ค้นหา :

ผลการค้นหา "กัญชาถูกกฎหมาย"

สังคม-อาชญากรรม
07 มิ.ย. 62

เผยผลตรวจกัญชาของกลาง 18 ตัน แต่ไม่พบปนเปื้อนโลหะหนัก ใช้สกัดได้แค่ 7 กิโลฯ

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัย การจัดหา และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เห็นชอบให้ ป.ป.ส. นำกัญชาของกลางจาก 43 คดี รวมน้ำหนัก 22 ตัน ส่งมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนชนิดโลหะหนักและยาฆ่าแมลง   ล่าสุดผลการตรวจวิเคราะห์กัญชาของกลางที่ดำเนินการไปแล้วประมาณ 18 ตัน พบว่า โดยรวมไม่สามารถที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์ได้ เนื่องจากมีเพียง 7 กิโลกรัมเท่านั้น ที่ตรวจไม่พบสารปนเปื้อน ส่วนอีก 2 ตัน แม้ไม่พบการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง แต่ตรวจพบสารโลหะหนักแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน และที่เหลืออีกประมาณ 16 ตัน ตรวจพบทั้งยาฆ่าแมลง และสารโลหะหนักแคดเมียมเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องนำไปทำลายตามระเบียบที่กำหนดไว้   ขณะที่กัญชาของกลางที่ไม่พบสารปนเปื้อน จะมีการส่งมอบให้หน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษานำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงในส่วนของกัญชาของกลางน้ำหนัก 2 ตัน ที่ตรวจพบเพียงสารโลหะหนัก อยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิจัยที่ไม่ได้สกัดเป็นยา เนื่องจากขณะนี้มีหน่วยงาน 10 แห่ง มีการแจ้งขอนำไปใช้ประโยชน์รวมประมาณ 2.3 ตัน โดยจะส่งมอบให้ได้ภายในกลางเดือนนี้   พร้อมกันนี้ฝากเตือนไปยังประชาชนที่มีการใช้น้ำมันจากสารสกัดกัญชา เพราะมีความเป็นไปได้ที่ขายอยู่ในขณะนี้ อาจจะสกัดมาจากกัญชาในลักษณะเดียวกัน คือ มีสารปนเปื้อน หรืออาจปลูกในแหล่งที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้ในการรักษาควรปรึกษาแพทย์   ด้านนายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนในกัญชาของกลางเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล แบ่งการสุ่มตรวจเป็น 38 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์หาสารกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลง ทั้งตามเกณฑ์ทั่วไปของ อย. เพื่อหาสารตกค้างในอาหาร ผัก หรือผลไม้ สำหรับการบริโภค และตามเกณฑ์ตำรับมาตรฐานยาสมุนไพรไทย ครอบคลุมสาร 62 ชนิด รวมถึงยังมีการตรวจวิเคราะห์หาสารโลหะหนักอีก 4 ชนิด   ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า หากพิจารณาตามเกณฑ์สารตกค้างในอาหารสำหรับบริโภค ไม่มีตัวอย่างใดผ่านเกณฑ์ แต่หากพิจาณาตามเกณฑ์ตำรับมาตรฐานยาสมุนไพรไทย มี 1 ตัวอย่างเท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ เพียงแต่ยังคงพบการปนเปื้อนของโลหะหนักแคดเมียม ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่เกินค่าสูงสุด หรืออยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้   ทั้งนี้ เป็นเพียงการตรวจเฉพาะสารปนเปื้อนเท่านั้น ยังไม่รวมไปถึงการตรวจวิเคราะห์หาสารสำคัญในกัญชาที่ใช้ไปสกัดทำยา และในอนาคตอาจจะต้องมีการตรวจครอบคลุมไปถึงเรื่องของเชื้อราและยาฆ่าเชื้อรา เพราะด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย การเก็บรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่ทำให้กัญชามีความปลอดภัย เหมาะสำหรับนำไปสกัดทำยา จะต้องควบคุมตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ ขั้นตอนการปลูก เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่เป็นไปตามมาตรฐาน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CcqsAmmRPeU

 2,147
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ค. 62

ยอดลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายร่วม 2 หมื่น ผู้ป่วยเรียกร้องขยายเวลาเพิ่ม

บรรยากาศการลงทะเบียนแจ้งครอบครองกัญชาวันสุดท้าย มีผู้เดินมางมาลงทะเบียนจำนวนมาก โดยวันสุดท้ายเพียงวันเดียวมียอดลงทะเบียนจากทั่วประเทศกว่า 2 หมื่นราย ซึ่งเมื่อรวมกับยอดก่อนหน้านี้ประมาณ 16,000 ราย คาดว่าจะมียอดผู้แจ้งครอบครองกัญชา 36,000 ราย   โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้กัญชาในการรักษาในกลุ่มโรคร้าย อาทิ มะเร็ง ซึ่งหลังจากลงทะเบียนแล้วจะทำการสรุปข้อมูล เพื่อดูปริมาณการใช้กัญชาสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม เบื้องต้น จะให้องค์การเภสัชกรรม หรือสภากาชาดไทย เป็นผู้นำเข้าน้ำมันกัญชาก่อนในระยะ 1-2 เดือนแรก เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งจะได้ข้อสรุปในช่วงปลายเดือนนี้   ทั้งนี้มีเครือข่ายผู้ป่วยอยากขยายเวลาการลงทะเบียน เพื่อให้ครอบคลุมผู้ป่วยอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีเสียงเรียกร้องให้ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด   โดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ร่วมกับ ภาคประชาชน 10 องค์กร ร่วมกันจัด กิจกรรมเดินเพื่อผู้ป่วย กัญชารักษาโรค (Cannabis Walk) ระหว่าง 21 พ.ค.-9 มิ.ย. เส้นทางเริ่มจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร สิ้นสุดที่วัดบางปลาหมอ ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ระยะทาง 268 กม. โดยคณะผู้ร่วมเดินเพื่อผู้ป่วยมีผู้เข้าร่วมเดินประมาณ 500 คน โดยเดินในวันแรกประมาณ 13 กม. แล้วหยุดพักที่วัดหนองบัว ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nrXqVVPDeNg

 2,200
สรุปข่าว
22 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 22 พ.ค.62 อาชีวะตีกันรับเปิดเทอม-ลดกระหน่ำ gdp ไทย-นอนขวางทางรถไฟ หวังฆ่าตัวตาย

-ครม.มีมติประกาศให้ 4 พ.ค.ของทุกปีเป็นวันหยุดฉัตรมงคล และวันหยุดราชการ รวมวันหยุดประจำปีทั้งสิ้น 19 วัน ขณะที่รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี 3 มิ.ย. นายกฯนำจุดเทียนชัยถวายพระพร เชิญชวนคนไทยประดับพระฉายาลักษณ์ และผ้าระบายสีม่วง-สีเหลือง ตามสถานที่อาคารบ้านเรือน กำหนด 4 พ.ค.วันฉัตรมงคล รวมหยุดราชราชการ 19 วัน/ปี เตรียมจัดถวายพระพรสมเด็จพระราชินี 3 มิ.ย.   -ศึกอาชีวะรับเปิดเทอม ยิงสนั่นบนรถเมล์สาย 123 เสียชีวิต 1 มือยิงเป็นอดีต นร.เทคโนย่านตลิ่งชัน ส่วนคนตายเป็นอดีต นร.พาณิชย์ดังย่านฝั่งธน  ตร.รวบได้ทันควัน 3 ราย มือยิงอ้างถูกคู่อริอาวุธครบมือรุมบนรถเมล์ก่อน เลยยิงเปิดทาง ไม่คิดว่ายิงแม่นจนมีคนตาย แม่คนตายร่ำไห้ลูกเพิ่งถูกไล่ออกเพราะเกรดไม่ถึง ยันลูกเป็นคนดี ไม่เกเร แถมขี้ขลาดตาขาว ไม่เคยมีประวัติตีกับใคร นี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต ยิงกันรับเปิดเทอม! เด็กช่างยิงกันบนรถเมล์ย่านหลักสอง ดับ1 มือยิงอ้างป้องกันตัว ไม่คิดว่าจะยิงแม่น    -3พรรคตัวแปร ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา จัดตั้งรัฐบาลนัดเคาะเลือกขั้วศุกร์นี้ โดยปชป.จะนัดประชุม ส.ส. 23 พ.ค.เพื่อหาความชัดเจน ส่วนการลงมติเลือกนายกฯ ส.ส.ต้องปฏิบัติตามมติพรรค ด้านอนุทินลงภาพกินอาหารร่วมกับเฉลิมชัย ศรีอ่อน ของปชป. ส่วนกัญจนาระบุยังไม่ได้รับการทาบทามจาก 2 พรรค ยังไม่มีใครติดต่อมา ยังอยู่นิ่งๆ รอผลการประชุมพรรค 24 พ.ค.ก่อนตัดสินใจ 3 พรรคตัวแปร ปชป.-ภท.-ชทพ.นัดเคาะเลือกขั้ว 24 พ.ค. ก่อนโหวตปธ.สภา    -กอบศักดิ์บอกตอนนี้พลังประชารัฐกำลังต่อรองกันอยู่ โดยมีอุตตม-สนธิรัตน์ เป็นผู้เจรจากับพรรคร่วม ขอให้อดใจรออีกนิด มั่นใจข้อยุติเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เชื่อจะมีข่าวดีกับพี่น้อง ปชป.และยึดถือผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ 'กอบศักดิ์' แจงอยู่ระหว่างเจรจาพรรคร่วมรัฐบาล ยันรออีกนิดใกล้มีข่าวดี    -นายกฯพูดถึงการวางตำแหน่ง รมต.ว่า ยังไม่ได้คุยกัน หากคุยกันชัดเจนแล้วจึงนำมาให้นายกฯตัดสินใจ ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ บางพรรคเพิ่งประชุมยังไม่มีข้อยุติ การจับขั้ว 10 กว่าพรรค ถ้ามองว่ามันดีมันก็ดี มองในการร่วมมือกันจะกี่พรรคก็ไปได้ เน้นเอาของตัวเองหมดไม่ได้ ต้องนำทุกนโยบายทุกพรรคมาร่วมเป็นนโยบายรัฐบาล สิ่งที่หาเสียงกันมาเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น ต้องไม่มุ่งเอาชนะกัน เรื่องตำแหน่งไม่ใช่เรื่องขายของ พรรคร่วมต้องคุยกันก่อน ส่วนข่าวบิ๊กป้อมมีส่วนร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้นไม่จริง ทุกพรรคก็หวังได้กระทรวงหลักทั้งนั้น 'บิ๊กตู่' ปัดวางโผเก้าอี้ รมต. เพราะยังไม่ได้เป็นนายกฯใหม่ ชี้ตำแหน่งไม่ใช่ของซื้อขาย   -อนุพงษ์พูดถึงกระแสข่าวถูกทาบทามสานงานต่อกระทรวงมหาดไทย ชี้ต้องดูก่อนว่าใครเป็นนายกฯ และคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล การจัดคนไปทำงานต้องตอบสนอง ปชช.ไม่ใช่การแบ่งโควต้า ต้องคุยกันให้ลงตัว ให้เกียรติคนเป็นนายกฯ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ขอให้ช่วยงานต่อ ก็ต้องดูความเหมาะสม 'บิ๊กป๊อก' ตอบข่าวถูกทาบทามให้สานต่องาน มท. ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่    -โอ๊ค พานทองแท้โพสต์ ปัญหาการเมืองไทยแก้ไม่ยาก ถ้าทุกพรรคเชื่อมั่นในเสียงปชช. ชี้พรรคไม่หนุนรัฐบาลถูกกลั่นแกล้งสารพัดวิธี ตัวแปรจึงมาตกอยู่กับพรรคที่อยู่ตรงกลาง ที่มี ส.ส. รวมกันร้อยคนเศษ  หากจะไปรวมกับขั้วสืบทอดอำนาจให้ลุง ก็จะได้รัฐบาลปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ  และต้องพึ่งความหวังจากน้ำบ่อหน้า จากการยุบพรรคอีกฝ่าย  เพื่อซื้อตัว ส.ส. ที่กระจัดกระจายมาช่วยเสริมทัพ และต้องหาซื้องูเห่ามาเลี้ยง   หากตัวแปร 100 กว่าเสียงนี้ เข้าร่วมกับขั้วประชาธิปไตย ที่ไม่สนับสนุนลุง จะทำให้ได้รัฐบาลร่วม 350 เสียง ซึ่งในภาวะปกติถือว่า เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมาก ประชาธิปไตยไปต่อ ได้อย่างสบาย และการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะลงตัวไปนานแล้ว แต่ในยุคที่ลุงเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยอาจไปได้ยากหน่อย 'โอ๊ค พานทองแท้' โพสต์จี้ ปชป.-ภท. เลือกประชาธิปไตยแล้วชนะไปด้วยกัน   -ลดกระหน่ำ GDP ไทย สภาพัฒน์หั่น GDP ปีนี้เหลือ 3.6% หลังไตรมาสแรกโต 2.8 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี ส่วนส่งออกทั้งปีประมาณการโตแค่ 2.2% จากเดิมที่คาด 4.1% หลังไตรมาสแรกติดลบแล้ว 3.6% ด้านธปท.เตรียมปรับลด GDP ใหม่เช่นกันสัปดาห์หน้า ขณะที่ TMB หั่นแล้วเหลือแค่ 3% สภาพัฒน์หั่น gdp ปี 62 เหลือ 3.6% หลัง q1 ต่ำสุดในรอบ 4 ปี 'สมคิด' แนะฟอร์มรัฐบาลเร็วช่วยฟื้นได้   -ลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายคึกคัก ยอดรวมทะลุ 2 หมื่นราย เป็นกลุ่มจำเป็นต้องใช้รักษาราว 2 พันคน เครือข่ายผู้ป่วยเรียกร้องขอขยายเวลาจดทะเบียนครอบครอง เพราะทำไม่ทัน ขณะที่เสียงเรียกร้องให้ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดยังมีต่อเนื่อง อ.เดชา ศิริภัทรจัดเดินเท้ารณรงค์เพื่อผู้ป่วยในพิจิตร มีชาวบ้านนับพันร่วมกิจกรรม จี้รัฐบาลแก้กม.เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงกัญชา อย่าให้ตกอยู่ที่มือนายทุน ด้าน อย.เผยข่าวดีเตรียมนำเข้ากัญชาใช้รักาษผู้ป่วยระหว่างรอผลผลิตตามกม. ยอดลงทะเบียนครอบครองกัญชาวันสุดท้ายร่วม 2 หมื่น ผู้ป่วยเรียกร้องขยายเวลาเพิ่ม    -รุ่นน้องรุมโห่ หวิดรุมประชาทัณฑ์มงคลกิตติ์ หลังเจ้าตัวเข้าขอขมาที่ มจพ. เจ้าตัวบอกต่อยตีสมัยเรียนทำจริง แต่ทำนอก ร.ร. ที่ไลฟ์เล่าชีวิตแต่มีคนตัดต่อ ทำไปเพราะอยากดัง เลียนแบบมาร์ค พิทบูล สร้างกระแสให้คนสนใจ ปรากฏรุ่นน้องเดือด ถามแล้วจะรับผิดชอบชื่อเสียงสถาบันอย่างไร โกหกตั้งแต่ตอนนี้ แล้วจะไว้ใจให้ทำงานในสภาได้อย่างไร 'มงคลกิตติ์' โดนรุมโห่ หลังเข้าขอโทษสถาบัน อ้างเป็นวีรกรรมสมัยเรียน รับอัดคลิปเพราะอยากดัง โบ้ยมีคนตัดต่อ   -อุบัติเหตุรับเปิดเทอม กระบะหักรถ จยย.แหกโค้งพุ่งชนร้านค้า ก่อนทะลุกำแพง 2 ชั้นเข้าไปในห้องเรียนเด็กอนุบาลที่เพชรบูรณ์ เคราะห์ดีเด็กอยู่นอกห้องเตรียมเคารพธงชาติ เปิดเทอมวันแรก แต่เคราะห์ร้ายยาย 2 คนอยู่ในห้องตาย 1 เจ็บสาหัส 1 กระบะพุ่งชนกำแพง ร.ร. ทะลุห้องเรียน เคราะห์ดีเด็กอนุบาลออกไปเข้าแถว แต่แม่ค้าเจ็บ 1 ดับ 1    -ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ย่านคลองหลอดคลอกดับ 2 ศพ ตร.ยันไม่ใช่การลอบวางเพลิง คาดอุปกรณ์ไฟฟ้าเก่าชำรุด ส่วนกระแสข่าวผู้เช่าลอบวางเพลิงนั้นสอบแล้วไม่มีหลักฐาน และเชิญผู้เช่ามาสอบปากคำแล้ว   -ระทึกหน้าทำเนียบ ชายวัย 66 บุกใช้คัตเตอร์จี้คอตัวเองร้องขอความเป็นธรรมนายกฯ ระบุทหารในร้อยเอ็ดลอบเป็นชู้กับเมีย ร้องต้นสังกัดแล้วแต่ไม่คืบหน้า วินธัยชี้แจง ชายคนนี้กับภรรยาหย่ากันตั้งแต่ปี 58 ก่อนทหารมาแต่งงานทหารยศ ร.อ.อย่างถูกต้องตามกม.เมื่อปี 59 เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นการใส่ความ  ร.อ.ได้แจ้งความชายมีดจี้คอฐานหมิ่นประมาทแล้ว หนุ่มใหญ่ใช้มีดจี้คอร้องนายกฯ ถูกทหารแย่งเมีย กองทัพแจงฝ่ายหญิงหย่าขาดแล้ว ก่อนแต่งงานใหม่ตาม กม.   -รอดตายหวุดหวิด หนุ่มใหญ่นอนขวางทางรถไฟ หวังฆ่าตัวตาย เคราะห์ดีพนง.ขับรถเห็นทันจึงชะลอหยุดรถไว้ได้ เจ้าตัวบอกก่อนหน้านี้ยิงตัวเองนับ 10 นัด แต่ก็ไม่ตาย เลยมานอนขวางรถไฟจากนั้นก็เดินหายเข้าป่าข้างทาง โชคดีเห็นก่อน! คนขับลงไปช่วยได้ทัน หนุ่มเครียดนอนบนราง หวังให้รถไฟทับ อ้างเคยยิงตัว 10 นัดแล้วไม่ตาย    -ฮือฮา กู้ภัยโคราชขุดศพหนุ่มวัย 25 ฝังนาน 4 ปีในป่าช้า พบศพไม่เน่า ผิวหนังสภาพเดิม อวัยวะอยู่ครบ ร่างแข็งทื่อจนตั้งยืนได้ ญาติเผยหัวใจวายตาย ใส่ศพในโลงแล้วโบกปูนทับอีกที ไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีนเพราะมีเรื่องฟ้องร้องกับหมอ จนเรื่องจบ จึงขุดศพเอามาเผา ญาติอึ้ง ศพหนุ่มวัย 25 เก็บไว้นาน 4 ปี ไม่ได้ฉีดฟอร์มาลีน แต่ศพไม่เน่า ร่างแข็งทื่อตั้งยืนได้    -วอลเลย์บอลสาวไทยตบเดือด ไล่อัดเยอรมัน 3-0 เซต ประเดิมชัยศึกเนชั่นส์ลีก 2019 สกอร์ 26-24, 25-19 เซ็ตสุดท้ายท้ายเกมไล่บี้สุดมัน สาวไทยปิดเกมชนะไป 25-22 ลุ้นคืนนี้นัดที่ 2 เจออิตาลี ช่อง 33 ถ่ายทอดสด 22.20 น. ตบสาวไทยประเดิมเนชั่นส์ลีก อัดเยอรมัน 3-0 เซต รอดวลอิตาลี คืนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f5JXgN0HXP8

 2,619
สังคม-อาชญากรรม
11 มี.ค. 62

ป.ป.ส.ฮึ่มเพจดังขาย-โชว์ปลูกกัญชา เป็นเรื่อง ผิด กม.คนทั่วไปทำไม่ได้

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.เตือนกรณีมีเพจดังในโลกออนไลน์ จะมีการจัดงานกัญชาโลกโดยมีกิจกรรม การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชาร่วมทั้งการสาธิตการปลูกกัญชา ว่า หากมีการนำผลิตภัณฑ์กัญชาของจริง มาจำหน่ายก็ถือว่ามีความผิด เพราะกัญชายังเป็น ยาเสพติดประเภท 5 มีความผิดตาม กม.ยาเสพติด   ผู้ครอบครองต้องได้รับการอนุญาตจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายที่ประกาศไว้ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกได้ มีหน่วยงานที่ขอปลูกตอนนี้มี องค์การเภสัช กับกรมการแพทย์แผนไทย ส่วนผู้ครอบครองเพื่อการรักษาหรือผู้ป่วยก็ต้องไปแจ้ง เรื่องเพื่อรับการนิรโทษตามกฎหมาย  

 15,231
การเมือง
09 มี.ค. 62

'เนวิน' ลุยเองจัดงานพันธุ์บุรีรัมย์ มหกรรมกัญชาการแพทย์ เดินหน้าผลักดันกัญชาเสรีเพื่อคนไทย

เนวิน ประกาศลุยเอง เดินหน้าผลักดันกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจแก้จน เปลี่ยนชีวิตคนไทย โปรโมทยิ่งใหญ่งานพันธุ์บุรีรัมย์ มหกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่าง 19-21 เมษายนนี้    นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริษัทบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ย้ำว่า กัญชาไม่ใช่เพียงยารักษาโรค แต่อนาคตจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่แก้จน และเปลี่ยนชีวิตคนไทยได้ ยืนยันตนเองรู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก และขออย่าเบี่ยงเบนประเด็นให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมระบุการจัดงานครั้งนี้ ไม่ได้ต่อสู้เพื่อให้คนไทยเดินสูบกัญชา แต่ต้องการปูพื้นความรู้ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน จุดประกายความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชา และสามารถเข้าถึงได้ ในการปลูกเพื่อขาย ทำยา ปรุงอาหาร และเครื่องดื่ม ลบภาพเดิมที่ถูกมองเป็นยาเสพติด ซึ่งย้ำว่าทำได้ และมีโมเดลในต่างประเทศที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะบางรัฐของประเทศชั้นนำอย่างสหรัฐอเมริกา           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KWCxpJqa7pw

 6,165
เศรษฐกิจ
24 ก.พ. 62

ยาสูบเล็งขาย กัญชา-กัญชง หลังภาษีใหม่ 40% ทำรายได้ลดฮวบ

นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า รายได้ลดลงมากหลังมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ดังนั้นภายใต้กฎหมายใหม่ ที่เปลี่ยนจากโรงงานยาสูบ เป็นนิติบุคคล ภายใต้ชื่อ ยสท. ทำให้ ยสท.สามารถทำธุกิจอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยมีแผนจะนำกัญชา-กัญชง มาใช้ กัญชงจะนำไปทำเครื่องสำอาง และคอลลาเจน ส่วนกัญชาจะนำมาปลูกใช้ในวงการแพทย์เท่านั้น           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ZAYRKf01hJQ

 2,281
เศรษฐกิจ
23 ก.พ. 62

เห็นชอบกฎหมายนิรโทษกรรมกัญชา 3 ฉบับ ด้านศักดิ์สยาม ยัน 'กัญชาเสรี' ทำได้จริง

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษร่วมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นใหม่ 8 ราย สรุปว่า นิรโทษกรรม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักวิจัย ผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์  และบุคคลอื่นๆที่อยู่ในการพิจารณา แต่ทั้ง 3 กลุ่มนี้ต้องไปแจ้งหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ภายใน 90 วัน ว่าตนเองมีกัญชาอยู่ในครอบครอง    นอกจากนี้ นพ.ธเรศ ยังบอกอีกว่า จะมีการเพิ่มบทบัญญติ นำกัญชาของกลางไปศึกษาวิจัย    ส่วนที่หลายพรรคการเมืองชูนโยบายกัญชาเสรีทำได้หรือไม่ นั้น นพ.ธเรศ บอกว่า ตามหลักการไม่มีการอนุญาตให้ปลูกกัญชาเสรี การจะปลูกกัญชาต้องควบคุม ไม่ให้หลุดไปนอกระบบ    นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บอกว่า ยังยืนยันว่านโยบายกัญชาเสรี ยังใช้ได้จริง บอกศึกษาต้นแบบมาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบด้วยการใช้กัญชาเพื่อ 3 วัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อการแพทย์ 2. เพื่อการพาณิชย์ และ 3. ประชาชนสามารถปลูกได้ 6 ต้น/ครอบครัว ยืนยันว่าทำได้ สร้างรายได้ให้ประเทศปีละประมาณ 303,000 ล้านบาท           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/7m87uzQBdmI

 1,141
สังคม-อาชญากรรม
27 ธ.ค. 61

วิจารณ์หนัก เพิ่มบทนิรโทษฯ พ.ร.บ.กัญชา เอื้อต่างชาติจดสิทธิบัตร

จากกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ วาระ 2-3 จำนวน 28 มาตรา ซึ่งมีสาระสำคัญคือให้กัญชาและกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 สามารถนำไปศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสามารถนำไปใช้รักษาโรคภายใต้การควบคุมและดูแลทางการแพทย์ได้นั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการพูดถึงประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะในมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากมีการเพิ่มเติมบทนิรโทษกรรม โดยกำหนดให้ผู้ที่ทดลองใช้สารสกัดกัญชาเพื่อศึกษาวิจัย หรือเพื่อรักษาทางการแพทย์ ถ้าได้ขอรับใบอนุญาตภายในกำหนด 90 วันนับตั้งแต่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งมองว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ในการจดสิทธิบัตรให้กับบริษัทต่างชาติหรือไม่ ขณะที่บริษัทหรือหน่วยงานของไทยยังไม่เริ่มเพราะก่อนหน้ากฎหมายไม่รับรอง   ขณะที่ นายจิตรนรา นวรัตน์ รองโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ปัญหาเรื่องการจดสิทธิบัตรซึ่งมีความเป็นกังวลมาโดยตลอดว่า หากมีการปลดล็อคกฎหมายดังกล่าวก็อยากให้ผลประโยชน์ในการใช้สิทธิบัตรตกเป็นของคนไทย แต่ตนรับทราบมาว่ามีคำขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชาจำนวนมากในตอนนี้ซึ่งล้วนเป็นบริษัทต่างชาติ ไม่มีคนไทย หรือหน่วยงานของไทยยื่นขอแม้แต่รายเดียว ซึ่งหากกฎหมายมีผลบังคับใช้และคำขอถูกตอบรับ จะทำให้หน่วยงานหรือบริษัทของไทยเสียสิทธิบัตรในการจดเกี่ยวกับกัญชาเพราะยังไมได้เริ่มต้น   โดยเฉพาะในมาตรา 22 ที่มีการระบุถึงการค้นคว้าวิจัยที่ทำมาก่อนหน้านี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีผลย้อนหลังว่าการกระทำก่อนกฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับไม่ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการยื่นจดสิทธิบัตร เพราะจะกลายเป็นบริษัทของไทยซึ่งยังไม่ได้มีการค้นคว้าวิจัยอะไรเลย ไม่ได้ทำมาก่อนเพราะกฎหมายเดิมห้าม ทำให้ไม่มีผลงานค้นคว้าวิจัย ขณะที่บริษัทต่างชาติต่างมีผลงานค้นคว้าวิจัยมาก่อน   นายจิตรนรา กล่าวว่า ทั้งนี้แม้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะผ่านสภาวาระ 3 แล้ว แต่ได้มีความพยายามที่จะนำสาระสำคัญซึ่งมีการแก้ไขไปใส่ในร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่กำลังพิจารณาและรอให้สภาพิจารณา เนื่องจากหากกฎหมายกัญชาที่เป็นการแก้ไขจากกฎหมายยาเสพติดเดิมได้มีการประกาศออกใช้แล้ว และภายหลังร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นฉบับที่ใหญ่กว่าประกาศใช้ตาม จะมีผลทำให้กฎหมายกัญชาทีประกาศก่อนหน้ายกเลิก   ดังนั้นในวันที่ 7 ม.ค.นี้ คณะกรรมาธิการทั้งสองชุดจะประชุมร่วมกัน และจะมีการพูดคุยถึงข้อกังวลในเรื่องมาตรา 22 ที่จะมีผลต่อการจดสิทธิบัตรกัญชาของคนไทย โดยยืนยันว่าการพิจารณาในวันดังกล่าวจะยึดถือประโยชน์ของคนไทยเป็นสำคัญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/imvAhHKehoY

 1,568
สังคม-อาชญากรรม
16 ธ.ค. 61

บอร์ด อภ. เผยแผนปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ 3 ระยะ อนุมัติงบ 10 ล้าน เตรียมปลูกปลายเดือน ม.ค.62

นพ.โสภณ เฆมธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) เปิดเผยถึงเรื่องโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ว่า จากปัญหากัญชาของกลางที่ปนเปื้อนสารเคมีจนไม่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ จึงเห็นว่าจะต้องดำเนินการปลูกเอง ซึ่งแบ่งเป็นการปลูกระยะเร่งด่วน ระยะการปลูกและผลิตสารสกัดในระดับกึ่งอุตสาหกรรม และการดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งในการประชุมบอร์ด อภ.ได้พิจารณาการดำเนินการในระยะเร่งด่วนและระยะกึ่งอุตสาหกรรม โดยได้เห็นชอบอนุมัติใช้งบสำรองกรณีจำเป็นเร่งด่วนปีงบประมาณ 2562 จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่ง อภ.มีอยู่แล้ว ในการดำเนินการปรับปรุงและติดตั้งระบบเพาะปลูกกัญชา ซึ่งจะดำเนินการที่บริเวณชั้น 2 อาคารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ โรงงานผลิตยารังสิต   นพ.โสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นชอบในการใช้งบลงทุนเพิ่มเติมกลางปี 2562 ในการปรับปรุงอาคารและติดตั้งระบบเพาะปลูกปรับปรุงพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ รวมไปถึงค่าควบคุมงานและเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จำนวนรวมเกือบ 130 ล้านบาท ซึ่งจะต้องทำหนังสือขอความเห็นชอบไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ซึ่งจะเร่งดำเนินการส่งหนังสือขอความเห็นชอบเร็วที่สุด   ส่วนระยะที่ 3 หรือระดับอุตสาหกรรมนั้น ได้ให้ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการทำระดับอุตสาหกรรม ซึ่ง อภ.มีพื้นที่ 1,500 ไร่ ที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ถ้ามีความต้องการถึงระดับนี้เราก็จะได้เตรียมการ ซึ่งหากพิจารณากฎหมายยาเสพติดที่จะออกมาบังคับใช้ ในบทเฉพาะกาลจะให้เวลาดำเนินการ 5 ปี โดยไม่ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยให้หน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ร่วมกับรัฐในการลงทุนดำเนินการเรื่องกัญชาทางการแพทย์ เพราะการสร้างโรงงานก็ต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าจะปลูกและสกัดเป็นยาเพื่อให้ได้รายได้กลับเข้ามาต้องใช้เวลา ถ้าเปิดเลยให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนทันที เราก็ไม่ทันเขา   นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า สำหรับระยะเร่งด่วนที่จะปลูกได้ คาดว่าอย่างเร็วคือปลายเดือนมกราคม 2562 หรืออย่างช้าก็ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งต้องใช้เวลาในการปลูกแต่ละรอบประมาณ 10 สัปดาห์ ซึ่งเมื่ออนุมัติงบประมาณแล้วก็ดำเนินการปรับปรุงสถานที่เพื่อให้สามารถดำเนินการปลูกได้ทันที ส่วนในการของบกลางจากสภาพัฒน์ ก็จะทำหนังสือถึงสภาพัฒน์ให้ได้ภายในธันวาคมนี้   เมื่อถามถึงเรื่องคำขอสิทธิบัตรกัญชาจะเป็นปัญหาหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้ อภ.ทำหนังสือส่งไปถามทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ที่เรายังต้องเดินหน้าต่อ เพราะว่ามิเช่นนั้นจะไม่มียาให้ชาวบ้านใช้ เป็นความรับผิดชอบที่เราต้องสกัดน้ำมันกัญชาให้ใช้ได้ ถ้าดูจากกฎหมาย สารสกัดจากพืชไม่มีใครมีสิทธิบัตร และ อภ.ก็เอากัญชามาปลูกมาพัฒนาสายพันธุ์มาสกัด ซึ่งออกมาเป็นอย่างไรก็ใช้แบบนั้นเลย ไม่ได้ออกมาแล้วไปเลียนแบบเขาหรือสูตรเขา ซึ่งเราก็ไม่รู้ผิดหรือไม่ผิด แต่ถ้าฟ้องขึ้นมาก็ลำบาก แต่ก็มั่นใจว่า ปลูกแล้วสกัดเป็นน้ำมันกัญชาเลยน่าจะได้ ไม่มีปัญหาอะไร   ผศ.วิเชียร กีรตินิจกาล อาจารย์คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เรื่องขอจดสิทธิบัตรกัญชาจากสารธรรมชาติไม่น่ากังวล เพราะกฎหมายไม่ให้อยู่แล้ว ตามมาตรา 5, 6 และ 9 ของ พ.ร.บ.สิทธิบัตร แต่ที่กังวลคือ ต่างประเทศมีบางบริษัททำจากสารสังเคราะห์กัญชา ซึ่งกัญชามีสารแคนาบินอยด์ทั้งหมด 144 ตัว สามารถสังเคราะห์ได้ 90 กว่าตัวแล้ว อนาคตจะสามารถทำยาราคาถูกจนน่ากังวล เพราะเป็นการทำในห้องทดลอง ไม่ต้องปลูกพืช เพียงแค่ใช้ยีสต์ในการทำ เราถึงต้องการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยห้ามจดสิทธิบัตรสารสังเคราะห์ที่เหมือนสารในธรรมชาติ ต้องไม่ให้สิทธิบัตร เพราะมีผลต่อความสงบเรียบร้อยในประเทศ เราต้องมองการณ์ไกล กัญชาไทยต้องรักษาไว้ให้คนไทยที่มีมาแต่โบราณ การจดสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบจากธรรมชาติเลยเราไม่ควรให้ แต่การออกกฎหมายไม่ให้จดก็ขึ้นกับดุลพินิจของรัฐบาล ซึ่งควรมีคำตอบอย่างรวดเร็วเพื่อเดินหน้าไปได้ ส่วนที่ยื่นขออยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นสารธรรมชาติก็ต้องไม่ให้ด้วยเช่นกัน

 1,435
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 61

สนช.มติเอกฉันท์รับหลักการ 'ปลดล็อกกัญชา' - อภ.เผยตรวจกัญชาของกลางเจอสารพิษเพียบ เบนเข็มเตรียมปลูกกัญชาเอง

สนช. ฉลุย มติเอกฉันท์รับหลักการ กม.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกกัญชา ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ โดยตั้งกรรมาธิการพิจารณาแปรญัตติ 7 วันและพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน   วานนี้ (23 พ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติชาติ (สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ... วาระแรก ตามที่สมาชิก สนช. 44 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ เข้าชื่อเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ปลดล็อกให้กัญชาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ โดยที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 145 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการ 29 คน กำหนดแปรญัตติ 7 วัน โดยพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน   ขณะที่ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงผลการตรวจสอบกัญชาของกลางเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมาจากกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) 100 กิโลกรัม ว่า จากการตรวจสอบวัตถุดิบกัญชาแห้งจำนวน 3 ตัวอย่าง ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจหาการปนเปื้อน 3 ชนิด ได้แก่ 1.ยาฆ่าเชื้อรา difenoconazole และ propioconazole 2.ตรวจหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 60 ชนิด ซึ่งครอบคลุม 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสฟอรัส กลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ และกลุ่มคาร์บาเมต และ 3.การตรวจหาสารโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม   ผลการตรวจไม่พบยาฆ่าเชื้อรา แต่พบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้งยาฆ่าแมลงและยาฆ่า โลหะหนักทั้ง ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม ในทั้ง 3 ตัวอย่าง และเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา อภ.ส่งตัวอย่างกัญชามาตรวจเพิ่มอีก 1 ตัวอย่าง ก็ตรวจพบการปนเปื้อนแบบเดิม ดังนั้นกัญชาของกลางที่ได้มาถือว่ายังไม่มีคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้   ด้าน ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา อภ. กล่าวว่า กัญชาที่จะนำมาสกัดหาสารเพื่อใช้ทางการแพทย์ได้นั้นจะต้องผ่านมาตรฐานเดียวกับพืชที่นำมาใช้ทำยา แต่ผลการตรวจกัญชาของกลางล็อตนี้พบว่าไม่ผ่านคุณภาพมาตรฐานที่จะนำมาใช้ทางการแพทย์หรือใช้ทำยาได้ ดังนั้น อภ.จะนำของกลางทั้งหมดไปศึกษาในเรื่องอื่น ๆ แทน เช่น ศึกษาปริมาณสารหลักที่ออกฤทธิ์เป็นยา เช่นทีเอชซี (THC) แล ซีบีดี (CBD) ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ล็อตที่เอามาซึ่งปลูกในภูมิภาคนี้มีทีเอชซีสูงกว่าซีบีดี อัตราส่วน 8:1 เหมาะกับการรักษาโรคอะไร ก็จะได้ข้อมูลวิชาการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เตรียมขอของกลางจากมาเพิ่มอีก 300 กก. เพื่อตรวจสอบการตกค้างของสารพิษ ถ้าพบก็จะไม่ใช้ของกลางอีก   ภญ.นันทกาญจน์ แนวทางต่อมาคือ การหาพื้นที่ปลูกกัญชาเอง ให้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ โดยในวันที่ 30 พ.ย.นี้จะเชิญ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปดูพื้นที่ที่จะใช้ปลูกเพื่อดูว่ามารถใช้ได้และเหมาะสมหรือไม่ก่อนนำไปสู่กระบวนการปลูก เบื้องต้นที่เล็งไว้คือที่การปรับปรุงชั้น 2 ของโรงงานยารังสิต ขนาด 100-200 ตารางเมตร และนำกัญชาลูกผสมเข้ามาปลูก เพราะมีรอบเก็บเกี่ยวสั้น แค่ 3 เดือน โดยจะเร่งกระบวนการตรวจและขออนุญาตปลูกให้ได้ภายใน ม.ค. - ก.พ. 2562 ทั้งนี้คาดว่าจะให้น้ำมันกัญชาไม่น้อยกว่าแผนเดิมคือ 18,000 ขวด และยืนยันว่าภายใน พ.ค.2562 จะต้องมี น้ำมันกัญชาใช้ จะสอดรับพอดีกับร่างกฎหมายที่จะออกมาให้สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ในมนุษย์ได้  อย่างไรก็ตาม ก็จะมีการศึกษาเพื่อปรับปรุงพันธุ์ให้ได้พันธุ์ของเราเองด้วย            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/uBg61E5DVZs

 1,579
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ย. 61

'หมอจุฬา' จวกกรมทรัพย์สินฯปล่อยต่างชาติจดสิทธิบัตร 'กัญชา' อภ.ช็อกเตรียมทำวิจัยแต่โป๊ะแตก เตรียมรวมตัวฟ้องศาลปกครอง

หลังจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษมีมติเลื่อนการยกระดับ กัญชา จากยาเสพติดประเภท 5 เป็นประเภท 2 ออกไปก่อน เพื่อรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความทางกฎหมายให้ชัดเจนว่า สามารถทำได้หรือไม่นั้น   ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการพิจารณาการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ กล่าวว่า การเลื่อนออกไปก่อนก็ถือว่าดี ตรงที่หากรอร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็จะครอบคลุมมากกว่า และจากไทม์ไลน์ก็คิดว่าน่าจะทันในรัฐบาลชุดนี้   แต่ที่กังวลคือ กลัวว่าที่ทำกันมาหมดจะไม่สามารถใช้ได้จริง เนื่องจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา กลับทำบางสิ่งที่อาจส่งผลให้ประเทศเสียหายได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งนายกรัฐมนตรีด่วน เพราะที่ผ่านมากรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับเรื่องจากบริษัทต่างชาติ ที่เข้ามาขอยื่นจดสิทธิบัตรสารจากกัญชา ทั้ง ๆ ที่ทำไม่ได้ เพราะสารที่บริษัทต่างชาติมาจดเป็นสารในธรรมชาติของกัญชา ตามกฎหมายสิทธิบัตรไม่ได้ให้จด แต่จะจดได้ก็ต่อเมื่อเป็นสารสังเคราะห์ ถือว่าผิดพลาดมาก   ที่สำคัญเมื่อบริษัทนั้นมายื่นเรื่องขอสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญากลับรับเรื่อง และตามขั้นตอนได้ประกาศในเว็บไซต์เพื่อให้มีคนมาคัดค้าน ซึ่งให้ระยะเวลาคัดค้าน คือ 90 วัน ปรากฏว่าผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังเหลือขั้นตอนคัดค้านได้อีก ปัญหาคือ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า กรมทรัพย์สินฯ จะยืนฝั่งคนไทย เพราะการกระทำแบบนี้ถือว่าผิดพลาดมาก   ที่กังวลคือ หากบริษัทต่างชาติได้สิทธิบัตร สิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งการเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายเพื่อผู้ป่วย ทั้งการเดินหน้าขององค์การเภสัชกรรม ทั้งโรงงานกึ่งอุตสาหกรรม และการพัฒนาสายพันธุ์ การสกัดสารใช้งบ 120 ล้านจะทำได้อยู่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่น่าห่วง   โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า เรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องนี้ต้องแจ้งนายกฯรัฐมนตรีด่วนครับ เดี๋ยวจะเสียกัญชาให้ต่างประเทศไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ต้องสอบถามไปยังอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรุนแรงในเรื่องการปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาถือสิทธิพืชสมุนไพรกัญชา ทั้ง ๆ ที่มีการทักท้วงจากทางกระทรวงสาธารณสุขและองค์การเภสัชกรรมหลายครั้ง   ประเด็นคือยังไม่ได้สิทธิบัตร แต่อยู่ในกระบวนการ และได้รับการคุ้มครองแล้ว!!!!! ร้ายกว่าเรื่องที่เราพยายามจะเอามาใช้ในคนไทยด้วยซ้ำ   เรื่องสำคัญที่สุดคือการที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาปล่อยให้ต่างชาติได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรกัญชา แม้ทางกรมจะบอกว่ายังไม่ออกเลขสิทธิบัตรให้ แต่แง่ของกฏหมายถือว่าได้รับการคุ้มครองแล้ว ประเด็นคือ คำขอคุ้มครองนับตั้งแต่วันยื่นคำขอแล้ว ไม่สามารถใช้ความเข้มข้นตามอัตราส่วนดังกล่าว หรือการรักษาโรคดังกล่าวได้   แม้ยังไม่ได้เลขสิทธิบัตรก็ตาม ทั้งที่ขัด พรบ.สิทธิบัตร ม. 9(1), 9(4), 17(4) ดังนั้นกรมทรัพย์สินต้องไม่ควรปล่อยให้มันคาราคาซัง สรุปแล้วหนทางที่ดีที่สุดกับทุกฝ่ายคือ กรมฯต้องดำเนินการให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ. โดนถอนคำขอมิชอบออกไปให้หมด

 17,715
การเมือง
07 พ.ย. 61

รบ.ปลดล็อคกัญชา ออก พรบ.ใหม่ เข้า ครม. 13 พ.ย.นี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความคืบหน้า การแก้กฏหมายกัญชาเพื่อทางการแพทย์ว่า ขณะนี้กฏหมายกัญชาส่วนหนึ่งพิจารณาอยู่ที่ สนช. ขณะที่รัฐบาลก็รับมาพิจารณาและมอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข ไปพิจารณาปลดล็อค เพื่อนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์   แต่ทั้งนี้หากมีการปลดล็อคทางกฏหมายมากเกินไป ก็จะเกิดปัญหาตามมา เพราะประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องเดินไป แต่ยืนยันว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ในการรักษาพยาบาลหรือสาธารณสุขก็จะอยู่ในแผนแม่บท การปฏิรูปสาธารณสุขไทย   ด้านพลเอกอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ร่าง พรบ.ว่าด้วยยาเสพติด เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. และ สนช. ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาแล้ว และมีความเห็นว่า การที่ใช้ประโยชน์กัญชาควรที่จะแยกออกมาเป็น พรบ.เฉพาะ ซึ่งจะมีไม่กี่มาตรา ดังนั้น สนช.จะได้มีการยกร่างขึ้นมา ส่วนกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกระทรวงสาธารณะสุข ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อจัดทำข้อมูลทั้งด้านการวิจัยและเพื่อการใช้ประโยชน์ในการนำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์   ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้ใช้กัญชารักษาโรค ขณะที่ต่างประเทศได้ใช้กัญชาในการรักษาโรคและได้ผลสำเร็จ ซึ่งนำกัญชาไปสกัดได้สารที่เรียกว่าออย สามารถนำมาผสมสูตรต่างๆ เพื่อมารักษาโรค ได้ผลเกินร้อยละ 70 เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคชักกระตุก พาร์กินสัน โรคหืดหอบ และการรักษามะเร็ง ซึ่งทางนักวิจัยของไทยได้ศึกษาอย่างน้อยใน 4สถาบัน ในไทยแล้ว และยังมีกลุ่มวิจัยจำนวนหนึ่งได้ร่วมศึกษาเช่นกัน โดยจะต้องปฏิบัติตามกฏหมายของสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยจะต้องมีการดูแลทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง อย่างใกล้ชิด และมีการรับรองจาก อย. ขณะที่ผู้ที่เข้ารักษาต้องสมัครใจและมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้ ผลประโยชน์ที่จะได้รับมีทั้งเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย การนำเข้ายาจากต่างประเทศ รวมถึงเป็นธุรกิจ ที่ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ผู้ปลูกกัญชาก็ต้องเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะเกิดเป็นห่วงโซ่ ในด้านนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สนช. จะชี้แจงใน วันที่ 9 พ.ย.61 และจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. 13 พ.ย.นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M555mU-MpaA

 25,250
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 61

แพทย์แผนไทยเตือนอย่าสกัดน้ำมันกัญชาเอง ลั่นผิดกม.-อันตราย เผยเตรียมปรุงยาสนั่นไตรภพ หากปลดล็อกกม.แล้ว

นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวถึงกรณีประชาชนบางส่วนมีการสกัดน้ำมันกัญชา จนกังวลว่าหากปลดล็อกกฎหมายจะเกิดความเข้าใจผิดว่าสกัดได้หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนว่า กัญชา ยังอยู่เป็นยาเสพติดประเภท 5 อยู่ หากมีไว้ในครอบครองถือว่าผิดกฎหมาย และการที่ประชาชนบางส่วนที่มีความต้องการใช้สารสกัด หรือ น้ำมันกัญชา ดำเนินการสกัดเอง อันนี้ต้องระวังเพราะอาจได้รับอันตรายได้ โดยการสกัดน้ำมันกัญชา มีด้วยกัน 28 กรรมวิธี ตามหลักแพทย์แผนไทย ทั้ง สกัดแบบน้ำ โดยการต้ม การบีบคั้น หรือ การใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ กรณีการดอง เหมือนกับยาดองเหล้า และหากใช้กระบวนการทางเภสัชวิทยาก็มีอีกหลายวิธีที่สมัย และได้สารสำคัญต้องตามความต้องการ   นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า ทุกวันนี้ มีการใช้กัญชาในระดับใต้ดิน บางคนเปิดยูทูปหรือ ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตทำก็มี แต่ต้องเข้าใจว่า การจะได้ประโยชน์จากกัญชา มีหลายปัจจัย ทั้งคุณภาพของสายพันธุ์กัญชา ความปลอดภัยจากสารพิษ ทั้ง ยาฆ่าแมลง และสารโลหะหนักที่อาจปะปน ต้องควบคุมตั้งแต่ระดับการปลูก ขณะที่การสกัดในกรณีใช้แอลกอฮอล์ในการสกัด หากใช้ ส่วนผสมไม่ถูกต้อง ระหว่างเอทานอล และเมทานอลในการสกัด ก็อาจทำให้ได้รับอันตราย โดยการใช้เมทานอลเป็นส่วนผสมในการสกัดกัญชา อาจได้รับผลข้างเคียงทำให้ตาบอด ตับและไตวาย การใช้เตาแก๊สในการสกัด ก็อาจไวไฟ เสี่ยงได้รับอันตราย การใช้โรงเรือนแบบปิด ก็ได้รับอันตรายจากการสูดดูม ไอระเหยของกัญชาที่ตลบอบอวน ทำให้เกิดอาการมึนเมาได้   ส่วนการปรุงยาสนั่นไตรภพ ที่เป็น 1 ใน 4 ของตำรายาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของกัญชาใช้ในการรักษาอาการท้องมานจากมะเร็งตับนั้น เนื่องจากเป็นตำรายายาที่อ้างอิงจากคัมภีร์โบราณทางองค์การอนามัยโลก กำหนดให้ในส่วนของยาที่มีภูมิปัญญาโบราณมีการบันทึกและใช้กันแพร่หลายในอดีต ไม่ต้องมีการวิจัยใหม่ ดังนั้น หากมีการปลดล็อคสารสกัดและน้ำมันกัญชา ก็สามารถปรุงยาสนั่นไตรภพได้ทันที โดยคาดว่ายาในส่วนนี้จะนำมาใช้ในการประคับประคองผู้ป่วย ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาให้หายขาด แต่บรรเทาอาการให้ดีขึ้น         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7vxyyv7mZGY

 1,419
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 61

กรมการแพทย์แผนไทยฯ ชง '4 ตำรับยาโบราณผสมกัญชา' ขอปลดล็อกกฎหมายช่วยผู้ป่วย

ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติประจำปี 2561 ว่า  ในวันที่ 29  ตุลาคมของทุกปี เป็นวันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยปีนี้กรมฯ ได้ร่วมกับทางวัดโพธิ์ พร้อมเครือข่ายต่าง ๆ กำหนดจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาทางแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ขึ้น ระหว่างวันที่ 25-29  ตุลาคมนี้ ที่ วัดโพธิ์   ซึ่งในปีนี้จะมีการเปิดตำรับยาของชาติ จากจารึกวัดโพธิ์ ทั้งกลุ่มยาเด็กและผู้ใหญ่ จำนวน 9 ตำรับ คือ ยาอินทร์ประสิทธิ์ แก้ลมบำรุงหัวใจ ยาแผ้วฟ้า แก้ละอองไอในปากและคอ ยากำลังราชสีห์ บำรุงโลหิต ยาประสะน้ำมะนาว แก้หอบหืด แก้ไอ ยาฆ้องไชย แก้เสียงแหบแห้ง เสมหะเหนียว ยาประคบแก้ปวดเมื่อย คลายเส้น ฟกบวมเคล็ดขัดยอก ยาพรหมพักตร์ ขับเลือดเสีย ยาสนั่นไตรภพ แก้กษัยขับลม และยาหทัยวาตาธิคุณ แก้โรคลม   ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสูตรตำรับสนั่นไตรภพ เป็นสูตรที่ในอดีตเคยผสมใส่กัญชา เพื่อนำมารักษาโรคได้ นพ.มรุต กล่าวว่า ยาสนั่นไตรภพ ซึ่งทางการแพทย์แผนไทยมีการนำกัญชามาผสมเพื่อใช้ในการบำบัดโรคได้ แต่เมื่อปัจจุบันยังไม่ปลดล็อกทางกฎหมาย จึงมีการยกเลิกการใช้ส่วนผสมแบบดั้งเดิมไป อย่างไรก็ตาม  รัฐบาลกำลังมองว่า กัญชาที่จะมาใช้ในปัจจุบันจะดำเนินการอย่างไร โดยเจ้าของเรื่องหลัก คือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีการพูดคุยหลายรอบ ขณะเดียวกัน นพ.โสภณ เมฆธน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์  ซึ่งได้รับฉันทานุมัติจากรัฐมนตรีฯ ให้เป็นผู้ที่ดำเนินการเรื่องนี้ โดยบูรณาการจากทุกส่วน ทุกกรมที่เกี่ยวข้อง   “ในส่วนของกรมการแพทย์แผนไทยฯ จะเสนอ 4 ตำรับ คือ ตำรับศุขไสยาศน์ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ตำรับน้ำมันสนั่นไตรภพ และตำรับทัพยาธิคุณ เพื่อประสานและเสนอขอให้คลายล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ เพื่อทำการศึกษาและดูผลจากการรักษาดีอย่างไร ที่สำคัญวิธีการควบคุมให้กัญชาเพื่อใช้เป็นยาจะต้องทำอย่างวงจำกัดด้วย  ซึ่งในทางการแพทย์แผนปัจจุบันยอมรับแล้วว่ากัญชาใช้ทางการแพทย์ หลัก ๆ คือ การเกร็งของกล้ามเนื้อ การชักต่างๆ กลุ่มแก้ปวด ของกลุ่มมะเร็งต่าง ๆ  ส่วนการแพทย์แผนไทยฯ จะได้รับการปลดล็อกมากน้อยอย่างไรก็ต้องรอการพิจารณา” นพ.มรุต กล่าว   นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมเสนอตำรับแพทย์แผนไทย 4 ตำรับที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมเพื่อขอปลดล็อกทางกฎหมาย ได้แก่ 1.ตำรับศุขไสยาศน์ เป็นยาแคปซูลหรือลูกกลอน มีสรรพคุณช่วยนอนหลับ แก้ปวด เจริญอาหาร โดยจะใช้ทดแทนกลุ่มยานอนหลับ ยาคลายเครียด 2.ตำรับทำลายพระสุเมรุ เป็นยาแคปซูลหรือลูกกลอน มีฤทธิ์ช่วยทำลายอาการแข็งเกร็ง ใช้รักษาอัมพาต อัมพฤกษ์ 3.ตำรับทัพยาธิคุณ เป็นยาแคปซูลหรือลูกกลอน สรรพคุณใช้รักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาล เนื่องจากทางแพทย์แผนไทยจะมองว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่เรียกว่ากษัย ซึ่งตัวนี้จะช่วยได้ และ 4.น้ำมันสนั่นไตรภพ มีสรรพคุณแก้ท้องมาน จากมะเร็งตับ และช่วยเรื่องขับลม   ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่ปลดล็อกกัญชาด้วยการเสนอให้คณะกรรมการควบคุมยาเสพติด โดยอย.พิจารณาปรับจากยาเสพติดประเภท 5 เป็นประเภท 2 จะมีผลต่อสูตรตำรับแพทย์แผนไทยหรือไม่ ที่ใช้ดอก ใช้ใบ นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า กำลังพิจารณา แต่ของเดิมแม้จะใช้ดอก ยอด ใบ แต่เมื่อนำมาต้มเป็นน้ำ ก็จะกลายเป็นยาต้มบรรจุขวด ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ผิดประเภทได้อีก หรืออาจสกัดในรูปผงและนำมาบรรจุเป็นแคปซูล แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหนก็จะถูกควบคุมหมดโดย อย.   เมื่อถามว่าขณะนี้ยังปลดล็อกอยู่ แนวทางของกรมแพทย์แผนไทยฯ จะดำเนินการอย่างไรนอกจากเสนอ 4 สูตรตำรับ นพ.ขวัญชัย กล่าวว่า จริง ๆ มีการเตรียมการควบคู่ระหว่างรอการปลดล็อก โดยต้องหาแหล่งที่ปลูก ซึ่งกำลังทำเรื่องขอทาง อย.  ซึ่งตามตำราระบุว่า กัญชาสายพันธุ์ไทยปลูกบริเวณเชิงเขาภูพาน บริเวณลุ่มน้ำสงคราม ซึ่งอยู่ในจ.นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร เบื้องต้นได้ประสานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ในการขอใช้พื้นที่ 2 ไร่ เพื่อทำการปลูกในระบบควบคุม เพื่อนำมานำเป็นสูตรตำรับยาแพทย์แผนไทยในอนาคต   “สิ่งหนึ่งที่กังวลคือหากมีการเข้มงวดมากจะกลายเป็นว่าสารสกัดยาเสพติดประเภท 2 จะเป็นสารสกัดที่นำเข้าหรือผลิตโดยต่างประเทศทั้งหมดเพราะประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมหรือโรงงานที่ทำได้ ซึ่งจะทำให้เราเสียเปรียบ ซึ่งจากนี้เราจะมีการเก็บข้อมูลเรื่องกัญชาเป็นสารเสพติดโดยจะมีการติดตามผลเมื่อจ่ายผู้ป่วยไปแล้วมีการติดหรือไม่ ซึ่งจะศึกษาในผู้ป่วย 100 ราย และหากมีผลที่ดีคือมีสรรพคุณที่ดีปลอดภัยไม่ทำให้เสพติดก็จะขยายโดยการเก็บข้อมูล1,000 ราย หากผลดีก็จะต่อยอดไปขึ้นในทะเบียนบัญชียาหลักแห่งชาติ ของแพทย์แผนไทย เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งต้องรอปลดล็อกก่อน” นพ.ขวัญชัย กล่าว   ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีตำรับยาสนั่นไตรภพ เมื่อไม่มีกัญชาผสม ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลงหรือไม่ ภญ.คลิชา ชั่งสิริพร เภสัชกรประจำโรงพยาบาลอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ในสูตรตำรับมีหลายชนิด กัญชาเป็นหนึ่งในนั้น จริงๆยาที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มีหลายตำรับมีกัญชามาก่อน แต่เนื่องจากปัจจุบันติดล็อกอยู่ จึงต้องตัดกัญชาออกไป ซึ่งเราไม่ได้ใช้ยาที่มีกัญชามานานมากแล้ว จึงไม่มีการเปรียบเทียบว่าหากมีหรือไม่มี แบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน  ส่วนที่ยังติดล็อกทางกฎหมายอยู่นั้น ก็เป็นเรื่องของนโยบาย ซึ่งต้องรอลุ้นว่าผู้ใหญ่จะปลดล็อกได้หรือไม่ ก็ต้องรอดูว่าจะเป็นข่าวดีของวงการแพทย์หรือไม่   ภญ.คลิชา กล่าวว่า ส่วนอีก 8  ตำรับ ประกอบด้วย 1.กลุ่มยาลม มี 2 ตำรับ คือ ยาอินทร์ประสิทธิ์ และยาหทัยวาตาธิคุณ มีสรรพคุณ ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น 2.กลุ่มยาสตรี มี 2 ตำรับ คือ ยากำลังราชสีห์ และ ยาพรหมพักตร์ มีสรรพคุณช่วยบำรุงและขับโลหิต เลือดร้ายต่าง ๆ เพราะปัจจุบันพบว่าสตรีมีปัญหาเรื่องระบบโลหิต สังเกตได้จากฝ้าบนใบหน้า ที่สื่อให้เห็นว่าระบบโลหิตมีปัญหา อย่างไรก็ตามสตรีที่สนใจควรปรึกษาผู้มีความรู้ เพื่อตรวจหาความบกพร่องทางระบบโลหิต เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง   3.กลุ่มยาขับลม มี 2 ตำรับ คือ ยาประสะน้ำมะนาวและยาฆ้องไชย มีสรรพคุณ ขับลม แก้ไอ ขับเสมหะเหนียว 4.กลุ่มยาประคบ เป็นตำรับของศิลาจารึกวัดโพธิ์ มีสมุนไพรสรรพคุณดีหลายชนิดอยู่ในลูกประคบนี้  5.กลุ่มยาเด็ก คือ ยาแผ้วฟ้า เป็นตำรับยาใช้กวาดในคอเด็ก มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคซางต่างๆ ที่ใช้มาตั้งแต่โบราณ ซึ่งมีตำรับยาที่ดูแลตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ  ทั้งนี้  รพ.อู่ทอง ที่มีการพัฒนายาเบญจอัมฤทธิ์รักษามะเร็งตับ  ก็กำลังมีแผนนำตำรับยาสนั่นไตรภพมาใช้ร่วมกับยาเบญจอำมฤตย์ เพื่อใช้ในการรักษามะเร็งตับด้วย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bVguFPGaris

 3,970
สรุปข่าว
23 ต.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่งสื่อหลัก 23 ต.ค.61 นศ.แพทย์ชนสยอง5ศพ-ชง4ตำรับยาผสมกัญชา-อดีตนางงามดร.กันธิชาเจอต้ม16ล้าน

ไทยรัฐ   -ป้อมโวยกระทุ้ง กกต. ฟันทักษิณครอบงําพรรค -นศ.แพทย์ชนสยอง 5 ศพ หลับใน-ข้ามเลน ยกครัวครูเกษียณ -อดีตนางงาม ดร.กันธิชา เจอต้ม 16 ล้าน -จับลูก พ.ต.อ. ร่วมแก๊งแว้น ‘นิติศาสตร์’ ราม นัดกันผ่านเฟซ ‘ปิดเมืองมาซิ่ง’ -สวป.อ้าง ผอ.ปปง. ไปหลอก ‘เจ้าหนี้’ ถูกอายัดเงินล้าน   มติชน   -ยึดพรรคเก่าแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ ทางลัดตั้ง 'ทษช.' -ทีจีเยียวยา 300 ผู้โดยสาร -ชง 4 ตำรับยาผสมกัญชา   โพสต์ทูเดย์   -ศก.โลกทุบส่งออก -รื้อใหญ่บินไทย 7 วันรู้ผลสอบ -คาดแวตรีฟันด์ไม่ผ่านอุทธรณ์       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sc20wWbK_zA

 2,338

Top