ค้นหา :

ผลการค้นหา "ถักเปีย"

แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ธ.ค. 61

เปิดตัว สาว ม.5 เจ้าของ 'ฟิวส์บิวตี้' รับถักเปียให้เพื่อน ได้เงินซื้อข้าวกลางวัน ครูยันไม่ผิดกฎ ร.ร.

เพชรบูรณ์-จากกรณีแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อเด็กนักเรียนโรงเรียนเพชรพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดเพชบูรณ์ ถูกผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ "ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ" ซึ่งเป็นนักศึกษาฝึกสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเพชรพิทยาคมนำรูปภาพ ที่เขียนข้อความว่า “ฟิวส์บิวตี้”   ทำผม มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่น รายวันเปียเดียว 3 บาท 2 ข้างๆ ละ 2.50 บาท, เปียรวม 5 บาท, มัดรวม+ผูกโบว์ 5 บาท / เหมา-100บาท 30 วัน (ไม่รวมวันหยุดได้ทุกแบบทุกทรง ) จ่ายก่อนทำ "งดเชื่อ เบื่อทวง" ซึ่งมีคนเข้ามาคอมเม้นท์ ในเชิงน่ารักจำนวนมาก   ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าว ต่อมาทราบชื่อเด็กที่รับจ้างทำผม คือนางสาวกิมจ่าง มาเมือง หรือน้องฟิวส์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 โรงเรียนเพชรพิทยาคม จากการสอบถามน้องฟิวส์ กล่าวว่า ตนเองรับทำผมให้เพื่อนจริงๆ มีเพื่อนมาทำผมด้วยวันหนึ่ง 4- 5 คน ส่วนใหญ่ที่มาทำก็มามัดรวบผมบ้างถักเปียบ้าง ตามแต่ใจที่เพื่อนชอบจะให้ทำแบบไหนก็จะทำทุกทรง ส่วนราคาคิดแค่ 5 บาท ทุกทรง   แนวคิดที่มาทำเพราะเห็นว่าเพื่อนทักเปียกันเยอะมาก ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำผมให้เพื่อนแลกกับเงิน คือเพื่อนได้ความสวยกลับไปส่วนตัวเองก็ได้เงิน น้องฟิวส์ ยังกล่าวอีกว่า ตัวเองทำผมให้เพื่อนมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แต่ตอนนั้นไม่ได้เก็บตังค์เพื่อน เพิ่งจะมาเก็บตอนอยู่ ม.5 ส่วนรายได้ดีพอสมควรเพราะบางทีข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายเลย   ทั้งนี้ทางอาจารย์ในโรงเรียนยืนยันว่า การที่น้องฟิวส์มาถักเปียแลกกับเงินตามระเบียบของโรงเรียนแล้วไม่ผิดกฎของโรงเรียน เพราะน้องฟิวส์ได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนหารายได้ อย่างที่กล่าวว่าเพื่อนได้เราก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องจัดระเบียบในเรื่องเวลาในการทำ ไม่เอิกเริกจนเกินไปและต้องไม่รบกวนเวลาเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sfG1-kQUBow

 67,638
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

เปิดใจ ‘น้องฟิวส์’ เจ้าของร้านเสริมสวยในห้องเรียน เผย รายได้ดี ซื้อข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเอง

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพสุดน่ารัก จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ’ ขณะที่ไปคุมสอบได้พบภาพป้ายร้านเสริมสวยที่แปะไว้บนกำแพงของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ระบุข้อความว่า “ฟิวส์ บิวตี้ มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท จ่ายก่อนทำจ้า งดเชื่อเบื่อทวง โอนผ่านออนไลน์ได้ มีโปรแบบเหมาๆ 100 บาท ได้ 30 วัน ได้ทุกแบบทุกทรง (ไม่รวมวันหยุด) ขอบคุณที่ใช้บริการ”    วันที่ 3 ธ.ค.61 ผู้สื่อจข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพชรพิทยาคม จ.เพชรบูรณ์ ไปพบกับ น.ส.กิมจ่าง มาเมือง หรือ ‘น้องฟิวส์’ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 ผู้ที่แปะป้ายรับจ้างทำผม   ‘น้องฟิวส์’ เผยว่า แนวคิดที่มาทำเพราะเห็นว่าเพื่อนทักเปียกันเยอะมาก ก็เลยมีแนวคิดที่จะทำผมให้เพื่อนแลกกับเงิน เพื่อนได้ความสวยกลับไปส่วนตัวเองก็ได้เงิน ตนทำผมให้เพื่อนมาตั้งแต่เรียน ชั้น ม.4 แต่ตอนนั้นไม่ได้เก็บตังค์เพื่อนเพิ่งจะมาเก็บตอนอยู่ ม. 5 ส่วนรายได้ดีพอสมควรเพราะบางทีข้าวเที่ยงไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายเลย   ในหนึ่งวันมีเพื่อนมาทำผมกับตนประมาณ 4-5 คน ส่วนใหญ่ที่มาทำก็มามัดรวบผมบ้าง ถักเปียบ้าง ตามแต่ใจที่เพื่อนชอบจะให้ทำแบบไหน   ด้านนายรัชชาพงษ์ อยู่สุข รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กล่าวว่า การที่น้องฟิวส์มาถักเปียแลกกับเงินตามระเบียบของโรงเรียนแล้วไม่ผิดกฎ เพราะน้องฟิวส์ได้ใช้เวลาว่างจากการเรียนหารายได้ อย่างที่น้องฟิวส์กล่าวว่าเพื่อนได้เราก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องจัดระเบียบในเรื่องเวลาในการทำ และต้องไม่รบกวนการเรียนของตัวน้องฟิวส์เอง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง แชร์น่ารัก นร.เปิดร้านเสริมสวยในห้องเรียน รับถักเปีย-ผูกผมให้เพื่อน คิดครั้งละ 5 บาท      

 2,675
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 61

แชร์น่ารัก นร.เปิดร้านเสริมสวยในห้องเรียน รับถักเปีย-ผูกผมให้เพื่อน คิดครั้งละ 5 บาท

คุณครูสาวคนหนึ่งที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ย่งยี่ ลูกสาวหล้า เอาแต่ใจ' ได้โพสต์ภาพฮา ขณะที่ตนเองไปคุุมห้องสอบ แต่บังเอิญไปพบป้ายร้านเสริมสวย ของเด็กนักเรียน ที่ทำแปะไว้ มีข้อความว่า   "ฟิวส์ บิวตี้ มัดรวบหางม้า 5 บาท ถักเปีย 5 บาท ผูกโบว์ 2 บาท  จ่ายก่อนทำจ้า งดเชื่อเบื่อทวง โอนผ่านออนไลน์ได้ มีโปรแบบเหมาๆ 100 บาท ได้ 30 วัน ได้ทุกแบบทุกทรง (ไม่รวมวันหยุด) ขอบคุณที่ใช้บริการ"   ทั้งนี้ผู้โพสต์ดังกล่าว ผู้โพสต์ได้ระบุว่า ไปคุมสอบห้อง 426 ปรากฎว่า มีร้านเสริมสวยอยู่ในห้อง เป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับนักเรียน พร้อมระบุพิกัดว่า อยู่ที่โรงเรียนเพชรพิทยาคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UDTWKIBbhl0

 5,207
สังคม-อาชญากรรม
13 ต.ค. 61

จนท.บ้านพักเด็กรุดเยี่ยมบ้านเด็ก ป.4 - แก๊งรุ่นพี่ หวังดูแลสภาพจิตใจ ญาติเหยื่อลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณีเกิดเหตุรุ่นพี่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จำนวน 8 คน ได้พา นักเรียนหญิง เด็กป.4 ป่วยออทิสติก เข้าไปในห้องเรียนบอกว่าจะ ถักเปีย ให้ แต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ ม.2 ได้เข้าไปรุมกระชากผมอย่างรุนแรง จน เด็ก ป.4 ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยาได้พบปะกับญาติของเด็กนักเรียนที่ถูกรุ่นพี่ทำร้าย โดยจากการเข้าไปยังบ้านของเด็กที่ถูกทำร้ายพบเพียงย่าของเด็กและพี่ชาย ส่วนเด็กหญิงได้เดินทางออกไปข้างนอก เพื่อไปทำธุระกับพ่อและแม่ และไม่ได้อาศัยอยู่ภายในบ้านดังกล่าว   โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพะเยาระบุ ได้เข้ามาติดตามดูแลสภาพจิตใจของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากในขณะนี้ทราบว่าสภาพจิตใจค่อนข้างที่จะแย่ จึงได้เดินทางมาเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือ หากมีเด็กต้องการที่จะไปพักผ่อนสภาพจิตใจ ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจะดำเนินอำนวยความสะดวกให้ ทั้งสองฝ่าย ซึ่งจากการเข้าพื้นที่พบว่า เด็กฝ่ายที่ทำร้ายทั้ง 8 คน ไม่มีใครอยู่บ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านระบุหลังเกิดเรื่อง ในหมู่บ้านก็เกิดอาการเครียดทั้งหมด เด็กทั้ง 8 ก็ไม่รู้เดินทางไปไหน ทั้งหมดปิดบ้านและออกไปข้างนอกหมด   ขณะที่ย่าของเด็กหญิง ผู้ถูกทำร้าย ทางครอบครัวก็จะดำเนินการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจาก การกระทำของเด็กดังกล่าวรุนแรงจนเกินไป ซึ่งครอบครัวไม่สามารถรับได้   ด้านพี่ชายของเด็กที่ถูกทำร้าย ซึ่งอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนเดียวกันกับน้องสาว เห็นภาพของน้องตนเองที่อยู่ในคลิปถึงกับร้องไห้ และอยากจะเข้าไปทำร้ายกลุ่มที่ทำน้องตนเอง              ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aD7MPvYZhmw

 3,510
สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

รมว.ศึกษาฯรับไม่ได้รุ่นพี่แกล้ง ป.4 แม่แฉได้เงิน 4 พันแล้วให้เรื่องจบ ตรวจร่างกายน้องเป็นสมาธิสั้น ไม่ใช่ออทิสติก

จากกรณีเกิดเหตุรุ่นพี่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จำนวน 8 คน ได้พานักเรียนหญิง เด็กป.4 ป่วยออทิสติก เข้าไปในห้องเรียนบอกว่าจะถักเปียให้แต่ปรากฏว่ารุ่นพี่ ม.2 ได้เข้าไปรุมกระชากผมอย่างรุนแรงจนเด็ก ป.4 ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว   นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น น่าจะมีการสอบสวนแต่ผู้อำนวยการโรงเรียนลงโทษทำทัณฑ์บนเท่านั้น จึงสั่งการให้มีการตรวจสอบทันที ส่วนที่ถามว่าการทำทัณฑ์บนน้อยไปหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นคลิปถ้ามีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นก็แย่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นเด็กออทิสติกด้วยยิ่งแย่ไปใหญ่ ดังนั้น สิ่งที่ตัดสินใจเบื้องต้นจากที่ได้ฟังเรื่องมาก็คือ ต้องไปหารายละเอียดมาเพราะแค่ลงโทษทำทัณฑ์บนอาจจะไม่เพียงพอ   ทั้งนี้ยังไม่กล่าวโทษครูและโรงเรียนว่าใครปล่อยปละละเลย  เพราะต้องไปดูว่าใครรับผิดชอบ ปล่อยเกิดขึ้นได้อย่างไร ความรับผิดชอบก็เป็นไปตามเหตุตามผล อย่าเพิ่งไปเหมาว่าโรงเรียนหรือครูละเลยหรือไม่ ยกตัวอย่างสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีทหารติดตามตนไปทำร้ายพนักงานจ้างเหมาบริการแบบนี้จะถือว่าตนละเลยหรือไม่ แต่ความจริงก็คือต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนเช่นกัน ซึ่งตนไม่ปล่อยเรื่องนี้ไว้แน่นอน   ด้านผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายระบุว่า หลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้พยายามติดต่อขอเคลียร์ โดยจะมอบเงินให้ 4,000 บาท ซึ่งได้มาจากเด็กที่ก่อเหตุทำร้ายลูกคนละ 500 บาท และให้เซ็นยอมรับเพื่อให้เรื่องจบ แต่คนในครอบครัวและญาติๆ ไม่มีใครยอม   พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความตั้งแต่เห็นคลิปที่ 2 ที่ลูกสาวถูกทำร้ายด้วยการกระทืบและใช้เท้าลูบหน้า ทั้งนี้ ตนจะนำลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลดอกคำใต้ ก่อนจะนำผลการตรวจไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับเยาวชนคนอื่นๆ   สำหรับรายงานผลการตรวจร่างกายของนักเรียนหญิงชั้น ป.4 ที่เป็นผู้ถูกกระทำ แพทย์โรงพยาบาลพะเยาได้ตรวจสภาพร่างกาย และสติปัญญา ผลทางการแพทย์ระบุว่า มีความบกพร่องด่านสติปัญญาระดับอ่อน สมาธิสั้น แต่ไม่ได้เป็นออทิสติกแต่อย่างใด   ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่ควรนำเด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม   ดังนั้น การทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการครับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/b4_KaUsICgY

 18,016

Top