ค้นหา :

ผลการค้นหา "เชียงราย"

ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์-หมอภาคย์-เมียจ่าแซม ร่วมวิ่ง-ปั่น ครบรอบ 1 ปี ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง

เชียงราย-อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คน ประสบเหตุติดอยู่ในถ้ำหลวง ก่อนที่นานาชาติจะร่วมทำภารกิจช่วยชีวิตได้สำเร็จ จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก   โดยได้มีการจัดกิจกรรมวิ่ง-ปั่น ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ถ้ำหลวง รวมใจเป็นหนึ่งเดียว โดยงานดังกล่าวมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้าร่วมครบครัน เช่น พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยซีล กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา อดีตผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการช่วยเหลือฯ   พ.ท.นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ และนางวลีพร กุนัน ภรรยาของนาวาตรีสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการค้นหาในถ้ำหลวง ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กันอย่างคึกคัก   โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น ประเภทมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 6 กิโลเมตร สำหรับกิจกรรมปั่นจักรยาน 54 กิโลเมตร และ 24 กิโลเมตร สำหรับรายได้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะนำไปใช้ในการฟื้นฟูพัฒนาพื้นที่อุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ให้มีความสมบูรณ์สวยงาม รวมถึงสนับสนุนการทำงานของผู้ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9u9_7WUcKLY

 1,721
ข่าวภูมิภาค
20 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่ม เชียงรายพัดเสาไฟฟ้าล้ม 30 ต้น - พะเยาบ้านเรือนเสียหายหลายหลังคาเรือน - โคราช-สุพรรณบุรี โดนด้วย

เชียงราย - เกิดลมพายุฝนพัดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่ลาว พบว่าลมพายุได้พัดแรงจนทำให้เสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กฟภ. ตั้งแต่บริเวณสถานีใบยาสูบป่าก่อดำไปจนถึงหน้าสำนักงานสหกรณ์การเกษตร ถนนพหลโยธินขาเข้าเมือง ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว เสาไฟฟ้าถูกพายุพัดเสียหายจำนวนกว่า 30 ต้น ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าดับ    หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ กฟภ.สาขาแม่ลาว ได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และเร่งทำการซ่อมแซมให้ไฟฟ้าสามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ   อย่างไรก็ตาม จากเหตุลมพายุที่เกิดขึ้นได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกทำการสำรวจความเสียหายแล้ว โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจเพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป เบื้องต้น ยังไม่ได้รับแจ้งถึงความเสียหายในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเฝ้าระวังต่อไป     พะเยา-พายุพัดกระหน่ำตำบลอ่างทองเสียหายหนัก   เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในพื้นที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำจังหวัดพะเยา ทำให้บ้านเรือนชาวบ้านกว่า 100 หลังได้รับความเสียหาย โดยส่วนใหญ่จะถูกพายุพัดหลังคา จนได้ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าทำการช่วยเหลือ     นครราชสีมา - พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ วัดพังยับ ผู้ปฏิบัติธรรมวิ่งหนีจ้าละหวั่น บ้านพังเสียหายกว่า 30 หลัง   เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำพื้นที่ตำบลกระชอน ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนกว่า 30 หลังคาเรือน ต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าจนขาดทำให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ไม่สามารถใช้การได้ชั่วคราว ขณะที่วัดบ้านโนนโชงโลง ตำบลดงใหญ่ ซึ่งกำลังมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าวัดปฏิบัติธรรมปริวาสกรรม แรงลมพายุได้พัดเต้นท์ขนาดใหญ่พังล้ม และข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในวัดปลิวกระจัดกระจายได้รับความเสียหายหลายรายการ โดยในวันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากลมพายุที่เกิดขึ้นแล้ว    นางแฉล้ม คงดี อายุ 67 ปี หนึ่งในผู้ปฏิบัติภายในวัด เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังสวดมนต์ทำวัตรเย็น ซึ่งในระหว่างสวดมนต์อยู่นั้นได้เกิดฝนตกลงมา และมีลมพัดมาอย่างรุนแรง พัดเต็นท์ที่กางไว้สำหรับจัดงานปลิวว่อน ข้าวของกระจัดกระจายเสียหาย ผู้ปฏิบัติธรรมต่างพากันวิ่งหลบหนีลมพายุกันอย่างโกลาหล     สุพรรณบุรี - พายุฤดูร้อนถล่ม อ.ด่านช้าง บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายกว่า 30 หลัง   ที่จ.สุพรรณบุรี ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายหมู่บ้านของ อ.ด่านช้าง ทำให้มีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายสิบหลังคาเรือน    จากการสอบถามนายพีรพงษ์ เมืองวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ด่านช้าง กล่าวว่าที่ ต.ด่านช้าง ได้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้นเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีบ้านเรือนประชาชน ถูกลมพัดพังเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน หลังเหตุการณ์สงบ ชาวบ้านได้หาซื้ออุปกรณ์มาซ่อมบ้านเรือนของตัวเอง แต่ยังซ่อมไม่ทันเสร็จ ช่วงค่ำวันที่ 18 เม.ย.ก็เกิดลมพายุ พัดกระหน่ำซ้ำมาอีกรอบ ครั้งนี้สร้างความเสียหายหนักกว่าเก่าเนื่องจากทั้งฝนและลม ที่พัดกระหน่ำนั้นทั้งหนักทั้งรุนแรง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้ชาวบ้านเกือบ 10 รายที่เจอเหตุการณ์นี้แทบหมดเนื้อหมดตัวบางรายต้องไปกู้เงินเขามาซื้อวัสดุอุปกรณ์มาซ่อมบ้านของตัวเองเพื่อให้มีที่ซุกหัวนอน เนื่องจากรอหน่วยงานราชไม่ไหว ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน   นางลำพอง วงษ์คำมี อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ด่านช้าง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่าช่วงเกิดเหตุตนกับครอบครัวนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้านโดยไม่มีทีท่าว่าฝนจะตกแต่อย่างใด แต่แล้วอยู่ๆ ได้เกิดลมกระโชกอย่างรุนแรงพร้อมกับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระเบื้องแตกตนกับลูกๆต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด นางลำพอง ยังกล่าวอีกว่าตั้งแต่ตนอยู่ที่นี่มากว่า 30 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   ทางด้านนายสิทธิศักดิ์ แย้มพรายภิรมย์ นายอำเภอด่านช้าง กล่าวว่าขณะนี้ได้รับรายงานความเสียหายในเบื้องต้นแล้วว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน ที่กระโชกอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนกว่า 30 หลัง ได้รับความเสียหาย ขณะนี้ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พบว่าหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายมีอยู่ 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 7 “บ้านโป่งคอม” ได้รับความเสียหาย 13 หลังคาเรือน // หมู่ 8 “บ้านวังน้ำเขียว” 7 หลังคาเรือน และ หมู่ 21 “บ้านห้วยถ้ำ” 10 หลังคาเรือน มีชาวบ้านได้รับความเดือนร้อนกว่า 50 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/P-Kg5AtZyig  

 10,121
ข่าวภูมิภาค
15 เม.ย. 62

ไฟป่าลุกไหม้ ‘ดอยจระเข้’ ระดม จนท.-อาสาฯ นับพัน ดับไฟ ล่าสุด คุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว

(ขอบคุณภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่)   ตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าดอยจระเข้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ระดมกำลังกว่า 1,000 นาย เดินเท้าขึ้นดับไฟ-ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ โปรยน้ำ เบื้องต้น สามารถควบคุมไฟในวงจำกัดได้แล้ว   วันที่ 15 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงคืนที่ผ่านมา ได้เกิดไฟป่าลุกไหม้บนดอยจระเข้ ซึ่งเป็นเขาสูงที่เป็นรอยต่อระหว่าง อ.เมือง จ.เชียงราย กับ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างหนักบนภูเขาสูงในฝั่ง ต.ท่าสุด อ.เมือง โดยมองเห็นเปลวไฟได้อย่างชัดเจน ก่อนที่ไฟจะลามข้ามเขตยอดเขาไปทาง ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ทำให้ภูเขาทั้งลูกแดงฉานไปด้วยเปลวไฟ   ขณะที่เบื้องล่างเขต อ.แม่จัน เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน โรงพยาบาลแม่จัน วัด ที่อยู่ในเขตหมู่บ้านแม่เฟือง หมู่ 5 หมู่บ้านป่าตึง บ้านผาตั้ง หมู่ 6 หมู่ 7 และหมู่บ้านป่ากุ่ม หมู่ 8 ต.ป่าตึง โดยภาพเปลวไฟที่ลุกโชนถูกเผยแพร่ออกไปตามโลกโซเชียล อย่างรวดเร็วสร้างตกใจให้กับผู้พบเห็น ขณะที่อยู่ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างติดตามและเฝ้าระวังรวมทั้งออกมาดูสถานการณ์บนดอยจระเข้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของถนนพหลโยธินใกล้สามแยกแม่จัน-แม่อาย และทางฝั่งทิศใต้ของถนนสายแม่จัน-แม่อาย เขต ต.ป่าตึง ที่อยู่ในเขตที่ไฟอาจจะลามไปถึงได้   โดยทาง พล.ต.สัชฌาการ คุณยศยิ่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จ.เชียงราย พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง ได้นำกำลังเข้าประสานงานร่วมกับ นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่จัน เพื่อเร่งสกัดกั้นไฟป่าดังกล่าวไม่ให้ขยายวงลามสู่เขตชุมชนหรือไปยังเขตป่าของ อ.แม่ฟ้าหลวง ที่อยู่ข้างเคียงโดยเฉพาะป้องกันไม่ให้ไฟลามไปถึงเขตหมู่บ้านต่างๆ ให้ได้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา   ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งเป็นจุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ วัดป่าตึง ต.ป่าตึง เพื่อเตรียมระดมกำลังเข้าไปดับไฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาดับไฟป่าประมาณ 1,000 นาย    นอกจากนี้ทางฝ่ายทหารยังได้จัดเตรียมกำลังพลและเฮลิคอปเตอร์เอ็มไอ 17 และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าสนับสนุนซึ่งทาง อ.แม่จัน ได้เตรียมอ่างเก็บน้ำถ้ำเสือ หมู่ 8 ป่าตึง ที่มีความลึกประมาณ 3-5 เมตรรองรับแล้ว ขณะเดียวกันมีการตั้งศูนย์สื่อสารที่หมู่ 5 ต.ป่าตึง เพื่อประสานงานทุกฝ่ายโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งมีทั้งชุดปฏิบัติการดับไฟป่า อาสาสมัคร ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ    ทั้งนี้ทาง นางวันดี ราชชมภู นายอำเภอแม่จัน รายงานความคืบหน้า การเดินเท้าเข้าดับไฟป่าในพื้นที่ดอยจระเข้ สามารถควบคุมการลุกลามไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัด และไม่ให้ลุกลามได้แล้ว แต่ต้องดับให้สนิทตลอดทั้งวันนี้ ซึ่งจะต้องอาศัยการใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าดับไฟในพื้นที่ที่การเดินเท้าเข้าไปไม่ถึง   

 1,389
ข่าวภูมิภาค
05 เม.ย. 62

วิกฤตฝุ่นจิ๋วทำการท่องเที่ยวภาคเหนือทรุด ยอดจองห้องพักลดเหลือ 70%

สถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือ ถึงแม้ตอนนี้จะเริ่มมีฝนตกแล้วที่เชียงราย และที่เชียงใหม่ สามารถทำฝนหลวงได้สำเร็จนั้น สถานการณ์เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ที่ประเทศไทยกำหนดไว้  50 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร   โดยตัวเลขในหลายจังหวัด ตรวจพบฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน จำนวน 17 จุด เมื่อเวลา 04.00 น. จ.แม่ฮ่องสอน อ.เมือง 128 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร จ.เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 128 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร จ.เชียงใหม่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 115 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร   พะเยา - สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดพะเยา ยังคงไม่คลี่คลายล่าสุดค่า PM 2.5 ยังคงเกินมาตรฐานทะลุ 100 ไมโครกรัม จากการตรวจคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง, พะเยา พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) PM 10 อยู่ที่ 126 ไมโครกรัม และ AQI อยู่ที่ 214 ไมโครกรัม อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ    ขณะที่ไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยาหลายจุด ทั้งในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอปง อำเภอเชียงคำ โดยไฟป่ายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเขตพื้นที่เขาสูง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าทำการระงับไฟได้ จึงทำให้สถานการณ์หมอกควันเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ   ส่วนจุด Hot spot พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าพอใจ เพราะว่ามันลดลงแล้วถึงแม้ว่าสถานการณ์ ยังไม่ค่อยจะเคลี่ยคลายก็ตาม หากดูตามจุดก็พบว่ามันลดลง ในส่วนประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องไปพูดคุย เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะบางทีมีปัญหาเดียวกัน คือการเผาป่า แล้วควันจากบ้านเขา ลอยมาบ้านเรา    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า การค้าการลงทุนพังไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว มีการยกเลิกการจอง เหลือยอดจองอยู่เพียง 70%    ททท. บอกว่า แค่ 3 จังหวัด เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน สูญเสียรายได้ไปแล้วกว่า 2 พันล้านบาท   คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ปรากฎตัวเดินทางไปดูไฟป่าที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมนำหน้ากากอนามัยไปมอบให้เจ้าหน้าที่ โดยไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไปเชียงใหม่เช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gAKGDxZUsC0

 938
ข่าวภูมิภาค
04 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่มพัทยาอีกระลอก ชาวเชียงรายดีใจฝนตกครั้งแรก ช่วยลดฝุ่นควัน

พัทยา-พายุฤดูร้อนถล่มพัทยาอีกระลอก ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกรรโชกแรงต่อเนื่องกว่า 2 ชม. ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสูง บางจุดสูงกว่า 1 เมตร การจราจรติดยาวหลายกิโลเมตร ทั้งนี้ หลังฝนหยุดตกประมาณ 1 ชม. ปริมานน้ำท่วมขังจะค่อยๆลดระดับลงจนเข้าสู่สภาวะปกติต่อไป   ขณะที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีข่าวดีเมื่อเกิดฝนตกเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ หลังประสบปัญหาหมอกควันพิษสะสมในพื้นที่ ซึ่งฝนที่ตกลงมาได้ช่วยบรรเทให้สภาพอากาศในพื้นที่ อ.แม่สาย ดีขึ้นตามลำดับ และมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5ลดลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h3Wgt6Wwp9E

 855
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 62

ทลายซ่องเชียงราย เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้า บังคับสาวพม่าค้ากาม เจอบัญชีจ่ายส่วย

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังบุกช่วยเหลือหญิงสาวซึ่งตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ภายในร้านสาวพานคาราโอเกะ ถนนทางหลวงหมายเลข 1 เส้นทางเชียงราย-พะเยา อ.พาน จ.เชียงราย   พบหญิงสาวชาวเมียนมา อายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศ แต่จากการสอบถามทราบว่ามีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น ต้องทำงานตั้งเเต่ 2 ทุ่ม จนถึงตี 2 หรือจนกว่าเเขกที่มาใช้บริการจะหมด โดยจะได้มีค่าบริการแบบชั่วคราว 1,100 บาท หักให้เเม่เล้า 300 บาท เเละค่าโรงเเรม 100 บาท เเต่ส่วนต่าง 700 บาท จะไม่ได้รับเงินทันที เเม่เล้าหรือเจ้าของร้านจะเก็บไว้   หากเป็นการซื้อบริการเเบบค้างคืน จะคิดในราคา 2,500 บาท หักค่าเเม่เล้า 500 บาท ไม่สามารถเบิกเงินมาใช้ได้เช่นกัน จึงต้องจำอยู่ในสภาพที่ต้องอดทนขายบริการทางเพศ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้เงินที่ทำงานไปก่อนหน้านี้   จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือหญิงสาว 3 รายที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ พร้อมควบคุมตัวเจ้าของร้านไปสอบสวนขยายผลส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีของกลางเป็นกล่องถุงยางอนามัยจำนวนมาก และสมุดบัญชีรายจับรายจับจ่าย บัญชีรายชื่อเด็กสาว พร้อมบัญชีจ่ายส่วยให้กับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน   โดยทีมสหวิชาชีพจะประชุมร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งส่งหญิงสาวทั้งหมด ตรวจร่างกาย เพื่อนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ หากปรากฎว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะนำตัวนายสุทัศน์ ส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ต่อไป   นอกจากนี้ในส่วนสมุดบัญชีที่เจ้าของร้านบันทึกว่ามีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐนั้น จะส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมันตรี ว่าด้วยการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ตรวจสอบเพื่อเอาผิดทางวินัยด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/96jJec0s2vg

 3,961
ข่าวภูมิภาค
19 มี.ค. 62

ฝุ่นจิ๋วภาคเหนือยังทรงตัว เชียงใหม่ลงมาอยู่อันดับ 7 โลก เชียงรายเข้มปิดป่าถึงสิ้นเดือน

สถานการณ์ฝุ่นพิษภาคเหนือทรงตัว เมื่อวาน (18 มี.ค.62) เว็บไซต์ AirVisual จัดอันดับให้เชียงใหม่ลงมาเป็นอันดับ 2 เมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก ขณะที่ล่าสุด 04.38 น. (19 มี.ค.62) เชียงใหม่สถานการณ์ดีขึ้น ลงมาอยู่อันดับ 7 ของโลก ค่า AQI อยู่ที่ 159 โดยทางจังหวัดได้แก้ปัญหาในหลายวิธีทั้งการใช้เครื่องบินโปรยละอองน้ำ รวมทั้งสามารถจับมือเผาป่าได้แล้วที่ดอยสุเทพ-ปุย   ขณะที่ จ.เชียงราย สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐาน ล่าสุดอยู่ที่ 136 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางจังหวัดได้ออกมาตรการเข้มปิดป่าถึงสิ้นเดือน คนเผามีโทษทั้งจำทั้งปรับ คนชี้เบาะแสรับเงิน 1 หมื่นบาท   ด้านกระทรวงสาธารณสุข เตรียมขยายคลินิกมลพิษไปยังพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือ-ภาคอีสาน เพื่อดูแลผู้ป่วยจากมลพิษ ฝุ่นละอองจนาดเล็ก PM2.5 เป็นพิเศษ หลังพบจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจกว่า 2 หมื่นรายใน 1 สัปดาห์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TLG1O0WOyko  

 1,136
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

ภาคเหนือยังวิกฤต! เชียงใหม่ค่าฝุ่น pm2.5 พุ่ง ทำสถิติสูงสุดติดต่อกัน 5 วัน

เชียงใหม่ - ทุบสถิติต่อเนื่องหมอกควันมลพิษเมืองเชียงใหม่ หลังจากเมื่อวานนี้(15 มี.ค.) ค่าฝุ่น PM 2.5 เวลา 12.23 น. เว็บไซต์ airvisual รายงานว่า เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 392 และเชียงใหม่ติดอันดับต่อเนื่องมานานถึง 5 วัน    ส่วนเช้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. ค่าฝุ่น PM2.5 ที่เชียงใหม่ อยู่ที่ 261 AQI    นอกจากนี้ยังมีการแชร์ภาพ แต่ยังไม่ยืนยันว่าเกิดจากผลกระทบจากฝุ่นหรือไม่ เป็นภาพของพนักงานสาวของบริษัทแห่งหนึ่ง ไอออกมาเป็นเลือด ทั้งปากและจมูก เปื้อนหน้ากากอนามัย   โดยผู้ใช้เฟสบุคชื่อ Nitchapoom Nicchi Chaianun ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทผลิตภาพยนต์ ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ ในชื่อ วายุฟิล์ม ได้โพสต์ภาพน่ากลัว ซึ่งเป็นภาพของพนักงานสาวของบริษัทตนเอง ที่มีอาการไอออกมาเป็นเลือด ทั้งทางปาก และจมูก จนเปื้อนที่หน้ากากอนามัยที่พยักงานคนนนี้สวมใส่ ขณะที่เดินออกไปซื้อของนอกอาคาร ซึ่งวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ให้เร่งแก้ไขปัญหา หมอกควันโดยเร่งด่วน พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า "ปัญหาหมอกควันพิษ ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย ผู้ใหญ่ช่วยทีครับ!หน้าบริษัทวายุฟิล์มเชียงใหม่ น้องพนักงานที่บริษัทข้ามถนนไปซื้อของขนาดใส่หน้ากากแล้วนะครับ จามเป็นเลือด ไอเป็นเลือด เลือดออกจมูก"    ขณะที่จังหวัดเชียงราย - ค่าฝุ่น PM 2.5 วัดได้ 112 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM10 วัดได้ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ ล่าสุดค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งถึง 220 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Mn4b5e84IVQ

 1,237
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

จับแรงงานเมียนมา นอนเบียดกันในตึกร้างชายแดนแม่สาย รอนายหน้าพาเข้าเชียงใหม่-กทม.

เชียงราย-จนท.สนธิกำลังเข้าตรวจสอบ สวนอาหารเก่าที่ถูกปล่อยร้าง ไม่มีการดำเนินกิจการมานานปี บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน พื้นที่บ้านป่ายางใหม่ หมู่ที่ 4 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ห่างพรมแดน ประมาณ 2 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มคนต้องสงสัยจำนวนมาก เข้าไปในบริเวณดังกล่าว   จากการตรวจสอบ พบชาวเมียนมาชาย 17 คนหญิง 13 คน รวม 30 คนพร้อมสัมภาระ นอนแออัดในห้องครัวดังกล่าว จึงนำตัวมาที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สอบถามเบื้องต้น พบว่าต่างด้าวทั้งหมดเดินทางผ่านด่านพรมแดนแม่สายที่ 1 เมื่อช่วงเย็นวันที่ผ่านมา   โดยต่างด้าวทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากเขตทางเหนือของรัฐฉาน ระหว่างที่นอนพัก กำลังรอรถตู้มารับเพื่อเดินทางต่อ เข้าไปทำงานที่ จังหวัดเชียงใหม่ 28 คน และไปกรุงเทพ 2 คน เสียค่าใช้จ่ายผ่านญาติให้กับนายหน้าเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง จังหวัดเชียงใหม่คนละ 4,500 บาท ส่วนที่เดินทางไปกรุงเทพ เสียค่าใช้จ่ายคนละ 17,000 บาท   ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า การสกัดต่างด้าวครั้งนี้ เป็นการตัดขั้นตอนการลักลอบนำต่างด้าวลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน หลังสอบปากคำเสร็จ และจัดทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อผลักดันกลับประเทศต้นทาง หากเข้ามาอีก และถูกตรวจพบ จัดเป็นบุคคลเฝ้าระวัง ในการอนุญาตเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย ส่วนข้อมูลที่ได้จากต่างด้าว เพื่อเตรียมขยายผลจับกุมกลุ่มเครือข่ายนำพาต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/taczdaQZeqg

 2,392
ข่าวภูมิภาค
03 มี.ค. 62

กองกำลังผาเมือง แถลงยึดยาบ้ากว่าล้านเม็ด พบสัญลักษณ์ใหม่บนหีบห่อ

วันที่ 3 มี.ค. 2562 เวลา 11.00 น. ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2 บ้านเหมืองแดง ม.2 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พันเอกนฤทธิ์ ถาวรวงษ์ รองผู้บัญชาการ กองกำลังผาเมือง เปิดแถลงข่าว ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่    หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารได้ทำการตรวจยึดรถกระบะสีขาว ขับหนีจากพื้นที่ท่าทรายกำนันแก้ว บ้านศรีป่าแดง หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย โดยใช้เส้นทางหมายเลข 1041 เป็นเส้นทางหลบหนี ขณะเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม พบรถกระบะดังกล่าวถูกจอดทิ้งข้างทาง บริเวณบ้านสันนา หมู่ที่ 2 ห่างจากจุดตรวจพบประมาณ 2-3 กิโลเมตร    จากการตรวจสอบรถของกลาง พบห่อยาเสพติด บนแพ็กหีบห่อ มีอักษร Y1 สามารถระบุได้ว่า เป็นยาบ้าที่ผลิตมาจากโรงงาน เขตอิทธิพล ของกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อย ในเขตรัฐฉานเหนือ อย่างแน่นอน โดยแต่ละมัดจะมียาบ้า 2 ชนิด เป็น ชนิดสีชมพูเข้ม และสีชมพูอ่อน ประทับอักษร WY บนเม็ดยา ขณะที่แต่ละห่อ มีการประทับอักษรจีน คำว่า ‘อวี้’    โดยรองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ให้ความเห็นว่า ถือเป็นยาบ้ารูปแบบใหม่อีกชนิด ที่ทางพื้นที่นี้ เพิ่งทำการตรวจพบเป็นครั้งแรก ซึ่งจะประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบแหล่งข่าวเชิงลึก ถึงแหล่งที่มา และส่วนผสมของเม็ดยา เพื่อหาทางสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนสารเคมีผ่านชายแดนไทยต่อไป    ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงชายแดน ระบุหีบห่อยาบ้าดังกล่าว ตามอักษรจีนในความหมายแปลว่า หยก และรูปแบบการรวมเม็ดยาในถุงแต่ก่อนรวมเป็นมัด เชื่อได้ว่ายาบ้าล็อตนี้ มาจากโรงงานผลิต 2 แห่งของเขตรัฐฉานเหนือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มจีนฮ่อใหม่ ในเขตรอยต่อระหว่างพื้นที่ กองกำลังติดอาวุธคะฉิ่น กับ โกก้าง และว้าเหนือ โยมีข้อสังเกต เม็ดยาบ้า และการประทับอักษรบนเม็ดยา ยังไม่เหมือนกับของโรงงานกลุ่มยาเสพติดขนาดใหญ่ดั่งเดิม ที่เม็ดยาจะมนโค้ง และอักษรจะคมชัดกว่า     

 4,149
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

ผลสอบ 'ครูบาอริยชาติ' สวมมงกุฎทองคำ ชี้เป็นประเพณีวัดเมียนมา ให้เรื่องยุติในชั้นสอบสวนข้อคณะสงฆ์

จากกรณีพระภาวนารัตนญาณ หรือครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เข้าร่วมพิธียกยอราชครูแห่งเมืองยองในเขตรัฐฉาน ประเทศเมียนมา โดยมีการสวมมงกุฎทำจากทองคำแท้หนัก 32 บาท สังฆาฏิหนัก 10 บาท และสุพรรณบัฏหนัก 5 บาท   ต่อมาทางพระรัตนมุนี รักษาการเจ้าคณะ จ.เชียงราย มีหนังสือสั่งการให้เจ้าคณะ อ.แม่สรวย ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีกำหนดรายงานผลในวันที่ 25 ก.พ.นี้นั้น   ล่าสุดทางพระรัตนมุนี รับรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวแล้ว โดยสรุปเนื้อหาได้ว่าการข้ามไปฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อประกอบพิธีดังกล่าวเป็นไปตามประเพณีที่ปฏิบัติกันเป็นปกติในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และยังสืบทอดกันมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีตกาลแล้ว ดังนั้นจึงให้เรื่องยุติในชั้นการสอบสวนข้อคณะสงฆ์ อ.แม่สรวย โดยทางจังหวัดได้รับทราบและจะไม่มีคำสั่งการใดๆ เพิ่มเติมอีกทำให้เรื่องดังกล่าวยุติไปโดยปริยาย   ด้าน ครูบาอริยชาติ หลังกลับประเทศเมียนมา ก็เข้าประกอบพิธีอธิษฐานจิตเข้ากรรมฐานในป่าใกล้วัดเป็นเวลานาน 3 วัน ปัจจุบันออกมาพบปะกับญาติโยมตามปกติและเก็บรักษามงกุฎ สังฆาฏิและสุพรรณบัฏทองคำหนักรวมกัน 47 บาท รวมทั้งประกาศเกียรติคุณที่จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาล้านนาอย่างละ 1 ชุดเอาไว้ภายในวัด โดยมีกำหนดจะนำออกมาจัดแสดงหากสร้างอาคารหลังใหม่แล้วเสร็จต่อไปด้วย   ครูบาอริยชาติ กล่าวว่าพิธีดังกล่าวทางคณะสงฆ์โดยพระสังฆราชาเมืองยอง พระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ พุทธศาสนิกชนชาวเมืองยองได้จัดขึ้นโดยมีผู้เดินทางมาจาก 8 เมืองใหญ่ เช่น เมืองท่าขี้เหล็ก เมืองไฮ หรือเชียงรุ่ง เขตปกครองสิบสองปันนา ประเทศจีน ฯลฯ เข้าร่วมจำนวนหลายหมื่นคนโดยมีทำบุญรวบรวมทองคำจัดทำเป็นมงกุฎ สังฆาฏิและสุรรณบัตรดังกล่าวเพื่อมอบให้กับผู้ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระสงฆ์ชั้นราชครู แม้พระสังฆราชาก็ร่วมบริจาคทองคำหนัก 15 บาทด้วย   ส่วนพิธีกรรมมีความใหญ่โตตามประเพณีชาวไตที่สืบทอดกันมานับพันปี โดยที่ตนก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับเพราะพึ่งมีพรรษากาลได้เพียง 18 พรรษา แต่ตามปกติสมณศักดิ์พระภิกษุที่เมืองยองจะแบ่งเป็น 7 ชั้น ชั้นราชครูที่ตนได้รับอยู่ในชั้นที่ 6 รองจากพระสังฆราชาเท่านั้น และในอดีตกำหนดให้เป็นภิกษุที่บวชได้ 40 พรรษา   แต่เมื่อคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวเมืองยองมอบให้ก็แสดงว่าได้รับเกียรติอย่างมาก หลังรับมอบตามประเพณีก็มีชาวบ้านถวายปัจจัยจำนวน 300,000 กว่าบาท และเงินจั๊ตสกุลเมียนมาอีกว่า 10 ล้านจั๊ต ซึ่งไม่ได้นำกลับมาประเทศไทยแต่นำทำบุญให้วัดพระธาตุเมืองยอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3C2UadcJ03c

 1,496
ข่าวภูมิภาค
25 ก.พ. 62

พระครูบาอริยชาติ แจงภาพสวมมงกุฎทองคำพิธีเถราภิเษก ชี้เป็นประเพณีนับพันปีวัดฝั่งเมียนมา

เชียงราย-หลังจากที่มีการแชร์รูปภาพ ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ขณะเข้ารับการประกอบพิธีเถราภิเษก เพื่อยกยอเป็นพระสงฆ์ชั้นพระราชครูแห่งเมืองยองรัฐฉาน ประเทศเมียนมา   ซึ่งมีการสวมมงกุฎทองคำและพาดแผ่นทองคำตรงบริเวณบ่าซ้าย ต่อมาทางรักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายได้มีหนังสือถึงพระมหาสุบรรณ มหาคัมภีโร เจ้าคณะอำเภอแม่สรวย ให้มีหนังสือคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลให้เจ้าคณะจังหวัดเชียงรายทราบภายในวันนี้ (25 ก.พ.) เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจไม่เหมาะสม   ล่าสุดพระครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ให้สัมภาษณ์ว่า พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องในวันมาฆบูชาและทางวัดพระธาตุเมืองยองได้จัดขึ้นโดยมีเมืองใหญ่จาก 8 เมืองเข้าร่วม มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมหลายหมื่นคน พิธีมีพระสังฆราชาและพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งผู้บริหารและพุทธศาสนิกชนที่เมืองยองร่วมกันจัดขึ้น และได้เชิญครูบาไปรับมอบสมณะศักดิ์ชั้นราชครู   โดยมีการจัดพิธีเป็นพิเศษ ณ วัดพระธาตุเมืองยอง และมีการมอบมงกุฏ สังฆาฏิและสุรรรณบัตรชั้นราชครูให้โดยมีการสวมมงกุฎที่ทำจากทองคำแท้หนัก 32 บาท แผ่นทองคำบริเวณบ่าซ้ายหรือสังฆาฏิหนัก 10 บาท และสุพรรณบัตร 5 บาท ซึ่งไม่ใช่มงกุฏทองคำน้ำหนัก 47 บาท ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด   สำหรับมงกุฎทองคำ โดยทองคำทั้งหมดได้จากการร่วมกันบริจาคของพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาแรงกล้า แม้แต่พระสังฆราชาก็ร่วมบริจาคด้วยทองคำหนัก 15 บาท และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มอบให้เพื่อนำไปสวมใส่โดยทองคำที่ได้นี้จะมีการนำไปต่อบุญสร้างประโยชน์ให้ทางศาสนาต่อไป และถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมานับพันปีแล้ว   ในอดีตฝั่งภาคเหนือของไทยก็เคยมี แต่ก็ได้เลือนหายไปตามกาลเวลาเท่านั้น ดังนั้นเรื่องนี้จึงเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและถือเป็นเกียรติของพระภิกษุฝั่งไทยเสียอีก ที่ได้รับสมณะศักดิ์ดังกล่าวจากต่างประเทศ และหากว่าไม่ศรัทธาเขาก็คงจะไม่มอบให้แน่นอน   ส่วนสาเหตุที่ตนได้รับเลือกนั้น เนื่องจากเคยไปทำบุญที่เมืองท่าขี้เหล็กติดกับ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และได้รับชักชวนให้ไปเมืองยอง ซึ่งกำลังจะเปลี่ยนยอดฉัตรจากเงินให้เป็นทองคำพอดี ทำให้ได้ร่วมทำบุญและได้รับเชิญให้ไปรับสมณะศักดิ์ดังกล่าว ทั้งนี้ในวันประกอบพิธีก็มีผู้ถวายปัจจัยเป็นเงินบาทกว่า 300,000 กว่าบาทและเงินจั๊ตของเมียนมากว่า 10 ล้านจั๊ต ซึ่งตนเองก็ถวายทำบุญที่วัดพระธาตุเมืองยองทั้งหมดแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KSNngjeokJE

 3,302
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.พ. 62

รวบตัวแทนขายประกัน หลอกเหยื่อ 20 รายออมเงิน สูญกว่า 20 ล้าน ก่อนหนีบวชชี

ตำรวจกองปราบปรามรวบตัว น.ส.ยุพิน พิรัชวิสุทธิ์ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับฉ้อโกง โดยจับได้บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย   จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2558 น.ส.ยุพิน ผู้ต้องหา แอบอ้างเป็นตัวแทนขายประกัน ได้ก่อเหตุหลอกลวงให้ น.ส.เอ (ผู้เสียหาย) ร่วมลงทุนโครงการประกัน ที่มีผลตอบแทนสูง โดยเสนอให้ซื้อประกันของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ได้โอนเงินไปจำนวนหลายครั้ง มีมูลค่าความเสียหาย จำนวน 2,205,000 บาท เมื่อลงทุน 2 เดือนแรก ได้เงินปันผลดีตามที่กล่าวอ้างไว้   ต่อมาเข้าเดือนที่ 3 น.ส.ยุพิน ไม่ยอมจ่ายเงินปันผล เมื่อถูกทวงถามบ่อยๆ กลับเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ปิดมือถือติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายเกรงว่าถูกหลองลวง จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ก่อนที่จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับในเวลาต่อมาจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบว่ายังก่อเหตุหลอกลวงเช่นนี้ อีกจำนวนมากกว่า 20 ราย คิดเป็นความเสียประมาณ 20 ล้านบาท   กระทั่งประมาณต้นปี 2562 กลุ่มผู้เสียหายที่มีความเดือนร้อน จากการถูกผู้ต้องหาหลอกฉ้อโกงทรัพย์สิน เดินทางเข้าพบ และขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหา มาดำเนินคดีตามกฎหมาย   ต่อมาตำรวจสืบทราบว่า น.ส.ยุพิน ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีมาบวชชี ปฏิบัติธรรมอยู่บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน ต.แม่เจดีย์ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จึงได้เดินทางไปจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ สอบสวนเบื้องต้น น.ส.ยุพิน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JV9I6ZBVPdk

 2,142
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

ปะทะเดือด! คนร้ายขับกระบะขนยา วิสามัญดับ 1 ยึดยาบ้า 5 ล้านเม็ด

วันที่ 21 ก.พ. 62 เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. บริเวณเส้นทางขึ้นดอยแม่สลอง หมายเลข 1130 เขตติดต่อระหว่าง ต.ป่าซาง กับ ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย    ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษดา ศรีอิสาณ ผู้กำกับการ 3 กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด 3 และ กำลังตำรวจภูธรแม่จัน นำกำลังตั้งจุดสกัดจากการสืบทราบว่าจะมีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ ก่อนตรวจพบรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ 2 คันขับวิ่งอย่างรวดเร็วมาตามเส้นทาง    เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงสัญญานไฟเพื่อจะตรวจค้น ได้มีเสียงปืนดังออกมาจากรถยนต์ทั้ง 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงกระโดดหลบหาที่กำบัง ก่อนเปิดฉากยิงสวนไปยังแสงไฟดังกล่าว โดยมีรถยนต์กระบะจอดนิ่งอยู่กับที่ 1 คัน ส่วนรถยนต์อีกคันขับฝ่าจุดตรวจสกัด    โดยรถคนร้ายระหว่างขับหลบหนี ได้ยิงปืนใส่รถเจ้าหน้าที่ที่ขับไล่ติดตามเป็นระยะ ก่อนรถคนร้ายเสียหลักไถลลงข้างทาง บริเวณบ้านแม่สลองใน หมู่ที่ 4 ต.ป่าซาง อ.แม่จัน ตรวจสอบเป็นรถสีดำ มีคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ นายอาก่อ แซ่หมี่ อายุ 29 ปี ชาวอาข่า ข้างกายมีอาวุธปืนพกสั้นลูกโม่ 1 กระบอก    จากการตรวจสอบรถยนต์อีกคัน ไม่พบตัวคนร้าย คาดวิ่งหลบหนีไปในความมืด ท้ายกระบะพบกระสอบ 25 กระสอบ ซุกซ่อนยาบ้า รวมทั้งสิ้นประมาณ 5,000,000 เม็ด จากการตรวจสอบยาบ้าพบว่า ประทับเลขอักษร 999 สีแดง เบื้องต้นสันนิฐานว่า เป็นยาบ้าที่ส่งมาจากพื้นที่ บ้านปูนาโก่ ของกลุ่มผลิต ชาวมูเซอร์แดง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กำลังเร่งตรวจสอบ เอกสารหลักฐานการครอบครองรถ และนำโทรศัพท์ที่ยึดได้ เร่งทำการตรวจสอบ เพื่อเตรียมขยายผลต่อไป   

 1,409
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

รวบคาด่าน! หนุ่มลำปางขนยาบ้าซุกกระบะ 2 ล้านเม็ด เร่งขยายผล

วันที่ 10 ก.พ. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ลาว ประจำด่านตรวจป่าตึง ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย บนถนนพหลโยธินสายเชียงราย-พะเยา ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ทำการเข้มงวดที่ด่านป่าตึงเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด   เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ขับมาจากทาง อ.เมืองเชียงราย มุ่งหน้าจะไปทาง จ.พะเยา จึงให้สัญญานหยุดตรวจพบนายสุธี มะโนเรือง อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดลำปาง   จากการตรวจกระบะหลังรถพบมีโครงเหล็กสำหรับบรรทุกสินค้าและมีผ้าใบสีดำปกคลุมเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงเปิดตรวจสอบปรากฎว่าภายในบรรทุกถุงพลาสติกสีดำ ภายในพบยาบ้า ประทับตราที่ห่อด้วยตัวเลข 999 และดวงดาวสีน้ำเงิน นับรวมของกลางยาบ้าทั้งหมดได้ประมาณ 2,000,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวนายสุธีเอาไว้และเร่งขยายผลที่มาของยาบ้า และจุดหมายที่จะนำไปส่ง  

 1,878

Top