ค้นหา :

ผลการค้นหา "อนุทินชาญวีรกูล"

สรุปข่าว
17 ก.พ. 63

'อนุทิน' โพสต์ห้ามผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทย / โคไล่ขวิดคนดูบนอัฒจันทร์ / ทิ้งก้นบุหรี่ ทำไฟไหม้เต้นท์รถวอด

โคไล่ขวิดคนดูบนอัฒจันทร์  โซเชียลแชร์คลิป 'โคชน' วิ่งไล่ขวิดคนดูบนอัฒจันทร์ ที่สนามชนโค บ้านหนองบัวใหญ่ ใน อ.รัษฎา จ.ตรัง มีหญิงอายุ 50 ปีบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน นายสนามชนโคฯ ระบุว่าโคหนุ่มเกิดอาการตกใจ หลังชนแพ้ ถูกโคที่ชนะวิ่งไล่กวดกระแทกรั้วเหล็ก และวิ่งขึ้นไปบนอัฒจันทร์     ทิ้งก้นบุหรี่ทำไฟไหม้เต้นท์รถวอด จนท.ดับเพลิงใช้เวลากว่า ครึ่งชม. ในการควบคุมเพลิงไหม้ ริมถนนพหลโยธิน ต.ลําตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ไหม้เต้นท์ขายรถยนต์ที่อยู่ใกล้เคียง รถกระบะเสียหาย 1 คัน และลุกลามไปติดห้องเช่าใกล้เคียงเสียหาย 3 ห้อง คาดเกิดจากกลุ่มรถบรรทุกที่ทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังติดไฟอยู     รมว.สธ.โพสต์ห้ามผู้โดยสารเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ กระทรวงสาธารณะสุขไม่อนุญาติให้ผู้โดยสารเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อเดินทางต่อไปประเทศอื่น หรือพำนักในประเทศไทย หลังพบผู้โดยสารในเรือติดเชื้อไวรัส โควิด-19 จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของเชื้อ ด้านกระทรวงสาธารณะสุขญี่ปุ่นเผย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 99 คน บนเรือสําราญไดมอนด์ปริ้นเซส ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวม 454 คนแล้ว

 852
ต่างประเทศ
13 ก.พ. 63

กัมพูชายินดีต้อนรับ 'เรือสำราญเวสเตอร์ดัม' เทียบท่าที่สีหนุวิลล์ หลังไทยปฏิเสธ

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ในไทย ยอดผู้ติดเชื้อยังเท่าเดิมคือ 33 ราย แต่มีผู้ป่วยที่หายดีกลับบ้านได้แล้วอีก 1 ราย   ขณะที่ประเด็นเรือสำราญเวสเทอร์ดัม ที่บรรทุกผู้โดยสารกว่า 2 พันคน ซึ่งถูกปฏิเสธการขอเทียบท่าจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงไทย เนื่องจากกังวลว่าจะมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 บนเรือ ล่าสุดบริษัทฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์ ผู้ประกอบการเรือสำราญเวสเทอร์ดัม เปิดเผยว่า เรือสำราญจะไปเทียบท่าที่สีหนุวิลล์ กัมพูชา โดยจะถึงในช่วงเช้าวันนี้ (13 ก.พ.63)   โดยจะปล่อยผู้โดยสารออกจากเรือ ให้ผู้โดยสารไปขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำไปยังกรุงพนมเปญ เพื่อหาเที่ยวบินกลับภูมิลำเนาของตัวเองต่อไป   ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่า "ได้รับการยืนยันมาว่า Westerdam หัวหัวเรือออกจากประเทศไทยแล้วนะครับ"   ขณะที่สำนักข่าว FRESH NEWS รายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในเรือสำราญทุกขั้นตอน ตั้งแต่บริการตรวจทางการแพทย์เพื่อหาเชื้อ บริการฟรีวีซ่า ฯลฯ และที่พิเศษคือให้แจกผ้าพันคอทอมือให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน เป็นของที่ระลึกจากน้ำใจกัมพูชา         ทั้งนี้ สมเด็จฮุน เซน ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวทางโทรศัพท์ กล่าวว่า ยังมีโรคที่ร้ายแรงกว่าไวรัสโคโรนา ดังนั้นกัมพูชายินดีต้อนรับ ในกัมพูชาต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และนี่คือปฏิบัติการเพื่อมนุษยธรรมในยามฉุกเฉิน   นอกจากนี้ ที่ญี่ปุ่น พบว่าเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซส มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 39 คน รวมตัวเลขผู้ติดเชื้อบนเรือ 175 คน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PabSdQt_M-0

 12,206
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 63

'อนุทิน' โพสต์สั่งการ ไม่ให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัม เทียบท่าไทย หวั่นแพร่เชื้อโคโรนา

จากกรณีสื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า เรือสำราญเวสเทอร์ดัม ของบริษัทฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์ สัญชาติอเมริกัน-อังกฤษ มีผู้โดยสาร 1,455 คน ลูกเรือ 802 คน โดยในจำนวนนี้มี 687 คนที่เดินทางต่อจากการล่องเรือเที่ยวก่อน มีกำหนดการเดินทางไปไต้หวันและกลับไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 15 ก.พ.2563 นี้   โดยมีการอ้างว่าได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้จอดเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังจากถูกปฏิเสธไม่ให้จอดในหลายประเทศตั้งแต่ ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และญี่ปุ่น เนื่องจากกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าหากมีการเทียบท่าที่ไทย อาจมีแนวโน้มทำให้มีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา   ล่าสุดเมื่อช่วงก่อนตี 1 วันอังคารที่ 11 ก.พ. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไทย โพสต์ภาพบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวมีข้อความระบุว่า “สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า” โดยที่ไม่ได้อธิบายใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZUET61eUTLs

 1,180
สังคม
11 ก.พ. 63

'อนุทิน' โพสต์สั่งการ ไม่ให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัม เทียบท่าไทย หวั่นแพร่เชื้อโคโรนา

จากกรณีสื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า เรือสำราญเวสเทอร์ดัม ของบริษัทฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์ สัญชาติอเมริกัน-อังกฤษ มีผู้โดยสาร 1,455 คน ลูกเรือ 802 คน โดยในจำนวนนี้มี 687 คนที่เดินทางต่อจากการล่องเรือเที่ยวก่อน มีกำหนดการเดินทางไปไต้หวันและกลับไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 15 ก.พ.2563 นี้   โดยมีการอ้างว่าได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้จอดเทียบท่า ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังจากถูกปฏิเสธไม่ให้จอดในหลายประเทศตั้งแต่ ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และญี่ปุ่น เนื่องจากกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าหากมีการเทียบท่าที่ไทย อาจมีแนวโน้มทำให้มีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา   ล่าสุดเมื่อช่วงก่อนตี 1 วันอังคารที่ 11 ก.พ. 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขไทย โพสต์ภาพบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวมีข้อความระบุว่า “สั่งการแล้ว ไม่อนุญาตให้เทียบท่า” โดยที่ไม่ได้อธิบายใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZUET61eUTLs

 1,180
ต่างประเทศ
11 ก.พ. 63

ญี่ปุ่นเรือสำราญพ่นพิษ พบผู้ติดเชื้ออื้อ - เรือเวสเตอร์ดัมประกาศเตรียมเทียบท่าแหลมฉบัง 'อนุทิน' โพสต์ "สั่งการแล้วไม่ให้เทียบท่า"

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่บนเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่ถูกกักที่เมืองโยโกฮาม่า เพิ่มอีก 61 คน ทำให้ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อบนเรือดังกล่าวรวมแล้ว 130 คน จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดกว่า 3,700 คน ผู้โดยสารเกือบครึ่งอายุ 70 ปีหรือมากกว่านั้น ทำให้ผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นตอนนี้อยู่ที่ 156 คนแล้ว    ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 910 คน ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 40,200 คน ในกว่า 24 ประเทศรวมไปถึงอีก 3 เขตปกครองพิเศษ   ที่ประเทศมาเลเซียพบผู้ป่วยเพิ่มเป็น 17 คน รายล่าสุดเป็นผู้ชายอายุ 31 ปีที่ไม่มีประวัติว่าเคยเดินทางไปประเทศจีน แต่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศมาเก๊า ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออยู่ที่เกือบ 24,000 คนทั่วโลก   เรือสำราญเวสเตอร์ดัม เรือสัญชาติอเมริกันอังกฤษ ได้รับอนุญาติจากทางการไทยให้จอดเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หลังจากที่เรือลำนี้ถูกปฎิเสธไม่ให้เทียบท่าจากหลายประเทศ เรือลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร 1,455 คนลูกเรือ 802 คน ในจำนวนนี้ 687 เดินทางต่อจากการล่องเรือเที่ยวก่อน จากการเดินทางไปไต้หวัน และจะเดเนทางไปที่เมืองโยโกฮามาประเทศญี่ปุ่น   โดยทางเพจ Holland America Line ได้โพสต์ในทำนองเรือเวสเตอร์ดัมจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบังประเทศไทย ก่อนที่จะส่งลูกเรือเดินทางเข้ากทม. เพื่อกลับประเทศของลูกเรือแต่ละคนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์   ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า สั่งการแล้วไม่อนุญาติให้เทียบท่า  

 563
สังคม
11 ก.พ. 63

ญี่ปุ่นเรือสำราญพ่นพิษ พบผู้ติดเชื้ออื้อ - เรือเวสเตอร์ดัมประกาศเตรียมเทียบท่าแหลมฉบัง 'อนุทิน' โพสต์ "สั่งการแล้วไม่ให้เทียบท่า"

กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรน่า สายพันธุ์ใหม่บนเรือสำราญไดมอนด์ พริ้นเซส ที่ถูกกักที่เมืองโยโกฮาม่า เพิ่มอีก 61 คน ทำให้ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อบนเรือดังกล่าวรวมแล้ว 130 คน จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมดกว่า 3,700 คน ผู้โดยสารเกือบครึ่งอายุ 70 ปีหรือมากกว่านั้น ทำให้ผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นตอนนี้อยู่ที่ 156 คนแล้ว    ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 910 คน ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 40,200 คน ในกว่า 24 ประเทศรวมไปถึงอีก 3 เขตปกครองพิเศษ   ที่ประเทศมาเลเซียพบผู้ป่วยเพิ่มเป็น 17 คน รายล่าสุดเป็นผู้ชายอายุ 31 ปีที่ไม่มีประวัติว่าเคยเดินทางไปประเทศจีน แต่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศมาเก๊า ในขณะที่ผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออยู่ที่เกือบ 24,000 คนทั่วโลก   เรือสำราญเวสเตอร์ดัม เรือสัญชาติอเมริกันอังกฤษ ได้รับอนุญาติจากทางการไทยให้จอดเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี หลังจากที่เรือลำนี้ถูกปฎิเสธไม่ให้เทียบท่าจากหลายประเทศ เรือลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร 1,455 คนลูกเรือ 802 คน ในจำนวนนี้ 687 เดินทางต่อจากการล่องเรือเที่ยวก่อน จากการเดินทางไปไต้หวัน และจะเดเนทางไปที่เมืองโยโกฮามาประเทศญี่ปุ่น   โดยทางเพจ Holland America Line ได้โพสต์ในทำนองเรือเวสเตอร์ดัมจะเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบังประเทศไทย ก่อนที่จะส่งลูกเรือเดินทางเข้ากทม. เพื่อกลับประเทศของลูกเรือแต่ละคนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์   ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า สั่งการแล้วไม่อนุญาติให้เทียบท่า  

 563
อาชญากรรม
09 ก.พ. 63

'อนุทิน' ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว วิสามัญจ่าคลั่งกราดยิงโคราช

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กระบุ "ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ที่ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว วิสามัญ!!!!"   ปิดฉากปฏิบัติการ 19 ชั่วโมง จับตาย จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ทหารคลั่งกราดยิงโคราช ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ไล่เลียงเหตุการณ์ 'จ.ส.อ.' คลั่งกราดยิงโคราช จนท.-ปชช.เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย 

 1,867
อาชญากรรม
09 ก.พ. 63

แพทย์ยัน เลือดสำรอง มีเพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทหารคลั่งกราดยิงโคราช

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา เหตุทหารคลั่งยิงประชาชน โดยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิง มีอย่างน้อย 20 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 16 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 4 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ มี 31 ราย ในจำนวนนี้ มีคนที่บาดเจ็บสาหัส 10 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 21 เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช    ขณะที่โรงพยาบาลมหาราช และโรงพยาบาลใกล้เคียง ได้ระดมทีมแพทย์ บุคลากร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเตรียมพร้อมแพทย์ผ่าตัด 18 คน อายุรแพทย์ 12 คน แพทย์ฉุกเฉิน 20 คน พยาบาล 80 คน และพยาบาลสำรองอีก 240 คน ที่คอยช่วยเหลือภายในโรงพยาบาล ส่วนคลังเลือดสำรองในจังหวัดนครราชสีมา มี 1,706 ถุง    ซึ่งแพทย์ยืนยันว่า เพียงพอต่อการรองรับผู้บาดเจ็บ จึงไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ขาดเลือด หากมีความจำเป็นก็ยังสามารถระดมจากส่วนอื่นมาได้ แต่ก็มีประชาชนจำนวนมาก ที่ไปร่วมบริจาคเลือดช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งทางโรงพยาบาลขอให้ไปในช่วงกลางวัน   ด้านนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า เตรียมส่งทีมวิกฤติสุขภาพจิต ไปดูแลสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังแนะแนวทางการดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง และคนใกล้ตัวที่ประสบเหตุ ให้ดูแลสภาพจิตใจตัวเอง พยายามรับประทานอาหาร นอนหลับพักผ่อน ออกกำลัง และพยายามใช้ชีวิตปกติเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้ความสำคัญกับอารมณ์ของตัวเอง ให้เวลาเป็นตัวจัดการให้ตัวเองและคนรอบข้างผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้    พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการรับข่าว หรือภาพความรุนแรง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดและปัญหาด้านสุขภาพจิตภายหลังเผชิญภัยพิบัติ   รวมทั้งให้หมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ด้านการกิน การนอน หากรู้สึกหมดกำลังใจ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เป็นสัญญาณว่ามีความเครียดสูง ถ้าเป็นเด็กและเยาวชนอาจมีอาการถดถอย เช่น ติดคนดูแล ร้องไห้ หรือแสดงอารมณ์รุนแรง ซึ่งหากพบความผิดปกติ ขอให้พูดคุยติดต่อกับผู้อื่น ระบายความรู้สึก หรือพบจิตแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือขอคำปรึกษาที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง           ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/AD9w6x5pI5M    

 4,278
อาชญากรรม
09 ก.พ. 63

‘อนุทิน’ ยัน เหตุทหารคลั่งกราดยิงโคราช มีตำรวจถูกยิงเสียชีวิต 1 นาย

บรรยากาศช่วงเช้าหน้าห้างเทอร์มินอล จ.นคราชสีมา เหตุจ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กราดยิงประชาชน ก่อนหลบหนีไปยังห้างดังกล่าว ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ช่วงที่มีเสียงปืนถี่ที่สุดคือช่วงเวลาประมาณ 02.45 น. เป็นต้นมากระทั่งถึงเวลา 03.00 น. หลังจากนั้นเสียงปืนได้เงียบไประยะหนึ่ง จนเมื่อเวลาราวๆ 05.00 น. มีความเคลื่อนไหวจากข้างในห้างอีกชุดหนึ่ง โดยเป็นเสียงอาวุธปืนถี่ 5-6 นัด    โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันล่าสุด ว่า มีตำรวจถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ไม่ใช่ 2 รายตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ รวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 21 รายแล้ว และมีผู้บาดเจ็บราว 30 คน          ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/4DzgxEpwwjY  

 10,372
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 63

'อนุทิน' ขอโทษอาการหลุด ไล่นทท.ต่างชาติ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ออกนอกประเทศ-ชาวเน็ตถูกหลอกขาย หน้ากากไร้คุณภาพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวขณะเดินแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือที่สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ และพื้นที่ใกล้เคียง    แต่เกิดประเด็นในช่วงที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว หลังแจกหน้ากากอนามัยเสร็จสิ้น นายอนุทิน บอกว่า "พวกฝรั่ง นักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมใส่ ไม่ยอมรับแจก แบบนี้ไล่ออกจากประเทศ"   ล่าสุด นายอนุทิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมไม่โกรธที่โดนด่า โดนวิจารณ์หยาบคาย ผมไม่รู้สึกผิดขณะที่แสดงอารมณ์ และใช้คำพูดกับ"ฝรั่ง" คนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติคนไทย และ มองเห็นมาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ตลก ขบขัน   ผมมั่นใจว่า 100% ของคนที่ด่าและวิจารณ์ผม ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมและคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำกิจกรรมรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในเช้าวันนี้   เพราะผมรู้ว่าคนที่ด่าและวิจารณ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมจึงไม่ โกรธ แต่ รู้สึกเสียใจที่มีการแปลเจตนาของผม ผิดพลาดจากที่ผมต้องการจะสื่อสาร   ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้าคนต่างชาติคนนั้น หรือคนไหนก็ตาม ไม่พร้อมจะปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขไทย ไม่ควรจะเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงเวลานี้ ซึ่งเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา   ไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ยังเห็นสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ปัดมือผมที่ยื่นหน้ากากอนามัย ให้ด้วยความปรารถนาดี และห่วงใย และแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามความปรารถนาดีของคนไทย   ผมไม่รู้สึกผิดที่ตอบโต้ ผ่านสื่อมวลชน ไปยังคนต่างชาติคนนั้น และคนอื่นๆ ที่ดูอยู่ เพื่อให้ได้รับทราบเจตนาของผมในฐานะคนไทย ที่ต้องรับผิดชอบต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค   ผมอดทน อดกลั้นมากพอที่จะไม่ตอบโต้กับคนต่างชาติคนนั้น ด้วยท่าทีแบบเดียวกับที่เขาทำกับผม และคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข   ผมเป็นคนไทยที่ไม่เคยยอมให้ต่างชาติมาแสดงท่าที อาการเหยียด และดูถูกคนไทย   ผมมีเพื่อนต่างชาติเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนดีที่ไม่เหยียดคนไทย แต่ต่างชาติบางคนที่แสดงท่าทีเหยียดคนไทย ผมไม่นับเป็นเพื่อน   ในบางประเทศ ในช่วงเวลานี้ มีข้อห้ามคนต่างชาติมากมาย แต่ในประเทศไทย เราเพียงขอให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง และป้องกันคนอื่น ติดเชื้อ เท่านั้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครเดินทางมาจากไหน ก่อนมาประเทศไทย   บางประเทศ ไม่รับคนจีนเข้าประเทศ แต่รับคนจากชาติต่างๆ เข้ามาอย่างไม่ระมัดระวัง ปรากฎว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ เพิ่มมากขึ้นกว่าประเทศไทย เพราะเรามีมาตรการควบคุมโรค แบบของเรา ทำให้สถานการณ์ของเรา ดีกว่าบางประเทศ ในภูมิภาคนี้   เราทำด้วยความปรารถนาดี และห่วงใย คนไทย และคนต่างชาติเกือบ 100% ที่ได้รับหน้ากากอนามัย วันนี้ ยิ้มและขอบคุณรัฐบาลไทย ที่นำมาแจกให้ป้องกันตัวเอง มีเพียงรายเดียวที่เป็นกรณีปัญหา   ผมขออภัยที่แสดงอาการไม่เหมาะสมผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีผู้ชมหลากหลายรุ่นวัย แต่ผมไม่มีวันขออภัยคนต่างชาติคนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติ และรังเกียจ มาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย   ผมจะทำงานของผม ตามแนวทางของผมต่อไป จนกว่าประเทศไทย และคนไทย จะก้าวข้ามภาวะวิกฤติทางสุขภาพนี้ ไปได้ด้วยความปลอดภัย"     ชาวเน็ตถูกหลอกขาย หน้ากากไร้คุณภาพ    ขณะที่โลกออนไลน์มีการแฉคุณภาพหน้ากากอนามัย ที่คนทั่วไปนำของไร้คุณภาพมาหลอกขายชาวบ้าน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า 'สิริพรรณ สัจจวีระกุล' โพสต์ภาพหน้ากากไร้คุณภาพ   พร้อมระบุข้อความประมาณว่า "คนไทยฉวยโอกาสเก่ง ไม่เคยรักษาคำพูด หลอกเก่งยิ่งกว่าผีหลอก อ้างว่าเป็นของจากประเทศญี่ปุ่น แต่เปิดออกมาไม่ใช้สินค้าจากญี่ปุ่น เป็นของไร้คุณภาพ"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/grRPE_lVkD4

 261
สังคม
08 ก.พ. 63

'อนุทิน' ขอโทษอาการหลุด ไล่นทท.ต่างชาติ ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ออกนอกประเทศ-ชาวเน็ตถูกหลอกขาย หน้ากากไร้คุณภาพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวขณะเดินแจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือที่สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ และพื้นที่ใกล้เคียง    แต่เกิดประเด็นในช่วงที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว หลังแจกหน้ากากอนามัยเสร็จสิ้น นายอนุทิน บอกว่า "พวกฝรั่ง นักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมใส่ ไม่ยอมรับแจก แบบนี้ไล่ออกจากประเทศ"   ล่าสุด นายอนุทิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ผมไม่โกรธที่โดนด่า โดนวิจารณ์หยาบคาย ผมไม่รู้สึกผิดขณะที่แสดงอารมณ์ และใช้คำพูดกับ"ฝรั่ง" คนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติคนไทย และ มองเห็นมาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ตลก ขบขัน   ผมมั่นใจว่า 100% ของคนที่ด่าและวิจารณ์ผม ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมและคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำกิจกรรมรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในเช้าวันนี้   เพราะผมรู้ว่าคนที่ด่าและวิจารณ์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมจึงไม่ โกรธ แต่ รู้สึกเสียใจที่มีการแปลเจตนาของผม ผิดพลาดจากที่ผมต้องการจะสื่อสาร   ผมเพียงแต่จะบอกว่า ถ้าคนต่างชาติคนนั้น หรือคนไหนก็ตาม ไม่พร้อมจะปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขไทย ไม่ควรจะเข้ามาในประเทศไทย ในช่วงเวลานี้ ซึ่งเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา   ไม่เพียงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ยังเห็นสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ปัดมือผมที่ยื่นหน้ากากอนามัย ให้ด้วยความปรารถนาดี และห่วงใย และแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามความปรารถนาดีของคนไทย   ผมไม่รู้สึกผิดที่ตอบโต้ ผ่านสื่อมวลชน ไปยังคนต่างชาติคนนั้น และคนอื่นๆ ที่ดูอยู่ เพื่อให้ได้รับทราบเจตนาของผมในฐานะคนไทย ที่ต้องรับผิดชอบต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค   ผมอดทน อดกลั้นมากพอที่จะไม่ตอบโต้กับคนต่างชาติคนนั้น ด้วยท่าทีแบบเดียวกับที่เขาทำกับผม และคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข   ผมเป็นคนไทยที่ไม่เคยยอมให้ต่างชาติมาแสดงท่าที อาการเหยียด และดูถูกคนไทย   ผมมีเพื่อนต่างชาติเยอะ ส่วนใหญ่เป็นคนดีที่ไม่เหยียดคนไทย แต่ต่างชาติบางคนที่แสดงท่าทีเหยียดคนไทย ผมไม่นับเป็นเพื่อน   ในบางประเทศ ในช่วงเวลานี้ มีข้อห้ามคนต่างชาติมากมาย แต่ในประเทศไทย เราเพียงขอให้ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง และป้องกันคนอื่น ติดเชื้อ เท่านั้น เพราะเราไม่รู้ว่าใครเดินทางมาจากไหน ก่อนมาประเทศไทย   บางประเทศ ไม่รับคนจีนเข้าประเทศ แต่รับคนจากชาติต่างๆ เข้ามาอย่างไม่ระมัดระวัง ปรากฎว่า จำนวนผู้ติดเชื้อ เพิ่มมากขึ้นกว่าประเทศไทย เพราะเรามีมาตรการควบคุมโรค แบบของเรา ทำให้สถานการณ์ของเรา ดีกว่าบางประเทศ ในภูมิภาคนี้   เราทำด้วยความปรารถนาดี และห่วงใย คนไทย และคนต่างชาติเกือบ 100% ที่ได้รับหน้ากากอนามัย วันนี้ ยิ้มและขอบคุณรัฐบาลไทย ที่นำมาแจกให้ป้องกันตัวเอง มีเพียงรายเดียวที่เป็นกรณีปัญหา   ผมขออภัยที่แสดงอาการไม่เหมาะสมผ่านสื่อมวลชน ซึ่งมีผู้ชมหลากหลายรุ่นวัย แต่ผมไม่มีวันขออภัยคนต่างชาติคนนั้น ที่ไม่ให้เกียรติ และรังเกียจ มาตรการควบคุมโรคของประเทศไทย   ผมจะทำงานของผม ตามแนวทางของผมต่อไป จนกว่าประเทศไทย และคนไทย จะก้าวข้ามภาวะวิกฤติทางสุขภาพนี้ ไปได้ด้วยความปลอดภัย"     ชาวเน็ตถูกหลอกขาย หน้ากากไร้คุณภาพ    ขณะที่โลกออนไลน์มีการแฉคุณภาพหน้ากากอนามัย ที่คนทั่วไปนำของไร้คุณภาพมาหลอกขายชาวบ้าน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า 'สิริพรรณ สัจจวีระกุล' โพสต์ภาพหน้ากากไร้คุณภาพ   พร้อมระบุข้อความประมาณว่า "คนไทยฉวยโอกาสเก่ง ไม่เคยรักษาคำพูด หลอกเก่งยิ่งกว่าผีหลอก อ้างว่าเป็นของจากประเทศญี่ปุ่น แต่เปิดออกมาไม่ใช้สินค้าจากญี่ปุ่น เป็นของไร้คุณภาพ"     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/grRPE_lVkD4

 261
สังคม
07 ก.พ. 63

รบ.นำหน้ากากออกอนามัยจำหน่าย หลังสินค้าขาดตลาด - แจงราคาแพงขึ้นเพราะผลิตใหม่

พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่ทางภาครัฐ จะเริ่มนำหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือมาจัดจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นวันแรก      โดยกระทรวงพานิชย์ได้เตรียมกระจายหน้ากากอนามัยกว่า 2 ล้านชิ้นออกไปยังร้านธงฟ้า ทั่วประเทศ ส่วนกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและทำความเข้าใจกับประชาชนตามพื้นที่สาธารณะ         นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมเจ้าหน้าที่ออกแจกหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือให้กับประชาชน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามแสควร์ และพื้นที่ใกล้เคียง ยืนยันหน้ากากที่แจกเป็นหน้ากากทางการแพทย์ธรรมดาที่เพียงพอแล้วต่อการป้องกัน ซึ่งได้เน้นการแจกหน้ากากให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก เช่น คนขับรถสาธารณะ, ผู้คนตามแหล่งชุมชน และสถานพยาบาล      ขณะเดียวกันก็ได้พบนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่ใส่หน้ากาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อและกลายเป็นผู้แพร่เชื้อ จึงเตรียมประสานกับสถานทูตในหลายประเทศ เพื่อให้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวถึงสถานการณ์ของโรคในขณะนี้     สำหรับปัญหาหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่กำลังขาดตลาดอยู่ วันนี้ทหารจากกรมพลาธิการทหารบกกว่า 50 นาย ได้เร่งบรรจุหน้ากากอนามัย 2 ล้านชิ้น เพื่อนำไปจำหน่ายที่ศูนย์กระจายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์, ทำเนียบรัฐบาล และร้านค้าธงฟ้ากว่า 900 แห่งทั่วประเทศในวันพรุ่งนี้ หลังประสบปัญหาสินค้าขาดตลาดมาเป็นเวลานาน โดยทางกรมการค้าภายในได้กำหนดราคาอยู่ที่แพ็คละ 10 แผ่นในราคา 25 บาท เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน      นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงราคาหน้ากากอนามัยของกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลที่นำมาจำหน่ายในราคาเฉลี่ยแผ่นละ 2 บาท 50 สตางค์ ซึ่งแพงกว่าขององค์การเภสัชกรรม ที่จำหน่ายในราคา 1 บาท เป็นเพราะราคาของต้นทุนที่สูงขึ้นจากการผลิตใหม่ และค่าขนส่งที่จะกระจายไปยังร้านธงฟ้าทั่วประเทศ ทำให้ราคาของหน้ากากอนามัยสูงขึ้น แต่ยืนยันว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน

 1,630
การเมือง
07 ก.พ. 63

'อนุทิน' ขอโทษ หลังฉุนขาดไล่ นทท.ไม่รับหน้ากากอนามัยออกจากประเทศ

โซเชียลวิจารณ์หนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซัดนักท่องที่ยวบางราย ที่ไม่รับหน้ากากอนามัย ขณะลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยกล่าวว่า คนเหล่านี้ทำร้ายบ้านเมือง ต้องไล่ออกจากประเทศ ล่าสุดสำนึกผิดโพสต์ขอโทษแล้ว พร้อมยืนยันหน้ากากอนามัยเพียงพอต่อความต้องการ       นายอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่า ขอบคุณ ประชาชนทุกท่านที่สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 หน้ากากที่แจก เป็นหน้ากากธรรมดา เพียงพอแล้วกับการป้องกันโรค แต่ทั้งนี้ ก็มีนักท่องเที่ยวบางราย ปฏิเสธที่จะรับหน้ากาก เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบ ที่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า โดย นายอนุทิน กล่าวว่า คนเหล่านี้คือคนที่ทำร้ายบ้านเมือง อยู่ในที่สาธารณะ ต้องใส่หน้ากากป้องกันตัวเอง ป้องกันการแพร่เชื้อด้วย

 5,037
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.พ. 63

'อนุทิน' ลุยเยี่ยม-คืนโทรศัพท์คนไทยกลับจากอู่ฮั่น ยืนยันทั้งหมดไม่พบเชื้อโคโรนา

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมายังพื้นที่เฝ้าระวังโรคเชื่อไวรัสโคโรนาจากคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นจำนวน 138 คน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการคัดกรองและเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน โดยการดูแลของคณะแพทย์และกำลังจากกองทัพเรือ ณ อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการ อาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี   ความคืบหน้าสภาพอาการของคนไทยทั้ง 138 คน ซึ่งพบว่ามีอยู่จำนวน 4 คนที่ถูกส่งตัวไปยัง รพ.สิริกิติ์ เพื่อเฝ้าระวังเนื่องจากมีอาการไข้ แต่ล่าสุดพบว่าจากผลการตรวจสอบไม่พบเชื่อสายพันธุ์โคโรนาแต่อย่างใด และคาดว่าจะนำตัวกลับมาพักรวมที่อาคารที่จัดไว้ได้ภายในเร็ววันนี้   ขณะที่มีข่าวดีว่าทางเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์สื่อสารและพาสปอร์ตของคนไทยทั้งหมดไปจัด ทำความสะอาดตามขั้นตอนและภายในวันนี้จะส่งคืนให้กับคนไทยทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในการติดต่อสื่อสารกับญาติหรือคนใกล้ชิด เพื่อบรรเทาอาการวิตกกังวลหรือมีภาวะเหงาจากการที่ต้องถูกนำตัวมาแยกไว้เป็นเวลา 14 วันด้วย   นายอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวว่าถึงขณะนี้มั่นใจแล้วว่าคนไทยทุกคนที่นำตัวเดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีความปลอดภัยแข็งแรงดี แต่จะมีบางคนที่มีอาการป่วยอยู่บ้างแต่จากการตรวจสอบผล LAB แล้วก็ไม่พบมีการติดเชื้อมาแต่อย่างใด ซึ่งจากนี้ก็จะนำตัวกลับมารวมกับคนไทยรายอื่นที่อาคารรับรอง ขณะที่เป็นห่วงกันว่าคนไทยทั้งหมดอาจเกิดความเครียดและอยากจะพบญาติพี่น้องนั้น ทางเราก็ได้จัดทำการฆ่าเชื้อและความสะอาดกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดและวันนี้จะนำส่งคืนให้เพื่อให้คนไทยทั้งหมดสามารถพูดคุยติดต่อกับญาติได้ด้วยเพื่อให้เกิดกำลังใจที่ดี   ทั้งนี้หากคนไทยรายใดมีภาวะร่างกายที่ปกติและแข็งแรงดีก็อาจอนุญาตให้กลับบ้านก่อนเวลาได้ แต่ทุกอย่างคงต้องอยู่ที่คณะแพทย์จะวินิจฉัยด้วย ส่วนคนอื่นๆ ก็จะดำเนินการไปตามกำหนดคือต้องพักอยู่ที่อาคารรับรองแห่งนี้ประมาณ 2 สัปดาห์และจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงเช้าของวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ytvO6E_uuZk

 393
สังคม
07 ก.พ. 63

'อนุทิน' ลุยเยี่ยม-คืนโทรศัพท์คนไทยกลับจากอู่ฮั่น ยืนยันทั้งหมดไม่พบเชื้อโคโรนา

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะเดินทางมายังพื้นที่เฝ้าระวังโรคเชื่อไวรัสโคโรนาจากคนไทยที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นจำนวน 138 คน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการคัดกรองและเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน โดยการดูแลของคณะแพทย์และกำลังจากกองทัพเรือ ณ อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการ อาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี   ความคืบหน้าสภาพอาการของคนไทยทั้ง 138 คน ซึ่งพบว่ามีอยู่จำนวน 4 คนที่ถูกส่งตัวไปยัง รพ.สิริกิติ์ เพื่อเฝ้าระวังเนื่องจากมีอาการไข้ แต่ล่าสุดพบว่าจากผลการตรวจสอบไม่พบเชื่อสายพันธุ์โคโรนาแต่อย่างใด และคาดว่าจะนำตัวกลับมาพักรวมที่อาคารที่จัดไว้ได้ภายในเร็ววันนี้   ขณะที่มีข่าวดีว่าทางเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์สื่อสารและพาสปอร์ตของคนไทยทั้งหมดไปจัด ทำความสะอาดตามขั้นตอนและภายในวันนี้จะส่งคืนให้กับคนไทยทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในการติดต่อสื่อสารกับญาติหรือคนใกล้ชิด เพื่อบรรเทาอาการวิตกกังวลหรือมีภาวะเหงาจากการที่ต้องถูกนำตัวมาแยกไว้เป็นเวลา 14 วันด้วย   นายอนุทิน ชาญวีรกุล กล่าวว่าถึงขณะนี้มั่นใจแล้วว่าคนไทยทุกคนที่นำตัวเดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีความปลอดภัยแข็งแรงดี แต่จะมีบางคนที่มีอาการป่วยอยู่บ้างแต่จากการตรวจสอบผล LAB แล้วก็ไม่พบมีการติดเชื้อมาแต่อย่างใด ซึ่งจากนี้ก็จะนำตัวกลับมารวมกับคนไทยรายอื่นที่อาคารรับรอง ขณะที่เป็นห่วงกันว่าคนไทยทั้งหมดอาจเกิดความเครียดและอยากจะพบญาติพี่น้องนั้น ทางเราก็ได้จัดทำการฆ่าเชื้อและความสะอาดกับอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดและวันนี้จะนำส่งคืนให้เพื่อให้คนไทยทั้งหมดสามารถพูดคุยติดต่อกับญาติได้ด้วยเพื่อให้เกิดกำลังใจที่ดี   ทั้งนี้หากคนไทยรายใดมีภาวะร่างกายที่ปกติและแข็งแรงดีก็อาจอนุญาตให้กลับบ้านก่อนเวลาได้ แต่ทุกอย่างคงต้องอยู่ที่คณะแพทย์จะวินิจฉัยด้วย ส่วนคนอื่นๆ ก็จะดำเนินการไปตามกำหนดคือต้องพักอยู่ที่อาคารรับรองแห่งนี้ประมาณ 2 สัปดาห์และจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ในช่วงเช้าของวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ytvO6E_uuZk

 393

Top