ค้นหา :

ผลการค้นหา "อนุทินชาญวีรกูล"

เศรษฐกิจ
16 ต.ค. 62

'อนุทิน' เผย 'บิ๊กตู่' ร่วมเป็นพยานลงนาม 'ไฮสปีด 3 สนามบิน' 25 ต.ค. นี้ เชื่อไม่มีปัญหาส่งมอบพื้นที่

'อนุทิน' เผย นายกรัฐมนตรี ตอบรับร่วมเป็นสักขีพยานร่วมลงนามก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 25 ตุลาคมนี้ เชื่อไม่มีปัญหาส่งมอบพื้นที่ ยืนยันไม่มีชดเชยเป็นตัวเงิน หากส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ขณะนายกฯ กำชับรัฐต้องช่วยเหลือเอกชนร่วมเดินหน้าโครงการแล้วเสร็จตามเป้า   วันที่ 16 ต.ค. นาย อนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมคระกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่มีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานว่า ที่ประชุมรับทราบควาามคืบหน้า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน พร้อมกับการปรับเงือนไขการส่งมอบพื้นที่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทั้งรัฐและเอกชน โดยแต่ละหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมทำงาน เพื่อย้ายสาธารณูปโภคที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบออกจากพื้นที่ก่อสร้าง โดยฝ่ายรัฐมีความพร้อม    ซึ่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับว่าภาครัฐจะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ให้การเดินหน้าโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ใช่ให้ฝ่ายเอกชนออกแรงเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งถือว่าการทำงานทั้งรัฐและเอกชนมีความเข้าใจตรงกัน และรับทราบว่าจะมีการลงนามในสัญญาดำเนินโครงการ ที่ร่างสัญญาหลักนั้น มีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีอุปสรรคใดๆ ในการลงนาม เพราะส่วนตัวมีความเข้าใจในการทำงานมาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งกำชับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความช่วยเหลือ ภาคเอกชน หากมีประเด็นที่ต้องแก้ไข แต่อยู่ภายใต้กฎหมาย เพราะรัฐบาลมองที่ผลสำเร็จของโครงการที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นว่าโครงการ EEC เดินหน้าต่อไป และเป็นผลงานสำคัญของรัฐบาล ที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา    นายอนุทิน ยังระบุว่า หากส่งมอบพื้นที่ล่าช้าจะไม่มีการชดเชยในเรื่องของเงิน แต่จะเป็นการขยายเวลา ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในสัญญาแล้ว และสามารถมาพูดคุยกันได้ หากมีอุปสรรคระหว่างดำเนินโครงการบนพื้นฐานสิทธิเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ยังให้ความเชื่อมั่นว่า จะไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายรื้อสาธารณูปโภคของภาครัฐ เนื่องจากเป็นงบประมาณของแต่ละหน่วยงานอยู่แล้ว ในขณะที่ EEC ก็มีงบประมาณส่วนหนึ่งอยู่แล้วในการดำเนินการ ซึ่งเปรียบเสมือนงบประมาณในกระเป๋าซ้ายออกกระเป๋าขวาของรัฐ เป็นการใช้จ่ายในประเทศ ประชาชนได้ประโยชน์ ทุกหน่วยงาน จึงไม่จำเป็นต้องห่วงงบประมาณ    ทั้งนี้ ในวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งเป็นลงนามสัญญาโครงการก่อสร้าง นายกรัฐมนตรี ได้รับร่วมเป็นประธานสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้ ส่วนหลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุยกับผู้ได้รับสัปทานอีกรอบหรือไม่ ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการคัดเลือก ขณะที่รัฐมนตรีนั้นนำปัญหาอุปสรรคต่างๆ จากคณะกรรมการเข้าสู่การแก้ไขปัญหา     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รัฐบาลเร่งเซ็นสัญญารถไฟไฮสปีด 3 สนามบิน-ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ภายใน 1 ก.ค.นี้     

 529
การเมือง
13 ต.ค. 62

'อนุทิน' ลั่นหากมติ 27 คณะกรรมการวัตถุอันตราย โหวตสวนผู้บังคับบัญชา 4 รัฐมนตรีที่เกี่ยวพร้อมลาออก

อนุทิน ลั่นหากมติ 27 คณะกรรมการวัตถุอันตราย โหวตสวนผู้บังคับบัญชา 4 รัฐมนตรีที่เกี่ยวพร้อมลาออก ห่วงสุขภาพ มนัญญา หลังออกจาก รพ. ความดันขึ้นเพราะดันทุรังแบนสารพิษ   นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวร่วมกับ 7 รัฐมนตรีพร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนไม่เอาสารพิษทางการเกษตรแน่นอน เพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพและการดำรงชีวิต ดังนั้น นโยบายที่รัฐมนตรีในสังกัดพรรครับผิดชอบคือ ไม่เอาสารพิษ และคณะกรรมการวัตถุอันตรายส่วนหนึ่ง ก็จะขอให้ลงมติเรื่องดังกล่าวโดยเปิดเผย   แต่ยืนยันว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถรับนโยบายสนับสนุนการใช้สารพิษในการเกษตรได้ เช่นเดียวกับในส่วนของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไม่สนับสนุนการใช้สารพิษ แต่ไม่ขอวิเคราะห์ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 27 คนจะมีมติในแนวทางใด และภูมิใจไทยไม่ได้ปะทะกับใคร เป็นราชการประจำที่ทำงาน การตัดสินใจนั้นก็ตัดสินใจบนประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ไม่มีอะไรต้องกังวลหรือต้องชะงัก ทุกวันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าไปปะทะอะไรกับใคร ก็ทำงานปกติ ทั้งนี้ หากมติของคณะกรรมการฯสวนไม่ทำตามมติ แนวทาง 4 รัฐมนตรีของพรรคก็พร้อมแสดงสปิริตลาออก เพราะเท่ากับว่า เราไม่มีความสามารถในการปกครองให้คนเหล่านั้น ปฏิบัติตามมติหัวหน้าส่วนราชการ   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษา ซึ่งนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ตั้งคณะศึกษาแล้ว ก็มติชัดเจน 9 ต่อ 0 ไม่เอาสารพิษ ส่วนตัวก็ได้ถามกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า เรื่องสารพิษเป็นอย่างไร ได้รับคำยืนยันว่า ไม่เอาด้วย ก็เท่ากับว่า มั่นใจว่ามีผู้เห็นด้วย ส่วนกังวลหรือไม่ที่ต้องปะทะกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่ได้ปะทะกับใคร คณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทำงานปกติของข้าราชการประจำ ตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก   ส่วนที่นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกมาให้ความเห็นว่านายอนุทินนายอนุทินขาดความรู้ความสามารถเรื่องสารพิษทำให้ขาดสตินั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ตนเองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข สุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ให้ประชาชนล้มป่วยจากการใช้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนเป็นฝ่ายบริหาร ไม่ใช่นักวิชาการ และการตัดสินใจของตนไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว ตัดสินใจในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหาร   นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐมนตรีทุกคนผ่านมา 4 เดือน ไม่ติดขัด แต่เป็นห่วงสุขภาพของรัฐมนตรี เพราะนางสาวมนัญญา ป่วยไปแล้ว 1 คน เดี๋ยวหมอหนูจะตรวจสุขภาพแล้วจ่ายยาให้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Wu8nr0DbKVM

 279
เศรษฐกิจ
12 ต.ค. 62

'อ.เจษฎา' ชี้ 'อนุทิน' โดนหลอกใช้เป็นเครื่องมือแบน 3 สารพิษ

จากกรณีการแบน 3 สารพิษ ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส  พาราควอต และไกลโฟเซต นั้น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวร่วมกับ 7 รัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนไม่เอาสารพิษทางการเกษตรแน่นอน เพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพและการดำรงชีวิต   ดังนั้น นโยบายที่รัฐมนตรีในสังกัดพรรครับผิดชอบคือ ไม่เอาสารพิษ และคณะกรรมการวัตถุอันตรายส่วนหนึ่ง ก็จะขอให้ลงมติเรื่องดังกล่าวโดยเปิดเผย แต่ยืนยันว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถรับนโยบายสนับสนุนการใช้สารพิษในการเกษตรได้ เช่นเดียวกับในส่วนของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไม่สนับสนุนการใช้สารพิษ แต่ไม่ขอวิเคราะห์ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 27 คนจะมีมติในแนวทางใด และภูมิใจไทยไม่ได้ปะทะกับใคร เป็นราชการประจำที่ทำงาน การตัดสินใจนั้นก็ตัดสินใจบนประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ไม่มีอะไรต้องกังวลหรือต้องชะงัก ทุกวันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าไปปะทะอะไรกับใคร ก็ทำงานปกติ ทั้งนี้ หากมติของคณะกรรมการฯสวนไม่ทำตามมติ แนวทาง 4 รัฐมนตรีของพรรคก็พร้อมแสดงสปิริตลาออก เพราะเท่ากับว่า เราไม่มีความสามารถในการปกครองให้คนเหล่านั้น ปฏิบัติตามมติหัวหน้าส่วนราชการ   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษา ซึ่งนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ตั้งคณะศึกษาแล้ว ก็มติชัดเจน 9 ต่อ 0 ไม่เอาสารพิษ ส่วนตัวก็ได้ถามกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า เรื่องสารพิษเป็นอย่างไร ได้รับคำยืนยันว่า ไม่เอาด้วย ก็เท่ากับว่า มั่นใจว่ามีผู้เห็นด้วย ส่วนกังวลหรือไม่ที่ต้องปะทะกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่ได้ปะทะกับใคร คณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทำงานปกติของข้าราชการประจำ ตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก   ส่วนที่นักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยออกมาให้ความเห็นว่านายอนุทินนายอนุทินขาดความรู้ความสามารถเรื่องสารพิษทำให้ขาดสตินั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ตนเองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข สุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ให้ประชาชนล้มป่วยจากการใช้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนเป็นฝ่ายบริหาร ไม่ใช่นักวิชาการ และการตัดสินใจของตนไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว ตัดสินใจในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหาร   ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว นายอนุทิน แต่ความเป็นห่วงนางสาวมนัญญาว่าดังที่สุดในตอนนี้ ที่เพิ่งหายจากการอาการป่วย เครียด ความดันขึ้น เพราะความดันทุรังที่จะขจัดสารพิษอันตรายออกจากประเทศไทยให้ได้ ทำงานด้วยความเครียด ท่ามกลางความกดดัน แต่ก็ดึงสายน้ำเกลือออกมาลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง   นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐมนตรีทุกคนผ่านมา 4 เดือน ไม่ติดขัด แต่เป็นห่วงสุขภาพของรัฐมนตรี เพราะนางสาวมนัญญาป่วยไปแล้ว 1 คน เดี๋ยวหมอหนูจะตรวจสุขภาพแล้วจ่ายยาให้   ด้านอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "ผมว่าคุณอนุทิน และรัฐมนตรีในสังกัด โดนหลอกให้เป็นเครื่องมือในการแบนสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิดนี้ โดยที่คุณอนุทินได้รับข้อมูลความรู้ที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง   สังเกตได้จากการให้คำสัมภาษณ์ของแต่ละท่าน ที่เห็นได้ชัดว่ายังมีความไม่เข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับเรื่องของสารเคมีทั้ง 3 ตัวนี้ โดยเฉพาะในการมองว่าสารทั้ง 3 ตัวเป็นสารพิษอันตรายเหมือนกันหมด ต้องแบนให้ได้โดยเร็วเหมือนกันหมด ... ทั้งๆที่ จริงๆแล้ว สารทั้ง 3 ตัวเป็นสารคนละประเภทกัน ระดับความเป็นพิษก็แตกต่างกัน และวิธีการใช้ให้เหมาะสมนั้น ก็คนละเรื่องกันด้วย   อย่างตัวแรกคือ "คลอร์ไพรีฟอส" ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลง ที่มีระดับความเป็นพิษปานกลาง และถ้าใช้ไม่เหมาะสม ก็อาจจะมาถึงผู้บริโภคภายหลังได้ ... อันนี้อยากแบน ก็แบนได้เลยไม่มีใครบ่น ไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งของเกษตรกรหรือแม้แต่ผู้ประกอบการค้าสารเคมี เพราะเขาก็ยังมียาฆ่าแมลงอีกเป็นร้อยๆ ชนิดให้ใช้ ... ประเด็นคือเราต้องพยายามทำให้เกษตรกรใช้ยาฆ่าแมลงด้วยวิธีที่เหมาะสมถูกต้องปลอดภัย   แต่การที่ท่านถูกปลูกฝังให้เอาอันตรายของยาฆ่าแมลง มาผสมเป็นเรื่องเดียวกันกับยาฆ่าหญ้าอย่างพาราควอตและไกลโฟเสทนั้นกลายเป็นเรื่องจับแพะชนแกะ สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคมเกินเหตุ และผิดจากความเป็นจริงในการใช้งานของมัน   ยาฆ่าหญ้าที่มีประสิทธิภาพดีและราคาถูกอย่าง "พาราควอต" ซึ่งมีประเทศที่ใช้อยู่ทั่วโลกกว่า 80 ประเทศนั้น ... ปัญหาใหญ่ของมันไม่ใช่เรื่องของการที่จะตกค้างมาสู่ผู้บริโภค แต่เป็นเรื่องของการที่มีผู้นำไปใช้กินฆ่าตัวตาย หรือเกษตรกรใช้ผิดวิธีไม่ป้องกันตนเองให้เหมาะสมจนเกิดอันตรายขึ้นได้ จากฤทธิ์ที่เฉียบพลันรุนแรงของมัน   ดังนั้น การแบนพาราควอตจึงกลายเป็นการทำร้ายเกษตรกรที่ใช้สารอย่างถูกต้องอยู่แล้ว สิ่งที่คุณอนุทินและรัฐมนตรีในสังกัดควรจะทำจึงเป็นเรื่องการกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัย ให้ใช้สารได้เฉพาะเกษตรกรมืออาชีพที่ผ่านการอบรม รวมทั้งมีระเบียบการเก็บรักษาไม่ให้เสี่ยงเป็นอันตราย เหมือนอย่างในนานาอารยประเทศที่เจริญแล้วเขาใช้กัน (ดู Environmental Protection Agency ของสหรัฐ https://www.epa.gov/…/paraquat-dichloride-training-certifie… )   ที่สำคัญคือ ยาฆ่าหญ้าอีกตัวซึ่งก็คือ "ไกลโฟเซต" นั้น ไม่มีเหตุผลสมควรอะไรเลยที่จะต้องไปแบน เพราะเป็นสารที่มีระดับความเป็นพิษต่ำมาก องค์การอนามัยโลก WHO และองค์การอาหารโลก FAO จัดว่ามันเป็นสารที่ใช้ได้โดยไม่ก่อให้อันตรายต่อสุขภาพ ( จาก https://www.who.int/foodsafety/jmprsummary2016.pdf) องค์กรทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลกแทบทุกองค์กร ก็ยืนยันว่ามันไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง แทบไม่มีประเทศใดเลยที่แบนสารตัวนี้ และมักจะนิยมใช้เป็นทางออกเป็นสารทดแทนเสียด้วยซ้ำ ในกรณีที่จะแบนพาราควอต (แม้ว่าจะประสิทธิภาพไม่ดีเท่าเทียมก็ตาม) แล้วจะไปตีขลุมแบนมันไปด้วยทำไม   สิ่งที่ผมเรียกร้องจากคุณอนุทินและรัฐมนตรีในสังกัดก็คือ ควรจะเปิดรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน (ให้ผมไปเล่าแบบสรุปย่อๆ ง่ายๆ ให้ฟังก็ได้ แป๊บเดียวก็เข้าใจ) ไม่ใช่แค่จากคนใกล้ตัวที่ให้ข้อมูลด้านเดียว แล้วทำให้พวกท่านถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิดได้ ซึ่งสุดท้าย เผือกร้อนนี้ก็จะตกอยู่บนตัวของพวกท่าน และเป็นตราบาปของพรรคของท่านในสายตาของเกษตรกรไทยไปอีกยาวนาน   ด้วยความเคารพและห่วงใย อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ (ฝากแชร์ให้ถึงคุณอนุทินเขาด้วยนะครับ)"   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/P_MzFpz0Wxo  

 866
เศรษฐกิจ
09 ต.ค. 62

จี้แบน 3 สารอันตรายทันที ไม่ต้องรอ 1 ธ.ค. 'อนุทิน' มั่นใจมีสารทดแทนพาราควอต เกษตรกรไม่เจ็บป่วยอีก

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร แสดงความเห็นกรณีที่นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขยายเวลาการแบนสารพิษ 3 ชนิด ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต ออกไปถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้   ชี้ประกศดังกล่าวเป็นการส่งผลร้ายต่อเกษตรกรไปอีก 60 วัน เนื่องจากสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ขณะเดียวกันสารอันตรายก็ยังซึมอยู่ในการดำรงชีวิตของประชาชนตลอดเวลา หากให้มีการขยายระยะเวลาออกไปจะทำให้เพิ่มการเจ็บป่วยของประชาชนมากขึ้น ขณะเดียวกันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่นักธุรกิจด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการลดการตายผ่อนส่งของประชาชนแท้จริง ก็ควรประกาศยุติการใช้สารเคมีและหยุดการจำหน่ายทันทีนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดออกมา   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มั่นใจว่าหน่วยงานภาครัฐจะนำสารอื่นมาทดแทนสารทั้ง 3 ชนิดให้กับเกษตรกรได้ โดยสารที่มาทดแทนจะต้องไม่ทำให้ประชาชนเจ็บป่วย ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าจะมีนายทุนที่ได้รับประโยชน์จากการนำสารตัวใหม่มาทดแทน แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทยไม่มีนายทุนได้รับผลประโยชน์แน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GlfAkAWSzXc

 420
การเมือง
04 ต.ค. 62

'อนุทิน'เดือด! ด่าคนขู่ 2 กมธ.ควบคุมสารเคมีเกษตรฯ "หน้าตัวเมีย กระจอก"แน่จริงให้มาขู่ผม!

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงปมแบนสารพิษ 3 ชนิดของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนมีการข่มขู่นักวิชาการ ขอเรียนคนที่ไปขู่ว่า หน้าตัวเมีย กระจอก    ท้าแน่จริงให้มาขู่ตัวเอง และน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลั่นจะตบให้คว่ำ เตรียมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลแต่ขอให้มั่นใจ ว่าหากทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีทางที่ใครจะทำอะไรได้ มีแต่คนกระจอกเท่านั้นที่ทำอย่างนี้   ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในกรรมาธิการซึ่งเป็นนักวิชาการถูกขู่ฆ่า ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นเรื่อยมานับตั้งแต่ปี 2561 ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเฟซบุ๊ก ซึ่งปรากฏว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “หมออัปรีย์ ไม่รู้หรือว่าไม่มีเงาหัวแล้ว”   ต่อมามีการส่งเรื่องร้องเรียนไปยังผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตนทำงาน ให้ไต่สวนและตรวจสอบว่าข้อมูลที่เผยแพร่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จริงหรือไม่ กระทั่งมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบ   สำหรับกรณี รศ.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการ นักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) นั้น ถูกข่มขู่ในขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินเพื่อไปร่วมประชุมเกี่ยวกับเรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่กรุงเทพมหาคร โดยมีคนเดินตามและถามว่า “จะพูดอะไรอีกหรือ จะพูดเรื่องสารเคมีเหล่านี้ไม่ดีอย่างไรอีกหรือ” ทำให้ รศ.พวงรัตน์ เกิดความกังวลจนต้องเปลี่ยนเที่ยวบินหลายครั้งกว่าจะได้เข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ กลุ่มคนที่ไม่พอใจยังบุกเข้าไปที่มหาวิทยาลัยนเรศวร บีบบังคับให้ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยขับไล่ รศ.พวงรัตน์ ออกจากสถาบัน ขณะเดียวกัน ก็มีความพยายามหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ รศ.พวงรัตน์ ได้รับทุนวิจัยด้วย   ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ตน และ รศ.พวงรัตน์เท่านั้นที่ถูกข่มขู่ในลักษณะนี้ แต่ยังมีนักวิชาการที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ถูกกระทำเช่นเดียวกันอีกหลายคน ซึ่งทำให้การการใช้ชีวิตต้องอยู่บนความหวาดระแวง   เชื่อว่าการกระทำเหล่านี้เป็นฝีมือของกลุ่มคนที่มีผลประโยชน์จากการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ที่เครือข่ายประชาชนและนักวิชาการพยายามเรียกร้องให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องยกเลิกนำมาใช้ในประเทศไทย จึงต้องทำลายความน่าเชื่อถือข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และทำให้ประชาชนสับสน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BASquF6cyPU

 1,590
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
04 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 ต.ค.62 รุมแฉเสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ-หนีคดี17ปีไปไม่รอด-แม่ค้าจับนกกระจอกใส่ถุงร้อน

-รุมแฉเสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกสาวแต่งงาน ทิ้งหนี้จัดงาน 3.5 ล้าน เพื่อนบ้านเล่าประวัติทำตัวรวย แต่งตัวดีเหมือนนักธุรกิจ ขับรถหรู ควงสาวไม่ซ้ำหน้า งงรวยแต่อยู่ตึกแถว แม่ทำเสริมสวย ทั้งตำรวจและเจ้าหนี้มาหาไม่ซ้ำ ด้านพริตตี้สาวเครียดหนักลำบากมาก ต้องย้ายจากห้องที่ฝ่ายชายเช่าแต่ไม่จ่ายเงิน ไปอยู่บ้านเพื่อน   ล่าสุดฝ่ายชายโทรขู่ ไปลงข่าวให้เสียหายทำไม แม่พริตตี้สาวโทรคุยกับแม่เสี่ยกำมะลอ อ้างติดต่อลูกชายไม่ได้ รุมแฉพฤติกรรมไม่ธรรมดา โพสต์โชว์เงินกินหรูอยู่สบาย เป็นที่ปรึกษาอดีตนายกฯ แท้จริงขายเห็ดตามตลาดนัด โกงเงินค่าซื้อเห็ดชาวบ้านหลายหมื่นบาท หลอกซื้อคอนโดหรู 157 ห้อง ใช้รถหรูหลายคัน พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีอื้อ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เพื่อนบ้านแฉเสี่ยกำมะลอ ทำตัวรวยขับรถหรู ควงหญิงไม่ซ้ำหน้า ส.ส.เพื่อไทยโดนอ้างชื่อ ยันไม่เคยรู้จัก    -กองปราบรวบหนุ่มหนีคดี 17 ปี หลังถูกแฟนสาวบอกเลิก ลงมือทุบทำร้ายโหดเหี้ยม ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาทั้งเป็นคาห้องพักที่นครศรีธรรมราช ทำให้แฟนสาวที่ตอนนั้นอายุ 20 ปีพิการเดินไม่ได้ นอนติดเตียงตลอดชีวิต ตร.สืบผู้ต้องหาหนีมาอยู่กับญาติที่สุพรรณบุรี จนมีเมียและลูก1คน วางแผนจับกุมได้ในที่สุด ครอบครัวเหยื่อดีใจจับได้ หลัง 17 ปีคดีไม่คืบ อีก 3 ปีคดีจะหมดอายุความ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนี 17 ปีไม่รอด! รวบหนุ่มโหดทุบตี-ราดน้ำมันจุดไฟอดีตแฟน จนป่วยติดเตียง จับได้ก่อนหมดอายุความ 3 ปี    -ธรรมนัส พรหมเผ่า ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ว่าเคยติดคุกคดียาเสพติดอีกคดีที่ออสเตรเลียเมื่อปี 31 ยันตอนนั้นยังเป็นนักเรียนนายร้อยอยู่ โวยกรรมาธิการควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ ทำให้เสียชื่อเสียง ขู่ให้รับผลการกระทำตามกฎหมาย   ด้านเสรีพิสุทธิ์ แจงคดีเกิดตอนธรรมนัสไปออสเตรเลียเป็นหมู่คณะเมื่อปี 31 ผู้ร่วมคณะถูกตำรวจค้นเจอยาเสพติด ทำให้ธรรมนัสมีความผิดไปด้วย ในข้อหาไม่แจ้งเบาะแสยาเสพติด ทำให้ติดคุก 8 เดือน เมื่อพ้นโทษถูกส่งกลับไทย แต่ธรรมนัสขออยู่ต่อ วางเงินประกันไว้ แต่พอถึงเวลากลับหนีจนถูกจับและส่งกลับไทย จากนั้นปี 36 ไปออสเตรเลียอีกครั้ง จึงถูกจนท.จับตาเพราะมีประวัติอยู่ ในที่สุดถูกจับอีกครั้งและติดคุก 4 ปี   -7 พรรคฝ่ายค้านนัดหารือจัดตัวอภิปรายพรบ.งบประมาณปี 63 สัปดาห์หน้า ด้านนายกฯตั้งความหวัง พรบ.งบผ่านสภา ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนทั้งประเทศ ย้ำจะไม่ไปขัดแย้งกับใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯหวัง พรบ.งบประมาณผ่านสภา ชี้ถ้าไม่ผ่านคนเดือดร้อนทั้งประเทศ   -ชิมช้อปใช้ยังแรง ครบล้าน 03.53 น. สมคิดเร่งคลังเดินหน้าเฟส 2 ชี้มีผลตอบรับดี แม้มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ต้องประเมินให้เสร็จ ต.ค.นี้ ก่อนขยายตลอดไตรมาส 4 ฤดูกาลท่องเที่ยว อุตตมยังไม่ลงรายละเอียด แต่เฟส2จะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10 ล้านเปิดให้ร้านค้ารายย่อยเข้าโครงการมากขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' สั่งลุย 'ชิมช้อปใช้ เฟส 2' จ่อเปิดให้ลงทะเบียนมากกว่า 10 ล้านคน - เพิ่มร้านค้าอีกเพียบ    -กองทัพเรือแจงยิบสร้างบ้านพักรับรอง ผบ.ทร.หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา 112 ล้าน ยันบ้านพักเดิมมีอายุกว่า 30 ปี ถูกน้ำท่วมเมื่อปี 54 ซ่อมไม่คุ้ม จึงสร้างใหม่ใช้เป็นที่รับรองแขก VIP ของกองทัพเรือ เพื่อความสง่างามและสมเกียรติ ต้องเร่งสร้างเพื่อใช้ให้ทันงานอาเซียนซัมมิท พ.ย.นี้ ยันงบ 112ล้านไม่แพง ชี้แจงได้ เมื่อเสร็จแล้ว ผบ.ทร.ไม่ได้มาอาศัยที่นี่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กองทัพเรือแจงยิบ สร้างบ้านพักรับรองแขก vip ริมเจ้าพระยางบ 112 ล้าน   -อนุทินเดือดด่าคนขู่ฆ่า 2 กรรมาธิการสารเคมีเกษตร เป็นพวกกระจอก หน้าตัวเมีย ท้าแน่จริงมาขู่ตัวเองหรือมนัญญา ลั่นจะตบให้คว่ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'อนุทิน'เดือด! ด่าคนขู่ 2 กมธ.ควบคุมสารเคมีเกษตรฯ "หน้าตัวเมีย กระจอก"แน่จริงให้มาขู่ผม!   -สาววัย 18 ถูกตร.ปราบยาเสพติดยิง M16 พลาดใส่เกือบพิการ หลังนั่งรถไปกินข้าวกับหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก อ้างจะยิงใส่ล้อแต่พลาด ได้เงินเยียวยาแค่ 3 หมื่น ตร.ปัดตอบสื่อ ต้นสังกัดจะสอบข้อเท็จจริง ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาว 18 ร้อง ตร.ใช้ m16 ยิงใส่รถพลาดโดนขา กระดูกแตกเดินไม่ได้ หวิดพิการ โยนเงิน 3 หมื่น แลกไม่เอาเรื่อง   -หนุ่มอุดร VDO call กับภรรยา จับลูกชาย 2 ขวบแขวนคอกับขื่อหน้าบ้าน ก่อนแขวนคอตัวเองตาม ประชดเมียหนีไปทำงานเมืองนอก เมียโทรหาผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วย ญาติอยู่ใกล้รีบมาดูตัดเชือกที่แขวนคอเด็ก ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ส่วนพ่อตกกระแทกถังแก๊สหัวแตก ส่งรพ.ทั้งคู่ล่าสุดปลอดภัย ผู้ใหย่บ้านเผยคู่นี้อยู่กันมา 20 ปี มีลูก 3 คน ระยะหลังสามีเป็นโรคเกาท์ เคยผูกคอตายมาแล้ว กระทั่งเมียไปทำงานนวดแผนโบราณที่สิงคโปร์ ทำให้หึงหวง น้อยใจหาว่าเมียไปขายตัวไม่กลับบ้าน สามีรับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มวิดีโอคอลจับลูก 2 ขวบ และตัวเองผูกคอ ประชดเมียไปทำงานเมืองนอก   -ทำบุญหรือสร้างบาป? แม่ค้าจับนกกระจอกใส่ถุงร้อน เจาะรูรอคนใจบุญซื้อปล่อยที่ตลาดเช้ากาฬสินธุ์ ทั้งที่อากาศร้อนอบอ้าว ยายขายพวงละ 100 แจงไม่อยากขายแต่คนจับจับมาแบบนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ทำบุญได้บาป? หนุ่มโพสต์นกกระจอกถูกจับใส่ถุงร้อน เจาะรูขายพวงละร้อย ให้คนซื้อปล่อยทำบุญ   -เศร้า หนุ่มอาสาช่วยน้ำท่วมติดเชื้อราทางเดินอาหารลามไปที่ปอดเสียชีวิต พ่อเล่าลูกเป็นคนดีเริ่มทำงานกู้ภัยตั้งแต่ 12 ปี ก่อนไปช่วยน้ำท่วมป่วยเป้นไข้ แต่ห้ามไม่ฟังเพราะใจรัก กลับมาอาการทรุด หัวใจเต้นช้า ก่อนปล่อยลูกให้ไปสบาย ฝากเป้นอุทาหรณ์ก่อนช่วยคนอื่นร่างกายต้องพร้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า กู้ภัยติดเชื้อดับหลังลงช่วยน้ำท่วมอุบล - อีกรายโกงความตาย ฟื้นมาได้หลังช็อกหัวใจหยุดเต้น    -บุกตรวจบ้านปาร์ตี้บางบัวทองรอบ 3 ครั้งใหญ่ ใช้เครื่องกำเนิดแสงหลายความถี่ส่องหาสารคัดหลั่ง สารปนเปื้อนที่โซฟาแดง ส่วนแก๊งปาร์ตี้ถูกเรียกสอบเพิ่ม อัจฉริยะแฉต่อกลุ่มบ้านนี้เก็บเงินเข้าดู จ้างพริตตี้โชว์สยิว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจละเอียดโซฟาแดง บ้านบางบัวทอง 'อัจฉริยะ' หอบคลิปกรุ๊ปลับ โชว์อนาจารเก็บเงินค่าดู    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VdIc5OPqiEA

 8,578
การเมือง
01 ต.ค. 62

'อนุทิน' แจงลายมือหวัด แค่เขียนมั่วลองปากกา ตัวเองยังอ่านไม่ออกเลย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีโซเชียลมีเดีย แชร์ภาพร่างเอกสารที่ใช้ลายมืออ่านยากว่า ไม่ใช่เอกสารทางการเป็นเพียงการเขียนมั่วๆเพื่อลองปากกา ซึ่งเพิ่งเปลี่ยนหมึก ยี่ห้อใหม่ ยอมรับว่าตัวเองยังอ่านเองไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ขอบคุณที่มีคนนำไปแปลให้ แต่เป็นการแปลที่ถูกต้องด้วย   โดยในโลกออนไลน์มีการถอดลายมือของนายอนุทินดังนี้ "เรียนท่าน รมว. กค.   จากการที่ท่านได้อนุมัติงบประมาณยังกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่อยู่ตามท้องที่ทุรกันดาร ในการนี้กระทรวงสาธารณสุขได้รับการจัดสรรให้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความขอบคุณยิ่ง   อนุทิน ชาญวีรกูล รอง นรม. รมว.สธ. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YRxalrvANV8

 19,893
เศรษฐกิจ
24 ก.ย. 62

ขีดเส้น 'ซีพีเอช' เซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินภายใน 15 ต.ค.

ความคืบหน้าโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน คือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า   ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปการลงนามสัญญาก่อสร้าง หลังจากกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพีเอช ชนะประมูลมาเกือบ 1 ปีแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และยังไม่ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้างเลย โดยที่ประชุมมีมติว่า วันที่ 27 ก.ย.นี้ คณะกรรมการคัดเลือกฯจะส่งหนังสือถึงกลุ่มซีพีเอช เพื่อให้มาลงนามสัญญาในวันที่ 15 ต.ค.62 ก่อนสิ้นสุดวันลงนาม (หมดระยะเวลายืนราคา) ในวันที่ 7 พ.ย.62   โดยผู้ชนะการประมูลต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ระบุไว้ในทีโออาร์ (หลักเกณฑ์การประมูล) ในฐานะยื่นเสนอราคาต่ำสุด โดยรัฐบาลไทยในฐานะคู่สัญญาจะปรับปรุงเงื่อนไขมากกว่าสัญญาไม่ได้ ที่ผ่านมาเจรจากันหลายรอบและปรับปรุงเงื่อนไขที่ทำได้ เช่น การชำระค่าก่อสร้างสามารถจ่ายตรงให้กับอีอีซีไปยังผู้ชนะการประมูล เป็นต้น จะให้แก้สัญญามากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะจะมีผู้เสียหายเกิดขึ้น และผู้แก้สัญญาจะมีความผิดมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่   อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มซีพีเอชไม่มาลงนามภายในวันที่กำหนด คณะกรรมการคัดเลือกฯจะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ 2 มาเจรจาต่อ โดยกลุ่มซีพีเอชจะถูกริบหลักประกันซอง 2,000 ล้านบาท และอาจถูกขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะทำให้กลุ่มซีพีเอชหมดสิทธิ์เข้าร่วมประมูลงานกับภาครัฐ ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้เสนอรายที่ 2 มีราคาก่อสร้างสูงกว่าราคาที่กลุ่มซีพีเอชเสนอ กลุ่มซีพีเอชต้องจ่ายส่วนต่าง จึงต้องการให้ผู้ชนะประมูลดำเนินการโครงการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d0SoLSEuGS4

 1,371
การเมือง
23 ก.ย. 62

'อนุทิน' เตรียมพร้อมเยียวยาจิตใจประชาชนหลังน้ำลด พบเครียดกว่า 100 ราย

อนุทิน เตรียมพร้อมเยียวยาจิตใจประชาชนหลังน้ำลด พบประชาชนเครียดกว่า 100 ราย   วันที่ 23 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเยียวยาพี่น้องประชาชนหลังน้ำลดว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้มีการเตรียมการพร้อมทุกด้านอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยา ,แพทย์ ,สถานพยาบาล รวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มีเพียงพอและพร้อมทุกด้าน ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามเพื่อแก้ไขปัญญาตามสถานการณ์ที่จำเป็นเร่วด่วน   ในส่วนของการประเมินความเสียหายเพื่อเยียวยา นายอนุทิน บอกว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ดูแลรักษาสภาพจิตใจของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีการเช็คเรื่องงบประมาณ ในบางพื้นที่ก็ได้มีการซ่อมแซมสถานบริการทางด้านสาธารณสุขเรียบร้อย เหลือเพียงไม่กี่แห่งที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่   ส่วนเรื่องของการดูแลสุขภาพจิต และภาวะซึมเศร้า นายอนุทิน บอกว่า มีหน่วย M-CAT ที่จะคอยดูแลเรื่องจิตวิทยาให้กับชาวบ้านอยู่แล้ว เข้าไปสำรวจ เยียวยา ให้สบายใจมากขึ้น ที่ผ่านมามีพี่น้องประชาชนที่เกิดภาวะเครียดกว่า 100 กว่าราย ทางกรมสุขภาพจิตก็ได้เข้าไปเยียวยาใบเบื้องต้นแล้ว   ในตอนนี้ก็ได้รับรายงานว่าทุกรายมีสภาพที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,กระทรวงมหาดไทย ,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงอื่นๆ ก็ได้บูรณาการกันช่วยเหลือ เรื่องของการชดใช้ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้สั่งการให้ดูแลเป็นพิเศษ ทำทุกอย่างให้รวดเร็ว วันนี้จึงได้มีการเซ็นต์ MOU ร่วมกัน กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  

 793
เศรษฐกิจ
22 ก.ย. 62

'อนุทิน' ประเดิมปลูกกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย ที่ ม.แม่โจ้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการร่วมปลูกต้นกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 12,000 ต้น ซึ่งถือเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน คาดว่าสามารถส่งวัตถุดิบกัญชาแห้ง 2,400 กิโลกรัม ให้กับองค์การเภสัชกรรมประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อผลิตเป็นน้ำมันกัญชาได้ประมาณ 1 ล้านขวด   ศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการพืชเสพติด ให้ปลูกกัญชาได้ในพื้นที่จำเพาะ เป็นลักษณะของโรงเรือนสมาร์ทฟาร์มเนื้อที่ 3,040 ตารางเมตร มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนเมล็ดพันธุ์กัญชาที่นำมาใช้ปลูกชื่อพันธุ์อิสระ 01 เป็นสายพันธุ์ไทย สายพันธุ์เด่นของกรมการแพทย์ มีสาร CBD และ THC ในระดับที่สมดุลกัน ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ นอกจากเรื่องของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ไร้สารเคมีสังเคราะห์แล้ว คือ เรื่องของสภาพอากาศ การควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของกัญชาและให้สารสำคัญที่นำมาใช้ในทางการแพทย์   นอกจากนี้ ในอนาคตยังเตรียมขอยื่นดำเนินการในลักษณะของการปลูกแบบกลางแจ้ง ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงเรือน รวมถึงต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ไทยที่ให้สารสำคัญในสัดส่วนที่แตกต่างกัน ตลอดจนดำเนินการเร่งขอจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเสียประโยชน์จากการที่ต่างชาตินำไปใช้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0m4kg21Z1lM

 935
การเมือง
10 ก.ย. 62

'อนุทิน' ย้ำ! แก้ รธน. ดีต่อ ปชช. แต่ต้องแก้น้ำท่วมก่อน ห่วงน้ำลดโรคจะตามมา

อนุทิน ย้ำ! แก้รัฐธรรมนูญต้องดีต่อประเทศชาติและประชาชน พรรคภูมิใจไทย มีแนวทางของตัวเองแล้ว สั่งการสาธารณสุขจังหวัด เตรียมความพร้อมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยารักษาโรค และเฝ้าระวังโรคที่จะตามมาหลังน้ำลด   วันที่ 10 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง กรณีแนวทางตั้งกรรมธิการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูณ ว่า พรรคภูมิใจไทย แนวทางของตัวเอง สิ่งไหนที่มีผลดีต่อประชาชน ต่อประเทศชาติก็จะทำทุกอย่าง แต่สิ่งไหนที่ทำแล้ว แค่ความต้องการของตัวเองก็จะไม่ทำ    ส่วนเวลานี้ยังไม่ถึงเวลาใช่หรือไม่ นายอนุทิน บ่ายเบี่ยงโดยยืนยันว่า ได้กล่าวไปแล้ว และยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย    นายอนุทิน ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับภัยพิบัติ เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายจังหวัด ว่า สาธารณสุขจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมสิ่งของช่วยเหลือ โดยเฉพาะยารักษาโรค ที่ยืนยันว่ามีเพียงพอไม่ขาดแคลน ขณะเดียวกันเทียบเท่าระวังโรคภัยหลังจากน้ำลดด้วย     ขอบคุณภาพ : มติชน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิด 3 โมเดลจาก 3 พรรคเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ส.ว.แย้งยังไม่ถึงเวลาแก้  

 564
การเมือง
09 ก.ย. 62

'อนุทิน' ขับเจ็ทส่วนตัวบินติดปีก รับอวัยวะบริจาคเปลี่ยนหัวใจ จากเชียงใหม่ไป กทม.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาทำการผ่าตัดรับมอบหัวใจ จากผู้ที่ได้แจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะไว้กับทางโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายใต้การดำเนินโครงการ "หัวใจติดปีก"   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า การเดินทางมารับบริจาคหัวใจในครั้งนี้ เริ่มดำเนินการหลังจากทราบว่า มีผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชายวัย 25 ปี ประสบอุบัติเหตุ และได้แจ้งความจำนงขอบริจาคหัวใจและอวัยวะอื่นๆ ไว้กับทางโรงพยาบาล โดยได้รับการยินยอมจากญาติของผู้ป่วยแล้ว   จึงได้นำทีมคณะแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ เดินทางมาทำการผ่าตัดอวัยวะ ประกอบด้วย หัวใจ 1 ดวง ไต 1 ข้าง และดวงตา 1 คู่ จากผู้ป่วยรายดังกล่าว เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่รอการช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ในขณะนี้ โดยเฉพาะการผ่าตัดหัวใจ นั้น ทางทีมแพทย์มีความต้องการและต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย หัวใจ 1 ดวง จะต้องส่งต่อและปลูกถ่ายอวัยวะทันทีภายใน 4 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นหัวใจจะขาดเลือดนาน ซึ่งทีมงานแพทย์ก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันตามเวลาที่กำหนด   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแล้วพบว่า สภาพของหัวใจของผู้บริจาคยังอยู่ในสภาพที่แข็งแรงดีมาก หัวใจยังมีความสดและมีสัญญาณชีพที่ดี ทำให้มั่นใจว่า ผู้ที่จะรับหัวใจดวงนี้ไป จะต้องมีชีวิตต่อไปได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะอื่นๆ ที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ มารับไตอีก 1 ข้าง ด้วย ดังนั้น การบริจาคหัวใจและอวัยวะของผู้ป่วยรายนี้ จะสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ถึง 4 ราย ในครั้งเดียว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง   นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่นำคณะแพทย์มาทำการผ่าตัดหัวใจ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นนั้น ตนเองได้ดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว โดยทำไปแล้ว 25 เคส และเคสนี้ถือเป็นรายที่ 26 โดยมองว่า การบริจาคหัวใจและอวัยวะเป็นเรื่องที่ดีมาก เป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ควรได้รับการยกย่องมากที่สุด คือ ผู้ที่บริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับผู้อื่น จึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันทำบุญด้วยการบริจาคหัวใจและอวัยวะให้กับโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อนำไปพัฒนาและให้การช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป ซึ่งปัจจุบันมีผู้รอรับบริจาคอวัยวะกว่า 6,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้าย และผู้ป่วยด้านสายตา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jSbAFktIZe4

 548
การเมือง
03 ก.ย. 62

'อนุทิน' ปัดถูกวางยา ปมประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณี นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ออกมาแสดงความกังวลต่อประกาศสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชงและกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 อาจเอื้อกลุ่มทุน   ยืนยันว่า ได้จัดการปัญหาและความเข้าใจผิดทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรและไม่มีใครวางยา พร้อมระบุว่าประกาศฉบับดังกล่าว เป็นการปกป้อง คุ้มครอง เกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน หรือบริษัทใด รวมถึงยังเป็นการควบคุมสารสกัดกัญชง ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยย้ำว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีส่วนดีมากกว่าไม่ดี   นายอนุทิน ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูเคุยทำความเข้าใจกับนายยืนยง แต่เบื้องต้นได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเร็ว ๆ นี้ โดยกำชับให้แถลงด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เทคนิค พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา และไม่มีการวางยาใด ๆ ทั้งสิ้น  

 802
การเมือง
02 ก.ย. 62

‘อนุทิน’ ปัดถูกวางยา ปมประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา เตรียมให้ อย. ชี้แจง

วันที่ 2 ก.ย. 62 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณี นายยืนยง โอภากุล หรือ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ออกมาแสดงความกังวลต่อประกาศสาธารณสุข ปลดล็อกกัญชงและกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 อาจเอื้อกลุ่มทุน    ยืนยันว่า ได้จัดการปัญหาและความเข้าใจผิดทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าไม่มีอะไรและไม่มีใครวางยา พร้อมระบุว่าประกาศฉบับดังกล่าว เป็นการปกป้อง คุ้มครอง เกษตรกรและผู้ประกอบการในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุน หรือบริษัทใด รวมถึงยังเป็นการควบคุมสารสกัดกัญชง ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยย้ำว่าประกาศฉบับดังกล่าวมีส่วนดีมากกว่าไม่ดี   นายอนุทิน ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูเคุยทำความเข้าใจกับนายยืนยง แต่เบื้องต้นได้สั่งให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนเร็ว ๆ นี้ โดยกำชับให้แถลงด้วยภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัทพ์เทคนิก พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา และไม่มีการวางยาใด ๆ ทั้งสิ้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'แอ๊ด คาราบาว' หวั่น 'อนุทิน' ถูกวางยาเซ็นลงนาม ประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา      

 1,691
เศรษฐกิจ
02 ก.ย. 62

'แอ๊ด คาราบาว' หวั่น 'อนุทิน' ถูกวางยาเซ็นลงนาม ประกาศปลดล็อกกัญชง-กัญชา

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้ยกเลิกกัญชาออกจากชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5  ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ   มีเนื้อหาโดยสรุปว่า อนุญาตให้นำสารสกัดกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาได้ รวมถึงเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่ไม่ได้ปล่อยเสรีในการบริโภคเหมือนกับเหล้าหรือบุหรี่   ฉบับแรก เป็นเรื่องกำหนดลักษณะกัญชงเพื่อเป็นประโยชน์ในการควบคุมการผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากกัญชง   ในส่วนฉบับที่ 2 สาระสำคัญคือให้ยกเลิกชื่อยาเสพติดให้โทษ กัญชา (cannabis) ในบัญชีท้ายประกาศ กระทรวงสาธารณสุข และเพิ่มเงื่อนไขและกำหนดระบุชื่อ "กัญชง" ให้เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 แต่ได้ยกเว้นกรณี   1.สารแคนนาบิไดออล (CBD) ที่สกัดจากกัญชงซึ่งมีความบริสุทธิ์มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 99 โดยมีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก สรุปคือ Pure 99% เอานำไปผสมในอาหารหรือเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางได้   2.สารสกัดหรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัดที่มีสาร CBD เป็นส่วนประกอบหลัก และ มีสาร THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ซึ่งเป็นยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ทางยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เท่านั้น  สรุปคือ เป็นยา และ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้   3.เมล็ดกัญชงหรือน้ำมันจากเมล็ดกัญชงซึ่งเป็นอาหาร และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้   4.น้ำมันจากเมล็ดกัญชงหรือสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ซึ่งเป็นเครื่องสำอาง และนำไปเพาะพันธุ์ไม่ได้   5.เปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง   ทั้งนี้สามารถจำหน่ายได้ภายในประเทศเท่านั้น มีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 27 ส.ค.2562     ด้าน แอ๊ด คาราบาว หรือ นายยืนยง โอภากุล โพสต์ข้อความแสดงความกังวลว่า ประกาศ สธ. ปลดล็อกกัญชง-กัญชา ส่อล็อกสเป็กเอื้อบริษัทนายทุน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ถูกวางยาเซ็นลงนาม และกำลังเตรียมหาทางแก้ไข โดยมีข้อความระบุว่า...   พี่น้องผู้สนับสนุน การใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคโปรดฟังทางนี้หน่อยนะครับ.....   เมื่อวันที่ 30 สค.2562 ที่ผ่านมามีประกาศของกระทรวงสาฐารณะสุขในราชกิจจาฯยกเลิกกัญชาจากชื่อยาเสพติด....เเต่พออ่านเนื้อในปรากฏว่า ประกาศฉบับนี้กลายเป็นเรื่อง"ล๊อคเสป๊ก"ให้บริษัทที่ประกอบการด้าน กัญชง กัญชาได้ประโยชน์อย่างเต็ม ๆ ตามข่าวที่ออกมาครับ จึงทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน และภาคประชาสังคมหนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคต่าง งวยงง และวิตกกังวลไปต่างๆนาๆ รวมทั้งตัวผมด้วย จึงได้สอบถามไปยังเเหล่งข่าวของท่านรัฐมนตรี   ผลปรากฏออกมาว่า "ประกาศฉบับนี้ส่งตรงมาจากกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน สมคบกับ อย. ชงเรื่องมาโดยอ้างว่า "เป็นเรื่องทางเทคนิค"ท่านรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีระกุล ท่านก็หวังดีจึงต้องเซ็นอย่างเสียไม่ได้ เเต่แล้วกลับกลายเป็นว่า"โดนวางยา เจาะยาง"จากกลุ่มข้าราชการพุงกางเข้าให้เต็มๆ ประกาศนี้คุณอนุทินกำลังวิตกมากและกำลังหาทางแก้ไขอยู่ครับ คาดว่าในสัปดาห์หน้านี้จะหาทางยกร่างกฏหมายฉบับนี้ขึ้นมาใหม่ครับ โดยจะรับฟังประเด็นข้อโต้เเย้งจากภาคประชาสังคมที่ปารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงเกี่ยวข้อง ที่ได้รวบรวมประเด็นต่างมาให้เป็นส่วนสำคัญของการพิจรณายกร่างด้วยครับ.....   ใจหายหมดเลย เมื่อคืนนอนแทบไม่หลับเลยเรื่องนี้ จึงกราบเรียนมายังพ่อแม่พี่น้องเเละองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนผู้สนับสนุนกัญชาเป็นยารักษาโรคให้ได้ทราบโดยทั่วกันนะครับ แล้วช่วยกันแชร์ต่อด้วยนะครับ ว่าท่านรมต.อนุทิน ชาญวีระกุล ท่านเป็นพวกเราครับ แต่สภาพในขณะนี้เหมือนลูกแกะในวงล้อมของสุนัขจิ้งจอก ที่หิวกระหายผลประโยชน์ส่วนตน พวกเราต้องอย่าหวั่นไหวไปกับข่าวนี้นะครับ รวมพลังเดินหน้าสู้ๆกันต่อไปครับ ขอบคุณครับพี่น้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-LyXwqr80Z4

 3,741

Top