ค้นหา :

ผลการค้นหา "เด็กถูกไฟดูด"

ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

พ่อโวยลูกสาว 2 ขวบถูกไฟดูดหวิดดับ ห้างดังเมืองสุราษฎร์ฯ ไม่เยียวยา ไล่ให้ไปฟ้องเอง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อภินันท์ คชศิริพงษ์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า   "เตือนภัยคนที่ซื้ออุปกรณ์ที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ต้องระวัง จากกรณีของผม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 จากเหตุ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดพร้อมด้วยลูกสาวอายุ 2 ขวบ เพราะการติดตั้งระบบสายไฟขาด ทำให้ไฟฟ้ารั่วลงชั้นวางสินค้า จนเกือบเสียชีวิต ซึ่งทางห้างมิได้รับผิดชอบ ดูแลเยียวยาผมและลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ผมต้องฟ้องร้องคดีต่อศาล เรียกค่าเสียหายต่อศาลอยู่ขณะนี้ครับ"   ด้านนายอภินันท์ คชศิริพงษ์ อายุ 36 ปี เจ้าของโพสต์ เผยว่า ตนพร้อมด้วยภรรยาและบุตรสาววัย 2 ขวบ ไปที่ห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ใน จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างเดินผ่านชั้นวางสินค้า ตนได้เอื้อมมือไปจับราวเหล็กจนถูกไฟฟ้าดูด โดยตนถูกไฟดูดเกือบ 2 นาที ซึ่งขณะเดียวกันกับที่ลูกสาวของตนได้ก้มลงเก็บของเล่นข้างตน จึงทำให้ถูกไฟฟ้าดูดไปด้วยจนสลบ โดยพนักงานของห้างได้เข้ามาช่วยเหลือ ด้วยการเอาผ้ามาคล้องตัวออกไป ประกอบกับมีแพทย์มาเดินห้างพอดีจึงเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น   หลังจากนั้นตนลูกสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ลูกสาวตัวเกร็ง กัดฟันสลบเป็นเวลากว่า 10 นาทีต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลา 2 คืน   ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางห้างได้เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและบอกว่ายินดีจะชดใช้ค่าเสียหาย แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น   กระทั่งต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนจึงต้องดำเนินการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายเอง โดยในชั้นศาลได้มีการไกล่เกลี่ยกันแต่ไม่สามารถตกลงกันได้เพราะทางห้างยืนยันจะจ่ายเงินชดใช้เยียวยาเป็นเงินจำนวนหลักหมื่น แต่ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับสิ่งที่ตนและลูกสาวต้องเผชิญ จึงนำเรื่องราวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก   ซึ่งในใบรับรองแพทย์ก็ระบุชัดว่าตนและลูกสาว ถูกไฟดูดตัวเกร็ง และสลบไปหลายนาทีก่อนมาถึงโรงพยาบาล เหตุใดทางห้างจึงไม่ยอมชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวตนควรจะได้รับ นอกจากนี้ทางห้างยังได้ท้าทาย ให้ตนไปฟ้องร้องเองหากต้องการเงินเยียวยาอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OTL3Mtm0M1c

 15,914
สังคม
03 ธ.ค. 62

พ่อโวยลูกสาว 2 ขวบถูกไฟดูดหวิดดับ ห้างดังเมืองสุราษฎร์ฯ ไม่เยียวยา ไล่ให้ไปฟ้องเอง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อภินันท์ คชศิริพงษ์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า   "เตือนภัยคนที่ซื้ออุปกรณ์ที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี ต้องระวัง จากกรณีของผม เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 จากเหตุ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดพร้อมด้วยลูกสาวอายุ 2 ขวบ เพราะการติดตั้งระบบสายไฟขาด ทำให้ไฟฟ้ารั่วลงชั้นวางสินค้า จนเกือบเสียชีวิต ซึ่งทางห้างมิได้รับผิดชอบ ดูแลเยียวยาผมและลูกสาวแต่อย่างใด ทำให้ผมต้องฟ้องร้องคดีต่อศาล เรียกค่าเสียหายต่อศาลอยู่ขณะนี้ครับ"   ด้านนายอภินันท์ คชศิริพงษ์ อายุ 36 ปี เจ้าของโพสต์ เผยว่า ตนพร้อมด้วยภรรยาและบุตรสาววัย 2 ขวบ ไปที่ห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ใน จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างเดินผ่านชั้นวางสินค้า ตนได้เอื้อมมือไปจับราวเหล็กจนถูกไฟฟ้าดูด โดยตนถูกไฟดูดเกือบ 2 นาที ซึ่งขณะเดียวกันกับที่ลูกสาวของตนได้ก้มลงเก็บของเล่นข้างตน จึงทำให้ถูกไฟฟ้าดูดไปด้วยจนสลบ โดยพนักงานของห้างได้เข้ามาช่วยเหลือ ด้วยการเอาผ้ามาคล้องตัวออกไป ประกอบกับมีแพทย์มาเดินห้างพอดีจึงเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น   หลังจากนั้นตนลูกสาวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ลูกสาวตัวเกร็ง กัดฟันสลบเป็นเวลากว่า 10 นาทีต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลา 2 คืน   ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางห้างได้เดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและบอกว่ายินดีจะชดใช้ค่าเสียหาย แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการติดต่อใดๆทั้งสิ้น   กระทั่งต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตนจึงต้องดำเนินการฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายเอง โดยในชั้นศาลได้มีการไกล่เกลี่ยกันแต่ไม่สามารถตกลงกันได้เพราะทางห้างยืนยันจะจ่ายเงินชดใช้เยียวยาเป็นเงินจำนวนหลักหมื่น แต่ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับสิ่งที่ตนและลูกสาวต้องเผชิญ จึงนำเรื่องราวมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก   ซึ่งในใบรับรองแพทย์ก็ระบุชัดว่าตนและลูกสาว ถูกไฟดูดตัวเกร็ง และสลบไปหลายนาทีก่อนมาถึงโรงพยาบาล เหตุใดทางห้างจึงไม่ยอมชดใช้ในสิ่งที่ครอบครัวตนควรจะได้รับ นอกจากนี้ทางห้างยังได้ท้าทาย ให้ตนไปฟ้องร้องเองหากต้องการเงินเยียวยาอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OTL3Mtm0M1c

 15,914
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 61

ด.ช.กตัญญู ทำงานคาร์แคร์ช่วงปิดเทอม ถูกไฟดูดเป็นเจ้าชายนิทรา เจ้าของร้านไม่รับผิดชอบ

ผู้ปกครองร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จากเหตุ ด.ช.ชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน อายุ 13 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1 กำลังจะขึ้นม.2 ไปทำงานรับจ้างหารายได้พิเศษช่วงปิดเทอม ที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่   ขณะทำงานถูกไฟฟ้าดูด จนทุกวันนี้ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา อยู่ในสภาพเป็นผัก ผ่านมา 5 เดือน ทางเจ้าของคาร์แคร์ยังไม่รับผิดชอบอะไร ทั้งนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง ไว้แล้วแต่เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้าขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย            โดยแม่เล่าถึงวันเกิดเหตุว่า ขณะที่ลูกชายกำลังทำงานใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำล้างพื้นจนตัวเปียก ได้ถูกสายไฟของเครื่องฉีดน้ำที่มีรอยฉีกขาดจนเห็นสายทองแดงทำให้ไฟฟ้าดูด คนงานที่ทำงานอยู่บริเวณดังกล่าว 4-5 คน ต่างตกใจ มีคนหนึ่งตั้งสติได้รีบวิ่งไปสับคัทเอาท์ตัดไฟ ขณะนั้นลูกชายตนหมดสติไม่หายใจแล้ว มีพลเมืองดีที่อยู่ร้านข้างๆ มีรถจึงช่วยพาลูกชายไปส่งรพ. เพราะช่วงนั้นเจ้าของคาร์แคร์ไม่อยู่   หลังรู้ข่าวตนจึงรีบเดินทางไปดูลูกก็พบว่าแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจลูกขึ้นมาจนมีสัญญาณชีพ และรีบส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ต้องอยู่ในห้องไอซียู 7 วัน และอยู่ในห้องพักฟื้นอีก 12  วัน แพทย์บอกว่าได้ช่วยเต็มที่แล้ว หลังถูกไฟฟ้าดูดลูกชายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองราว 20 นาที ทำให้ต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา จากนั้นแพทย์ก็อนุญาตให้นำลูกออกจากรพ.มาพักฟื้นที่บ้าน   ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายตนเป็นเด็กขยัน กตัญญูพ่อแม่ เลิกเรียนบางวันก็ไปรับจ้าง เจ้าของคาร์แคร์มักเรียกใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ปิดเทอมลูกก็ไปทำงานที่ร้านคาร์แคร์ กินนอนอยู่ที่นั่นได้ค่าแรงวันละ 200 บาท ที่ผ่านมาเจ้าของคาร์แคร์เคยมาเยี่ยมลูกที่รพ. 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เงินมา 2,000 บาท ครั้งที่ 2 ให้ 1,000 บาท จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย   ช่วงแรกพ่อแม่เจ้าของคาร์แคร์ติดต่อมาว่าจะให้เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท แต่ต้องให้ตนเซ็นยินยอมจบเรื่องและถอนแจ้งความ ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมจึงไม่ได้รับเงิน ทางเขาก็บอกว่าถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ทุกวันนี้ครอบครัวตนต้องอยู่อย่างลำบาก เพราะตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องคอยดูลูก   ทำให้สามีทำงานเพียงคนเดียวรายได้ไม่พอรายจ่าย  ต้องกู้หนี้ยืมสินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย เพราะต้องซื้อแพมเพิส พาลูกไปรพ.ตามที่แพทย์นัด บางครั้งจู่ๆ ลูกก็เป็นไข้ขึ้นสูงวิ่งเข้าออกรพ.อยู่บ่อยๆ ผ่านมา 5 เดือน คดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรม   หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปเยี่ยม ด.ช.ชัยวัฒน์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ขณะที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนคนพิการให้ด.ช.ชัยวัฒน์ เพื่อที่จะได้รับเงินคนพิการตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และ รพ.สพ.โคกกรวด ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเตียงผู้ป่วย เครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์บางอย่างตั้งแต่แรก   ด้าน จนท.สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคาร์แคร์ดังกล่าว พบมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ 2541 มาตรา 44 ใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 15 ปี / มาตรา 45 ไม่ขออนุญาตใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปี เพราะนอกจากด.ช.ที่บาดเจ็บแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบการจ้างงานเด็กอายุ 16 ปี อีก 1 คน   พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาคารและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ. ศ.2554 มาตรา 8 โดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเรื่องไฟฟ้าที่ชำรุดและอุปกรณ์ในการทำงานจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงาน / ให้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ โดยพื้นที่ จ.นครราชสีมา อยู่ที่ 320 บาท ซึ่งจากการสอบถามพบว่าได้ค่าจ้างวันละ 200-260 บาท   จากการสอบถามเจ้าของคาร์แคร์ที่เกิดเหตุ ให้การปฏิเสธไม่มีความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง อ้างว่าเด็กมาคลุกคลีอยู่ที่ร้านเอง แต่จากข้อมูลพบด.ช.ที่บาดเจ็บทำงานที่คาร์แคร์มา 2 ปี ในช่วงหลังเลิกเรียนกับวันหยุด และช่วงปิดเทอมทำงานเต็มวัน ทั้งนี้ทางแรงงานจังหวัดนครราชสีมาจะรวบรวมข้อมูลส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีกับนายจ้างต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NQUNzv5cG4o

 9,378
ปากท้องร้องทุกข์
12 ต.ค. 61

ด.ช.กตัญญู ทำงานคาร์แคร์ช่วงปิดเทอม ถูกไฟดูดเป็นเจ้าชายนิทรา เจ้าของร้านไม่รับผิดชอบ

ผู้ปกครองร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จากเหตุ ด.ช.ชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน อายุ 13 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1 กำลังจะขึ้นม.2 ไปทำงานรับจ้างหารายได้พิเศษช่วงปิดเทอม ที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่   ขณะทำงานถูกไฟฟ้าดูด จนทุกวันนี้ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา อยู่ในสภาพเป็นผัก ผ่านมา 5 เดือน ทางเจ้าของคาร์แคร์ยังไม่รับผิดชอบอะไร ทั้งนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง ไว้แล้วแต่เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้าขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย            โดยแม่เล่าถึงวันเกิดเหตุว่า ขณะที่ลูกชายกำลังทำงานใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำล้างพื้นจนตัวเปียก ได้ถูกสายไฟของเครื่องฉีดน้ำที่มีรอยฉีกขาดจนเห็นสายทองแดงทำให้ไฟฟ้าดูด คนงานที่ทำงานอยู่บริเวณดังกล่าว 4-5 คน ต่างตกใจ มีคนหนึ่งตั้งสติได้รีบวิ่งไปสับคัทเอาท์ตัดไฟ ขณะนั้นลูกชายตนหมดสติไม่หายใจแล้ว มีพลเมืองดีที่อยู่ร้านข้างๆ มีรถจึงช่วยพาลูกชายไปส่งรพ. เพราะช่วงนั้นเจ้าของคาร์แคร์ไม่อยู่   หลังรู้ข่าวตนจึงรีบเดินทางไปดูลูกก็พบว่าแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจลูกขึ้นมาจนมีสัญญาณชีพ และรีบส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ต้องอยู่ในห้องไอซียู 7 วัน และอยู่ในห้องพักฟื้นอีก 12  วัน แพทย์บอกว่าได้ช่วยเต็มที่แล้ว หลังถูกไฟฟ้าดูดลูกชายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองราว 20 นาที ทำให้ต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา จากนั้นแพทย์ก็อนุญาตให้นำลูกออกจากรพ.มาพักฟื้นที่บ้าน   ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายตนเป็นเด็กขยัน กตัญญูพ่อแม่ เลิกเรียนบางวันก็ไปรับจ้าง เจ้าของคาร์แคร์มักเรียกใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ปิดเทอมลูกก็ไปทำงานที่ร้านคาร์แคร์ กินนอนอยู่ที่นั่นได้ค่าแรงวันละ 200 บาท ที่ผ่านมาเจ้าของคาร์แคร์เคยมาเยี่ยมลูกที่รพ. 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เงินมา 2,000 บาท ครั้งที่ 2 ให้ 1,000 บาท จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย   ช่วงแรกพ่อแม่เจ้าของคาร์แคร์ติดต่อมาว่าจะให้เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท แต่ต้องให้ตนเซ็นยินยอมจบเรื่องและถอนแจ้งความ ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมจึงไม่ได้รับเงิน ทางเขาก็บอกว่าถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ทุกวันนี้ครอบครัวตนต้องอยู่อย่างลำบาก เพราะตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องคอยดูลูก   ทำให้สามีทำงานเพียงคนเดียวรายได้ไม่พอรายจ่าย  ต้องกู้หนี้ยืมสินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย เพราะต้องซื้อแพมเพิส พาลูกไปรพ.ตามที่แพทย์นัด บางครั้งจู่ๆ ลูกก็เป็นไข้ขึ้นสูงวิ่งเข้าออกรพ.อยู่บ่อยๆ ผ่านมา 5 เดือน คดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงต้องออกมาเรียกร้องความยุติธรรม   หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปเยี่ยม ด.ช.ชัยวัฒน์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ขณะที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนคนพิการให้ด.ช.ชัยวัฒน์ เพื่อที่จะได้รับเงินคนพิการตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และ รพ.สพ.โคกกรวด ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเตียงผู้ป่วย เครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์บางอย่างตั้งแต่แรก   ด้าน จนท.สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคาร์แคร์ดังกล่าว พบมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ 2541 มาตรา 44 ใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 15 ปี / มาตรา 45 ไม่ขออนุญาตใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปี เพราะนอกจากด.ช.ที่บาดเจ็บแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบการจ้างงานเด็กอายุ 16 ปี อีก 1 คน   พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาคารและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ. ศ.2554 มาตรา 8 โดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเรื่องไฟฟ้าที่ชำรุดและอุปกรณ์ในการทำงานจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงาน / ให้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ โดยพื้นที่ จ.นครราชสีมา อยู่ที่ 320 บาท ซึ่งจากการสอบถามพบว่าได้ค่าจ้างวันละ 200-260 บาท   จากการสอบถามเจ้าของคาร์แคร์ที่เกิดเหตุ ให้การปฏิเสธไม่มีความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง อ้างว่าเด็กมาคลุกคลีอยู่ที่ร้านเอง แต่จากข้อมูลพบด.ช.ที่บาดเจ็บทำงานที่คาร์แคร์มา 2 ปี ในช่วงหลังเลิกเรียนกับวันหยุด และช่วงปิดเทอมทำงานเต็มวัน ทั้งนี้ทางแรงงานจังหวัดนครราชสีมาจะรวบรวมข้อมูลส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีกับนายจ้างต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NQUNzv5cG4o

 9,378

Top