ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมีขอ"

สังคม-อาชญากรรม
12 ต.ค. 61

'ศรีวราห์' ลั่นหมีขอไม่ตายฟรี! เค้นสอบ 'ตาต้า' ซัดถูก 'อส.ออย' บังคับให้ยิงหมีขอ ตัดหัวทิ้งน้ำ

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าทำการจับกุม นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกที่เข้าไปล่าหมีขอภายในเขตอุทยานฯ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ขออำนาจศาลออกหมายจับรวม 14 คน จับกุมแล้ว 13 คน   เมื่อวานนี้ (11 ต.ค.)  พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการ จนท. คุมตัวนายตาต้า อายุ 41 ปี ชาวเมียนมา และนายอนุสรณ์  เรือนงาม หรือ อส.ออย อาสาสมัครรักษาดินแดน ผู้ต้องหาคดียิงหมีขอมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    นายตาต้า สารภาพเป็นคนยิงหมีขอ อ้างถูก อส.ออย และนายสกานต์ แก่นหลวง ซึ่งเป็นคนของปลัดแมน อ้างตัวเองเป็นตำรวจ สั่งให้ไปยิงหมีขอที่หากินอยู่ห่างจากสำนักสงฆ์เต่าดำ 400 เมตร ทำให้ต้องทำ โดยมีทั้งสองคนอยู่ในเหตุการณ์   โดยก่อนยิงพบหมีขออยู่บนต้นไม้ จึงใช้อาวุธปืนขนาด .22 ของ อส.ออย ยิงที่ศีรษะหมีจนร่วงตกต้นไม้ จากนั้นนำซากไปให้นายเจนระ ชำแหละส่วน นางคิน ภรรยาของนายเจนระ อยู่ระหว่างการนอนหลับ สำหรับซากหมีส่วนหัวตัดทิ้งลำห้วยในพื้นที่ ส่วนกรามโยนให้สุนัขกิน นอกจากนี้นายตาต้า ซัดทอดนายอนุสรณ์ ยังพาไปจับกบทูตหรือกบภูเขา ที่ตำรวจพบทิ้งรวมอยู่กับซากหมีขอ ห่างจากจุดยิง 37 เมตร      ขณะที่นายอนุสรณ์ หรือ อส.ออย ยอมรับว่าอาวุธปืนทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ยึดมีการวางแผนนำเข้าป่าตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นปืนของนายทัศดนัย ขอกระโชก และนางสาวศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม  ส่วนปืน 11 มม. ที่ยึดได้นั้นเป็นของปลัดแมนใช้ยิงแก้บนบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเสบียงอาหารพักค้างแรม   คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ขออำนาจศาลออกหมายจับรวม 14 คน จับกุมแล้ว 13 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่   - กลุ่มผู้ต้องหาเจ้าของรถและผู้ที่อยู่ในรถ จำนวน 10 คน เป็นชุดแรกที่ถูกจับกุมและได้รับการประกันตัว คนละ 200,000 บาท ประกอบด้วย   นางสาวศรีวิจิตร  ดิษฐ์แช่ม, นายฉัตรชัย  เกาะลอย, นายทัศดนัย  ขอกระโชก, นายประสาน  เต็มธนัน, ว่าที่ ร.ต.สุนทร  มาเจริญรุ่งเรือง, นายจิรชัย  ตันติวัฒนสิทธิ์, นายยถสาวร  เสี่ยงหลิว, นางอรุณ  แสงใส, นายวัชรชัย  สมีรักษ์, และนายสมเกียรติ  เพ็งนาเรนทร์ ลุงของปลัดแมนที่อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ซึ่งถูกรวบตัวได้ที่ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา   -กลุ่มคนยิง  3  คน  ประกอบด้วย นายตาต้า (ชาวเมียนมา),นายอนุสรณ์  เรือนงาม , นายสกานต์  แก่งหลวง   -กลุ่มคนชำแหละเนื้อ 2 คน ประกอบด้วย นายเจนระ หรือจีระ ชาวเมียนมา ไม่มีนามสกุล (ออกหมายจับแล้วยังหลบหนี), นางสาวคิน หน่อยโซ ภรรยาของนายเจนระ (อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าร่วมกันชำแหละหรือไม่)   พลตำรวจเอกศรีวราห์ กำชับพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จ ภายใน 48 วัน หรือไม่เกินฝากขัง 4 ผลัด  มั่นใจอัยการจะสั่งฟ้องผู้ต้องหา ยืนตามพนักงานสอบสวนทุกคนและทุกข้อหา เนื่องจากมีพยานวัตถุ พยานบุคคลครบถ้วนทำให้เชื่อได้ว่าผู้ต้องหามีการกระทำความผิดจริง ซึ่งเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.)พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายอนุสรณ์ และนายตาต้าไปทำแผนชี้จุดยิงและจุดพบซากหมีขอในกระสอบ   และให้สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมประเด็นที่สังคมสังสัย ว่ามีเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชี้เป้าให้กลุ่มผู้ต้องหายิงหมีขอหรือไม่ และเจตนาเข้าไปยิงหมีขอแต่แรกหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา รวมถึงร้านค้าที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารภายในอุทยาน   พร้อมกันนี้สั่งการให้สอบปากคำพระสำนักสงฆ์เต่าดำประกอบสำนวนให้แน่นหนา  เนื่องจากนายตาต้าไปสารภาพผิดกับเจ้าอาวาส บอกว่ากลุ่มออฟโรดสั่งให้ยิง  สำหรับรถออฟโรด หมายเลขทะเบียน 3555 ที่ยึดไว้ พบว่ามีการดัดแปลงสภาพโครงรถ และมีตำรวจยศ พ.ต.ท.เป็นผู้ครอบครอง สั่งการให้ตรวจสอบว่ามีส่วนในการกระทำผิดหรือไม่   นอกจากนี้ยังให้หาคราบเลือดของหมีขอในจุดเกิดเหตุ ก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอาจจะทำให้คราบเลือดหายไป ส่วนที่นายตาต้ารับสารภาพว่าเป็นคนยิง จะทำให้ผู้ต้องหารายอื่นๆ รับโทษน้อยลงหรือไม่นั้นถือเป็นดุลยพินิจของศาล   ส่วนประเด็นที่มีการนำเสนอว่า ตนเองสั่งให้ดำเนินคดีกับเด็ก ยืนยันไม่มีการดำเนินคดีกับเด็ก เนื่องจาก ตาม ป.วิอาญา กฎหมายยกเว้นโทษสำหรับเด็ก  แต่กระบวนการสอบสวนต้องดำเนินต่อไป ยืนยันหมีขอจะไม่ตายฟรีแม้คณะทำงานชุดนี้จะเป็นชุดเดียวกับคดีเสือดำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0HZsNSZvOAc

 4,057
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 61

รวบ 2 หนุ่มชาวเวียดนามขน 'ซากเสือโคร่งรมควัน' กลับประเทศ อ้างซื้อมาจากจ.ตาก โดนหนัก 3 ข้อหา

เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี 2 ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม ที่ลักลอบขนซากเสือลมควัน จาก จ.ตาก เดินทางไปยังเวียดนาม โดยแจ้ง 3 ข้อหาหนัก คือ แจ้งข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองและซ่อนเร้นจำหน่ายซากสัตว์ป่าคุ้มครอง มีโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท พร้อมทั้งรายงานให้ชุดสืบสวนภาค 6 ขยายผลหากระบวนการค้าซากสัตว์ป่าในพื้นที่ชายแดน   จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก สามารถจับกุมนายเล บินห์ อายุ 40 ปี และนายเหงียน วัน ตุง อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาวเวียดนาม ที่ลักลอบขนซากเสือขึ้นรถทัวร์จาก จ.ตาก จะเดินทางต่อไปที่ จ.หนองคาย เพื่อข้ามฝั่งไปลาวแล้วจะกลับประเทศเวียดนาม แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน เนื่องจากคนขับสังเกตเห็นพิรุธขณะแวะจอดที่ชานชาลาศูนย์ขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 จ.พิษณุโลก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) นายณรงค์ บ่วงรักษ์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้นำซากเสือมาทำการตรวจสอบเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเป็นซากเสือโคร่งเพศผู้อายุประมาณ 15-20 ปี มีความยาวตั้งแต่หัวถึงหางกว่า 3 เมตร น้ำหนักตัวมากถึง 200 กก. ซึ่งถือว่าเป็นซากเสือโคร่งที่สมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีการชำแหละแยกชิ้นส่วนเอาไว้เป็นอย่างดี อาทิ กะโหลก เขี้ยว ขาหน้า ขาหลัง ซี่โครง อวัยวะเพศ เนื้อย่างรมควันแดดเดียว เป็นต้น แต่ไม่พบหนังเสือและอวัยวะเครื่องใน ซึ่งถ้าหากส่งออกไปต่างประเทศจะมีมูลค่าถึง 2 ล้านบาท   ด้าน นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รายงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจสอบแยกชิ้นส่วนต่างๆ ของซากเสือโคร่งที่มีมากว่า 23 ชิ้น นำมาชั่งพร้อมบันทึกรายละเอียดเบื้องต้น โดยจะต้องรอเก็บซากเสือโคร่งเอาไว้ก่อน นอกจากนี้ยังพบเปลือกไม้กฤษณาที่เป็นไม้หวงห้ามจำนวน 2 ถุง น้ำหนัก 2 กก. ซุกซ่อนมากับซากเสือโคร่งด้วยมูลค่าหลายแสนบาท สำหรับเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 181 ห้ามครองครองโดยเด็ดขาด เพราะจำนวนเสือโคร่งในปัจจุบันเหลือน้อยมาก แจ้ง 3 ข้อหา คือ แจ้งข้อหาครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองและซ่อนเร้นจำหน่ายซากสัตว์ป่าคุ้มครอง มีโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท   สำหรับซากเสือหลังจากนี้ก็จะทำการเก็บรักษาไว้ก่อนที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) เพื่อใช้ในการสอบสวนจากนั้นประมาณ 1 เดือนหากว่าไม่ใช้ในการสอบสวนก็จะทำลาย    ในขณะที่การดำเนินคดี พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ได้รายงานกับทางผู้บังคับบัญชาและประสานกับทางสืบสวนสอบสวนภาค 6 เตรียมขยายผลเส้นทางการลำเลียงซากสัตว์ป่าคาดว่าน่าจะทำเป็นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ ซึ่งจะได้ขยายผลสอบสวนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก็จะได้มีการประสานทาง ตม.ตรวจสอบเรื่องการเข้าเมืองว่าถูกกฎหมายหรือไม่ โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป

 1,870
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 61

ลุงปลัดเผยไม่ได้หนีแต่ไม่มี จนท.คุมตัวจึงกลับบ้าน ยันไม่เกี่ยวล่าหมีแค่ไปทำบุญแก้บน

     จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี  ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ให้ติดตามตัวผู้กระทำผิดอีก 1 รายในคดีล่าหมีขอ หลังจากที่ตรวจสอบพบว่ามีผู้ร่วมกระทำผิดในคดีดังกล่าวหายตัวไป 1 รายคือ นายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ต่อมา นายสมเกียรติ ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.บ้านคา จ.ราชบุรี ก่อนจะมีการควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ไทรโยค นั้น        โดย นายสมเกียรติ  เปิดเผยว่า ตนมีศักดิ์เป็นลุงของนายวัชรชัย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี วันที่เจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มออฟโรดนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ขอข้อมูลหรือรายละเอียดอะไรเลย วันนั้นก็ยังนั่งรถออกไปจากพื้นที่กันทั้งขบวน ส่วนช่วงที่จะกลับมาบ้านมีรถคันหนึ่งจะไปรับญาติกลับมา จึงได้ขออาศัยรถกลับมาที่ด่าน ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน และไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ยังคงอยู่ในพื้นที่บริเวณนั้นจนกระทั่งจนดึกหลังจากที่ทำเรื่องต่างๆเสร็จแล้วก็ไม่รู้อยู่ทำอะไรต่ออีก จึงเดินทางกลับมาบ้านที่ราชบุรี         ส่วนวันที่เดินทางเข้าไปนั้นเพื่อจะไปแก้บน จุดธูป ทำบุญ ที่สำนักสงฆ์ เพราะหลานชายสอบคัดเลือกได้เป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และก็ยังไม่รู้จักกลุ่มคนที่มากับรถออฟโรด เพราะตัวเองเป็นแค่คนอาศัยให้นั่งรถเข้าไปเพื่อทำบุญเท่านั้น ส่วนตัวเองมีอาชีพขายน้ำ ขายลูกชิ้นอยู่ในตลาดใกล้บ้านที่ อ.บ้านคา ส่วนซากหมีขอที่เจ้าหน้าที่พบนั้นตนเองไม่ทราบ เพราะออกเดินทางไปถึงตอนเย็นได้กินข้าวเสร็จช่วงหัวค่ำก็นอนแล้ว พอตกเช้ามาก็นำกับข้าวเตรียมขึ้นไปถวายพระที่สำนักสงฆ์   

 4,400
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 61

เข้าป่าหาหลักฐานล่าหมีขอ ปลัดถูกให้ออกจากราชการ 'ศรีวราห์' ใช้ชุดเสือดำทำคดี

จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ก่อนพบซากสัตว์ป่าสงวนเป็นเท้าหมีขอทั้งสี่เท้า พร้อมปืนยาวและลูกกระสุน รวมทั้งปืนสั้น มีดอีโต้ และมีดทำครัว   พบหนึ่งในผู้ร่วมคณะคือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี แต่ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์ เป็นการเข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และมีการพักค้างแรมที่วัด ก่อนกลับได้มีชาวบ้านขายซากสัตว์ดังกล่าวให้ รวมทั้งยืนยันว่าได้ขออนุญาตหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อเข้าพื้นที่แล้ว   ซึ่งล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงนามคำสั่งให้ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และ อาสารักษาดินแดน 2 คน ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง   ขณะที่ จนท.ได้เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บพยานหลักฐาน โดยจุดแรกบริเวณที่เจ้าหน้าที่พบรถออฟโรดทั้ง 6 คัน พบกระสุนปืนจำนวนหนึ่งตกอยู่ รวมทั้งถุงพลาสติกที่มีคราบบางอย่างถูกทิ้งไว้ข้างทาง จึงได้นำไปตรวจเทียบเคียงกับอาวุธปืนที่พบในกลุ่มผู้ต้องหา   ส่วนจุดต่อมาคือบริเวณสำนักสงฆ์ที่กลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่ามาพักแรมและมาทำบุญ โดยจุดนี้เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการก่อกองไฟบริเวณที่ครัวริมห้วย เมื่อกระจายกำลังโดนรอบก็พบชิ้นส่วนของสัตว์ป่า เช่น ฟันกราม, ขน, กระดูก, ชิ้นเนื้อ, ลำไส้ และไขมันสัตว์ รวมทั้งมีดพร้า ซึ่งจะได้นำไปตรวจว่าเป็นชิ้นส่วนของหมีขอที่พบหรือไม่   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค ถึง สำนักสงฆ์เต่าดำใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมง ทั้งที่มีระยะทางไม่ถึง 100 กม. เนื่องจากเส้นทางเป็นทางธรรมชาติ ที่สองข้างทางมีต้นไม้ปกคลุมอย่างหนาแน่น ประกอบกับบางช่วงเป็นช่วงขึ้นเนินสูงทำให้ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถออฟโรดเข้าไปเท่านั้น นอกจากนี้บางช่วงเป็นน้ำตกที่ต้องลุยน้ำขับไป ส่วนเส้นทางงดังกล่าวจะไม่พบผู้คนสัญจน เพราะตามเส้นทางจะไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่   ด้านนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบกระสุนที่พบในจุดแรกมี 2 ขนาดคือ 9 มม. กับ 11 มม. จึงได้มอบให้ พฐ. ไปตรวจดีเอ็นเอและรอยในปลอกกระสุนปืน และระหว่างทางจะเห็นว่าต้นไม้ขึ้นค่อนข้างรก ดังนั้นจึงชัดเจนว่าเส้นทางนี้ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้ามา   ส่วนชิ้นส่วนสัตว์ที่พบคาดว่าจะเป็นหมีขอ แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นตัวเดียวกับของกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่ จากการสอบถามผู้ดูแลสำนักสงฆ์ยังให้การวกวน ให้การกลับไปกลับมา โดยเฉพาะตำแหน่งที่คณะผู้ต้องหาใช้พักค้างแรม แต่จะมีตัวละครที่เพิ่มเข้ามาคือแม่ครัวที่พักอยู่ในจุดทำครัว และอาจมีส่วนรู้เห็นซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายชื่อ ก่อนจะเรียกเข้าไปสอบสวน   ส่วนประเด็นเรื่องการหาซื้อซากหมีขอตามคำกล่าวอ้างนั้น คงเป็นไปไม่ได้ โอกาสที่จะพบชาวบ้านแทบไม่มี ส่วนที่สำนักสงฆ์แห่งนี้มีการติดตั้งเพิงพัก ทราบว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรม และเป็นที่พักของแม่ครัว แต่อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งให้มีการตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของคณะสงฆ์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ หากพบว่ารู้เห็นเป็นใจทางอุทยานฯ อาจนำเสนอให้ทางกรมฯ เพิกถอนการเป็นพุทธอุทยาน จนอาจต้องเชิญพระออกไป   ส่วนผู้ดูแลสำนักสงฆ์ระบุว่า คณะออฟโรดได้เดินทางมาที่สำนักสงฆ์ฯ พร้อมบอกว่าจะนำของมาถวายพระ แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำซึ่งไม่สมควรจึงบอกว่าจะถวายของในเช้าวันรุ่งขึ้น และได้ขอกางเต้นท์นอน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นกลุ่มผู้ใจบุญจึงยินยอม ตอนนั้นเห็นว่าพวกเขาได้มีการปรุงอาหารทำกินกัน ซึ่งตนก็ไม่ได้ห้าม เพราะมีการคุยกับผู้ดูแลอีกคน โดยคืนดังกล่าวไม่พบความผิดปกติใดๆ ไมได้ยินเสียงที่แปลกหู และจากการมองคร่าวๆก็ไม่เห็นว่ามีใครออกไปนอกสำนักสงฆ์ฯ ก่อนที่รุ่งเช้าวันที่ 7 ต.ค. กลุ่มดังกล่าวจะมีการทำบุญถวายของตามปกติ โดยที่ผ่านมาไม่เคยเห็นกลุ่มบุคคลนี้มาก่อน   ส่วนนายสมบัติ สงวนศักดิ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ทย.6 เขาพลู ได้กล่าวชี้แจงว่า ตนไม่เคยได้รับการประสานงานจากกลุ่มดังกล่าวมาก่อน ส่วนคนชื่อออยตนก็เคยรู้จักว่าเป็น อส. เพราะมักเข้ามาที่หน่วยและมีการขอเบอร์โทรศัพท์ตนด้วย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยพาใครมาเที่ยวบริเวณนั้น ปกติจะมาไหว้ที่ศาลเจ้าในป่า ส่วนปลัดคนดังกล่าวตนไม่เคยรู้จัก   ขณะที่ นายกิตติ แสงหล่อ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดตรวจสอบ บอกว่า หลังได้รับคำสั่งจึงนำกำลังไป จนพบว่ารถที่ได้รับแจ้งเกิดสวนกับรถของเจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบในรถ จนพบซากเท้าของหมีขอถูกแช่ในตู้เย็นเก่าๆหลังรถคันหนึ่งในกลุ่ม และเมื่อขอค่นตัวชายคนดังกล่าวก็ไม่ยินยอม พร้อมบอกว่าเขาเป็นปลัด ซึ่งตอนนั้นไม่รู้สึกกลัว แต่คิดว่าต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง จึงรายงานให้หัวหน้าทราบก่อนทำการจับกุมแลละพบอาวุธปืน   ด้านพลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่าเบื้องต้น ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ ซึ่งได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ใช้ชุดพนักงานทีมเดิมกับที่ทำคดีเสือดำ โดยไม่กังวลว่าสังคมจะเกิดข้อกังหา เพราะต้องการให้สามารถดำเนินคดีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจาก พนักงานสอบสวนชุดนี้ มีประสบการณ์ และคดีที่เกิดขึ้นมีลักษณะเดียวกัน โดยขณะนี้ ได้สั่งการให้ตรวจสอบหาซากตัวหมี ที่ตรงกับซากขาหมีของกลาง เพื่อยืนยันให้เกิดความชัดเจนเพียงพอที่จะแจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ป่าเพิ่มเติม ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่อุทยานเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนคดีได้   ทั้งนี้มีข้อมูลว่า หมีขอ แม้จะมีหน้าตาคล้ายหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกชะมดและอีเห็น มีชื่อเรียกอีกย่างว่าบินตุรง หรือ หมีกระรอก ออกหากินเวลากลางคืน อาศัยและหากินตามลำพัง โดยอาหารคือผลไม้และสัตว์ขนาดเล็กบนต้นไม้ ทั้งแมลงและสัตว์เลื้อยคลาน   พฤติกรรมของ หมีขอ ปีนต้นไม้ได้เก่งมาก โดยใช้หางที่ยาวเกาะเกี่ยวกิ่งไม้ มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ ในฐานะเป็นผู้กระจายเมล็ดพืชและเป็นควบคุมประชากรสัตว์ฟันแทะ   อย่างไรก็ตาม หมีขอ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 หมีขอมีชื่ออยู่ในบัญชีชนิดพันธุ์ที่ไม่มั่นคงของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) โดยถูกจัดให้อยู่ในสถานะถูกคุกคามในระดับที่ มีความเสี่ยงจะสูญพันธุ์จากธรรมชาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rtHTwGOpOtk

 9,868
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 61

ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี เซ็นคำสั่งให้ปลัดอำเภอล่าหมีขอ ออกจากราชการไว้ก่อน

ผู้ว่าราชการกาญจนบุรี เซ็นคำสั่งให้ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยและเจ้าหน้าที่ อส. ที่ร่วมขบวนรถล่าสัตว์ป่าออกจากราชการไว้ก่อน   ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุมกลุ่มรถออฟโรด จำนวน 6 คัน ที่ลักลอบเข้าไปในอุทยานแห่งชาติไทรโยค พื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานไทรโยคห้วยพลู ซึ่งการการตรวจค้น พบอาวุธปืนไรเฟิล ปืนพก พร้อมกระสุนปืนและซากหมีขอ โดยในคณะมีนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยพร้อมด้วย นายสกานต์ แก่งหลวง และ นายอนุสรณ์ เรือนงาม เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนอำเภอด่านมะขามเตี้ยร่วมเดินทางมาด้วย    ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้แถลงข่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัด ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบวินัยร้ายแรงแล้ว และได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าคดีหรือผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ส่วนสมาชิก อส. ทั้งสองคนนั้น ทางจังหวัดได้มีคำสั่งพักการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชั่วคราว หากผลการสอบสวนหรือคดีสิ้นสุด และพบว่าได้กระทำผิดจริง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีคำสั่งให้ออกจากสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนทันที โดยในขณะที่ถูกพักการเป็นสมาชิก จะไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด    ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้กล่าวว่า การมีคำสั่งให้นายวัชรชัย ออกจากราชการและพักการเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนของทั้ง 2 คนนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลทั้งสามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนพิจารณา และถือเป็นการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อมีเจ้าหน้าที่ของภาครัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด แต่หากผลการพิจารณาออกมาว่า ไม่มีความผิด ทั้งสามคนก็สามารถยื่นคำร้องขอกลับเข้ามารับราชการได้   (จีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี)   ขณะที่ในส่วนของนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ที่ยังคงถูกสอบปากคำอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรไทรโยค ได้ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการล่าสัตว์แต่อย่างใด ที่เดินทางมาในครั้งนี้ ก็เพียงต้องการจะไปร่วมทำบุญเท่านั้น ส่วนซากหมีขอนั้น เป็นของคนที่ร่วมเดินทางมาในคณะ โดยเจ้าของซากหมีขอ ให้ข้อมูลว่าไปซื้อมาจากชาวบ้าน ไม่ได้มีการล่าสัตว์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จะได้เดินทางเข้าไปยังจุดที่คาดว่ามีการลักลอบล่าสัตว์เพื่อตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็นข้อมูลหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบปลัดอำเภอ ร่วมคณะออฟโรดลอบล่าสัตว์ป่า ยังปฏิเสธอ้างแค่ไปทำบุญ ปัดรู้เห็นซากหมีขอในรถคันอื่น      

 4,472
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 61

‘ศรีสุวรรณ’ จี้ ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ไล่ออกปลัดอำเภอ ร่วมคณะออฟโรดลอบล่าสัตว์ป่าอุทยานไทรโยค

‘ศรีสุวรรณ’ เรียกร้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ไล่ออกปลัดอำเภอ กับพวกฆ่าหมีขอกลางป่าไทรโยค พร้อมดักคอหวั่นข้าราชการช่วยเหลือกันจนทำให้คดีอ่อนลง    วันนี้ (8 ต.ค.) นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีไล่ออกปลัดอำเภอกับพวกฆ่าหมีขอกลางป่าไทรโยค ระบุว่า ตามที่ “ทีมพญาเสือ” ได้รายงานเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 ว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) พบ กลุ่มรถออฟโรสจำนวน 6 คัน มีชายหญิงรวม 12 คน ลักลอบเข้าอุทยานฯ    หลังตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่ามีอาวุธปืนยาวไรเฟิล .22 CZ ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุน 30 นัด พบอาวุธปืนพก 9 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 40 นัด เครื่องกระสุนขนาด 5.56 (เครื่องกระสุนใช้กับ M 16) จำนวน 20 นัด และยังพบซากสัตว์ป่า (หมีขอ) ทั้ง 4 เท้าซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 ตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีไซเตส นอกจากนั้นยังมีดอีโต้อีก 2 และมีดทำครัวอีก 3 เล่มพร้อมเขียงด้วย โดยกลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทีม อส. นั้น   การกระทำดังกล่าวของ ปลัดอำเภอและ อส. ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐ ย่อมมีสำนึกรู้ว่าการพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติและฆ่าหมีขอหรือมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองฯ เป็นการจำนนด้วยหลักฐาน แม้จะพยายามปฏิเสธก็ฟังไม่ขึ้น ย่อมต้องมีความผิดตามกฎหมายหลายกระทง ซึ่ง พฤติกรรมดังกล่าวของปลัดอำเภอและ อส.ถือได้ว่าไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะเป็นถึงเจ้าพนักงานของรัฐกลับปฏิบัติโดยมิชอบ เข้าข่ายฐานความผิด “ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง” อันถือได้ว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 85 (7) ประกอบมาตรา 82(10)    สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงขอเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีควรสั่งลงโทษโดยการไล่ออกจากราชการ ตามมาตรา 88 (5) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมและต่อข้าราชการอื่น ๆ ต่อไป และ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่าย จะไม่ใช้ความเป็นข้าราชการด้วยกันในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันจนทำให้น้ำหนักคดีอ่อนลงจนทำให้ผู้ต้องหาหลุดไปได้ในที่สุด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบปลัดอำเภอ ร่วมคณะออฟโรดลอบล่าสัตว์ป่า ยังปฏิเสธอ้างแค่ไปทำบุญ ปัดรู้เห็นซากหมีขอในรถคันอื่น    

 2,345
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 61

รวบปลัดอำเภอ ร่วมคณะออฟโรดลอบล่าสัตว์ป่า ยังปฏิเสธอ้างแค่ไปทำบุญ ปัดรู้เห็นซากหมีขอในรถคันอื่น

กาญจนบุรี-เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค บุกรวบปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยพร้อมเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนร่วมคณะรถออฟโรด จำนวน 6 คัน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมของกลาง อาวุธปืนและเครื่องกระสุน พร้อมซากหมีขอ   จากการตรวจค้นพบว่ามีกลุ่มบุคคลเดินทางร่วมมาในคณะจำนวน 12 คน โดยในรถคันที่ 5 เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และยังพบอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนและซากสัตว์ป่าหมีขอ   นอกจากนี้ ในกลุ่มคนดังกล่าว ยังพบชายคนหนึ่งที่อ้างว่าตนเองคือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และมีชายอีกสองคนที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนด้วย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่จะขอตรวจค้นตัว อย่างละเอียด กลุ่มบุคคลดังกล่าว กลับไม่ให้ตรวจค้น โดยบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน เบื้องต้น ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ดังกล่าว   ขณะที่นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ทั้งนี้ หากเรื่องดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำผิดวินัยร้ายแรงและหากพบว่า บุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริงก็จะมีโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ   ด้านปลัดอำเภอที่ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงว่า "กระผมนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย เมื่อวันที่ 6 ต.ค.61ได้ขึ้นไปทำบุญและบริจาคสิ่งของที่สำนักสงฆ์เขาเต๋าดำ และได้พักแรมที่สำนักสงฆ์1คืน และไม่ได้ไปที่ไหนแต่อย่างใดและได้ลงกลับมามิได้ทำการล่าสัตว์ตามที่เป็นข่าว โดยของกลางที่พบนั้นอยู่ในรถของคนที่ไปด้วย และมิได้อยู่ในรถของกระผมแต่อย่างใด โดยคนอื่นมิได้รู้เห็นแต่อย่างใด ซึ่งส่วนใหญ่คนที่ไปด้วยเป็นเด็กและผู้สูงอายุที่ตั้งใจจะไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ ขอยืนยันด้วยความสัตย์จริงทุกประการครับ"   อย่างไรก็ตามทาง จนท.ได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลทั้งหมด จำนวน 8 ข้อหา ได้แก่   1.เก็บหานำออก ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ   2.นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์   3.นำยานพาหนะเข้า-ออก หรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้ เพื่อการนั้นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่   4.นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่   5.ร่วมกันล่าสัตว์ป่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้น ตามมาตรา 26   6.ร่วมมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต ฐานเข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่   7.ร่วมกันซ่อนเร่น ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ดดยประการใด ซึ่งสัตว์ป่าหรือซากสัตว์อันได้มาโดยการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 55   8.ร่วมกันเก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสีย แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507   ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดี จนกระทั่งช่วงเวลา 4.00 น. เจ้าหน้าที่ พฐ. เก็บ DNA ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 11 คน ครบทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะสอบปากคำต่อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FAbiCv-7OZs

 6,023

Top