ค้นหา :

ผลการค้นหา "แม่ฆ่าลูก"

สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

ปิดคดีฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น ตร.ยันลูกชายทำคนเดียว 100% เปิดหลักฐานชัดเคลียร์ทุกประเด็น

จากคดีสะเทือนขวัญ กรณีนายศิระ สมเดช หรือกาย อายุ 20 ปี ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ หรือ แม่ติ๊ก อายุ 42 ปี และหั่นอวัยวะ ออกเป็น 5 ส่วน ไปแช่ตู้เย็น เหตุเกิดในบ้านพักเลขที่ 96/320 ซอยท่าข้าม 28 และใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่สังคมเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับคดีนี้เป็นอย่างมาก ว่าเกิดอะไรขึ้นและใครเป็นคนฆ่าแม่ และมีใครฆ่าลูกด้วยหรือไม่   ล่าสุด ตำรวจยืนยันแล้วว่าคดีนี้คนที่ฆ่าแม่ก็คือลูก โดย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นว่าคดีนี้ ลูกชายเป็นคนก่อเหตุแน่นอน จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดเชื่อได้ว่าลูกเป็นคนลงมือก่อเหตุฆาตครั้งนี้   1.เนื่องจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจร ปิดตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ไม่มีบุคคลอื่นเข้าออกจากบ้านนอกจากแม่และลูก 2 คน ซึ่งคาดว่าเวลาในการก่อเหตุหลัง 2 ทุ่มเป็นต้นไป   2.กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำคนเดียวจริงหรือไม่ จากการสอบปากคำพยานและวัตถุแวดล้อมต่างๆ เชื่อว่า นายกายลูกชายเป็นคนลงมือทำคนเดียวและสามารถทำได้ เพราะมีเวลาหลายชั่วโมง จนกว่าจะมีเพื่อนแม่มาที่บ้านและพบศพในตู้เย็น   3.เพื่อนแม่ที่เข้ามาพบลูกชายก็มีลักษณะพยายามปกปิดบางสิ่ง และไม่ยอมบอกแม่ไปไหนมีอาการคลุ้มคลั่งมาก จากนั้นจึงยิงตัวเองต่อหน้าเพื่อนแม่ โดยใช้ปืนของแม่ที่ซ่อนในกระเป๋าออกมายิง   4.เหตุการณ์นี้ ตร.มาถึงที่เกิดเหตุเร็ว เพราะ ตร.คนนี้สนิทกับผู้ตายและอาศัยใกล้เคียงบ้านเกิดเหตุ และที่ต้องมาเพราะเพื่อนของแม่พยายามเข้าบ้านไปแล้ว 1 รอบแต่ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งและพยายามจะหนีออกไป ตร.คนนี้เห็นชัดเจนว่าเห็นลูกชาย ใช้อาวุธปืนจ่อศรีษะและยิงตัวเอง    5.หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ใช้ชุดตรวจสอบคราบเลือดและเก็บหลักฐานต่างๆ พบภายในห้องน้ำชั้นบนมีเลือดกระเด็น สาดเต็มห้องน้ำ ลูกชายได้หั่นศพแม่ของตัวเองภายในห้องน้ำ โดยการใช้มีดอีโต้วางตามข้อกระดูกและใช้ค้อนตอกทุบลงตามข้อกระดูก สามารถทำได้ง่ายและคนคนเดียวสามารถทำได้ จากนั้นก็นำชิ้นส่วนทั้งหมดล้างเลือดให้สะอาด แล้วก็เอาชิ้นส่วนแม่ใส่ในถุงพลาสติก แล้วเอามาแช่ช่องฟรีซ   6.กรณีที่มีการเฉือนเต้านมนั้น คาดว่าไม่สามารถเอาชิ้นส่วนเข้าตู้เย็นได้ เลยพยายามหั่นให้ชิ้นเล็กลง ทั้งนี้ยืนยัน 100 % ว่า คนที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว คือ นายศิระ นอกจากนี้ยังพบบาดแผลที่ศพของ น.ส.ยุรีย์นั้น มีแผลฟกช้ำอยู่ที่บริเวณคิ้วด้านขวา   7.หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มีดที่ก่อเหตุ พบดีเอ็นเอของลูกชาย   ทั้งหมดนี้ จึงเชื่อได้ว่า ลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมูลเหตุการก่อเหตุนั้น จาการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องพบว่า แม่และลูกก็เคยมีปัญหามีปากเสียงกันบ้างบางครั้ง แต่มูลเหตุทั้งหมด ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน ซึ่งการที่ชัดเจนที่สุดณเวลานี้คือหลักฐานที่กล่าวมา   ต่อมามีหญิงที่อ้างว่าเป็นครูของนายกายและสนิทกับผู้เป็นแม่ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุนายกายโทรมาหาตอนค่ำ บอกว่ามีเรื่องเครียด แต่ไม่ได้บอกว่าอะไร และก่อนหน้านี้ นายกายก็เคยมีพฤติกรรมเหมือนสติหลุดคุมตัวเองไม่อยู่เวลาที่โกรธ และเคยมีปากเสียงกับแม่มาก่อน ตนในฐานะคนสนิท จึงเป็นคนสังเกตพฤติกรรมกายที่เปลี่ยนไป จึงบอกให้แม่พากายไปพบแพทย์   ในส่วนของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านเกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุคืนวันอาทิตย์ประมาณ 4 ทุ่ม ขณะที่อยู่บนห้องนอน ก็ได้ยินเสียงดังปั๊กๆๆ ดังสองสามครั้ง จนตกใจและบอกกับสามีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องหรือขอความช่วยเหลือใดๆ เงียบสนิททั้งคืน ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกสงสารแม่ลูกคู่นี้เพราะเขารักกันมากและเป็นคนดีขยันทำมาหากิน   สำหรับประวัติบ้านที่เกิดเหตุ พบว่าอยู่บริเวณทางสามแพร่ง หันหน้าเป็นทางแยก ซึ่งตามความเชื่อจะถือว่าบ้านที่อยู่ทางสามแพร่งจะไม่ดี ที่ผ่านมาก่อนที่สองแม่ลูกจะมาซื้ออยู่นั้น ก็มีคนเคยอาศัยอยู่และก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนเกือบเสียชีวิตมาแล้ว และสองแม่ลูกก็มาซื้อและอาศัยอยู่ที่หลังนี้ 5-6ปี ก็มาเกิดเรื่อง   ส่วนกรณีที่มีเพื่อนของน้องกาย ลูกชายที่ก่อเหตุ ตั้งข้อสังเกตและโพสต์เฟซบุ๊กว่า น้องกายนั้นถนัดมือซ้ายแต่ในภาพการเสียชีวิตปืนกลับอยู่ข้าวขวา เมื่อวานนี้ก็มีการแชร์คลิปภาพของนายกายขณะที่เขียนหนังสือกับเพื่อนที่โรงเรียนพบว่าเป็นการเขียนด้วยมือขวา โดยเพื่อนเปิดเผยว่าตนและเพื่อนๆเห็นว่านายกายถนัดซ้ายจริง แต่พอเห็นคลิปแล้วก็คิดว่าเป็นไปได้ที่นายกายอาจจะถนัดทั้งซ้ายและขวา ซึ่งการที่ตนโพสต์เฟซบุ๊กก็ตั้งข้อสงสัยเพราะไม่เชื่อว่าเพื่อนตนเองจะฆ่าแม่และหั่นศพได้ขนาดนี้   เช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนของนางติ๊กแม่ของนายกาย ก็ตรงเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสองแม่ลูกโดยเฉพาะนางสาวนุชและนายชัย ที่อยู่ในเหตุการณ์  ซึ่งทางกลุ่มเพื่อนของผู้ตายทั้งนายนัท นางสาวโอ๋ และนายโจ เพื่อนสนิทก็ออกมาเปิดใจว่า เรื่องราวที่ชาวโซเชียลตั้งข้อสังเกตและกล่าวหาเพื่อนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่เป็นความจริง   เพื่อนทุกคนเจตนาดีไม่มีใครคิดร้ายหรือทำร้ายเพื่อนได้ขนาดนี้ ทุกคนก็ยังงงสงสัยว่า นายกายจะฆ่าแม่ด้วยมูลเหตุมาจากเรื่องใด แต่จากหลักฐานและเหตุการณ์ที่ในบ้านนั้นมีแค่สองแม่ลูก แล้วจะเป็นใครมาฆ่าได้ ด้วยความสนิทสนมก็ยังไม่อยากจะเชื่อ แต่ยืนยันว่าทั้งชัยและนุชไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GWBy77IygNM

 178,728
อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

ปิดคดีฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น ตร.ยันลูกชายทำคนเดียว 100% เปิดหลักฐานชัดเคลียร์ทุกประเด็น

จากคดีสะเทือนขวัญ กรณีนายศิระ สมเดช หรือกาย อายุ 20 ปี ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ หรือ แม่ติ๊ก อายุ 42 ปี และหั่นอวัยวะ ออกเป็น 5 ส่วน ไปแช่ตู้เย็น เหตุเกิดในบ้านพักเลขที่ 96/320 ซอยท่าข้าม 28 และใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่สังคมเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับคดีนี้เป็นอย่างมาก ว่าเกิดอะไรขึ้นและใครเป็นคนฆ่าแม่ และมีใครฆ่าลูกด้วยหรือไม่   ล่าสุด ตำรวจยืนยันแล้วว่าคดีนี้คนที่ฆ่าแม่ก็คือลูก โดย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นว่าคดีนี้ ลูกชายเป็นคนก่อเหตุแน่นอน จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดเชื่อได้ว่าลูกเป็นคนลงมือก่อเหตุฆาตครั้งนี้   1.เนื่องจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจร ปิดตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ไม่มีบุคคลอื่นเข้าออกจากบ้านนอกจากแม่และลูก 2 คน ซึ่งคาดว่าเวลาในการก่อเหตุหลัง 2 ทุ่มเป็นต้นไป   2.กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำคนเดียวจริงหรือไม่ จากการสอบปากคำพยานและวัตถุแวดล้อมต่างๆ เชื่อว่า นายกายลูกชายเป็นคนลงมือทำคนเดียวและสามารถทำได้ เพราะมีเวลาหลายชั่วโมง จนกว่าจะมีเพื่อนแม่มาที่บ้านและพบศพในตู้เย็น   3.เพื่อนแม่ที่เข้ามาพบลูกชายก็มีลักษณะพยายามปกปิดบางสิ่ง และไม่ยอมบอกแม่ไปไหนมีอาการคลุ้มคลั่งมาก จากนั้นจึงยิงตัวเองต่อหน้าเพื่อนแม่ โดยใช้ปืนของแม่ที่ซ่อนในกระเป๋าออกมายิง   4.เหตุการณ์นี้ ตร.มาถึงที่เกิดเหตุเร็ว เพราะ ตร.คนนี้สนิทกับผู้ตายและอาศัยใกล้เคียงบ้านเกิดเหตุ และที่ต้องมาเพราะเพื่อนของแม่พยายามเข้าบ้านไปแล้ว 1 รอบแต่ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่งและพยายามจะหนีออกไป ตร.คนนี้เห็นชัดเจนว่าเห็นลูกชาย ใช้อาวุธปืนจ่อศรีษะและยิงตัวเอง    5.หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ใช้ชุดตรวจสอบคราบเลือดและเก็บหลักฐานต่างๆ พบภายในห้องน้ำชั้นบนมีเลือดกระเด็น สาดเต็มห้องน้ำ ลูกชายได้หั่นศพแม่ของตัวเองภายในห้องน้ำ โดยการใช้มีดอีโต้วางตามข้อกระดูกและใช้ค้อนตอกทุบลงตามข้อกระดูก สามารถทำได้ง่ายและคนคนเดียวสามารถทำได้ จากนั้นก็นำชิ้นส่วนทั้งหมดล้างเลือดให้สะอาด แล้วก็เอาชิ้นส่วนแม่ใส่ในถุงพลาสติก แล้วเอามาแช่ช่องฟรีซ   6.กรณีที่มีการเฉือนเต้านมนั้น คาดว่าไม่สามารถเอาชิ้นส่วนเข้าตู้เย็นได้ เลยพยายามหั่นให้ชิ้นเล็กลง ทั้งนี้ยืนยัน 100 % ว่า คนที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว คือ นายศิระ นอกจากนี้ยังพบบาดแผลที่ศพของ น.ส.ยุรีย์นั้น มีแผลฟกช้ำอยู่ที่บริเวณคิ้วด้านขวา   7.หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มีดที่ก่อเหตุ พบดีเอ็นเอของลูกชาย   ทั้งหมดนี้ จึงเชื่อได้ว่า ลูกชายเป็นคนฆ่าแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนมูลเหตุการก่อเหตุนั้น จาการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องพบว่า แม่และลูกก็เคยมีปัญหามีปากเสียงกันบ้างบางครั้ง แต่มูลเหตุทั้งหมด ยังไม่มีใครตอบได้ชัดเจน ซึ่งการที่ชัดเจนที่สุดณเวลานี้คือหลักฐานที่กล่าวมา   ต่อมามีหญิงที่อ้างว่าเป็นครูของนายกายและสนิทกับผู้เป็นแม่ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุนายกายโทรมาหาตอนค่ำ บอกว่ามีเรื่องเครียด แต่ไม่ได้บอกว่าอะไร และก่อนหน้านี้ นายกายก็เคยมีพฤติกรรมเหมือนสติหลุดคุมตัวเองไม่อยู่เวลาที่โกรธ และเคยมีปากเสียงกับแม่มาก่อน ตนในฐานะคนสนิท จึงเป็นคนสังเกตพฤติกรรมกายที่เปลี่ยนไป จึงบอกให้แม่พากายไปพบแพทย์   ในส่วนของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านเกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุคืนวันอาทิตย์ประมาณ 4 ทุ่ม ขณะที่อยู่บนห้องนอน ก็ได้ยินเสียงดังปั๊กๆๆ ดังสองสามครั้ง จนตกใจและบอกกับสามีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องหรือขอความช่วยเหลือใดๆ เงียบสนิททั้งคืน ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกสงสารแม่ลูกคู่นี้เพราะเขารักกันมากและเป็นคนดีขยันทำมาหากิน   สำหรับประวัติบ้านที่เกิดเหตุ พบว่าอยู่บริเวณทางสามแพร่ง หันหน้าเป็นทางแยก ซึ่งตามความเชื่อจะถือว่าบ้านที่อยู่ทางสามแพร่งจะไม่ดี ที่ผ่านมาก่อนที่สองแม่ลูกจะมาซื้ออยู่นั้น ก็มีคนเคยอาศัยอยู่และก่อเหตุทะเลาะวิวาทจนเกือบเสียชีวิตมาแล้ว และสองแม่ลูกก็มาซื้อและอาศัยอยู่ที่หลังนี้ 5-6ปี ก็มาเกิดเรื่อง   ส่วนกรณีที่มีเพื่อนของน้องกาย ลูกชายที่ก่อเหตุ ตั้งข้อสังเกตและโพสต์เฟซบุ๊กว่า น้องกายนั้นถนัดมือซ้ายแต่ในภาพการเสียชีวิตปืนกลับอยู่ข้าวขวา เมื่อวานนี้ก็มีการแชร์คลิปภาพของนายกายขณะที่เขียนหนังสือกับเพื่อนที่โรงเรียนพบว่าเป็นการเขียนด้วยมือขวา โดยเพื่อนเปิดเผยว่าตนและเพื่อนๆเห็นว่านายกายถนัดซ้ายจริง แต่พอเห็นคลิปแล้วก็คิดว่าเป็นไปได้ที่นายกายอาจจะถนัดทั้งซ้ายและขวา ซึ่งการที่ตนโพสต์เฟซบุ๊กก็ตั้งข้อสงสัยเพราะไม่เชื่อว่าเพื่อนตนเองจะฆ่าแม่และหั่นศพได้ขนาดนี้   เช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนของนางติ๊กแม่ของนายกาย ก็ตรงเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของสองแม่ลูกโดยเฉพาะนางสาวนุชและนายชัย ที่อยู่ในเหตุการณ์  ซึ่งทางกลุ่มเพื่อนของผู้ตายทั้งนายนัท นางสาวโอ๋ และนายโจ เพื่อนสนิทก็ออกมาเปิดใจว่า เรื่องราวที่ชาวโซเชียลตั้งข้อสังเกตและกล่าวหาเพื่อนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่เป็นความจริง   เพื่อนทุกคนเจตนาดีไม่มีใครคิดร้ายหรือทำร้ายเพื่อนได้ขนาดนี้ ทุกคนก็ยังงงสงสัยว่า นายกายจะฆ่าแม่ด้วยมูลเหตุมาจากเรื่องใด แต่จากหลักฐานและเหตุการณ์ที่ในบ้านนั้นมีแค่สองแม่ลูก แล้วจะเป็นใครมาฆ่าได้ ด้วยความสนิทสนมก็ยังไม่อยากจะเชื่อ แต่ยืนยันว่าทั้งชัยและนุชไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GWBy77IygNM

 178,728
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,609
อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

แม่ป่วยทางจิต คว้าสากกะเบือทุบหน้าลูกสาววัย 6 ขวบดับสลด ก่อนนอนกอดศพแนบกาย

สงขลา - ตำรวจ สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิต ภายในห้องเช่า อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เกิดเหตุเป็นบ้านห้องแถวชั้นเดียว ภายในห้องพบร่าง ด.ญ.อายุ 6 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ในสภาพที่ใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนช้ำทั้งหน้าเลือดออกทางจมูกเปราะที่นอนและสภาพศพเพิ่งถูกทำร้าย และที่บริเวณหน้าห้องนอนพบสากกะเบือเปื้อนเลือดตกอยู่คาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้าย   และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุ คือแม่แท้ๆซึ่งมีอาการป่วยทางจิต และขณะเกิดเหตุก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยังอยู่ภายในห้องนอน แต่จากการสอบถามไม่ยอมพูดคุยหรือให้การใดๆ นิ่งเฉยตลอด ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.สะเดา   หลังเกิดเหตุตำรวจได้สอบถาม ผู้เป็นยาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มเมื่อคืนวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้กลับจากทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในอ.สะเดา เมื่อมากลับมาถึงบ้านได้เคาะประตูเรียกลูกสาว ได้เดินออกมาเปิดประตูให้ จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปนอนภายในห้องนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น   แต่รู้สึกผิดสังเกตเนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหลานสาวเลย จึงเดินเข้าไปดูภายในห้องนอนทีแรกก็เห็นหลานสาวนอนห่มผ้าคลุมหัวอยู่โดยมีแม่นอนกอดลูกแนบอก ตนจึงได้เรียกหลานเพื่อให้ลุกขึ้นไปฉี่เหมือนทุกคืนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ โดยเรียกอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ตื่นจึงได้ไปดึงผ้าห่มออกจากตัวก็แทบช๊อค เพราะที่ใบหน้าหลานถูกตีจนเละเลือดอาบ เมื่อถามลูกสาวก็ไม่ยอมพูดอะไรได้นั่งนิ่งอย่างเดียว จึงได้ออกไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาดูและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ยายเล่าอีกว่า น้องกำลังจะเข้าโรงเรียนในชั้นอนุบาล3 เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เป็นวันแรกหลังจากที่ได้ไปสมัครเรียนไว้เมื่อวันศุกที่ผ่านมา เนื่องจากน้องเปียและแม่เพิ่งเดินทางมาอยู่กับตนที่ห้องเช่าเมื่อประมาณวันที่ 24-25 กันยายนที่ผ่านมา และอาศัยอยู่ในห้องเช่าด้วยกัน 3 คน ตนเป็นคนทำงานหาเลี้ยงเนื่องจากลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถทำงานได้ และก่อนหน้านี้ก็อาศัยอยู่กับตาที่จ.นครพนม แต่เมื่อตาเสียชีวิตทั้งสองคนก็มาอยู่กับตนเพราะไม่มีใครดูแล โดยคาดว่าสาเหตุที่ทำร้ายลูกน่าจะมาจากอาการป่วยทางจิตกำเริบและขาดยาเนื่องจากไม่กินยาต่อเนื่องมาหลายวัน   สำหรับศพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดหัวถนน ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านเกิดเหตุ และจะทำพิธีสวดอภิธรรมศพแค่คืนเดียวและในวันนี้ (5 พ.ย.)จะทำพิธีฌาปณกิจศพทันที เนื่องจากครอบครัวลำบากและไม่มีญาติพี่น้องมีเพียงเพื่อนบ้านและเพื่อนคนงานที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาช่วยงานศพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dzxWhdolHc0

 7,609
สังคม-อาชญากรรม
21 มิ.ย. 62

แม่พม่าสุดเหี้ยม กลัวคนรู้ว่าคลอดลูก จัดการฆ่าปาดคอทารกแรกเกิด ก่อนห่อทิ้งถังขยะ

สน.บึงกุ่ม​ รับแจ้งพบศพเด็กทารกเพศชายถูกฆ่า ในเวลาต่อมา พบว่ามีหญิงสาวชาวเมียนมา ซึ่งเป็นลูกจ้างของบ้านหลังหนึ่ง ภายในซอย​นวมินทร์​ 70​ แยก​ 5-4 แขวงคลองกุ่ม​ เขตบึงกุ่ม​ กทม. ได้คลอดลูกออกมาภายในห้องพักในบ้าน​ แต่ผู้เป็นแม่เกิดความกลัวคนอื่นรู้​ จึงได้ใช้กระดาษยัดใส่ปากเด็ก ก่อนจะใช้มีดปอกผลไม้ยาวประมาณ​ 4 นิ้ว​ ปาดคอและแทงทะลุลำคอเด็กจนเสียชีวิต​ และนำศพคลุมด้วยเสื้อและห่อด้วยผ้า​ 3 ชั้น​ใส่ถุงสีดำ 3 ใบ​ ทิ้งถังขยะภายในห้อง​   ต่อมาได้บอกนายจ้างให้พาไปรักษาตัวที่​โรงพยาบาล เนื่องจากมีการเสียเลือดมาก​ ก่อนที่จะยอมรับสารภาพว่า ได้ฆ่าลูกและทิ้งศพไว้ในถังขยะวางไว้ในห้อง​ เมื่อนายจ้างทราบเรื่องจึงได้กลับไปที่บ้าน จึงพบศพเด็กทารกเพศชายจริง​ และนำศพมาให้ตำรวจที่​ สน.บึงกุ่ม​ ส่วนหญิงสาวชาวเมียนมาซึ่งเป็นแม่เด็กขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่​โรงพยาบาลนพรัตน์   ทั้งนี้สาเหตุคาดว่าแม่เด็กมีความเครียดที่เลิกกับสามี​ จึงทำให้ลงมือก่อเหตุสลดดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนหญิงสาวชาวเมียนมาอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dgQ417Ly__8

 8,806
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 62

แม่วัยใสคลั่งปาดคอตัวเองไม่เข้า หันไปฆ่าลูกชายวัย 3 ขวบดับแทน หลังโดนเพื่อนขู่แฉภาพลับ

ยโสธร-เกิดเหตุเด็กอายุ 3 ขวบ ถูกปาดคอหวิดขาดอาการสาหัส และเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล               จากการสอบถาม นางลำไย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เป็นยายกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นางนิภาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี แม่ของเด็กที่เสียชีวิต บอกว่า ได้มีผู้หญิงชื่อนก เป็นเพื่อนของลูกสาวแต่อยู่คนละหมู่บ้าน โพสต์เฟซบุ๊กข่มขู่ลูกสาวให้โอนเงินให้ 3,000 บาท หากไม่โอนผู้หญิงชื่อนกบอกว่า จะแฉภาพของลูกสาว ตนไม่ทราบว่าภาพอะไรที่นางนกจะแฉลูกสาวตน   จากนั้นตนได้ยินเสียงสาวร้องดังๆ ว่าแม่หนูจะผูกคอตาย ซึ่งตนก็ไม่ได้สังเกตอาการลูกสาว ก่อนที่ลูกสาวจะใช้มีดปาดผลไม้ปาดคอตัวเองแต่ไม่เข้า ลูกสาวเลยใช้มีดดวงเดียวกัน ปาดคอลูกชาย ทำให้เส้นเลือดใหญ่และหลอดลมขาด เมื่อตนรู้ก็ได้มาช่วยหลาน โดยการเรียกรถกู้ชีพ อบต.ดู่ทุ่ง นำส่ง ร.พ.ยโสธร แต่ก็ไม่ทันการณ์หลานสิ้นใจในอ้อมอก   ส่วนพ่อเด็ก ได้เลิกกับลูกสาวตนตั้งแต่ลูกสาวตั้งท้องได้ 9 เดือน หลังคลอดลูกอาการลูกสาวก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และอกหักอีกหลายครั้ง จึงเป็นสาเหตุให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า และลูกสาวกับหลานไปอยู่บ้านปู่ พ่อของพ่อสามีตน เพราะจะได้ดูแลปู่ไปในตัว ก่อนเกิดเหตุตนว่าจะเอาหลานไปด้วยแต่ไม่รู้ยังไงตนเดินกลับบ้านคนเดียว มารู้อีกทีก็ตอนเพื่อนบ้านวิ่งมาบอกเหตุร้าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cFBoYoMr348

 18,104
ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 62

แม่วัยรุ่นทะเลาะสามี ปล่อยลูกให้คลานลงสระจมน้ำตาย ตร.คุมตัวทำแผนร่ำไห้กอดศพลูก

จันทบุรี-ตร.จับกุม น.ส.กนกวรรณ  ขาวแพร อายุ 21 ปี ได้คารถทัวร์ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าได้พบศพเด็กเสียชีวิตลอยน้ำอยู่บริเวณบ่อน้ำข้างสนามออกกำลังกายในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยไม่มีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย    ผลการชันสูตรเบื้องต้น พบว่าไม่มีน้ำในปอดของเด็กที่เสียชีวิต และพบร่องรอยฟกช้ำตามลำตัว คาดว่าเด็กน่าจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพมาโยนทิ้งสระน้ำเพื่ออำพราง หลังรับทราบผลการชันสูตรจากแพทย์ ทางตำรวจสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่หาข่าวตรวจสอบข้อมูล เพื่อเร่งคลี่คลายคดี   จากนั้นได้นำตัวผู้เป็นแม่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่หอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องเช่าที่อาศัยอยู่กับลูก 2 คน จากนั้นได้แสดงขั้นตอน พาตัวลูกสาว ขี่รถ จยย. เดินทางไปยังสถานที่ออกกำลังกายติดกับสระน้ำที่เกิดเหตุ   จากนั้นนำผู้ต้องหาชี้จุดที่พาลูกสาวมาปล่อยให้คลานลงไปในสระน้ำ เพื่อให้จมน้ำเสียชีวิตเอง ขณะที่ น.ส.กนกวรรณ ผู้ต้องหา ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ทำการจุดธูปให้ เพื่อที่ตนเองจะกล่าวขอขมากับลูก ที่บริเวณริมสระน้ำ โดยเจ้าตัวอยู่ในอาการร้องไห้เสียใจตลอดเวลา ได้โผเข้าไปกอดศพลูกปล่อยโฮร่ำไห้เสียใจทันที พร้อมกับกล่าวขออโหสิกรรม   จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าลูกสาวตัวเองจริง เนื่องจากลูกสาวส่งเสียงร้องไห้ตลอดเวลา พยายามกล่อมแต่น้องไม่หยุดร้องไห้ จนเมื่อเวลา 05.00 น. จึงได้อุ้มลูกขี่รถ จยย.ออกมาข้างนอก เพื่อหวังให้หยุดร้องไห้ แต่ไม่เป็นผล   เมื่อโทรศัพท์พูดคุยกับสามี ที่ฝึกทหารอยู่ในค่ายแห่งหนึ่ง และเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง โดยที่ลูกสาว ก็ยังส่งเสียงร้องไห้ไม่หยุดจึงเกิดความโมโห หลังจากวางสายกับสามี ได้อุ้มตัวลูกตรงไปที่ริมสระน้ำ ก่อนจะวางน้องลงริมตลิ่ง แล้วปล่อยให้คลานลงไปในสระน้ำ โดยที่ตัวเองกลั้นใจเดินร้องไห้กลับขึ้นมาบนฝั่ง โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองลูกสาว ที่กำลังจมน้ำ จนทำให้ลูกสาวจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด ก่อนที่จะขี่รถ จยย.กลับมาที่ห้องเช่า เพื่อเก็บเสื้อผ้า ขึ้นรถทัวร์เดินทางหลบหนี และมาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด   ตร.ระบุพฤติการณ์ก่อเหตุ น่าจะเกิดจาก ผู้ต้องหา มีความเครียดจากการที่ ไม่พร้อมมีวุฒิภาวะในการเลี้ยงดูลูก เนื่องจากอายุน้อย ประกอบกับมีปากเสียงทะเลาะกับสามี อย่างไรก็ตามหลังการสอบสวนและคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b-qnJX2LUao

 4,043
สรุปข่าว
18 ม.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ม.ค.62 บิ๊กป้อมงอนสื่อ-วันเลือกตั้งเหมาะสุด24 มี.ค.-เบรคขึ้นค่ารถเมล์-ขับช้าแช่เลนขวาต้องโดนใบสั่ง

-วิกฤตฝุ่นจิ๋ว อุตุฯเตือนอากาศปิดคลุมกรุงเทพฯหนักสุดอาทิตย์นี้ 20 ม.ค. รองนายกฯฉัตรชัย ระบุอีก 7 วันความกดอากาศระลอกใหม่จากจีนจะมา แต่ยันยังคุมได้ เอาอยู่ คาดไม่เกิน ก.พ.สถานการณ์คลี่คลาย นายกฯโพสต์แจงแก้ปัญหาฝุ่นละอองจิ๋ว สั่งพรุ่งนี้ต้องไม่มีรถเมล์ควันดำ รถเมล์ต้องใช้น้ำมัน B20 ภายใน 1 ก.พ. ทางด่วนติดตั้งเครื่องปล่อยฝุ่นละอองน้ำ รฟฟ.งดและปรับเวลาก่อสร้าง 7 วัน คมนาคมสั่งรถเมล์เติม B20 เกือบ 3 พันคัน พาณิชย์จับขายหน้ากากอนามัยโก่งราคา และในภาวะแบบนี้ศุลกากรออกประกาศนำเข้าหน้ากากอนามัยต้องเสียภาษี เตือน 20 ม.ค.ฝุ่นจิ๋วอาจกลับมาวิกฤตอีกรอบ รบ.สั่งห้ามรถควันดำวิ่ง เชื่อไม่เกิน ก.พ.คลี่คลาย   -คืบหน้าเฟซบุ๊กเทพโซโล โผล่อีกคลิปโชว์กระทืบคนเบี้ยวค่ายา อ้างฝีมือแก๊งสาขาประจวบฯ รองผบ.ตร.สั่งตามล่าใครคือเทพโซโล ประสาน ปปส.และบก.ปอท. สืบหา ชาวเน็ตตั้งค่าหัวไล่ล่าเอาให้หนัก แบบอื่นที่ทำคนอื่นเจ็บตาย ครอบครัวเหยื่อที่ตายอยากให้จับให้ได้ ไม่อยากให้เกิดกับคนอื่นอีก ล่าตัว 'เทพบุตร โซโล' ตั้งค่าหัว-รุมตื๊บเหมือนทำกับคนอื่น ญาติคนตายโวย ตร.ไม่ให้ดูหน้าคนร้าย อ้างจะเสียรูปคดี    -คืบหน้ากราดยิงที่ดุสิตธานีในเคนย่า สื่อเคนย่าเผยภาพนาทีกลุ่มอัลชาบับจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ที่ระเบียงห้องอาหาร อีกคลิปคนร้ายพร้อมอาวุธครบมือกระจายตัวเข้าศูนย์การค้า ก่อนกราดยิงและจุดระเบิดพลีชีพ ยอดตายเพิ่มเป็น 21 ราย เจ็บ 28 ราย สื่อ ตปท.นำเสนอข่าวบิ๊กป้อมบอกคนร้ายเลือกก่อเหตุดุสิตธานี เพราะอาหารอร่อย เพจวาสนา นาน่วม โพสต์บิ๊กป้อมงอนสื่อ อาจงดสัมภาษณ์สื่อยาว เปิดคลิปกลุ่มอัลชาบับจุดระเบิดพลีชีพ หลังกราดยิงเคนยา 'บิ๊กป้อม' งอนแค่พูดเล่นกับสื่อแต่ถูกนำเป็นประเด็น    -วิษณุยอมรับวันเลือกตั้งที่เหมาะสุดคือ 24 มี.ค.62 คาด พ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ภายในสัปดาห์หน้า ดังที่พล.อ.ประวิตรบอกไว้ ชี้กรอบเวลา 150 วันเป็นคนละเรื่องกับการรับรอง ส.ส.ภายใน 60 วัน แต่หาก กกต.นำมาเป็นเรื่องเดียวกัน ก็ขอให้บริหารจัดการให้ได้ ไม่หวั่นสมชัย อดีต กกต.ท้วง บอกอย่าตีตนไม่ก่อนไข้ ถ้ามีปัญหาค่อยไปยื่นศาล รธน. วงในมีการแจ้ง พ.ร.ฎ.ออกภายใน 23 ม.ค. ชัดแล้วว่าจะเลือกตั้ง 24 มี.ค. 'วิษณุ' มองแล้ว 24 มี.ค.เหมาะเลือกตั้งที่สุด    -สุดารัตน์ยังย้ำวันเลือกตั้งต้องไปถามบิ๊กตู่ ถ้าประกาศชัดก็จะดีกับทุกฝ่าย บรรยากาศทุกด้านจะดีขึ้นโดยเฉพาะเศรษฐกิจ พรรคอยากรู้ความชัดเจนของวันเลือกตั้งเหมือน ปชช. ความอึมครึมแบบนี้อาจเป็นประโยชน์เฉพาะผู้มีอำนาจเท่านั้น   -กรณี กกต.จะตรวจสอบแกนนำพรรคเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ บินพบทักษิณยิ่งลักษณ์ วรวัจน์ พรรคไทยรักษาชาติ แฉโดนกกต.ตามสอบปมบินไปอังกฤษ ชี้หากตนถูกตรวจสอบ ก็ต้องไปสอบ 4 รมต.พลังประชารัฐด้วย เพราะนัดคุยกับสมคิด-ประวิตร เช่นกัน เด็กทักษิณซัด กกต.อย่า 2 มาตรฐาน ต้องสอบ 4 รมต.พปชร.ด้วย    -พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัคร 350 เขต ที่สนามช้าง บุรีรัมย์ อนุทินประกาศความพร้อมเป็นนายกฯ บอกเลือกเปิดตัวที่บุรีรัมย์ เพราะเนวินเป็นพี่ชาย และเป็นอาจารย์ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เปิดนโยบายหวือหวาให้ปลูกกัญชาเสรี ตามโมเดลแคลิฟอร์เนียให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทุกครอบครัวปลูกกัญชาได้ ภูมิใจไทยเลือกถิ่นเนวิน เปิดตัวพรรค 'อนุทิน' ลั่นพร้อมเป็นนายก ชูนโยบายหวือ ให้ปลูกกัญชาได้ทุกบ้าน    -เบรคขึ้นค่ารถเมล์ ขสมก.ชะลอขึ้นราคารถรุ่นเก่าทั้งหมด ยังเก็บรถครีมแดง 6.50 ตลอดสาย รถแอร์ครีมน้ำเงินเก็บ 10-18 บาทตามระยะทาง โดย 21 ม.ค.จะปรับเฉพาะ NGV รุ่นใหม่และรถร่วม ขสมก. รัฐบาลเบรกขึ้นค่ารถเมล์เก่า ขสมก. 2,500 คัน เมล์ร้อนครีมแดงยัง 6.50 บาท   -ตร.บุกจับแม่วัยรุ่นบนรถทัวร์ หลังทะเลาะสามี ลูกร้องไม่หยุดเลยปล่อยให้ลูกขวบเศษคลานริมสระให้ไปตายในน้ำ นำตัวแม่ไปทำแผน ร้องขอจุดธูป ร้องไห้ขอขมากอดศพลูกเวทนา ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แม่วัยรุ่นทะเลาะสามี ปล่อยลูกให้คลานลงสระจมน้ำตาย ตร.คุมตัวทำแผนร่ำไห้กอดศพลูก   -ทูตญี่ปุ่นพาครอบครัวเหยื่อสาวร้องรองนายกฯ ถามความคืบหน้าสาวญี่ปุ่นถูกฆ่าในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเมื่อ 12 ปีก่อน แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้ หวั่นคดีหมดอายุความ 20 ปี ประจินยันยังตามคดีต่อเนื่อง ตรวจ DNA แล้ว 300 คน แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย สั่งเพิ่มรางวัลนำจับจาก 1.6 ล้าน เป็น 2 ล้าน   -สนช.รับหลักการร่าง พรบ.จราจรทางบก แก้กม.เอาผิดคนขับรถความเร็วต่ำแต่วิ่งเลนขวา เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการแซงรถ โดยจะเพิ่มความเร็วบนถนนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ขับช้าแต่อยู่เลนขวา ต้องกำหนดความเร็วเพื่อแก้ปัญหามนุษย์ลุงป้าขับช้าแช่เลนขวา ต้องโดนใบสั่ง สนช.แก้ พรบ.จราจร กำหนดโทษใหม่ ลงโทษมนุษย์ลุงป้า ขับช้าแช่เลนขวา   -ตร.หนุ่มล่าระทึกรถต้องสงสัยไม่จอดให้ตรวจ คนในรถบอกจะเข้าค่าย ตร.ยิงสกัดเสียงดังสนั่น เสียงวิจารณ์ใครผิดใครถูก ล่าระทึก ตร.หนุ่มยิงสกัดรถต้องสงสัย ซิ่งหนีไม่ยอมจอด ชาวเน็ตวิจารณ์ไม่ผิดทำไมไม่จอด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pLEZbGpXEfg

 2,463
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 61

หนูน้อย 4 ขวบตายปริศนากลางทุ่งนา แม่มีพิรุธอ้างลูกหลุดมือหาย พบมีอาการคล้ายป่วยจิต

อยุธยา-พบศพเด็กชายเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา ริมทางรถไฟบ้านภาชี คาดว่าจะเป็นศพน้องไทเกอร์ อายุ 4 ขวบ ที่หายออกจากบ้านกับแม่คือนางรุ่งทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่่บ้านพักอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันเสาร์ ที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยพ่อของเด็กได้ออกติดตามหาตัว   ก่อนมาพบศพในสภาพใส่เสื้อยืดสีแดงตัวเดียว ไม่สวมใส่กางเกง นอนหงายปริ่มน้ำ กางหน้าอกพบมีร่องรอยคล้ายถูกหยิกเป็นแผล 2 แผล นอนหงายเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการลากหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างไร ตำรวจได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์ในเบื้องต้นและส่งศพไปตรวจชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นหลักฐานคลี่คลายการเสียชีวิต   ด้านพ่อเด็กเปิดเผยว่า ลูกชายได้หายออกมาจากบ้านพักที่อำเภอปากเกร็ดนนทบุรี พร้อมกับแม่ ตั้งแต่เมื่อเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา คาดว่าจะพากันไปบ้านภรรยาที่จังหวัดสุรินทร์ ตนกับญาติช่วยกันออกตามหาเช็คกล้องวงจรปิดตามสถานีรถไฟสายอีสานตั้งแต่งสถานีหลักสี่ สถานีรังสิต ก็ไม่พบวี่แวว   กระทั่งเมื่อวันอังคารที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ภรรยาได้กลับมาที่บ้าน แต่ไม่มีลูกชายกลับมาด้วย ทำให้ทุกคนเอะใจและเชื่อว่าเด็กจะต้องได้รับอันตรายแน่นอน และพบตั๋วรถไฟในตัวของภรรยา ปลายทางลงที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี อำเภอภาชี และรุ่งเช้าวันที่ 17 ได้พากันออกตามหา ตรวจกล้องวงจรปิดที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชีพบว่า แม่ได้พาลูกชายครั้งสุดท้าย เดินผ่านออกจากสถานีรถไฟหายไป กระทั่งมาพบเป็นศพอยู่กลางทุ่งนาดังกล่าว   ด้านแม่ของเด็กให้การวกไปวนมา บอกเพียงว่าขึ้นรถไฟจะกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ มากับลูกแล้วเห็นว่าสามีตามมาจึงลงรถไฟแล้วเดินไปตามรางรถไฟ มีคนขี่รถจยย.มารับลูกไป จากนั้นไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน ปฎิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูกแต่อย่างใด บอกแต่เพียงสั้นๆ ว่าลูกชายพลัดหลุดมือหายไป ไม่รู้ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ซึ่งตำรวจสอบสวนแล้วได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน   ตร.เผยว่าจากการสอบสวนแม่เด็ก ยังให้การสับสนเรื่องของช่วงเวลาที่แยกกับลูกชายไปช่วงเวลาไหน และยังไม่เชื่อในคำให้การ ซึ่งจะได้ส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ โดยทราบจากทางครอบครัวก่อนหน้านี้ไม่มีความผิดปกติอะไร พร้อมทั้งจะเร่งรัดผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n-5d4BT-dyI

 13,453

Top