ค้นหา :

ผลการค้นหา "กัญชารักษาโรค"

เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 63

'อนุทิน' เก็บดอกกัญชาช่อแรก ม.แม่โจ้ ส่งต่อผลิตน้ำมันหยดใต้ลิ้น 'ศรีนวล' ร่วมออกงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามการเก็บเกี่ยวช่อดอกกัญชาสายพันธุ์ไทยระดับอุตสาหกรรมช่อดอกแรก ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะส่งมอบให้องค์การเภสัชกรรมใช้ผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ เพื่อศึกษาวิจัยและรักษาในคลินิกกัญชา พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันปลูกกัญชาระบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแบบกลางแจ้ง (Outdoor) เพื่อเป็นต้นแบบการปลูกในระดับครัวเรือน   รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ต้นกัญชา 12,000 ต้น ที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ขณะนี้ทยอยเจริญเติบโตสมบรูณ์เต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว และส่งต่อให้กับองค์การเภสัชกรรมนำไปผลิตเป็นสารสกัดกัญชาแบบหยดใต้ลิ้น มีอัตราส่วน THC ต่อ CBD เป็น 1 ต่อ 1 บรรจุขวดขนาด 5 ซีซีคาดว่าจะได้ประมาณ 180,000 ขวด หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมันกัญชา 1 ล้านซีซี   ขณะเดียวกันยังมีการทดลองปลูกแบบกลางแจ้ง เพื่อเป็นต้นแบบการปลูกระดับครัวเรือน สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายเรื่องของกัญชามีการขับเคลื่อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไปไกลและก้าวข้ามเรื่องของการปลูกบ้านละ 6 ต้น ที่ขณะนี้รออยู่ในขั้นตอนของการออกกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านอย่างแน่นอนในรัฐบาลชุดนี้   แต่สิ่งสำคัญยังคงเน้นย้ำว่าการปลูกจะต้องเป็นไปในทางการแพทย์และเป็นประโยชน์เท่านั้น มีมาตรฐานการควบคุมตรวจสอบได้ มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยที่ใช้รักษา และในอนาคตเมื่อสังคมมีความพร้อม มีความเข้าใจ และมีมุมมองใหม่ต่อกัญชาว่าไม่ใช่สิ่งเสพติด เชื่อว่าจะกลายเป็นพืชทางเลือกที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ ช่วยสร้างความมั่นคงและรายได้ให้กับเกษตรกร   ทั้งนี้ภายในงานมีนางศรีนวล บุญลือ อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกมติขับออกจากพรรค มาร่วมงานพร้อมกับคณะของนายอนุทิน แต่ปรากฏว่า นางศรีนวล ไม่ได้มีชื่อในแขกที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะชื่อที่ระบุในเก้าอี้แต่ละตัว ทำให้เจ้าของเก้าอี้ต้องย้ายไปนั่งแถว 2 และให้นางศรีนวลได้นั่งเก้าอี้ VIP แถวแรกแทน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2V6_5m4HhDQ

 576
สังคม
11 ม.ค. 63

เปิดแล้ว 'คลินิกกัญชาทางการแพทย์' ให้บริการยา 4 ตำรับ ผู้ป่วยแห่จองคิวรักษา

คลินิกกัญชาทางการแพทย์ โดยกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ให้บริการรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของกัญชา เบื้องต้นมี 4 ตำรับ คือ ยาศุขไสยาศน์ ทำลายพระสุเมรุ ยาแก้ลมแก้เส้น และน้ำมันกัญชาสูตรของ อ.เดชา ศิริภัทร    นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุว่า สาเหตุที่มีการเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ขึ้นมา ให้ประชาชนได้เข้าถึงกัญชาทางการแพทย์อย่างเสรี เพื่อติดตามการรักษาว่ารักษาโรคใดได้ผลมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญต้องไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายประชาชน โดย ณ วันนี้ สำหรับโรคที่ประชาชนป่วยและสามารถรักษาได้ชัดเจน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่ที่ประมาณ 60-80%   ส่วนเรื่องการรักษาโรคมะเร็งนั้น นพ.มรุต อธิบายว่า ในทางฝั่งตะวันตกใช้กัญชารักษาผู้ป่วยมามากแล้ว แต่ยังคงต้องศึกษาอยู่ว่ากัญชาตัวไหนที่มีส่วนช่วยหยุดยั้ง หรือฆ่าเซลล์มะเร็งได้ จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ชัดเจนได้ ซึ่งทางเราเป็นแพทย์รักษาผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญคือการรักษาที่เป็นแบบมาตรฐานไปก่อน และในส่วนที่เป็นทางเลือกอื่น หรือการที่จะช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นโดยไม่มีผลเสียอื่น โดยเฉพาะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย   ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีผู้ป่วยสนใจติดต่อเข้ารักษาเป็นจำนวนมาก จึงต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากทุกกองในกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อมาช่วยดูแลผู้ป่วย  

 918
สังคม-อาชญากรรม
01 ม.ค. 63

ความหวังของผู้ป่วย! เผยผลวิจัยยากัญชาในหลอดทดลอง สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็ง 8 ชนิด

อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ระบุว่า มีการศึกษาวิจัยในหลอดทดลอง จะพัฒนาให้สารสกัดกัญชาเป็นยารักษามะเร็งในอนาคต    โดยในกัญชามีสารอยู่ 2 ตัวคือ THC และ CBD ที่ต้องมีอัตราส่วนว่าต้องใช้เท่าไหร่ ถึงจะสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ อัตราส่วนมันยังไม่นิ่ง แต่ไปในทิศทางที่ดี คือ มีอัตราส่วนบางอัตราที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ครึ่งหนึ่ง และไม่ส่งผลต่อเซลล์ปกติ   มี 8 ชนิดมะเร็ง ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งปอดบางชนิด และมะเร็งรังไข่    อย่างไรก็ตาม ในการทดลองพบว่าบางอัตราส่วนมันส่งผลให้เซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลองเจริญเติบโตเร็วขึ้น   โดยอัตราส่วน THC และ CBD 1:1 ลองใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เป็นคนไข้ใน 13 คน ปรากฎว่าปวดลดลง 7 คน หลับได้ดีขึ้น 10 คน เบื่ออาหาร 5 คนมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข บอกว่า ผลการวิจัยเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองมีความเป็นไปได้สูง ที่ต่อไปจะพัฒนายากัญชาให้เป็นยารักษามะเร็งบางชนิดได้ในอนาคต ขั้นตอนต่อไปจะทดลองในสัตว์ทดลอง ถ้าได้ผลดีจึงจะนำสู่การศึกษาวิจัยในคน แล้วค่อยเอามาใช้กับผู้ป่วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/E3OefQAGUC0

 11,856
สังคม
01 ม.ค. 63

ความหวังของผู้ป่วย! เผยผลวิจัยยากัญชาในหลอดทดลอง สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็ง 8 ชนิด

อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ระบุว่า มีการศึกษาวิจัยในหลอดทดลอง จะพัฒนาให้สารสกัดกัญชาเป็นยารักษามะเร็งในอนาคต    โดยในกัญชามีสารอยู่ 2 ตัวคือ THC และ CBD ที่ต้องมีอัตราส่วนว่าต้องใช้เท่าไหร่ ถึงจะสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ อัตราส่วนมันยังไม่นิ่ง แต่ไปในทิศทางที่ดี คือ มีอัตราส่วนบางอัตราที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ครึ่งหนึ่ง และไม่ส่งผลต่อเซลล์ปกติ   มี 8 ชนิดมะเร็ง ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งปอดบางชนิด และมะเร็งรังไข่    อย่างไรก็ตาม ในการทดลองพบว่าบางอัตราส่วนมันส่งผลให้เซลล์มะเร็งบางชนิดในหลอดทดลองเจริญเติบโตเร็วขึ้น   โดยอัตราส่วน THC และ CBD 1:1 ลองใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เป็นคนไข้ใน 13 คน ปรากฎว่าปวดลดลง 7 คน หลับได้ดีขึ้น 10 คน เบื่ออาหาร 5 คนมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น   ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข บอกว่า ผลการวิจัยเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองมีความเป็นไปได้สูง ที่ต่อไปจะพัฒนายากัญชาให้เป็นยารักษามะเร็งบางชนิดได้ในอนาคต ขั้นตอนต่อไปจะทดลองในสัตว์ทดลอง ถ้าได้ผลดีจึงจะนำสู่การศึกษาวิจัยในคน แล้วค่อยเอามาใช้กับผู้ป่วย   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/E3OefQAGUC0

 11,856
เศรษฐกิจ
30 ธ.ค. 62

เปิดจองคิว รักษาคลินิกกัญชา ผ่านแอพฯ dr.ganja in ttm รับได้วันละ 300 คน

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ในวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2563 โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจรับยาที่ได้จากสารสกัดพืชกัญชาไปใช้ในรักษาอาการต่างๆ ของโรค   คาดว่าจะเปิดให้บริการวันละ 300 ราย โดยเน้นในผู้ป่วยรายเก่าที่มีประวัติการใช้ยาอยู่แล้วและรายใหม่ที่ต้องการรับยาไปใช้ก็สามารถเข้ามาที่คลินิกเพื่อกรอกประวัติข้อมูลและเข้ารับการคัดกรองอาการโดยแพทย์   ทั้งนี้ผู้ป่วยที่ต้องการรับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชาสูตรของ อ.เดชา และสูตรอื่นอีก 16 ตำหรับทางการแพทย์แผนไทยจะต้องเป็นผู้ป่วยที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องใช้ยา โดยเบื้องต้นจะยึดจากฐานข้อมูลของผู้ป่วยเดิมที่เคยใช้สูตรของ อ.เดชามาแล้วเป็นหลัก ส่วนในการจ่ายยาผู้ป่วยจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ คือ   1.ไม่เป็นผู้ที่แพ้น้ำมันกัญชามาก่อน 2.ไม่เป็นโรคจิตประสาทชัดเจน 3.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในข้อบ่งชี้ในการห้ามใช้ยา   ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ จะเปิดให้ลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้าผ่านทางแอปพลิเคชั่น Dr.Ganja in TTM กัญชาทางการแพทย์แผนไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการ ด้วยการกรอกประวัติเบื้องต้น ซึ่งในขณะนี้ระบบแอนดรอยด์สามารถดาวน์โหลดได้แล้ว   แต่สำหรับระบบ iOS จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเร็วๆนี้ โดยระบบจะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนล่วงหน้าพร้อมกันในวันที่ 30 ธันวาคม เวลา 06.00 น. ทั้งนี้การกรอกประวัติเบื้องต้นดังกล่าวในแอปพลิเคชั่นจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการคัดกรองผู้ป่วยของแพทย์ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ePNHeuiCOAs

 4,201
เศรษฐกิจ
13 ธ.ค. 62

6 สมาคมแพทย์ แถลงจุดยืนการใช้สารสกัดกัญชา ยังไม่มีงานวิจัยชี้ว่ารักษาโรคได้

ทีมแพทย์ 6 สมาคมออกแถลงจุดยืนข้อมูลการใช้สารสกัดกัญชาซึ่งระบุชัดยังไม่มีงานวิจัยชี้ว่ากัญชาสามารถรักษาโรคได้ โดยเฉพาะมะเร็ง ทั้งหมดยังอยู่ในข่วงการทดลอง       ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมวิชาชีพแพทย์ 6 สมาคม คือ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย สมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทยทสมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย สมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย ที่ร่วมกันแถลงจุดยืนข้อมูลทางการแพทย์จากการใช้กัญชาในทางการแพทย์   ซึ่งขณะนี้องค์กรเภสัชกรรม ได้นำสารสกัดนำมันกัญชา 2 ชนิดมาทดลองใช้กับกลุ่มผู้ป่วยคือ แคนนาบิไดออล หรือ CBD ที่ออกฤทธิ์ลดอาการเจ็บปวด ลดการคลื่นไส้อาเจียน และ สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่สำหรับทางการแพทย์พบว่ายังไม่มีงานวิจัยใดรองรับว่าสารสกัดกัญชาจะช่วยรักษาโรค ทั้งโรคทางผิวหนัง หรือโรคมะเร็ง ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ในช่วงของการทดลอง   ผศ.นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ นายกมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ที่ออกมาระบุว่าปัจจุบันนี้น้ำมันกัญชาที่มีการนำมาใช้ทดลองกับกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อการประคับประคองอาการ และกับกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ยาแผนปัจจุบันรักษาไม่ได้ผล เพราะยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดในโลกที่ระบุชี้ชัดว่ากัญชารักษามะเร็งได้   นอกจากนั่นยังมีการแชร์ข้อมูลในการรักษา โรคเอดส์ ยังพบว่าทำให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลซึ่งสารสกัดกัญชาไม่ช่วยให่โรคเอดส์หายขาด วิธีการรักษาเดิมคือการรับยาต้านเป็นวิธีรักษาหลักที่ดีที่สุดในขณะนี้ แพทย์แนะนำให้เลี่ยงกัญชาในกลุ่มผู้ป่วยเอดส์  

 1,441
ต่างประเทศ
10 ธ.ค. 62

nhs ในอังกฤษ อนุมัติให้ใช้ยาจากกัญชาเป็นยารักษาโรค

สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติประเทศอังกฤษ ได้อนุมัติการใช้ยาจากกัญชารักษาโรคลมชักและโรคเปราะประสาทเสื่อม แม้ว่าจะมีนักรณรงค์ที่คัดค้านเรื่องดังกล่าวอยู่ก็ตาม  

 529
เศรษฐกิจ
27 ส.ค. 62

เตรียมแจกจ่ายน้ำมันกัญชา ยาศุขไสยาศน์-สูตร อ.เดชา 13 รพ.

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมความพร้อมกระจายยา ตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ จำนวน 2 ตำรับ ได้แก่ ยาศุขไสยาศน์ และน้ำมันกัญชา สูตรนายเดชา ศิริภัทร หรือ อาจารย์เดชา หมอพื้นบ้าน และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ผ่านโรงพยาบาล 13 แห่ง ในวันที่ 2 กันยายน 2562 นี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AnuAe9Eu7rA

 980
สังคม-อาชญากรรม
24 มิ.ย. 62

'แอ๊ด คาราบาว' รับใช้น้ำมันกัญชาแก้นอนไม่หลับ ปัดเหมารวมด่า สธ.โง่ แค่เจาะจงคนที่ต่อต้าน

แอ๊ด คาราบาว ประกาศบนเวทีคอนเสิร์ต ลั่นคนทั้งประเทศรู้กันหมดว่ากัญชาเป็นยารักษาโรค มีแต่สาธารณสุขที่โง่ นักมวยชื่อดัง ตำรวจ นักดนตรี พี้กัญชากันหมดวงการ โดยตัวเองก็ได้กัญชามาจากตำรวจ   ล่าสุดแอ๊ดเปิดใจยอมรับตนเองและเพื่อนร่วมวง ใช้น้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้น แก้อาการนอนไม่หลับ ซึ่งไม่มีผลข้างเคียง เพราะใช้ในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมเผยไม่ได้ตั้งใจต่อว่ากระทรวงสาธารณสุข แต่ต้องการเจาะจงเพียงบางคน ที่ต่อต้านการนำกัญชามาเป็นยารักษาโรค   ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ทราบกันว่าพืชหรือสมุนไพรทุกอย่าง ล้วนมีประโยชน์และโทษ สำหรับการผลักดันกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ โดยปัจจุบันนี้กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522   ยืนยันว่า สธ.ไม่ได้ต่อต้านกัญชา กลับสนับสนุนให้เกิดการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ แต่เพราะว่ากัญชามีกฎหมายยาเสพติด ปัจจุบันทางสธ.พยายามดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อเล็งเห็นว่าสามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ จึงต้องเดินหน้าผลักดันก่อน ส่วนอนาคตหากมีข้อมูลวิจัยที่มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน อาจนำมาสู่การพัฒนาด้านอื่น เช่น อาหารเสริม คุกกี้ สูตรอาหาร เป็นต้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pd1hHowFOgw

 4,753
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 62

เดินหน้าปลูกกัญชา 4 ภาค ส่งผลิตตำรับยา 'แอ๊ด คาราบาว' ลุยจัดคอนเสิร์ตปลดล็อกกัญชา

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยแผนการปลูกพืชกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ในพื้นที่ 4 ภาคของประเทศ โดยมีการลงนามความร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตสกลนคร   สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มทร.อีสาน ตั้งเป้าปลูกกัญชาสดจำนวน 2,000 กิโลกรัม (กก.) และ มก.ปลูก 1,000 กิโลกรัม ล่าสุดได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว คาดว่าจะเริ่มปลูกในวันที่ 18 มิถุนายนนี้   โดยกัญชาสดจากทั้ง 2 แห่ง จะส่งให้โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร ผลิตเครื่องยากัญชากลาง และตำรับยาที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม ซึ่งเบื้องต้นจะผลิต 3-4 ตำรับ ที่มีความต้องการใช้มากๆ จากที่ได้รับอนุญาตแล้ว 16 ตำรับ   นอกจากนี้ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีการปลูกกัญชาโดยสภาเกษตรกรฯ จ.บุรีรัมย์ อีก จำนวน 1,000 กก. เพื่อส่งให้ รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ แต่ รพ.คูเมือง   ส่วนภาคเหนือ สภาเกษตรกรฯ จ.ลำปาง จะปลูกกัญชาจำนวน 2,000 กก. ส่งให้ รพ.สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ คาดว่าจะเริ่มผลิตตำรับยาและเครื่องยากลางได้ในเดือนตุลาคมนี้   ภาคกลาง สภาเกษตรกรฯ จ.กาญจนบุรี จะปลูก 2,000 กก. ส่งให้ รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม 1,000 กก. และ รพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี 1,000 กก. และ รพ.ดอนตูม ขอของกลางจาก ป.ป.ส.ด้วย หากได้รับ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่ รพ.หนองฉาง คาดว่าจะเริ่มผลิตได้เดือนตุลาคมนี้   ภาคใต้ สภาเกษตรกฯ จ.สุราษฎร์ธานี จะปลูกกัญชา 2,000 กก. ส่งให้ รพ.ท่าฉาง คาดว่าจะผลิตเครื่องยากลางและตำรับยาได้ในเดือนตุลาคมนี้เช่นกัน   ด้านนักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล ที่ได้แต่งเพลง มหัศจรรย์กัญชา พร้อมเรียกร้องให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 โดยจะจับมือเพื่อนศิลปินเตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อแสดงพลังปลดล็อกกัญชา ในวันที่ 9 มิ.ย.2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VPZtOfxo4zs

 3,466
สังคม-อาชญากรรม
31 พ.ค. 62

สถาบันมะเร็งเตรียมวิจัยว่า กัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด ที่คนไทยป่วยมากที่สุดได้หรือไม่?

กัญชากับมะเร็ง อย่างทราบกันว่าก่อนหน้านี้มีผลวิจัยยืนยันว่า กัญชาเอามาใช้บรรเทาผลข้างเคียงที่เกิดจากการให้คีโม หรือการฉายแสงให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่งานวิจัยที่จะระบุว่ากัญชา สามารถรักษามะเร็งได้นั้น ยังไม่มี   ล่าสุดสถาบันมะเร็ง เตรียมวิจัยว่า กัญชาสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ โดยที่จะเริ่มจากเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด ที่คนไทยป่วยมากที่สุด คือมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก   นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า น้ำมันกัญชาที่จะเอามาใช้ทดลองในการฆ่าเซลล์มะเร็ง จะต้องรอจากองค์การเภสัช เมื่อได้น้ำมันแล้ว เดือนสิงหาคมนี้ กรมการแพทย์จะเริ่มทดลอง ในระดับเซลล์มะเร็งแต่ละชนิด โดยจะนำน้ำมันกัญชาหยอด แล้วดูว่าเซลล์ตอบสนองหรือไม่ มันไม่โต หรือมันตายไปเลยหรือไม่   โดยจะใช้เวลาทดลองประมาณ 3 เดือน หากมีการตอบสนอง เซลล์มะเร็งไม่โต หรือตายไปเลย ก็จะเดินหน้าศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง หลังจากสัตว์ทดลองผ่านไป สัตว์กับคนก็จะคู่กันไปเลย เพื่อไม่ให้ล่าช้า คาดใช้เวลาอีก 6 เดือน หากได้ผลในมนุษย์จะขยายการวิจัยไปยังผู้ป่วยในโรงพยาบาลมะเร็งและโรงพยาบาลอื่นๆต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ir6SDKEIf_Y

 5,573
เศรษฐกิจ
28 พ.ค. 62

เปิดอบรมแพทย์แผนไทยผู้ใช้กัญชาร่วม 3พันคน - หมอประเสริฐปิดห้องแจกน้ำมันกัญชาชั่วคราว

กรมแพทย์แผนไทยอบรมผู้ใช้กัญชาทั่วประเทศเกือบ 3,000 คน ซึ่งผู้เข้าอบรมต้องเป็นแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบวิชาชีพ สาขาเวชกรรมไทย / แพทย์แผนไทยประยุกต์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ / หมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ย้ำชัดต้องสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ตามเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานทางวิชาการ หลังอบรมเสร็จจะได้รับใบประกาศนียบัตรผ่านการหลักสูตรการใช้ตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่   ขณะที่นายแพทย์ประเสริฐ มงคลศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองฉาง ได้แจ้งปิดการตรวจรักษาน้ำมันกัญชาและงดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 27 - 31 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากนายแพทย์ประเสริฐฯแพทย์ผู้ให้การตรวจรักษาน้ำมันกัญชาไปอบรมการใช้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ ที่กรมกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปเป็นไปตามกฏและความถูกต้องของกระทรวง ซึ่งในช่วงนี้จะมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคอยดำเนินการแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qtMRrnWx15I

 1,391
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 62

กรมการแพทย์แผนไทยให้ผ่าน 10 ตำรับยากัญชาหมอพื้นบ้าน สั่งทบทวนสูตร 'อ.เดชา'

สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประเมินรับรองตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อม และการใช้ยาแผนไทยที่มีกัญชาและกระท่อมปรุงผสมอยู่ในหน่วยงานของรัฐและเอกชน   โดยมีตำรับจากทั่วทุกภูมิภาคจาก 22 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 59 ตำรับ ซึ่งตำรับยาน้ำมันกัญชาของ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ยังเป็นหนึ่งในจำนวน 59 รายการ ที่เสนอเข้ามาพิจารณา   ทั้งนี้เบื้องต้น คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาทั้งสิ้น 15 ตำรับ มี 10 ตำรับที่ผ่านการพิจารณารับรอง อาทิ   1.หมอบุญมี เหนียวแน่น จ.ฉะเชิงเทรา ยาตัดรากใช้สำหรับอาการโรคผิวหนัง เรื้อนกวาง สะเก็ดเงิน ซึ่งมีสมุนไพร 14 ชนิด และมีส่วนผสมของกัญชา พร้อมมีการปรุงถูกต้องตามหลักแพทย์แผนไทยและยืนยันผลการใช้   2.ตำรับยาสมุนไพรแก้สารพัดโรค ซึ่งมีส่วนผสมสมุนไพร 24 รายการ และมีอยู่ในคัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ (ยาประสะกัญชา) มีสัดส่วนกัญชาครึ่งต่อครึ่ง   3.ตำรับยาสมุนไพรแก้ลูกหมากปวดบวม มีสมุนไพรผสม 16 รายการ มีกัญชาเป็นส่วนผสมเล็กน้อย เป็นต้น ส่วนอีก 5 ตำรับ อาทิ หมอเบญจมาศ จ.สมุทรสาคร ให้ทบทวนสูตรตำรับยา   สำหรับตำรับที่ไม่ผ่านการพิจารณา ขอให้หมอพื้นบ้านส่งข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติม เนื่องจากส่วนใหญ่ยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรรมวิธีการปรุง ขั้นตอนการฆ่าพิษยา เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของคนไข้ที่จะได้รับยา รวมถึงการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน บางตำรับไม่ได้แสดงผลของการใช้ในการรักษาคนไข้ ผลข้างเคียง ฯลฯ เพราะอย่างที่ทราบกันว่า หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่อาจเขียนหรือจัดทำเอกสารยังไม่คล่อง   สำหรับ 10 ตำรับ ที่ผ่านการพิจารณาจะส่งไปยังคณะกรรมการผู้อำนวยการฯ เพื่อเสนอไปยัง อย. ออกประกาศกระทรวงต่อไป โดยทุกขั้นตอนจะต้องอยู่ภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 อีกทั้ง ยังอยู่ระหว่างหารือความเป็นไปได้ในการประกาศใช้โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ   ส่วนตำรับยาของนายเดชายังไม่ได้นำมาพิจารณาอยู่ใน 15 ตำรับ แต่คณะกรรมการฯ ได้มีพิจารณาในเบื้องต้นแล้ว เห็นสมควรให้ขอข้อมูล หลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติม และว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นสูตรน้ำมันกัญชาของนายเดชามีส่วนผสมของกัญชาเป็นหลัก และนำไปหุงในน้ำมันมะพร้าว   จึงต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในการหุงในน้ำมะพร้าวจะเป็นวิธีที่สามารถจะสกัดเอาสารสำคัญในกัญชาออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะในสมุนไพรหลายชนิด ตัวสารสำคัญออกฤทธิ์ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยกลุ่มแรกเป็นมีสารที่ละลายในน้ำมันได้ เมื่อเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวก็จะดึงสารนั้นออกมา และอีกกลุ่มเป็นสารที่ละลายในน้ำหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งการสกัดโดยการเคี่ยวในน้ำมันนั้น สารดังกล่าวจะไม่ถูกดึงออกมา   ขณะเดียวกัน ได้ประสานไปยังมูลนิธิสุขภาพไทย มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ในการนำข้อมูลเข้ามาหารือในรายละเอียดในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เนื่องจากขณะนี้ นายเดชาและคณะอยู่ระหว่างทำกิจกรรมเดินรณรงค์ พร้อมจะนำมาพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 12 มิถุนายนนี้   ทั้งนี้เนื่องจากเป็นยาปรุงเฉพาะรายของหมอพื้นบ้าน การใช้ยาดังกล่าวจึงต้องมีการใช้เฉพาะตัวโดยหมอพื้นบ้านหรือเฉพาะในพื้นที่นั้น เพราะหมอพื้นบ้านจะมีการสืบทอดความรู้ในการปรุงยา หากแพทย์แผนไทยประยุกต์ จะนำตำรับยาดังกล่าวมาใช้นั้น จะต้องมีงานศึกษาวิจัยมารองรับ เช่น ยากระตุ้นน้ำนมของพ่อหมอขาว จ.ขอนแก่น ถูกใช้มายาวนานในชุมชนและเกิดผลดี ต่อมาโรงพยาบาล(รพ.) หนองสองห้องได้นำมาศึกษาวิจัยเพิ่มเติมกับคนไข้ในโรงพยาบาล   ขณะเดียวกัน มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้และผลการรักษาต่อเนื่อง ก่อนกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เลือกนำข้อมูลทำการวิจัยจากการส่งไปใช้ทั่วประเทศ ซึ่งมีข้อมูลพบได้ประสิทธิผลมากกว่า 1,000 ราย ก่อนถูกขึ้นบัญชีตำรับยาโรงพยาบาล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sQpBj37UVCU

 1,612
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

แห่รักษาโรคด้วยกัญชาแน่น รพ.หนองฉาง - อย.แจงไม่จำเป็นต้องนำเข้าจาก ตปท.

ที่โรงพยาบาลหนองฉาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีประชาชนทั้งในและต่างจังหวัด เดินทางเข้ามาตรวจวินิจฉัย รักษาโรคด้วยน้ำมันสกัดจากกัญชากับนายแพทย์ประเสริฐ มงคลศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองฉาง แต่ละวันไม่ต่ำกว่าร้อยราย      ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองฉาง เผยว่า ได้ศึกษาและลองใช้สารสกัดกัญชารักษาโรคผู้ป่วยมาประมาณ 8-9 เดือน รวม ๆ แล้วมีผู้ป่วยไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จนต้องเปิดห้องเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยกัญชา จากการติดตามอาการพบว่าผู้ป่วยหลายรายอาการดีขึ้น   การนำน้ำมันสกัดจากกัญชารักษาโรคได้ดีกว่ามอร์ฟิน ซึ่งรักษาได้ทุกโรค บางโรคหายขาดถ้า ปฏิบัติตามที่หมอสั่ง เช่น  ไมเกรน คนที่มารักษาตนก็จะทำการสอบถามอาการรวมถึงประวัติการใช้ยา ซึ่งจะง่ายต่อการ วินิจฉัยว่าควรจะให้การรักษาด้วยน้ำมันสกัดจากกัญชาอย่างไร    ตนอยากให้องค์การเภสัชกรรมหรือหน่วยงานของรัฐผลิตน้ำมันสกัดจากกัญชา แล้วนำเข้าระบบทางการแพทย์ ให้ผู้ป่วยใช้สิทธิ์รักษาด้วยบัตรทอง ซึ่งประชาชนจะสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาได้ ทุกวันนี้ทางโรงพยาบาลฯ ต้องขายน้ำมันสกัดจากกัญชาให้กับผู้ป่วยที่มารับการรักษา เพราะก็ซื้อมาเหมือนกัน      ส่วนตัวคิดว่าการรักษาด้วยกัญชามีประโยชน์มากกว่ามีโทษ โทษมีอย่างเดียวก็มึนเมาศีรษะ บางคน แพ้เกสรดอกไม้ เพราะสกัดมาจากดอกกัญชากัญชามีประโยชน์คุ้มค่ากับทางการแพทย์สูงมาก และยังช่วยลดการใช้ยาที่เป็นสารเคมีในปัจจุบัน การรักษาด้วยกัญชาบางโรคหายขาด บางโรคต้องใช้เพื่อควบคุมอาการ ผลเสียในระยะยาวมีน้อยกว่ายาแผนปัจจุบัน เพราะยาแผนปัจจุบันหากทานในระยะยาวมีผลต่อไตทุกตัว           ด้านนายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว อย. เตรียมนำเข้ายาสารสกัดกัญชาจากต่างประเทศเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยนั้น เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่ได้เสนอเพื่อเตรียมเอาไว้รองรับ และจะใช้เป็นแนวทางหรือวิธีสุดท้าย หากปริมาณยาในประเทศไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย   ทั้งนี้มีแผนนำกัญชาของกลาง จาก ป.ป.ส. ประมาณ 30 ตันมาสกัดทำยา แต่จำเป็นที่จะต้องตรวจวิเคราะห์ว่ามีคุณภาพดีและมีความปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้กัญชาของกลางที่นำมาตรวจวิเคราะห์พบว่า มักมีสารโลหะหนักและยาฆ่าแมลงปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ยังเชื่อว่าปริมาณยาน่าจะเพียงพอ ไม่ต้องมีการนำเข้า   เพราะถ้าหากพิจารณาจากจำนวนผู้ที่มาแจ้งครอบครองกัญชา ประมาณ 22,000 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเป็นกลุ่มแรก ซึ่งครอบคลุม 4 กลุ่มโรค เนื่องจากใช้ยาแผนปัจจุบันรักษาอาจไม่ได้ผล คาดว่าจะมีอยู่ประมาณหลักร้อยรายเท่านั้น ขณะที่กลุ่มโรคอื่นๆ อย่างเช่น โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ เครียด อาจจะมีการพิจารณาตามความจำเป็นหรือเหมาะสมเป็นรายๆไป เนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ยังมียาแผนปัจจุบันและแนวทางที่ใช้ในการรักษาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HV-lpoEwx7c

 5,195
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

แพทย์เตือน หยดน้ำมันกัญชาเกินขนาดอันตราย ทำประสาทหลอน ยันไม่ได้รักษาโรคให้หาย แค่บรรเทาอาการข้างเคียง

ความคืบหน้าเรื่องกัญชารักษาโรค ล่าสุดมีโพสต์ของ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ และหัวหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.วิชัยยุทธ ระบุว่า พบผู้ป่วยที่ได้รับอันตรายจากการใช้น้ำมันกัญชาเกินขนาด จนต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน   เป็นชายไทยอายุ 28 ปี มีปัญหานอนไม่หลับและดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ไม่เคยใช้กัญชามาก่อนในชีวิต เพิ่งไปรับน้ำมันกัญชาครั้งแรกมา 1 ขวดขนาด 5 มิลลิลิตร เที่ยงคืนแล้วยังนอนไม่หลับ จึงทดลองหยดน้ำมันกัญชาใต้ลิ้น 1 หยด รอสักพักไม่หลับ หยดต่ออีก 2 หยด เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย จึงหยดต่อไปเรื่อยๆ รวมแล้วประมาณ 40 หยด ใช้ไปประมาณ 2 มิลลิลิตร พอตอนตี 3 เริ่มมีประสาทหลอน เห็นนรกมาเอาตัว เห็นภาพภรรยาเป็น 2 คน พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง พูดฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แขนขาเกร็ง ลุกยืนเดินไม่ได้ มีคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว ภรรยาต้องรีบนำส่ง รพ.   แพทย์ทำได้แค่ให้น้ำเกลือและให้นอนพักในรพ. รักษาแบบประคับประคอง เพราะไม่มียาต้านพิษกัญชาโดยตรง คนไข้อาการดีขึ้นเอง แต่หลังจากนอนตื่นขึ้นมา จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ครบถ้วน คนไข้รายนี้ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับน้ำมันกัญชา ยิ่งทำให้ผลข้างเคียงของน้ำมันกัญชา โดยเฉพาะจากสารเคมี THC เพิ่มสูงขึ้น   ด้าน นพ.เพชร อลิสานันท์ แพทย์ด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีผลการวิจัยออกมาชัดเจนว่ากัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ซึ่งผู้ป่วยมะเร็งแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ คนไข้ที่ไม่มีแนวทางรักษาแล้ว ก็สามารถใช้ได้ เพื่อบรรเทาปวด ช่วยให้นอนหลับได้ง่าย แต่ไม่ควรใช้ในปริมาณมาก และจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เจ้าของไข้   กลุ่มที่สองคือ คนไข้ที่ยังมีแนวทางการรักษา สามารถใช้กัญชาควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบัน ได้ เช่นในรายที่ได้รับการทำเคมีบำบัดแล้วเกิดผลข้างเคียง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ แพทย์จะใช้กัญชาในการบรรเทาอาการข้างเคียงดังกล่าว ซึ่งจะใช้ในกรณีที่คนไข้ใช้ยาบรรเทาอาการแผนปัจจุบันแล้วแต่ไม่หายเท่านั้น ทั้งนี้ คนไข้ไม่ควรละทิ้งการรักษาแผนปัจจุบันแล้วไปใช้กัญชาเพียงอย่างเดียว เพราะโรคมะเร็ง ยิ่งปล่อยไว้นาน การรักษาก็จะยิ่งยากขึ้น และมีโอกาสหายน้อยลงเรื่อยๆ   คนไข้บางส่วนที่บอกว่าใช้กัญชาแล้วรักษาโรคมะเร็งได้คือคนไข้กลุ่มที่ใช้ทั้งกัญชาและการรักษาแผนปัจจุบันควบคู่กันไป จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นผลมาจากการใช้กัญชา โดยข้อมูลการวิจัยของกัญชาในการรักษามนุษย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมีผลออกมาไม่ถึง 3% และยังไม่มีมาตรฐานในการผลิตออกมา เพราะกัญชาแต่ละสายพันธุ์มีส่วนผสมต่างกัน ออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน บางขวดใช้เพียงหยดเดียวอาจไม่มีผล แต่บางขวดใช้หยดเดียวเท่ากันแต่อาจมีผลมากกว่า   อย่างไรก็ดี กัญชาก็มีผลข้างเคียง โดยมีฤทธิ์ที่ก่อปฏิกิริยากับยาตัวอื่น ทำให้ออกฤทธิ์นานขึ้น หรือเสริมฤทธิ์กัน ทั้งนี้ ข้อดีของกัญชาคือ บรรเทาปวด ช่วยให้นอนหลับ ลดการคลื่นไส้จากการทำเคมีบำบัด ช่วยในโรคลมชัก แต่ก็มีข้อเสีย ดังนั้นกัญชาเป็นพืชที่ต้องทำการศึกษาให้ชัดเจน   ท้ายสุด ฝากถึงผู้ที่จะใช้กัญชาในการรักษาโรค ขึ้นชื่อว่าเป็นยาล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขณะนี้เรายังไม่รู้จักกัญชาดีพอ ไม่รู้ความเข้มข้น ไม่รู้ประสิทธิภาพ ไม่รู้ข้อเสียที่ชัดเจน และไม่รู้ปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล จึงอยากให้สังคมคิดช้าลงอีกนิดนึง อยากให้ประชาชนอดใจรออีกนิดนึง รอให้มีการวิจัยที่มีผลชัดเจนแน่นอนก่อนแล้วค่อยใช้   นอกจากนี้ยังมีญาติของผู้ป่วยอาการเส้นเลือดสมองตีบ เปิดเผยถึงผลข้างเคียงหลังจากได้ใช้กัญชารักษาโรคว่า คุณพ่อมีอาการป่วยด้วยโรคนี้ก็รักษาแพทย์แผนปัจจุบันมาตลอด จนกระทั่งมีข่าวเรื่องกัญชาช่วยรักษาโรค ก็พยายามศึกษาข้อมูล และไปรับกัญชามารักษา   โดยที่แพทย์ที่จ่ายกัญชาให้ ไม่ได้ระบุว่า ต้องหยดกัญชากี่หยด วันละกี่ครั้ง เหมือนการกินยาทั่วไป บอกเพียงว่า กัญชารักษาได้ แต่พอคุณพ่อได้รับกุญชาเข้าไป ประมาณ 1 หลอดของขนาดขวดยา 500 ml ก็เริ่มมีอาการชา ลิ้นแข็ง และเริ่มมีอาการหลอน จากนั้นก็อาเจียน หายใจไม่ออก จนพ่อทนอาการไม่ไหวพาส่งรพ.   พอไปถึงรพ. อาการต่างๆก็รุนแรงมากขึ้น จนผ่านไป 1 วันพ่อก็ยังหลับอยู่ เพราะฤทธิ์ของกัญชา แพทย์ให้พักรักษาตัวในรพ. 1 วัน และออกจากรพ.มาพ่อก็นอนหลับอย่างเดียว ซึ่งประสบการณ์นี้ครอบครัวตนตกใจอย่างมาก เพราะไม่คาดคิดถึงผลข้างเคียง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nxi-kh4SqcA

 5,241

Top