ค้นหา :

ผลการค้นหา "เด็กท้องโต"

ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 21,291
สังคม
10 ต.ค. 62

ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน

อ่างทอง-นายปราโมทย์ สิงหฬ กำนันตำบลสามโก้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเด็กหญิงเอวัย 12 ปี ถูกข่มขืนจนตั้งท้องได้ 8 เดือน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องสงสัยที่ลงมือก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิงเอจนตั้งท้อง น่าจะเป็นพ่อของเด็กหญิงเอ ซึ่งที่ผ่านมาจากพฤติกรรม เด็กหญิงเอ ไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนชาย จะอยู่กับพ่อที่บ้าน ส่วนแม่จะออกไปทำงานนอกบ้าน โดยพ่อเด็กมีพฤติกรรมติดยาเสพติด   ด้านผู้เป็นแม่หลังจากเกิดเรื่องก็อ้างว่าเคยมีเหตุการณ์ที่มีผู้ชายบุกเข้ามาข่มขืนเด็กหญิงเอ และได้หลบหนีไป ซึ่งตนเองคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง เพราะเหตุการณ์จริงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะข่มขืน เนื่องจากเด็กและพ่อเด็กได้อยู่กัน 2 ต่อ 2 โดยที่แม่ไปขายของ   ซึ่งเป็นไปได้ว่าพ่อของเด็กที่มีพฤติกรรมติดยา และอยู่กับเด็กโดยตลอด และผู้เป็นแม่เองน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด แต่ปกปิดไม่ยอมบอกใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดช่วงที่ เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในขณะนี้เด็กหญิงเอ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านที่ได้รับแจ้ง พร้อมได้นำตัวเด็กและผู้เป็นพ่อและแม่ มาทำการสอบสวนและสอบถามรายละเอียดที่ว่าการอำเภอสามโก้ โดยมีเจ้าหน้าที่นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าร่วมทำการสอบสวน ซึ่งผู้เป็นพ่อให้การปฏิเสธ และเด็กไม่ยอมบอกว่าโดนกระทำจากผู้ใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ACQxgPXx-Ng

 21,291
ต่างประเทศ
17 ต.ค. 61

ด.ช.ปากีฯ 9 ขวบ ป่วยโรคตับเรื้อรัง แบกท้องโตรอความหวังได้ปลูกถ่ายตับรักษาชีวิต

สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวน่าสงสารของ Aneet Ur Rehman เด็กชายชาวปากีสถาน วัย 9 ขวบ ป่วยเป็นโรคตับเรื้อรัง ทำให้กระเพาะอาหารบวมและขยายใหญ่ผิดปกติ แต่ทางครอบครัวมีฐานะยากทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดปลูกถ่ายตับในโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งต้องใช้เงินมากถึง 1.5 ล้านบาทได้     ด้านพ่อของเด็กชายเคราะห์ร้ายเปิดเผยว่า ลูกชายเกิดมามีร่างกายปกติดีเหมือนกับพี่น้องอีก 6 คน แต่เมื่อ 4 ปีก่อนจู่ๆ ลูกชายก็เริ่มมีอาการปวดท้อง จากนั้นท้องก็เริ่มบวมแต่ยังไม่ใหญ่เท่าไหร่ แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาพบว่าท้องของเขาขยายตัวใหญ่จนไม่สามารถหาเสื้อผ้าให้สวมได้ และยังทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเดิน , นอนหลับ , กินอาหาร หรือเขียนหนังสือ และหากมีอะไรไปท้องแม้จะเพียงเล็กน้อย ลูกก็จะเจ็บปวดมากและร้องไห้ไม่หยุด     ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบังคับให้เด็กชายจำใจต้องออกจากโรงเรียนและใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน พ่อที่เคยทำงานเป็นช่างประปาที่ซาอุดีอาระเบีย ก็ต้องออกจากงานมาดูแลลูกที่อาการแย่ลงเรื่อยๆ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาทางครอบครัวได้พาเด็กชายไปรักษากับหมอหลายคน แม้จะได้รับการเจาะระบายของเหลวออกจากช่องท้องทุกเดือน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย และล่าสุดแพทย์ได้แจ้งว่าเด็กชายต้องได้รับการปลูกถ่ายตับโดยเร็วที่สุด      รายงานข่าวระบุว่า ครอบครัวของเด็กชายเพิ่งพาตัวเขาไปที่ศูนย์ปลูกถ่ายตับ แต่ก็ได้รับคำตอบว่าขณะนี้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่รอการปลูกถ่ายตับและยังขาดแคลนผู้บริจาค ทำให้เด็กชายไม่มีทางเลือกนอกจากรอคอยความหวัง เพราะพ่อที่กำลังตกงานไม่มีเงินเพียงพอที่จะพาลูกไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชน แม้จะขายทรัพย์สินที่มีอยู่ก็ตาม สุดท้ายจึงตัดสินใจยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล     โดยพ่อของเด็กชายเปิดใจว่า เขาไม่อยากให้ลูกตาย ทุกคนอยากเห็นเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีอนาคตที่ดี จึงอยากจะวิงวอนขอความเมตตาจากผู้ใจบุญและรัฐบาลให้ช่วยมอบชีวิตใหม่ให้กับลูกชายของตนเองด้วย          

 3,095

Top