ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปลัดล่าสัตว์"

สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

'ศรีวราห์' ลั่นหมีขอไม่ตายฟรี! เค้นสอบ 'ตาต้า' ซัดถูก 'อส.ออย' บังคับให้ยิงหมีขอ ตัดหัวทิ้งน้ำ

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าทำการจับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกที่เข้าไปล่าหมีขอภายในเขตอุทยานฯ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ขออำนาจศาลออกหมายจับรวม 14 คน จับกุมแล้ว 13 คน   เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.)  พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการ จนท. คุมตัวนายตาต้า อายุ 41 ปี ชาวเมียนมา และนายอนุสรณ์  เรือนงาม หรือ อส.ออย อาสาสมัครรักษาดินแดน ผู้ต้องหาคดียิงหมีขอมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    นายตาต้า สารภาพเป็นคนยิงหมีขอ อ้างถูก อส.ออย และนายสกานต์ แก่นหลวง ซึ่งเป็นคนของปลัดแมน อ้างตัวเองเป็นตำรวจ สั่งให้ไปยิงหมีขอที่หากินอยู่ห่างจากสำนักสงฆ์เต่าดำ 400 เมตร ทำให้ต้องทำ โดยมีทั้งสองคนอยู่ในเหตุการณ์   โดยก่อนยิงพบหมีขออยู่บนต้นไม้ จึงใช้อาวุธปืนขนาด .22 ของ อส.ออย ยิงที่ศีรษะหมีจนร่วงตกต้นไม้ จากนั้นนำซากไปให้นายเจนระ ชำแหละส่วน นางคิน ภรรยาของนายเจนระ อยู่ระหว่างการนอนหลับ สำหรับซากหมีส่วนหัวตัดทิ้งลำห้วยในพื้นที่ ส่วนกรามโยนให้สุนัขกิน นอกจากนี้นายตาต้า ซัดทอดนายอนุสรณ์ ยังพาไปจับกบทูตหรือกบภูเขา ที่ตำรวจพบทิ้งรวมอยู่กับซากหมีขอ ห่างจากจุดยิง 37 เมตร      ขณะที่นายอนุสรณ์ หรือ อส.ออย ยอมรับว่าอาวุธปืนทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ยึดมีการวางแผนนำเข้าป่าตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นปืนของนายทัศดนัย ขอกระโชก และนางสาวศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม  ส่วนปืน 11 มม. ที่ยึดได้นั้นเป็นของปลัดแมนใช้ยิงแก้บนบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเสบียงอาหารพักค้างแรม   คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ขออำนาจศาลออกหมายจับรวม 14 คน จับกุมแล้ว 13 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่   - กลุ่มผู้ต้องหาเจ้าของรถและผู้ที่อยู่ในรถ จำนวน 10 คน เป็นชุดแรกที่ถูกจับกุมและได้รับการประกันตัว คนละ 200,000 บาท ประกอบด้วย   นางสาวศรีวิจิตร  ดิษฐ์แช่ม, นายฉัตรชัย  เกาะลอย, นายทัศดนัย  ขอกระโชก, นายประสาน  เต็มธนัน, ว่าที่ ร.ต.สุนทร  มาเจริญรุ่งเรือง, นายจิรชัย  ตันติวัฒนสิทธิ์, นายยถสาวร  เสี่ยงหลิว, นางอรุณ  แสงใส, นายวัชรชัย  สมีรักษ์, และนายสมเกียรติ  เพ็งนาเรนทร์ ลุงของปลัดแมนที่อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ซึ่งถูกรวบตัวได้ที่ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา   -กลุ่มคนยิง  3  คน  ประกอบด้วย นายตาต้า (ชาวเมียนมา),นายอนุสรณ์  เรือนงาม , นายสกานต์  แก่งหลวง   -กลุ่มคนชำแหละเนื้อ 2 คน ประกอบด้วย นายเจนระ หรือจีระ ชาวเมียนมา ไม่มีนามสกุล (ออกหมายจับแล้วยังหลบหนี), นางสาวคิน หน่อยโซ ภรรยาของนายเจนระ (อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าร่วมกันชำแหละหรือไม่)   พลตำรวจเอกศรีวราห์ กำชับพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จ ภายใน 48 วัน หรือไม่เกินฝากขัง 4 ผลัด  มั่นใจอัยการจะสั่งฟ้องผู้ต้องหา ยืนตามพนักงานสอบสวนทุกคนและทุกข้อหา เนื่องจากมีพยานวัตถุ พยานบุคคลครบถ้วนทำให้เชื่อได้ว่าผู้ต้องหามีการกระทำความผิดจริง ซึ่งเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.)พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายอนุสรณ์ และนายตาต้าไปทำแผนชี้จุดยิงและจุดพบซากหมีขอในกระสอบ   และให้สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมประเด็นที่สังคมสังสัย ว่ามีเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชี้เป้าให้กลุ่มผู้ต้องหายิงหมีขอหรือไม่ และเจตนาเข้าไปยิงหมีขอแต่แรกหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา รวมถึงร้านค้าที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารภายในอุทยาน   พร้อมกันนี้สั่งการให้สอบปากคำพระสำนักสงฆ์เต่าดำประกอบสำนวนให้แน่นหนา  เนื่องจากนายตาต้าไปสารภาพผิดกับเจ้าอาวาส บอกว่ากลุ่มออฟโรดสั่งให้ยิง  สำหรับรถออฟโรด หมายเลขทะเบียน 3555 ที่ยึดไว้ พบว่ามีการดัดแปลงสภาพโครงรถ และมีตำรวจยศ พ.ต.ท.เป็นผู้ครอบครอง สั่งการให้ตรวจสอบว่ามีส่วนในการกระทำผิดหรือไม่   นอกจากนี้ยังให้หาคราบเลือดของหมีขอในจุดเกิดเหตุ ก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอาจจะทำให้คราบเลือดหายไป ส่วนที่นายตาต้ารับสารภาพว่าเป็นคนยิง จะทำให้ผู้ต้องหารายอื่นๆ รับโทษน้อยลงหรือไม่นั้นถือเป็นดุลยพินิจของศาล   ส่วนประเด็นที่มีการนำเสนอว่า ตนเองสั่งให้ดำเนินคดีกับเด็ก ยืนยันไม่มีการดำเนินคดีกับเด็ก เนื่องจาก ตาม ป.วิอาญา กฎหมายยกเว้นโทษสำหรับเด็ก  แต่กระบวนการสอบสวนต้องดำเนินต่อไป ยืนยันหมีขอจะไม่ตายฟรีแม้คณะทำงานชุดนี้จะเป็นชุดเดียวกับคดีเสือดำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0HZsNSZvOAc

 4,183
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 61

'ตาต้า' คนงานเมียนมา สารภาพใช้ปืน อส.ออย ลั่นไกยิงหมีขอ ลุงปลัดโผล่แจง ปัดรู้เห็น

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าพร้อมตรวจสำนวนในคดีที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 12 คน เข้าไปล่าหมีขอภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค   โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีทั้งหมดด้วยตนเอง ในที่สุด นายอนุสรณ์ เรือนงาน หรือ อส.ออย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอด่านมะขามเตี้ย 1 ในผู้ต้องหา ก็สารภาพว่า ได้นำอาวุธปืนของกลาง เป็นอาวุธปืนลูกกรด.22 ติดกล้องพร้อมเครื่องเก็บเสียง ซึ่งเป็นของพี่ชาย ไปให้นายตาต้า ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ เป็นคนนำปืนออกไปยิงหมีขอ โดยนายตาต้า ได้ไปกับนายจิระ (ไม่มีนามสกุล) คนงานภายในสำนักสงฆ์ ซึ่งจุดที่ยิงห่างไปจากสำนักสงฆ์ประมาณ 2 กม. ซึ่งตนและนายปลัดแมน ไม่ได้ไปด้วย   หลังยิงหมีขอได้ จึงนำซากมาชำแหละที่ริมห้วยน้ำข้างที่พัก แต่นายตาต้ากับนายจิระ เป็นผู้ลงมือแล่หมีขอ จากนั้นก็นำเนื้อหมีขอไปปรุงทำอาหาร แต่ตนไม่ได้กินด้วย ส่วนอาวุธที่นำเข้าไปในเขตอุทยานฯ ในครั้งนี้นั้น เพื่อเอาไปยิงแก้บน   หลังจากทราบในรายละเอียด พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ไปนำตัวนายตะตา และนายจิระ มาสอบสวน รวมทั้งให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในแต่ละแห่งตามเส้นทางที่เริ่มเดินทางจนเข้าป่า อีกทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ เข้ามาดำเนินการแล้ว   นอกจากนี้ ทางพลตำรวจเอกศรีวราห์ ยังได้มีการสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยาน เพื่อขอให้ตรวจสอบการขอใช้พื้นที่ของสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งหากหมดระยะเวลาที่ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่แล้ว ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางกรมอุทยานว่าจะดำเนินการเช่นไร   ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าคดีหมีขอกับคดีเสือดำ ที่ทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ความยากง่ายของคดีต่างกันมากน้อยอย่างไร พล.ต.อ.ศรีวราห์ตอบว่า ยอมรับว่าคดีหมีขอนี้ยากกว่าคดีเสือดำทุ่งใหญ่ เนื่องจากคดีนี้วัตถุพยานที่ชี้ชัดว่ายิงหมียังไม่ชัดเจน ไม่มีหลักฐานแน่ชัด เพราะอย่างหนังเสือดำที่พบรูกระสุนปืนสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าเสือดำถูกยิง แต่ในส่วนของหมีขอนั้นยังไม่มีหลักฐานส่วนนี้ ซึ่งก็ต้องหาพยานหลักฐานมาให้มากขึ้น ทั้งนี้ ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ทำคดีอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด   ต่อมานายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ซึ่งเป็นลุงของปลัดแมน และได้อาศัยช่วงชุลมุนในการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่หลบหนีการจับกุมไปนั้น ได้เดินทางมาพบตำรวจ ระบุว่าได้ร่วมกลุ่มออฟโรด แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ขอข้อมูลหรือรายละเอียดอะไรเลย วันนั้นก็ยังนั่งรถออกไปจากพื้นที่กันทั้งขบวน   ส่วนช่วงที่จะกลับมาบ้านมีรถคันหนึ่งจะไปรับญาติกลับมา จึงได้ขออาศัยรถกลับมาที่ด่าน ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน และไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ยังคงอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นจนกระทั่งจนดึก หลังจากที่ทำเรื่องต่างๆเสร็จแล้วก็ไม่รู้อยู่ทำอะไรต่ออีก จึงเดินทางกลับมาบ้านที่ราชบุรี   ส่วนวันที่เดินทางเข้าไปนั้นเพื่อจะไปแก้บน จุดธูป ทำบุญ ที่สำนักสงฆ์ เพราะหลานชายสอบคัดเลือกได้เป็นนายอำเภอ และก็ยังไม่รู้จักกลุ่มคนที่มากับรถออฟโรด เพราะตัวเองเป็นแค่คนอาศัยให้นั่งรถเข้าไปเพื่อทำบุญเท่านั้น ส่วนตัวเองมีอาชีพขายน้ำ ขายลูกชิ้นอยู่ในตลาดใกล้บ้านที่ อ.บ้านคา ส่วนซากหมีขอที่เจ้าหน้าที่พบนั้นตนเองไม่ทราบ เพราะออกเดินทางไปถึงตอนเย็นได้กินข้าวเสร็จช่วงหัวค่ำก็นอนแล้ว พอตกเช้ามาก็นำกับข้าวเตรียมขึ้นไปถวายพระที่สำนักสงฆ์   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีคนประเภทนี้อยู่อีก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนแต่ทราบว่าได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อดำเนินการสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีละเว้นให้ใครทั้งสิ้น พร้อมระบุว่า ตนเองรู้สึกสงสารสัตว์ไม่รู้จะฆ่ามันทำไม มีอะไรให้กินตั้งเยอะแยะและก็ยังเป็นข้าราชการด้วย ยิ่งไม่เหมาะสมไปกันใหญ่   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/rk4_dr1VB40

 3,967
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 61

ด่วน! ‘อส.ออย’ รับต่อหน้า ‘ศรีวราห์’ อุ้งตีนหมีขอที่พบมาจากการ ‘ล่า’ แต่ไม่รู้ใครยิง

ด่วน! ‘อส.ออย’ รับต่อหน้า ‘ศรีวราห์’ อุ้งตีนหมีขอที่พบมาจากการ ‘ล่า’ แต่ไม่รู้ใครยิง   วันนี้ (10 ต.ค.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามล่าคดีหมีที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมสอบปากคำ นายอนุสรณ์  เรือนนาม หรือ อส.ออย หนึ่งในผู้ต้องคดีดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อ้างว่าซื้อหมีมาในราคา 100 บาท   โดยนายอนุสรณ์ ได้มีการยอมรับ กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ว่า ซากตีนหมีขอที่เจ้าหน้าที่อุทยานตรวจพบ ไม่ได้ซื้อมาตามที่บอกไว้ตอนแรก แต่เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่ล่ามาในป่าก่อนถึงสำนักสงฆ์ ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะไม่เห็น แต่มีคนมายืมปืนของตนไป ส่วนปืนที่นำมาเยอะ เป็นเพราะจะนำมาใช้แก้บน     

 1,267
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 61

ให้ประกันตัวปลัดพร้อมพวก คดีล่าหมีขอ เจอซากกราม-เศษขน-กระดูกเพิ่ม เชื่อตั้งใจเข้าไปล่า

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าทำการจับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี  พร้อมพวกรวม 11 คน หลังตรวจพบซากสัตว์ป่าสงวนเป็นเท้าหมีขอทั้งสี่เท้า พร้อมอาวุธปืน ขณะที่ทั้งหมดกำลังขับรถออฟโรด 6 คันออกจากพื้นที่ แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ล่า แต่เป็นการซื้อมาจากชาวบ้านนั้น   ล่าสุด ตร.ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คนไปฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด โดยตั้งวงเงินประกันคนละ 200,000 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีการปล่อยตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดต่างนำผ้ามาปิดบังใบหน้า และรีบวิ่งเข้าหากลุ่มญาติ ก่อนที่ญาติจะรีบนำตัวขึ้นรถออกไปจากบริเวณศาลอย่างรวดเร็ว โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน   ส่วนเมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ดำเนินการเก็บวัตถุพยาน คราบเลือด และดีเอ็นเอ ภายในรถของกลางทั้ง 6 คัน  เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอของสัตว์ป่าที่สงสัยว่าจะมีติดอยู่ที่รถคันใดบ้าง โดยจะนำไปตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการ และแจ้งผลการตรวจให้กับพนักงานสอบสวนทราบต่อไป นอกจากนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาชี้รถยนต์ของกลางที่ตนขับและโดยสารมา   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบอาวุธปืนอีก 2 กระบอก คือปืนขนาด 11 มม. และขนาด .38  โดยผู้ต้องหาเป็นผู้ส่งมอบเพิ่มเติม โดยยอมรับว่าได้นำเข้าไปด้วย ทำให้ขณะนี้พบว่ากลุ่มผู้ต้องหานำอาวุธปืนเข้าไปในอุทยานแล้ว 5 กระบอก   ขณะที่นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯชุดจับกุม ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค พร้อมนำวัตถุพยานมามอบให้หลังการลงพื้นที่ 2 จุด โดยจุดแรกบริเวณป่าเขาพลูซึ่งเป็นจุดที่พบรถออฟโรดของกลุ่มผู้ต้องหาโดยตรวจพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืน 11 มม. จำนวน 6 ปลอก   ส่วนจุดที่สองคือสำนักสงฆ์ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาใช้พักแรม โดยพบชิ้นเนื้อคล้ายลักษณะส่วนของกรามปากด้านล่าง, ขนสัตว์ป่าสีดำ , เศษกระดูก ซึ่งคาดว่าจะเป็นหมีขอ รวมทั้ง เขียง และมีดพร้าที่ใช้ในการประกอบอาหาร   หลังการเข้าให้ปากคำเกือบ 5 ชั่วโมง  นายพนัชกรได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังนำวัตถุพยานมามอบให้ตำรวจแล้ว ทางอุทยานได้ขอรับกลับเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ที่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าชิ้นส่วนที่พบเป็นตัวเดียวกับเท้าหมีขอที่พบในรถผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเป็นตัวเดียวกันก็จะทำให้พยานหลักฐานหนาแน่นขึ้นและเอาผิดได้   ได้มีการปรึกษากับพนักงานสอบสวนในเรื่องเเจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐานยิงปืนในเขตอุทยานเเห่งชาติ หลังพบปลอกกระสุนทั้ง 11 มม. และ 9 มม. ที่พบบริเวณป่าข้างทางในจุดที่พบรถออฟโรดทั้ง 6 คัน ขณะที่อาวุธปืนของกลุ่มผู้ต้องหาที่พบก็มีทั้ง 11 มม. และ 9 มม.เช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าอาจโยนทิ้งเพื่อเลี่ยงความผิด เนื่องจากที่พบเป็นปลอกกระสุนใหม่ โดยทางพนักงานสอบสวนได้แนะนำว่าให้มีการตรวจสอบก่อนว่าปลอกกระสุนที่ตรวจพบถูกยิงมาจากปืนของกลุ่มผู้ต้องหา ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายหลังได้   ทั้งนี้ จนท.จะร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำอีกครั้ง เพื่อหาวัตถุพยานต่างๆเพิ่มเติม โดยจะมีการขยายพื้นที่ตรวจสอบไปทั่วบริเวณเผื่อว่าจะเจอชิ้นส่วนเพิ่มเติม รวมทั้งจุดยิงและหลักฐานบ่งชี้ถึงคนยิงซึ่งจะทำให้หลักฐานมีความแน่นหนามากขึ้น นอกจากนี้จะได้พุดคุยกับพระสงฆ์และผู้ดูแลสำนักสงฆ์ โดยจากพยานหลักฐานต่างๆ ตนยังเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานฯ   ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะมีความผิดที่ปล่อยให้กลุ่มผู้ต้องหาเข้าพื้นที่หรือไม่นั้น  นายพนัชกร คงจะไมได้เอาผิดอะไร เพราะอาจเป็นการเกรงใจที่มีข้าราชการระดับใหญ่ด้วย ซึ่งตนจะได้กำชับให้มีการตรวจให้ละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้เตรียมสร้างจุดตรวจเพิ่มบริเวณศาลเจ้าก่อนถึงบริเวณป่าเขาพลู ซึ่งผู้ที่เข้าภายในจะต้องมีการลงชื่อเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-Dy1YyMtxSA

 1,296

Top