ค้นหา :

ผลการค้นหา "ป่วยโรคซึมเศร้า"

บันเทิง
02 ธ.ค. 62

เปิดใจ 'นุ๊ก สุทธิดา' หลังป่วยโรคซึมเศร้า โชคดีรู้ตัว รักษาทัน พร้อมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกคน

เปิดใจ นุ๊ก สุทธิดา หลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ลั่น! เป็นภัยเงียบ ที่ทำให้ชีวิตพังทลาย โชคดีรู้ตัว-รักษาทัน พร้อมเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วย โรคซึมเศร้า ทุกคน     มากันที่เรื่องของ ‘นุ๊ก สุทธิดา’ กันบ้าง อย่างที่เราทราบกัน ว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเคยมีอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษา นานกว่า 3 เดือน ล่าสุดตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นแล้ว เจ้าตัวเล่าว่า เกิดจากการกินยาที่ควบคุมอารมณ์ทางสมอง  แต่ฤทธิ์ยา กลับไปมีผลต่อภาวะซึมเศร้าของตัวเอง  เลยส่งผลให้มีอาการของโรคแพนิค ลมชักขึ้นมา จากนั้นก็ค่อยพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้า   ‘พี่นุ๊ก’ บอกว่า ช่วงแรกที่เป็น ไม่กล้าบอกใคร เพราะตอนนั้นมีข่าวเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเยอะ เลยคิดว่า พอตัวเองหาย น่าจะมาถ่ายทอดให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่กำลังป่วย หรือคนที่มีเพื่อนเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า จะได้รู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร  เพราะในปัจจุบันนี้ ภาวะเครียดเกิดขึ้นได้เยอะมาก โดยเฉพาะช่วงที่ช่วงเศรษฐกิจโหดร้าย สภาพสังคมก็โหดร้ายไปด้วย เลยทำให้เรามีอาการเครียดสะสมไม่รู้ตัว จนพัฒนาไปเป็นโรคซึมเศร้าได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rHdQ10UMYvk

 22,365
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.พ. 62

นาทีชีวิต!! กู้ชีพชาร์จตัวช่วยสาวคิดสั้นจะกระโดดเขื่อนเจ้าพระยา ทราบป่วยโรคซึมเศร้า

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 ก.พ.62 ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาทได้รับแจ้งมีคนจะกระโดยเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จึงประสานกู้ชีพเทศบาลตำบลบางหลวง โรงพยาบาลสรรพยา เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สภ.สรรพยา และ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาทเข้าช่วยเหลือ    ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีเทา กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน ทราบชื่อนุจรี หรือน้องโบว์ ยืนอยู่นอกรั้วกั้นกลางตัวเขื่อน ด้านท้ายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา เป็นจุดที่มีน้ำไหลเชี่ยวยืนร้องไห้คร่ำครวญ ตะโกนหวีดร้อง ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ปิดประตูระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลเชี่ยวลง และมีการวางแผนจะชาร์จตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร และญาติๆมาพูดเกลี้ยกล่อมตลอดเวลา หญิงสาวก็ยังร้องตะโกนหวีดร้องอยู่ ประมาณ 30 นาที แม่ของได้เดินทางมาถึงขณะน้องโบว์ยืนนิ่งไม่หันหลังมาดูแม่เจ้าหน้าที่โดดข้ามรั้วกั้นคว้าตัวน้องโบว์กลับเข้ามาได้อย่าปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ทำการชาร์จตัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย   นายทะนงศักดิ์ รื่นสอน อายุ 42 ปี พนักงานกู้ชีพเทศบาลตำบลบางหลวง เล่าว่า ตอนแรกยังไม่ได้รับคำสั่งว่าจะให้เข้าชาร์จตัว สอบถามเบื้องต้นทราบว่าเป็นโรคซึมเศร้า ทะเลาะกับพ่อแม่มา ทำร้ายพ่อแม่ แล้วขับรถจักรยานยนต์ออกมาที่เขื่อนเจ้าพระยาจะโดดท้ายเขื่อน จึงประสานกับสารวัตร และท่านนายกฯ เทศบาลตำบลบางหลวง ว่าจะทำอย่างไรดี ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารพูดคุยด้วย ผมสังเกตอาการว่าเขาไม่มีการหันหลังกลับมาเลย จึงคุยกับนายกเทศบาลตำบลบางหลวง ว่าจะเอาอย่างไรดี นายกบอกว่าถ้าเขาไม่หันกลับมาก็ชาร์จเลย พอดีจังหวะแม่เขามา พอแม่เข้ามาถึงเขามีร้องหวีด ช่วงเสี่ยววินาที ตัดสินใจ กระโดดข้ามราวเหล็ก ล็อกตัวไว้ได้ ขณะที่มีเซฟตี้มัดตัวไว้ตอนเจ้าหน้าที่ดึงทำให้หลังกระแทกกับราวเหล็ก บาดเจ็บไม่มากยังไหว อาชีพผมเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตคนอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้ใหญ่สุดเท่าที่เคยทำงานมา 

 4,434
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 61

สลด! เด็กน้อยวัย 4 ขวบนั่งเฝ้าศพพ่อหลังใช้สายไฟฟ้าผูกคอตาย คาดป่วยโรคซึมเศร้า

วันนี้ (1 ต.ค. 61) เมื่อเวลา 10.00 น. ร.ต.อ.สุวิทย์ ภูดอนนาง พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตผูกคอภายในบ้านเช่าซอยแสงนาคแยกจากซอยสุขสวัสดิ์ 82  ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปรารการ จึงรายงาน พ.ต.ท.สายัญ มะโนรัตน์ สว.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าขนาด 2 ชั้นบริเวณห้องที่ 6 เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในห้องดังกล่าวต้องพบบริเวณหน้าห้องน้ำพบน้อง พี เด็กน้อยอายุ 4 ขวบ นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ภายในห้องน้ำพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อภายหลัง นาย วิไลย์ สุทา อายุ 45 ปี  ซึ่งเป็นพ่อของน้องพี เสียชีวิตในลักษณะนั่งอยู่บนพื้น ตัวเอนไปทับกับโถ่ส้วมใกล้กันพบสายไฟฟ้าสีเทาขาดตกกองอยู่บนพื้น บริเวณท่อระบายน้ำด้านบนเหนือศีรษะยังพบสายไฟเส้นเดียวกันมัดติดอยู่ตรวจสอบตามร่างกายไม่บาดแผลและร่องรอยการต่อสู้ บริเวณกางห้องตรงที่นอนพบกระดาษโน๊ตที่ผู้ตายเขียนไว้ว่า ผมขอชดใช้ ค.ทำไหม่ผมเป็น ผ.ลูกเดือ ซึ่งคาดว่าเป็นจดหมายลาตายของผู้ตายเขียนตัดพ้อถึงเรื่องส่วนตัว   จาการสอบถาม นาง แหวน มะลิ อายุ 45 ปีเพื่อนข้างห้องทราบว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่กับน้อง พี แค่ 2 คน ก่อนหน้านี้ผู้ตายพร้อมครอบครัวได้เคยมาเช่าอยู่ห้องตรงข้ามนานกว่า 1 ปีแล้วย้ายออก ไปทำงานต่างจังหวัดซึ่งผู้ตายเป็นคนงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นได้กลับมาขอเช่าห้องอยู่ที่เดิมส่วนภรรยาได้เลิกรากันมาแล้วกว่า 2 เดือน ในระหว่างที่ผู้ตายอยู่เป็นคนส่งเสียและเลี้ยงดูน้องพีมาโดยตลอดบางครั้งผู้ตายยังเคยมาปรึกษาและระบายความในใจให้ตนฟังถึงเรื่องการเลี้ยงลูกว่าจะเลี้ยงคนเดียวไม่ไหว ตนยังได้แนะนำและคอยให้กำลังใจเรื่อยมา กระทั่งเมื่อเช้าหัวหน้างานได้เห็นผู้ตายไม่มาทำงาน จึงได้มาตามที่ห้องพร้อมเคาะเรียกสักครู่ใหญ่แต่กลับได้ยินเสียน้องพีลูกผู้ตายที่อยู่ในห้องตะโกนร้องออกมาว่าพ่อตายแล้วจึงเรียกให้น้องพีเปิดประตูแต่เปิดไม่ออกจึงตัดสินใจใช้มือล้วงช่องบานเกร็ดเข้าไปบิดลูกปิดประตูก่อนที่จะเดินเข้าไปดูพบผู้ตายนั่งเสียชีวิตแล้ว ตนอยากจะฝากผ่านทางผู้สื่อข่าวให้ติดตามตัวแม่ของน้อง พี ให้มารับไปดูแลเนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้เลย   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นโรคซึมเศร้าและเครียดที่ถูกภรรยาเลิกราประกอบกับไม่มีใครเลี้ยงดูลูกจึงตัดสินใจเขียนจดหมายสั่งเสียก่อนที่จะใช้สายไฟฟ้าผูกคอตนเองกับท่อระบายน้ำเสียชีวิต ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูจน์ที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้งพร้อมเชิญตัวเจ้าของบ้านเช่าและเพื่อนข้างห้องไปสอบสวนเพื่อเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   

 6,086

Top