ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุวิทย์เมษินทรีย์"

เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 62

รัฐบาลทุ่ม 8.6 พันล้าน ผุดโครงการจ้างบัณฑิตตกงาน 5 แสนคน ได้เงินเดือน 15,000.-

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยถึงแนวทางแก้ปัญหาบัณฑิตจบใหม่ตกงาน จากการสำรวจพบว่ามีบัณฑิตที่ตกงานมากถึง 370,000 คน และในเดือน มี.ค.2563 หรือในอีก 4 เดือนข้างหน้า จะมีบัณฑิตกำลังจะจบจากมหาวิทยาลัยอีก 3 แสนคน ซึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะตกงาน ทำให้มีบัณฑิตกำลังจะตกงานรวมกว่า 5 แสนคน    ทางรัฐบาลจึงมอบงบประมาณ 8,600 ล้านบาท ให้กระทรวงการอุดมฯ จัดทำโครงการยุวชนชาติสร้างชาติ ซึ่งจะมี 3 โครงการย่อย ประกอบด้วย บัณฑิตอาสา อาสาประชารัฐและกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยรายละเอียดดังนี้   -โครงการบัณฑิตอาสา เพื่อช่วยบัณฑิต ตกงาน ใช้งบประมาณจำนวน 8 พันล้านบาท รับจำนวนกว่า 50,000 คน เพื่อให้ลงไปพัฒนาพื้นที่ในชุมชนร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ โดยจะรับบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี ระยะเวลา 12 เดือน โดยจะได้เงินเดือน 10,000-15,000 บาท สามารถสมัครได้ที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ   -โครงการอาสาประชารัฐ งบประมาณ 500 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาปี 3-4 จำนวน 10,000 คน ใช้ระยะเวลาทำงาน 4-5 เดือนหรือ 1 ภาคเรียน ให้ไปทำงานร่วมกับชาวบ้านและสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ทั้งหมด โดยจะมีค่าเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 5 พันบาท   -โครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น งบประมาณ 100 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายจะเป็นนิสิตนักศึกษาร่วมกับบุคลากรมหาวิทยาลัย ใช้ระยะเวลา 3-5 ปี เพื่อให้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดลองจัดตั้งสตาร์ตอัพ พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจ นวัตกรรมสังคมและนวัตกรรมสร้างสรรค์   โดยจะเริ่มโครงการอาสาประชารัฐก่อนในเดือน ธ.ค.นี้ นำร่องในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศ โดยให้นักศึกษา 500 คน จัดกลุ่มทำงานเป็นทีมทีมละ 8-10 คน มาจากการรวมตัวของหลากหลายคณะ นำความรู้ที่เรียนมาไปทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ โดยเฉพาะด้านความยาก จน ความเหลื่อมลํ้า และปัญหาคุณภาพชีวิต   ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้ ต้องพักอาศัยในชุมชนที่ทำโครงการเป็นเวลา 4-5 เดือน คิดเป็น 1 ภาคเรียน เรียนรู้ร่วมกับชุมชน มีการทำงานกับชุมชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามหลักวิชาการ มีอาจารย์ที่ปรึกษาประจำทีม และมีความร่วมมือกับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวง อว. รวมถึงหน่วยงานอื่นในพื้นที่ ซึ่งนักศึกษาสามารถเทียบโอนหน่วยกิตการลงพื้นที่ได้เทียบเท่ากับที่เข้าเรียนในชั้นเรียนทั้งหมด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wEyCOxzjTzk

 19,562
เศรษฐกิจ
31 ก.ค. 62

ส่องนโยบาย 'มารดาประชารัฐ' มาแน่ ม.ค.63 ให้สิทธิแม่ถือบัตรคนจนก่อน

เปิดรายละเอียดนโยบาย มารดาประชารัฐ ที่พรรคพลังประชารัฐใช้หาเสียงในการเลือกตั้ง62 มีรายละเอียดดังนี้   -การให้เงินช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 มาตรการ ระหว่างตั้งครรภ์รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน (รวมเป็นเงินสูงสุด 27,000 บาท) เงินค่าคลอดบุตร 10,000 (จ่ายครั้งเดียว) ค่าเลี้ยงดูบุตร 2,000 ต่อเดือน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบ ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจากนโยบายมารดาประชารัฐ รวม 181,000 บาทต่อบุตร 1 คน   นอกจากเงินช่วยเหลือแล้ว ยังมีมาตรการดูแลด้านอื่นๆ เช่น -ผู้ปกครองสามารถใช้สิทธิ์ลาป่วย โดยใช้ใบรับรองแพทย์ของลูกที่ป่วยได้ -คุณพ่อสามารถลาไปช่วยเลี้ยงลูก ก่อนและหลังจากที่ภรรยาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 30 วัน โดยยังได้รับค่าจ้าง -จัดหาสถานที่รับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน หรือในชุมชนที่ได้มาตรฐาน -พัฒนาศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ -ดูแลปัญหาขาดสารอาหารในเด็ก   ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงโครงการมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดูรายละเอียด ซึ่งเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องมีการปรับปรุง   เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ลงทะเบียน 14.5 ล้านคน ส่วนนี้มีคนที่ไม่เข้าข่ายอยู่ด้วย ดังนั้นจะล้างทิ้งอย่างไร และยังมีคนที่ต้องการเพิ่มด้วย ส่วนโครงการมารดาประชารัฐ เป็นการให้สวัสดิการมารดาตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงบุตรอายุ 6 ขวบ อย่างไรก็ตามคาดว่า จะเริ่มต้นได้ในเดือนมกราคม ปี 2563   ทั้งนี้ คาดว่าโครงการมารดาประชารัฐจะเริ่มจากคนที่มีรายได้น้อยก่อน และจะมีการขยายต่อไป สำหรับงบประมาณจะมีเพียงพอหรือไม่ มีทีมงานศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งบางส่วนมีงบฯ ปกติอยู่แล้วในเรื่องสวัสดิการ เช่น สวัสดิการให้หญิงตั้งครรภ์ที่จะคลอด ดังนั้จะทำให้ไม่ซ้ำซ้อนและเติมเต็มส่วนที่เหลือ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b5ooKUGO3Xs

 3,103
การเมือง
30 ก.ค. 62

‘สุวิทย์’ เผย โครงการ ‘มารดาประชารัฐ’ เริ่มได้แน่ต้นปีหน้า

วันที่ 30 ก.ค. 62 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สัมภาษณ์ ยืนยัน เดินหน้าโครงการมารดาประชารัฐ ตามที่พรรคพลังประชารัฐได้หาเสียง และเป็นนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว    แต่ต้องมาดูในเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะบัตรนี้ต้องปรับปรุงเนื่องจาก 14.5 ล้านคน ยังมีคุณสมบัติที่ต้องตรวจสอบ ให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของบัตร ส่วนคนที่ไม่เข้าข่ายก็ต้องล้างข้อมูล และให้คนที่มีคุณสมบัติมาแทน     โดยโครงการมารดาประชารัฐ จะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นปีหน้า เน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ ส่วนงบประมาณ จะเพียงพอหรือไม่ มีทีมศึกษาการใช้จ่ายงบประมาณ ให้เหมาะสมอยู่     ส่วนนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยเรื่องกัญชาเสรี ที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้ว่า อาจจะขัดข้อตกลงด้านกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดระหว่างประเทศนั่น ต้องสอบถามจากนายสมศักดิ์ และ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แต่ในด้านของกระทรวงอุดมศึกษาฯ กำลังทำงานประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ด้านนวัตกรรม การพัฒนากัญชา และกัญชง ตามแนวนโยบายของรัฐมนตรี เน้นด้านการแพทย์ และ อุตสาหกรรม    ขณะเดียวกันนายสุวิทย์ ไม่กังวล ต่อการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และกฎหมาย ต่อไปนี้ เดินหน้าทำงานเต็มที่  

 2,660
การเมือง
26 เม.ย. 62

เปิดทรัพย์สินอดีต 4 รมต.พลังประชารัฐ 'สนธิรัตน์' อู้ฟู่สุด เพชร-พระเครื่องเพียบ

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีต 4 รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 4 คน กรณีการพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2562 ประกอบด้วย   1.นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.อุตสาหกรรม และคู่สมรสมีทรัพย์สิน 220,870,167 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนและที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูก สร้าง เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.อุตสาห-กรรม วันที่ 19 ธ.ค.2562 ที่มีทรัพย์สิน 207,495,698 บาท มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 13,374,469 บาท   2.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 144,401,978 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่า 80 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าจำพวกเครื่องเพชร 34 รายการ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท และพระเครื่อง 32 รายการ มูลค่ารวม 30 ล้านบาท   โดยมีพระเครื่องที่น่าสนใจอาทิ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มูลค่า 3 ล้านบาท พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มูลค่า 3 ล้านบาท พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง สมเด็จวัดระฆัง ทรงเจดีย์ พระท่ากระดาน กาญจนบุรี ราคา องค์ละ 2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีเข้ารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เมื่อเดือน พ.ย.2560 ที่แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 113,227,926 บาท พบว่านายสนธิรัตน์มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 31,174,052 บาท   3.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทรัพย์สิน 86,770,000 บาท โดยทรัพย์สินที่น่าสนใจคือ วัตถุโบราณจำพวกเทวรูปเขมร รูปปั้นโบราณ พระพุทธรูปโบราณ เครื่องปั้นดินเผาสมัยสุโขทัย 129 รายการ มูลค่ารวม 22,978,000 บาท เทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เดือน พ.ย.2560 ที่มีทรัพย์สิน 90,836,749 บาท พบว่านายสุวิทย์มีทรัพย์สินลดลงประมาณ 4 ล้านบาท   4.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 20,009,236 บาท เทียบกับตอนเข้ารับตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ เมื่อเดือน พ.ย.2560 ที่มีทรัพย์สิน 23,005,078 บาท มีทรัพย์สินลดลงประมาณ 3 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LRRq9d1pe_k

 17,220
การเมือง
01 เม.ย. 62

พลังประชารัฐขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวสงขลาชนะ 4 เขต หนุนลุงตู่อยู่ต่อ

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวสงขลาที่มอบคะแนนเสียง จนทำให้พรรคได้ ส.ส. 4 คนในสงขลา รวม 13 คนในภาคใต้   นายสุวิทย์กล่าวว่า พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอบคุณชาวสงขลาและชาวใต้ที่สนับสนุนนายกฯลุงตู่เป็นนายกฯต่อ อย่าเพิ่งวิตกกังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป ช่วงนี้ควรให้ความสำคัญกับพระราชพิธีก่อน หลังจากนั้นจะชัดเจนมากขึ้น อยากให้เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ไม่นิ่งนอนใจ ในช่วง 6 เดือนหลังเลือกตั้ง เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องสร้างผลงานอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vW8k8oOmMSk

 1,174
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
01 เม.ย. 62

พลังประชารัฐขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวสงขลาชนะ 4 เขต หนุนลุงตู่อยู่ต่อ

แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวสงขลาที่มอบคะแนนเสียง จนทำให้พรรคได้ ส.ส. 4 คนในสงขลา รวม 13 คนในภาคใต้   นายสุวิทย์กล่าวว่า พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอบคุณชาวสงขลาและชาวใต้ที่สนับสนุนนายกฯลุงตู่เป็นนายกฯต่อ อย่าเพิ่งวิตกกังวลเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมากเกินไป ช่วงนี้ควรให้ความสำคัญกับพระราชพิธีก่อน หลังจากนั้นจะชัดเจนมากขึ้น อยากให้เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ไม่นิ่งนอนใจ ในช่วง 6 เดือนหลังเลือกตั้ง เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องสร้างผลงานอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vW8k8oOmMSk

 1,174
การเมือง
18 มี.ค. 62

'บิ๊กตู่' พูดยาวีหาเสียงชายแดนใต้ พปชร.แจงค่าแรงขั้นต่ำ ค่อยปรับๆใน 3 ปี

ความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐช่วงโค้งสุดท้าย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง บอกว่า กระแสการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าหลายพรรคจะเงียบไป เพราะเริ่มชัดเจนแล้วว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นหนึ่งใน 2 แกนนำหลักแน่นอน นโยบายเราดีกว่าพรรคอื่นชัดเจน ทำได้จริง จนพวกเขาต้องออกมาโจมตีเพื่อลดกระแสความนิยมของเรา   อยากฝากประชาชนอย่าลังเลใจอะไรอีกแล้ว พรรคพลังประชารัฐหวังเข้ามาต่อยอดพัฒนาประเทศและเป็นพรรคที่ดำรงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งในระบอบประชาธิปไตย หากเลือกเราไม่ต้องมาลุ้นต่ออีกว่าหลังตั้งรัฐบาลแล้วจะมีผลกระทบเรื่องม็อบหรือความขัดแย้งตามมาอีกไม่มีแน่นอน   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า โค้งสุดท้ายกระแสพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ มั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันต้องให้พรรคได้อันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าทำไม่ได้เป็นสิทธิพรรคที่ 2 และ 3 ต่อไป   ส่วนที่เวทีปราศรัย จ.นราธิวาส นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “ขอให้คำมั่นและขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ต้องลดความรุนแรงในสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัด ให้สงบสันติสุขให้ได้ ใช้ทุกมาตรการ ไม่มุ่งเน้นการใช้การทหาร พยายามทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างกำลังผลิดอกออกผล มั่นใจหากทุกท่านให้ โอกาส ผมและพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันนำพาชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ตือรีมอกาเสะ ยาแงลูปอ ปีเละกีตอ (ขอบคุณ อย่าลืมเรา)”   ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีหลายพรรคโจมตีนโยบายการเสนอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400-425 บาทเป็นแค่ประชานิยมว่าไม่ได้พูดผิวเผินเพื่อเอาชนะหรือประชานิยม วัตถุประสงค์จริงคือ   1.ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ   2.ไม่ได้ปรับขึ้นทันที แต่ค่อยๆ ปรับไต่จาก 325 บาทขึ้นไปเรื่อยๆจนถึง 400-425 บาทใน 3 ปี ไม่ได้ปรับทันทีเป็น 425 บาท และไม่ได้ปรับเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ขึ้นทุกพื้นที่เท่ากัน   และ 3.ให้ค่าจ้างแรงงานตามทักษะที่มีอยู่ ผู้ประกอบการจะได้แรงงานที่มีทักษะมากขึ้น ขายของได้ดีขึ้น ผ่านกลไกอบรมทักษะ รัฐจัดตั้งสถาบันอบรม มีหลักสูตรทดสอบ มีมาตรฐานกลางประเมินค่าทักษะ ค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการนำไปหักภาษีได้ ประเทศจะรวยขึ้น ประชาชนเก่งขึ้นรวยขึ้น แข่งขันกับคนอื่นได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆเอาเม็ดเงินไปให้ใช้จ่ายเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2tOpH0egL8s

 1,180
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 มี.ค. 62

'บิ๊กตู่' พูดยาวีหาเสียงชายแดนใต้ พปชร.แจงค่าแรงขั้นต่ำ ค่อยปรับๆใน 3 ปี

ความเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐช่วงโค้งสุดท้าย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง บอกว่า กระแสการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าหลายพรรคจะเงียบไป เพราะเริ่มชัดเจนแล้วว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นหนึ่งใน 2 แกนนำหลักแน่นอน นโยบายเราดีกว่าพรรคอื่นชัดเจน ทำได้จริง จนพวกเขาต้องออกมาโจมตีเพื่อลดกระแสความนิยมของเรา   อยากฝากประชาชนอย่าลังเลใจอะไรอีกแล้ว พรรคพลังประชารัฐหวังเข้ามาต่อยอดพัฒนาประเทศและเป็นพรรคที่ดำรงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งในระบอบประชาธิปไตย หากเลือกเราไม่ต้องมาลุ้นต่ออีกว่าหลังตั้งรัฐบาลแล้วจะมีผลกระทบเรื่องม็อบหรือความขัดแย้งตามมาอีกไม่มีแน่นอน   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า โค้งสุดท้ายกระแสพรรคดีขึ้นเรื่อยๆ มั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยืนยันต้องให้พรรคได้อันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าทำไม่ได้เป็นสิทธิพรรคที่ 2 และ 3 ต่อไป   ส่วนที่เวทีปราศรัย จ.นราธิวาส นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดคลิปวิดีโอของ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “ขอให้คำมั่นและขอให้เชื่อมั่นในตัวผม ต้องลดความรุนแรงในสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัด ให้สงบสันติสุขให้ได้ ใช้ทุกมาตรการ ไม่มุ่งเน้นการใช้การทหาร พยายามทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างกำลังผลิดอกออกผล มั่นใจหากทุกท่านให้ โอกาส ผมและพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันนำพาชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ตือรีมอกาเสะ ยาแงลูปอ ปีเละกีตอ (ขอบคุณ อย่าลืมเรา)”   ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีหลายพรรคโจมตีนโยบายการเสนอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400-425 บาทเป็นแค่ประชานิยมว่าไม่ได้พูดผิวเผินเพื่อเอาชนะหรือประชานิยม วัตถุประสงค์จริงคือ   1.ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ   2.ไม่ได้ปรับขึ้นทันที แต่ค่อยๆ ปรับไต่จาก 325 บาทขึ้นไปเรื่อยๆจนถึง 400-425 บาทใน 3 ปี ไม่ได้ปรับทันทีเป็น 425 บาท และไม่ได้ปรับเหมือนกันทั้งประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่ขึ้นทุกพื้นที่เท่ากัน   และ 3.ให้ค่าจ้างแรงงานตามทักษะที่มีอยู่ ผู้ประกอบการจะได้แรงงานที่มีทักษะมากขึ้น ขายของได้ดีขึ้น ผ่านกลไกอบรมทักษะ รัฐจัดตั้งสถาบันอบรม มีหลักสูตรทดสอบ มีมาตรฐานกลางประเมินค่าทักษะ ค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการนำไปหักภาษีได้ ประเทศจะรวยขึ้น ประชาชนเก่งขึ้นรวยขึ้น แข่งขันกับคนอื่นได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆเอาเม็ดเงินไปให้ใช้จ่ายเลย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2tOpH0egL8s

 1,180
การเมือง
12 มี.ค. 62

พลังประชารัฐฝาก 'อภิสิทธิ์' จำคำพูดตัวเอง หลังประกาศไม่หนุน 'บิ๊กตู่'

จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ   นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ไม่สนใจการออกมาแสดงจุดยืนของพรรค ปชป.ที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนี้ เพราะไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะมาพูดเรื่องสนับสนุนแคนดิเดตของพรรค พปชร. หรือสนับสนุนพรรคใดในเวลานี้   แต่ขอให้จำไว้แล้วกัน ว่าพูดอะไร เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นคนเลือก พรรคจะเดินหน้าหาเสียงต่อ และจะไม่ประกาศอะไรนอกจากเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และรอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ก็ไม่สายเกินไปที่จะพูดเรื่องการทำงานกับใครได้บ้าง ซึ่งยังมีเวลา   ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นเพียงวาทกรรมการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง หวังคะแนนจากประชาชน เป็นคำพูดที่ใจแคบ เพราะหากต้องการสืบทอดอำนาจก็ไม่จำเป็นต้องให้มีการเลือกตั้ง หรือเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างวันนี้ เชื่อมั่นว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เป็นบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯที่สุดในสภาวการณ์ปัจจุบันและมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯคนที่ 30 แน่นอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BWOYvX0PopE

 2,798
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
12 มี.ค. 62

พลังประชารัฐฝาก 'อภิสิทธิ์' จำคำพูดตัวเอง หลังประกาศไม่หนุน 'บิ๊กตู่'

จากกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ   นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ไม่สนใจการออกมาแสดงจุดยืนของพรรค ปชป.ที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนี้ เพราะไม่ใช่จังหวะเวลาที่จะมาพูดเรื่องสนับสนุนแคนดิเดตของพรรค พปชร. หรือสนับสนุนพรรคใดในเวลานี้   แต่ขอให้จำไว้แล้วกัน ว่าพูดอะไร เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นคนเลือก พรรคจะเดินหน้าหาเสียงต่อ และจะไม่ประกาศอะไรนอกจากเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และรอให้ผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ก็ไม่สายเกินไปที่จะพูดเรื่องการทำงานกับใครได้บ้าง ซึ่งยังมีเวลา   ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เป็นเพียงวาทกรรมการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง หวังคะแนนจากประชาชน เป็นคำพูดที่ใจแคบ เพราะหากต้องการสืบทอดอำนาจก็ไม่จำเป็นต้องให้มีการเลือกตั้ง หรือเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างวันนี้ เชื่อมั่นว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เป็นบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯที่สุดในสภาวการณ์ปัจจุบันและมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯคนที่ 30 แน่นอน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BWOYvX0PopE

 2,798
การเมือง
11 มี.ค. 62

พลังประชารัฐปราศรัยใหญ่โคราช 'บิ๊กตู่' ฝากกลอนแต่งเองอ้อนขอคะแนน

พรรคพลังประชารัฐ จัดปราศรัยใหญ่ที่ จ.โคราช บ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรค   โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า โคราชเป็นบ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นลูกหลานย่าโม วันนี้ท่านอยากมาด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถมาได้ จึงฝากกลอนมาให้ นายสุวิทย์อ่านกลอนมีเนื้อหาว่า   “จากใจถึงใจไทยทุกผู้ เรารวมอยู่เป็นชาตินานนักหนา ทั้งบ้านเรือนก่อสร้างพัฒนา เพื่อวันนี้วันหน้าเชื่อมโยงกัน อยากจะให้มีใครจิตอาสา ประชารัฐพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งคนรวยรายได้น้อยคอยช่วยกัน สร้างสวรรค์แผ่นดินทองพี่น้องไทย อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ ป่าวประกาศศักดิ์ศรีที่ไหนไหน ให้โลกรู้แผ่นดินนี้มีคนไทย ทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าพร้อมยอมพลี หวังเพียงให้เกิดพัฒนานำพาชาติ กวาดบ้านเมืองให้สะอาดเกิดสุขขี เราจะพร้อมยอมตายสามัคคี แผ่นดินนี้พลังประชารัฐรวมคนไทย” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jc7TZrHSr3A

 1,038
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
11 มี.ค. 62

พลังประชารัฐปราศรัยใหญ่โคราช 'บิ๊กตู่' ฝากกลอนแต่งเองอ้อนขอคะแนน

พรรคพลังประชารัฐ จัดปราศรัยใหญ่ที่ จ.โคราช บ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯของพรรค   โดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า โคราชเป็นบ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นลูกหลานย่าโม วันนี้ท่านอยากมาด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถมาได้ จึงฝากกลอนมาให้ นายสุวิทย์อ่านกลอนมีเนื้อหาว่า   “จากใจถึงใจไทยทุกผู้ เรารวมอยู่เป็นชาตินานนักหนา ทั้งบ้านเรือนก่อสร้างพัฒนา เพื่อวันนี้วันหน้าเชื่อมโยงกัน อยากจะให้มีใครจิตอาสา ประชารัฐพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งคนรวยรายได้น้อยคอยช่วยกัน สร้างสวรรค์แผ่นดินทองพี่น้องไทย อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ ป่าวประกาศศักดิ์ศรีที่ไหนไหน ให้โลกรู้แผ่นดินนี้มีคนไทย ทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าพร้อมยอมพลี หวังเพียงให้เกิดพัฒนานำพาชาติ กวาดบ้านเมืองให้สะอาดเกิดสุขขี เราจะพร้อมยอมตายสามัคคี แผ่นดินนี้พลังประชารัฐรวมคนไทย” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jc7TZrHSr3A

 1,038
การเมือง
01 มี.ค. 62

'สุวิทย์' ชูดาบหน้าย่าโมอีกรอบ คราวนี้ถูกด้าน อ้อนโคราชบ้านเกิด 'ลุงตู่' สร้างรถไฟหลายสาย พร้อมสานงานต่อ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยก่อนหาเสียงได้กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมโชว์ชักดาบอีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วเคยโดนแซวว่าหันคบดาบผิดด้าน เพราะหันเข้าตัว ซึ่งอาจเป็นลางร้าย   จากนั้นนายสุวิทย์กล่าวกับชาวบ้านว่า จ.นครราชสีมาเป็นเมืองหลวงภาคอีสาน พรรคตั้งใจอยากให้คนโคราชเลือกผู้สมัครทั้ง 14 เขตเป็นตัวแทนไปสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้โคราชบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซึ่งทำให้โคราชมากมาย เช่น   สร้างระบบเครือข่ายคมนาคมโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุด รถไฟความเร็วสูง กทม.-โคราช-หนองคาย รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ชลบุรี-แก่งคอย-โคราช นี่คือศักยภาพของโคราชที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำไว้ให้ พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันต่อให้เสร็จและจะทำให้โคราชเป็นนครต้นแบบของภูมิภาคที่เจริญเติบโต มั่งคั่งไม่แพ้เมืองฉงชิ่งในจีนหรือมหานครใหญ่ในโลก   ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเดินทางมา จ.นครราชสีมา กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และปัญหาที่พบคือ ประชาชนมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 20 ปี ปัจจุบัน ประชาชนก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ และบางส่วนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน   ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมีนโยบายพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 3 ปี และระหว่างนี้ ก็ตั้งกองทุนใหม่ คือกองทุนประชารัฐ ให้พี่น้องประชาชนไปกู้เงินมาจับจ่ายใช้สอย ดูแลลูกหลาน และทำมาค้าขาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KiRLBohmxvo

 2,462
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
01 มี.ค. 62

'สุวิทย์' ชูดาบหน้าย่าโมอีกรอบ คราวนี้ถูกด้าน อ้อนโคราชบ้านเกิด 'ลุงตู่' สร้างรถไฟหลายสาย พร้อมสานงานต่อ

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา โดยก่อนหาเสียงได้กราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมโชว์ชักดาบอีกครั้ง หลังจากครั้งที่แล้วเคยโดนแซวว่าหันคบดาบผิดด้าน เพราะหันเข้าตัว ซึ่งอาจเป็นลางร้าย   จากนั้นนายสุวิทย์กล่าวกับชาวบ้านว่า จ.นครราชสีมาเป็นเมืองหลวงภาคอีสาน พรรคตั้งใจอยากให้คนโคราชเลือกผู้สมัครทั้ง 14 เขตเป็นตัวแทนไปสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้โคราชบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ซึ่งทำให้โคราชมากมาย เช่น   สร้างระบบเครือข่ายคมนาคมโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุด รถไฟความเร็วสูง กทม.-โคราช-หนองคาย รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ชลบุรี-แก่งคอย-โคราช นี่คือศักยภาพของโคราชที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำไว้ให้ พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันต่อให้เสร็จและจะทำให้โคราชเป็นนครต้นแบบของภูมิภาคที่เจริญเติบโต มั่งคั่งไม่แพ้เมืองฉงชิ่งในจีนหรือมหานครใหญ่ในโลก   ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสเดินทางมา จ.นครราชสีมา กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และปัญหาที่พบคือ ประชาชนมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป 20 ปี ปัจจุบัน ประชาชนก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ และบางส่วนเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน   ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงมีนโยบายพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 3 ปี และระหว่างนี้ ก็ตั้งกองทุนใหม่ คือกองทุนประชารัฐ ให้พี่น้องประชาชนไปกู้เงินมาจับจ่ายใช้สอย ดูแลลูกหลาน และทำมาค้าขาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KiRLBohmxvo

 2,462
การเมือง
27 ก.พ. 62

พปชร.ไม่หวั่น กทม.ผูกขาด 2 พรรคใหญ่ ลั่นถ้าอยากให้ประเทศพัฒนาต่อเนื่องต้องเลือก 'ประยุทธ์'

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ กทม. ยันไม่กังวลเพราะที่ผ่านมา กทม.ผูกขาดด้วย 2 พรรคการเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ช่วยพัฒนา กทม.เท่าที่ควร ทั้งที่ กทม.ควรได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้นกว่านี้ ควรให้โอกาสพรรคใหม่อย่างเราเข้ามาแก้ปัญหา พัฒนาให้ กทม.เป็นเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองระดับโลก มั่นใจว่าพรรคจะตอบโจทย์คนกรุงเทพฯด้วยคนรุ่นใหม่   ส่วนเสียงวิจารณ์ว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศแต่ไม่สามารถทำให้ปัญหาดีขึ้นได้นั้น เป็นเพราะปัญหาที่สะสมมานานหลายปี การเมืองในอดีตมีแต่ความขัดแย้ง การขับเคลื่อนประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นไปอย่างยากลำบาก ทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีที่สุดแล้ว   หากต้องการให้ประเทศพัฒนาต่อเนื่องต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ หวังว่าจะได้รับชัยชนะในทุกเขตของ กทม. เพราะเราคัดสรรผู้สมัครที่เป็นเพชรเม็ดงาม และนโยบายที่ตอบโจทย์ ทั้งหมดทำได้จริง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯเป็นคนทำจริง ทำแล้ว และทำได้ ผู้นำแบบนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ignmUBqsevM

 2,875

Top