ค้นหา :

ผลการค้นหา "พรบไซเบอร์"

สังคม-อาชญากรรม
28 พ.ค. 62

ประกาศใช้ พ.ร.บ.ไซเบอร์ 83 มาตรา เพื่อป้องกัน-รับมือ-ลดความเสี่ยง ภัยคุกคามทางไซเบอร์

ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศเผยแพร่ พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562  แล้ว ทั้งสิ้น 83 มาตรา โดยระบุว่า   เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีประสิทธิภาพและเพื่อให้มีมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว   โดยให้มีคณะกรรมการ ที่เรียกว่า คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า กมช.ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ, กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์   นอกจากนี้ ในการดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการ ให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกโดยย่อว่า กกม. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iwkGNQ9yzoc

 1,972
การเมือง
05 มี.ค. 62

'ธนาธร' เยือนหนองคาย ลั่นรื้อ กม.ไซเบอร์-พ.ร.บ.คอมฯ ทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีมลงพื้นที่ จ.หนองคาย โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนให้การต้อนรับคึกคัก พร้อมประกาศทางพรรคไม่เห็นด้วยกับกฎหมายต่างๆที่ปิดปากปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ว่า พ.ร.บ.ไซเบอร์ หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากพรรคอนาคตใหม่มีอำนาจจะเข้าไปแก้ไขทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wVLIZoirYks

 1,986
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
05 มี.ค. 62

'ธนาธร' เยือนหนองคาย ลั่นรื้อ กม.ไซเบอร์-พ.ร.บ.คอมฯ ทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีมลงพื้นที่ จ.หนองคาย โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนให้การต้อนรับคึกคัก พร้อมประกาศทางพรรคไม่เห็นด้วยกับกฎหมายต่างๆที่ปิดปากปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ว่า พ.ร.บ.ไซเบอร์ หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากพรรคอนาคตใหม่มีอำนาจจะเข้าไปแก้ไขทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wVLIZoirYks

 1,986
สังคม-อาชญากรรม
04 มี.ค. 62

ผู้พิพากษาอาวุโส-นักวิชาการ ค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ เปรียบเหมือนกฎอัยการศึกในโลกออนไลน์

นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ แสดงความคัดค้านพ.ร.บ.ไซเบอร์ บอกศาลยุติธรรมถูกกีดกันไม่ให้ใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุล ถามหาหลักประกันการใช้อำนาจ ชี้กระทบการพัฒนานวัตกรรม กลายเป็นการบังคับคนไทยให้อยู่ในกรอบ ห้ามคิด กลัวภัยไซเบอร์เหมือนกุ้งขี้ขึ้นสมอง   ด้าน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต แนะให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งทบทวน บอกเหมือนกฎอัยการศึกของโลกออนไลน์ กระทบเศรษฐกิจดิจิตัล การสร้างสรรค์ในโลกไซเบอร์ อาจล่วงละเมิดต่อความลับทางธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9kw_u4qGhH0

 1,712
สรุปข่าว
04 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 มี.ค.62 ผู้พิพากษาค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์-เสี่ยล้งทุเรียนรับสมัครลูกเขย-ดราม่าย้ายกู้ภัยเก็บศพ

-ภัยแล้งหนักสุดในรอบ30ปีเหตุเอลนินโญ่มาเร็วกว่าทุกปี ทำฝนทิ้งช่วง ตกน้อยกว่าค่าปกติ ปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ เตือนงดทำนาปรังรอบ 2 นายกฯสั่งการรับมือพร้อมทำฝนหลวง ขณะที่อากาศร้อนขึ้นทุกภาค เหนือร้อนสุด39องศา อีสานกลางตะวันออกสูง38องศา กทม.37องศา (เตือนปี 62 ภัยแล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี เหตุเอลนีโญมาเร็ว ฝนทิ้งช่วง น้ำในเขื่อนเริ่มน้อย)   -ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์ค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ บอกศาลยุติธรรมถูกกีดกันไม่ให้มีอำนาจตรวจสอบถ่วงดุล เป็นการใช้อำนาจตัวบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน กระทบการพัฒนานวัตกรรม เป็นการบังคับคนไทยให้อยู่ในกรอบ กลัวภัยไซเบอร์เหมือนกุ้งขี้ขึ้นสมอง ด้านคณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ให้ครม.ใหม่เป็นผู้ทบทวน เปรียบเป็นกฎแยการศึกในโลกออนไลน์ กระทบเศรษฐกิจดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา (ผู้พิพากษาอาวุโส-นักวิชาการ ค้าน พ.ร.บ.ไซเบอร์ เปรียบเหมือนกฎอัยการศึกในโลกออนไลน์)   -พรรคพลังประชารัฐมีมติให้บิ๊กตู่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่โคราช บ้านเกิด 10 มี.ค.นี้ อุตตมบอกพรรคจะไปเรียนเชิญนายกฯเป็นการภายในให้เร็วที่สุด ให้ขึ้นปราศรัยร่วมผู้สมัคร และยังมีเวทีอื่นทุกภูมิภาค แตยังไม่กำหนด เพราะต้องดูตารางงานนายกฯด้วย ก่อนการปราศรัยที่โคราชจะขอให้นายกฯลงพื้นที่ช่วยหาเสียง กทม.โดยใช้เวลานอกราชการ ซึ่งพรรคจะทำตามที่ กกต.ระบุว่าอะไรทำได้-ไม่ได้ โดยไม่ใช้อำนาจกระทบคนอื่น วางตัวเหมาะสม หัวข้อปราศรัยนายกฯจะกำหนดเอง มั่นใจคะแนนพรรคดีขึ้น โดยไม่กังวลว่าจะตกเป็นเป้าทางการเมือง   ด้านฝั่งพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์บอกยินดีต้อนรับ แต่นายกฯมีหมวก3ใบ ต้องระวังในการใช้ทรัพยากรของรัฐ และเมื่อจะขึ้นเวทีปราศรัยแล้วก็น่าจะมาร่วมเวทีดีเบตด้วย ชัยเกษมบอกหากยึดตามข้อกม. จะถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯยังทำไม่ได้ ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะการเป็นหัวหน้า คสช. และตำแหน่งที่กินเงินเดือนหลวงล้วนเป็น เจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น เรื่องนี้อยีที่จิตสำนึก   จตุพรบอก กกต.ควรวินิจฉัยสถานะพล.อ.ประยุทธ์ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่างชัดเจน ก่อนจะวินิจฉัยว่าขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงได้   ธนาธรระบุอยากให้ทุกพรรคยืนหยัดในความเท่าเทียม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำเหมือนคนอื่นไม่ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พรรค เพื่อความเป็นธรรม   อนุทินบอกดีใจกับพลังประชารัฐด้วย ทางภูมิใจไทยไม่กลัว ไม่กังวลใดๆ การแข่งขันตัดสินกันที่นโยบาย และนโยบายของภูมิใจไทยก็ดีไม่แพ้ใคร     ศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมทีมติดตามการปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ว่ามีการะกระทำหรือคำพูดส่อผิด กม.หรือไม่ นำขรก.รัฐไปตระเวนหรือไม่ หรือใช้ทรัพย์สินราชการหรือไม่     -พรรคพลังประชารัฐจัดปราศรัยที่อยุธยามี ปชช.ตะโกนอยากให้ต่อยอดบัตรคนจน ทางพรรคบอกจะต่อยอดบัตร เพิ่มคน เพิ่มสิทธิ เพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาส พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน3 ปี ข้าวได้ราคา ชี้ 5 ปีที่ผ่านมาเห็นแต่ความสงบสุข ทางพรรคก็จะต่อยอดให้ ปชช.อยู่ดีกินดี   -พรรคเพื่อชาติเปิดปราศรัยที่ กทม. ณ ลานคนเมือง จตุพรบอกการเลือกตั้งครั้งนี้ฝั่งประชาธิปไตยลำบาก ซัดสุเทพปลุกวาทกรรมสร้างความแตกแยกเพราะกลัวแพ้ โจมตีระบอบทักษิณ เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ตอนนี้ความจริงเรื่องเดียวคือเอา-ไม่เอาประยุทธ์   -พรรคเพื่อไทยออกแคมเปญใหม่ช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย เรียกลูกพรรคประชุม สุดารัตน์เตรียมบรรยายเรื่องลดหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ ชัชชาติบรรยายเรื่องถึงเวลาประเทศไทยกลับสู่ความยิ่งใหญ่เวทีโลก ให้ผู้สมัครนำไปบอก ปชช.   -กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสั่งสอบ รพ.เอกชนย่านรามอินทรา แค่ท้องเสียโดนค่ารักษา 3 หมื่น หากไม่ติดป้ายราคาให้ชัดเจน โทษปรับ 1 หมื่น หากเก็บค่ารักษาเกินราคาที่แสดง คุก 1 ปีปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท   -ร่วมกตัญญูแจงดราม่า จนท.เก็บศพนั่งรอศพ ตร.ยันเช้า แต่กลับมีคำสั่งให้ย้ายไปเฝ้าศาลเจ้าแทน จนเกิดการวิจารณ์คนทำดีแต่ถูกลงโทษ ยันไม่ใช่การลงโทษหรือพักงาน เพียงแต่ตั้งกรรมการสอบ หากพบไม่บกพร่องก็ให้กลับมาทำหน้าที่ปกติ เจ้าตัวเผยน้อยใจอยู่บ้างแต่ไม่ท้อ ช่วยคนเจ็บเก็บคนตายคืออาชีพที่รัก (กู้ภัยนั่งเฝ้าศพน้อยใจถูกสอบ มูลนิธิปัดถูกกดดัน ตร.วิจารณ์ "อย่าโพสต์แอคชั่นเท่ๆ เหยียบหัวหน่วยงานอื่น")   -คนไทยเช่าเรือประมงชายฝั่งออกตกปลา ถูกคลื่นซัดจมทะลเกาะตะรุเตาที่สตูล ตาย 1 ช่วยได้ 8  สูญหาย 1 ล่าสุดพบแล้ว ลอยคออยู่ 30 ชม.เกาะถังน้ำมันถึงลังกาวี มาเลเซีย ต้องใช้เชือกเกาะกันเป็นกลุ่มคิดว่าไม่มีชีวิตรอดกลับมาแล้ว (พบแล้ว นทท.ตกปลา เรือล่มกลางเกาะตะรุเตา ลอยคอ 30 ชม.น้ำซัดไปไกลเกาะลังกาวี)   -หนุ่มขี้ยาเพี้ยนเผาบ้านตัวเอง หลอนบอกผีสั่งทำ เพื่อยนบ้านซวยด้วยวิ่งหนีตายโกลาหล ไฟลามวอด7หลัง ตร.จับได้ทันควันหลังหนีซุกป่ากล้วย น้องสาวบอกพี่ติดยาหนัก เคยพาไปบำบัดแต่เลิกไม่ได้ คลุ้มคลั่งอาละวาดจนคนกลัว (หนุ่มคลั่งยาเผาบ้าน ลามไหม้บ้านใกล้เคียง 7 หลัง รถวอด 6 คัน อ้างได้ยินเสียงสั่งให้ทำ)   -เสี่ยเจ้าของล้งรับซื้อทุเรียนประกาศรับสมัครลูกเขย ไม่ต้องมาขอจะไปขอเอง ให้ทุนทำกิน10ล้าน รถ10คัน บ้าน1หลัง ล้งทุเรียน2ล้งพร้อมโอน ความรู้ไม่ต้องขอขยัน ขี้เหนียว และชอบทำทุเรียน ด้านลูกสาวบอกตกใจแต่ก็ขำๆรู้ว่าพ่อหวังดี ไม่ได้คิดมาก อยากได้แฟนขยันและต้องรักพ่อ ยันไม่มีสเป็ค ขยัน คนดี ดูแลแฟน รักครอบครัวเหมือนพี่ชาย (เสี่ยล้งทุเรียนเปิดใจ รับสมัครลูกเขยให้เงิน 10 ล้าน รถ 10 คัน ขอขยัน-ขี้เหนียว พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อไม่ต้องมา!)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vAJkU1jzP0A

 2,734
การเมือง
03 มี.ค. 62

กระทรวงดีอี ชี้แจงความเข้าใจผิดต่อ 'พ.ร.บ.ไซเบอร์' - bsa ชื่นชมรัฐบาลไทย บอก พ.ร.บ.นี้ดีมาก

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ออกคำชี้แจง เผยความเข้าใจผิดต่อ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 8 ข้อ   ขณะที่ นายจาเรด แร็กแลนด์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบาย กลุ่มพันธมิตรซอฟต์แวร์ (BSA) ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ นี้ บอก พ.ร.บ.นี้ดีมาก แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า ขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลของภาคเอกชน รวมไปถึงส่วนอื่น ๆ ที่จะทำให้มีความั่นใจมากยิ่งขึ้น ในการที่จะเข้ามาใช้งานซอฟต์แวร์ในประเทศไทย     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/vs7oAVx_gVc

 1,073
สังคม-อาชญากรรม
02 มี.ค. 62

กระทรวงดีอี ยัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ละเมิดสิทธิ ปชช. - ธนาธร ชี้ ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป

ประเด็นที่กำลังเป็นที่วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ คือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ หลัง สนช. ผ่านร่างออกมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดย ปชช. เป็นกังวลว่าจะไปกระทบสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถตรวจค้นอสังหาริมทรัพย์ ตรวจค้นคอมพิวเตอร์ และระบบต่างๆโดยไม่ต้องขออำนาจศาลนั้น    แต่จริงๆในตัวกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องเป็นภัยในระดับที่วิกฤต ถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้    โดยเมื่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และรัฐบาลนี้ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และสั่งให้มีการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด   ก่อนที่ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรฐษกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยภายหลังร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ว่า พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับประเทศในการรับมือความเสี่ยงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคใหม่    โดยยืนยันพ.ร.บ.ดังกล่าว จะไม่ถูกใช้ในการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน หรือ ใช้อำนาจรัฐโดยพลการ รวมถึงไม่ได้มีหน้าที่ในการกำกับใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชน หรือ เข้าดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของประชาชนเหมือนเช่นกระแสที่ออกมาในโลกโซเชียลขณะนี้    แต่ในทางกลับกันจะสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที เพราะปัจจุบันเกิดปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น อาทิ ไวรัส มัลแวร์ และการโจมตีระบบจากอาชญากรคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ   ทั้งนี้ ในกฎหมายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้ระบุประเภทภัยคุกคามทางไซเบอร์ไว้ 3 ระดับ ประกอบด้วย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง และภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ซึ่งกระทรวงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาตามระบบที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ   ขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง และภัยในระดับร้ายแรง ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา โดยในการเข้าไปในสถานที่หรือเข้าไปตรวจค้น เจ้าหน้าที่จะต้องขอหมายศาล    แต่ในภัยระดับวิกฤติต้องเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่บริการที่สำคัญถูกโจมตีจนล่มไม่สามารถให้บริการได้เป็นวงกว้าง หรือมีประชาชนเสียชีวิตและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงให้ใช้อำนาจตามกฎหมายด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาจต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนพร้อมกับแจ้งศาลโดยเร็ว    แต่ทางด้านการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในยุครัฐประหารมักจะมีการออกกฎหมายแบบนี้ คือประทบกับสิทธิเสรีภาพ และจะยึดเป็นคาถา คือความมั่นคง อ้างเพื่อออกกฎหมาย เช่นเดียวกับกฎหมายอีกหลายฉบับที่พยายามจะเสนอ แต่ถูกคัดค้านต่อต้านจนต้องยุติไป    ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บอกว่า พ.ร.บ.ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป เริ่มจากเรื่องความมั่นคง นิยามความมั่นคง ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้กว้างมาก อาจจะทำให้เกิดการตีความไม่เหมาะสม ตีความว่าความมั่นคงของผู้มีอำนาจกับความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องเดียวกัน    ซึ่ง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ใช่จะมีเป้าประสงค์ที่จะปกป้องระบบไอทีที่สำคัญของประเทศ แต่จริงๆแล้ว พ.ร.บ.ไซเบอร์ ของประเทศไทยร่างขึ้น มาเพื่อปกป้องความมั่นคง ซึ่งอาจจะถูกตีความถึงความมั่นคงของผู้มีอำนาจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/30QfHC7IWbw  

 877
การเมือง
01 มี.ค. 62

โซเชียลแห่ค้าน สนช.เห็นชอบ พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ชี้เป็นการลิดรอนสิทธิ

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว ด้วยมติเอกฉันท์ 133 : 0 เสียง งดออกเสียง 16 เสียง   โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับนี้เป็นการกำหนดมาตรการ ป้องกัน และรับมือการคุกคามทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ที่เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทหาร   โดยให้หน่วยงาน สำหนักงานคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช. ขึ้น มีกรรมการหนึ่งชุดที่ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ มีกรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ปลัดกระทรวงวการคลัง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผบ.ตร. และ เลขา สมช.   สำหรับ กรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ นี้ มีหน้าที่ในการกำหนดแผนรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์นอกจากนี้ยังให้มี คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กกม. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯเป็นประธาน ทำหน้าที่รับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง และมีหน้าที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง และฟื้นฟูความเสียหายจากผลกระทบจากภัยคุกคาม   สำหรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ถูกแบ่ง ออกเป็น 3 ระดับคือ 1.ระดับไม่ร้ายแรง คือภัยคุกคามที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานมีประสิทธิภาพด้อยลง   2.ระดับร้ายแรง คือภัยที่เกิดจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ จนกระทบต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่นการเดินรถไฟฟ้า ระบบสัญญาณไฟจราจร หรือความปลอดภัยสารณะและ ระบบการบริหารของหน่วยงานรัฐต่างๆติดขัด   3.ระดับวิกฤต คือ เป็นโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานจนทำให้ข้อมูลถูกทำลาย การทำงานต่างๆล้มเหลว และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ   เมื่อเกิดภัยคุกคามทั้ง 3 ระดับ ให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กกม. มีอำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และตอบโต้การคุกคาม ตลอดจนแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคล สกัดคัดกรองข้อมูล ยึดและอายัดคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม   สำหรับโทษการคุกคามทางไซเบอร์ ดังนี้ - ห้ามเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ฝ่าฝืนจำคุก 3ปี ปรับ 60,000 บาท - ฝ่าฝืนคำสั่ง กรรมการ กกม. ในการควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ จำคุก 3ปี ปรับ 60,000 บาท   ด้านโลกออนไลน์มีการวิจารณ์และคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ จนทำให้ #พรบไซเบอร์ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 นอกจากนี้ยังมีร่วมลงชื่อคัดค้านผ่าน change.org นับหมื่นราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QlNlcJ5IkOo

 11,667
สรุปข่าว
01 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 มี.ค.62 ยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่-แห่ค้านพ.ร.บ.ไซเบอร์-เด็กม.1ผูกคอตายน้อยใจแม่ไม่พาไปตัดผม

-การบินไทยบินไปยุโรปได้ตามปกติ ใช้เส้นทางบินผ่านจีนแทน หลังเกิดเหตุสู้รบทางอากาศอินเดีย-ปากีสถาน จนปากีฯประกาศปิดน่านฟ้า คาด 3 วันเคลียร์ผู้โดยสารได้หมด สถานการณ์ 2 ประเทศยังยิงปืนเล็กตอบโต้ไปมาตรงพื้นที่พิพาท แต่ปากีฯมีท่าที่อ่อนลง ประกาศส่งตัวนักบินอินเดียคืน พร้อมเผยคลิปใหม่ยันไม่ได้เข้าไปจับนักบิน แต่ช่วยไม่ให้ชาวบ้านประชาทัณฑ์ จนนักบินปลอดภัยนั่งจิบน้ำชาแม้ใบหน้าบวมช้ำ   -สนช.ไฟเขียวพ.ร.บ.ไซเบอร์ ด้วยคะแนน 133:0 งดออกเสียง 16 เสียง ให้อำนาจ รมว.ดิจิทัลแก้ไขภัยคุกคามไซเบอร์ขั้นวิกฤตได้ทันที ไม่ต้องขออนุญาตศาล ได้ทั้งการค้นสถานที่ การเข้าถึงข้อมูล ยึดคอมพิวเตอร์ โทษผู้ฝ่าฝืนคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น โลกโซเชียลแห่คัดค้าน #พรบไซเบอร์ ขึ้นอันดับ 1 คนแห่ลงชื่อผ่าน change กว่าหมื่นคน โซเชียลแห่ค้าน สนช.เห็นชอบ พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ชี้เป็นการลิดรอนสิทธิ   -กกต.มีมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะแคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ สามารถขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง เดินช่วยผู้สมัครหาเสียงได้ หลังพิจารณาหนังสือของพรรคพลังประชารัฐที่สอบถามมา ก่อนมีมติทำได้ อ้างถึงระเบียบหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้ระวังในการใช้ตำแหน่งหน้าที่ เป็นคุณ-โทษแก่ผู้สมัครและพรรค กกต.ไฟเขียว 'บิ๊กตู่' ขึ้นเวทีปราศรัย-เดินหาเสียงได้ ส่วนปมโต๊ะจีน พปชร.อยู่ระหว่างสอบ   -อนาคตใหม่ถูกร้องเรียนให้ยุบพรรค หลังนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทีมงานประชาชนและปกป้องรัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือให้ กกต.ส่งศาลยุบพรรคอนาคตใหม่ ชี้มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชี้ธนาธร-ปิยบุตร ใช้วาทกรรมที่ส่อมาหลายครั้งตั้งแต่ปี 54 จะยกเลิกประมวล กม.อาญา ล่าสุดให้สัมภาษณ์ว่าจะสานต่อภารกิจคณะราษฎร์ให้สำเร็จ คงต้องถามธนาธรว่าหมายถึงอะไร จากนี้อีก 3 วันจะมีอีก 2 องค์กรให้ตรวจสอบพรรคอนาคตใหม่ในความผิดเดียวกัน 'ธนาธร' หาเสียงชลบุรี ทีมป้อง รธน.โผล่ยื่นยุบอนาคตใหม่ ชี้มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง   -จากกรณีสุเทพปลุก ปชช.ให้เลือกระหว่างประเทศไทยหรือระบอบทักษิณ จตุพรออกมาตอบโต้ว่า สุเทพเดินคารวะแผ่นดินแล้วปชช.ไม่ต้อนรับ จึงมาประกาศให้คนเลือกข้าง เพราะรู้ว่าถ้าให้เลือกฝ่ายเอา-ไม่เอาบิ๊กตู่ ฝ่ายไม่เอาบิ๊กตู่จะชนะ จึงใช้ลูกไม้ตื้นๆ ว่าจะเอาประเทศไทยหรือระบอบทักษิณ ปลุกสาวกเก่าให้เลือกข้าง   ก่อนหน้านี้ปราศรัยมาดีๆ วันนี้พาออกนอกประเด็น ขาดแต่เป่านกหวีดกับชัตดาวน์เท่านั้น การเลือกตั้งจะมีหรือไม่อยู่ที่50-50 เพราะสนธิรัตน์เริ่มปราศรัยก้าวร้าวเพราะเครียด รู้ว่าพลังประชารัฐจะแพ้ยับเยิน ได้ ส.ส.ไม่ถึง 150 คน   ด้านสุเทพลงพื้นที่สยาม ยันพรรคได้รับการตอบรับดี มั่นใจได้ที่นั่งทุกภาค ประกาศจุดยืนพรรคไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคทักษิณ ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคไหน จตุพร' อัดสุเทพ ใช้มุกเดิมปลุกสาวกโจมตี 'เทพเทือก' ลงพื้นที่สยาม ยันไม่สังฆกรรมพรรค 'ทักษิณ'   -ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คดีที่ดินอัลไพน์ ระบุเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้ เอื้อประโยชน์เพื่อหวังให้ทักษิณแต่งตั้งปลัด ก.มหาดไทย จนเกษียณอายุและดำรงตำแหน่งทางเมือง ต่อมาศาลให้ประกันสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ตีราคาประกัน 9 แสน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รออาญา ‘ยงยุทธ วิชัยดิษฐ’ คดีที่ดินอัลไพน์ ก่อนให้ประกัน 9 แสน ห้ามออกนอกประเทศ   -สถาบันในจีนเผยไทยมีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับที่ 9 ในโลก เพิ่มขึ้น 6 คน เป็น 50 คน โดยซีพี เป็นบริษัทที่สร้างมหาเศรษฐีมากที่สุด 27 คน ตามด้วยกระทิงแดง 12 คน ไทยมีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับ 9 ของโลก คนรวยตระกูลซีพี-กระทิงแดง เกิดใหม่เพียบ   -สลด ด.ช.ม.1 เครียดแม่ไม่พาไปตัดผม คว้าเชือกผูกคอตาย แม่บอกลูกผมยาวผิดระเบียบกลัวครูไม่ให้เข้าสอบ แต่แม่ติดธุระ หากย้อนเวลาได้จะเอาใจใส่ลูกมากกว่านี้ พี่สาวบอกน้องเคยบ่นไม่อยากอยู่แล้ว ถามก็บอกไม่ต้องมายุ่ง เพื่อนบอกเป็นคนขี้น้อยใจและชอบเก็บตัว เด็กชาย ม.1 เครียดแม่ไม่พาไปตัดผม คว้าเชือกผูกคอดับ แม่ขอโทษ มัวแต่ทำงานจนลืมความรู้สึกลูก    -จับโจรชิงเงินรถขนเงิน 7.2 ล้านได้แล้ว 1 คน หลังย่ามใจเคยชิง 6 ล้านสำเร็จ นำตัวทำแผนชี้จุดซ่อนเงิน แม่ช็อกไม่คิดว่าลูกชายจะทำถึง 2 ครั้ง โทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ยังเหลืออีก 1 คน เร่งตามล่า ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น จับแล้ว 1 โจรปล้นรถขนเงิน 7.2 ล้าน แม่ช็อกลูกปล้นแล้ว 2 รอบ ร่ำไห้ลูกหัวอ่อนเชื่อเพื่อน    -คุมตัวนายเด๋อ ฆ่าข่มขืนนายจ้างไปทำแผน อ้างโกรธที่ผู้ตายด่าไม่หยุด จึงต่อยจนตายแล้วข่มขืน ขอโทษไม่ได้ตั้งใจ เพราะต่างคนต่างเมา ตร.ยังไม่เชื่อแค่ต่อย เพราะผู้ตายม้ามแตก ตับฉีก ซี่โครงหัก ดูประวัติแล้วเป็นนักมวยมาก่อน สามีคนตายบอกไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยด่าทอ ไม่เคยทำให้โกรธ แต่ตอนนี้โกรธมากและจะไม่ให้อภัย คุมตัว 'ไอ้เด๋อ' ทำแผนฆ่าหญิงวัย 53 อ้างโกรธโดนด่า ก่อนต่อยจนตายแล้วข่มขืน    -จับเพิ่มอีก 1 แก๊งงานบวช แต่ฏิเสธให้การไม่รู้ไม่เห็น ตร.ตามตัวอีก 2 รมว.ศธ.จ่อฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกว่า 1 ล้าน ไม่นับค่าทำขวัญ มหาเถรสามคมย้ำระเบียบการปล่อยให้เมาในวัด เจ้าอาวาสโทษหนักถึงขั้นถูกปลด จับเพิ่มอีก 1 แก๊งงานบวช ก.ศึกษาฯเรียกค่าเสียหายเป็นล้าน - ฟ้องแทนเด็ก กลัวเห็นคนติดคุกแล้วใจอ่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/04NAjTOvIuk

 3,361
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.พ. 62

ผ่านฉลุย สนช. เห็นชอบ พรบ.ไซเบอร์ ป้องกันการโจมตีระบบคอม

การประชุม สนช. วันนี้ที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว ด้วยมติเอกฉันท์ 133 เสียง งดออกเสียง 16 เสียง โดยมีทั้งสิ้น 80 มาตรา แก้ไขใหม่ 60 มาตรา เพิ่ม 6 มาตราและตัดออก 3 มาตรา    นางเสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ระบุว่า ปัจจุบันมี ความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อันอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนั้นร่างกฎหมายนี้ จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานภารกิจให้มีประสิทธิภาพ การดูแลความปลอดภัย ถูกต้อง คล่อง และรวดเร็ว เป็นมาตรฐานสากล จึงปรับแก้หลายจุดให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีคณะกรรมการที่กะทัดรัด คล่องตัวในการดำเนินการ จึงปรับโครงสร้างกรรมการ ให้กระชับ ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อสามารถดำเนินการป้องกันหรือรับมือภัยไซเบอร์ ปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงที เพื่อรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ และมีแผนปฏิบัติการและมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างมีเอกภาพอันจะทำให้การป้องกันและรับมือภัยคุกคามดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ   สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับนี้เป็นการกำหนดมาตรการ ป้องกัน และรับมือการคุกคามทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ที่เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางทหาร   โดยให้หน่วยงาน สำหนักงานคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กมช. ขึ้น มีกรรมการหนึ่งชุดที่ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ มีกรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ปลัดกระทรวงวการคลัง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ผบ.ตร. และ เลขา สมช.    โดยกรรมาธิการมีมติตัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกจากตำแหน่งรองประธานกรรมการ ตัดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และ เลขาธิการ กอ.รมน. ออกจากตำแหน่งกรรมการ โดยให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อีกไม่เกิน7คน ที่คณะรัฐมนตรีตั้งขึ้นจากผู้มีความรู้ความสามารถ   สำหรับ กรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ นี้ มีหน้าที่ในการกำหนดแผนรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์   นอกจากนี้ยังให้มี คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กกม. โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯเป็นประธาน ทำหน้าที่รับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง และมีหน้าที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง และฟื้นฟูความเสียหายจากผลกระทบจากภัยคุกคาม   สำหรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ถูกแบ่ง ออกเป็น 3 ระดับคือ 1.ระดับไม่ร้ายแรง คือภัยคุกคามที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานมีประสิทธิภาพด้อยลง 2.ระดับร้ายแรง คือภัยที่เกิดจากการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ จนกระทบต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่นการเดินรถไฟฟ้า ระบบสัญญาณไฟจราจร หรือความปลอดภัยสารณะและ ระบบการบริหารของหน่วยงานรัฐต่างๆติดขัด 3.ระดับวิกฤต คือ เป็นโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานจนทำให้ข้อมูลถูกทำลาย การทำงานต่างๆล้มเหลว และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ   เมื่อเกิดภัยคุกคามทั้ง 3 ระดับ ให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ กกม. มีอำนาจสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไข และตอบโต้การคุกคาม ตลอดจนแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบ มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคล สกัดคัดกรองข้อมูล ยึดและอายัดคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม สำหรับโทษการคุกคามทางไซเบอร์ ดังนี้ - ห้ามเจ้าหน้าที่เปิดเผยข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ฝ่าฝืนจำคุก 3ปี ปรับ 60,000 บาท - ฝ่าฝืนคำสั่ง กรรมการ กกม. ในการควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ จำคุก 3ปี ปรับ 60,000 บาท

 4,304
เศรษฐกิจ
20 ก.พ. 62

สนช.จ่อพิจารณาร่าง กม.ไซเบอร์ 22 ก.พ.นี้ วิจารณ์ให้อำนาจภัยยามวิกฤต ไม่ต้องขออนุญาตศาล

สนช.เตรียมพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ... หรือร่างกฎหมายไซเบอร์ วาระสองและวาระสามก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562   ทั้งนี้ในร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่ กมธ. พิจารณาและแก้ไขมีสาระสำคัญ อาทิ กำหนดให้คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) มีหน้าที่กำหนดนโยบายให้หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ   รวมถึงนโยบายการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นอกจากนี้ยังให้คณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ   มีอำนาจหน้าที่ กำหนดไว้ว่า เมื่อเกิดกรณีที่ปรากฎว่าเกิดหรือคาดว่าจะเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรงให้ กกม. ออกคำสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดำเนินการได้หลายประการ. อาทิ ร่างมาตรา 60 กำหนดให้ รวบรวมข้อมูล หรือพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และประเมินผลกระทบจากภัยคุมคามทางไซเบอร์ เป็นต้น   โดยในเนื้อหาร่างมาตรา 62 กำหนดให้ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้กกม.มีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐให้ข้อมูลสนับสนุนบุคลากรในสังกัด หรือใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในความครอบครองที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดย กกม.ต้องดูแลมิให้มีการใช้ข้อมูลที่ได้มาในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤต   ร่างมาตรา 67 ให้ กมช.มอบหมายให้เลขาธิการฯมีอำนาจดำเนินการได้ทันทีเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันและเยียวยาความเสียหายล่วงหน้าได้ โดยไม่ต้องยื่นคำร้องต่อศาล  และในกรณีเกิดประเด็นร้ายแรงหรือวิกฤติ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและลดความเสี่ยง ให้เลขาธิการ กมช.​โดยความเห็นชอบของ กกม. มีอำนาจขอข้อมูที่เป็นปัจจุบันและต่อเนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยผู้นั้นต้องให้ความร่วมมือและให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ กกม.โดยเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wEbMQTmrBsU

 896
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ย. 61

ผู้พิพากษาอาวุโส เตือนร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ทำลายระบอบประชาธิปไตย-ริดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว

ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เคยสั่งการฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งในเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไร ซึ่งตนทราบว่าร่างดังกล่าวที่มีการเเก้ไขเเล้วจะถูกนำเสนอเข้า ครม.ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้   ส่วนเหตุที่ร่างกฎหมายนี้ถูกโจมตีเยอะ เพราะหากดูในรายละเอียดของกฎหมายนี้ จัดให้มีคณะกรรมการป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติขึ้น ซึ่งมีชื่อว่า กปช. คณะกรรมการ กปช. นี้มีอำนาจมากในการกำกับดูแล เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กปช.   มีอำนาจเรียกให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานของเอกชน ตลอดจนผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบผู้ใช้บริการทางไซเบอร์ เช่น ADMIN PAGE ผู้ที่ประกอบธุรกิจในการใช้บริการทางไซเบอร์ต้องเข้าพบและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่น่าสงสัยว่าเป็นการกระทำผิดหรือน่าสงสัยว่าจะกระทำผิดต่อเจ้าพนักงาน กปช.   และนอกจากนี้ยังมีอำนาจเข้าไปในเคหสถานตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ SERVER หน่วยความจำ (HARD DRIVE) อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการทางไซเบอร์ เช่น WEB SITE ผู้ใช้บริการ ADMIN เครื่องวิทยุโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่จำต้องมีหมายค้น แม้ยังไม่มีคดีความ หรือการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในคดีอาญาก็ตาม ให้ กปช. ก็มีอำนาจตรวจยึดอุปกรณ์ทางไซเบอร์เหล่านั้นได้ โดยอำนาจดังกล่าวเป็นอำนาจที่สามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีองค์กรฝ่ายตุลาการเข้ามาตรวจสอบหรือถ่วงดุล จึงเป็นประเด็นให้หลายคนเกิดความกังวลขึ้น   ด้านนายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ เตือนว่าหากร่างพรบ.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีผลบังคับ จะเป็นการทำลายหลักการและโครงสร้างระบอบประชาธิปไตย การที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติมากเกินไปในการจับ ค้น ขัง ยึดโดยไม่ผ่านกระบวนการศาล จะทำให้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน สิทธิทางการเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิความเป็นส่วนตัว และจะทำให้กลายเป็นเครื่องมือปราบปรามฝ่ายตรงข้าม เป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน บั่นทอนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ   แม้ร่างกฎหมายบอกว่า จะใช้วิธีการดังกล่าวกับกรณีกระทบความมั่นคงและเป็นเรื่องร้ายแรงเท่านั้น แต่คำว่า “ร้ายแรง” มันแค่ไหน เป็นดุลยพินิจหรือ ซึ่งดุลยพินิจแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีมาตรฐาน ไม่เหมือนระบบการตรวจสอบโดยศาล ดูคลิปข่าวได้ที่ : https://youtu.be/tuThX1KStaY

 1,562
เศรษฐกิจ
24 ต.ค. 61

กระทรวงดีอี ตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ระดมความเห็น พ.ร.บ.ไซเบอร์

ตามที่มีกระแสคัดค้านและไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นของร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.... หรือร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์นั้น ขณะนี้กระทรวงดีอีกำลังดำเนินการทบทวนร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ใหม่อีกครั้ง   ด้วยการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือ ภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชนมาระดมความคิดเห็นอีกครั้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายแล้ว จึงจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามลำดับขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FOKFmosCD5A

 1,071
การเมือง
22 ต.ค. 61

เพื่อไทยเสนอชะลอ พรบ.ไซเบอร์ ห่วงละเมิดสิทธิ ปชช. แนะรอ รบ.ใหม่พิจารณา

ความคืบหน้าการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ..... ล่าสุดในมุมของพรรคเพื่อไทย มองว่าอาจเกิดการละเมิดสิทธิประชาชน ปิดกั้นสื่อ และใช้กฎหมายเพื่อทำลายผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก   พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการเร่งรัดให้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ทันก่อนเลือกตั้ง มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ จึงขอเสนอให้สนช.ชะลอการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว และควรให้รัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RMsN0lmFWtA

 937
การเมือง
17 ต.ค. 61

นายกฯสั่งทบทวน ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งวิตก

ความคืบหน้ากฎหมายไซเบอร์ ที่สังคมกำลังดราม่าว่าเป็นการใช้อำนาจเกินไป โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียดเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ไขแล้ว แต่รับทราบถึงความกังวลของประชาชน พร้อมสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายไปดูแลเรื่องดังกล่าว   “หากร่างกฎหมายมีรายละเอียดตามที่มีกระแสข่าว เช่น แค่อ้างเหตุสงสัยว่า จะกระทบความมั่นคงก็สามารถตรวจค้นข้อมูลส่วนตัวและข้อความสนทนาของประชาชนได้ หรือ บุกค้นและยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ โดยไม่ต้องมีหมายศาล รวมถึงห่วงว่า จะมีการให้อำนาจแก่เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติมากจนเกินไป เป็นต้น ก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน เพราะเห็นแต่บทกำหนดโทษและการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้งหมดนี้ ควรจะต้องมีการกำหนดขอบเขตและมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว   นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งหวั่นวิตก เพราะร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ฉบับนี้ ยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีก ซึ่งมีขั้นตอนในการพิจารณาถึง 3 วาระ นอกจากนี้ ยังได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงควรพิจารณาว่าจะมีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจกันอย่างไร พร้อมทั้งให้ศึกษากฎหมายที่คล้ายกันในนานาประเทศด้วย และใช้แนวทางนี้ในการพิจารณากฎหมายทุกฉบับ   “ขอให้ทุกหน่วยงานที่จะออกกฎหมายใหม่ ให้ความสำคัญกับขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นให้มากขึ้น โดยในการเปิดรับฟังความเห็น อาจมีผู้เชี่ยวชาญช่วยสร้างความเข้าใจในเนื้อหาของกฎหมายแต่ละข้อแก่พี่น้องประชาชน เป็นต้น ประเทศไทยจะได้มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองได้ครอบคลุม ทันสมัย เป็นธรรมต่อทุกคน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล” นายกฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5su3hb_EHJw

 1,605

Top