ค้นหา :

ผลการค้นหา "พ่นสเปรย์กำแพง"

ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

ลบแล้ว! มือดีพ่นสีสเปรย์ป่วนพัทยา หวั่นเชื่อมโยงม็อบฮ่องกง

พัทยา-มีการแชร์ภาพมือดีแอบพ่นสีสเปรย์ ตามจุดต่างๆ ทั่วเมืองพัทยา โดยพ่นเป็นตัวอักษรภาษาจีน ซึ่งแปลความหมายได้ว่า “สวรรค์ปราบพรรคคอมมิวนิสต์” และ คำว่า “ถอนตัวสามขั้น เอาชีวิตรอด” จนมีพลเมืองดีเห็นและได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพร้อมจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการสร้างกระแสของการชุมนุมที่ฮ่องกง   ล่าสุดเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ได้ดำเนินลบข้อความดังกล่าวออกจนหมดตามจุดที่พบข้อความดังกล่าว ตามบริเวณถนนเลียบชายหาด กำแพง ท่อน้ำ รวมถึงจุดต่างๆที่มองเห็นตามชุมชน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ชลบุรี พร้อมด้วยสันติบาล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและออกหาเบาะแสจนสามารถจับกุมมือพ่น เป็นชาวจีน 1 ราย   จากการสอบสวนชายชาวจีนคนดังกล่าว ไม่ยอมพูดหรือให้ข้อมูลใดๆแก่ทางเจ้าหน้าที่ แต่ชายคนดังกล่าวทำท่าทางแปลกๆ คล้ายพระภิกษุนั่งทำสมาธิ ยกมือขึ้นภาวนา และยังไม่พบเอกสารติดตัว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีหนังสือเดินทางเดินทาง พร้อมส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตม.ชลบุรีดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G9pX1IiYVzg

 626
สังคม-อาชญากรรม
07 ธ.ค. 61

ตร. เชียงใหม่ เร่งติดตามมือป่วน ไล่พ่นสีรถชาวบ้าน คาดเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองก่อเหตุ

ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเมืองเชียงใหม่ และชุดสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในชุมชนวัดล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้สีสเปรย์พ่นรถยนต์ชาวบ้าน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่วางแนวทางสืบสวนไว้ 3 ประเด็น ทั้งกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ และเพื่อนบ้านที่อาจจะเคยมีเรื่องกับผู้เสียหาย    หลังจากเกิดเหตุ รถยนต์ของชาวบ้านในชุมชนวัดล่ามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่ ถูกคนร้ายพ่นสีจำนวน 3 คันคันแรกรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นโคโรล่า สีเทา หมายเลขทะเบียน กท 7670 เชียงใหม่ เจ้าของรถคือนายสิโรเวฐณ์ บุญมา อายุ 42 ปีอยู่บ้านเลขที่ 204/3 ถนนราชภาคินัย ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่ คันที่สองรถ เก๋งโตโยต้าวีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน กพ 6747 เชียงใหม่ ของนาย ธนาวุฒิ วงค์ศาลา อายุ 39 ปีอยู่บ้านเลขที่ 23 ซอย 2 ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่ คันที่สามรถยี่ห้อเซฟโรเรต สีเทาหมายเลขทะเบียนรถ กษ 9814 เชียงใหม่ ยังไม่ทราบเจ้าของ โดยรถทุกคันจะถูกสีสเปรย์ สีเทา พ่นกระจกด้านหน้า ฝากระโปรงหน้า และบริเวณข้างรถทั้งคัน ซึ่งรถทั้งสามคัน ได้จอดไว้ข้างกำแพงวัดล่างช้าง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในชุมชนเป็นอย่างมาก     ล่าสุดด้านพลตำรวจตรี พิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เชียงใหม่ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆในชุมชนวัดล่ามช้างและบริเวณใกล้เคียง เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นในการก่อเหตุไว้ 3 ประเด็นคือกลุ่มวัยรุ่นที่อาจจะก่อเหตุด้วยความคึกคะนอง , กลุ่มนักท่องเที่ยวที่พักตามเกตส์เฮาส์บริเวณดังกล่าว เนื่องจากชุมชุนวัดล่ามช้างอยู่ใกล้กับผับแห่งหนึ่ง อาจจะเป็นไปได้ที่เป็นนักท่องเที่ยวที่ดื่มจนเมาและคึกคะนองก่อเหตุ และเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่อาจจะมีเรื่องกับผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำหนักกับประเด็นกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เนื่องจากบริเวณรอบๆที่เกิดเหตุมีร่องรอยถูกสีสเปรย์พ่นอยู่ทั้งรอยเก่าและรอยใหม่อยู่หลายจุด   อย่างไรก็ตามจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ารถยนต์โตโยต้าวีออส หมายเลขทะเบียน กพ 6747 เชียงใหม่ ของนาย ธนาวุฒิ วงค์ศาลา อายุ 39 ปีอยู่บ้านเลขที่ 23 ซอย 2 ถนนราชวิถี ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่ เจ้าของรถได้ใช้น้ำมันสนล้างคราบสีสเปรย์ ออกจากกระจกรถและตัวถังรถทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้บริเวณรั้วบ้านชาวบ้านและกำแพงวัด ตลอดจนตู้โทรศัพท์สาธารณะ และป้ายต่างมีร่องรอยถูกสีสเปรย์พ่น ทั้งเก่าและใหม่ อยู่หลายจุด    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตร. เชียงใหม่ เร่งติดตามมือป่วน ไล่พ่นสีรถชาวบ้าน คาดเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองก่อเหตุ

 564
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 61

รวบทันควัน ฝรั่งมือบอนพ่นสเปรย์กำแพงเมืองเชียงใหม่ อ้างเมาคึกคะนอง

เชียงใหม่-โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ภาพกำแพงเมืองเชียงใหม่ บริเวณย่านประตูท่าแพ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ถูกนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ใช้สเปรย์สีดำ พ่นเป็นตัวอักษร เขียนว่า 'Scougge Lee B' จนทำให้กลายเป็นภาพที่ไม่น่ามอง และถือเป็นการลบหลู่โบราณสถานสำคัญอายุกว่า 700 ปี ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านกาแฟใกล้เคียง พบกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นชาย 4 คน เดินมาตามทางจนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนที่หนึ่งในกลุ่มจะเดินถือสเปรย์มาพ่นกำแพงเมือง มีชายอีกหนึ่งคนในกลุ่มได้ใช้มือถือถ่ายรูปไว้ด้วย จากนั้นก็มีชายอีกสองคนเดินตามหลังมา   โดยหลังก่อเหตุทั้งหมดยังได้มีการพูดคุยและยืนหยอกล้อกันที่บริเวณดังกล่าว ด้วยความสนุกสนาน จนกระทั่งมีรถตุ๊กตุ๊ก คันหนึ่งขับผ่านมาพบเจอ แล้วได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งหมด ก่อนที่จะเดินผ่านจุดที่กล้องวงจรปิดถ่ายไว้ได้ โดยได้มีการโยนกระป๋องสีสเปรย์ทิ้งไว้ที่บริเวณด้านข้างของร้านกาแฟร้านดังกล่าวอีกด้วย   ทั้งนี้ทางกรมศิลปากรเชียงใหม่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการทำความสะอาดสีสเปรย์ที่พ่นบนกำแพงเมืองแล้ว ด้วยการใช้แปรงทองเหลืองขัดในจุดที่ถูกสเปรย์พ่นลงไป และต้องเร่งทำการขัดให้ออกโดยเร็วก่อนที่สีที่พ่นไปนั้นจะซึมเข้าเนื้ออิฐ และจะทำให้ขัดออกได้ยากยิ่งขึ้น ส่วนอักษรที่ถูกพ่นลงไปนั้น จากการสอบถามทราบว่าน่าจะเป็นคำแสลงฝรั่ง ที่เป็นชื่อสถานที่หรือเมืองหนึ่งในต่างประเทศ   ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว MR. FURLONG LEE อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ และ MRS.BRITTNEY LORRETTA KATHERINE SCHNEIDER อายุ 23 ปี สัญชาติแคนนาดา โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งย่านถนนกำแพงดิน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาดังกล่าวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย   เบื้องต้นสารภาพว่า ในกลุ่มดื่มกินกันจนมึนเมา ระหว่างเดินกลับที่พัก ได้เจอกระป๋องสเปรย์วางอยู่จึงเกิดความคึกคะนอง และได้นำไปพ่นที่กำแพง เป็นคำว่า SCOUSER LEE ซึ่งเป็นศัพท์แสลงภาษาอังกฤษ หมายถึงคนพื้นถิ่นที่มาจากเมืองลิเวอร์พูล จนกระทั่งมีรถตุ๊กตุ๊ก คันหนึ่งขับผ่านมาพบเจอ แล้วได้มีการพูดคุยไม่ให้กระทำการในลักษณะดังกล่าวตนจึงหยุดและได้ทิ้งกระป๋องสเปรย์ไว้แล้วเดินกลับที่พัก จากนั้นในเวลาต่อมาก็มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจับกุมตัวได้ในที่สุด   อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหา โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 32 ผู้ใดบุกรุกโบราณสถาน หรือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ส่วนเพื่อนในกลุ่มอีก 2 คนที่อยู่ด้วยกันนั้นได้ให้การว่าไม่ได้เป็นคนใช้สีสเปรย์พ่น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการนำตัวลงบันทึกประวัติและได้ปล่อยตัวไป ซึ่งถือเป็นการดำเนินคดีตามหลักฐานที่ปรากฎ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LLWTK_ZTR5U

 3,396

Top