ค้นหา :

ผลการค้นหา "แท็กซี่ชนแล้วหนี"

สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 61

รวบแท็กซี่ชนคนตายหน้าตลาดยิ่งเจริญ อ้างนึกว่าชนกรวยยาง บ้านไม่มีทีวีเลยไม่รู้ข่าว ตรวจรถพบสวมทะเบียนปลอม

จากกรณีนายอิทธิพล วงษา อายุ 57 ปี ถูกรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะกำลังเดินข้ามถนน บริเวณประตู 3 ตลาดยิ่งเจริญ ถนนพหลโยธินขาออก บางเขน กรุงเทพฯ จากนั้นพลเมืองดีรับนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนรถแท็กซี่ได้หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมตัวคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวได้แล้วทราบชื่อนายถวิล  ธรณี อายุ 49 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีเขียว-เหลืองทะเบียน 1 มก 7846 กรุงเทพมหานคร (ทะเบียนจริง ฎต 154 กรุงเทพมหานคร) โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักภายในซอยนวลจันทร์ 17 กรุงเทพฯ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถยนต์ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ช่วงสายวันนี้( 8 ต.ค.)   พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รองผบก.น.2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถพบว่า รถแท็กซี่คันเกิดเหตุไปตรงกับทะเบียนรถแท็กซี่อีกหนึ่งคัน ซึ่งเป็นของนายเฉลิม ดิสลับ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีกับนายถวิล เพิ่มอีก 1 ข้อหาความผิดฐานปลอม และใช้เอกสารปลอมของราชการ   สอบถามผู้ต้องรับสารภาพว่าขณะเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงกลางดึกและมีฝนตกเล็กน้อย และจุดเกิดเหตุค่อนข้างมืด ตนคิดว่าชนกับแท่งแบริเออร์ เมื่อขับผ่านมาได้สักระยะจึงไปจอดรถที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ ถนนรามอินทรา ฝั่งขาออก มุ่งหน้ามีนบุรี เพื่อตรวจเช็คความเสียหายกระทั่งพบว่ากระจกหน้ารถแตก และกันชนหน้าแตก จากนั้นวันรุ่งขึ้นจึงขับรถไปซ่อมที่อู่รถย่านรามอินทรา จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุม   ส่วนรถคันเกิดเหตุเป็นรถที่สวมทะเบียนมาโดยซื้อต่อมาอีกทอดหนึ่ง และครอบครองมาได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งแท้จริงรถคันดังกล่าวได้หมดอายุการใช้งานรับจ้างสาธารณะลงแล้ว โดยสีเดิมคือชมพู จากนั้นได้ลักลอบเปลี่ยนจากรถสหกรณ์ มาเป็นแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ส่วนขั้นตอนการต่อทะเบียนต่างๆ มีคนรับทำให้   พ.ต.อ.อำนาจ  อิมทรศวรผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การว่าหลังจากเกิดเหตุในวันรุ่งขึ้นได้นำรถเข้าอู่ทันทีโดยซ่อมกระจกในราคา 2,800 บาท และกันชนหน้า 300 บาท ก่อนนำไปขับตามปกติ จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ต้องหาจะทราบหรือไม่ว่าชนอะไรก็ไม่มีผลต่อรูปคดีเพราะเรามีหลักฐานทุกอย่างชัดเจน ทั้งนี้ทางตำรวจเตรียมขยายผลแหล่งลักลอบสวมทะเบียนเปลี่ยนจากรถสหกรณ์มาเป็นรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง    ด้าน นายเฉลิม ดิสลับ ที่ทะเบียนรถตรงกับผู้ก่อเหตุ ก็ได้นำสมุดจดทะเบียนของรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หมายเลข 1 มก 7846 กรุงเทพมหานคร เข้าแสดงความบริสุทธิ์กับพนักงานสอบสวน ยืนยันว่า รถคันนี้จดทะเบียนเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลเมื่อเกือบ 3 ปี ที่ผ่านมา โดยซื้อต่อมาจากเต้นท์รถมือสอง ในทะเบียนเดิม คือ ทว 7632 และมาจดเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล โดยใช้ชื่อเพื่อนเป็นเจ้าของ และไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว โดยหลังเกิดเหตุ ตำรวจเชิญมาให้ข้อมูล เนื่องจากรถทะเบียนนี้ตรงกับรถคันที่ชนคนเสียชีวิต จึงทราบว่า รถของตนถูกสวมทะเบียน   ขณะที่นางสาวณิชานันท์ วงษา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหา กล่าวว่า นายถวิล ผู้ต้องหาได้รับโทษแล้วแต่ยังไม่สำนึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ระหว่างที่พูดคุยกันผู้ต้องหายอมรับว่าขับชนจริงแต่ไม่รู้ว่าชนอะไร  ทั้งนี้ได้ยกมือไหว้ขอโทษกับตนและครอบครัว แต่น่าจะขอโทษด้วยความจริงใจ จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่มีจิตสำนึก   ที่อ้างว่าไม่รู้ว่าชนอะไรตนไม่เชื่อหรอก จะไม่รู้เลยเหรอว่าคน นี่แหละคือสิ่งที่ตนเสียใจและผิดหวัง เขาอ้างไม่ได้ดูข่าวเพราะไม่มีทีวี จึงไม่ว่าเกิดเหตุนี้ขึ้น  อยากให้ทุกคนในสังคมอยู่และมีน้ำใจต่อกัน ยอมรับพ่อของตนก็มีส่วนผิดที่ออกไปเดินยามวิกาล ในเมื่อชนแล้วก็ต้องลงไปช่วยบ้างไม่ใช่ขับรถหนี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KyMs8_IfOxA

 7,742
สังคม-อาชญากรรม
07 ต.ค. 61

รวบแท็กซี่ชนคนหน้าตลาดยิ่งเจริญ อ้างไม่รู้ว่าชนคน พบสวมทะเบียนรถ ลูกสาวผู้ตายลั่นผู้ต้องหาไม่มีความจริงใจ

ตำรวจนครบาลบางเขน คุมตัวคนขับรถแท็กซี่โดยสารที่ขับรถชนชายที่กำลังข้ามถนนย่านตลาดยิ่งเจริญจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนี มาสอบปากคำ จากการตรวจสอบยังพบว่ารถแท็กซี่คันก่อเหตุ มีการสวมทะเบียนรถแท็กซี่อีกคัน   ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่รถแท็กซี่โดยสารสาธารณะคันหนึ่ง สีเขียว-เหลือง ขับเฉี่ยวชน นายอิทธิพล วงษา ระหว่างกำลังเดินข้ามถนน บริเวณหน้าประตู 3 ตลาดยิ่งเจริญ ย่านสะพานใหม่ ก่อนที่จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ตำรวจตรวจสอบ โดยก่อนหน้านี้ ลูกสาวของผู้ตายได้โพสต์ข้อความผ่านโลกออนไลน์ ให้ผู้ที่มีข้อมูลหรือหลักฐานที่สามารถบ่งชี้ทะเบียนรถคันก่อเหตุ ส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ   จนกระทั่งล่าสุด ตำรวจนครบาลบางเขนทราบหมายเลขทะเบียน และขยายผลจนทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายถวิล ธรณี จึงนำมาสอบปากคำเมื่อวานนี้ พร้อมกับยึดรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มก 7846 กรุงเทพมหานคร ได้ที่บ้านพักของนายถวิล ย่านซอยนวลจันทร์ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถยนต์ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า รถแท็กซี่โดยสารสาธารณะคันนี้ ไปตรงกับทะเบียนรถอีกหนึ่งคัน ซึ่งเป็นของนายเฉลิม ดิสลับ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีกับนายถวิล เพิ่มอีก 1 ข้อหา ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอมของราชการ ด้านนายเฉลิม ดิสลับ ที่ทะเบียนรถตรงกับผู้ก่อเหตุ ก็ได้นำสมุดจดทะเบียนของรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หมายเลข 1 มก 7846 กรุงเทพมหานคร เข้าแสดงความบริสุทธิ์กับพนักงานสอบสวน   โดยยืนยันว่า รถคันนี้จดทะเบียนเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลเมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยซื้อต่อมาจากเต้นท์รถมือสอง ในทะเบียนเดิม คือ ทว 7632 และมาจดเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลในหมายเลขทะเบียนนี้ โดยใช้ชื่อเพื่อนเป็นเจ้าของ และไม่ได้ใช้งานมานานแล้ว โดยหลังมีเหตุนี้เกิดขึ้น ตำรวจเชิญมาให้ข้อมูลไปแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากตำรวจบอกว่า รถทะเบียนนี้ตรงกับรถคันที่ชนคนเสียชีวิต จึงทราบว่ารถของตัวเองถูกสวมทะเบียน และส่วนตัวเคยได้ยินมาว่าในวงการรถแท็กซี่มีการสวมทะเบียนปลอม แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง   ขณะที่พันตำรวจเอก ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 สอบปากคำ นายถวิล พร้อมเปิดเผยว่า นายถวิล ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และอ้างว่าตกใจ โดยไม่ทราบว่าชนคน ส่วนประเด็นการใช้ทะเบียนปลอม ตำรวจสืบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลถึงที่มาการปลอมแปลงทะเบียน   ด้าน นางสาวณิชานันท์ วงษา ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า แม้ผู้ต้องหาจะกล่าวขอโทษต่อครอบครัว แต่ผู้ต้องหาไม่มีความจริงใจ เพราะอ้างว่าไม่แน่ใจว่าชนคนข้ามถนน และจากเหตุการณ์นี้ อยากฝากให้คนขับรถมีจิตสำนึก หากชนคนให้หยุดช่วยเหลือ จะได้ไม่ให้ครอบครัวให้ต้องเสียชีวิต   เบื้องต้นตำรวจจะนำตัวนายถวิล ไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา ในวันอังคารที่ 9 ตุลาคมนี้     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แท็กซี่โหดชนคนหน้าตลาดยิ่งเจริญ ลูกสาวคนตายโกรธ ฝากถาม "ชนแล้วทำไมไม่ลงไปช่วย"

 6,554

Top