ค้นหา :

ผลการค้นหา "สอบปากคำ"

สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 59

สาวคนสนิท 'ซีมอน' มือฆ่าโบกปูน รับถูกบังคับให้พูด อดีตภรรยาคนไทยที่หายตัวป่วยมะเร็งตาย

จากกรณี นายซีมอน บินตัน ชาวอิสราเอล ก่อเหตุฆ่าหั่นศพและก่ออิฐโบกปูนอดีตตำรวจเพื่อนร่วมชาตินั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกภรรยาอีกคนของนายซีมอน และอดีตแฟนของนายเบน ลูกชาย วัย 17 ปี มาสอบปากคำ ก่อนพบเบาะแสเพิ่มเติมว่า นายซีมอนได้บังคับให้อดีตแฟนของลูกชายบอกหากมีคนถามถึงอดีตภรรยาว่า เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งเสียชีวิตไปแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสาน สปป.ลาว เพื่อตรวจสอบเรื่องที่นายซีมอนอ้างว่าอดีตภรรยาถูกจับที่ลาวในข้อหายาเสพติด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3sCIpF0wc9E  

 7,465
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ย. 59

พล.ต.อ.ศรีวราห์ บินด่วนสอบผู้ต้องหาบึ้มภูเก็ต สารภาพนำระเบิดมาจากปัตตานี

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เดินทางไปยังทัณฑสถานวัยหนุ่มจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังได้รับรายงานว่า นายมูฮัมหมัด มูฮิ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาในคดีลอบวางระเบิด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนลอบวางระเบิดในจังหวัดภูเก็ต 2 จุด โดยร่วมกับนายนายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี ซึ่งขณะนี้นายยูโซ๊ะยังหลบหนี โดยได้รับวัตถุระเบิดมาจากหัวหน้าทีมในจังหวัดปัตตานี และนัดเจอกับนายยูโซ๊ะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนขึ้นรถและเดินทางนำระเบิดมาก่อเหตุที่จังหวัดภูเก็ต จนกระทั่งถูกตามจับกุมไว้ได้ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งสอบสวนอย่างละเอียดถึงเครือข่ายความเชื่อมโยงโดยนายมูฮัมหมัดได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทั้งนี้ นายมูฮัมหมัดและนายยูโซ๊ะ ได้ถูกตั้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันวางระเบิด วางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และซ่องโจร   นอกจากนี้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุระเบิดแล้ว 11 ราย จับกุมแล้ว 2 ราย คือนายมูฮัมหมัด มูฮิ และนายอัลดุลกอเดร์ สาแล๊ะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UUIfGGrIyIw    

 1,406
สังคม-อาชญากรรม
04 ต.ค. 59

ผบช.น.สอบเพิ่มผู้ต้องหาเอี่ยวปมฆ่าหั่นศพแช่แข็ง

จากกรณีเจ้าหน้าที่บุกจับแก๊งชาวต่างชาติปลอมพาสปอร์ต ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เขตพระโขนง และพบศพชายต่างชาติถูกหั่นเป็น 6 ชิ้น แช่แข็งอยู่ในตู้แช่นั้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่กำลังรอการยืนยันตัวบุคคลจากเอฟบีไอว่าศพที่ถูกฆ่าหั่นคือ นายชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ด ดิตเลฟสัน ซีอีโอของบริษัทที่ทำธุรกิจเสื้อผ้าส่งออกชื่อดังในแอลเอ จริงหรือไม่ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สอบสวน นายอารอน โทมัส กาเบล หนึ่งในผู้ต้องหา หลังพบลายนิ้วมือแฝงบนถุงดำที่ใส่ชิ้นส่วนศพ นายอารอนได้ให้การว่า อาจไปหยิบจับถุงดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ นายปีเตอร์ แอนดรูว์ โคลเตอร์ หรือชื่อจริงคือนายเฮอร์เบิร์ต เครก ลาฟอง จะนำไปใช้ใส่ชิ้นส่วนศพ เพราะว่าช่วงที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ นายอารอนยังให้การยืนยันว่า นายเฮอร์เบิร์ต คือผู้ที่ลงมือฆ่าหั่นศพ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5KmG_GdcEQ0

 1,426
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ย. 59

สอบปากคำ จนท.dsi เพิ่ม ปม จนท.ที่ดินพังงาเสียชีวิต ยันห้องขังไม่มีกล้องวงจรปิด

จากกรณีนายธวัชชัย อนุกุล อดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาทุจริตออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน ใช้ถุงเท้าผูกคอฆ่าตัวตายคาห้องขังของดีเอสไอ และน้องชายติดใจเรื่องผลการชันสูตรศพจึงเลื่อนกำหนดวันเผาศพออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยื่นขอให้มีการตรวจทางนิติเวชอีกครั้ง ล่าสุด เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หัวหน้างานควบคุมผู้ต้องหา เดินทางเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายธวัชชัย เปิดเผยก่อนเข้าให้ปากคำว่า ถูกเรียกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพราะอยู่ในวันเกิดเหตุ แต่ในส่วนของรายละเอียดนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ ตนมีหน้าที่ดูแลผู้ต้องหาและตรวจสอบเอกสารผู้ต้องหาก่อนจะนำตัวเข้าห้องคุมขัง รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก เพราะทำงานมา 7 ปี ไม่เคยมีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเลย ทำให้กลัวว่าผู้บังคับบัญชาจะเอาผิดทางวินัย เพราะดีเอสไอให้ความเข้มงวดอย่างมากในการควบคุมผู้ต้องหา และเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาทั้งหมด 3 คนรวมทั้งตนด้วย ซึ่งได้เข้าให้ปากคำก่อนหน้านี้ไปแล้ว 1 คน คือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ควบคุมห้องขัง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ดูแลคดีนี้ ออกมาเปิดเผยว่า ตำรวจยังไม่ระบุสาเหตุการตายของนายธวัชชัย เพราะต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม และได้มีการขอภาพวงจรปิดที่มีบริเวณหน้าทางเดินก่อนเข้าห้องขังแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบ เพราะในห้องขังไม่มีกล้องวงจรปิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vlbb22QOSek      

 1,288
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 59

ตร.สอบพยานคดีหญิงไก่แล้วกว่า 10 ปาก ปัดให้รายละเอียด หวั่นกระทบคดี

ตำรวจกองปราบสอบพยานคดีหญิงไก่ไปแล้วกว่า 10 ปาก แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด   พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบ เปิดเผยความคืบหน้าคดีลักทรัพย์นายจ้าง 'หญิงไก่' เหตุเกิดช่วงระหว่างปี 2556-2558 ว่า หลังจากที่กองปราบเข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุในคดีลักทรัพย์นายจ้างตามคำให้การ ทำให้เห็นภาพข้อเท็จจริงในคดีนี้มากขึ้น รวมถึงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่ตกเป็นผู้ต้องหา แต่อย่างไรก็ตามรายละเอียดอื่น ๆ ยังเป็นเรื่องในสำนวนคดีที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนการสอบสวน รวมถึงประเด็นที่หญิงไก่ อ้างว่ามีภาพวงจรปิดบันทึกภาพลูกจ้างไว้ได้ตามที่มีการนำข้อมูลมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องพนักงานสอบสวนมีการเรียกสอบปากไปแล้วกว่า 10 ปาก และอยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับ สน.ประชาชื่น เพื่อยืนยันจำนวนสำนวนคดีว่ามีคดีในลักษณะดังกล่าวกี่คดี ส่วนคดีใดที่พบว่ามีข้อมูลขัดแย้งกับข้อเท็จจริงชัดเจน ก็จะเร่งดำเนินการในคดีนั้นก่อน ซึ่งจะแยกเป็นคนละสำนวนคดีต่างกรรมต่างวาระกัน   อย่างไรก็ตามกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เตรียมไปขอศาลอนุมัติออกหมายจับหญิงไก่ ในช่วงบ่ายวันนี้ พันตำรวจเอกชาคริต ระบุว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความรัดกุม ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถไปขอศาลอนุมัติหมายจับได้หรือไม่ ต้องขอใช้เวลาพิจารณาอีกระยะหนึ่งก่อนจะมีความชัดเจนต่อไป

 2,341
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 59

เรียก 'ป้อนข้าว' ให้ปากคำปมความสัมพันธ์ 'บรรยิน' ค้นปอร์เช่เจอเสื้อผู้ชาย-ถุงกอล์ฟ

ตร.ตรวจสอบรถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ สีดำ ที่ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว โบรกเกอร์สาว 1 ในผู้ต้องหาคดีโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจชื่อดัง ระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นของตนเอง แต่เมื่อทางตำรวจขอตรวจสอบเอกสารการครอบครอง ทาง น.ส.อุรชาไม่สามารถนำเอกสารการครอบครองรถคันดังกล่าวมายืนยันได้ เจ้าหน้าที่จึงยึดรถคันดังกล่าวไว้  ซึ่งจากการตรวจค้นรถ เจ้าหน้าที่พบเสื้อผู้ชายไซส์ XL, ถุงกอล์ฟ และซิกก้า ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ และเรียกตัว น.ส.อุรชามาให้ปากคำ  ขณะที่ จนท.รีสอร์ทที่เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่กองปราบบุกจับ พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องหาฆ่านายชูวงษ์ ระบุว่าในวันเกิดเหตุนายชูวงษ์เดินทางมาพร้อม น.ส.อุรชา และมารับกุญแจ ก่อนเดินขึ้นห้องพักไปพร้อมกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FIDj8zS4QG4  

 4,496
สังคม-อาชญากรรม
01 เม.ย. 59

ภรรยา ด.ต.เหยื่อทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง เผยไม่เคยได้เงินชดเชยตั้งแต่เกิดเรื่อง

รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ติดตามความคืบหน้าสำนวนคดีลูกชายเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังขับรถชนดาบตำรวจเสียชีวิต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเชิญอดีตภรรยา และแม่ยายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อติดตามความคืบหน้าสำนวนคดีลูกชายเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีต ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เมื่อปี 2555 เสียชีวิต แต่ว่าสำนวนคดีบางข้อหาหมดอายุความ และกำลังจะหมดอายุความในเร็วๆนี้  โดยได้เชิญนางสาวนงนุช แสงประพาฬ อดีตภรรยา รวมถึงอดีตแม่ยาย มาให้ข้อมูลและพูดคุยกับพลตำรวจโทศานิตย์ โดยภายหลังการให้ข้อมูลนานกว่า 2 ชั่วโมง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก็ไม่ได้เปิดเผยหรือให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบเสียก่อน และขอให้เราดังกล่าวมีความชัดเจนมากกว่านี้จึงจะสามารถเปิดเผยได้ โดยยืนยันว่าจะเล่นดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้พบว่าที่ผ่านมามีหญิงหลายรายมาอ้างตัวว่าเป็นภรรยาของ ด.ต.วิเชียร เพื่อขอรับผลประโยชน์ ขณะที่ภรรยาผู้เสียชีวิตระบุยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากคู่กรณี และยังติดใจกับการดำเนินคดี       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M2ROUY6iBMw    

 1,959
สังคม-อาชญากรรม
18 มี.ค. 59

'พล.อ.ไพบูลย์' สั่ง dsi ลุยทำคดีรถหรู 'สมเด็จช่วง' ตามหน้าที่

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าพบสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยทางทีมทนายได้ให้ทาง จนท.กำหนดกรอบประเด็นที่จะสอบปากคำ ยันทางดีเอสไอจะดำเนินไปตามหน้าที่ หากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแค่ไหนก็ดำเนินการกล่าวหาไปตามนั้น  วินิจฉัยตามแนวทางที่มี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cjRqYXhQVIU  

 1,799
สังคม-อาชญากรรม
17 มี.ค. 59

'สมเด็จช่วง' ปัดให้ปากคำปมรถหรู ทนายแนะ dsi ส่งคำถามชัดเจน

จนท.กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เดินทางมาสอบปากคำสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะพยาน ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถโบราณ เมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพฯ โดยหัวหน้าทีมกฏหมายวัดปากน้ำฯชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้สมเด็จช่วงจะลงมาพูดคุยกับดีเอสไอด้วยตัวเอง แต่จะเป็นการหารือเพื่อให้ดีเอสไอกำหนดกรอบในการสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับความผิดในการจัดซื้อรถยนต์จดประกอบในขั้นตอนใด แต่จะไม่ให้ดีเอสไอทำการสอบปากคำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้ส่งหนังสือมาเพื่อขอเข้าพบสมเด็จช่วงเท่านั้น โดยไม่ได้มีการระบุว่าจะสอบปากคำแต่อย่างใด ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นการพูดคุยกันว่าจะสอบสมเด็จช่วงฯ ในประเด็นใดบ้าง จากนั้นดีเอสไอจะต้องทำหนังสือขอสอบปากคำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสืบสวนสอบสวนในคดี ส่วนกรณีที่มาของเงินซื้อรถโบราณจำนวน 4 ล้านบาท ขอชี้แจงว่า จำนวนเงินดังกล่าว มีผู้มีจิตศรัทธามอบเงินสดผ่านโครงการซื้อรถโบราณ 1 ล้านบาทแก่สมเด็จช่วงโดยตรง เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์โบราณ ซึ่งเป็นการบริจาคส่วนตัว จึงไม่มีใบอนุโมทนาบัตร แต่มีหลักฐานการสั่งจ่ายเช็คชัดเจน ซึ่งผู้บริจาคได้เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอแล้ว ส่วนเงินอีก 3 ล้านบาท ได้มาจากการรวบรวมจากผู้มีจิตศรัทธาผ่านโครงการซื้อรถโบราณ โดยมอบให้พระมหาศาสนามุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ เป็นผู้ดำเนินการ ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนเดินทางมาถึงวัดปากน้ำฯ และได้เข้าสอบปากคำสมเด็จช่วงตามเวลานัดหมาย โดยทางวัดไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพระหว่างการเข้าพูดคุย โดยภายหลังการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ได้ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ตัวแทนวัดได้มีการทำหนังสือให้ทาง DSI กำหนดประเด็นให้สมเด็จช่วงฯ ชี้แจง ว่าให้ชี้แจงประเด็นไหนบ้าง และขอให้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวสมเด็จช่วงฯ เท่านั้น รวมถึงให้มีการตั้งคำถามมาเป็นข้อๆ เป็นลายลักษณ์อักษร ส่งกลับมาทางวัด และทางวัดจะทำเป็นหนังสือตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรกลับไป โดยทาง DSI รับทราบและมีการเซ็นตอบรับหนังสือที่ทางตัวแทนทางกฏหมายวัดจัดทำขึ้น แต่ยังคงยืนยันว่าในบางประเด็นจำเป็นต้องมีการเข้าพบเพื่อสอบปากคำเป็นการส่วนตัว และในส่วนของการตั้งคำถามเป็นข้อๆ ทาง ตัวแทน DSI แจ้งว่าจะมีการกลับไปหารือกับทางอธิบดีก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MkyraFEyXvI    

 1,662
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 59

ดีเอสไอ เตรียมเข้าสอบปากคำ 'สมเด็จช่วง' 16 มี.ค. นี้

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมเดินทางเข้าสอบปากคำ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรณีเป็นผู้ครอบครองรถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถจดประกอบผิดกฎหมาย ในวันที่ 16 มี.ค. นี้ พร้อมสั่งกำชับให้กระทำด้วยความเคารพ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5bFURMqe-3k

 975
การเมือง
10 มี.ค. 59

'พล.อ.ประวิตร' ย้ำรอความชัดเจนก่อนแต่งตั้งพระสังฆราช ด้าน dsi นัดสอบปากคำสมเด็จช่วง 16 มี.ค.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่า ไม่ขอแสดงความเห็น เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้กล่าวไปหมดแล้วว่า หากยังไม่มีความเรียบร้อย ก็ไม่สามารถตั้งได้ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่ต้องมีความชัดเจนก่อน พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอเปิดเผยว่า สำนักคดีภาษีอากร ดีเอสไอ ได้รับการประสานจากนายสมศักดิ์ โตรักษา หัวหน้าทีมทนายความวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ดูแลคดีรถโบราณ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ในการนัดหมายเพื่อเข้าสอบปากคำ สมเด็จช่วง ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ในวันที่ 16 มีนาคมนี้ โดยดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโทสมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดดีเอสไอ นำคณะพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ตามวันเวลาที่มีการนัดหมาย เบื้องต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากทีมทนายความเพื่อกำหนดวันเวลานัดหมายการเข้าสอบปากคำเป็นวันที่ 16 มีนาคม ช่วงเวลา 20.00 น. ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่สมเด็จช่วงสะดวก เพราะไม่มีกิจนิมนต์ อีกทั้งเกรงว่าช่วงเวลากลางวันจะมีกลุ่มบุคคลมารวมตัวกันซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4JTH2wTM2Tk

 1,387
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 58

กองปราบสอบปากคำ 'ศุกร์โข' คนสนิทสารวัตรเอี๊ยด ยังไม่พบเอี่ยวคดีหมิ่นฯ

นายศุกร์โข ตามเสรี (เค) คนสนิทของ สารวัตรเอี๊ยด หรือ พันตำรวจตรีปรากรม วารุณประภา หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ถูกตำรวจคอมมานโด ชุดปฏิบัติการพิเศษ ควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม กองกำกับการ 1 แล้ว ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังพบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามมาตรา 112 ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ จากการสอบสวนยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นเบื้องสูง แต่หากสอบสวนพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจะแจ้งข้อหาทันที ขณะที่การสรุปสำนวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน นั้น พลตำรวจโท ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าคืบหน้าไปกว่า 80 % คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ในสัปดาห์หน้า พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีการออกหมายจับข้าราชการทหารตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แต่หากพบว่าหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครก็จะดำเนินคดีทั้งหมด ส่วนตำรวจ 8 นายสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิด จึงยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนกรณีที่พบทรัพย์สินบางส่วนของพลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ภายในห้องพักของสารวัตรเอี๊ยด หนึ่งในผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ยืนยันว่า สารวัตรเอี๊ยดนำทรัพย์สินออกไปก่อนที่จะถูกหมายจับ ซึ่งขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง และตรวจยึดทรัพย์สินไปในหน้าที่ใด เบื้องต้นเชื่อว่ามีบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมาย    จากการสอบสวนนายศุกร์โข ระบุว่า เคยทำงานอยู่ในบาร์โฮสต์ และขายรถมือสอง ได้รู้จักกับ พ.ต.ต.ปรากรม มานานแล้ว ก่อนที่จะมีการชักชวนให้ไปช่วยทำงานในคดีของ อดีต ผบช.ก. โดยวันที่เข้าตรวจค้นบ้าน 4 ชั้น ได้ขึ้นไปพร้อมกับ สารวัตรเอี๊ยด จากนั้น สารวัตรเอี๊ยดได้เอาเงินสดประมาณ 10,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำ มีพระเลี่ยมทอง 2-3 องค์ มาให้ หลังเสร็จงานได้มอบคืนให้กับ พ.ต.ต.ปรากรม ทั้งนี้ในวันดังกล่าวยังได้ยกเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดที่บ้านหลังนี้มาวางไว้ในรถของ พ.ต.ต.ปรากรม และไม่ทราบว่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ใด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HX_Dl0o_ChE  

 12,345
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 58

รวบหนุ่มคนสนิท 'พ.ต.ต.ปรากรม’ สอบปากคำ ข้อหามีอาวุธปืน

ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ควบคุมตัวนายศุกร์โข ตามเสรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน มายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อทำการสอบปากคำและให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยด นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เลขาส่วนตัวหมอหยอง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง หลังพบนายศุกร์โขมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับบุคคลทั้ง 3 โดยเฉพาะพันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยดที่พบมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hv1pAs9Q3Q4  

 2,358
สังคม-อาชญากรรม
13 ต.ค. 58

เตรียมเรียก 'เป๊ก สัญชัย' สอบปากคำคดีตบหน้าหมอพาย

ตำรวจเตรียมเรียกสอบเป๊ก สัญชัย เองตระกูล สามีธัญญ่า ตบหน้านายแพทย์ ในงานแต่งงานที่เชียงใหม่ และใช้อาวุธปืนขู่ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าถึงกรณีที่พันตำรวจโทนายแพทย์ ปิยะพงษ์ สุขสาครเย็น หรือ หมอพาย นายแพทย์ สบ 3 กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน เกี่ยวกับบุคคล สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เข้าร้องทุกกับพนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับร้อยตำรวจโทสัญชัย เองตระกูล หรือเป๊ก สามีของธัญญ่า ธัญญาเรศ นักแสดงชื่อดังในข้อหาทำร้ายร่างการและพยายามฆ่า กรณีตบหน้า ใช้อาวุธปืนข่มขู่ และพูดจาหยาบคาย ระหว่างการไปร่วมงานมงคลสมรสที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาทราบเรื่องจากข่าว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่า เรื่องดังกล่าวมีที่มา-ที่ไปอย่างไร แต่เชื่อว่าทุกคนในสังคมรู้ดี อยู่แล้วว่าคุณเป๊ก เป็นคนอย่างไร ตนเองก็รู้เท่ากับที่ทุกคนรู้ สำหรับคดีดังกล่าวจะต้องมีการเรียก ทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำ รวมทั้งต้องมีการตรวจร่างกาย และรวบรวมยานหลักฐานเพื่อประกอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องขององค์กรแต่อย่างใด ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม (ยธ.)  เผยให้ผู้บังคับบัญชาเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ต้นสังกัดของเป๊ก สัญชัย สอบเหตุดังกล่าว ขณะที่มีแหล่งข่าวระบุว่าเจ้าตัวได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GvJGvV6uFP8  

 3,821
ข่าวภูมิภาค
28 ก.ย. 58

พ่อค้าสกลนครกุเรื่องโดนโจรปล้น กลัวภรรยาด่าเรื่องเสียพนัน

สกลนคร-หนุ่มใหญ่พ่อค้าโคกระบือ ไปเก็บเงินค่าขายกระบือที่มุกดาหาร แต่ดันไปเล่นการพนันกับเพื่อนๆ จนเสียเงิน 2 แสน กลัวภรรยาจับได้ หัวใสออกอุบายว่าถูกปล้น ลงทุนทุบกระจกรถตัวเอง ตำรวจสอบปากคำพบมีพิรุธหลายอย่าง พูดจากวกไปวนมา เช่นถามในประเด็นเดียวกันแต่ตอบไม่เหมือนเดิม สุดท้ายคาดคั้นจนเปิดปากว่าสร้างสถานการณ์ด้วยตัวเอง ถูกจนท.แจ้งข้อหาว่า แจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดคดีอาญา แก่ พงส.หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี มาตรา 172 และไม่มีความผิดอาญาเกิดขึ้น แต่แจ้งว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ก่อนนำตัวไปดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9rCd2nxBhkw  

 4,572

Top