ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผู้ป่วยติดเตียง"

ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

ลูกสาวปัดทำร้ายแม่ชราป่วยติดเตียง แจงต้องฉีดน้ำล้างอึ-พูดเสียงดังเพราะแม่หูไม่ดี

สุพรรณบุรี-จากกรณีที่โลกโซเชียลแชร์คลิป หญิงวัยกลางคนทำร้ายหญิงชรา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยการใช้ถังน้ำสาด ใช้สายยาง ฉีดใช้มือตีที่หัวไหล่และพูดเสียงดังใส่ ทำให้ผู้ที่เข้าไปดูคลิปดังกล่าวต่างวิพากษ์วิจารณ์    จากการตรวจสอบพบผู้ที่อยู่ในคลิปคือนางมล (นามสมมติ) อายุ 50 ปี ชี้แจงว่า ไม่ได้ทำร้ายแม่อายุ 80 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมากว่า 3 ปี ที่มีภาพตนใช้น้ำสาด และใช้สายยางฉีดน้ำใส่แม่นั้น เนื่องจากเนื้อตัวของแม่เปื้อนอุจจาระทั้งตัว จึงต้องใช้น้ำสาด ส่วนที่เห็นภาพตนใช้มือตีแม่นั้น ตนไม่ได้ตีทำร้ายแต่ตีเพื่อบอกแม่ ซึ่งหูไม่ค่อยได้ยินจึงใช้มือตีแปะๆ บอกให้แม่รู้ ว่ามีอุจจาระเปื้อนตรงไหนบ้างเพราะแม่ เริ่มมีอาการหลงลืมตนขอยืนยันและสาบานได้ว่าไม่เคยทำร้ายแม่   ที่ผ่านมา 10 กว่าปีตนดูแลแม่เป็นอย่างดี กระทั่งเมื่อเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อน ตนได้ไปผ่าตัดหลังทำให้ยกของหนักไม่ได้ แต่ก็ต้องดูแลแม่อย่างดีและเต็มความสามารถที่มี ทุกวันนี้มีตนกับสามี ซึ่งอยู่กินกันมา 10 กว่าปี และพี่ชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน อยู่ต่างหมู่บ้านได้ช่วยกันดูแลแม่ ไม่เคยรังเกียจแม่ เพิ่งมีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนใช้ถังน้ำสาดแม่ แต่ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่ทำร้ายแม่ แม่ก็รู้ รวมทั้งเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องซึ่งอยู่ใกล้กันและเห็นเหตุการณ์ เห็นตนดูแลแม่ว่าเป็นอย่างไร   ส่วนที่มีคลิปภาพไปปรากฏบนโลกโซเชียลนั้นเป็นเพราะลูกชายแท้ๆ ของตนอายุ 32 ปี ร่วมมือกับผู้หญิงคนหนึ่งอายุ ประมาณ 20 กว่าปีที่มาอยู่กินกับลูกชายของตนแต่ไม่เคยช่วยทำมาหากินอะไรเลย ทั้งลูกชายตนและผู้หญิงคนดังกล่าว นอกจากไม่ทำงานแล้วตัวผู้หญิงคนนี้ยังเคยทะเลาะตบตีกับตนซึ่งเป็นแม่ผัว ลูกชายก็เข้าข้างผู้หญิงคนนี้รุมด่าทอตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย   ที่ผ่านมา ลูกชายนอกจากไม่ช่วยทำมาหากินแล้วยังเอาหลานวัย 5 ขวบและ 11 ขวบ มาทิ้งให้ตนเลี้ยง แต่ไม่เคยส่งเสีย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้เสียใจมาก เนื่องจากคนที่ทำร้ายตนด้วยวิธีนี้ คือลูกชายที่ตนเป็นคนให้กำเนิดรวมหัวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มากินอยู่บนบ้านตน ทั้งที่คนอื่นซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างก็เข้าใจและรู้ความจริงทุกอย่าง ตนขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า แม้กระทั่งคิดก็ไม่เคยคิด   ด้านคุณยาย วัย 80 ปีกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า นางมล ลูกสาวไม่ได้ทำร้ายตนที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำร้าย เลี้ยงดูตนอย่างดี คอยหาข้าวหาน้ำให้ตนกิน ส่วนที่นางมล ใช้น้ำสาดเป็นเพราะว่าตนเนื้อตัวของตนสกปรก เปื้อนอุจจาระของตนเอง รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวซึ่งคนดี อย่างไรก็ตามทาง จนท.ได้ว่ากล่าวตักเตือนนางมล ซึ่งได้รับปากว่าต่อไปจะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-b8ZxfodkMw

 2,213
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ไฟไหม้บ้านที่อ่างทอง ตาวัย 80 ป่วยติดเตียง หนีไม่ได้ ถูกไฟคลอกเสียชีวิต

อ่างทอง-เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชนใน อ.ป่าโมก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมใส่บ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ มีผู้บาดเจ็บ 3 รายคือ นางบุญเลี่ยม สุดใจ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้าน เป็นลมหมดสติ, นางภัคจีรา สจ๊วร์ด อายุ 54 ปี ลูกสาว และ นายพีระยุทธ พยัคฆ์พงศ์ อายุ 34 ปี ลูกชายนางภัคจีรา ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าโมก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้   หลังควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณชั้นบนของบ้าน พบศพชายถูกไฟเผาจนไหม้เกรียมคือ นายเจียด ช่อผกา อายุ 80 ปี ที่นอนป่วยพักอยู่ชั้นบน   คนในบ้านเล่าว่า ที่บ้านอาศัยอยู่กัน 6 คน มีนายเจียด นางบุญเลี่ยม ตากับยาย แม่ พี่ชาย ตน และแฟนตน ก่อนเกิดเหตุ ตาและแม่เข้านอนบนบ้านแล้ว ส่วนตน แฟน และพี่ชาย นั่งคุยเล่นกับอยู่บ้านญาติข้างๆ ระหว่างที่นั่งได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดัง ก่อนมีควันโชยออกมา และได้ยินเสียงแม่โวยวาย ตนจึงได้รีบวิ่งเข้าไปช่วย ไม่ทันไรไฟลุกลามอย่างเร็ว   จังหวะที่จะเข้าไปช่วยแม่ แม่ได้ตะโกนไล่พวกตนให้ออกจากบ้าน แต่พี่ชายเห็นท่าไม่ดี ไฟไหม้แรงมาก จึงได้ขึ้นไปแล้วผลักแม่ให้รีบออกมาพร้อมพวกตน ก่อนไฟจะไหม้บ้านทั้งหมด   ทั้งนี้สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากมีคนได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดัง และมีควันลอยออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อนไฟจะลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/e5UKBJmSzl8

 1,202
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

พ่อเมาจุดไฟเผาลูกชายป่วยติดเตียง-โรครุมเร้า ไฟลุกกลางคอนโด

เกิดเหตุมีผู้ถูกไฟเผาภายในคอนโด (บ้านสวนรัชธานี) ซอยแจ้งวัฒนะ 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยในที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 9 ชั้น ที่บริเวณชั้น 8 ในห้องนอนพบมีแสงเพลิงและผู้บาดเจ็บเป็นชายวัย 38 ปี ถูกไฟเผาทั้งตัว เหลือแค่เพียงส่วนศีรษะเท่านั้น ที่ยังไม่ถูกไฟไหม้ นอนร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนเตียง   เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ในขณะที่ผู้ก่อเหตุคือพ่อแท้ๆวัย 64 ปี มีอาการเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสงบสติอารมณ์   โดยพี่สาวของผู้บาดเจ็บ แจ้งว่าคนก่อเหตุเป็นพ่อแท้ๆ ของตน ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเดินทางกลับจากการทำงานย่านสุขุมวิท เมื่อประตูลิฟต์เปิดตนได้ยินเสียงร้องของน้องชายจากในห้องและเห็นพ่อเดินสวนออกมา ตนรู้ว่าเกิดเรื่องจึงรีบวิ่งเข้าไปภายในห้องและพบว่ามีไฟลุกในห้องนอน   ซึ่งน้องชายตนป่วยเป็นโรคตับ ไตและหัวใจ นอนป่วยติดเตียงมานาน 2 ปี สภาพถูกไฟไหม้ตามตัว ตนและแม่ต้องรีบกันใช้ผ้าชุบน้ำคลุมตัวน้องชายและใช้น้ำในห้องน้ำเพื่อดับไฟ ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้าช่วยเหลือ โดยปกติแล้วพ่อของตนมักจะดื่มสุราอยู่เป็นประจำ พอเกิดอาการเมาก็จะชอบหาเรื่อง และมักจะทำร้ายร่างกายคนในบ้านอยู่เป็นประจำ ซึ่งแม่ของตนเคยโดนพ่อใช้ค้อนตีที่ศีรษะมาแล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งข้อหาใด ๆ เพราะต้องรอผู้ก่อเหตุหายจากอาการเมาก่อน และทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนผู้บาดเจ็บขณะนี้มีแผลไฟไหม้ที่บริเวณขาสองข้างราว 60% อยู่ในความดูแลของแพทย์อาการปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UFcR1o7-8sk

 5,254
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

สลด ยายวัย 80 ป่วยติดเตียง นอนเฝ้าศพลูกสาว 3 วัน เพื่อนบ้านช่วยโทรแจ้งตำรวจ

วันที่ 21 เม.ย 62 เมื่อเวลา 23.30 น. พ.ต.ต. เฉลียว บุญฤทธิ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานีได้รับแจ้งมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลายวัน จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจาก รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กู้ชีพเทศบาลเมืองลำสามแก้ว อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู    ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนดูกันเป็นจำนวนมาก จึงเข้าตรวจสอบภายในบ้านพบคุณยายวัย 80 ปี นอนกับพื้นบ้าน และที่โซฟาพบผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อ น.ส.จันทร์จิรา อุปรี อายุ 44 ปี จึงรีบนำตัวคุณยายออกจากตัวบ้านพร้อมกับนำส่ง รพ.ประชาธิปัตย์    จากการสอบถามเพื่อนบ้านข้างๆ บอกว่า เมื่อวานได้กลิ่นเหม็นแต่ไม่ได้สงสัยอะไรวันนี้ได้กลิ่นเหม็นแรงมากเลยเดินมาดูพบว่ามีกลิ่นออกมาจากบ้านของคุณยายข้างบ้านจึงโทรแจ้งตำรวจเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่าคุณยายวัย 80 ปี ยังมีชีวิต นอนเฝ้าศพลูกสาวในสภาพที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นอัมพฤกษ์   ชาวบ้านในนั้นต่างพากันตกใจเนื่องจากผู้เสียชีวิตนั้นก็เห็นดีๆ อยู่แต่หายไปประมาณ 3 วันมาทราบอีกทีก็เสียชีวิตแล้ว จากการตรวจสอบของแพทย์เวรในเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างไรคาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 วัน   ด้านพ.ต.ต. เฉลียว บุญฤทธิ์ ได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป        

 28,381
ข่าวต่างประเทศ
10 ม.ค. 62

ชีวิตวันนี้ของหนุ่มจีนขายไตซื้อไอโฟน แม้ได้เงินชดเชย 7 ล้าน แต่เจ้าตัวกลายเป็นคนพิการติดเตียง

จีน - นายหวัง วัย 25 ปี ที่เคยตกเป็นข่าวขายไต เพื่อนำเงินมาซื้อไอโฟนและไอแพด ตอนอายุเพียง 17 ปี สร้างความตกตะลึงทั่วประเทศในเวลานั้น แต่ 7 ปีผ่านไป จากหนุ่มวัยรุ่นที่ดูดีสูง 190 เซนติเมตร ได้กลายมาเป็นคนพิการนอนอยู่บนเตียงทุกวัน มีอาการไตวายและต้องฟอกไตเป็นประจำ ต้องทิ้งการเรียนกลางคัน และอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่ตลอดเวลา   โดยเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2554 นายหวัง หาเงินด้วยการติดต่อกับพ่อค้าคนกลาง 3 คน ที่แนะนำแพทย์และพยาบาล ที่ทำงานในคลินิกเถื่อน ผ่าไตข้างขวาของนายหวังออกมา โดยที่พ่อแม่ไม่รู้   พ่อค้าคนกลางนำไตของนายหวังขายให้ผู้ป่วยรายอื่นอย่างผิดกฎหมาย ในราคา 150,000 หยวน  หรือ 7 แสนบาท แต่นายหวัง เจ้าของไต กลับได้รับเงิน 22,000 หยวน หรือ 1 แสนบาท ก่อนนำเงินไปซื้อไอโฟน 4 และ ไอแพด 2 ทันที   เมื่อแม่เห็นจึงสงสัยว่าเอาเงินจากไหนไปซื้อ ลูกชายจึงบอกแม่ว่าขายไตตัวเอง และแม่จึงโทรแจ้งตำรวจ สุดท้ายพ่อค้าคนกลาง 3 คน พร้อมแพทย์และพยาบาล 2 คน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ รวม 9 คน ถูกสั่งฟ้อง ขณะที่ครอบครัวของนายหวังได้รับเงิน เกือบ 7 ล้านบาท แต่นายหวังนายหวังก็กลายมาอยู่ในสภาพผู้ป่วยติดเตียง  

 21,159
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ไฟไหม้บ้าน 2 ชั้นวอดทั้งหลัง ลูกชายอุ้มพ่อป่วยติดเตียงหนีจากกองเพลิงปลอดภัย

สมุทรสาคร-ไฟไหม้บ้าน 2 ชั้น ในซอยหมูทอด 2 หมู่ที่ 1 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว รถน้ำไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะเป็นซอยขนาดเล็ก โดยขณะเกิดเหตุพบลูกชายอุ้มพาพ่อวัย 76 ปี เจ้าของบ้านและเป็นผู้ป่วยติดเตียง หนีออกจากกองเพลิงมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านที่สูญเสียไปกับไฟไหม้ในครั้งนี้ นอกจากตัวบ้านมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ก็ยังมีเงินสดที่เก็บไว้ 900,000 บาท และทองคำอีก 3 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vj3jCdNSXYw

 1,859
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ไฟไหม้บ้านวอดกลางดึก ลูกชายอุ้มพ่อป่วยติดเตียงหนีจากกองเพลิง ปลอดภัย

วันที่ 6 ม.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ร.ต.ท.ประสพโชค เอกนุ่ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านหลังหนึ่งใน หมู่ที่ 1 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร    เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาล ต.หลักห้า และเทศบาล ต.บ้านแพ้ว ได้ช่วยกันดึงหัวลากดับเพลิงจากรถน้ำ 2 คัน เดินเท้าเข้าไประงับเพลิงยังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนลึกเข้าไปประมาณ 400 เมตร รถน้ำไม่สามารถเข้าถึงได้    โดยบ้านที่เกิดเพลิงไหม้หลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งเพลิงก็ได้เผาบ้านและข้าวของภายในบ้านเสียหาย โชคดีที่นายประพันธ์ ยางนอก อายุ 33 ปี บุตรชายของนายสำเนียง ฮวดสำราญ 76 ปี เจ้าของบ้านและเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยนั้น สามารถอุ้มพ่อพาหนีออกจากกองเพลิงมาได้อย่างปลอดภัย    ส่วนทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านที่สูญเสียไปกับไฟไหม้ในครั้งนี้ นอกจากตัวบ้านมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ก็ยังมีเงินสดที่เก็บไว้ 900,000 บาท และทองคำอีก 3 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้   จากการสอบถามนายประพันธ์ บุตรชายของเจ้าของบ้านเล่าในเบื้องต้นว่า ต้นเหตุของเพลิงไหม้เกิดขึ้นจากชั้น 2 ที่ปลูกสร้างด้วยไม้ ซึ่งในช่วงเวลาที่เกิดไฟไหม้นั้นมีคนอยู่ในบ้านประมาณ 7 คน แต่ทุกคนนอนพักอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน เพราะเตรียมที่จะจัดพิธีทำบุญบ้านและทำบุญครบรอบวันตายของญาติในเช้าของวันที่ 6 นี้ จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ส่วนสาเหตุก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบหาต้นตอที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ต่อไป พร้อมกันนี้ก็ยังได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหลักห้านั้น อยู่ยังเฝ้าระวังที่เกิดเหตุเพราะเกรงว่าจะเกิดไฟปะทุขึ้นมาได้อีก  

 2,066
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ย. 61

'นายบัติ' ยังปากแข็ง ปัดข่มขืนยายวัย 73 ตร.เตรียมคุมตัวขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกบ่ายนี้

ตำรวจนครบาลท่าเรือ สอบปากคำนายสมบัติ ต้นวงษ์ ที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนยายวัย 73 ปี ผู้ป่วยติดเตียง เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ ไม่ได้ข่มขืน ก่อนเตรียมคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังบ่ายนี้    (27 พ.ย.61) พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลท่าเรือ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายสมบัติ ต้นวงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุข่มขืน ผู้ป่วยติดเตียงวัย 73 ปี ในชุมชนย่านคลองเตย ซึ่งจนถึงขณะนี้นายสมบัติ ยังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้ข่มขืนผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา แต่เข้าไปบีบนวดให้เท่านั้น ซึ่งตนเองได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำให้ครบถ้วนในทุกมิติ เพื่อให้สำนวนให้แน่นหนา ก่อนที่จะเตรียมคุมตัวนายสมบัติฝากขัง ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังผัดแรก ช่วงบ่ายวันนี้(27 พ.ย.61)    เช่นเดียวกับพล.ต.ต. มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่สอบสวนให้รัดกุม เนื่องจากผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องทำสำนวนให้รอบคอบ รวมถึงยังรอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะได้ผลไม่เกิน 2 สัปดาห์    ทั้งนี้มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลานและลูกชายของผู้ต้องหา ได้เดินทางมาเยี่ยมที่ สน.ท่าเรือ เนื่องจากยังเป็นห่วงเรื่องของสภาพจิตใจ โดยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหารับสารภาพ แต่เจ้าตัวยังคงปฏิเสธ และจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนการยื่นขอประกันตัวนายสมบัติ ทางญาติจะไม่มีการยื่นขอประกันตัว เรื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน  ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'นายบัติ' ปัดข่มขืนยายวัย 73 อ้างเป็นคนธรรมะธัมโม หลานสาวแฉน้ามีอารมณ์ทุกครั้งที่เสพยา เคยถูกขอมีเพศสัมพันธ์

 1,095
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 61

คุมตัว ‘นายบัติ’ สอบปากคำ ยังปฏิเสธข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง เผย ไม่ได้หนี ตั้งใจไปบวชอยู่แล้ว

วันที่ 26 พ.ย. 61 ตำรวจ สน.ท่าเรือ คุมตัวนายสมบัติ  ต้นวงษ์ หรือ นายบัติ  อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกกล่าวหาว่าไปก่อเหตุข่มขืนหญิงวัย 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนคลองเตย มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังถูกตำรวจสามารถ สภ.ไทรโยค จับกุมตัว และประสานมายัง สน.ท่าเรือ ได้เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ที่บ้านพักใกล้วัดลุ่มสุ่ม ใน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดยขณะนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่ได้สวมไอโม่งปิดบังใบหน้าของผู้ต้องหาไว้   พล.ต.ต. มงคล วรุณโณ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ให้ข่มขืน โดยอ้างกับพนักงานสอบสวนว่า เพียงจะเข้าไปบีบนวดให้ยายเท่านั้น และยังไม่ให้การใดๆเพิ่มเติม    เบื้องต้น ผู้ต้องหาเปิดเผยเพียงว่า ปกติตนเองทำงานรับจ้างขนของของท่าเรือ สาเหตุที่ตนเองที่อำเภอไทรโยค ไม่ได้เป็นการหนีความผิด แต่ตั้งใจจะไปบวชอยู่แล้ว ปกติตนเองเป็นคนชอบสวดมนต์ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเพราะเหตุใดจึงเข้าไปในบ้าน ก็ไม่ได้ตอบคำถาม   โดยหลังจากนี้ แม้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจก็รอผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของร่างกายผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าจะได้ผลไม่เกิน 2 สัปดาห์ ว่าถูกกระทำชำเราจริงหรือไม่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่สามารถนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และจะมีการตรวจปัสสาวะในร่างกาย ว่าพบสารเสพติดหรือไม่ พร้อมทั้งกำชับเน้นย้ำให้ตำรวจลงพื้นที่เน้นย้ำมาขึ้น เนื่องจากได้รับการร้องเรียนเรื่องยาเสพติดที่แพร่ระบาดในชุมชนคลองเตย   อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบประวัติผู้ต้องหาเคยต้องโทษ 8 ครั้ง พบมีจำนวน 8 ครั้ง โดยเมื่อปี 2537 พบความผิดข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ปี 2544 พบความผิดข้อหาลักทรัพย์และบุกรุก ขณะที่ปี 2545-2546 มีคดียาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ที่ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหารายดังกล่าว ถือเป็นบุคคลที่ตำรวจเฝ้าติดตามอยู่ เนื่องจากเป็นผู้ค้าและผู้เสพหลายคดี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง จับแล้วชายเมายาทำร้าย-ขืนใจยายวัย 73 ปี ป่วยติดเตียง ญาติแฉข่มขืนคนแก่-พิการแล้วหลายราย ยันไม่อโหสิให้    

 4,949
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 61

จับแล้วชายเมายาทำร้าย-ขืนใจยายวัย 73 ปี ป่วยติดเตียง ญาติแฉข่มขืนคนแก่-พิการแล้วหลายราย ยันไม่อโหสิให้

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ได้มีลูกสาวของหญิงวัย 73 ปี มาแจ้งความกับตำรวจ สน.ท่าเรือ โดยระบุว่าแม่ของตนถูกชายข้างบ้านชื่อบัติ ก่อเหตุข่มขืนแล้วหลบหนีไป ทั้งๆที่แม่นอนป่วยติดเตียงไม่สามารถป้องกันตัวได้ โดยเหตุเกิดในบ้านซึ่งอยู่ภายในชุมชนย่านคลองเตย   ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ตลอดจนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม จากนั้นจึงตรวจสอบพบเบาะแสว่าคนร้ายคือ นายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย และเป็นคนรู้จักกับลูกเขยหญิงผู้เสียหาย   ซึ่งก่อนเกิดเหตุทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจ และหวาดระแวงกับผู้คนในชุมชน เนื่องจากยังพบนายสมบัติอยู่ภายในบริเวณดังกล่าว   ล่าสุด ตร.สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี รวบตัว นายสมบัติ ต้นวงษ์ ผู้ต้องหาข่มขืนหญิงชราที่นอนป่วยติดเตียงในพื้นที่ สน.ท่าเรือ หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีเตรียมที่จะไปบวช เตรียมนำตัวส่งมาดำเนินคดีที่ สน.ท่าเรือ ช่วงบ่าย   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ลงพื้นที่พบคุณยายผู้เสียหายนอนพักอยู่ ตามตัวพบรอยเขียวช้ำ โดยเฉพาะบริเวณลำคอ และแขนทั้งสองข้าง ส่วนที่ขาขวาพบรอยแผลถลอกหลายจุด และสามารถพูดคุยได้ชัดเจน โดยลูกสาวบอกว่าสภาพจิตใจของคุณยายดีขึ้นมากสามารถกินข้าวได้ตามปกติ ต่างจากช่วงแรกที่คุณยายนอนร้องไห้ตลอดเวลาและไม่กินข้าว   คุณยายผู้เสียหาย อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า ตนไม่รู้จักกับนายสมบัติมาก่อน รู้แต่ว่าเป็นเพื่อนของลูกเขยที่เป็นสามีของลูกสาวคนโต โดยคืนก่อนเกิดเหตุได้มาถามตนว่ากินข้าวหรือยัง จากนั้นได้ไปซื้อข้าวต้มมาป้อนให้กิน และมาลูบๆคลำๆ ตนจึงขอร้องว่าอย่าทำอะไรเลย ตนแก่แล้วและเดินไม่ได้ ซึ่งเขาก็บอกไม่ทำหรอกก่อนเดินกลับบ้านไป และคืนวันเกิดเหตุนายสมบัติก็ซื้อข้าวต้มมาป้อนให้เหมือนเดิม และมาลูบๆคลำๆ ตนก็ขอร้องเหมือนเดิมว่าอย่าทำ   แต่นายสมบัติกลับมาตบหน้าก่อนเข้ามากอด ตนก็พยายามร้องให้คนมาช่วย นายสมบัติก็พูดว่า "เรียกไปเถอะ ถึงเรียกไปก็ไม่มีใครสนใจ" ก่อนที่จะเอาผ้าห่มมาคลุมหัวและบีบคอจนตนร้องไม่มีเสียง จากนั้นนายสมบัติจะเข้ามาข่มขืน แต่ตนไม่ยินยอม นายสมบัติก็ทุบที่หน้าอกไล่ลงมาถึงท้อง ก่อนที่จะกระทืบที่เข่าซ้ายหลายครั้งจนตนขีดขืนไม่ไหว นายสมบัติจึงเข้ามาข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและออกจากบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนตนก็นอนนิ่งถึงเช้าจนลูกมาเห็นและพาไปโรงพยาบาล   คุณยายกล่าวต่อว่า อยากให้มากราบขอโทษเพื่อให้มาเห็นสิ่งที่เขาทำกับตน เพราะตอนแรกตนยังช่วยเหลือตนเองสามารถลุกนั่ง หยิบจับสิ่งของ และพอเดินได้ถ้ามีคนช่วย แต่ตอนนี้เจ็บปวดทั้งตัวและใจ และต้องนอนนิ่งไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งทำให้ตนนอนร้องไห้ทุกคืน   ส่วนนางนิ่ม (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็ก กล่าวกับทีมข่าวว่า เดิมทีตนรับแม่มาดูแลและอยู่กับตนที่บ้านย่านบางกะปิ ซึ่งตอนนั้นแม่ยังช่วยเหลือตนเองเดินนั่งได้สะดวก จนเมื่อไม่นานนี้แม่ลื่นล้มก้นกระแทกลงพื้นทำให้มีปัญหาเรื่องการเดิน แต่ยังนั่งและหยิบจับได้   ตอนนั้นแม่ต้องหาหมอตามสิทธิ์บัตรทองที่ รพ.กล้วยน้ำไท ตนจึงตัดสินใจให้แม่มาอยู่กับพี่สาวที่ชุมชนหัวโค้ง ย่านคลองเตย และก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน แม่ยังโทรศัพท์มาพูดคุยว่าอยากกลับมาอยู่กับตนเพราะคิดถึงหลาน จากนั้นก็ไม่ได้คุยกับแม่อีก จนอีกประมาณ 2-3 วัน พี่สาวโทรศัพท์มาบอกว่าแม่อาการทรุดลงและเหม่อลอย ตนจึงรีบพาแม่ไปพบแพทย์   แต่พอมาเห็นอาการแม่ก็ถึงกับรับไม่ได้ มือและแขนสองข้างดำคล้ำ หน้าคล้ำ ตาลอยเหมือนช็อคอะไรบางอย่าง พอพบแพทย์แล้ววันแรกยังไม่รู้สาเหตุ จนถึงวันที่ 3 ซึ่งแม่อาการดีขึ้นเริ่มพูดได้ว่า "มันข่มขืนแม่" พอตนถามว่าใครทำก็ตอบว่า "แม่จำได้ มันชื่อไอ้บัติ ชอบใส่เสื้อลายเดินขึ้นเดินลงทุกวัน" จากนั้นพี่สาวจึงไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี   นางนิ่ม กล่าวว่า จากนั้นทราบว่านายสมบัติเคยต้องโทษคดียาเสพติดหลายครั้ง และเคยก่อเหตุข่มขืนเด็กพิการทางสมอง คนพิการ และคนแก่ ในชุมชนหลายราย แต่ไม่มีการดำเนินคดีในส่วนนี้ โดยตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ออกมาก่อเหตุให้ใครตกเป็นเหยื่อได้อีก ตนและครอบครัวอยากเจอหน้า ยืนยันว่าถ้ามากราบขอขมาจะไม่มีวันยกโทษให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IX25XMjjuNU

 22,120
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 61

เร่งล่า! ชายวัย 54 ข่มขืนหญิงชราป่วยติดเตียง ยังหนีลอยนวล

วันที่ 24 พ.ย. 61 พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ได้รับแจ้งว่ามีเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน จาก พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61 มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่ามีคนร้ายเป็นชายสูงวัยก่อเหตุข่มขืนหญิงชราที่ป่วยนอนติดเตียง แล้วหลบหนีไป   โดยเรื่องราวดังกล่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี ซึ่งเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ สน.ท่าเรือ ว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 20.00 น. ตนได้สังเกตุอาการของ นางบี (นามสมมติ) อายุ 73 ปี ผู้เป็นแม่ที่ป่วยต้องนอนรักษาตัวติดเตียงที่บ้านพัก ภายในชุมชนย่านคลองเตย มีอาการเครียด และหวาดกลัวตลอดเวลาตนจึงสอบถามผู้เป็นแม่ จึงทราบว่าสาเหตุที่มีอาการเครียดเกิดจากเมื่อกลางดึกของวันที่ 17 พ.ย.61 ที่ผ่านมา “ไอ้บัติ มันใช้กำลังข่มเหงแม่ โดยทำการข่มขืนแม่ และหลบหนีไป”   หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบสอบปากคำพยานแวดล้อมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายเป็นชายชราสูงวัยรูปร่างสูงผอม ชื่อนายสมบัติ ต้นวงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งอาศัยภายในชุมชนเดียวกับผู้เสียหาย ตรวจสอบพบมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเป็นคนรู้จักกับลูกเขยนางบี (นามสมมติ) โดยก่อนเกิดเหตุ ทางลูกเขยได้ชักชวนนายสมบัติมาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป   จากเหตุการณ์ดังกล่าวประชาชนได้นำพฤติกรรมของคนร้ายไปตีแผ่ ลงในสังคมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตา เนื่องจากยังมีผู้พบเห็นคนร้ายรายนี้ยังลอยนวล และได้มีผู้พบเห็น ว่าไปปรากฎตัวที่ย่านพระประแดง กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 61 ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้   ด้าน พล.ต.ต.มงคล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่สะเทือนขวัญประชาชน ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างเร่งกดดัน ขอยืนยันว่าจะต้องติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้  

 9,131
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน!

ไฟไหม้บ้านตาวัย 74 ป่วยติดเตียง ตกใจสุดขีดลุกวิ่งหนีออกจากบ้าน นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ มอบเงิน – สิ่งของช่วยเหลือ   วันนี้ (25 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านฮ่องขาด หมู่ 6 ต.จาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นางสุจิตรา ฉวีรักษ์ รองนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายนพ พงศ์ผลาดิสัย รักษาราชการแทนปลัด จ.ศรีสะเกษ คณะกรรมการสมาชิกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ นายก อบต.จาน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ศรีสะเกษ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ศรีสะเกษ    ได้นำเอาเครื่องอุปโภค บริโภค และเงินสด จำนวน 10,000 บาท ไปมอบให้การช่วยเหลือแก่ นางทองสุก สีหะดม ซึ่งบ้านถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทรัพย์สินถูกไฟไหม้เสียหายหมดสิ้น ทำให้ไร้ที่อยู่อาศัย มีเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวติดตัวเท่านั้น และบ้านของ นางอ่อน หลอมทอง ห้องน้ำโดนไฟไหม้ได้รับความเสียหายบางส่วน และไปเยี่ยมนายส่วน สีหะคม อายุ 74 ปี สามีของนางทองสุก ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากป่วยเป็นโรคถุงน้ำดี เพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือเบื้องต้น    ด้านคุณตา วัย 74 ปี ผู้ป่วยติดเตียง เปิดเผยถึงวินาทีชีวิตที่วิ่งหนีตายเพราะถูกไฟไหม้บ้านว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.40 น.ของวันที่ 23 ต.ค. 61 ขณะที่ตนนอนอยู่ใต้ถุนบ้าน ปรากฏว่า ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ที่บริเวณชั้นบนของบ้าน คาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรไฟได้ลุกไหม้รวดเร็วมาก ซึ่งปกติแล้วตนไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตนเองได้ เดินได้เพียงช้าๆ ภายในบ้านเท่านั้น แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ทำให้ตนตกใจกลัวมาก และลืมตัวว่าตนเองป่วยหนักและเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนได้ลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากบ้านที่กำลังถูกเพลิงไหม้    เมื่อวิ่งออกมาที่ถนนหน้าบ้านปรากฏว่า ตนถึงกับทรุดลงกองกับพื้นถนน เพราะอาการป่วยกำเริบขึ้นมา บรรดาญาติพี่น้องได้มาช่วยนำตนออกจากบริเวณถนนซึ่งใกล้กับบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้อย่างหนัก โชคดีที่บ้านของตนไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะมีเงินมาสร้างบ้านขึ้นใหม่เพื่ออยู่อาศัย ตนขอบคุณนายกเหล่ากาชาด จ.ศรีสะเกษ และคณะ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในครั้งนี้  

 5,327
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 61

สาวใหญ่ใช้เวลาว่างหลังกรีดยาง ขี่ จยย.คู่ใจ ตระเวนตัดผมฟรีให้คนชรา-ผู้ป่วยติดเตียง

สาวใหญ่ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ใช้เวลาว่างหลังกรีดยาง ขี่รถ จยย.คู่ใจตระเวนตัดผมฟรีให้กับผู้ป่วยติดเตียง และคนชราในหมู่บ้าน  ทำมานานกว่า 20 ปีแล้ว   นางมนัส สรรพจักร อายุ 57 ปี หรือ ‘พี่หนู’ ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ใช้เวลาว่างหลังเสร็จจากการกรีดยางพาราขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจตระเวนตัดผมฟรีให้กับผู้ป่วยติดเตียง และคนชราในหมู่บ้านของตน ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ หรือขาดรายได้จากงานประจำ โดยทำแบบนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว    เพราะนึกถึงตนเองยามป่วยไข้ หรือแก่ชรา ว่าทุกคนคงต้องการความรัก การดูแล และเอาใจใส่ อีกทั้งเมื่อเห็นแล้วรู้สึกสงสาร จึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนมีรอยยิ้มและหัวเราะได้ในยามป่วยไข้ หรือแก่ชรา    นอกจากนั้นยังทำแล้วสบายใจดี มีความสุข จึงทำเรื่อยมาโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แม้ลูกหลานเขาจะให้แต่ก็ไม่ยอมรับ เพราะตั้งใจจะทำดีจนกว่าตนเองจะทำต่อไปไม่ไหว   โดยผู้ป่วยติดเตียงและคนชรา ส่วนมากจะใช้เวลาตัดผมคนละไม่เกิน 10 นาที เพราะปกติมีผมสั้นอยู่แล้ว ซึ่งหลังตัดผมเสร็จ ‘พี่หนู’ จะต้องโกนลูกผม และทาแป้งหอมให้ ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านผู้ป่วยติดเตียง หรือคนชราคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน โดยแต่ละคนต้องตัดผม 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง    ตนเชื่อว่าได้บุญไม่แพ้การทำบุญด้วยการเข้าวัดฟังธรรม อีกทั้งในอดีตยังเคยเป็นช่างเสริมสวยมาก่อน แม้ต่อมาจะเลิกกิจการไปแล้ว แต่ยังคงมีใจรักในการใช้วิชาชีพที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น จึงตัดสินใจเดินสายตัดผมให้ฟรีเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง และคนชราในหมู่บ้าน ยกเว้นคนที่ยังมีรายได้จะคิดค่าตัดผมหัวละไม่เกิน 30 บาท      

 2,860

Top