ค้นหา :

ผลการค้นหา "ธนาคารแห่งประเทศไทย"

เศรษฐกิจ
11 ต.ค. 62

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติมองบวก เศรษฐกิจไทยแม้โตต่ำกว่าคาด แต่ยังไม่วิกฤต ตั้งเป้าปีหน้า gdp โต 3.3%

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ GDP ไทยปี 62 โต 2.8% ถึงแม้จะโตต่ำกว่าที่คาด แต่เศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย หรือประสบภาวะวิกฤต เพราะยังเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ด้วยซ้ำกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน   ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่า GDP ปี 63 จะขยายตัวมากกว่าปี 62 อยู่ที่ 3.3% เนื่องจากมีการใช้จ่ายจากภาครัฐ มีการลงทุนใน ECC ซึ่งการคาดการร์ของธนาคารโลกสวนทางกับธนาคารโลก (World Bank) ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 2.9%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j17nI6rRlP8

 797
เศรษฐกิจ
01 ต.ค. 62

'กอบศักดิ์' รับเศรษฐกิจทรุดเกินคาด แบงก์ชาติชี้ไทยโตต่ำกว่าที่คิด แต่ยังไม่วิกฤต

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการติดตามภาวะเศรษฐกิจล่าสุด เห็นว่าเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาด เพราะส่งออกยังไม่ฟื้นตัว และเศรษฐกิจเดือน ก.ค.62 ไม่ดี ไตรมาส 3 ต้องประเมินอีกว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวมากน้อยเพียงใด ถ้าชะลอมากต้องหารือว่าจะมีมาตรการใดกระตุ้นเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ยังขยายตัวได้ 3%   ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าศักยภาพที่จะเติบโตได้ เพราะผลกระทบของการกีดกันการค้า และสงครามการค้า ซึ่งกระทบต่อการส่งออกทำให้เอกชนชะลอลงทุนและลดจ้างงานจนคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ยืนยันว่าแม้ไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ แต่ยังไม่เข้าสู่วิกฤต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3q6iTgKlmOY

 3,795
เศรษฐกิจ
30 ส.ค. 62

แบงก์ชาติยอมถอย ยังไม่คุมเพดานหนี้รายย่อย

หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ได้ออกมาตรการสินเชื่อ และมาตรการอื่นๆ ในหลายส่วนเพื่อดูแลปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงในขณะนี้   รวมทั้งมีกระแสข่าวว่า ธปท.อาจมีมาตรการคุมภาระหนี้ต่อรายได้สูงสุด หรือ debt service ratio (DSR) limit หรือการคุมเพดานการก่อหนี้สูงสุดในการให้สินเชื่อ   ล่าสุด นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ทาง ธปท.ขอทำความเข้าใจว่า ในปัจจุบัน ธปท.ยังไม่ได้มีแผนที่จะนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้ภายในปีนี้   ทั้งนี้ สำหรับเรื่องดังกล่าวในปัจจุบัน ธปท.อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับสถาบันการเงินใน 2 เรื่อง ได้แก่   1.การกำหนดมาตรฐานกลางในการคำนวณ DSR ทั้งในส่วนภาระหนี้และรายได้ของผู้กู้ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีวิธีการคำนวณที่แตกต่างกัน ซึ่งล่าสุดได้มีข้อตกลงมาตรฐานกลาง DSR ร่วมกันแล้ว และคาดว่าจะเริ่มนำไปใช้ และรายงาน ข้อมูล DSR ตามมาตรฐานกลางให้ ธปท.ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้   2. การผลักดันให้สถาบันการเงินนำหลักการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (responsible lending) และนำไปใช้ในการให้สินเชื่อ โดยในหลักการลูกหนี้จะต้องมีเงินเพียงพอสำหรับดำรงชีพหลังชำระหนี้แล้ว (affordability)   ซึ่ง ธปท.จะติดตามปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด ส่วนหนึ่งผ่านข้อมูล DSR ตามมาตรฐานกลางที่ธนาคารพาณิชย์จะรายงานให้ ธปท.ทราบ ซึ่งหากพบว่า สถานการณ์มีความเปราะบางมากขึ้น ธปท. อาจพิจารณาออกเกณฑ์ การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงิน กรอบการบังคับใช้และจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยการพิจารณานำมาใช้นั้น จะคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uoLQ8aWApwg

 1,437
เศรษฐกิจ
29 ส.ค. 62

แบงก์ชาติ เตือนคนไทยเล่นเว็บพนันเมืองนอก เสี่ยงข้อมูลการเงินรั่วไหล

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ได้รับรายงานจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิต) และศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยภาคการธนาคาร (ทีบี-เซิต)   พบว่ามีข้อมูลรั่วไหลจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์พนันในต่างประเทศ ที่คนไทยไปใช้แล้วได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินไว้ จึงได้เตือนคนไทยหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลทางการเงินกับเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงสูง   ส่วนลูกค้าที่ได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินกับเว็บไซต์พนันดังกล่าวแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการรั่วไหลของข้อมูล ควรระมัดระวังและเร่งดูแลความปลอดภัย ดังนี้   -เปลี่ยนรหัสผ่านในการเข้าใช้อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งและโมบายแบงก์กิ้งที่ใช้บริการ      -หากได้ให้ข้อมูลบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตไว้กับเว็บไซต์พนันดังกล่าว ควรแจ้งยกเลิกบัตรกับธนาคารเจ้าของบัตรและจัดทำบัตรใหม่    -ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจติดต่อโดยใช้ข้อมูลที่รั่วไหล โทรศัพท์ ส่งเมล หรือเข้ามาหลอกลวงขอข้อมูลเพิ่มเพื่อนำไปใช้ในการทำทุจริต   นอกจากนี้ธปท.ได้ติดตามและประสานกับไทยเซิต และทีบี-เซิตอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามวิเคราะห์ข้อมูลและการดำเนินการกับข้อมูลที่รั่วไหล และได้แจ้งเตือนธนาคารถึงช่องโหว่บนเว็บไซต์พนันแล้ว เพื่อให้เฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติให้เข้มงวดขึ้น   แม้เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของระบบธนาคาร แต่ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลที่ลูกค้าธนาคารให้ไว้กับเว็บไซต์พนันต่างประเทศ โดยธปท.จะติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และให้สถาบันการเงินติดตามสถานการณ์ด้านลูกค้าและเตรียมพร้อมดำเนินมาตรการที่สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ เช่น การตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ การช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cwHXEX_FZSs

 943
เศรษฐกิจ
01 ส.ค. 62

แบงก์ชาติเผย เศรษฐกิจไทย มิ.ย. ชะลอตัวแทบทุกหมวด คาดส่งออกทั้งปีติดลบ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2562 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนแทบทุกหมวด จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนที่หดตัวตามยอดขายยานยนต์ในประเทศและยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ จะมีเพียงการท่องเที่ยวที่ขยายดีขึ้นเล็กน้อย   ส่วนการส่งออก ก.ค.-ส.ค.ที่เดิมคาดว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้น อาจจะไม่เกิดขึ้น และมีแนวโน้มว่าเป็นไปได้ส่งออกทั้งปีติดลบ จากเดิมที่คาดว่าขยายตัว 0%  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-4LqFydv30

 957
เศรษฐกิจ
21 มิ.ย. 62

แบงก์ชาติจับตา เงินบาทไทยแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี แตะ 30.95 บาท/ดอลลาร์ ด้านราคาทองพุ่งต่อเนื่อง

เงินบาทไทยแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี วันเดียวแข็งค่า 1% โดยช่วงเย็น (20 มิ.ย.62) ปิดตลาดที่ 30.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในครึ่งปีหลัง    ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติห่วงไม่สอดคล้องพื้นฐานเศรษฐกิจไทย สั่งเพิ่มความเข้มงวดติดตาม มีรายงานว่าเงินบาทที่แข็งค่าเช่นนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกข้าวแล้ว      ขณะที่ราคาทองคำรับอานิสงส์เข้าสู่ภาวะกระทิง ราคาพุ่งทุบสถิติ 6 ปี ตลาดโคเม็กซ์แตะ 1,388 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนตลาดทองคำไทยขึ้นลง 4 ครั้งในวันเดียว   ทั้งนี้คาดว่าราคาทองจะพุ่งสูงต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน จึงหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยอย่างทองคำ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o3235KVWPAc

 2,293
เศรษฐกิจ
14 พ.ค. 62

แบงก์ชาติแจงไทยไม่ได้แทรกแซงค่าเงินบาท เพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ

จากกรณีที่มีสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า ทางการสหรัฐฯจะเพิ่มจำนวนประเทศที่ถูกตรวจสอบการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มเติม ในการประกาศรายงาน FX report ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับการส่งออกของผู้ประกอบการไทย   ด้านนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทย และ ธปท.ได้มีการสื่อสารกับทางสหรัฐฯมาโดยตลอดว่า ไทยไม่ได้แทรกแซงค่าเงินบาท เพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ   เรื่อง FX report ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯเป็นเรื่องที่ ธปท. ได้มีการหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้แทนสหรัฐฯมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการทำงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมทั้งสถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก และชี้แจงมุมมองของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (emerging markets) ที่ต้องดูแลความผันผวนของค่าเงิน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯอยู่บ้าง   ดังนั้น อาจมีชื่ออยู่ในบัญชีของประเทศที่ถูกตรวจสอบการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มเติม ที่ฝ่ายไทยจะมีการติดตามต่อไป และยืนยันว่า ไทยพร้อมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YZ1wcTzU-zY

 1,009
เศรษฐกิจ
10 พ.ค. 62

ธปท.ยกหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบ ไฟเขียวให้บุคคลธรรมดากู้กันเองได้ผ่านออนไลน์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้บุคคลธรรมดาให้กู้บุคคลธรรมดาผ่านตัวกลางเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์หรือ ผ่านตัวกลางออนไลน์แอปพลิเคชัน หรือ peer to peer lending platform    โดยประเมินว่า การประกอบธุรกิจดังกล่าวจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการทางการเงินได้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะความต้องการเข้าถึงแหล่งทุน หรือสินเชื่อของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และรายย่อย   ขณะเดียวกัน ในด้านของคนลงทุน ในช่วงที่ผ่านมามีการแสวงหาแหล่งลงทุนใหม่ๆที่ได้ผลตอบแทนสูงๆมากขึ้น ซึ่งบางประเภทเป็นการลงทุนที่มี ความเสี่ยงสูง และในหลายประเทศได้ใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาช่องทางในการจัดหาเงินทุนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเป็นตัวกลางการให้กู้ยืมเงินผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ทั้งการออกตราสารทุน ตราสารหนี้ หรือการให้กู้ยืมระหว่างบุคคล   อย่างไรก็ตาม แม้ ธปท.เห็นว่า ธุรกิจดังกล่าวเป็นประโยชน์ ทำให้เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้นของผู้กู้รายย่อย ขณะที่ผู้ให้กู้ มีทางเลือกใหม่ที่จะนำเงินมาลงทุนให้กู้ผ่านตัวกลาง โดยได้ผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น แต่ก็เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องกำกับดูแลผู้ให้บริการตัวกลางดังกล่าวให้มีระบบงานที่มั่นคง มีเสถียรภาพ ให้ความสำคัญที่จะคุ้มครองผู้ใช้บริการทั้งผู้กู้ และผู้ให้กู้ มีการคัดกรองผู้กู้ และผู้ให้กู้ และประเมินความเสี่ยงของผู้ให้กู้อย่างเพียงพอ รวมถึงมีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเหมาะสมด้วย   ทั้งนี้ ในส่วนของผู้กู้จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ขณะที่สินเชื่อที่จะให้กู้ยืม ในช่วงแรกควรเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำที่จะเป็นหนี้เสีย เช่น สินเชื่อโครงการธุรกิจที่มีแนวทางการประกอบธุรกิจและแหล่งรายได้ในการชำระหนี้ที่ชัดเจน หรือสินเชื่อที่มีหลักประกัน โดยกู้ได้ 1.5-5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ขณะที่ทางผู้ให้กู้ก็ต้องได้รับการตรวจสอบเงื่อนไขจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน จึงจะดำเนินการได้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aL5N11Rxdo0

 7,808
เศรษฐกิจ
25 เม.ย. 62

แบงก์ชาติ-ธนาคารโลก เห็นตรงปรับลด gdp ไทยปี 62 เหลือ 3.8% เหตุตั้งรัฐบาลล่าช้า

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ และธนาคารโลก แถลงลดเป้าเติบโตเศรษฐกิจไทย (GDP) ปีนี้เหลือ 3.8% จากเดิมที่คาดไว้อยู่ที่ 3.9% โดยสาเหตุมาจากจากการตั้งรัฐบาลล่าช้า กระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นนักลงทุน   พร้อมจับตาส่งออกไทยทั้งปี 62 อาจขยายตัวไม่ถึง 3% โดยเริ่ชะลอตัวตั้งอต่ครึ่งปี 61 จากปัจจัยของสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายในจากการเมืองของไทยเองด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_rPPVm8T-Hs

 29,039
เศรษฐกิจ
29 มี.ค. 62

ส.อ.ท.ขออย่าตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้า กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน - การใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ มองการเมืองความไม่แน่นอนสูง หากยืดเยื้อหรือเล่นเกมนอกสภา กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน และภาพรวมเศรษฐกิจ เนื่องจากการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัว เพราะคนในประเทศรู้สึกอึดอัดกับสภาวะที่เกิดขึ้น   สภาอุตสาหกรรมชี้การจัดตั้งรัฐบาลไม่ควรทิ้งเวลาให้ล่าช้า ควรชัดเจนภายในเดือน พ.ค. หากตั้งรัฐบาลไม่ลงตัวจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนหน้าใหม่ ทั้งนี้ไม่เกี่ยงพรรคไหนรวมพรรคไหน ขอให้เป็นการยอมรับ ไม่นำมาซึ่งการประท้วง   ด้านสภาการท่องเที่ยว ขอให้ กกต.สรุปตัวเลขให้ชัดเพื่อลดความคลุมเครือ พร้อมทำงานกับ 2 ขั้วการเมือง ขออย่ามีรัฐประหารอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HUdpUyPc25E

 1,416
เศรษฐกิจ
12 มี.ค. 62

คลังแจงหนี้ครัวเรือนสูงเพราะคนกู้ซื้อบ้าน อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ

ศึกระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศหทย หรือ แบงก์ชาติ ยังไม่จบ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นแต่เป็นหนี้ที่มีคุณภาพ   เกิดจากนโยบายรัฐบาลต้องการให้คนจนกู้ซื้อบ้าน กับการแปลงหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ คนจนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ตอกกลับแบงก์ชาติ ไม่ใช่หนี้ที่กู้มาซื้อโทรศัพท์ ซื้อมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แล้วหมดไป แต่หนี้ครัวเรือนซื้อบ้านเหมือนมีรายได้เพิ่มเพราะเดิมต้องจ่ายค่าเช่าอยู่แล้ว อัดแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายตัวการเพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VExs2aTBOvw

 11,110
เศรษฐกิจ
26 ม.ค. 62

ธปท. แจงหลักเกณฑ์ 'สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์' คาดมีผลบังคับใช้ ก.พ.นี้

นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจง การกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันว่า ในปัจจุบันธุรกิจที่ผู้ประกอบการให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้รับการกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับประชาชน รวมถึงตัวผู้ประกอบการเอง   นอกจากนี้ ยังเชื่อการกำกับดูแลดังกล่าวนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ธปท. จึงได้แก้ไขกฎหมายให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าว อยู่ภายใต้การกำกับของธปท. เพื่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบระหว่างผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยขณะนี้ ธปท.ได้ร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และมีผลบังคับใช้ต่อไป   ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจดำเนินธุรกิจดังกล่าว จะต้องเข้ามาขอใบอนุญาตจากธปท. ภายใน 60 วัน จากนั้นธปท.จะใช้เวลาในการพิจารณา 120 วัน โดยจะเสนอชื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติต่อ โดยเบื้องต้น ธปท.คาดการณ์ว่า จะมีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจมากกว่า 100 ราย สำหรับปัจจุบันสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์มีผู้ใช้บริการประมาณ 3 ล้านราย มียอดคงค้างสินเชื่อ 300,000 ล้านบาท   สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยื่นขอใบอนุญาตภายใต้ไลน์เซน Personal Loan จะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ไม่กำหนดวงเงินสินเชื่อ ขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักประกัน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยกำหนดเพดานที่ 28% ต่อปี ปี ซึ่งรวมค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยกเว้นค่าทวงถามหนี้ที่คิดได้ตามจริง นอกจากนี้ผู้ประกอบการห้ามคิดค่าธรรมเนียม Prepayment Fee หากลูกค้านำเงินมาปิดบัญชีล่วงหน้า ผู้ประกอบการต้องยอมให้จ่าย แล้วปิดหนี้กันไป / ต้องคืนส่วนต่างจากการขายหลักประกัน ที่ได้เกินมูลค่า / กรณีผิดนัดชำระหนี้ ให้คำนวนเงินต้นคงเหลือเท่านั้น / ซึ่งหากผู้ประกอบการทำผิดหลักเกณฑ์จะมีโทษตั้งแต่เปรียบเทียบปรับจนถึงเพิกถอนใบอนุญาต   ส่วนผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตสินเชื่อบุคคลอยู่แล้วนั้น จะต้องยื่นแบบการขอประกอบธุรกิจ รายงานการประชุมคณะกรรมการ ที่มีมติให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน รวมถึงการสรุปการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น ขณะที่ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต จะต้องยื่นแบบฟอร์มการขออนุญาต เอกสารแสดงงบและฐานะทางการเงิน สรุปการดำเนินธุรกิจ เพื่อประกอบการพิจารณา เป็นต้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/FPN-wrgvazY

 1,647
เศรษฐกิจ
08 ม.ค. 62

แบงก์ชาติเผยบทความ แม้คนหันใช้ระบบจ่ายเงินออนไลน์ แต่ทั่วโลกยังใช้เงินสดเพิ่มขึ้น เผื่อเหตุฉุกเฉิน

แบงก์ชาติ หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกบทความเรื่อง “เมื่อคนเริ่มไม่ใช้เงินสด นโยบายการเงินจะได้รับผลกระทบอย่างไร?” โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า   แม้จะมีความก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการเงินมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมการใช้เงินของคนเกี่ยวข้องกับดิจิทัลมากขึ้น ทำให้เงินสดเริ่มมีบทบาทน้อยลง แต่ก็พบว่าแม้ในหลายประเทศ คนนิยมใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) มากขึ้น แต่ล่าสุด พบว่าความต้องการใช้เงินสดยังไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะช่วงที่คนไม่มั่นใจ ในระบบการเงินหรือช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ   ที่น่าสนใจคือ คนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ใช้เงินสดเพิ่มขึ้นมาก หลังเกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2551 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งแตกต่างจากคนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่สัดส่วนการใช้เงินสดต่อจีดีพีคงที่ 7-8% ของจีดีพี ดังนั้น จึงพบว่าความไม่แน่นอนของระบบการเงิน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ถือเงินสดไว้เผื่อฉุกเฉินมากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก จากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลาง เป็นอีกสาเหตุที่มีผลเช่นกัน เพราะทำให้ต้นทุนการถือเงินสดถูกลง   ขณะที่ประเทศไทย ในระหว่างปี 2543-2560 พบว่า คนไทยใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเช่นกัน แต่ก็ยังต้องการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสัดส่วนการใช้เงินสดต่อจีดีพีอยู่ที่ 9% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต่างจากก่อนหน้านั้น ที่สัดส่วนนี้ การใช้เงินสดมีทิศทางสูงขึ้น และปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย จึงยังสูงขึ้นเรื่อยๆ แค่เติบโตช้าลงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของไทย ที่ไม่สูงเหมือนในอดีต และอาจมีผลของการใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์บ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YS44GYDUJxM

 3,118
เศรษฐกิจ
21 ธ.ค. 61

แบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จับตาปี 62 เจอปัจจัยรุมเร้า

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดสูงสุดของการขยายตัวไปแล้วที่ 4.9% ในไตรมาสแรกปี 61 และในปีหน้ายังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด   ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่อาจจะทวีความรุนแรงมากกว่าในปีนี้, เศรษฐกิจจีนเกิดปัญหา, ความผันผวนจากตลาดการเงินโลก ที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และประเทศตลาดเกิดใหม่, ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ   อย่างไรก็ตาม สำหรับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ขยายตัวได้ 4% ยังถือว่าเติบโตในระดับที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่สูงเมื่อเทียบกับการเติบโตในระดับ 3% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่า การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของ ธปท. จำเป็นจะต้องติดตามความเสี่ยงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XufD6XONAbg

 2,451
เศรษฐกิจ
07 ธ.ค. 61

ธปท.เผย ธนบัตรชุดแรกในรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 1,000 บาท ได้รับรางวัล the best new banknote award

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมนานาชาติว่าด้วยการพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่า High Security Printing Asia 2018 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ได้คัดเลือกให้ธนบัตรชุดแรกในรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 1000 บาท ได้รับรางวัล The Best New Banknote Award เนื่องจากเป็นธนบัตรที่มีการออกแบบได้โดดเด่นและยอดเยี่ยม ด้วยเทคนิคที่ซับซ้อน และมีเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงพิเศษ     ทั้งนี้ธนบัตรในรัชกาลที่ 10 ชนิดราคา 1,000 บาท ธนบัตรแบบใหม่แบบ 17 ถูกจัดพิมพ์ขึ้นและนำออกใช้หมุนเวียนครั้งแรกวันที่ 28 ก.ค. 2561 โดยด้านหน้าของธนบัตร เชิญพระสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศของกองทัพอากาศ และด้านหลังแสดงพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คู่กับพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร   

 9,841

Top