ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทะเลาะกันกลางถนน"

ข่าวภูมิภาค
09 ต.ค. 62

รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน

ภูเก็ต-ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ตังตัง ไกรปราบ‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที เป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง ซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย   จากนั้นยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับชุลมุน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   ด้าน น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่ เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุขับ จยย.แบบช้าๆ อยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนน ตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้าย ทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆ หน่อยจนมีปากเสียงกัน ขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต   เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้งตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็น   ด้านตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เผยว่า ทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยช่วงเย็นพนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DolmoUhmM8

 52,343
สังคม
09 ต.ค. 62

รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน

ภูเก็ต-ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ตังตัง ไกรปราบ‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที เป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง ซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย   จากนั้นยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับชุลมุน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   ด้าน น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่ เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุขับ จยย.แบบช้าๆ อยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนน ตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้าย ทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆ หน่อยจนมีปากเสียงกัน ขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต   เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้งตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็น   ด้านตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เผยว่า ทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยช่วงเย็นพนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DolmoUhmM8

 52,343
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ส.ค. 62

สิบล้อสายโหด ไล่กวดรถตู้ขณะลงเขาภูเก็ต โมโหอีกฝ่ายไม่ให้ขับแซง

ภูเก็ต-มีการแชร์คลิปรถบรรทุกสิบล้อคนหนึ่ง ได้ขับตามรถตู้สีขาวขณะลงเขาด้วยความเร็วอย่างหน้าหวาดเสียว   จากนั้นในคลิปที่สอง เป็นภาพรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวจอดขวางหน้ารถตู้อยู่ที่เลนซ้าย และคนขับรถบรรทุกสิบล้อได้ลงมาต่อว่าคนขับรถตู้โดยในมือถือประแจสีขาวพยายามเงื้อขู่จะทุบกระจกหน้าต่างด้านข้างคนขับของรถตู้ และจากนั้นพยายามใช้มืออีกข้างดึงเปิดประตูและทุบที่กระจกหน้าต่างอย่างแรง ก่อนจะทุบที่กระจกมองข้างอีกครั้งอย่างแรงจนแผ่นกระจกหลุดตกลงบนพื้น ก่อนรีบเดินกลับไปที่รถ   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วานนี้ (26 ส.ค.) ที่ถนนปฎัก (ทางลงเขากะตะ ) ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต และจุดที่มีการลงไม้ลงมือคือ บริเวณหน้าตลาดแม่สมจิตร ซึ่งสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าจะมาจากการขับรถปาดหน้ากันขณะขึ้นเขา   ต่อมาตำรวจได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง 3 รายคือ นายหัตพงศ์ อินนุรักษ์ อายุ 24 ปี คนขับบรรทุกสิบล้อ / นายอนุพงศ์ แซ่ง้อ อายุ 24 ปี คนขับรถตู้ และนายสุนทร ชุนวร อายุ 53 ปี เจ้าของรถยนต์ตู้ มาให้การ   เบื้องต้นทราบว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายขับขี่รถมาจากบริเวณวงเวียนห้าแยกฉลอง โดยนายอนุพงศ์ ขับรถตู้อยู่ช่องทางด้านขวา ส่วนคนขับรถบรรทุกสิบล้ออยู่ช่องเดินรถซ้ายมือทางด้านหลัง   โดยนายหัตพงศ์ พยายามจะขับแซงรถตู้ แต่ไม่สามารถแซงได้ เนื่องจากรถตู้ขับกันไม่ให้แซงได้ จึงเกิดอารมณ์โมโห และพยายามแซงเป็นผลสำเร็จ ที่บริเวณหน้าตลาดแม่สมจิตร จึงปาดหน้ารถยนต์ตู้บังคับให้หยุดรถ จากนั้นนายหัตพงศ์ ได้ลงจากรถพร้อมนำเอาประแจรถสิบล้อลงมาด้วย แล้วใช้มือข้างขวาต่อยไปที่กระจกรถตู้ด้านขวา ทำให้กระจกรถตู้หลุดได้รับความเสียหาย   ตำรวจจึงได้เปรียบเทียบปรับคนขับบรรทุกสิบล้อในข้อหาจราจร 500 บาท และการขู่ทำร้ายคู่กรณีอีก 2,000 บาท   อย่างไรก็ตาม สำหรับความเสียหายของรถตู้ นายสุนทร ชุนวร เจ้าของรถตู้ ไม่ติดใจในค่าเสียหายและไม่เรียกร้องใดๆ จากคู่กรณีแต่อย่างใด ทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจกันได้แล้ว และรับว่าต่อจากนี้จะขับขี่รถในมทางอย่างมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง และจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และได้ขอโทษกันต่อหน้าตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O4ooX9C-kTA

 1,484
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 ส.ค. 62

เดือดกลางสะพานตากสิน แท็กซี่ชักปืนเล็งใส่เก๋ง ระทึกกลางดึก

เพจเฟซบุ๊ก เฮียขับรถ ได้เผยแพร่คลิปจากกล้องหมวกกันน็อกของมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ที่ขี่ตามรถสองคัน บนสะพานตากสินมุ่งหน้าสาทร เมื่อเวลาเกือบ 5 ทุ่มวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยคันหนึ่งเป็น แท็กซี่ คันหนึ่งเป็นรถบ้านทั่วไป ที่เหมือนจะมีปัญหากันมาก่อนหน้านี้ เพราะการขับตีคู่เดี๋ยวเบรกเดี๋ยวขับต่อ   จู่ๆแท็กซี่ได้เปิดกระจกลงมาพร้อมกับชักปืนคล้ายลูกโม่ เล็งไปยังรถคู่กรณี ก่อนที่รถคู่กรณีจะขับหนีไปด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตาม ในคลิปได้บันทึกเหตุการณ์ชัดเจนรวมทั้งหมายเลขทะเบียนรถไว้ได้ ซึ่งคาดว่าจะตามตัวมาดำเนินคดีได้ไม่ยาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BCncbl-r7Xg

 2,326
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ก.ค. 62

หนุ่มจยย.หัวร้อน ฉุนรถคันหน้าเบรคกะทันหัน สาวหมัดต่อยกุญแจรถเสียบคาหัวสุดหวาดเสียว

เพจ Rider Gossip ได้มีการโพสต์ภาพหวาดเสียว เมื่อมีชายคนหนึ่งถูกทำร้าย ด้วยการเอากุญแจรถจักรยานยนต์เสียบคาศีรษะไว้ เนื่องจากปมทะเลาะวิวาทบนถนน พร้อมระบุข้อความว่า   "หนุ่มขับ จยย.ฮอนด้าหัวร้อน เอากุญแจเสียบกระโหลกคันหน้า น้องผู้บาดเจ็บเล่าว่าขับรถมาปกติแล้วของเกิดหล่นจึงเบรกกะทันหัน แล้วลงไปเก็บของ แต่รถมอเตอร์ไซค์คันหลังไม่พอใจหาว่าขับรถกวน น้องผู้บาดเจ็บยกมือไหว้ขอโทษ แต่ไม่เป็นผล หนุ่มขับฮอนด้า เข้าทำร้ายโดยการใช้กุญแจรถต่อยไปที่หัวของน้องผู้บาดเจ็บตอนยกมือไหว้ และในเวลาต่อมากู้ภัยได้นำน้องส่ง รพ."   ต่อมามีรายงานว่า หนุ่มผู้บาดเจ็บคนดังกล่าวอาการปลอดภัยแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเรียกตัวชายขี่ จยย.ผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kn4556-CPdE

 13,892
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ตั้งรางวัลนำจับ 1 หมื่น ลุงสองแถวถูกโจ๋รุมตีสลบคารถ ปมเฉี่ยวกระจกข้าง

โคราช-โลกออนไลน์แชร์เรื่องราว ลุงขับรถสองแถวรับจ้างถูกวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ตามไปทำร้ายคุณลุงจนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเกิดจากการขับรถเฉี่ยวชนกันบนถนน โดยครอบครัวของคุณลุงได้ตั้งเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถจับคนร้ายที่ก่อเหตุได้   นายสังเวียน ผาวัง คุณลุงขับรถสองแถวโดยสารผู้บาดเจ็บ อายุ 59 ปี เปิดเผยว่า ขณะขับรถสองแถวไปรับผู้โดยสารตามปกติ มีผู้ชาย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนที่กระจกมองข้างดานคนขับของรถคุณลุง เหตุเกิดบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตนไม่ได้สนใจเพราะเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย   จนกระทั่งขับรถไปจอดบริเวณหน้าร้านเสรีเฟอร์นิเจอร์ ถนนสืบสิริ ผู้โดยสารลงจากรถคนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ผู้ชาย 2 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมา และหนึ่งในนั้นได้สวมหมวกกันน็อคลงมาเคาะกระจกรถ และทำร้ายร่างกายตน พร้อมกับพูดว่า มึงชนกูเหรอ โดยชายคนดังกล่าวได้เตะต่อยร่างกายจนสลบไป   ทั้งนี้ ลุงบอกว่า มีอาชีพขับรถสองแถวรับจ้างมานานกว่า 20 ปี จนเป็นที่รักใคร่ของผู้โดยสารที่ขึ้นรถเป็นประจำ เนื่องจากขับรถดีและไม่ขับเร็ว ซึ่งปกติราคาค่าโดยสาร 8 บาท แต่ผู้โดยสารก็มักจะให้ค่าโดยสารลุง 20 บาท โดยไม่เอาเงินทอนเป็นประจำ หลังเกิดเหตุทางครอบครัวอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ พร้อมตั้งเงินรางวัลนำจับจำนวน 10,000 บาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายได้   ความคืบหน้าทางคดีไปยังชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ทราบว่า บริเวณที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดที่เห็นเหตุการณ์ และกล้องวงจรปิดที่มีอยู่บริเวณหน้าร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ก็มองไม่เห็นมุมที่รถสองแถวของลุงจอดอยู่ขณะเกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยหาเบาะแสของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่บริเวณจุดเริ่มต้นที่มีการขับรถเฉี่ยวชนกันบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ไปตามเส้นทางจนถึงจุดที่มีการทำร้ายร่างกายกัน เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EcT1gwbLXZ4  

 980
ข่าวภูมิภาค
07 ก.พ. 62

จับหนุ่มขี่ จยย.เลือดร้อนคว้าพลั่วขู่สาวคู่กรณี ปมโมโหขับปาดหน้าบีบแตรใส่

นนทบุรี-จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Milk Patharaporn แชร์คลิปภาพจากกล้องหน้ารถ ขณะผู้เสียหายขับมาถึงสี่แยกข้างสระน้ำ ในถนนหมู่บ้านมิตรประชา โดยขับมาทางตรงจากนั้นรถจยย.ของผู้ก่อเหตุ (เสื้อแดง)ได้ขับเลี้ยวมาทางแยกขวามีการเสียหลักเล็กน้อยและมีการตะโกนต่อว่า   จากนั้นก็มีการขับตามดันไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณหน้าเขตก่อสร้างตึก พบรถจยย.จอดรออยู่ ผู้ก่อเหตุได้ขับลงมาจากรถจยย.ลงไปหยิบพลั่วที่เขตก่อสร้างตรงมาที่รถของผู้เสียหาย พร้อมทั้งด่าทอ เมื่อมาถึงรถพบผู้เสียหายและเดินกลับไปพร้อมทั้งยังด่าทออยู่ ส่วนผู้เสียหายได้ขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ   ล่าสุด ตร.ออกติดตามผู้ก่อเหตุไว้ได้ คือ นายเจษฎา เทียนดี อายุ 38 ปี พร้อมรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้เชิญตัวเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งเรียก น.ส.มิลค์ ภัทราพร อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย เข้าสอบปากคำและไกล่เกลี่ย   ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเดินทางขากบ้านเพื่อไปทำงานตรวจพื้นที่ ผ่านหมู่บ้านมิตรประชา เมื่อถึงที่เกิดเหตุใกล้สระน้ำ พบกับรถจยย.ผู้ก่อเหตุตนมาทางตรงส่วนรถจยย.เลี้ยวมาทางขวา ตนจึงได้บีบแตรไปหนึ่งที แต่ผู้ก่อเหตุตะโกนด่าตลอดทาง เมื่อมาถึงจุดก่อสร้างเขาได้หยุดรถจยย.และหยิบไม้พลั่วแถวเขตก่อสร้างมาจะทำร้าย   ตนจึงได้ยกมือไหว้ขอโทษไป และมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ไวมาก สามารถจับตัวได้ หลังจากได้พูดคุยกันกับผู้ก่อเหตุ เขายอมรับทุกข้อกล่าวหาและขอโทษมา เขาบอกว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับไป ฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ใจเย็นๆ กันหน่อย อะไรเลี่ยงได้ก็เลี่ยงการปะทะไป   ด้านนายเจษฎา ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนขับรถมาทางเลี้ยว รถใหญ่เขาขับมาและเกือบจะชนกัน ตนอารมณ์ร้อนเพราะกลัวว่าจะถูกลูกตนเอง ตนจึงจะไปทำร้ายเขาเพราะตอนแรกคิดว่าเป็นผู้ชาย พอเห็นว่าเป็นผู้หญิงขับจึงไม่ได้ทำอะไร วันนี้ตำรวจได้ไปตามตัวมาตนได้ขอโทษคู่กรณีไปแล้ว และจะไม่ใจร้อนอีก เพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะกลัวจะชนลูก ตนยอมรับผิดและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับตนเอง   ขณะที่ ตร.ระบุ ได้เรียกผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุมาพบกัน เจรจาไกล่เกลี่ยกัน ผู้ก่อเหตุได้รับผิดและขอโทษผู้เสียหายไป ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดี พ.ร.บ.จราจรไป คือ ไม่มีใบอนุญาติขับขี่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกนิรภัย และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวด้วยการขู่เข็น ผู้ก่อเหตุรับสารภาพและทำการเปรียบเทียบปรับไป ก็ฝากบอกผู้ใช้รถใช้ถนนให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ขับตามกฎหมายจราจรกำหนด จะได้ไม่เกิดการกนะทบกระทั่งกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qlSPf4Uis44

 1,721
สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 62

เผยคลิปอีกมุม โชเฟอร์รถเมล์สาย 510 ทะเลาะคนขี่ จยย. ขนส่งสั่งปรับ 3 พัน - พักใช้ใบอนุญาต

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปเหตุการณ์วิวาทกันระหว่าง รถเมล์กับหนุ่มมอเตอร์ไซค์รายหนึ่ง บริเวณป้ายรถเมล์หน้าวัดเสมียนนารี ท่ามกลางสายตาประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้    วานนี้ (29 ม.ค.) กรมการขนส่งทางบก เรียกตัวพนักงานขับรถเมล์ ขสมก. สาย 510 ที่มีพฤติกรรมทะเลาะวิวาทกับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล บริเวณป้ายหยุดรถประจำทางหน้าวัดเสมียนนารี มาสอบสวน   โดยพนักงานขับรถรายดังกล่าวชื่อ นายศตวรรษ สุวรรณเวียง ให้การว่าผู้ขับรถจักรยานยนต์คู่กรณีได้จอดรถขวางหน้ารถเมล์ไว้และได้ขึ้นมาบนรถและใช้ถ้อยคำต่อว่า เนื่องจากไม่พอใจและกล่าวหาว่าขับรถเบียด จึงเป็นเหตุบันดาลโทสะให้ก่อพฤติกรรม ดังกล่าว ในส่วนของพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ให้การว่าได้พยายามเข้าห้ามปราม มิได้เข้าร่วมก่อเหตุทะเลาะวิวาท แต่อย่างใด   หลังจากพิจารณาแล้ว เห็นว่าพนักงานขับรถโดยสารดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102(2) และ มาตรา 106 ประกอบมาตรา 127 ฐานผู้ขับรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม และฐานผู้ขับรถละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร   ดำเนินการเปรียบเทียบปรับทั้ง 2 ข้อหา รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตผู้ขับรถเป็นเวลา 15 วัน และถูกส่งตัวเข้ารับการอบรมการให้บริการด้วยความปลอดภัย รวมทั้งกำชับตักเตือน เพื่อมิให้เกิดเรื่องร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวอีกต่อไป และดำเนินการลงประวัติผู้ขับรถไว้ และหากพบว่ากระทำความผิดซ้ำจะพิจารณาดำเนินการพักใช้/เพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป   ขณะที่เพจ Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ ได้นำคลิปอีกมุม ซึ่งเป็นภาพวงจรปิดบนรถเมล์คันเกิดเหตุมาเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความว่า คลิปวิดีโอจากกล้องในรถเมล์ คันเกิดเหตุ ช่วงนาทีที่ 3.33 ของคลิป จะเห็นได้ว่าคนขับรถจักรยานยนต์ขึ้นมาหาเรื่องบนรถก่อน จึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น   จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ ขสมก. ล่าสุดทาง ขสมก. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสั่งย้าย พนักงานขับรถคันเกิดเหตุ ไปประจำอีกสายหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คนขับรถเมล์ ในคลิปภาพที่ปรากฏ ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่ สน.พหลโยธิน อีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Aq-A0vnMq3w

 2,828
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ม.ค. 62

กราบตีนกูอีกแล้ว! หนุ่มหัวร้อนเดือดรถถูกเฉี่ยวชน สั่งโชเฟอร์รถบัสกราบ แม้ไหว้ขอโทษแล้ว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ออกัส ออโต้ ได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนน ที่คาดว่าน่าจะกระทบกระทั่งกันจากการเฉี่ยวชน ระหว่างรถบัส กับรถตู้อัลพาร์ท โดยผู้โพสต์ได้เขียนแคปชั่นว่า “เหตุเกิดอีกแล้วกราบตีนกูมาอีกแล้ว55”   โดยพบว่า ในที่เกิดเหตุชายคนหนึ่งที่สวมหมวก อยู่ในอาการโมโหอย่างหนัก และตะโกนบอกให้คนขับรถบัส ลงมากราบเท้าตนเอง หลายรอบด้วยกัน แม้ว่าคนขับรถบัส จะพยายามยกมือไหว้ขอโทษจากบนรถ แต่ชายคู่กรณีก็ยังไม่พอใจ และยังคงตะโกนต่อว่าอย่างรุนแรงต่อไป จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และเรียกตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A-z04HtLPxg

 1,284
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ย. 61

คลิปคนขับรถตู้ทะเลาะโชเฟอร์แท็กซี่ ปมขับปาดหน้ากันตั้งแต่วงเวียนใหญ่ สุดท้ายไม่ติดใจเอาความ

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Aksiporn Natmuantip เป็นภาพคนขับรถตู้กำลังทำร้ายร่างกายคนขับรถแท็กซี่ ก่อนที่จะมีตำรวจเข้ามาแยก พร้อมระบุข้อความว่า   "เตะลุงเป็นลูกบอลเลย หน้าป้อมแท้ๆ อากาศร้อนอารมณ์คนก็ร้อน ขาดสติ" จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงการกระทำดังกล่าว   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล ทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 พ.ย. ใกล้ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 39 ซึ่งหลังตำรวจเข้าห้ามปรามแล้ว   สอบถามพยานจากผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ทราบว่า ทั้งสองคันขับรถปาดหน้ากันไปมาตั้งแต่วงเวียนใหญ่ จนมาถึงจุดเกิดเหตุรถตู้ได้ขับปาดหน้าก่อนที่คนขับจะลงมาจากรถแล้วลงมาทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่ตามที่ปรากฎในคลิป   พ.ต.อ.ธวัชชัย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้ตักเตือนทั้งสองฝ่าย โดยทั้งคู่ต่างไม่ติดใจเอาความ ซึ่งฝ่ายคนขับรถตู้ยอมชดใช้ให้คนขับแท็กซี่ 200 บาทก่อนแยกย้าย ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/swyMMtQOd3k

 1,704
สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 61

ออกหมายเรียกกระบะ-เก๋ง ชน 2 หนุ่มสาวทะเลาะกันกลางถนน ตร.ชี้โทษหนักกว่าคันที่ 3 เพราะชนแล้วหนี

จากกรณีรถกระบะชนร่าง น.ส.บุญเพียร ต้อไธสง อายุ 37 ปี และนายธวัช จิตรมั่น อายุ 23 ปี สองคู่รัก เสียชีวิตคาที่ บริเวณหน้าคลินิกทันตกรรม จุฬาทัตแพทย์ ถ.สุขุมวิท ขาเข้าระยอง หลักกม.ที่ 180 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยทั้งคู่กำลังจะกลับบ้าน และซ้อนรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 4 คน ขณะถึงจุดเกิดเหตุทั้งคู่ทะเลาะกัน จึงจอดรถจยย.พูดคุย ก่อนถูกรถชนเสียชีวิต วงจรปิดจับภาพขณะถูกรถทับไว้ได้ จากนั้นมีรถที่ขับตามมาทับร่างของทั้งคู่ซ้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ติดตามกระบะคันที่ชน และเก๋งคันที่ทับร่างของทั้งคู่ซ้ำมาสอบปากคำ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น   คืบหน้าวานนี้ (19 ต.ค.) พ.ต.ท.สุพจน์ อำนาจมั่นคง สารวัตรสอบสวน สภ.พลูตาหลวง สามารถควบคุมตัวเยาวชน นายเอ เยาวชนอายุ 16 ปี คนขับรถเก๋ง ซูซูกิ สวิฟท์ สีแดง ได้หลังจากเกิดเหตุ ก่อนนำตัวมาสอบถาม จนเจ้าตัวรับว่าเป็นคนขับรถเก๋งมาทับร่างเป็นคันที่ 3 ตามในภาพกล้องวงจรปิดจริง เพราะไม่เห็นร่างของทั้งคู่ที่ก่อนหน้านี้โดยรถจำนวน 2 คันชนไปก่อน จึงทำให้ทับร่าง ทางจนท.ได้แจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นให้รับทราบ คือ ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่มีใบอนุญาติขับขี่ ไว้ก่อน ส่วนรถอีก 2 คัน ที่ก่อเหตุและหลบหนีไป จนท.กำลังเร่งติดตามหาตัวคนขับมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หากใครพบเห็นหรือมีเบาะแส ของรถกระบะและรถเก๋ง ที่หลบหนีให้แจ้งมายัง สภ.พลูตาหลวง   ด้าน นางสาวสุนิตา จันทร์ไท อายุ 21ปี เพื่อนผู้ตาย ได้เล่าเหตุการณ์ ในวันที่เกิดเหตุว่า เขาทั้งคู่ทะเลากัน ก็เลยจอด จยย.ให้ทั้งคู่ลงจาก จยย.เพื่อพูดคุย แต่ทั้งคู่ทะเลาะกันหนัก จึงช่วยกันพยายามแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่แยกไม่ออก ก่อนที่ผู้หญิงจะได้วิ่งหนีข้ามไปอีกฝั่งของถนนโดยผู้ชายได้วิ่งตามไป ประกอบกันช่วงนั้น ตนและเพื่อนอีกคนได้เกิดปวดปัสสาวะ จึงได้ขี่ จยย. ไปเข้าห้องน้ำ โดยบอกทั้งคู่เดี๋ยวจะกลับมารับ ซึ่งระหว่างขี่ จยย. ก่อนจะมาถึงที่เกิดเหตุทั้งคู่ทะเลาะกัน บนรถ จยย.กันอย่างรุนแรง ดึงผมกันไปมา เกือบทำให้ จยย. ล้มพลิกคว่ำ ซึ่งทั้งคู่ไม่ฟังทะเลาะกันใหญ่ ห้ามก็ไม่อยู่ ซึ่งทั้งคู่คบกันมาได้ประมาณ 1 ปี เศษๆ ซึ่งตนกับเพื่อนกลับมาจากเข้าห้องน้ำก็เห็นทั้งคู่นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนแล้ว   ด้าน พ.ต.อ.ธนชัย อุสาหกิจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวที่เราได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดสามารถทราบได้ว่าผู้ตายทั้งคู่ได้มีการทะเลาะกันไปตีกันบนกลางถนนเวลาช่วงนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้วตี 3 ซึ่งคนไปมาในช่วงนั้นรถน้อย ทำให้คนขับรถเร็วกว่าปกติ ซึ่งคนที่ขับรถมาทำให้มองไม่เห็นคนที่อยู่บนถนน จึงให้เกิดการเฉี่ยวชน ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ความตาย กรณีที่รถมาชน กรณีแรกคือคันที่ 1 คันที่ 2 และคันที่ 3 มาชนซ้ำอีกที่หนึ่ง ส่วนในครั้งที่ 3 ไม่ได้หลบหนีไปไหน ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ทางเราก็ได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบแล้ว ซึ่งได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ในขณะเดียวกันต้องรอสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวน กรณี 2 คันแรกทราบเบาะแสแล้ว และให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก เจ้าของรถทั้ง 2 คันมาให้การเพื่อให้ปากคำ   กรณีตั้งข้อหาทั้ง 3 คัน โดนข้อหาเดียวกันหมดเพราะอยู่ในระยะเวลาที่กระชั้นชิดซึ่งสามารถทำให้ผู้ได้รับาดเจ็บถึงแก่ความตายได้ ในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต แต่อีก 2 คัน คือกระบะคันแรกที่ชนและรถเก๋งคันที่ 2 ที่มาซ้ำจะมีข้อหาที่หนักว่า ในข้อหาหลบหนีไม่แจ้งเหตุกรณีรถเฉี่ยวชนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบในทันที่เพื่อจะได้มีการช่วยเหลือคนเจ็บได้ทันท่วงที          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eBZ0v9T7rcI

 23,548

Top