ค้นหา :

ผลการค้นหา "ดราม่างานวิ่ง"

แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ม.ค. 62

ดราม่างานวิ่งนครพนม! ไม่มีน้ำเปล่ากิน ใช้น้ำอัดลมแทน-ให้กินแตงโมทั้งลูก-เหรียญรางวัลก็หมด คนจัดหายเงียบ

นครพนม-มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหลายรายที่ร่วมงานเดิน-วิ่งในรายการ นครพนมซุปเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นที่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นในเพจ Nakhonphanom Talk of the Town ซึ่งเป็นเพจสาธารณะชื่อดังของ จ.นครพนม ต่างแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดงานดังกล่าวไม่ดี และสร้างความผิดหวังให้ผู้มาร่วมงาน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ผู้จัดงานออกมาแสดงความขอโทษชาวจังหวัดนครพนม   โดยผู้ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็นระบุว่า เดินทางมาวิ่งจากต่างจังหวัด เพื่อมาดูบรรยากาศดูวิว ถ่ายรูปสวยๆ พอเข้าเส้นชัยกลับถูกทิ้งเคว้งคว้างให้อยู่คนเดียว ไร้การเหลียวแลจากทีมงานผู้จัด หวังจะเอาเหรียญมาถ่ายภาพโชว์เพื่อน เหรียญดันหมด สุดท้ายเดินกลับบ้านแบบงงๆ ขณะที่นักวิ่งหลายรายต่างหิ้วแตงโมเป็นใส่ถุงกลับไปกินที่บ้าน   นอกจากนี้ยังมีผู้โพสต์แสดงความเห็นเรื่องเสื้อว่า ระบบจัดงานแย่มาก ตั้งแต่เลื่อนวันรับเสื้อ เลื่อนเวลารับเสื้อ วิ่งเสร็จสุดท้ายก็ยังไม่ได้รับเสื้อ การวิ่งระยะ 10 ก.ม.กับ 25 ก.ม. ขาไปน้ำดื่มเพียงพอ ขากลับน้ำดื่มไม่มี เหลือแต่น้ำอัดลม ส่วนเหรียญรางวัลไม่พอ นักวิ่งบางคนวิ่งเข้าเส้นชัย มองหาเหรียญรางวัล คำตอบคือหมด   ส่วนอาหารการกินของกินเยอะ นักวิ่งต้องตักกินเอง แต่ไม่มีคนตักแจก ผลไม้ก็เยอะดีกองอยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะแตงโมเป็นลูกไม่มีคนปลอก กล้วยก็กล้วยดิบกินได้ไง พร้อมระบุว่า งานแรกของปีบอกเลยว่าสงสารงานวิ่งต่อไปมาก   สำหรับงานจัดเดิน-วิ่งดังกล่าว มีรายงานว่า เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม โดยได้เตรียมงานจัดวิ่งรายการดังกล่าวมาร่วม 6 เดือน โดยอ้างมูลนิธิฯแห่งหนึ่งเป็นผู้จัด ค่าสมัครวิ่งระยะทาง 5 ก.ม. 300 บาท / วิ่ง 10 ก.ม. 500 บาท และ 25 ก.ม. 700 บาท ส่วนค่าเสื้อตัวละ 700 บาท แต่ได้เสื้อกล้ามตัวละไม่ถึง 100 บาท   งานครั้งนี้มีนักวิ่งมาสมัครวิ่ง 3,061 คน ส่วนรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วมอบให้โรงพยาบาลนครพนม จำนวน 1,100,000 บาท เพื่อซื้อเครื่องเอ็กซเรย์ระบบดิจิตอล แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้มอบ   มีรายงานด้วยว่า ตัวแทนมูลนิธิฯดังกล่าวที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานบนเวที ในช่วงที่ผู้เข้าแข่งขันเข้าเส้นชัยเสร็จ ก็ได้กล่าวต่อว่าผู้จัดงานต่างๆนานา ถึงกรณีเรื่องเสื้อและเหรียญรางวัลที่ไม่เพียงพอต่อผู้มาร่วมแข่งขันกว่า 3,000 คน   เมื่อผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนายพชรวัฒน์ นวกุลภูวนันท์ (โหน่ง) ซึ่งอ้างว่าเป็นประธานดำเนินการจัดการแข่งขัน ตามเพจ www.forrunnmag.com ซึ่งเป็นเพจเปิดรับสมัครการแข่งขัน ตามเบอร์ที่ระบุไว้ในเพจนี้ ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ โดยได้ปิดมือถือทั้ง 2 เบอร์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kbgskE4VaoI

 3,447
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ย. 61

ดราม่างานวิ่งไม่จบ! 'อ.ตุ๊ก' ยอมมอบตัว งงพบสวมชื่อคนตาย ทีมจัดงานวิ่งแจ้งความเพิ่มหลังถูกหลอกใช้งานไม่ได้ค่าจ้าง

กรณีที่ผู้จัดวิ่งการกุศล แชริตี้ ชลบุรี มาราธอน 2018 มีปัญหาเรื่องเงินที่ได้จากงานวิ่งมอบให้โรงพยาบาลไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ เนื่องจากโรงพยาบาลบูรพา ได้รับเงินเพียง 5 แสนบาท จากยอดขายบัตรที่สูงถึง 6.8 ล้านบาท โดยอ้างว่าหักค่าใช้จ่ายการจัดงานไป 6.4 ล้านบาทนั้น   คืบหน้าช่วงสายวานนี้ (9 พ.ย.) นางสังข์วาล ชลศรานนท์ อายุ 59 ปี แม่ของนายกิตติภัทร ชลศรานนท์ ในฐานะประธานชมรมเดินวิ่งสวนหลวง ร.9 ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านริมทะเล หมู่ 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของอาจารย์ตุ๊ก หรือนายธงชัย เจียรนัย ซึ่งอยู่เบื้องหลังการจัดวิ่ง Charity Chonburi Marathon 2018 and Charity Concert for BUH ที่ถูกนายกิตติภัทร ซัดทอด ว่าชักใยอยู่เบื้องหลัง ได้สร้างความสะเทือนให้โลกโซเชียล เมื่อนักวิ่งไม่มีน้ำดื่ม ล่าสุดมอบเงินให้ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาไม่ถึง 1 ล้านบาท   โดยนางสังข์วาล ได้ร่ำไห้ เรียกร้องให้อาจารย์ตุ๊กออกมารับผิดชอบ แต่อาจารย์ตุ๊กได้ซุกตัวอยู่ในบ้าน นอกจากนี้ยังได้เตรียมขนของหนี โดยมีการจ้างรถมาบรรทุก 3 ล้อ มาบรรทุกของซึ่งมีตู้เสื้อผ้า กล่องลังกระดาษที่ห่อมัดไว้กว่า 10 กล่อง แต่อาจารย์ตุ๊กไม่ยอมออกมาแต่อย่างใด มีผู้สูงอายุอยู่ภายในบ้านแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร โดยมีตำรวจ และทหารเฝ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน เพื่อรอหมายค้นจะเข้าไปควบคุมตัวเชิญอาจารย์ตุ๊ก ไปสอบสวนพูดคุยที่ สภ.เสม็ด   ส่วนทางด้านนายกิตติภัทรได้เดินทางมา สภ.เสม็ด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ อาจารย์ตุ๊ก ออกมารับผิดชอบ นายกิตติภัทรกล่าวว่า ขอร้องให้ออกมา สมาชิกทุกคนที่เอาเงินไปกินไปใช้ ซึ่งตนรู้ว่ามีใครบ้าง กว่า 10 คน ขอร้องให้ออกมาไม่เช่นนั้นสังคมจะตราหน้าทุกคน ตนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว และมีหลักฐานทั้งหมด และขอให้ออกมายอมรับทุกคนสุดอั้นแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาตนเองปกป้องมาตลอด   ส่วนนายวินัย พ้นภัยพาล กำนัน ต.เสม็ด ได้เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เสม็ด เนื่องจากตนก็เป็นผู้เสียหายเนื่องจากได้บริจาคเงินช่วยการกุศลจำนวน 50,000 บาท ร้านอาหารฟรี 10,000 บาท รวม 60,000 บาท และได้ไปร่วมเปิดงานด้วย ตนจะเอาเรื่องถึงที่สุด และขอให้ผู้ที่ร่วมวิ่งการกุศลออกมาแจ้งความทุกคน ใกล้ที่ไหนก็ไปแจ้งที่นั่น แต่จากการที่ตำรวจตรวจสอบชื่อ-นามสกุล อาจารย์ตุ๊ก หรือนายธงชัย เจียรนัย ทราบว่าไม่มีในสาระบบของทะเบียนราษฏร์และยิ่งกว่านั้นชื่อนางเนียรนิภา เจียรนัย เมียของอาจารย์ตุ๊กนั้น สวมชื่อคนที่เสียชีวิตไปแล้วมาเป็นชื่อของตัวเอง   ทางด้านนางสังข์วาลกล่าวว่า สาเหตุที่ลูกชายต้องรับทุกอย่าง เพราะต้องการทำบุญ อยากจะช่วยเหลือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ในการซื้อเครื่องมือการแพทย์ ตนก็ได้เตือนว่าอย่าไปยุ่งเรื่องเงิน แต่ลูกชายยืนยันอยากได้เงินทำป้ายเท่านั้นเอง ที่สำคัญตนกลัวลูกติดคุก เพราะมีลูกชายคนเดียวปัจจุบันเก็บของเก่าเลี้ยงชีพ แต่ก็พอใจ ตอนนี้กลัวลูกติดคุก ก็ขอวอนให้ อาจารย์ตุ๊ก ออกมารับผิดชอบชี้แจงต่อสังคมด้วย เวรกรรมมีจริง ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น   จนกระทั่งผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมง อาจารย์ตุ๊ก จึงยินยอมออกมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่่ตำรวจพาไปสอบปากคำ โดยมีข้อแม้ว่าขอให้ผู้สื่อข่าวต้องออกไปจากจุดบริเวณหน้าบ้าน เพื่อไม่ให้บันทึกภาพ โดยมีกำนันวินัย พ้นภัยพาล กำนันตำบลเสม็ด เป็นผู้พยายามเกลี้ยกล่อมจนอาจารย์ตุ๊ก ยินยอมออกมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบพาตัวเข้าไปสอบปากคำยังห้องสืบสวน สภ.เสม็ด หลังจากข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าจับตัวอาจารย์ตุ๊กได้ กลุ่มนักวิ่ง นักศึกษาและผู้ที่อยู่ในชมรมเดิน วิ่ง สวนหลวง ร.9 ต่างทะยอยเดินทางมาแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวัน ว่าเคยถูกอาจารย์ตุ๊ก หลอกใช้งานแล้วไม่จ่ายค่าแรง   โดย 1 ในนั้นคือนางจารึก สุดปลอด อายุ 48 ปี ผู้ที่เคยถูกชักชวนมาเป็นเหรัญญิกในชมรม ของอาจารย์ตุ๊ก และรับรู้ว่ามีการโอนเงินเข้าในบัญชีที่อาจารย์ตุ๊ก หลอกให้เปิดโดยใช้ชื่อร่วมกับนายยกิตติภัทร ชลศรานนท์ เป็นเงินจำนวนกว่า 8 ล้านบาท แต่อาจารย์ตุ๊ก ได้ให้ตนและนายกิตติภัทร เซ็นยินยอมให้อาจารย์ตุ๊ก ถือสมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม โดยอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการจ่ายค่าต่าง ๆ ในการจัดงาน เมื่อตนเห็นว่าเริ่มที่จะไม่ชอบมาพากล ก็ไปลาออกจากชมรม และมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพราะกลัวว่าจะมีความผิด โดยได้นำเอกสารบัญชีสมุดธนาคารยอดเงินที่ผ่านบัญชีทั้งหมดที่ผ่านมาให้พนักงานสอบสวนดู   และในช่วงเวลา 21.00 น. นายศควรรษ อนันตกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายกิตติภัทร พร้อมพูดให้กำลังใจโดยบอกว่าควรที่จะพูดความจริงทั้งหมดออกมาเพื่อให้สังคมได้รับรู้และเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ เพื่อนำคนผิดมาลงโทษ   ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี ได้อนุมัติออกหมายจับอาจารย์ตุ๊ก โดยให้เหตุผลว่ามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี โดยทางตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว และขณะนำตัวเข้าห้องขังอาจารย์ตุ๊ก พยายามใช้เสื้อคลุมปิดบังใบหน้า ไม่ให้ผู้สื่อข่าวบันทึกให้เห็นใบหน้าแต่อย่างใด โดยตำรวจได้ตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ส่วนนายกิตติภัทร ศาลไม่อนุมัติออกหมายจับเนื่องจากที่ผ่านมานายกิตติภัทร ได้เข้ามาให้ถ่อยคำและไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีแต่อย่างใด   สำหรับอาจารย์ตุ๊ก จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยเป็นพนักงานธนาคาร และเคยต้องโทษในคดีกรรโชกทรัพย์ และปัจจุบันถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย และขณะที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำนานกว่า 7 ชั่วโมงอาจารย์ ได้ให้การภาคเสธ โดยบอกว่ารายละเอียกหลัก ๆ จะไปให้การในชั้นศาล ส่วนภรรยาที่สวมชื่อคนตายพบว่าได้หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ABJ7E0u2OVk

 6,168
สังคม-อาชญากรรม
15 ต.ค. 61

ผอ.รพ.บูรพา แถลงขอโทษนักวิ่งทุกคน หลังเกิดเหตุไม่มีน้ำดื่ม‘เดิน-วิ่ง’การกุศล

จากรณีที่เกิดกระแสดราม่าในโลกสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งการกุศล ชลบุรี มาราธอน 2018” เพื่อระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้กับ “อาคารวิจัยทางการแพทย์ ” ซึ่งเป็นอาคารศูนย์กลางการวิจัยและรักษาผู้ป่วยโรคต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ที่มีแผนจะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2562 ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดข้อผิดพลาดมากมายจนทำให้นักวิ่งที่มีจำนวนมากถึง 1.4 หมื่นคน แห่แชร์ภาพความไม่ทับใจเรื่องความไม่พร้อมของการจัดงาน รวมทั้งการขาดแคลนน้ำสำหรับนักกีฬา ฯลฯ จนเกิดกระแสวิพากวิจารณ์อย่างหนักนั้น   ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ ( 15 ต.ค.) นายแพทย์ สุริยา โปร่งน้ำใจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจผ่านสื่อมวลชนเกี่ยวกับข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังกล่าวขอโทษนักกีฬาที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาเนื่องแน่นไปด้วยจำนวนรถยนต์และผู้คน จนเป็นกระแสรถติดอย่างหนักใน จ.ชลบุรีมาแล้ว   โดยนายแพทย์ สุริยา กล่าวว่าในฐานะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นปลายทางของการจัดกิจกรรม จำเป็นต้องออกมาขออภัยแทนคณะผู้จัดงาน ซึ่งเป็นทีมงานท้องถิ่นที่รวมตัวกันจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น โดยมีเป้าหมายเดียวกันกับนักวิ่งและผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการระดมทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลนให้กับโรงพยาบาลฯ แต่เนื่องจากจำนวนนักวิ่งที่มีมากถึง 1.4 หมื่นคน และทีมผู้จัดซึ่งเป็นทีมงานท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้ว่าจ้างผู้จัดงานมืออาชีพเพื่อเข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อย เพราะต้องการให้เหลือปัจจัยสำหรับมอบให้กับโรงพยาบาลฯมากที่สุด จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดมากมาย    “ เราเป็นปลายทางในการรับน้ำใจ ในครั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าร่วมงานการกุศลและร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลฯ ส่วนขอผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่อยากให้ทุกคนมองไปในเรื่องเจนตนาที่ไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะจำนวนนักวิ่งที่มีมากจนเกินความสามารถในการดูแลของผู้จัดงานจึงเกิดปัญหาขึ้น อย่างไรก็ดีหลังจากนี้เชื่อว่าทีมผู้จัดงานจะเข้ามาสรุปถึงข้อปัญหาและค่าใช้จ่ายต่าง ๆที่จะมอบให้กับโรงพยาบาล เพราะเราเองก็ยังต้องจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนต่อไป แต่สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งหน้าก็จะต้องมีความละเอียดและรอบครอบในการคัดเลือกผู้จัดงานให้มีความพร้อมในการทำกิจกรรมที่สามารถดูแลผู้ที่เข้าร่วมงาน เพราะการทำบุญคือความสบายใจ ผู้ทำบุญก็ต้องได้รับความสุขด้วย”นายแพทย์ สุริยา กล่าว    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กิจกรรม “เดิน-วิ่งการกุศล ชลบุรี มาราธอน 2018” เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง ชมรมเดิน-วิ่ง สวนหลวง ร.๙ ชลบุรี,สโมรสรไลออนส์ ชลบุรี บางแสน และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี ซึ่งขณะนี้กระแสวิพากวิจารณ์ที่เกิดขึ้นในโลกสังคมออนไลน์คือ เรื่องเกี่ยวกับการออกมาชี้แจงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดงาน และยอดเงินที่จะมอบให้กับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา โดยเชื่อว่าคณะผู้จัดงานจะออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในเร็วๆ นี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ท๊อฟฟี่ สามบาทห้าสิบ-เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่' โพสต์จวกงานวิ่งเมืองชล ผู้จัดห่วย ทำนักวิ่งเสี่ยงตายเพราะขาดน้ำ  

 7,120

Top