ค้นหา :

ผลการค้นหา "รวบมือสาดน้ำกรด"

ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

เผาศพสาวถูกสาดน้ำกรดดับ ลูกสาวรำส่งวิญญาณแม่ทั้งน้ำตา ก่อนเป็นลมหลังฌาปนกิจ

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ความคืบหน้าวันนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. ที่วัดแสงธรรมรังสี บ้านแสงอรุณ หมู่ 9 ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจ น.ส.ช่อลัดดา บรรยากาศภายในวัดแสงธรรมรังสี มีญาติๆ ของผู้ตายพร้อมเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิธีกันกว่า 200 คน โดยทุกคนต่างอยู่ในความเศร้าโศก   โดยก่อนจะเริ่มพิธีการวางดอกไม้จันทน์และฌาปนกิจ น้องเตเต้ลูกสาวของผู้เสียชีวิตวัย 12 ปี ได้สวมใส่ชุดไทยรำหน้าศพ หรือรำเชิญพระขวัญ ส่งดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ไปสู่สุขคติบนสวรรค์ตามความเชื่อ ซึ่งตลอดการรำหน้าศพของน้องเตเต้ได้ทำการรำทั้งน้ำตาจนจบเพลง    ด้านน้องเตเต้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนรำหน้าศพ ว่า อยากจะบอกแม่เป็นครั้งสุดท้ายกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนเองจะเป็นคนดีและตั้งใจเรียน ไม่เกเร ขอโทษที่เคยทำให้แม่เสียใจ รักแม่มากๆ   สำหรับตลอดช่วงพิธีการวางดอกไม้จันทน์ ญาติๆ ของน.ส.ช่อลัดดา ต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนที่พระสงฆ์จะทำการสวดเพื่อฌาปนกิจศพนางสาวช่อลัดดาตามกำหนดการ ซึ่งหลังจากที่เพลิงได้ลุกไหม้น้องเตเต้ ลูกสาวของนางสาวช่อลัดดาผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการเสียใจร้องไห้ตลอดเวลา เกิดเป็นลมขึ้นกลางงาน ญาติๆ จึงช่วยกันอุ้มน้องเตเต้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนฟื้นและรีบเดินทางกลับบ้านทันที  

 50,143
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

เตรียมเผาศพสาวถูกสาดน้ำกรดดับบ่ายนี้ แม่ ลั่น ไม่ให้อภัยผู้ก่อเหตุ ขอให้ประหารเท่านั้น

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ความคืบหน้าวันนี้ ที่ ม.9 บ.แสงอรุณ ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น บรรยากาศการจัดงานศพ น.ส.ช่อลัดดา อายุ 38 ปี ยังคงเป็นไปด้วยความเสร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติๆ และเพื่อนบ้านที่เดินทางมาร่วมเคารพศพผู้ตาย พร้อมทั้งหน่วยงานจากทางราชการต่างๆ เดินทางเข้ามาเคารพศพและยื่นมือเข้าให้การช่วยเหลือตามระเบียบของราชการ โดยมีนางทองอาจ อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต และ ลูกสาวของผู้เสียชีวิตอายุ 12 ปี พร้อมญาติคอยให้การต้อนรับแขกที่เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจ   นางทองอาจ อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (14 พ.ย.) ทางครอบครัวจะทำการเคลื่อนศพไปที่ศาลาพักศพของวัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดการประมาณ 15.00 น. ซึ่งถึงตอนนี้ยังคงรู้สึกเสียใจของการจากไปของลูกสาว ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยในส่วนคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุและต้องการให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว ขอให้ได้รับกรรมตามสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นรับไม่ได้ ตัวของนายคำตันผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการมาอย่างดีเพื่อจะฆ่าลูกสาว    นับจากนี้ไปขอตัดขาดกับนายคำตัน ไม่ต้องการให้มาเจอไม่ต้องการให้เข้ามาขอขมาศพหรือครอบครัวทั้งสิ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีถึงที่สุดด้วยการประหารชีวิต และในส่วนของลูกสาวผู้เสียชีวิตก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องย้ายสถานที่เรียนหนังสือ พร้อมทั้งญาติๆ จะเดินทางกลับไปขนย้ายข้าวของที่ กทม.มาขอนแก่นทั้งหมด นอกจากนี้ในส่วนของโรงพยาบาลที่ปฏิเสธการรักษานั้น ทางครอบครัวได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการ เดินหน้าสู้เต็มที่      

 2,023
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

สามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ เปิดปากสารภาพหวังแค่ทำให้เสียโฉม หลังถูกตีตัวออกห่าง

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สถานีนครบาลท่าข้าม สามารถจับกุมนายคำตัน สิงห์นาท ผู้ต้องหาซึ่งก่อเหตุใช้น้ำกรดสาดภรรยา จนเสียชีวิตก่อนที่จะหลบหนีไปกบดาน ใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และถูกนำตัวมายังสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม เพื่อทำการสอบสวนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา   โดยนายคำตัน เปิดปากรับสารภาพสาเหตุที่ใช้น้ำกรดสาดภรรยาวัย 38 ปี จนเสียชีวิต เนื่องจากเกิดอาการหึงหวงที่ภรรยาทำการตีตัวออกห่าง โดยได้ซื้อน้ำกรดเพียงเพื่อสาดเพื่อให้เสียโฉมเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุจนทำให้ภรรยาเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปกบดานบ้านเพื่อนที่จังหวัดนครสวรรค์   ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้เร่งทำการสอบปากคำคาดว่าจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่ายวันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา      

 10,517
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น   ล่าสุด ตร.สน.ท่าข้าม เข้าจับกุมนายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้ตายได้แล้ว หลังหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และได้คุมตัวกลับมาสอบปากคำที่ สน.ท่าข้าม โดยในวันนี้ เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองต่อไป   ขณะที่ในส่วนประเด็นโรงพยาบาล นายอัจฉริยะ พร้อมด้วยลูกสาวและญาติผู้ตาย ได้นำโลงศพหญิงอายุ 38 มาตั้งที่ด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง   รวมทั้งทราบว่าในขณะเกิดเหตุไม่มีแพทย์มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าไม่มีมาตรฐานการทำงาน และไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง และเตรียมจะไปร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้พิจารณาปิดโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นการชั่วคราวด้วย   ขณะที่ลูกสาวผู้ตาย วัย 12 ปี เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นช่วงเช้าประมาณตี 5 ตนรู้สึกแสบที่บริเวณข้อเท้าจึงตื่นขึ้นมา ก็เห็นแม่วิ่งเข้าวิ่งออกจากในบ้าน ตอนนั้นด้วยความตกใจจึงถามแม่ว่าเป็นอะไร แต่แม่ไม่ตอบบอกแต่ให้พาไปหาหมอ ตนจึงรีบพาออกไปตอนนั้นแม่บอกแค่ว่า โดนสามีซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของตนเอาน้ำร้อนมาสาด จึงโทรศัพท์ไปหายาย ก่อนรีบเรียกแท็กซี่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลบางมด แต่พอขับออกไปคนขับแท็กซี่บอกว่าไปโรงพยาบาลพระราม 2 ก่อนเพราะใกล้ที่สุด ตนและแม่ก็เห็นด้วย   พอมาถึงหน้าโรงพยาบาล แม่ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนตึกและตะโกนเรียกหมอ ตนจึงรีบวิ่งตามแม่ไปก็พบพยาบาลก่อนนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทั้งคู่เพื่อทำแผล ตอนนั้นตนสังเกตที่ใบหน้าแม่เปื่อยยุ่ยก่อนจะออกไปรอหน้าห้อง ก่อนที่จะมีพยาบาลมาคุยแจ้งว่าบัตรทองของแม่อยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และถามว่าพาแม่นั่งแท็กซี่ไปรักษาที่บางมดได้ไหม และให้เงินมา 40 บาท พยาบาลจึงอุ้มแม่ขึ้นรถเข็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ ตอนนั้นตนได้ยินพยาบาลถามแม่ว่าเดินไหวหรือเปล่า ซึ่งแม่ก็ส่ายหัวบอกว่าไม่ไหว พอแท็กซี่มาก็เห็นแม่เดินขึ้นแต่ตนเห็นแม่ทรุดเข่าลงเดินไม่ไหวแล้ว ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยอุ้มแม่ขึ้นรถแท็กซี่ไป   พอถึงโรงพยาบาลบางมด เจ้าหน้าที่จึงรีบอุ้มแม่ขึ้นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นตนก็รอหน้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเข้าไปทำแผลอีกครั้ง ตอนนั้นพยาบาลเรียกชื่อแม่หลายรอบ บอกว่าถ้าได้ยินให้พยักหน้า แต่ตนไม่เห็นว่าแม่จะตอบสนองอะไร ตอนนั้นตนทำใจไม่ได้จึงออกไปรอหน้าห้อง ก่อนจะมีพยาบาลออกบอกตลอดว่าจะปั้มหัวใจให้แม่ ก่อนที่รอบสุดท้ายจะเดินมาบอกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว   ทั้งนี้ตัวแทนของทางโรงพยาบาลพระราม 2 เชิญนายอัจฉริยะ และญาติผู้ตายขึ้นไปพูดคุยกับทางผู้บริหารคือ น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาล และ พ.ญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด   โดยฝ่ายญาติผู้ตายได้สอบถามสาเหตุที่ไม่รับรักษา ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินจากการถูกน้ำกรดสาดที่ใบหน้าและโดนกรอกน้ำกรด ส่วนทางโรงพยาบาลก็ได้พยายามชี้แจงว่า ขณะนั้นอาการผู้ป่วยยังไม่วิกฤต จนญาติผู้ตายได้ขอให้เปิดวงจรปิดเพื่อยืนยันข้อสงสัยในเรื่องอาการคนป่วย และเรื่องแพทย์มีประจำอยู่หรือไม่   แต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธโดยบอกว่าทางตำรวจมาตรวจสอบแล้วไม่มีข้อสงสัยอะไร นอกจากนั้นทางญาติผู้ตายได้ขอให้โรงพยาบาลนำพยาบาลที่อยู่ในวันนั้นมาพูดกับเด็ก เพื่อยืนยันเหตุการณ์จริงไม่เช่นนั้นคนอื่นจะคิดว่าเด็กโกหก แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ตอบรับ   ทาง น.พ.พีระ ชี้แจงว่าผู้ป่วยเข้ามาด้านหลังห้องฉุกเฉิน ขณะที่อีกครั้งได้พูดว่าผู้ป่วยลงรถแท็กซี่จากด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะวิ่งขึ้นมางลาดมายังหน้าห้องฉุกเฉิน จนทำให้ญาติผู้ป่วยส่งเสียงโวยว่าพูดไม่ตรงกัน จน น.พ.พีระ บอกให้ฟังให้จบ ทำให้ทางญาติเดือดจนนายอัจฉริยะชี้หน้าถามว่าเป็นหมอภาษาอะไร พูดไม่อยู่กับล่องกับลอย และโต้เถียงกันอย่างดุเดือด   จากนั้น น.พ.พีระ ได้หันมาทางสื่อพร้อมอธิบายว่า หากเดินมาจากหน้าโรงพยาบาลมาทางลาดจะมาเจอด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งปกติช่วงกลางคืนถ้าไม่มีผู้ป่วยจะปิดล็อคไว้เพื่อความปลอดภัย แต่หากเจ้าหน้าที่ข้างในพบว่ามีผู้ป่วยก็จะกดปุ่มเพื่อเปิด ซึ่งคาดว่าวันนั้นเมื่อผู้ป่วยวิ่งมาด้านหน้าแล้วประตูไม่เปิด จึงเข้ามาทางโรงพยาบาลด้วยประตูด้านขวาก่อนทะลุเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทางด้านหลัง ซึ่งก็เป็นตามที่ตนบอกไว้ตั้งแต่แรก   ขณะที่ลูกสาวผู้ตายวัย 12 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่มีปากเสียงกันทั้ง 2 ฝ่ายบ เด็กได้ก้มหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พร้อมพูดว่า "หนูกลัว" จากนั้นทางญาติและนายอัจฉริยะได้เดินออกจากห้องประชุมไป การพูดคุยเป็นอันสิ้นสุด   ด้าน น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลพระราม 2 เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า คนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 10 กว่านาที โดยเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ป่วยเข้ามายังห้องฉุกเฉิน พบว่าใบหน้ามีคราบสีขาวซึ่งผู้ป่วยบอกว่าเป็นยาสีฟัน เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน โดยสาเหตุเพราะถูกสามีเอาน้ำร้อนลาด   ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ล้างเอาคราบออกก่อน เพื่อจะได้ประเมินได้ว่าเป็นแผลลักษณะไหน จากนั้นคนไข้จึงเดินไปที่อ่างน้ำและล้างหน้าด้วยตนเองก่อนมานอนที่เตียง ตอนนั้นพยาบาลห้องฉุกเฉินเห็นเป็นรอยแดง ประเมินว่าเป็นรอยแผลไหม้จากการถูกสารเคมีระดับ 1 ไม่ถึงพุพอง และไม่มีแผลกัดกร่อน และมีตาข้างหนึ่งลืมไม่ขึ้น คาดว่าน่าจะถูกน้ำกรด   ส่วนกรอกปากหรือเปล่าไม่ทราบเพราะผู้ป่วยไมได้แจ้ง และเมื่อวัดความดันอยู่ที่ 130/80 ชีพจร 80 ครั้งต่อนาที หายใจ 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งพบว่าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต ส่วนอาการแสบร้อนก็ได้ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนพันผ้าให้   จากนั้นจึงรายงานตนในฐานะแพทย์ที่ปรึกษานอกเวลา ซึ่งเป็นระเบียบของโรงพยาบาล เพราะแพทย์เวรห้องฉุกเฉินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงแจ้งให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพื่อให้รักษาตามอาการ เพราะอาการปวดจากแผลไหม้ระดับ 1 จะปวดอยู่ 2-3 วัน ซึ่งถ้าหายปวดก็กลับบ้านได้ โดยที่ตัวแผลไม่ต้องรับการรักษาอะไร   น.พ.พีระ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าคนป่วยมีสิทธิ์ประกันสังคมที่โรงพยาบาลบางมด จึงได้สอบถามเพราะหากรักษาที๋โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เพราะไม่เข้าเกณฑ์ UCEP หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรี 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยประสงค์จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม   ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่าหากรอรถโรงพยาบาลปลายทางมารับตามสิทธิ์อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง จึงแนะนำให้ไปรถแท็กซี่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังพูดคุยและเดินได้ตามปกติ อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนบ้าง และได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดแล้ว รวมทั้งตำรวจก็ได้มาตรวจสอบซึ่งก็ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีการทรุดลงกับพื้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินคงไม่ปล่อยออกไปแน่นอน   น.พ.พีระ  กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะจะฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตนก็พร้อม เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าโรงพยาบาลได้ให้การช่วยเหลือตามมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกฟ้องร้องและไปต่อสู้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงฎีกา ทางโรงพยาบาลก็ต่อสู้และยังไม่เคยแพ้ นอกจากนี้ตนก็เตรียมให้ทางฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลฟ้องร้องนายอัจฉริยะฐานหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งน่าเสียดายที่วันนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติผู้ตาย แต่กลับถูกจับผิดในทุกจุดที่ตนพูดจนไม่ได้อะไร   ขณะที่นายอัจฉริยะ บอกว่า  วันนี้ (12 พ.ย.) ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะนำครอบครัวผู้ตายไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 เหตุปฏิเสธรักษาจนผู้ป่วยเสียชีวิต และทำหนังสือถึงแพทยสภา และสภาการพยาบาล   นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ให้ตรวจสอบว่าอาคารของโรงพยาบาก่อสร้างตามแบบก่อสร้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายจะมีการร้องต่ออธิบดีกรมสรรพพากร ในการตรวจภาษีย้อนหลังว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iIwVou2lwjU

 10,180
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 61

รวบมือสาดน้ำกรดสาวสุราษฎร์ฯ พบรับจ้างจากอดีตสามีเหยื่อ เจ้าตัวยังปฏิเสธไม่รู้เรื่อง

ตำรวจกองปราบ รวบผู้ต้องหารับจ้างอดีตสามีสาดน้ำกรด ใส่เมียตัวเอง แค้นตีตัวออกห่าง ต้องการให้เสียโฉมจะได้ไม่มีคนรักใหม่     ตำรวจกองกำกับการ 4 กองปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม นายธนดล ทวีสุข ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา     สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค.60 นายธนดล รับจ้างจากนาย มานิตย์ แซ่เอี้ยะ อดีตสามีของ นางสาวศศิธร บุญญะพรรดี ให้ไปก่อเหตุใช้น้ำกรดสาดใส่ใบหน้านางสาวศศิธร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านอยู่เจริญ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี     โดยขณะเกิดเหตุ นายธนดล ทำทีขี่จยย.มาถามทางกับนางสาวศศิธร พอทีเผลอก็เอาน้ำกรดสาดเข้าใส่ใบหน้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดิ้นทุรนทุราย จากนั้นนายธนดลก็หลบหนีแยกย้ายไปคนละทิศคนละทางกับนายมานิตย์ผู้จ้างวาน      ด้าน พันตำรวจเอกแมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการกอง 4 กองปราบปราม กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สามีผู้บาดเจ็บเป็นคนอารมณ์ร้อนและหึงหวง ตอนที่อยู่กับภรรยาก็ทุบตีเป็นประจำ พอมีลูก ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมทำรุนแรงกับภรรยาตัวเอง จนภรรยาทนไม่ไหวขอเลิก แต่ฝ่ายสามีไม่ยอมเอาลูกมาไว้กับตัวเอง เพื่อให้ภรรยากลับมา พอภรรยากลับมาจะเอาลูกไปอยู่ด้วยและขอตัดขาดจากสามี ทำให้สามีโกรธหนัก และขู่ว่าหากหน้าเสียโฉมยังจะมีใครรักอีกไหม      ขณะที่นายธนดล ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ก่อเหตุ ตามหมายจับและไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่เคยไป จ.สุราษฎร์ธานี แต่เห็นบาดแผลนางสาวศศิธรแล้ว รู้สึกสงสาร คงทรมานมาก   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน แม้ว่าผู้ต้องหาจะปฏิเสธ แต่ตร.มีหลักฐานการก่อเหตุทั้งมือถือที่คอยรับงานจากสามีผู้บาดเจ็บ และหลักฐานเชื่อมโยงต่างๆ ทั้งนี้ทาง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีจะมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KA7ycmlj-FU  

 8,955

Top