ค้นหา :

ผลการค้นหา "สารอันตราย"

เศรษฐกิจ
21 ต.ค. 62

จับตา 22 ต.ค.ชี้ชะตา 3 สารอันตราย กรมวิทย์ฯเผยผลตรวจผัก-ผลไม้ พบทั้งตกค้าง เกินมาตรฐานเพียบ

จับตาวันที่ 22 ต.ค.2562จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ในวาระพิจารณาแบน 3 สารวัตถุอันตรายทางการเกษตร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต   ขณะที่กระทรวงเกษตรฯได้ประกาศมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิดได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเสต ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ก.พ.โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ต.ค.2562 จนกว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีมติอื่นใด   โดยกำหนดให้ใช้พาราควอตและไกลโฟเสต เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผลเท่านั้น ส่วนคลอร์ไพริฟอสให้ใช้เฉพาะกำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ และเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล รวมทั้งได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด   โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท ที่ใช้สารกำจัดวัชพืช เพื่อกำจัดวัชพืชข้างทางรถไฟ และข้างถนน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้เตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย แต่ต้องมาขออนุญาตเพื่อใช้สารกำจัดวัชพืช ตามพื้นที่และปริมาณที่กำหนดโดยตรงต่อกรมวิชาการเกษตร   ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจในห้องปฎิบัติการ จากการเก็บผัก-ผลไม้ 240 ตัวอย่างใน 10 ตลาด พบสารเคมี 3 ชนิดในกลุ่มผักและผลไม้สดจำนวนมาก ขณะที่กรมควบคุมโรคเผยผลสำรวจเรื่องการใช้ 3 สารเคมี พบประชาชนจะมีส่วมร่วมในการเลิกซื้อผักผลไม้ที่ใช้สารเคมีทางการเกษตร กว่าร้อยละ 73.7 รองลงมาคือเลิกใช้สารเคมีทางการเกษตร ร้อยละ 59.2   ด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า 9oจะเดินหน้าสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพต่างๆที่มีความปลอดภัยโดยคนไทยคิดค้นได้เองให้เข้าสู่การรับรองมาตรฐานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้สั่งให้ระงับการอบรมเกษตรกรที่ใช้สารเคมีไว้ก่อน แม้กฏกระทรวง 5 ฉบับ จำกัดการใช้ 3 สารมีผลบังคับใช้แล้ว   จากกรณีกลุ่มเกษตรกรหนุนใช้ 3 สารเคมี โจมตีการแบนสารเป็นทฤษฏีสมคบคิดเพราะมีนักการเมือง เจ้าสัว ได้ผลประโยชน์จากนำเข้าสารตัวใหม่ น.ส.มนัญญา กล่าวยืนยันว่าไม่ใช่อาชีพ และไม่เคยมีผลประโยชน์ทั้งปูมหน้าปูมหลัง มาดูได้ ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ส่วนการหาสารทดแทนเป็นหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร และสารเคมี ยังมีอีกเป็นร้อยชนิดในท้องตลาดที่เกษตรกร เลือกใช้ได้โดยต้นทุนไม่สูงอย่างที่พูดกัน จริงๆเกษตรกรมีจำนวนมากได้ปรับตัวทำเกษตรปลอดภัยกันก่อนหน้านี้แล้ว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/snfdJaGnBdo

 1,776
เศรษฐกิจ
15 ต.ค. 62

'มนัญญา' มั่นใจมติคณะกรรมการสารพิษ ไม่พลิกโผสั่งแบน 3 สาร

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือชี้แจง มติ 9 ต่อ 0 แบนสามสารพิษ ส่งไปให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และคงจะได้รับหนังสือในวันที่ท่านมาทำงานวันที่ 14 ตุลาคม   รวมถึงประสานกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ทำหนังสือส่งให้กับปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมมติสารพิษ ส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก็ได้กำชับ ผู้ที่จะเข้าไปประชุมในคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า ในเมื่อคุณรับผิดชอบ ในการลงมติครั้งนี้ ซึ่งเป็นมติของกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องลงตามมติตามที่ส่งไป และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆก็ต้องกำชับว่า ท่านมีนโยบายอย่างไร กับกรรมการวัตถุอันตรายในส่วนของกระทรวงของท่าน เรื่องนี้ก็จะดูง่ายขึ้น   ส่วนที่มีข้อกังวลว่าข้าราชการในคณะกรรมการวัตถุอันตราย อาจจะไม่ฟังรัฐมนตรีนั้น นางสาวมนัญญาระบุ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ฟัง ในส่วนของกระทรวงเกษตร ทั้ง 4 คน คงไม่ต้องกังวลแล้ว คิดว่าเป็นเสียงเดียวกันหมด แต่ผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องไปว่ากันอีกที เพราะเราไม่สามารถไปกำหนดได้ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าขณะนี้แบนได้ 90% ซึ่งวันที่ 22 ตนก็จะไปติดตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วยตนเอง   "จริงๆแล้วผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านก็ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ท่านก็เป็นพี่น้องประชาชนชาวไทย ท่านก็ต้องฟังเสียงพี่น้องชาวไทย ทุกคนต้องเปิดหน้าถามว่าจะเอาไว้เพื่ออะไร ต้องไปถามผู้ทรงคุณวุฒิ แต่คิดว่าผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องฟังเสียงประชาชน ในเมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำว่าจะทำตามมติของกระทรวงเกษตรฯ ที่ส่งไป จะยืดออกไปปีสองปี เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จะแย้งได้อย่างไร จะเอาข้อไหนมาแย้ง ถามว่าหนักใจไหม ถ้าเขายังเป็นคนไทยอยู่ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อยู่ในประเทศไทย ท่านก็ต้องฟังเสียงของประชาชน แต่ถ้าท่าน ไม่ใช่คนไทย ไม่ได้กินใช้อยู่กับคนไทย ท่านก็ตีตั๋วออกไปนอกประเทศได้เลย"   ทั้งนี้มองว่าเป็นการยื้อหรือไม่นั้น สาวมนัญญา ประกาศว่าวันที่ 22 ตุลาคมนี้เรื่องนี้ต้องจบ ซึ่งตนได้เตรียมกราบเรียนนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 ตุลาคมในที่ประชุมสภาผู้แทน ว่ากระทรวงมีมติตามบัญชาของท่าน รวมถึงส่งหนังสือให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ส่วนตัวมั่นใจว่าไม่มีพลิกโผ แต่อะไรจะมางัด ไม่ทราบว่าจะมางัดได้   นางสาวมนัญญายังเปิดเผยว่า ตอนนี้มีความพยายาม ตรวจสอบว่าตน จะเดินทางไปที่ใด ก็จะให้คนไปชูป้ายแอนตี้ ซึ่งขอให้หยุดเถอะ อย่าทำเพราะเป็นเรื่องไม่ดี   ส่วนสารทดแทนนั้น ได้ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ตอนนี้เรามีมติแบนสารสามตัวนี้ ซึ่งครั้งนี้ทำหนังสือไปอย่างชัดเจน จะบอกว่าทำไปไม่ชัดเจนไม่ได้ ประชาชนก็เห็นอยู่แล้วว่าเราแบน 9 ต่อ 0 จริงๆแล้วสารทดแทน เกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตของชาวไทย ก็มีอยู่แล้ว ผู้ที่นำเข้าก็เริ่มสับเปลี่ยน นำเข้าน้อยลง ซึ่งก็จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสต๊อกของวัตถุอันตรายหลังจากแบน อีกขั้นตอนด้วย   ขณะที่ เฟซบุ๊กเพจ Biothai ของมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) โพสต์ข้อความถึง กรณี รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข อาจโดนหลอกให้เป็นเครื่องมือในการแบน  โดยระบุว่า...   นักวิชาการแบบ อ.เจษฎา เตือนนักการเมืองแบบนายอนุทินเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ควรเตือนตัวเองด้วยว่า ตัวเองมีความรู้เรื่องสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากน้อยเพียงใด รู้แบบครึ่งๆกลางๆ เอาข้อมูลจากนักวิชาการฝ่ายสนับสนุนสารพิษที่ใกล้ชิดบริษัทมาเผยแพร่ เหมือนที่เลือกใช้ข้อมูลจากบริษัทสารเคมี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/FWXJA70e52M

 1,187
เศรษฐกิจ
08 ต.ค. 62

มติ 9:0 แบน 3 สารเคมีอันตราย 'คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต' ต้องถูกเก็บออกจากตลาดก่อน 1 ธ.ค.62

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิก 3 สารอันตราย ได้แก่ คลอไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต   โดยที่ประชุมมีมติ 9 จาก 10 เสียง เห็นชอบยกเลิกการใช้สารทั้ง 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 พร้อมยกระดับเป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 จากเดิม ประเภท 3 โดยหนึ่งเสียงที่ไม่ได้ออกคือ นายกสมาคมอารักขาพืชไทยซึ่งไม่ได้เข้าร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ   โดยหลังจากนี้จะเร่งทำเอกสารส่งถึงนายกรัฐมนตรีภายใน 2 วัน ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย 29 ฝ่าย เบื้องต้นคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ พร้อมยืนยันว่ากรมวิชาการเกษตร มีคำตอบเรื่องการใช้สารทดแทน ที่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่ารวมถึงวิธีการดูแลผลผลิตด้วยวิธีทางธรรมชาติหรือกษตรอินทรีย์   ซึ่งมั่นใจว่า ไม่ได้ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับผลกระทบจากการลดใช้สารดังกล่าว ซึ่งจะต้องถูกเก็บออกจากท้องตลาดก่อนวันที่ 1 ธันวาคมนี้ โดยขณะนี้ในสต๊อกไม่มีสินค้าดังกล่าวอยู่แล้ว นอกจากนี้แสดงจุดยืนจะประกาศรายชื่อ และแสดงตัวตนต่อการแบนสาร ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/QUmd1zjcFCI  

 2,758
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 62

จับคนขายลูกโป่งหัวเราะคา ถ.ข้าวสาร ให้นทท.ลูกละ 50-200 บาท อย.ชี้สูดดมมากอันตรายถึงตาย

ตร.สน.ชนะสงคราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการอาหารและยา นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในถนนข้าวสาร หลังมีการข่าวแจ้งว่า มีการลักลอบจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะ ให้กับนักท่องเที่ยว จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบทั้งสิ้น 14 จุด ภายในพื้นที่ถนนข้าวสาร   ภายหลังการเข้าตรวจสอบสามารถจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายลูกโป่งที่บรรจุแก๊สหัวเราะให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 9 ราย รับสารภาพว่า ขายในราคาลูกละ 50-200 บาท ขึ้นอยู่กับบริมาณของลูกโป่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ซื้อจะนำไปใส่สูดดมเข้าร่างกายเพื่อให้เกิดความมึนเมา และเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยว   ด้านคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ระบุว่าสำหรับแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แก๊สหัวเราะ ในทางการแพทย์ใช้เป็น แก๊สดมสลบก่อนการผ่าตัดหรือถอนฟัน ลดอาการปวดได้ดี ออกฤทธิ์รวดเร็วและหมดฤทธิ์เร็วเช่นกัน ตามกฎหมายถือว่าเป็นยาที่ใช้ตามโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยใช้บรรจุในถุงลมนิรภัย ในรถยนต์   ปัจจุบันพบการลักลอบมาจำหน่ายแก๊สไนตรัสออกไซด์เพื่อมาใช้ในทางที่ผิด นำมาสูดดมตามแหล่งสถานบริการต่างๆ เพื่อให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลิน นั่งหัวเราะ แต่หากสูดดมเข้าไปมาก จะทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง ร่างกายไม่สามารถประสานการทางานของอวัยวะต่างๆ ได้ อาจทำให้หกล้ม บาดเจ็บ และหมดสติได้   เมื่อสูดดมบ่อยครั้งเป็นเวลานาน ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม มึน ชา กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เหน็บชาบริเวณนิ้วมือนิ้วเท้า รับความรู้สึกไม่ได้ เนื่องจากภาวะขาดวิตามินบี 12 ร้ายแรงสุดอาจเสียชีวิตได้ เพราะแก๊สดังกล่าวจะเข้าไปแย่งออกซิเจนในเลือด เนื่องจากปริมาณแก๊สไนตรัสออกไซด์ที่มากและเข้าไปแทนที่ออกชิเจนในปอด และในระบบประสาทส่วนกลางจนหมดร่างกายไม่สามารถควบคุมระบบหายใจ และหมดสติได้   สำหรับผู้ที่นำแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกมาจำหน่ายหรือนำมาบรรจุใส่ลูกโป่งนั้น ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยา ในข้อหา จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และหากยาดังกล่าวเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ใด ผลิตหรือนำเข้า โดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อหา จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ผู้ใด ผลิตหรือนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลหาแหล่งจำหน่ายที่กลุ่มผู้ต้องหาไปหาซื้อหรือรับต่อมา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KxTJ4yw1jD4

 4,215
เศรษฐกิจ
17 มิ.ย. 62

ก.เกษตรฯ ของบฯ 98 ล้าน อบรมเกษตรกรใช้สารอันตราย 3 ชนิด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศให้ใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดได้ต่อ ได้แก่ พาราควอต-ไกลโฟเซต-คลอร์ไพริฟอส ที่มีการวิจัยว่าส่งผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม   โดยทางกระทรวงจะของบประมาณ 98 ล้านบาท จัดอบรมวิธีการใช้ให้เกษตรกร 1.5 ล้านครอบครัว หากไม่ผ่านจะไม่มีสิทธิ์ซื้อสารเคมีดังกล่าวมาใช้ หรือมีไว้ในครอบครองไม่ได้ พร้อมเร่งควบคุมให้ทันก่อน 20 ตุลาคม 2562 ตามประกาศคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้จำกัดการใช้สารเคมี มีผลบังคับใช้ใน 180 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OzIG3Zilz80

 2,228
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ย. 61

ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศ สธ.ห้ามผลิต-นำเข้า-จำหน่าย 'บอร์แรกซ์-เมลามีน' รวม 13 สารเป็นส่วนประกอบ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 391 (พ.ศ. 2561) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย   โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เพื่อให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสากล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 (8) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้   ข้อ 1 ให้ยกเลิก (1) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 344) พ.ศ.2555 เรื่อง กำหนดอาหาร ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2555 (2) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 358) พ.ศ.2556 เรื่อง กำหนดอาหาร ที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2556   ข้อ 2 กำหนดอาหารดังต่อไปนี้ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย   (1) น้ำมันพืชที่ผ่านกรรมวิธีเติมโบรมีน (brominated vegetable oil)   (2) กรดซาลิซิลิค (salicylic acid)   (3) กรดบอร์ริค (boric acid)   (4) บอร์แรกซ์ (borax)   (5) โพแทสเซียมคลอเรต (potassium chlorate)    (6) คูมาริน (coumarin) หรือ 1,2-เบนโซไพโรน (1,2-benzopyrone) หรือ 6,6-เบนโซ-แอลฟา-ไพโรน หรือ ซิส-ออร์โธ-คูมาริค แอซิด แอนไฮไดร์ด (cis-o-coumaricacid anhydride) หรือ ออร์โธ-ไฮดรอกซีซินนามิค แอซิด แลคโตน (o-hydroxycinnamic acid lactone)    (7) ไดไฮโดรคูมาริน (dihydrocoumarin) หรือเบนโซไดไฮโดรไพโรน (benzodihydropyrone) หรือ 3,4-ไดไฮโดรคูมาริน (3,4-dihydrocoumarin) หรือไฮโดรคูมาริน (hydrocoumarin)   (8) ไดเอทธิลีนไกลคอล (diethylene glycol) หรือไดไฮดรอกซีไดเอทธิล-อีเธอ (dihydroxydiethyl ether) หรือไดไกลคอล (diglycol) หรือ 2,2 -ออกซีบิส-เอทานอล (2,2-oxybisethanol) หรือ 2,2 -ออกซีไดเอทานอล (2,2-oxydiethanol)    (9) ลซิน (dulcin) หรือ 4-อีทอกซิฟินิลยูเรีย (4-ethoxyphenylurea) หรือ พารา-ฟีเนททอลคาร์บาไมด์ (para-phenetolcarbamide)   (10) อเอฟ-2 (AF-2) หรือ 2-(2-ฟูริล)-3-(5-ไนโตร2-ฟูริล) อะคริลาไมด์ (2-(2-furyl)-3-(5-nitro-2-furyl) acrylamide) หรือ ฟูริลฟูราไมด์ (furylfuramide)    (11) โพแทสเซียมโบรเมต (potassium bromate)   (12) ฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde solution) และพาราฟอร์มาลดีไฮด์ (paraformaldehyde)   (13) สารเมลามีน และสารในกลุ่มเมลามีนเฉพาะกรดซัยยานูริก (cyanuric acid)   (14) อาหารที่มีการใช้ (1)-(13) เป็นส่วนประกอบ   ข้อ 3 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป   ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561   ปิยะสกล สกลสัตยาทร   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vClsuZoBFW4

 2,278

Top