ค้นหา :

ผลการค้นหา "ล่วงละเมิดเด็ก"

ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจจับกุม นางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ)   โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และนางสาวศุภลักษณ์ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้ จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จริงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ ว่านางสาวศุภลักษณ์ จะนำ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกสาว มาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม , ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วย ด.ญ.เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิปและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ด.ญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัย พร้อมของกลางที่อยู่บริเวณด้านท้ายรถยนต์กระบะ   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กพามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับนางสาวศุภลักษณ์ แม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปีและก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผาสุข แม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล   ส่วนนายวินัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.เอ ออกนอกพื้น เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nizurIck0OU

 10,168
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 61

แม่พาลูกสาววัย 3 ขวบแจ้งความ คาดถูกตาเขยวัย 65 ล่วงละเมิดทางเพศ

สุพรรณบุรี-นางอุไรพร อายุ 37 ปี พร้อมด้วยสามี ซึ่งเป็นผู้ปกครองของ ด.ญ.นิกกี้ (นามสมมติ) อายุ 3 ปี 1 เดือน เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ทุ่งคอก ให้ดำเนินคดีกับนายพีระพงษ์ วิไลดิษฐ์ อายุ 65 ปี หรือตาแป๊ะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาเขยของเด็ก ได้ล่วงละเมิดทางเพศ โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบถามแม่เด็ก เล่าว่า ตนมีลูกสาว 2 คนคือน้องนิกกี้ และพี่สาวชื่อน้องปลา อายุ 13 ปี ไปขายของอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1-2 เดือนจะกลับมาบ้านครั้งนึง ส่วนลูกสาว 2 คนได้ให้นายจำลอง ซึ่งเป็นตาช่วยเลี้ยง   โดยก่อนที่จะทราบเรื่องเมื่อช่วงงานเทศกาลลอยกระทงที่ผ่านมา ตนได้กลับมาเยี่ยมลูกที่บ้านและรับน้องนิกกี้ไปอยู่ด้วย หลังจากรับลูกสาวมาอยู่ด้วยแล้วได้นำตัวไปอาบน้ำให้ พบว่าบริเวณอวัยวะเพศน้องนิกกี้ มีน้ำใสๆ ไหลออกมา มีกลิ่นเหม็น และมีรอยแดงเหมือนถูกล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อมือของตนถูกบริเวณอวัยวะเพศน้องนิกกี้ ก็ร้องไห้ด้วยความเจ็บ   ตนสงสัยว่าลูกน่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงสอบถามน้อง เล่าให้ฟังว่าตาแป๊ะเป็นคนทำจับถ่างขา แล้วก็บอกว่าเจ็บตรงอวัยวะเพศ ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นตาแป๊ะจริงๆ ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กันจะอาสารับเลี้ยงเด็ก เพราะช่วงที่ตาแท้ๆ ของเด็กออกไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง ช่วงเย็นถึงจะกลับ   หลังจากรับน้องนิกกี้มาอยู่ด้วยก็สังเกตพฤติกรรมของลูก ว่าใช้นิ้วเล่นอวัยวะเพศของตัวเองหรือไม่ แต่ก็ไม่มี จึงตัดสินใจพาน้องมาตรวจที่ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 หลังจากแพทย์ได้ตรวจแล้วได้แนะนำให้ไปแจ้งความ หลังเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตัวไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลการตรวจที่แน่ชัดว่าน้อง เป็นอะไรแน่ เพื่อจะได้ติดตามตัว ตาแป๊ะ ซึ่งเป็นตาเขยมาทำการสอบสวนอีกครั้งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบชื่อนายพีระพงษ์ วิไลดิษฐ์ อายุ 65 ปี หรือตาแป๊ะ ผู้ก่อเหตุกลับไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฏร์ จึงไม่มีรูปในสาระบบ ตำรวจได้ให้ผู้เสียหายไปถ่ายรูปตาแป๊ะ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ออกหมายจับได้ ซึ่งก็กลัวว่าตาแป๊ะ จะรู้ตัวและหลบหนีไปก่อน จึงอยากให้ตำรวจไปจับกุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีเนื่องจากรู้ตัวผู้ก่อเหตุอยู่แล้วว่าเป็นใคร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JtJTAbOQBPA

 3,588
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ย. 61

บุคคลอันตราย! หนุ่มหื่นบุกฉุด นร.ป.6 หวังข่มขืน เคยฆ่าโหดภรรยายัดท่อ ไม่สะท้านแม้ต้องเข้าคุกอีก

ความคืบหน้าจากกรณีตำรวจ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จับกุมตัว นายสุรพล พินทอง อายุ 39 ปี หลังบุกเข้าไปฉุด ด.ญ.อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 พยายามจะข่มขืนภายในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง แต่โชคดีเหยื่อดิ้นหลุดหนีเอาตัวรอดมาได้นั้น     ล่าสุด พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนท้องที่นำนายสุรพลไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 หรือพฐ.7 เพื่อเก็บ DNA ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับ DNA ของคนร้ายที่เคยก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงอายุในหลายท้องที่ทั้งใน จ.นครปฐม และพื้นที่อื่น ซึ่งยังจับกุมตัวไม่ได้     ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายสุรพล พินทอง พบว่าเคยก่อเหตุฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อประมาณปี 55-56 ศาลตัดสินจำคุก 7 ปี โดยนายสุรพล ต่อสู้ว่ามีอาการป่วยทางจิต และเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อปี 2560 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น     สำหรับคนร้ายรายนี้พบว่าเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2555 พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้พบศพหญิงถูกฆ่ายัดท่อระบายน้ำในป่าหมู่บ้านร้างในพื้นที่ ต. ศรีมหาโพธิ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงไปไปตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุพบศพหญิง ทราบชื่อคือ นางฐิติพร อายุ 28 ปี เป็นคนพิการขาข้างซ้ายลีบ เคยเข้ารักษาตัว ฝากท้องที่ รพ.ห้วยพลู พักอาศัยอยู่กับสามีและลูก 1 คน ก่อนหน้าผู้ตายเคยเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.นครชัยศรี ต่อมาร้านปิด ผู้ตายมักจะไปเดินเที่ยวเล่นอยู่ตามตลาดท่านานครชัยศรี   ซึ่งขณะที่พบศพ นายสุรพล แสดงตัวว่าเป็นสามีผู้ตาย พร้อมแสดงความเศร้าเสียใจ ให้ปากคำกับตำรวจ อ้างว่าก่อนเกิดเหตุได้ขังนางฐิติพร ไว้ในบ้าน เพราะไม่ต้องการให้ออกเที่ยวกลางคืน ช่วงที่ตนเองต้องขับรถยนต์โรงงานผลิตเต้าหู้หลอดไปส่งของที่ กทม.   พอตอนเช้ากลับมาบ้านไม่พบภรรยา และพบว่าเหล็กดัดหน้าต่างมีรอยงัด คาดว่านางฐิติพร จะงัดแล้วปีนหน้าต่างออกไป ตนเองออกตามหาอยู่ครึ่งวันไม่พบตัว มาพบก็ตอนเป็นศพถูกฆ่าซ่อนศพในท่อน้ำในป่าหมู่บ้านร้างดังกล่าว ครั้งนั้นชุดสืบสวนหลายหน่วยทั้งจากท้องที่ จังหวัดและสืบสวนภาค 7 ได้ลงมาร่วมสืบสวน และพบพิรุธ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งพบรอยคราบน้ำมันเครื่อง และรอยล้อรถจักรยานยนต์ ที่ทิ้งรอยไว้ไม่นาน เมื่อไปตรวจที่บ้านของเหยื่อ พบร่องรอยงัดเหล็กดัดหน้าต่าง แต่ไม่พบหลักฐานอื่นใด และพบรถจักรยานยนต์ของนายสุรพล จอดอยู่ มีคราบน้ำมันเครื่องรั่วหยด     เมื่อสอบปากคำนายสุรพลอีก ก็มีอาการพิรุธ สุดท้ายเมื่อถูกสอบหนัก นายสุรพล ก็เปิดปากยอมรับว่าเป็นคนฆ่านางฐิติพร ภรรยาตัวเอง หลังออกตามหาด้วยความโมโห และโทรศัพท์มือถือไปหานางฐิติพร หลายครั้ง แต่ไม่รับสาย จนกระทั่งใกล้เที่ยงวันจึงเจอนางฐิติพร อยู่แถวตลาดท่านา ใกล้กับโรงพักนครชัยศรี จึงเรียกให้นางฐิติพร ขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ระหว่างทางได้พูดคุยซักถาม จนเกิดปากเสียงทะเลาะกันตลอดทาง     ด้วยความโมโห ประกอบกับความหึงหวง และมีอารมณ์ทางเพศ จึงขับรถจักรยานยนต์พานางฐิติพร เข้าไปในหมู่บ้านร้างจุดที่พบศพ แต่นางฐิติพร ยังไม่หยุดโวยวายด่าทอ ด้วยความโมโห จึงตบหน้า ชกหน้า และล็อกรัดคอ จนนิ่งไป เมื่อเขย่าเรียกนางฐิติพรฟื้น จึงสอบถามว่ากลางคืนไปไหนมา นางฐิติพรไม่ตอบ ทำให้เพิ่มความโมโห จึงจับภรรยาฉีกเสื้อผ้า หวังจะมีเพศสัมพันธ์ให้คืนดีหายโกรธ     แต่กลับถูกนางฐิติพรด่าหนักขึ้นอีก จึงใช้มือล็อกพร้อมบีบคอจนแน่นิ่ง และคว้าท่อนไม้กระถินแถวนั้น แทงที่ท้องกับลำคอ พร้อมใช้ยกทรงของนางฐิติพร ที่ถูกฉีกออกรัดคอซ้ำจนเสียชีวิต จากนั้นได้นำร่างไปยัดใส่ท่อน้ำ โดยเอาหัวลงไปก่อนแล้วยัดขาลงไป จากนั้นก็ขับจยย.กลับไปนอนที่ห้องเช่า ตำรวจก็ไปหาบอกเรื่องพบศพนางฐิติพร จึงแกล้งร้องไห้เสียใจคร่ำครวญ แต่ก็ไม่รอด ตกเป็นผู้ต้องฆ่าคนตาย     หลังติดคุกราว 5 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็มาก่อเหตุบุกโรงเรียนพยายามข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.6 วัย 11 ปี กระทั่งถูกจับดังกล่าว ขณะที่เจ้าตัวก็ไม่ได้แสดงท่าทีวิตกกังวลที่ต้องกลับเข้าไปในคุกอีกแต่อย่างใด           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IH_2BB3LJIY

 23,555
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ย. 61

จับทันควัน! หนุ่มหื่นฉุด ด.ญ.วัย 11 ต่อยท้อง-ลากเข้าห้องเรียนหวังข่มขืน แฉประวัติโชกโชน

ตำรวจ สภ.นครชัยศรี จับกุมตัว นายสุรพล พินทอง อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุพยายามฉุดเด็กหญิงอายุ 11 ปี ไปข่มขืนในห้องเรียนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แต่เด็กสามารถดิ้นรนต่อสู้แล้ววิ่งหนีออกมาขอความช่วยเหลือได้     เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหากระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยใช้กำลังประทุษร้าย ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และขออำนาจศาลฝากขัง     ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ นายสุรพล พบว่าเคยก่อเหตุฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อประมาณปี พ.ศ.2556 ศาลตัดสินจำคุก 7 ปี หลังต่อสู้ว่า ป่วยมีอาการทางจิต และเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อปี 2560   นอกจากนี้ยังได้ควบคุมตตัว นายสุรพล ไปเก็บ DNA ที่ พฐ.7 เพื่อตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับ DNA ของคนร้ายที่เคยก่อเหตุข่มขืนคนแก่ ก่อนหน้านี้ ทั้งในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่อื่น ซึ่งยังจับกุมตัวไม่ได้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4kn3NbdK-jU

 14,100

Top