านบาท เริ่มสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2562 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 6 มกราคม 2563 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 250 วัน    ปรากฏว่าผู้รับเหมาได้สั่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างมากองไว้ด้านหลังศาลา จากนั้นได้ขอเบิกเงินจากเสี่ยท็อป ก็โดนบ่ายเบี่ยงมาตลอด ขณะเดียวกันโยมแอ๊ดซึ่งไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวกับเสี่ยกำมะลอแบบไหน ได้มาพูดคุยกับพระมหาโดม เจ้าอาวาสวัดศรีเทพฯ เพื่อเปิดบัญชีในนามชื่อของเสี่ยท็อปขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา แต่เจ้าอาวาสเห็นว่าไม่เหมาะสม ทำให้โยมแอ๊ดไม่พอใจรีบออกจากวัดไป และไม่กลับเข้ามาอีกเลยจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ผู้รับเหมาก็ไม่ได้เงินงวดแรกจากเสี่ยท็อปก็ไม่ยอมลงมือสร้าง ก่อนจะขนอุปกรณ์ต่างๆ กลับสำนักงาน คงทิ้งนั่งร้านและเหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้างไว้รอบๆ ศาลา โดยยังคงมีความหวังว่าเสี่ยทอ็ปจะจ่ายเงินให้บ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ :  https://youtu.be/OWTvGlMe10o  

 10,352

Top